Home » [Update] แผนการสอนภาษาอังกฤษ ป.2-Flip eBook Pages 1 – 50 | เรียง ลํา ดับ ความ สํา คั ญ ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

[Update] แผนการสอนภาษาอังกฤษ ป.2-Flip eBook Pages 1 – 50 | เรียง ลํา ดับ ความ สํา คั ญ ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

เรียง ลํา ดับ ความ สํา คั ญ ภาษา อังกฤษ: คุณกำลังดูกระทู้

ค่มู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู้

รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาอังกฤษ

NEW SAY HELLO 2

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ผู้เรยี บเรียง
กศุ ยา แสงเดช
ผตู้ รวจ
ดร.ชลธิชา สุดมุข
ปรียาพร อภเิ ดช
พุทธสอน ไชยเดชะ
บรรณาธิการ
ดร.พทิ ักษ์ นลิ นพคณุ

คูม่ อื ครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู้

รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาองั กฤษ

NEW SAY HELLO 2

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2

ISBN: 978-616-274-181-4
ราคา 250 บาท
สงวนลิขสทิ ธ์ : ตลุ าคม 2555
สงวนลิขสิทธิต์ ามกฎหมาย ห้ามลอกเลยี นไม่วา่ จะเปน็
ส่วนหนงึ่ สว่ นใดของหนงั สอื เล่มนี้ นอกจากได้รับอนุญาตเป็น
ลายลกั ษณอ์ กั ษร

จัดพมิ พแ์ ละจำ�หนา่ ยโดย

ส่งธนาณัตสิ ั่งจ่าย ไปรษณยี ์ลาดพรา้ ว
ในนาม บริษทั แม็คเอด็ ดเู คช่ัน จ�ำ กดั
เลขที่ 9/99 อาคารแมค็ ซอยลาดพร้าว 38 ถนนลาดพรา้ ว
แขวงจันทรเกษม เขตจตจุ ักร กรงุ เทพฯ 10900
☎ 0-2938-2022-7 โทรสาร 0-2938-2028
www.MACeducation.com

คํานํา

หนังสือเรียนภาษาอังกฤษตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการ
เรียนรูภาษาตางประเทศ ชุด New Say Hello ชุดน้ี ไดปรับปรุงพัฒนาจากสื่อการเรียนชุด Say Hello ซ่ึงครูผูสอน
ภาษาอังกฤษรจู ักและคนุ เคยเปน อยา งดีมาแลว ไมวา ในฐานะทีเ่ ปน สื่อภาษาองั กฤษระดับประถมศึกษาชุดเดียวท่ีมี
เนื้อหาสาระเนนวัฒนธรรมของคนไทยท่ีครูผูสอนสามารถนําไปบูรณาการกับสาระการเรียนรูอื่นไดอยาง
สะดวกสบาย และเปนสือ่ ภาษาอังกฤษระดับประถมศกึ ษาชดุ เดียวท่ีสรา งสรรคจากผทู รงคณุ วฒุ ิที่มีความเชี่ยวชาญ
และชํานาญการพิเศษดานการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษามานาน จนเปนท่ียอมรับในแวดวงวิชาการ
ภาษาองั กฤษทว่ั ประเทศ ขณะเดยี วกนั กบั ทคี่ รผู สู อนใชส ือ่ การเรยี นชุด Say Hello นั้น ทางบริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น
จาํ กดั ไดทาํ การวิจัยควบคกู ันไป โดยใชว ธิ กี ารใชแบบสอบถาม และการสัมภาษณครูผูสอนที่ใชสื่อชุดนี้โดยตรง
จากกลมุ ตัวอยางทกุ ภาคของประเทศ ผลการวจิ ัยพบวา สื่อการเรียนชุด Say Hello เปน สอ่ื การเรยี นทีค่ รูผูสอนและ
นกั เรียนชื่นชอบ และมขี อเสนอแนะในการพัฒนาบางสวน

ดังน้ัน เพอื่ เปนการสนองความตอ งการของครูผูสอน และกอปรกับไดมีแนวการจัดการเรียนการสอนวิธี
ใหมๆ เพิ่มข้ึน รวมทั้งการปรับปรุงหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ จากหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2544 เปนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 บริษัท แม็คเอ็ดดูเคช่ัน จํากัด
จึงไดพัฒนาสือ่ การเรียนชุด Say Hello ขน้ึ ใหมโดยใชชอื่ วา “New Say Hello”

ส่ือการเรียนชุด New Say Hello ชุดน้ี ยังคงมีโครงสรางของส่ือการเรียนเชนเดิม คือ หนังสือเรียน
แบบฝก หดั คูม อื ครู CD บนั ทึกเสยี ง บตั รภาพ และบตั รคํา การจัดทําหนว ยการเรียนรูไดนําเสนอในรปู แบบท่ีพัฒนา
ไปจากเดิม คือกําหนดภาระงานของผูเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู ออกแบบแผนการวัดและประเมินผลกอน
แลว จึงออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู เพอ่ื ใหผเู รียนมคี วามสามารถทาํ ภาระงานนัน้ ได

บรษิ ัท แมค็ เอ็ดดเู คช่นั จาํ กดั หวังวาสื่อการเรียนชุด New Say Hello ชุดน้ี คงจะยังอยูในความสนใจของ
ครูผูส อน และเปน ประโยชนใ นการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาไดอยางมีประสิทธิภาพ
อนั จะสงผลใหเดก็ ไทยมีความรกั และเรียนภาษาอังกฤษไดดีต้ังแตวัยเด็ก บริษัทขอขอบคุณอาจารยกุศยา แสงเดช
และคณะ ทีก่ รุณาปรบั ปรุงพฒั นาส่ือการเรียนชุดนี้จนสําเรจ็ ดวยดี

บริษทั แม็คเอ็ดดูเคชนั่ จาํ กัด

สารบญั หนา
I
คําช้ีแจง
คาํ อธิบายรายวชิ า VII
การจดั หนวยการเรียนรู VIII

Unit 1 School Time 1
Unit 2 In My Class 32
Unit 3 My Face 58
Unit 4 My Clothes 77
Unit 5 My Family 102
Unit 6 On the Farm 133
Unit 7 Happy Birthday 160
บรรณานกุ รม 183
ภาคผนวก
– Word List 188
– หลักเกณฑการถอดอกั ษรไทยเปน อักษรโรมันแบบถายเสียง 194
– เครอื่ งมอื และเกณฑก ารประเมนิ ตามสภาพจริง 201

– แบบสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค 219
– ตวั อยา งแบบบันทกึ ความกาวหนาทางการเรียน (Progressive Chart) 230

คาํ ช้แี จง

ส่ือการเรียนชุด New Say Hello ชุดน้ี คณะผูจัดทําไดพัฒนาจากส่ือการเรียนชุด Say Hello เดิมโดยอาศัยขอมูลจาก
งานวจิ ัยสื่อการเรยี นของบริษทั แม็คเอด็ ดเู คชัน่ จาํ กัด แนวคิดใหมๆ ในการออกแบบหนว ยการเรียนรโู ดยวธิ ี Backward Design และ
การปรับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เปนแนวในการพัฒนา แตอยางไรก็ตาม จุดมุงหมายประการสําคัญก็คือ
มุงหวงั ใหนักเรียนและครูผูสอนใชสื่อการเรียนชุดน้ีไดอยางคุมคา คือนักเรียนมีความรูความสามารถตามเปาหมายของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 รูปลักษณข องส่อื สวยงาม นา เรียน เน้ือหาในเลมนาสนใจเปนเอกลักษณ ครูมีส่ิง
อํานวยความสะดวกในการนําไปใชอยางครบครัน อาทิ แผนการจัดการเรียนรูที่มีองคประกอบของแผนฯ ครบถวน แยกเปน
รายชว่ั โมง แบบทดสอบทา ยหนว ย การประเมินตนเองท้งั ทเี่ ปน formative และ summative บัตรภาพ บัตรคํา และ CD ส่ือชวยสอน
เหลานจี้ ะอํานวยความสะดวกแกค รูผูสอนภาษาองั กฤษ ซึ่งตองรับภาระงานสอนหลายกลุมสาระการเรียนรูไดเปนอยางดี โดยทาง
คณะผจู ดั ทาํ ขอชแ้ี จงรายละเอยี ดเพ่ือครจู ะไดร ูจักส่อื การเรยี นชดุ น้ีดยี ิ่งข้ึนดังรายละเอยี ดตอ ไปนี้

1. หลกั การ
1.1 จัดทําข้ึนโดยยึดแนวจัดการเรียนการสอนเพื่อการสื่อสาร (Communicative Approach) เนนใหนักเรียนไดมี

ความรทู ถี่ ูกตอ งตรงกับกรอบสาระและมาตรฐานการเรยี นรูกลุม สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ ซง่ึ ประกอบดวย 4 สาระหลัก คือ
ภาษาเพ่ือการสื่อสาร (Communication) ภาษาและวัฒนธรรม (Culture) ภาษากับความสัมพันธกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น
(Connection) และภาษากับความสมั พันธก ับชมุ ชนและโลก (Community)

1.2 การเลอื กหนวยการเรียนรูยึดตามหัวเร่ือง (Themes) ท่ีสภายุโรปกําหนดไวใน Threshold Level เม่ือเลือกหนวย
การเรียนรูไดแลว จึงกําหนดเปาหมายโดยยึดมาตรฐานและตัวช้ีวัดการเรียนรูเปนกรอบ กําหนดรายละเอียดของสาระที่เรียน
ซ่ึงประกอบดว ยความรู ทกั ษะกระบวนการ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคครบถว นตามตัวชี้วัดแตละช้ันป หนวยการเรียนรูเนน
การบูรณาการกบั กลุมสาระการเรยี นรูอ่ืน และเนน บริบทของความเปน คนไทย

การกําหนดรูปแบบของการออกแบบหนวยการเรียนรู และแผนการจัดการเรียนรู ใชหลักการออกแบบหนวย
การเรียนรูแบบยอนกลับ (Backward Design) เร่ิมจากการกําหนดเปาหมายการเรียนรู ยึดมาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัด
ภาษาตางประเทศเปนกรอบกาํ หนดเน้อื หาสาระ กําหนดรองรอยหลักฐานทีแ่ สดงวา นกั เรียนบรรลเุ ปาหมาย รวมท้ังกําหนดแนวการ
วดั และประเมนิ ผลไวตงั้ แตต น หลงั จากน้ันจึงกาํ หนดกิจกรรมการเรยี นรตู ามแนวการเรียนเพ่อื การสอื่ สาร

1.3 นักเรยี นไดป ระเมินผลตนเองเปนระยะ เพอ่ื การปรบั ปรุงและพัฒนาตนเอง
2. โครงสรางของส่ือการเรียนชุด New Say Hello

สือ่ การเรยี นชดุ New Say Hello มี 6 ระดับช้นั ใชส อนช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1-6 แตล ะระดับชนั้ มอี งคป ระกอบดงั นี้
2.1 Student’s Book
2.2 Workbook
2.3 Teacher’s Book
2.4 CD-Rom
2.5 Flash cards/Picture cards

Teacher’s Book New Say Hello 2 I

Student’s Book

1. แตละระดบั ชั้นมี 7-10 หนว ยการเรียนรู แตล ะหนวยการเรยี นรูมเี นื้อหาโดยรวมคอื มีกิจกรรมประมาณ 9-10 กิจกรรม

ทายหนวยการเรยี นรูมกี จิ กรรมประเมินตนเอง คอื Things I can do. เพื่อใหน ักเรยี นตรวจสอบการเรียนของตนเอง

2. เน้ือหาและกิจกรรมเร่ิมดวยการใชรูปภาพเปนส่ือนําเสนอใหเห็นการใชสถานการณและคําศัพทเพื่อการส่ือสาร

นกั เรยี นจะไดใชค าํ ศพั ทเ หลานีใ้ นการฝกใชภาษาในกิจกรรมถัดไป เน่ืองจากรูปภาพสามารถส่ือใหทราบความหมายของศัพทได

ทนั ที นักเรียนจงึ เขาใจความหมายไดง าย

3. นาํ เสนอเนอ้ื หาท่เี ปนวัฒนธรรมประเพณี กีฬา บุคคลสําคัญ และสถานท่ีท่ีนักเรียนควรรูจัก และสามารถนําภาษาที่

เรียนไปใชใ นสถานการณจรงิ ได การเรียนรูในสิง่ ท่นี กั เรยี นรูจักคุนเคยจะทาํ ใหก ารเรยี นการสอนงา ย และสัมฤทธ์ิผลไดด ีย่งิ ขน้ึ

4. กจิ กรรมการใชภ าษาทเี่ นนการปฏิสัมพันธในลักษณะตางๆ ในระดับชั้นเล็กๆ จะเนนการฟง-พูด (Listen and repeat.

Talk to your friends. Listen and say the chant.) ต้ังแตร ะดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3 ข้ึนไปจะมีกิจกรรม Read. หรือ Read and write.

เพอื่ ฝกทกั ษะทางภาษาใหค ลอ งแคลวแมนยาํ ยิ่งขนึ้

5. ทุกระดับช้ันมีกิจกรรม Say the words. เพื่อใหนักเรียนไดฟงและออกเสียงคําศัพทท่ีตองการเนนในแตละหนวย

การเรียนรู

6. ทกุ ระดบั ชัน้ และทุกหนวยการเรียนรูมกี จิ กรรมสรางชิ้นงานและนําเสนอชนิ้ งานเพอ่ื การวัดและประเมินผล วา นักเรียน

นําภาษาไปใชไดจรงิ ๆ

7. กิจกรรมสุดทายของแตละหนวยการเรียนรูเปนกิจกรรมประเมินตนเองของนักเรียน (Things I can do.) วิธีประเมิน

ตนเองในกจิ กรรมนไี้ ดบอกรายละเอยี ดไวในคมู อื ครู

8. ในระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4-6 มี Web Link โดยจะปรากฏสัญลักษณพ เิ ศษ ใหน กั เรียนไดคน ควาเพ่ิมเติม

Workbook

การนาํ เสนอเนื้อหาแตล ะระดบั ช้ันมีจดุ มุงหมายเพื่อชว ยเสรมิ การเรียนรขู องนกั เรยี น โดยใหนักเรียนไดฝกใชคําศัพทและ
โครงสรางภาษาเพมิ่ เติมจากทีไ่ ดฝกแลวในหนังสือเรียน ครูอาจใหนักเรียนทําแบบฝกหัดดังกลาวในช้ันเรียนถามีเวลาพอ หรือให
นกั เรยี นกลบั ไปทาํ ทีบ่ า นได ในคมู อื ครูจะบอกใหทราบโดยละเอยี ดวา แบบฝก หัดใดควรจะทาํ เมื่อไรและอยา งไร

ในหวั ขอสดุ ทายของแตล ะหนวยการเรียนรูจะมกี จิ กรรม Test yourself. นกั เรียนสามารถเขียนในแบบฝกหัดได ทั้งน้ีเพ่ือ
อํานวยความสะดวกในการประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น

Teacher’s Book

Teacher’s Book แตละระดบั ชนั้ ประกอบไปดว ยสาระดงั ตอ ไปน้ี
1. คําช้แี จงในการใชส อ่ื การเรยี นชดุ New Say Hello
2. เน้ือหาของสอ่ื การเรียนการสอนแยกตามองคประกอบทางภาษา
3. แผนการจัดการเรียนรู จัดทําไวอยางละเอียดต้ังแตวิเคราะหมาตรฐานการเรียนรู การสรางหนวยการเรียนรูแบบอิง
มาตรฐานการเรียนรู ใชห ลกั การออกแบบยอนกลับ (Backward Design) ซ่ึงเร่ิมจากพิจารณามาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด แลว
กําหนดภาระงานทสี่ อดคลองกับมาตรฐาน กําหนดวิธีประเมนิ ภาระงาน แลวจัดทําแผนการเรียนรูอิงมาตรฐานการเรียนรู กิจกรรม
การเรียนรใู ชก ระบวนการจดั การเรียนการสอนเพอ่ื การส่อื สาร หนว ยการเรียนรูม ีองคป ระกอบดังนี้

II Teacher’s Book New Say Hello 2

องคป ระกอบของหนว ยการเรยี นรู
ช่อื หนวยการเรยี นรู ………. เวลา ………. ช่วั โมง
1. สาระสาํ คัญ
2. เปา หมายการเรียนรู
2.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวชว้ี ัดชน้ั ป
2.2 สาระการเรียนรู
2.1.1 ความรู
2.2.2 ทกั ษะการเรียนรู/กระบวนการคิด
2.2.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
3. ชุดคําถามที่สําคัญ
4. ภาระงาน คือ ชนิ้ งานโดยภาพรวมของหนว ยการเรยี นรู เมอ่ื นักเรียนเรียนจบในหนวยการเรียนรูหน่ึงๆ ผลของการทํา

ภาระงานชิ้นน้ีครูจะนําไปแสดงผลไวท่ี Progress Chart เพ่ือเปนคะแนนสะสมสําหรับเปนสวนหนึ่งของการสอบปลายภาคหรือ
ปลายป

5. การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู
6. แผนการวัดและประเมนิ ผล
7. ความสมั พนั ธกับกลุมสาระการเรยี นรูอนื่
องคป ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู
1. เปา หมายการเรียนรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตัวช้ีวัดช้ันป
1.2 ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู
1.3 คุณลักษณะอนั พึงประสงค
2. สาระการเรยี นรู
3. ภาระงาน/ชิ้นงาน/การปฏิบัติในแตละแผนการจัดการเรียนรูยอยเหลานี้ ครูผูสอนจะประเมินเพ่ือพัฒนาและแกไข
นักเรยี นในการเรยี นรใู นแตละครง้ั และสามารถนาํ ผลการแกไ ขและปรับปรงุ นักเรียนท่มี ปี ญหาในแตล ะคนมาทําการวจิ ยั ในชัน้ เรียน
ตอ ไป
4. แนวทางการประเมนิ
5. กจิ กรรมการเรียนรู
6. สือ่ /แหลง การเรยี นรู
7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิม่ เตมิ สําหรับครู
8. ความเห็นของผบู รหิ าร
9. บันทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู
9.1 ผลการจัดการเรียนรู
9.2 ปญหาและการแกปญ หา
อน่งึ ไดจัดทาํ CD Script และคาํ เฉลยแบบฝก หัดและแบบทดสอบท้ังที่ปรากฏใน Student’s Book และ Workbook ไวทาย
กจิ กรรมแตละกิจกรรมทีป่ รากฏในแผนการจัดการเรียนรไู วครบถวน ครสู ามารถนาํ ไปใชไ ดทันทีเมอื่ ตอ งการ

Teacher’s Book New Say Hello 2 III

ภาคผนวก
ไดน ําเสนอ Word List และความหมายของคาํ ศัพทท ่ปี รากฏในแตละหนวยการเรียนรู หลักเกณฑการถอดอักษรไทยเปน

อกั ษรโรมันแบบถา ยเสียง ตวั อยางเครื่องมือและเกณฑการประเมินตามสภาพจริง ตัวอยางแบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค
และตัวอยา งแบบบันทกึ ความกา วหนาทางการเรียน (Progressive Chart)

CD-Rom

เน้ือหาใน CD ประกอบดว ย คาํ ศพั ท บทอา น บทสนทนา เพลง บทพูดเขา จังหวะ เน้ือหาท่ีมีเสียง CD ประกอบจะปรากฏ
รปู CD ใน Student’s Book, Workbook และมี CD Script ไวต ามกจิ กรรมที่ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรทู กุ ระดบั ชั้น

ขอเสนอแนะในการใช CD มีดังน้ี
1. บอกนกั เรียนกอ นเปด CD วา จะไดฟง CD เก่ียวกับเร่ืองอะไร ใหนักเรียนสังเกตคําศัพทหรือส่ิงใดบาง และจะตอง
ทาํ อะไรหลงั การฟง แลว
2. เปด CD ใหฟง กอ น 1 ครัง้ นกั เรยี นยงั ไมต อ งพดู ตาม หลังจากนัน้ สนทนาเกี่ยวกบั ส่ิงท่ีฟง ครอู าจจะสอนคาํ ศัพทใหมท่ี
นกั เรียนสงสัยก็ได
3. เปด CD อีกคร้งั นักเรียนพดู ตาม CD ทลี ะประโยค
4. เปด CD อกี คร้งั นกั เรียนพดู พรอมกับ CD
5. ในกรณที ี่นกั เรียนสวนใหญพูดไมได ครูอาจจะเปด CD ใหพดู ตาม CD หลายๆ คร้ังก็ได
6. ครเู ปด CD ในโอกาสอืน่ ๆ เพื่อฝก ทักษะใหแ มน ยําย่งิ ข้นึ

Picture cards / Flash cards

สื่อการเรียนชุดนี้ จะมีบัตรภาพของคําศัพทท่ีเปน Keywords เลมละ 55 คํา ลักษณะของบัตรภาพจัดทําไวสวยงามและ
ดงึ ดูดความสนใจของนักเรยี น ดา นหลังของบตั รภาพจะเปนคาํ ศพั ททม่ี คี วามหมายตรงกัน ครูผูสอนสามารถใชเพื่อนําเสนอคําศัพท
ทบทวนคําศัพทและโครงสรางไวยากรณ ใชบตั รภาพเพ่อื เลาเรื่อง เขยี นตามคําบอก สราง Mind Map และอนื่ ๆ ได

ขอเสนอแนะ

เพ่ือใหก ารใชคมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรูเกิดประโยชนสูงสุดจงึ ใครข อช้ีแจงเพ่ิมเตมิ ดังน้ี
1. กระบวนการสอน ใชกระบวนการสอนภาษาเพ่อื การสอ่ื สาร ซง่ึ มีลําดบั ขั้นตอนดงั น้ี

1.1 ขั้นนํา (Warm up) มีจุดมุงหมายเพ่ือใหนักเรียนเกิดความพรอมและอยากรูอยากเรียนในบทเรียนใหม เนื้อหาจะ
เช่ือมโยงไปสูสาระสําคัญของบทเรียน เมอื่ ครผู สู อนเห็นวา นักเรียนมคี วามพรอ ม เกดิ ความสนกุ และสนใจอยากเรยี นแลว กเ็ รมิ่ เรยี น
เน้ือหาตอไป กิจกรรมท่ีกําหนดไวในข้ันนี้มีหลากหลาย เชน การรองเพลง เลนเกม พูดบทพูดเขาจังหวะ (chant) ปริศนาคําทาย
ทบทวนความรูท เ่ี รียนมาแลว

1.2 ขน้ั นําเสนอ (Presentation) ในข้นั นค้ี รูจะใหข อ มลู ทางภาษาแกผ เู รียน มกี ารนําเสนอศัพทใหม เน้ือหาใหมใหเขาใจ
ทงั้ รูปแบบและความหมาย กจิ กรรมท่กี ําหนดไวป ระกอบดวยการใหฟงเนื้อหาใหม ใหนักเรียนฝกพูดตาม ขั้นน้ีครูเปนผูใหความรู
ทางภาษาทถี่ กู ตอง และเปนแบบอยา งทถี่ กู ตองในการออกเสยี ง คอื Informant (ผูใหความรู) รปู แบบของภาษาจึงเนนที่ความถูกตอง
(accuracy) เปนหลกั

IV Teacher’s Book New Say Hello 2

1.3 ข้ันฝก (Practice) ในข้ันน้นี ักเรยี นจะไดฝ ก ใชภาษาท่ีเรียนมาแลวในขั้นนําเสนอ โดยมีวัตถุประสงคใหนักเรียนใช
ภาษาไดถูกตอง ขณะเดียวกันก็เนนเร่ืองการใชภาษาใหคลองแคลว (fluency) การฝกอาจจะฝกทั้งช้ัน เปนกลุม เปนคู หรือ
รายบุคคล ขั้นน้ีเปนโอกาสที่ครูจะแกไขขอผิดพลาดของนักเรียนในการใชภาษา ซ่ึงการแกไขขอผิดพลาดนั้นควรทําหลัง
การฝก หากทาํ ระหวา งท่นี กั เรยี นกาํ ลงั ลองผดิ ลองถูกอยู ความม่นั ใจท่ีจะใชภ าษาใหคลอ งแคลว อาจลดลงได กิจกรรมท่ีกาํ หนดไวใ น
คมู ือครูมีท้ังในลกั ษณะทีก่ ลา วมาน้ี และในลกั ษณะที่เปดโอกาสใหนักเรยี นไดฝกอยา งอสิ ระ

1.4 ข้นั การใชภาษา (Production) มีจดุ มงุ หมายเพอื่ ใหนกั เรียนนาํ คาํ หรอื ประโยคท่ีฝกมาแลวมาใชในสถานการณตางๆ
ในรูปแบบกิจกรรมหลากหลาย เพอ่ื ใหเกิดความคลองแคลว (fluency) และเกิดความสนุกสนาน ในขั้นนี้เปนขั้นท่ีเนนนักเรียนเปน
ผทู ํากิจกรรม ครผู ูสอนคอยใหความชวยเหลือ ถานักเรียนผิดพลาด อยาขัดจังหวะ ใหปลอยไปกอน เพ่ือใหนักเรียนรูสึกสบายใจ
กจิ กรรมท่ีกาํ หนดไวมีหลากหลาย เชน การแสดงบทบาทสมมตุ ิ การเลน เกม การแสดงทาทางประกอบเพลง การทําช้ินงาน การทํา
แบบฝกหัด และการนาํ เสนอผลงาน เปน ตน

1.5 ข้ันสรปุ (Wrap up) เปน ขน้ั สดุ ทายของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแตละชั่วโมง จุดประสงคคือเพื่อสรุป
สง่ิ ทไี่ ดเรยี นแลว กิจกรรมท่ีเสนอแนะไวอ าจจะเปนการนําเสนอรายงานของกลุม ทําแบบฝกหัดเพ่ือสรุปความรู หรือเลนเกมเพื่อ
ทดสอบส่ิงท่ีเรียนมาแลว

ลําดับการสอนท้ัง 5 ข้นั ตอนนี้ อาจจะไมปรากฏในแผนการจัดการเรียนรูทุกแผน ในการจัดการเรียนรูตอนทายของทุก
หนวยการเรยี นรูนักเรียนจะไดทําแบบประเมินตนเองจากกิจกรรม Things I can do. รวมท้ังการสรุปองคความรูท่ีไดจากการเรียน
หนวยการเรียนรูนั้นๆ และทําแบบทดสอบทา ยหนวย (Test yourself.)
2. การใชหนังสอื เรียน แบบฝกหัด และคูมอื ครูและแผนการจดั การเรยี นรู

กิจกรรมใน New Say Hello ทุกกิจกรรมไดจัดเรียงลําดับไวอยางดีแลว ครูสามารถสอนเรียงลําดับไดอยางตอเนื่องตาม
ที่มีคําแนะนําในดานการนําเขาสูบทเรียน การนําเสนอ การฝกทักษะตางๆ ในคูมือครู บทสนทนาทั้งหมดบันทึกไวใน CD
นักเรียนดูภาพในขณะที่ฟงเสียง ตอจากนั้นเปนการฝกสนทนาตามตัวอยาง แลวจึงจับคูสนทนากัน ในระหวางการจับคูสนทนา
ครูควรเดินดไู ปรอบๆ หอ ง เพ่ือตรวจสอบความถกู ตอ งของการฝก ใหค วามชว ยเหลอื เมื่อนักเรียนตอ งการ แตไ มแกไขขอผิดพลาดที่
พบในทันที ควรแกไขเมื่อจบกิจกรรมแลว โดยครูควรฝกเพิ่มเติมอีกคร้ังถาเห็นวานักเรียนสวนใหญยังมีความผิดพลาดอยู ถามี
ปญหาเพียงสว นนอ ยกใ็ หแกไขปญหาเฉพาะรายตอไป

บางกจิ กรรมกําหนดใหน ักเรยี นทาํ กิจกรรมกลุม ซ่ึงจะทาํ ใหนักเรยี นไดช ว ยเหลอื ซง่ึ กนั และกัน รว มมือกนั ทาํ งาน วิธีท่ีงาย
ทสี่ ุด คือ นักเรียนทอ่ี ยูใกลกนั จบั กลุมทาํ กิจกรรมดวยกัน กลุมไมควรคงท่ีไปตลอด กอนนักเรียนทํากิจกรรมกลุม ครูตองแนใจวา
นักเรยี นทุกคนตองเขาใจคําศพั ท ประโยค และวธิ ที าํ กจิ กรรมชัดเจน ครอู าจใชภ าษาแมอธบิ ายวิธีการ หรอื บางครง้ั ใชภ าษาแมอธบิ าย
กฎเกณฑไวยากรณ แตพึงระวงั วาการสนทนาและการทาํ กจิ กรรมนกั เรยี นตองใชภ าษาองั กฤษใหมากทีส่ ุด

เน้อื หาทีน่ ําเสนอใน New Say Hello จะชวยจูงใจนักเรยี นใหอยากเรียน เพราะเปนสิ่งที่เขาคุนเคยกับชีวิตประจําวัน เปน
สิง่ ท่เี รยี นมาแลวในกลมุ สาระการเรยี นรูอืน่ ๆ ดงั นน้ั การเรยี นการสอนกจ็ ะเปน ไปอยา งสัมฤทธผิ ลย่งิ ข้นึ

หนว ยการเรยี นรูของ New Say Hello ทกุ หนวยการเรียนรูจบลงดว ยการสรุปองคค วามรทู ี่ไดเรยี นในหนวยการเรียนรูนั้นๆ
โดยการใหนักเรียนทํา Mind Map และการประเมินตนเอง สวนแรกปรากฏใน Student’s Book คือกิจกรรม Things I can do. และ
สว นท่สี องปรากฏใน Workbook คือหัวขอ Test yourself. ผลการประเมินตนเองทา ยหนวยการเรยี นรูนี้ครูจะเกบ็ ไวเปนคะแนนเพ่ือ
การประเมินปลายภาคเรยี นตอ ไป

แบบฝกหดั มีจุดมุงหมายเพือ่ ชว ยเสริมการเรียนของนักเรยี น โดยใหนักเรียนไดฝ กใชค าํ ศัพท โครงสรางภาษาเพ่ิมเติมจาก
ทไ่ี ดเ รยี นในหนงั สอื เรยี น ครอู าจใหทําแบบฝกหัดเปน การบาน (ถาเวลาไมพ อ)

Teacher’s Book New Say Hello 2 V

คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู ไดเสนอแนะการออกแบบหนวยการเรียนรูแบบอิงมาตรฐานการเรียนรู การจัดทํา
หนวยการเรียนรูใชหลักการออกแบบหนวยการเรียนรูแบบยอนกลับ (Backward Design) เลือกจากสาระท่ีเปนส่ิงใกลตัวและ

มงุ เนน เรื่องของความเปนคนไทย เพือ่ ทีน่ ักเรยี นจะไดเ รียนรไู ดอยางงาย และสนุกสนานย่ิงข้ึน พรอมกันน้ันก็จะไดบูรณาการกับ

กลุมสาระการเรยี นรอู ื่นไปพรอ มกนั โดยขนั้ ตอนนนี้ าจะเปนประโยชนส าํ หรบั ครูผสู อนไดเปน อยางดี และนอกจากน้นั ส่ิงทอ่ี าํ นวย

ความสะดวกอยางยง่ิ ของคมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรูชุด New Say Hello ก็คือ ไดเสนอแนวการจัดทําแผนการจัดการเรียนรู

เปนรายช่ัวโมงทุกหนวยการเรียนรูตลอดป ในภาคผนวกไดนําเสนอ Word List คําศัพทพรอมความหมาย เคร่ืองมือและเกณฑ

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ แบบประเมนิ และแบบสงั เกตตางๆ ใหค รสู ามารถปรับรายละเอียดพฤติกรรมที่ระบุไวในตารางไดตาม

ความเหมาะสมกับกิจกรรมนั้นๆ พรอมแบบบันทึกความกาวหนาทางการเรียน (Progressive Chart) ครูสามารถนําไปใชเปน

แนวทางสรางแบบประเมินไดโดยสะดวก

แตอยางไรก็ตาม กิจกรรมที่นําเสนอไวในคูมือครูและแผนการจัดการเรียนรูชุด New Say Hello เปนเพียงแนวการจัด

การเรียนการสอนในภาพรวมเทานนั้ เพราะคณะผูจัดทํามีความมุงม่ันเปนอยางย่ิงท่ีจะใหครูผูสอนไดใชสื่อการเรียนรูชุดน้ีอยาง

สะดวกคุมคา และใหน กั เรียนมีความรูความสามารถตรงตามเปาหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช

2551 ในขณะเดียวกนั ก็ไดเสนอเน้ือหาสาระเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกแกครูในการเลือกเนื้อหาสาระเพื่อการจัดการเรียนรูใหได

ประโยชนสูงสุด โดยไดบรรจุเนอ้ื หา หรือแบบฝกหัดเพ่ิมเติมไวใน คุณครูอาจแนะนําใหนักเรียนเขาไปคนควาไดตาม

หนาหนังสอื ที่มเี คร่อื งหมายดงั กลาว และสามารถนาํ เนื้อหามาเพิ่มเติม ปรบั เปล่ียนไดต ามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรยี น

ดวยความปรารถนาดีจาก
กุศยา แสงเดช และคณะ

VI Teacher’s Book New Say Hello 2

คาํ อธิบายรายวิชา

กลุม สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
รายวชิ าพน้ื ฐานภาษาองั กฤษ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง

คาํ อธิบายรายวิชา

ปฏิบัตติ ามคําส่งั คําขอรอ ง ฟง -พดู เพอื่ ความเขาใจและแลกเปลยี่ นขอมลู สรา งความสัมพนั ธร ะหวางบุคคล พูดแสดงความ
ตอ งการของตนเองดวยขอ ความส้ันๆ งายๆ ออกเสียงตัวอักษร กลุมคํา และประโยคเดี่ยวไดถูกตองตามหลักการออกเสียง เขาใจ
รูปแบบพฤติกรรมการสอื่ สารของเจาของภาษา พูดและทาํ ทา ทางประกอบตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจาของภาษาได ในวง
คําศพั ทท ีเ่ ปนรปู ธรรมประมาณ 150 คํา ในหัวเร่ืองเก่ียวกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น สิ่งแวดลอ มใกลตวั อาหาร เครอ่ื งดื่ม และ
นันทนาการ

Teacher’s Book New Say Hello 2 VII

การจัดหนว ยการเรียนรู

รายวิชาพ้ืนฐานภาษาอังกฤษ
ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง

Unit Topic Time/Hours

1 School Time 6
2 In My Class 6
3 My Face 4
4 My Clothes 6
5 My Family 7
6 On the Farm 6
7 Happy Birthday 5

Total 40

VIII Teacher’s Book New Say Hello 2

การออกแบบหนว ยการเรียนรู

Unit 1 School Time เวลา 6 ชว่ั โมง

1. สาระสาํ คัญ

การเรยี นรูเกี่ยวกับการใชภาษาในการทักทาย ใหขอ มูลงายๆ เกย่ี วกับตนเอง เขาใจประโยคคําสง่ั รจู ักพยัญชนะ สระ และ
สะกดชื่อเปนภาษาอังกฤษได จะเปนความรเู บอื้ งตนสาํ หรับการใชภ าษาองั กฤษในหองเรียน

2. เปา หมายการเรียนรู

2.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตัวชี้วัดชั้นป

ต 1.1 ป.2/1, 2, 4
ต 1.2 ป.2/1, 2, 4
ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1, 3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1

2.2 สาระการเรยี นรู

2.2.1 ความรู

Function Structure Vocabulary Pronunciation
evening, morning, afternoon,
1. – Greetings – Good (morning). name

– Introducing oneself – My name’s (Bunny). year, he, she, fine, old
– Asking for and giving – What’s your name?
information about names
My name’s (Jip-Jip).

2. – Exchanging greetings – How are you?
– Giving information about I’m fine, thank you. And you?
I’m fine, thank you.

– This is (Peter).

names and ages (He) is (seven) years old.

Teacher’s Book New Say Hello 2 1

Function Structure Vocabulary Pronunciation
alphabet, give, have, please
3. Making and responding to – Do you have an “a”?

requests Yes, I do./No, I don’t.

– Give me your (“a”), please.

Here you are.

– Thank you.

You’re welcome.

4. – Giving commands – (Walk) to the letter (A). vowel, consonant, orange,
umbrella, ice cream cone, apple
– Giving information about – We are consonants/vowels.
name tag, learn, read, talk, play
consonants and vowels

5. – Describing activities at – At school, we (play).

school

– Making and responding – Spell your name, please.

to requests (P-I-M)

– Asking for and giving – How old are you?

information about ages I’m (eight) years old.

6. Reviewing sounds and – Good (morning). morning, year, vowel, orange, /v/
umbrella, give, learn, old, please
evaluating language – Give me your (“a”), please.

progress: vocabulary and Here you are.

structures from this unit – At school, we (play).

– How old are you?

I’m (eight) years old.

2.2.2 ทักษะการเรยี นร/ู กระบวนการคิด
1) ทกั ษะการฟง การพูด
2) ทักษะการเลียนเสยี งเพอ่ื สอ่ื ความ
3) ทักษะการคิด (การสังเกต การจําแนกเสียง การเดาความหมาย การสรา งองคความรู การสรุปองคความรู)
4) ทกั ษะกระบวนการกลมุ
5) ทกั ษะการสรางสรรคชน้ิ งาน
6) ทักษะการประเมินตนเอง

2.2.3 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
1) ความเช่อื มั่นและกลาแสดงออก
2) ความมวี นิ ัย
3) ความซอื่ สตั ย
4) การใฝเ รยี นรู
5) ความมงุ ม่ันในการทาํ งาน
6) การมีจติ สาธารณะ
7) ความสนุกสนานในการเรยี น

2 Teacher’s Book New Say Hello 2

3. ชดุ คําถามทีส่ ําคัญ

3.1 What can you do at school?
3.2 Do you know the word “name tag”?
3.3 How can you make it?

4. ภาระงาน

ทําปา ยชือ่ (name tag) และนําเสนอ

5. การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู

หลกั ฐาน กจิ กรรม ส่อื /อปุ กรณ
การทกั ทายและปฏบิ ัติตามคาํ ส่งั ฟง CD ฝก ทกั ทายและปฏิบัติตามคําสงั่ CD

การถาม-ตอบช่อื ฝก ถาม-ตอบช่ือและรองเพลง What’s Your Name? เพลง What’s Your Name?
การออกเสยี งตวั อกั ษรและคํา
– ออกเสียงสระและพยญั ชนะ – บทพดู เขา จังหวะ (chant)
การใหขอมลู เกี่ยวกับตนเอง – พดู บทพดู เขา จงั หวะ (chant) และเลนเกมจับคู – บัตรอักษร

การบอกกจิ กรรมทที่ ําในโรงเรียน ตัวอักษร CD/บตั รคํา/name tag
กจิ กรรมรวบรวมคําศพั ท
การทํา Mind Map สรุปองคความรู ถาม-ตอบเกีย่ วกับอายุและเขียนสะกดชื่อตนเอง
การประเมินตนเอง (ทาํ name tag)
การประเมินภาคความรู
อานออกเสียงและจับคูฝ ก CD/บัตรภาพ

จดคาํ ศัพทล งในสมุดบนั ทกึ คาํ ศัพท สมดุ บันทึกคาํ ศพั ท

ทํา Mind Map เกย่ี วกบั School Time กิจกรรม Mind Map

ทําแบบประเมินตนเองจากกิจกรรม (Things I can do.) แบบประเมนิ ตนเอง

ทําแบบทดสอบทา ยหนวย (Test yourself.) แบบทดสอบทายหนวย

6. แผนการวัดและประเมนิ ผล

6.1 ประเมนิ ตามสภาพจริงโดยใชแบบประเมิน ซึ่งมรี ายละเอยี ดการประเมินอยูในแผนการจดั การเรยี นรแู ตล ะแผน
6.2 ประเมนิ ดว ยแบบประเมนิ ตนเอง
6.3 ประเมินดว ยแบบทดสอบทา ยหนว ย

7. ความสัมพันธกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอ ืน่

7.1 ภาษาไทย
7.2 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
7.3 ศลิ ปะ

Teacher’s Book New Say Hello 2 3

8. แผนการจดั การเรยี นรู

ครั้งท่ี 1 SB หนา 1 WB หนา 1
1. เปา หมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตวั ช้วี ัดช้นั ป
ต 1.1 ป.2/1 ปฏิบตั ติ ามคําส่งั และคาํ ขอรอ งงา ยๆ ทฟ่ี ง
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอกั ษรและเสยี ง อานออกเสยี งคํา สะกดคํา และอานประโยคงา ยๆ ถกู ตอ งตามหลักการอาน
ต 1.2 ป.2/1 พูดโตต อบดวยถอยคาํ ส้ันๆ งา ยๆ ในการส่ือสารระหวา งบุคคลตามแบบที่ฟง
ต 1.2 ป.2/2 ใชคําส่งั และคําขอรองงา ยๆ ตามแบบที่ฟง
ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและใหข อ มลู งา ยๆ เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบทฟี่ ง
ต 2.1 ป.2/1 พดู และทําทาประกอบตามวฒั นธรรมของเจาของภาษา
ต 2.1 ป.2/3 เขารว มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกบั วัย
ต 2.2 ป.2/1 ระบุตัวอกั ษรและเสยี งตัวอกั ษรของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง /พดู ในสถานการณงา ยๆ ทีเ่ กิดข้นึ ในหองเรียน

1.2 ทักษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทกั ษะการเลียนเสียงเพอื่ ส่อื ความ

1.3 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1) ความเช่ือมนั่ และกลาแสดงออก
2) ความสนกุ สนานในการเรยี น

2. สาระการเรียนรู

Function: – Greetings
– Introducing oneself
– Asking for and giving information about names

Structure: – Good (morning).
– My name’s (Bunny).
– What’s your name?
My name’s (Jip-Jip).

Vocabulary: คาํ ศัพทใ หม
evening
คาํ ศัพททบทวน
morning, afternoon, name

4 Teacher’s Book New Say Hello 2

3. ภาระงาน/ช้นิ งาน/การปฏบิ ตั ิ

3.1 ทักทายเพื่อนใหม
3.2 บอกช่อื ตนเองและถามช่ือเพอ่ื น

4. แนวทางการประเมิน

เปาหมาย หลกั ฐาน วิธวี ดั เครือ่ งมอื
ตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ป.2/1 การปฏบิ ัตติ ามคาํ สัง่ และการออก ประเมินการฟงและการพูด แบบประเมินการฟง และ
ต 1.2 ป.2/2 คาํ สง่ั แทนครู การพดู
ต 1.1 ป.2/2 แบบประเมนิ การพูด
ต 1.2 ป.2/1 การอานออกเสยี งตาม CD ประเมินการพูด แบบประเมนิ การพดู
ต 1.2 ป.2/4 ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
กจิ กรรมทกั ทายและถาม-ตอบชอื่ ประเมนิ การพดู
ต 2.1 ป.2/1 แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
ต 2.1 ป.2/3 การถามช่ือเพอื่ นจากการทํา สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมินพฤติกรรม
ต 2.2 ป.2/1 กิจกรรมรอ งเพลง What’s Your สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ การพูด
ต 4.1 ป.2/1 Name? ประเมินการพูด แบบประเมินการพูด
การจับมือขณะทกั ทาย ประเมนิ การพดู
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
1. ความเช่ือมน่ั และกลา การรอ งเพลงและทํากิจกรรม

แสดงออก การออกเสยี ง /gʊd/
2. ความสนุกสนานใน
การพูดถามชือ่ เพื่อนในขัน้
การเรยี น Wrap up

การทาํ กิจกรรมถาม-ตอบช่ือ สังเกตความเช่ือมั่นและกลา แบบสงั เกตความเชื่อม่นั และ
ประกอบเพลง
แสดงออก กลา แสดงออก
การทาํ กจิ กรรมถาม-ตอบชื่อ
ประกอบเพลง สังเกตความสนกุ สนานใน แบบสังเกตความสนุกสนาน

การเรยี น ในการเรียน

5. กิจกรรมการเรยี นรู

1. Warm up
1.1 ครูทักทายนักเรียน และแนะนําตนเองดวยประโยค Hello, students. My name is (Kusaya). I’m your English

teacher in Grade 2. และพูดตอ ดวยภาษาไทยวา สวัสดคี ะ นักเรยี น ครูช่ือ (กุศยา) ครูเปนครูสอนภาษาอังกฤษในช้ัน ป.2 ครูพูดทํา
ความคุนเคยกบั นกั เรียนพอสมควร หลงั จากน้ันใหน ักเรียนแตล ะคนบอกชื่อตนเอง (Tell me your name, please.) (นักเรียนเคยเรียน
แลวในชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 1)

Teacher’s Book New Say Hello 2 5

1.2 ครูทบทวนประโยคคําสั่งที่นักเรียนเรียนมาแลว โดยครูพูดประโยค เชน Boys and girls, stand up. Boys, walk.
Girls, run. Boys and girls, stop. ใหนักเรยี นปฏิบตั ิตาม ครูพูดประโยค Take your seat. โดยครูเดินไปน่ังท่ี ใหนักเรียนปฏิบัติตาม
และสอบถามความหมาย หลังจากนัน้ ใหนกั เรยี นอาสาสมคั ร 3-4 คน ออกมาหนา ช้นั เรียนเปนผูออกคาํ ส่งั แทนครู

1.3 ครูแนะนําหนงั สือเรยี นโดยชหู นงั สอื เรยี น และสนทนาเกีย่ วกับช่อื หนงั สือและภาพทีเ่ ห็นบนหนาปก ใหนักเรียน
ออกเสียง New Say Hello 2 ตามครู และถามตอ ไปวาภาพกระตายท่เี ห็นนาจะเปนตัวผูหรอื ตัวเมีย อาจจะไดค าํ ตอบตางๆ กนั แตใน
ท่สี ดุ ควรสรปุ ไดวาเปน ตวั ผู เพราะสังเกตจากเครือ่ งแตง กาย ครูชี้แจงเพ่มิ เติมวา ในช้นั ประถมศึกษาปท่ี 2 นี้ นักเรยี นจะมีเพ่ือนเปน
กระตาย แทนนก Jip-Jip ในช้ันประถมศึกษาปที่ 1 ครูชูหนังสือเรียนและแบบฝกหัด ใหนักเรียนพูดคําวา Student’s Book และ
Workbook ตามครู

1.4 ครูเปด หนงั สือเรยี นพรอ มกบั นกั เรียนในหนาที่มีตัว Mascot ของหนังสือเรียนซ่ึงอยูกอนหนา 1 ครูถามนักเรียน
ตอไปวา เห็นภาพอะไร (กระตาย) ครูพูดตอวา Yes. A rabbit. ใหนักเรียนออกเสียง a rabbit พรอมกันหลายๆ คร้ัง ครูถามตอวา
What’s its name? (กระตายช่ืออะไรคะ) นักเรียนอาจบอกได เพราะสังเกตจากประโยคที่เขียนวา Hello! My name’s Bunny. ให
นักเรียนเดาวา Bunny พูดวาอะไร หลังจากนั้นครูชวยสรุปวา Bunny ชวนนักเรียนพูดคุย รองเพลง เลน และเรียน แลวตามดวย
ภาษาอังกฤษวา Hello! My name’s Bunny. Let’s talk, sing, play and learn! ใหนักเรยี นพดู ตามพรอ มกนั

2. Presentation
2.1 นกั เรียนทํากจิ กรรมที่ 1 Listen and say. ขอ A. Listen and repeat. ใน SB หนา 1 ใหนักเรียนดูภาพ Bunny และ

Jip-Jip กาํ ลังสนทนากนั ครูบอกนกั เรยี นวาจะไดฟ ง CD การสนทนาระหวางสัตว 2 ชนิดนี้ ใหนักเรียนตั้งใจฟง ครูเปด CD 1 ให
นกั เรยี นฟง 1 ครัง้ นักเรยี นไมต อ งพดู ตาม แตต ้ังใจฟง เสยี ง และอา นบทสนทนาตามในใจ ครเู ปด CD ครั้งท่ี 2 ใหนักเรียนพดู ตาม
ทลี ะประโยค ครูเปด CD ครัง้ ท่ี 3 ใหน กั เรียนพดู พรอ มกบั CD

CD Script 1
W: 1. Listen and say.

A. Listen and repeat.
Bunny: Good morning. My name’s Bunny. What’s your name?
Jip-Jip: Good morning, Bunny. My name’s Jip-Jip.

2.2 ครูถามนักเรียนวา Bunny และ Jip-Jip ทักกันวาอยางไร จะไดคําตอบวา Good morning. ครูเขียนคําวา Good
morning. บนกระดานดํา ใหน ักเรียนบอกความหมายในภาษาไทย (สวัสดีตอนเชา) ครูสนทนาตอไปเกี่ยวกับคําทักทายที่เคยเรียน
มาแลวในช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 เชน Hi, Hello พรอมทั้งวิธีใชคําเหลาน้ัน ครูเขียน Hi, Hello บนกระดานดํา และบอกนักเรียน
เพิ่มเติมวา Good morning. เปนคําทักทายเชนเดียวกัน แตใชเฉพาะเวลาเชาถึงกอนเท่ียงวัน ครูเขียน Good afternoon. และ Good
evening. เพิม่ เติม ใหน ักเรียนออกเสียงตามและบอกนักเรียนวา เปนคําทักทายเหมือนกัน Good afternoon. ใชทักทายในเวลาหลัง
เทีย่ งจนถงึ 6 โมงเย็น หรอื เมอื่ พระอาทิตยตกดนิ และทักทายกันดวยคําวา Good evening. หลังเวลา 6 โมงเย็น

2.3 ครูสนทนาเก่ียวกับการทักทายบุคคลวัยตางๆ ตามวัฒนธรรมไทย ใหนักเรียนบอกเกี่ยวกับการทักทายเพ่ือน
ทกั ทายผูใ หญ ซึง่ จะแตกตางกัน ทักทายผใู หญดว ยการไหวห รือกราบ ใหนักเรียนแสดงทาทางไหวพรอมๆ กัน แลวพูด สวัสดีคะ/
ครับ จากนั้นเปรียบเทียบกับการทักทายของชาวตางประเทศซึ่งจะทักทายดวยการจับมือ ครูสุมเลือกนักเรียน 2 คน ออกมาหนา
ช้นั เรียนแสดงทา ทางทักทายกนั ดว ยการจับมอื

6 Teacher’s Book New Say Hello 2

2.4 สมมุติใหน ักเรยี นท้ังหองเปน Jip-Jip และครูเปน Bunny สนทนาโตตอบกัน หลังจากนั้นแบงนักเรียนออกเปน
2 กลุม กลุมหนึ่งพูดบทคําพูดของ Jip-Jip อีกกลุมหน่ึงพูดบทคําพูดของ Bunny ครูคอยแกไขการออกเสียงใหถูกตองโดยเฉพาะ
การออกเสียง Good /gʊd/ เพราะนักเรยี นบางคนออกเสยี งเปน /gʊs/ เปรียบเทยี บเสยี งตัวสะกด /d/ ของคําวา Good วา คลายกับเสียง
สะกด “ด” ในภาษาไทย ตา งกนั ที่ /d/ เปนเสียงกอง แตเ สียง “ด” เปน เสยี งไมก อ ง ใหนกั เรยี นออกเสียงใหถ ูกตอ ง

3. Practice
3.1 ครูแนะนํานักเรียนวา ในการถามช่ือบุคคลอ่นื นนั้ ตามมารยาทแลวควรบอกชื่อตนเองกอน แลวจึงถามชื่อคนอื่น

เชน My name’s (Mary). What’s your name?
3.2 ใหน กั เรยี นจับคทู กั ทายตามแบบที่ไดฝกไวในข้ัน Presentation แตเปล่ียนช่ือ Bunny และ Jip-Jip ใหเปนชื่อของ

นักเรยี นเอง ใช Good morning. หรือ Good afternoon. ตามสถานการณจ ริง ใหน ักเรยี นจับมอื กันและกนั ขณะทักทาย
4. Production
4.1 นกั เรียนทํากิจกรรมที่ 1 Listen and say. ขอ B. Listen and sing. ใน SB หนา 1 ใหนักเรียนรองเพลง What’s Your

Name? ทํานอง Cha Cha Cha มีวิธีการทาํ กจิ กรรมดงั น้ี
– นกั เรียนอานเนอื้ เพลงตามครู
– ครูซกั ถามเกย่ี วกับเน้อื หาของเพลง ซงึ่ นักเรียนอาจตอบได เพราะเปนการถาม-ตอบชื่อที่เรียนมาแลว
– ครูเปด CD 2 ใหนักเรียนฟง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกนักเรียนไมตองรองตาม ใหรองตามทีละบรรทัดในครั้งที่ 2

และรอ งพรอมกบั CD ในครัง้ ท่ี 3

CD Script 2
1. Listen and say.

W: B. Listen and sing.
What’s Your Name?
Tune: Cha Cha Cha
What’s your name?
Tell me, what’s your name?
What’s your name?
Tell me, what’s your name?
My name’s (Bunny).

หลังจากน้ัน ใหนักเรียนนับ 1, 2 จนครบทุกคน แลวใหคนที่นับหมายเลข 1 จับมือเปนวงกลม 1 วง คนที่นับ
หมายเลข 2 จับมือเปนวงกลมอีก 1 วง ใหวงกลม 2 วงซอนกันอยู คนที่อยูวงในและวงนอกหันหนาเขาหากัน เมื่อครูเปดเพลง
นกั เรียนที่อยูตรงกนั ขามจะจับมือกัน รองเพลงถามและบอกชื่อ ตอจากนั้นคนที่อยูวงนอกเดินกาวไปดานขวา 1 กาว (Step to the
right.) รองเพลงตามและบอกชือ่ ทํากิจกรรมเชนนจี้ นจบเพลง ถามเี วลาพออาจเปด เพลง 2 คร้งั ได

4.2 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 1 Draw or paste your photo in the box (□). ใน WB หนา 1 ใหนักเรียนวาดภาพตนเอง
หรอื นําภาพถา ยมาติดกไ็ ด ตกแตง ใหส วยงาม พรอมเขียนชื่อใตภาพ ครูคอยชวยเหลือแนะนํา ใหนักเรียนแตละคนนําเสนอภาพที่
วาดและแนะนําชอื่ ตนเอง (My name’s …………… .)

5. Wrap up
5.1 ครูและนักเรยี นชว ยกนั สรปุ คาํ ทักทายและการถามชื่อเพื่อน
5.2 ใหน กั เรียนบอกชื่อตัวเองและถามชือ่ เพอ่ื น 2-3 คน เปนกิจกรรมสรปุ บทเรยี น
5.3 ครนู าํ ตัวอยางสมดุ บันทึกคําศพั ทท เ่ี รยี นแลวมาใหนักเรียนดู เสนอแนะใหนักเรียนบันทึกคําศัพท เพื่อการจดจํา

ดังนี้

Teacher’s Book New Say Hello 2 7

ตวั อยาง Word Meaning
No. bird

1

2 rabbit

ใหน ักเรยี นนําสมุด 1 เลม มาดวย เพ่ือใชเปน สมดุ บนั ทึกคาํ ศัพทในช่วั โมงเรียนตอไป

6. ส่ือ/แหลงการเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 1-2

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมลู เพ่ิมเตมิ สําหรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
– เนื่องจากเปนชั่วโมงแรกของชั้นเรียนใหม นักเรียนและครูยังไมคุนเคยกัน จึงอาจทําใหนักเรียนบางคนไมกลา

แสดงออก ครคู วรสรา งบรรยากาศในช้นั เรียนใหน ักเรียนมคี วามมั่นใจในตัวเอง และกลา พูดโดยไมกลัวผดิ
– ใหน กั เรียนทกั ทายและกลา วลาครูเปนภาษาอังกฤษทุกครงั้ ที่มกี ารเรยี นภาษาอังกฤษ

7.2 ขอ มูลเพ่มิ เตมิ สําหรบั ครู
– ในการพบกนั คร้งั แรกชาวอเมริกันจะจับมือทักทายกัน โดยเฉพาะในวงการธุรกิจ ผูหญิงจะเปนฝายย่ืนมือกอน

เสมอ วิธีการจับมือ (Shake hands) คอื การจับมือกันแนน เปน ระยะเวลา 2-3 วินาที แลวปลอย อาจมีวิธีการจับมือในแตละประเทศ
แตกตา งกัน บางประเทศอาจจะเพียงจบั มือกันเบาๆ และใชเ วลาจับมือกันนานกวา 2-3 วนิ าที

(อางองิ จาก Deena, R. Levine and others. The Culture Puzzle. New Jersey: Prentice-Hall, 1987)
– ครูควรระวงั การออกเสียง Good morning /gʊd /’mɔːnɪŋ ใหช ดั เจนและถูกตอง เพื่อเปนตัวอยางที่ดีของนักเรียนท่ี
เรมิ่ เรยี น เพราะนักเรียนจะออกเสียงเปน /gʊs/ เสมอ เสียงตัวสะกด /d/ คลายเสียง ด ในภาษาไทย ตางกันท่ีเสียง /d/ เปนเสียงกอง
สวนเสียง ด ในภาษาไทย เปนเสียงไมก อง
– การใช Good evening. จะใชทักทายในเวลาหลัง 6 โมงเย็นเปนตนไป แต Good night. จะใชกลาวลาในเวลา
กลางคืน ไมใชในการทกั ทาย

8. ความเหน็ ของผูบ ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

8 Teacher’s Book New Say Hello 2

9. บันทึกหลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

คร้งั ที่ 2 SB หนา 2-3 WB หนา 2-3

1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวช้ีวัดชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบตุ ัวอกั ษรและเสยี ง อา นออกเสยี งคาํ สะกดคาํ และอา นประโยคงายๆ ถูกตองตามหลกั การอา น
ต 1.1 ป.2/4 ตอบคําถามจากการฟงประโยค บทสนทนา หรอื นิทานงายๆ ท่ีมีภาพประกอบ
ต 1.2 ป.2/1 พดู โตต อบดว ยคําสัน้ ๆ งา ยๆ ในการสอื่ สารระหวา งบคุ คลตามแบบทฟ่ี ง
ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและใหข อ มูลงายๆ เกีย่ วกบั ตนเองตามแบบท่ีฟง
ต 1.3 ป.2/1 พดู ใหข อ มูลเกยี่ วกบั ตนเองและเรอื่ งใกลตัว
ต 3.1 ป.2/1 บอกคําศพั ททีเ่ กี่ยวของกบั กลุมสาระการเรยี นรอู ่ืน
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พดู ในสถานการณง ายๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในหอ งเรียน

1.2 ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทักษะการฟง การพดู
2) ทักษะการคดิ (การเดาความหมาย)
3) ทกั ษะกระบวนการกลุม
4) ทักษะการเลียนเสียงเพ่ือสื่อความ

1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1) ความเช่อื ม่นั และกลา แสดงออก
2) ความมวี นิ ยั

2. สาระการเรยี นรู

Function: – Exchanging greetings
– Giving information about names and ages

Structure: – How are you?
I’m fine, thank you. And you?
I’m fine, thank you.

– This is (Peter).
(He) is (seven) years old.

Vocabulary: คาํ ศพั ทใ หม

year, fine, old

คําศัพทท บทวน

he, she

Teacher’s Book New Say Hello 2 9

3. ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การปฏบิ ตั ิ

3.1 ฝกทกั ทาย
3.2 พูดบอกอายุ

4. แนวทางการประเมนิ

เปา หมาย หลักฐาน วธิ วี ดั เคร่ืองมือ
ตวั ชีว้ ดั
ต 1.1 ป.2/2 การพูดเลยี นแบบ Tom และ Peter ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
ต 1.1 ป.2/4 การตอบคาํ ถามหลังจากฟง CD ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การพูด
ต 1.2 ป.2/1 การฝกทกั ทายตาม CD ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพูด
ต 1.2 ป.2/4 การถาม-ตอบช่ือ และ How are you? ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
I’m fine, thank you. And you?
ต 1.3 ป.2/1 การนําเสนอภาพวาดตนเอง ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การพูด
ต 3.1 ป.2/1 การทบทวนจํานวนเลข ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การพูด
ต 4.1 ป.2/1 การถามอายเุ พอื่ นและนําเสนอ ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพดู
คุณลักษณะอันพึงประสงค
1. ความเช่อื มั่นและกลา การนาํ เสนอภาพตนเองหนาชัน้ เรียน สงั เกตความเชอ่ื มั่นและ แบบสงั เกตความเชือ่ ม่ันและ
กลา แสดงออก กลาแสดงออก
แสดงออก การปฏิบตั ิตามกติกาในการทาํ สังเกตความมีวนิ ยั แบบสงั เกตความมวี ินัย
2. ความมวี ินัย กิจกรรม

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Warm up
1.1 ทักทายนกั เรยี น และใหนกั เรียนทักทายตอบ (Good morning./ Good afternoon./ Hello.)
1.2 ครูสอนเก่ียวกับคําพูดที่ใชทักทายครูชาวตางประเทศวาตองใชช่ือสกุล เชน ครูชื่อ Molly Arno ตองเรียกครูวา

Ms. Arno หลังจากนน้ั จงึ ถามทุกขส ุข โดยใชประโยค How are you?
ครู : I’m fine, thank you. And you?
นักเรียน : I’m fine, thank you.

1.3 ครูออกไปนอกหอ งเรียน และเดนิ เขามาใหม ทักทายนักเรยี นตามรูปแบบท่ไี ดเสนอแนะในขอ 1.1-1.2
1.4 ครูทบทวนการนบั จํานวน 1-10 โดยใหนกั เรยี นพดู จํานวนนบั ตอ กัน

10 Teacher’s Book New Say Hello 2

2. Presentation
2.1 นกั เรียนทํากจิ กรรมที่ 1 Listen and say. ขอ C. Listen and repeat. ใน SB หนา 2 ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับ

ภาพท่ีเหน็ ในหนา น้ีวา นักเรยี นเหน็ อะไรบา ง (เหน็ เดก็ ชาย 2 คน กาํ ลังสนทนากนั ดวยประโยคทจี่ ะไดฟ ง จาก CD) และบอกนักเรียน
วา นักเรียนจะไดฟงบทสนทนาจาก CD ใหทายวาจากภาพที่ใหไว เด็กชาย 2 คนนี้ รูจักกันมากอนหรือไม หลังจากน้ันครูใหฟง
CD 3 ในการฟงครั้งท่ี 1 นักเรียนไมตองพูดตาม แตต้ังใจฟงเสียงและอานตามในใจ ครูเปด CD คร้ังท่ี 2 ใหนักเรียนพูดตามทีละ
ประโยค ครเู ปด CD ครัง้ ที่ 3 ใหนักเรียนพูดพรอ มกบั CD

CD Script 3
1. Listen and say.

W: C. Listen and repeat.
Tom: Good afternoon, I’m Tom.
What’s your name?
Peter: Hello! My name’s Peter. How are you?
Tom: I’m fine, thank you. And you?
Peter: I’m fine, thank you.

2.2 ซักถามเกีย่ วกับความหมายของบทสนทนา เปรียบเทยี บกบั สง่ิ ทีเ่ ดาไวว า ตรงหรือไม (เด็กชาย 2 คนไมรูจักกันมา
กอน) สังเกตไดจากประโยคใด (I’m Tom. What’s your name?) เวลาท่ี Tom และ Peter พบกนั คอื เวลาใด (afternoon)

2.3 ครูเขียนประโยค How are you? และ I’m fine, thank you. บนกระดานดาํ สอน 2 ประโยคนี้ โดยเตรยี มนักเรียนที่
พอจะสือ่ สารกนั ไดเ อง 2 คน ออกมาหนาหอ ง สนทนาดวยบทของ Peter และ Tom ครูซักถามความเขาใจของการถาม-ตอบจนได
ขอสรุปวา How are you? (สบายดีไหม) และ I’m fine, thank you. (ฉนั สบายดี ขอบคณุ ท่ถี าม)

2.4 ครพู ดู บทพดู ของ Tom และนกั เรยี นพดู บทพูดของ Peter และสลับบทบาทระหวางครูและนักเรียน หลังจากน้ัน
แบงนักเรยี นออกเปน 2 กลมุ พูดบทของ Tom และ Peter ครสู งั เกตและประเมนิ ความถูกตอ งของการออกเสียง

2.5 นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ี 1 Listen and say. ขอ D. Listen and repeat. ใน SB หนา 2 ครูเปด CD 4 ใหน ักเรยี นฟงและ
พดู ตาม 2-3 คร้งั

CD Script 4
1. Listen and say.

W: D. Listen and repeat.
1. This is Tom. He is seven years old.
2. This is Peter. He is seven years old.
3. This is Pim. She is eight years old.
4. This is Bunny. It is six years old.

หลังจากน้ันครูเปด CD อีกครัง้ ใหนักเรียนช้ที ่ีภาพขณะฟง CD แลวครูถามขอ มูลทีฟ่ ง และอา น ดังน้ี
How old is Tom? (Seven.)
How old is Peter? (Seven.)
How old is Pim? (eight.)
How old is Bunny? (Six.)
ครูอธิบายวา How old …? เปน การถามอายุ และใหน ักเรยี นใชป ระโยค How old …? นถ้ี ามเพอ่ื นเพอ่ื ฝกการใชประโยค
คําถาม-คําตอบในการถามอายุ

Teacher’s Book New Say Hello 2 11

3. Practice
3.1 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 2 Look and say. ขอ A. Talk with your friends. ใน SB หนา 3 โดยใหนักเรียนจับคู

ถาม-ตอบตามแบบ Tom และ Peter โดยใชข อมูลของนักเรียนเอง
3.2 นักเรยี นทาํ กิจกรรมท่ี 2 Read and match. ใน WB หนา 2 ใหนักเรียนดรู ูปภาพเทียนทปี่ ก บนขนมเคก และสนทนา

ถึงความหมายของการปก เทยี นบนขนมเคก อยา งน้ี ควรจะเปน งานอะไร (วนั เกิด) และจํานวนเทียนหมายถึงอะไร (อายุของเจาของ
วันเกิด) ใหนักเรียนอานประโยคบอกอายุในวงคําพูด และนับจํานวนเทียนที่ปกบนขนมเคก แลวจับคูภาพและประโยคที่มี
ความหมายเหมอื นกนั โดยเขียนหมายเลข 1-3 ใน □ หนา รปู ภาพ

Answers
2. Read and match.

Match the sentences with the pictures. Write numbers 1-3 in the boxes (□).

2

1

3

3.3 นักเรยี นทํากิจกรรมท่ี 3 Trace the letters. ใน WB หนา 3 นกั เรยี นเขียนประโยคทใี่ หไ วตามเสน ประ เพ่อื ทบทวน
การเขียนประโยคภาษาอังกฤษ และการเขยี นตัวอักษร

12 Teacher’s Book New Say Hello 2

4. Production
นักเรียนเขยี นอายุเพิ่มเติมใตภาพวาดหรือภาพถายท่ีทําไวแลวใน WB หนา 1 นําเสนอภาพหนาชั้นเรียน 3-4 คน ครู

ตรวจสอบการออกเสียงและความถกู ตอง
5. Wrap up
5.1 ใหน ักเรียนชวยกันสรุปการบอกเกีย่ วกบั อายุดว ยประโยค How old …….?
5.2 นกั เรียนจดคําศัพทท่ไี ดเรยี นในคาบน้ีลงในสมุดที่เตรียมมา

6. สือ่ /แหลง การเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 3-4
6.4 สมดุ บนั ทึกคําศัพท

7. กิจกรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิม่ เติมสาํ หรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ถามเี วลาพอครูอาจใหน ักเรยี นเลอื กถามอายุของเพ่อื น 2-3 คน และนาํ ขอ มลู ที่ไดมาพดู หนาชน้ั เรยี น โดยใชประโยค

(Tom) is (seven) years old. (Tim) is (eight) years old. And (Pim) is (eight) years old. เปนตน การทใ่ี หน ักเรียนในวยั นไ้ี ดเ ปลยี่ น
อริ ิยาบถบอยๆ จะทาํ ใหเ รยี นภาษาไดอยางสนุกสนาน

7.2 ขอมลู เพ่ิมเติมสาํ หรับครู
– การเอย ชือ่ ครูอยา งสุภาพในวัฒนธรรมของเจาของภาษา คือ
Mrs. นาํ หนาชือ่ สกุลหญิงทีแ่ ตงงานแลว
Miss นําหนาชือ่ สกุลหญิงทย่ี งั ไมแตง งาน
หรือใช Ms. /mɪz/ นาํ หนาชอ่ื สกุลหญิงทีไ่ มทราบวาแตงงานแลว หรอื ยังไมแ ตงงาน
Mr. (Mister) นําหนา ชื่อสกุลชายท้งั ท่แี ตง งานแลว และยงั เปน โสดอยู

7.3 ครูสอนเพม่ิ เตมิ

8. ความเห็นของผบู ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Teacher’s Book New Say Hello 2 13

ครง้ั ที่ 3 SB หนา 4-5 WB หนา 4-7
1. เปาหมายการเรียนรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวชวี้ ัดชน้ั ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบตุ ัวอักษรและเสยี ง อานออกเสียงคาํ สะกดคาํ และอา นประโยคงา ยๆ ถกู ตองตามหลักการอา น
ต 1.2 ป.2/1 พูดโตต อบดว ยคาํ สน้ั ๆ งา ยๆ ในการส่ือสารระหวา งบุคคลตามแบบที่ฟง
ต 2.1 ป.2/3 เขา รวมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกบั วัย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พดู ในสถานการณงายๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในหองเรียน

1.2 ทักษะกระบวนการเรียนรู
1) ทักษะการฟง การพูด
2) ทักษะการคดิ (การสังเกต การจําแนกเสียง)
3) ทกั ษะการเลียนเสียงเพอ่ื ส่อื ความ

1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
1) ความมวี ินยั
2) ความมุงมน่ั ในการทาํ งาน
3) ความเชื่อมน่ั และกลาแสดงออก

2. สาระการเรยี นรู

Function: Making and responding to requests
Structure: – Do you have an “a”?

Yes, I do./No, I don’t.
– Give me your (“a”), please.

Here you are.
– Thank you.

You’re welcome.
Vocabulary: คําศพั ทใหม

alphabet, give
คําศัพทท บทวน
have, please

3. ภาระงาน/ชิน้ งาน/การปฏิบตั ิ

3.1 ออกเสียงตวั อักษร
3.2 เลนเกมจับคตู วั อักษร
3.3 เขยี นตามเสน ประ

14 Teacher’s Book New Say Hello 2

4. แนวทางการประเมนิ

เปาหมาย หลักฐาน วิธีวดั เครื่องมอื
ตัวชวี้ ดั
ต 1.1 ป.2/2 การพดู ออกเสียงตัวอกั ษร ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
ต 1.2 ป.2/1 การพูดในกจิ กรรมเลนเกมจับคตู ัวอักษร ประเมนิ การพูด แบบประเมินการพดู
ต 2.1 ป.2/3 การรองเพลงและทําทาประกอบเพลง สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมินพฤติกรรม
ต 4.1 ป.2/1 การทํากิจกรรมจบั คตู ัวอักษร ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพดู
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ความมีวินัย การเคารพกติกาในการทํากิจกรรม สงั เกตความมวี ินัย แบบสังเกตความมีวินยั
2. ความมุงม่ันในการทํางาน ความตั้งใจในการทําแบบฝก หัด สงั เกตความมุงมั่นใน แบบสงั เกตความมุงมน่ั
การทํางาน ในการทาํ งาน
3. ความเช่อื มั่นและกลา การทาํ กจิ กรรมจบั คูตัวอกั ษร สังเกตความเชื่อม่ันและ แบบสังเกตความเชอื่ มัน่
แสดงออก กลาแสดงออก และกลา แสดงออก

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Warm up

1.1 ครชู บู ัตรตวั อกั ษร 4-5 ตัว ใหน กั เรียนอา นอยางรวดเรว็

1.2 ครตู ดิ แผนภูมิเพลง A B C song บนกระดานดํา ใหนักเรยี นออกเสียงตัวอักษรและรองเพลงพรอมกัน (นักเรียน

เคยเรียนแลวในชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 1) นกั เรยี นทําทาประกอบเพลงตามใจชอบ

2. Presentation

2.1 นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่ 2 Listen and say. ขอ B. Say the letters. ใน SB หนา 4 นักเรยี นอานตัวอักษรในหนา น้ีตาม

ครใู หถ กู ตอง หลังจากนนั้ ครูเขยี นกลุมตัวอักษรบนกระดานดาํ เปน 7 กลมุ ใหน ักเรียนออกเสยี งตามครู

กลุมที่ 1 a h j k กลุมที่ 2 b c d e g p t v z

กลุมที่ 3 f l m n s x กลมุ ที่ 4 o

กลมุ ท่ี 5 i y กลุมท่ี 6 q u w

กลุมท่ี 7 r

ใหนกั เรียนสงั เกตการออกเสียงตัวอักษรแตละกลุม และบอกวานาจะเปนเสียงสระใด ครูสรุปใหนักเรียนฟงวา

See also  [Update] กริยา 3 ช่อง 500 คำที่ใช้บ่อย พร้อมคำแปล - หมวด Regular Verbs | กริยา3ช่อง play - NATAVIGUIDES

แตละกลมุ เปนเสียงสระใด ใหค รูออกเสยี งดังนี้

กลมุ ท่ี 1 ออกเสียง /eɪ/ กลมุ ที่ 2 ออกเสียง /iː/
กลุมท่ี 3 ออกเสยี ง /e/ กลมุ ที่ 4 ออกเสยี ง /oʊ/
กลมุ ท่ี 5 ออกเสียง /aɪ/ กลุมท่ี 6 ออกเสียง /uː/

กลมุ ท่ี 7 ออกเสยี ง /ɑːr/
2.2 นักเรยี นทํากิจกรรมที่ 3 Listen, repeat and talk with your friends. ขอ A. Listen and repeat. ใน SB หนา 5 ครูเปด

CD 5 ใหน ักเรียนฟง 3 คร้งั ครง้ั แรกใหน กั เรยี นตงั้ ใจฟง และอานตามในใจ คร้ังท่ี 2 ใหนักเรียนอานตาม CD ทีละประโยค และฟง

คร้งั สุดทายใหน ักเรียนพดู พรอ มกับ CD

Teacher’s Book New Say Hello 2 15

CD Script 5
3. Listen, repeat and talk with your friends.

W: A. Listen and repeat.
Play the card game

G: Do you have an “a”?
B: Yes, I do.
G: Give me your “a”, please.
B: Here you are.
G: Thank you.
B: You’re welcome.
3. Practice
3.1 ครตู ิดปายกลมุ 7 กลมุ ตามเสียงตวั อกั ษรไวรอบหอ ง แจกบตั รตัวอกั ษรทุกตวั ใหนักเรียน และใหนักเรียนเขากลุม
ตามเสียงตวั อกั ษร เม่ือไดก ลมุ แลว ใหแตล ะกลมุ ออกเสียงตัวอักษรกลมุ น้นั ๆ
3.2 ครใู หน กั เรียนจบั คสู นทนาตามรูปแบบประโยคที่ไดฟ งจาก CD ครูสงั เกตความถกู ตองและใหคําแนะนําเพื่อนําสู
การทาํ กิจกรรมขน้ั ตอ ไป
4. Production
4.1 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 3 Listen, repeat and talk with your friends. ขอ B. Play the card game. ใน SB หนา 5 ครู
ชแ้ี จงวิธเี ลน เกมจับคตู ัวอกั ษรดังน้ี
อปุ กรณ บตั รตวั อกั ษรตวั พิมพเ ลก็ อยางนอ ย 9 คู
วธิ ีเลน แบงผเู ลน เปนกลมุ กลมุ ละ 4 คน
– ใชบัตรตัวอักษรตัวพมิ พเ ลก็ อยางนอย 9 คู สลบั บัตรใหค ละกัน ควํา่ หนาไวตรงกลาง
– แตล ะคนหยิบบตั รคนละ 2 ใบ ถาไดบ ัตรตัวอักษรเดยี วกันใหห งายบตั รตรงกลาง ถอื วาเปน ผูชนะ ถา มีผูไดบัตร
ตวั อักษรเดียวกนั มากกวา 1 คน ใหเ รมิ่ เลนใหมโดยสลับบัตรตวั อกั ษรอกี คร้งั แตถา ไดบตั รไมเ หมือนกัน สมมุติวาผูเ ริม่ เลนมี a อยูใน
มือ ใหช บู ัตรตวั a ใหเ พ่ือนดแู ละถามเพือ่ นดานซา ยมือวา Do you have an “a”?
เพือ่ นตอบ : Yes, I do. (ถา มี a ในมือ)
คนถาม : Give me your “a”, please.
เพือ่ นตอบ : Here you are. (พดู พรอ มกับย่ืนบัตรตวั a ให)
คนถาม : Thank you.
เพอื่ นตอบ : You’re welcome.
เพ่ือนคนที่ยื่นบัตรตัวอักษรใหจะหยิบบัตรจากกลางวงข้ึนมาถือไวแทน 1 บัตร สวนคนถามตองหงายบัตร
ตวั อักษรท้งั คูใ หเ พือ่ นเหน็ และหยิบบตั รเพม่ิ อกี 1 ใบ ในกรณีคนที่ถกู ถามไมม ีบัตรตัวอกั ษรตรงกับผถู าม คนทถ่ี กู ถามตองพูดวา No,
I don’t. ผูถามจะตอบวา Thank you. และใหเ พอ่ื นคนถัดไปเลน เกมตอ ทําเชนนี้จนหมดบัตรตัวอักษร ผูท ไ่ี ดค มู ากท่ีสุดเปน ผูชนะ
– ครสู าธติ วิธเี ลนเกมจนเห็นวานักเรียนเขาใจ อธิบายนักเรียนวาในการถาม Do you have (an) (“a”)? นั้น a ใช
นําหนาตัวอกั ษรทข่ี ึ้นตนดว ยเสียงพยญั ชนะ ไดแก b, c, d, g, j, k, p, q, t, u, v, w, y, z สวน an ใชนําหนาตัวอักษรที่ข้ึนตนดวยเสียง
สระ ไดแ ก a, e, f, h, i, l, m, n, o, r, s, x ดงั นน้ั ตัวอกั ษรท่ีใช a/an นําหนา จงึ มที ้งั พยญั ชนะและสระ แลวใหน กั เรยี นเลน เกม
– ขณะนกั เรียนเลนเกมครูคอยชวยเหลอื แนะนาํ

16 Teacher’s Book New Say Hello 2

4.2 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 4 Connect the dots from A-Z and write the words. ใน WB หนา 4 นักเรียนโยงเสน
ตามลาํ ดับตวั อักษร และบอกวาภาพทเ่ี ห็นคอื อะไร ใหแ ขงกันบอกชอื่ ภาพ

Answers
4. Connect the dots from A-Z and write the words.

– AN APPLE
– a cat

5. Wrap up
นักเรยี นทาํ กิจกรรมท่ี 5 Trace the letters. ใน WB หนา 5-7 ใหนักเรยี นเขียนตวั อกั ษรตามเสน ประเปนการบาน

6. สอ่ื /แหลงการเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 5
6.4 บตั รอกั ษร a-z
6.5 แผนภมู ิเพลง A B C song
6.6 ปา ยกลมุ ตามเสียงตวั อักษร
6.7 บัตรตัวอกั ษรตวั พิมพเล็ก (อยางนอ ย 9 ค)ู

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิ่มเตมิ สําหรบั ครู

7.1 กจิ กรรมเสนอแนะ
– ครคู วรฝก ออกเสยี งตวั อกั ษรใหถ ูกตอ งกอ นสอน
– ใหนักเรยี นแตละคนทําบตั รอกั ษรสําหรับเลนเกมในเวลาวา ง

7.2 ขอ มลู เพ่มิ เติมสาํ หรับครู
– ครคู วรฝกการออกเสียงกลุมของตัวอักษรในกจิ กรรมท่ี 2 Listen and say. ขอ B. Say the letters. ใน SB หนา 4 ให

ถกู ตอ ง ดังนี้
กลุม ที่ 1 ออกเสียง /eɪ/
กลุมที่ 2 ออกเสียง /iː/
กลุมที่ 3 ออกเสียง /e/
กลมุ ท่ี 4 ออกเสยี ง /oʊ/
กลมุ ที่ 5 ออกเสยี ง /aɪ/
กลมุ ที่ 6 ออกเสยี ง /uː/
กลมุ ท่ี 7 ออกเสียง /ɑːr/

สัทอักษรทีใ่ ชในคูม ือครยู ึดตาม IPA (The International Phonetic Alphabet) ตามท่ปี รากฏใน Hornby A S, Oxford
Advanced Learner’s Dictionary of Current English. 5th ed. England: Oxford University Press, 1995.

Teacher’s Book New Say Hello 2 17

8. ความเหน็ ของผูบริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บันทึกหลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกป ญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ครั้งที่ 4 SB หนา 6-9 WB หนา 8
1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวช้วี ัดชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/1 ปฏบิ ตั ติ ามคําสั่งและคาํ ขอรอ งงายๆ ท่ีฟง
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตวั อกั ษรและเสียง อานออกเสียง สะกดคํา และอา นประโยคงายๆ ถกู ตอ งตามหลักการอา น
ต 1.2 ป.2/2 ใชค ําส่งั และคาํ ขอรอ งงา ยๆ ตามแบบทีฟ่ ง
ต 2.2 ป.2/1 ระบุตวั อักษรและเสียงตวั อักษรของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง /พูดในสถานการณง า ยๆ ท่เี กดิ ข้นึ ในหอ งเรยี น
ต 4.2 ป.2/1 ใชภ าษาตา งประเทศเพอื่ รวบรวมคาํ ศัพททเ่ี ก่ยี วของใกลตัว

1.2 ทักษะกระบวนการเรียนรู
1) ทักษะการฟง การพดู
2) ทกั ษะการคิด (การสังเกต)

1.3 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
1) การใฝเรียนรู
2) ความมุง ม่ันในการทาํ งาน
3) ความเชอ่ื มนั่ และกลาแสดงออก

2. สาระการเรยี นรู

Function: – Giving commands
– Giving information about consonants and vowels

Structure: – (Walk) to the letter (A).
– We are consonants/vowels.

Vocabulary: คาํ ศัพทใหม
vowel, consonant, orange, umbrella, ice cream cone
คาํ ศัพททบทวน
apple

18 Teacher’s Book New Say Hello 2

3. ภาระงาน/ช้นิ งาน/การปฏบิ ัติ

3.1 ทําแบบฝกหัดการเตมิ a หรอื an นําหนาคํานาม
3.2 บันทึกคาํ ศพั ทที่เรียนลงสมุด

4. แนวทางการประเมิน

เปาหมาย หลักฐาน วิธวี ดั เครอื่ งมือ
ตวั ชีว้ ัด
ต 1.1 ป.2/1 การปฏบิ ตั ิตามคําสัง่ และการออกคําสงั่ ใน ประเมนิ การฟง และ แบบประเมนิ การฟงและ
ต 1.2 ป.2/2 กจิ กรรมเกม Simon Says การพดู การพูด
ต 1.1 ป.2/2 การอา นออกเสียงสระและพยญั ชนะ ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพดู
ต 2.2 ป.2/1 การพูดเปรยี บเทียบการออกเสยี ง ประเมินการพูด แบบประเมนิ การพูด
พยญั ชนะภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ต 4.1 ป.2/1 การเลนเกม Simon Says ประเมนิ การฟงและ แบบประเมนิ การฟงและ
การพูด การพดู
ต 4.2 ป.2/1 การรวบรวมจดบนั ทึกคําศัพท ตรวจสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท สมุดบนั ทกึ คาํ ศพั ท
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. การใฝเ รยี นรู ความตงั้ ใจในการฝกออกเสียง สงั เกตการใฝเรยี นรู แบบสังเกตการใฝเ รียนรู
2. ความมงุ ม่ันในการทาํ งาน ความมุงมัน่ ในการจดั ทําสมดุ บนั ทึก สังเกตความมุง มั่นใน แบบสงั เกตความมุงมน่ั
คําศัพท การจัดทาํ สมุดบันทกึ ในการทาํ งาน
3. ความเชอื่ มั่นและกลา คําศัพท
แสดงออก การกลา ออกมาเปน ผอู อกคําส่งั ในการทํา สงั เกตความเช่อื มน่ั และ แบบสงั เกตความเชื่อมั่น
กจิ กรรม Simon Says กลา แสดงออก และกลา แสดงออก

5. กิจกรรมการเรยี นรู

1. Warm up
ครทู บทวนประโยคคําสงั่ ที่เคยเรยี นมาแลว โดยเลนเกม Simon Says วิธเี ลนคอื ครูตดิ บัตรตวั อกั ษร A-Z ไวต ามสถานท่ี

ตา งๆ ในหอ งเรยี น เชน บนโตะ ครู บนพ้ืน ที่หนาตาง ประตู เกา อ้ี ฯลฯ โดยใชคาํ ส่งั ตอ ไปน้ี
– Walk to the letter (A).
– Run to the letter (B).
– Point to the letter (C).

วิธเี ลน ครเู ปน ผสู ่ังใหน กั เรียนปฏิบัติตาม โดยมีกติกาวา ถาครูพูด Simon Says หนาประโยคคําสั่งใดๆ ใหนักเรียน
ปฏิบัติตาม แตถ าไมม ี Simon Says หนา ประโยค นักเรียนไมต องปฏิบตั ิตาม ครูทํากิจกรรมเปนตัวอยาง 3-4 ประโยค เมื่อนักเรียน
เขาใจดีแลว ใหน กั เรยี นอาสาสมคั รออกมาเปน ผูสง่ั แทน

Teacher’s Book New Say Hello 2 19

2. Presentation
2.1 นักเรยี นทํากจิ กรรมท่ี 4 Listen and say. ขอ A. Point to the letters and say. ใน SB หนา 6 ครดู ําเนินกจิ กรรมดงั นี้
– ครตู ดิ แผนภมู ติ ัวอักษรบนกระดานดํา บอกนักเรียนวาจะไดฟง CD 6 ซ่ึงเปนบทพูดเขาจังหวะ ในบทพูดเขา

จงั หวะนม้ี คี าํ ศพั ทใหม 2 คํา ครูเขียน vowels และ consonants บนกระดานดาํ และใหน ักเรยี นดคู ํานีใ้ น SB หนา 6 ใหนักเรียนเดาวา
vowels และ consonants นาจะหมายความวาอยางไร ครูชวยสรุปอกี ครั้งหนึ่ง (สระและพยัญชนะ) ใหนักเรียนออกเสียงตามครู 3-4
ครงั้ ครูบอกนกั เรียนวา vowels คอื ตัวอกั ษรทเ่ี ปนสระ ไดแ ก a, e, i, o, u ครเู ขียนวงกลมรอบตัวอักษร a, e, i, o, u สวน consonants
คือ พยัญชนะ (ตัวอักษรทุกตัวยกเวน a, e, i, o, u) ใหนักเรียนบอกตัวอักษรที่เปนพยัญชนะพรอมกัน ฝกใหนักเรียนออกเสียง
vowels และ consonants ใหถกู ตอง แลว ใหนกั เรยี นฟง บทพูดเขาจงั หวะ ชี้ตามตัวอกั ษรโดยไมพ ูดตามในครั้งท่ี 1 ใหนักเรยี นพดู ตาม
ในคร้งั ท่ี 2 และใหออกเสียงพรอมกันตามครูอีกครั้งหนง่ึ เม่ือนักเรียนออกเสียงไดแลว ใหปรบมือเปนจงั หวะขณะพดู

CD Script 6
4. Listen and say.

W: A. Point to the letters and say.
Let’s chant
AEIOU
Yes, yes, yes!
We are vowels.
BCDFGH
JKLMNPQRS
TVWXYZ
We are consonants.
Yes, yes, consonants.
We are consonants.

– ครใู ชบัตรตวั อกั ษรชขู ึ้นทลี ะตัว ใหนกั เรียนบอกวา เปน consonant หรือ vowel เม่อื นักเรยี นเขาใจดีแลว ครูแจก
ตัวอักษรท้ังหมดใหนกั เรียนถอื ไว ครูติดแถบประโยค We are vowels. และ We are consonants. ไวท ่ีฝาผนังของช้ันเรียน ใหน กั เรยี น
เขา กลมุ อกั ษรของตนตามปาย เมอื่ ไดกลมุ แลวพูดตามแถบประโยคพรอ มกนั

2.2 นกั เรียนทํากิจกรรมที่ 4 Listen and say. ขอ B. Look, listen, point and repeat the letters. ใน SB หนา 7 นักเรียน
ฟงและออกเสยี ง vowels ตาม CD 7 สงั เกตการออกเสยี งของอกั ษรทข่ี ีดเสน ใต ใหน ักเรียนเปรียบเทียบเสยี งสระในภาษาอังกฤษ คือ
a, e, i, o, u ท่นี าํ หนา คําศัพทค ลายเสยี งอะไรในภาษาไทย

CD Script 7
4. Listen and say.

W: B. Look, listen, point and repeat the letters.
Vowels
apple
elephant
ice cream
orange
umbrella
a e io u

20 Teacher’s Book New Say Hello 2

2.3 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 4 Listen and say. ขอ C. Look, listen, point and repeat the letters. ใน SB หนา 8 ครูเปด
CD 8 นกั เรยี นฟง และออกเสียง consonants ตาม CD 2-3 ครัง้

CD Script 8

4. Listen and say.

W: C. Look, listen, point and repeat the letters.

Consonants

b bird c cat d dog f fan

g goat h hut j jug k kite

l lion m monkey n nest p pen

q queen r ring s snake t tiger

v vase w wig x xylophone y yo-yo

z zebra

ครทู บทวนการออกเสยี งพยญั ชนะ โดยอธิบายเพม่ิ เติม เชน

อกั ษร c /siː/ ออกเสียงเปน /k/ เชน can, cat, cow ซง่ึ คลายการออกเสียง “ค” ในภาษาไทย หรือออกเสียงเปน

/s/ เชน cell, cent, city ซง่ึ คลายการออกเสยี ง “ซ” ในภาษาไทย

อักษร t /tiː/ ออกเสียงเปน /t/ เชน talk, tell, toy ซงึ่ คลา ยการออกเสียง “ท” ในภาษาไทย

ดงั น้นั เม่อื นกั เรียนสะกดคําวา cat จงึ ออกเสียงเปน /kæt/ เปนตน ยกตัวอยางการประสมอักษรเชน นก้ี บั คําพยางค

เดยี วงายๆ และใหนักเรียนเปรียบเทียบเสียงพยัญชนะภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เชน dog ออกเสียงเปน /dɔːg/ อักษร d /diː/ จะ

ออกเสยี งคลาย ด ในภาษาไทย แตเ สียงอกั ษร d เปนเสียงกอ ง สวนเสยี งอักษร ด เปนเสียงไมกอ ง

2.4 นักเรยี นทํากิจกรรมท่ี 5 Look, listen and repeat. ใน SB หนา 9 บอกคาํ ศัพทท ีใ่ หไวซ งึ่ เปน คาํ ศัพทที่นักเรียนเรียน

มากอนแลว ครูเปด CD 9 ใหนักเรียนอานออกเสียงตาม CD 2-3 คร้ัง หลังจากน้ันใหนักเรียนสังเกตตัวอักษรตัวแรกของคําศัพท

เหลานัน้ ดา นซายมอื ขึน้ ตนดว ย consonants (พยญั ชนะ) ดานขวามอื ขึ้นตนดวย vowels (สระ) การใชค าํ นาํ หนาคาํ นามน้ันๆ คือ a/an

ครูและนักเรยี นชว ยกันสรปุ (ใช a นาํ หนา คํานามที่มีหนึง่ สิ่งหรอื หนงึ่ อยาง ซ่ึงขึ้นตนดวยเสียงพยัญชนะ และใช an นําหนาคํานาม

ซงึ่ ข้นึ ตนดวยเสียงสระ)

CD Script 9 an apple
an egg
W: 5. Look, listen and repeat. an ice cream cone
a or an? an orange
an umbrella
a book
a pen
a ruler
a pencil case
a vase

3. Practice
นักเรียนทาํ กจิ กรรมท่ี 6 Fill “a” or “an” in the blanks. ใน WB หนา 8 ใหนักเรียนเติม a หรือ an หนาคํานามท่ีใหไว

เม่ือทําเสรจ็ แลว แลกสมุดแบบฝกหดั กบั เพอ่ื นท่นี ่ังใกล เพ่ือตรวจคาํ ตอบกับเฉลยทีค่ รูเขียนไวบ นกระดานดํา เมือ่ ตรวจเสรจ็ เรียบรอย
แลว จงึ สงใหค รตู รวจอกี ครงั้ หน่ึง

Teacher’s Book New Say Hello 2 21

Answers 8. a
6. Fill “a” or “an” in the blanks.

1. a 2. an 3. an 4. an 5. a 6. an 7. a

4. Production

5. Wrap up
ใหน กั เรียนสรปุ ตวั อกั ษรท่เี ปนสระและพยัญชนะ และหลกั การใช a/an แลว จดลงในสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท

6. ส่อื /แหลง การเรยี นรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 6-9
6.4 บัตรอกั ษร A-Z
6.5 แผนภูมิตัวอักษร
6.6 แถบประโยค
6.7 สมดุ บันทกึ คําศัพท

7. กิจกรรมเสนอแนะ/ขอมลู เพิม่ เตมิ สาํ หรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ครูอาจมอบหมายใหน ักเรยี นท่ีเรยี นดชี วยเหลอื เพือ่ นฝก การออกเสียงสระและพยัญชนะ รวมท้งั การใช a/an ใน

ประโยค
7.2 ขอมูลเพม่ิ เติมสําหรบั ครู
– ใหค รฟู ง CD ลวงหนาเพ่อื เตรียมตัวใหพ รอ มสาํ หรบั การออกเสยี งท่ถี กู ตอง
– การใช a, an ใช a นําหนาตัวอักษรท่ีมีเสียงเปนพยัญชนะ เชน a uniform, a university และนําหนาคํานามนับได

เอกพจนทขี่ ้ึนตน ดว ยเสียงพยัญชนะ เชน a book, a hat ใช an นําหนาตัวอักษรที่มีเสียงเปนสระ เชน an hour หรือคํานามนับได
เอกพจนท่ขี นึ้ ตน ดวยเสยี งสระ เชน an apple, an orange เปนตน

– ครชู แี้ จงเพิม่ เติมวา การออกเสยี งสระในภาษาอังกฤษน้นั ไมคงท่ี สามารถออกเสยี งไดห ลายเสียง เชน การออกเสียง
letter “a”

a ในคาํ วา apple ออกเสยี ง /æ/
a ในคําวา eat ออกเสยี ง /i/
a ในคําวา tall ออกเสียง /ɔː/
ใหน ักเรยี นชวยกนั หาคําอ่ืนๆ ทีส่ ะกดดวย a ครูเขียนคําศัพทบนกระดานดํา ใหนักเรียนฝกออกเสียงพรอมกัน ครู
เสนอแนะใหน ักเรียนฝก อาน และจดจาํ การออกเสยี งสระใหไ ดเพ่ือการอา นไดคลอ งตอไป

22 Teacher’s Book New Say Hello 2

8. ความเหน็ ของผูบ ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู

9.1 ผลการจัดการเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

คร้งั ที่ 5 SB หนา 10-12 WB หนา 9-10
1. เปา หมายการเรียนรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวชีว้ ดั ชน้ั ป
ต 1.1 ป.2/1 ปฏบิ ตั ิตามคําส่งั และคําขอรองงายๆ ที่ฟง
ต 1.1 ป.2/2 ระบตุ วั อักษรและเสียง อานออกเสียงคาํ สะกดคํา และอานประโยคงา ยๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอาน
ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและใหขอ มูลงา ยๆ เก่ยี วกบั ตนเองตามแบบทฟ่ี ง
ต 1.3 ป.2/1 พูดใหขอ มูลเกี่ยวกับตนเองและเรอ่ื งใกลตัว
ต 2.1 ป.2/1 พูดและทําทา ทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา
ต 2.2 ป.2/1 ระบตุ วั อักษรและเสียงตวั อักษรของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พดู ในสถานการณงา ยๆ ทเี่ กิดข้นึ ในหองเรียน
ต 4.2 ป.2/1 ใชภ าษาตา งประเทศเพือ่ รวบรวมคาํ ศัพทท ี่เก่ียวของใกลตัว

1.2 ทกั ษะกระบวนการเรียนรู
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทักษะการคดิ (การสรางองคความร)ู
3) ทักษะการสรางสรรคช้ินงาน

1.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1) ความมงุ ม่ันในการทาํ งาน
2) ความเชื่อมน่ั และกลา แสดงออก
3) การมจี ิตสาธารณะ

2. สาระการเรียนรู

Function: – Describing activities at school
– Making and responding to requests
– Asking for and giving information about ages

Teacher’s Book New Say Hello 2 23

Structure: – At school, we (play).
– Spell your name, please.
(P-I-M)
– How old are you?
I’m (eight) years old.

Vocabulary: คําศพั ทใ หม
name tag, learn, read, talk
คําศพั ททบทวน
play

3. ภาระงาน/ช้ินงาน/การปฏิบัติ

3.1 เติมคําศพั ทใหตรงกับรปู ภาพ
3.2 ทํา name tag

4. แนวทางการประเมิน

เปาหมาย หลักฐาน วธิ ีวัด เครือ่ งมือ

ตัวชี้วดั การปฏบิ ัติตามคําส่ังใหส ะกดช่อื ประเมนิ การฟง แบบประเมินการฟง
ต 1.1 ป.2/1

ต 1.1 ป.2/2 การสะกดชื่อตนเอง ประเมินการพดู แบบประเมนิ การพูด

ต 1.2 ป.2/4 การขอใหเพือ่ นสะกดชื่อ ประเมินการพูด แบบประเมนิ การพดู

ต 1.3 ป.2/1 การนําเสนอ name tag ประเมนิ ภาระงานและ แบบประเมนิ ภาระงานและ
ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพดู

ต 2.1 ป.2/1 การแสดงทาทางประกอบเพลง สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ พฤติกรรม

ต 2.2 ป.2/1 การสะกดชอ่ื ตนเองและเพ่อื น ประเมินการพดู แบบประเมินการพดู

ต 4.1 ป.2/1 การสะกดช่ือและถาม-ตอบอายุ ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพูด

ต 4.2 ป.2/1 การรวบรวมจดบันทึกคําศพั ท ตรวจสมดุ บนั ทึกคาํ ศัพท สมดุ บนั ทกึ คําศัพท

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค การทํา name tag สงั เกตความมุงมน่ั ในการ แบบสังเกตความมุงมน่ั ใน
1. ความมงุ มั่นในการทาํ งาน ทํางาน การทาํ งาน
การนําเสนอ name tag และการแสดง สงั เกตความเชื่อมั่นและกลา แบบสงั เกตความเช่ือม่นั และ
2. ความเชื่อม่ันและกลา ทา ทางประกอบเพลง แสดงออก กลา แสดงออก
แสดงออก การอาสาชว ยครูในการแจก สงั เกตการมจี ติ สาธารณะ แบบสงั เกตการมีจิต
กระดาษแขง็ เพือ่ ทาํ name tag สาธารณะ
3. การมีจิตสาธารณะ

24 Teacher’s Book New Say Hello 2

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Warm up
1.1 นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมที่ 6 Listen and sing. ใน SB หนา 10 ครสู นทนาเก่ียวกับภาพประกอบเพลง ใหนักเรียนบอก

วา ในภาพเดก็ ๆ กาํ ลังทําอะไรบา ง (พูด, อา นหนงั สือ, เลน, เขียน, เรียนหนังสือ) ครูพูดคํากริยาเหลานี้เปนภาษาอังกฤษ (talk, read,
play, write, learn) และชูบตั รคําทลี ะใบใหนักเรยี นอา นพรอ มกนั (นักเรียนเคยเห็นคําเหลานี้ในหนังสือเรียนและแบบฝกหัดท่ีผาน
มาแลว) ฝกออกเสยี งใหถกู ตอง ใหนักเรียนอานเน้ือเพลงและชี้ท่ีภาพท่ีมีความหมายตรงกัน หลังจากน้ัน ใหนักเรียนฟงเพลงจาก
CD 10 ฝก รอ งตาม และรองเองพรอมแสดงทาทางประกอบเพลง

CD Script 10
W: 6. Listen and sing.

At School
Tune: Are You Sleeping?

At school, we learn.
At school, we learn.
At school, we read.
At school, we read.
At school, we play.
At school, we talk.
We write name tags.
We write name tags.
La la la la la la

1.2 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 7 Fill in the blanks. ใน WB หนา 9 ใหนักเรียนเลือกคําศัพทที่กําหนดไวในกรอบที่มี
ความหมายตรงกับภาพในประโยคเตมิ ลงในชอ งวาง

Answers

7. Fill in the blanks.

1. read 2. play 3. talk 4. write 5. learn

2. Presentation
2.1 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 7 Learn more. ขอ A. Write your friend’s name. ใน SB หนา 11 ใหนักเรียนสังเกต

การสะกดชื่อจากภาษาไทยเปนภาษาองั กฤษ โดยครเู สนอแนะวิธีการสะกดชอื่ ใหถ ูกตองดงั นี้
1) เขียนคาํ อานเปนภาษาไทย
2) สะกดชอื่ ภาษาอังกฤษตามคาํ อานน้ัน เชน
พมิ = พ + –ิ + ม = Pim
สุดา = ส + –ุ + ด + า = Suda
นน = น + โ–ะ + น = Non
ครเู ขียนช่อื ภาษาไทยของนกั เรยี น 2-3 คน ใหนกั เรียนฝกเขียนชื่อเปนภาษาองั กฤษ

Teacher’s Book New Say Hello 2 25

2.2 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 7 Learn more. ขอ B. Read and write your name tag. ใน SB หนา 12 ใหนักเรียนอาน

บทสนทนาระหวางครูกับ Pim และดรู ูปภาพประกอบ จะเห็นวาครูให Pim สะกดช่ือ และถามอายุของ Pim เม่ือไดคําตอบแลว ครู

เขยี นปา ยชื่อสงให Pim ใหนักเรียนอานขอความดานลางตามครู ใหเดาความหมายคําวา name tag และ age ครูสรุปความหมายท่ี

ถูกตอ ง บอกนกั เรียนวานกั เรยี นจะไดทาํ ปายชื่อตนเองและปา ยชอ่ื เพ่ือน 1 คน โดยตองใหเ พ่ือนสะกดชือ่ และบอกอายุกอน ครูแสดง

ตัวอยา งการขอขอมูลดงั น้ี

– ครูถือกระดาษแขง็ ขนาด 94 เซนตเิ มตร 1 แผน เดินไปหาเด็กคนหน่งึ ถามนักเรียนใหส ะกดชอื่ และบอกอายุ
T: Spell your name, please.

S: S-U-D-A

T: How old are you?

– S: I’m seven years old. ASgued:a7 ชูใหนักเรียนดแู ละพูดภาษาองั กฤษ
เมอ่ื Suda บอกชอ่ื และอายแุ ลว ครเู ขียนชื่อและอายุลงในกระดาษ

วา This is Suda’s name tag. และเขยี น name tag บนกระดานดํา ครแู ละนกั เรยี นอา นบทถาม-ตอบใน SB หนา 12 อกี ครง้ั หน่งึ

3. Practice

นกั เรียนเลือกสัมภาษณเพ่ือน 1 คน ใหเ พื่อนสะกดช่อื และถามอายุโดยใชประโยค Spell your name, please. และ How

old are you? และบันทกึ รายละเอียดไว ดังตัวอยาง

A: Spell your name, please.
B: (N-O-N)
A: How old are you?
B: (I’m six years old.)

4. Production

4.1 ใหอาสาสมคั ร 2-3 คนรบั กระดาษ และนําไปแจกเพอื่ นคนละ 2 แผน ใหเขยี น name tag ของเพื่อนที่สัมภาษณไว

1 แผน และเขยี น name tag ของตนเอง 1 แผน

4.2 นํา name tag ทั้ง 2 แผน ไปติดไวใ นกรอบกิจกรรมท่ี 8 Make two name tags. ใน WB หนา 10 ขอ A. Your name

tag. (ติด name tag ของตนเอง) และขอ B. Your friend’s name tag. (ติด name tag ของเพื่อน) ใน WB หนา 10 ตกแตงใหสวยงาม

และนาํ เสนอหนา ชัน้ เรียน โดยใชประโยค This is my name tag. I’m seven years old. และ This is (Suda)’s name tag. She is seven

years old.

5. Wrap up

นักเรยี นและครูสรุปความหมายของคําวา name tag (ปา ยชื่อ) และ age (อายุ) และบันทกึ ลงในสมุดบนั ทึกคําศัพท

6. สื่อ/แหลงการเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 10
6.4 บัตรคาํ กริยา talk, read, write, learn
6.5 กระดาษแขง็ ขนาด 94 เซนติเมตร
6.6 สมุดบนั ทกึ คําศพั ท

26 Teacher’s Book New Say Hello 2

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอ มูลเพ่ิมเติมสาํ หรับครู

7.1 กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูขออาสาสมคั รใหน กั เรียนทเ่ี รยี นดีเปน พีเ่ ลีย้ งในการสะกดชื่อชว ยเหลือเพ่ือนๆ และครูตองชว ยเหลอื นกั เรียนท่ี

เรยี นชาเปน พิเศษ
7.2 ขอมูลเพ่ิมเติมสําหรับครู
– การสะกดช่ือเฉพาะน้ัน ใหสะกดตามหลกั การถอดอักษรไทยเปนอกั ษรโรมันแบบถายเสียงของราชบัณฑิตยสถาน

ตามเอกสารในภาคผนวก ในกรณที ีช่ อื่ นกั เรยี นยาวหลายพยางค ใหแยกพยางคเปนภาษาไทยกอนตามคําอาน แลวจึงสะกดชื่อเปน
ภาษาองั กฤษ

– ครคู วรฝกออกเสยี ง age /eɪdʒ/ ใหถ ูกตอ งกอ นสอน

8. ความเหน็ ของผูบริหาร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

9. บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู ……………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญ หาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ครัง้ ท่ี 6 SB หนา 13-14 WB หนา 11-12

1. เปา หมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตวั ชี้วดั ชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอกั ษรและเสียง อานออกเสียงคาํ สะกดคํา และอา นประโยคงายๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอา น

1.2 ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทักษะการฟง
2) ทกั ษะการคิด (การสรปุ องคค วามรู)
3) ทักษะการประเมินตนเอง

1.3 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
1) ความซ่ือสัตย
2) ความมุง มน่ั ในการทาํ งาน

2. สาระการเรียนรู 27

Reviewing sounds and evaluating language progress: vocabulary and structures from this unit
Structure: – Good (morning).

– Give me your (“a”), please.
Here you are.

Teacher’s Book New Say Hello 2

– At school, we (play).
– How old are you?

I’m (eight) years old.
Vocabulary: morning, year, vowel, orange, umbrella, give, learn, old, please
Pronunciation: /v/

3. ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การปฏิบตั ิ

3.1 ฝกออกเสยี ง /v/
3.2 ทาํ Mind Map
3.3 ทําแบบประเมินตนเอง (Things I can do.)
3.4 ทําแบบทดสอบทา ยหนว ย (Test yourself.)

4. แนวทางการประเมนิ

เปา หมาย หลักฐาน วธิ ีวัด เคร่อื งมอื
ตัวช้ีวัด
ต 1.1 ป.2/2 การออกเสยี งคาํ และเสยี ง /v/ ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพูด
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ความซอื่ สตั ย การทําแบบประเมนิ ตนเอง สังเกตพฤตกิ รรมการทํา แบบประเมินพฤติกรรมและ
(Things I can do.) ตามความ แบบประเมนิ ตนเอง แบบประเมนิ ตนเอง
2. ความมุง ม่ันในการทาํ งาน เปน จริง
การทํา Mind Map และการทาํ สังเกตความมงุ มั่นในการทํา แบบประเมนิ พฤติกรรมและ
แบบทดสอบทา ยหนวย (Test Mind Map และแบบทดสอบ แบบทดสอบทายหนวย
yourself.) ดวยความตง้ั ใจ ทา ยหนวย แลวตรวจแบบทดสอบ

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Review
1.1 ทบทวนการออกเสียงตัวอักษร โดยครูชูบัตรอักษรเร็วๆ ใหนักเรียนออกเสียง จากนั้นทบทวนคําศัพทและ

โครงสรางประโยคตอไปน้ี โดยการใชบัตรคาํ และแถบประโยค
คาํ ศัพท : morning, year, vowel, orange, umbrella, give, learn, old, please
โครงสรา งประโยค : – Good (morning).
– Give me your (“a”), please.
Here you are.
– At school, we (play).
– How old are you?
I’m (eight) years old.

28 Teacher’s Book New Say Hello 2

1.2 นักเรยี นทํากจิ กรรมที่ 8 Say the words. ใน SB หนา 13 นกั เรียนดภู าพและคาํ ศัพททใ่ี หไว ใหนกั เรยี นฟง CD 11
และพูดตาม 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นครูเขียนคําศัพท vowels, vase บนกระดานดํา ขีดเสนใตท่ี v ครูฝกใหนักเรียนออกเสียง /v/ ให
ถูกตอง แลวฝกอานทีละคํา ใชประโยค Say (vowels), please. ครูใหนักเรียนบอกความหมายของคําศัพทจากภาพที่ใหไว ให
นักเรียนเปรียบเทียบเสียง /v/ กับตัวอักษรในภาษาไทย แลวชวยกันสรุปวา เสียง /v/ นี้ไมมีในภาษาไทย ครูช้ีแนะเพิ่มเติมวาการ
ออกเสยี ง /v/ ใหใ ชฟ นบนกับริมฝป ากลาง พน ลมใหแ ทรกผานระหวางฟน บนกบั รมิ ฝป ากลา ง

CD Script 11 vase
W: 8. Say the words.

vowels

ภาระงาน 1.3 ครแู ละนักเรยี นชว ยกนั ทาํ Mind Map สิ่งท่ีเรียนรูในหนวยการเรียนรูนี้ ไดแก คําศัพท โครงสรางประโยค และ
ตวั อยา ง School Time

Sentences Vocabulary Task
ทาํ ปายชื่อ (name tag)
– Good (morning). evening, morning, afternoon, และนําเสนอ
– My name’s (Bunny). name, year, alphabet, vowel,
– What’s your name? consonant, orange, umbrella,
ice cream cone, apple, name
My name’s (Jip-Jip). tag, he, she, give, have, learn,
– How are you? read, talk, play, fine, old,
please
I’m fine, thank you. And you?
I’m fine, thank you.
– This is (Peter).
(He) is (seven) years old.
– Do you have an “a”?
Yes, I do./No, I don’t.
– Give me your (“a”), please.
Here you are.
– Thank you.
You’re welcome.
– (Walk) to the letter (A).
– We are consonants/vowels.
– At school we (play).
– Spell your name, please.
(P-I-M)
– How old are you?
I’m (eight) years old.

Teacher’s Book New Say Hello 2 29

1.4 นกั เรยี นอา นออกเสียงประโยคและคําศพั ทใ น Mind Map พรอ มกันทง้ั ชน้ั เปนกลุม และรายบุคคล
2. Evaluation

2.1 ครูสําเนาเอกสารแบบประเมินตนเองตามกิจกรรมท่ี 9 Things I can do. ใน SB หนา 14 โดยใหนักเรียนเขียน
เครื่องหมาย  ลงใน □ หนาคําหรือประโยคที่นักเรยี นทาํ ได และเขียนเคร่ืองหมาย  ลงใน □ หนาคําหรือประโยคท่ีนักเรียน
ทาํ ไมได ครูช้ีแจงใหนกั เรียนตระหนกั ถงึ ความซือ่ สตั ยตอตนเอง นกั เรียนตองเขียนเครอ่ื งหมาย  หรือ  ตามความเปน จรงิ เพราะ
ครูจะไดช ว ยเหลือนกั เรยี นใหเ ขาใจดยี ิง่ ข้นึ ในขณะเดยี วกนั นักเรียนกจ็ ะไดป รับปรงุ ตนเองในโอกาสตอ ไป

2.2 นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ี 9 Test yourself. ใน WB หนา 11-12 ดงั น้ี
– ขอ A. Listen and circle. ครูประเมินทักษะการฟง ครูเปด CD 12 นักเรียนฟงแลวเลือกวงกลมลอมรอบภาพ

หรือหมายเลขตามทไี่ ดฟง จาก CD
CD Script 12
W: 9. Test yourself.
A. Listen and circle.
1. Good morning.
2. How old are you?
I’m six years old.
3. Give me your “d”, please.
Here you are.
4. At school, we learn.
5. These are vowels.
Answers
9. Test yourself.
A. Listen and circle.

30 Teacher’s Book New Say Hello 2

– ขอ B. Write “a” or “an” in the blanks. ใหน กั เรียนดูรปู ภาพและคาํ นามท่ใี หไวใ นแตละขอ แลวเติมคํานําหนา
นาม a หรอื an หนาคํานามนั้นๆ

Answers
9. Test yourself.

B. Write “a” or “an” in the blanks.
1. a 2. an 3. a 4. an 5. a

2.3 ครูสรุปผลการประเมิน แจงใหนักเรียนทราบโดยภาพรวม และอธิบายแกไขขอบกพรองท่ีพบ เพื่อการพัฒนา
ตนเองของนกั เรียน

6. สอื่ /แหลง การเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 11-12
6.4 บตั รอักษร
6.5 บตั รคาํ
6.6 แถบประโยค

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิม่ เติมสาํ หรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ครูอาจแสดงผลจากการประเมนิ ท้ังจากการประเมนิ ภาระงาน (name tag) แบบประเมินตนเอง (Things I can do.) และ

แบบทดสอบทายหนวย (Test yourself.) ไวใน Progressive Chart (ในภาคผนวก) ติดไวในหองเรียน เพื่อใหนักเรียนทราบผล
การเรยี นรูข องตนเอง ซ่งึ จะเปน การกระตุนใหนกั เรยี นไดพฒั นาตนเองยงิ่ ขน้ึ

7.2 ขอมูลเพ่ิมเติมสาํ หรับครู

8. ความเหน็ ของผบู ริหาร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

9. บันทึกหลังการจดั การเรียนรู

9.1 ผลการจัดการเรยี นรู ……………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Teacher’s Book New Say Hello 2 31

การออกแบบหนวยการเรยี นรู

Unit 2 In My Class เวลา 6 ชว่ั โมง

1. สาระสําคัญ

การเรยี นรูและฝกการออกเสยี งคาํ ศัพท และประโยคคาํ ถาม-ตอบเก่ยี วกบั สิง่ ของในหอ งเรียน รวมท้ังจํานวนนับ จะทําให
นักเรียนมคี วามรูพนื้ ฐานท่จี ําเปน มคี วามพรอมในการใชภาษาเพื่อการศกึ ษาตอ ไป

2. เปาหมายการเรยี นรู

2.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวช้วี ัดช้ันป

ต 1.1 ป.2/1, 2, 3
ต 1.2 ป.2/1, 2

ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1, 3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1

2.2 สาระการเรยี นรู

2.2.1 ความรู

Function Structure Vocabulary Pronunciation
chalkboard, computer, Thai book,
1. Identifying things in the Look! Look! Look! English book, garbage can, broom,
window, door, desk, chair
classroom It’s (an) (English book). cartoon book

2. Asking for and giving Is it (a Thai book)? number, twenty-one, twenty-two,
information about things Yes, it is./No, it isn’t. twenty-three, twenty-four,
in the classroom twenty-five, twenty-six,
– Count from (twenty) to (fifty), twenty-seven, twenty-eight,
3. – Counting please. twenty-nine, thirty, forty, fifty,
twenty
– Asking and answering – What number is it?
questions about It’s (twenty-five).
numbers

32 Teacher’s Book New Say Hello 2

Function Structure Vocabulary Pronunciation
how many //
4. Asking for and giving How many (erasers) are there?
plus
information about quantities There are (twenty) (erasers).
chalkboard, computer,
5. Asking for and giving What is (eight) plus (ten)? Thai book, English book,
garbage can, broom, window,
information about numbers (Eighteen). door, desk, chair, number,
twenty-six, thirty
6. Reviewing sounds and – Is it (a) (Thai book)?

evaluating language Yes, it is./ No, it isn’t.

progress: vocabulary and – What number is it?

structures from this unit It’s (twelve).

– What is (ten) plus (ten)?

It’s (twenty).

2.2.2 ทักษะการเรียนร/ู กระบวนการคดิ
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทกั ษะการเลียนเสยี งเพอ่ื ส่ือความ
3) ทกั ษะการคิด (ทางคณิตศาสตร การเดาความหมาย การสรุปองคค วามรู)
4) ทักษะกระบวนการกลุม
5) ทักษะการสรา งสรรคชนิ้ งาน
6) ทักษะการประเมนิ ตนเอง

2.2.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค
1) ความเช่อื ม่ันและกลาแสดงออก
2) ความมุงมัน่ ในการทํางาน
3) การอยูอยางพอเพยี ง
4) การมีจติ สาธารณะ
5) ความซอื่ สัตย
6) ความสนุกสนานในการเรียน

3. ชดุ คําถามที่สําคญั

3.1 Can you name things in the classroom in English?
3.2 Can you count from twenty to fifty?
3.3 Can you make a number book?

4. ภาระงาน

ทํา Number Book และนําเสนอ

Teacher’s Book New Say Hello 2 33

5. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู

หลกั ฐาน กิจกรรม สื่อ/อุปกรณ

การปฏบิ ตั ิตามและใชค าํ สงั่ ฟง และปฏบิ ตั ิตามคาํ สง่ั หนงั สือเรยี น
Count from (one to ten).
Say (three), please.

การเลอื กภาพตรงตามความหมายของคาํ /ประโยค ฟงแลว เลอื กภาพ (Listen and circle.) แบบฝกหดั

การพดู โตตอบดวยถอ ยคํางา ยๆ ในการสือ่ สาร ทํากิจกรรมจบั คฝู ก ถาม-ตอบ หนงั สือเรยี น

กิจกรรมแสดงทาทางประกอบตามวฒั นธรรม แสดงทา ทางประกอบเพลง เพลง Ten Little Rulers
ของเจาของภาษา

กิจกรรมระบตุ ัวอกั ษรและอา นออกเสียง ออกเสยี งคาํ ศัพท/บทสนทนา หนงั สอื เรียน/บตั รคาํ

กิจกรรมฟง -พดู ในสถานการณง า ยๆ เลน เกมทาํ กจิ กรรมบวกเลข เกม The Plus Game

กิจกรรมรวบรวมคําศัพท จดคําศัพทลงในสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท สมุดบนั ทึกคําศพั ท

การทํา Mind Map สรุปองคค วามรู ทํา Mind Map เกีย่ วกับ In My Class กิจกรรม Mind Map

การประเมินตนเอง ทําแบบประเมินตนเองจากกิจกรรม (Things I can do.) แบบประเมินตนเอง

การประเมนิ ภาคความรู ทาํ แบบทดสอบทายหนวย (Test yourself.) แบบทดสอบทา ยหนว ย

6. แผนการวัดและประเมนิ ผล

6.1 ประเมินตามสภาพจริงโดยใชแบบประเมนิ ซ่งึ มีรายละเอียดการประเมินอยูในแผนการเรยี นรูแ ตละแผน
6.2 ประเมินดวยแบบประเมินตนเอง
6.3 ประเมนิ ดว ยแบบทดสอบทา ยหนวย

7. ความสัมพนั ธก บั กลมุ สาระการเรียนรอู ืน่

7.1 ภาษาไทย
7.2 คณิตศาสตร

8. แผนการจดั การเรยี นรู

ครงั้ ท่ี 1 SB หนา 15 WB หนา 13-14
1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตวั ชวี้ ดั ชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอักษรและเสยี ง อานออกเสยี งคาํ สะกดคํา และอา นประโยคงายๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอาน
ต 1.1 ป.2/3 เลือกภาพตรงตามความหมายของคํา กลมุ คํา และประโยคท่ีฟง
ต 2.1 ป.2/3 เขารวมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่เี หมาะกบั วยั
ต 4.2 ป.2/1 ใชภาษาตางประเทศเพ่ือรวบรวมคาํ ศัพทท ่ีเกย่ี วขอ งใกลต ัว

34 Teacher’s Book New Say Hello 2

1.2 ทักษะกระบวนการเรียนรู
1) ทกั ษะการฟง การพูด
2) ทักษะการเลียนเสียงเพอื่ สื่อความ

1.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
ความสนุกสนานในการเรยี น

2. สาระการเรยี นรู

Function: Identifying things in the classroom
Structure: Look! Look! Look!

It’s (an) (English book).
Vocabulary: คาํ ศพั ทใหม

chalkboard, computer, Thai book, English book, garbage can, broom, window, door
คาํ ศพั ทท บทวน
desk, chair

3. ภาระงาน/ชิ้นงาน/การปฏิบตั ิ

3.1 เลนเกม Bingo
3.2 ทาํ แบบฝกหดั

4. แนวทางการประเมิน

เปา หมาย หลักฐาน วธิ ีวดั เคร่อื งมอื
ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ป.2/2 การออกเสยี งคาํ ศัพทช ่ือสิง่ ของในหอ งเรียน ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
แบบฝกหดั
ต 1.1 ป.2/3 การเลอื กภาพตามท่ีฟง ในกจิ กรรม Listen ตรวจแบบฝก หดั แบบประเมินพฤติกรรม
and circle. สมุดบันทึกคําศัพท
ต 2.1 ป.2/3
การเลน เกม Bingo สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตความ
สนกุ สนานในการเรียน
ต 4.2 ป.2/1 การรวบรวมจดบนั ทกึ คําศัพท ตรวจสมดุ บนั ทึกคาํ ศัพท

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

ความสนุกสนานใน การเลน เกม Bingo สังเกตความสนกุ สนาน
ในการเรยี น
การเรยี น

5. กิจกรรมการเรยี นรู

1. Warm up
1.1 ทบทวนคาํ ศพั ทส ง่ิ ของในหอ งเรยี นท่ีเรียนมาแลวในชั้นประถมศึกษาปท่ี 1 โดยใหนักเรียนแขงกันชูส่ิงของบน

โตะ (pen, pencil, book) และจบั ที่ chair, desk พรอมพดู This is a …………… . ครูชูบัตรคาํ และใหน ักเรยี นอานพรอ มกัน

Teacher’s Book New Say Hello 2 35

1.2 บอกนกั เรยี นวาวนั น้เี ราจะไดเรยี นรูเกี่ยวกบั สิ่งของในหอ งเรยี นเพ่ิมข้ึน
2. Presentation

2.1 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 1 Look, listen, point and say. ขอ A. Listen, point and repeat. ใน SB หนา 15 ซักถาม
นักเรยี นวา เหน็ ภาพอะไรบาง (หอ งเรียนและสิ่งของในหองเรยี น) บอกนักเรียนวาจะไดฟ ง CD คาํ เรียกชอื่ สิ่งของตางๆ ในหองเรียน
ครูเปด CD 13 ใหนกั เรยี นฟง 2 ครั้ง ฟง ครั้งท่ี 1 นกั เรยี นไมต อ งพดู ตาม แตใหนกั เรยี นพูดตามในการฟง ครง้ั ที่ 2

CD Script 13
W: 1. Look, listen, point and say.

A. Listen, point and repeat.
Pim: Look! Look! Look!
It’s an English book.
Tom: Look! Look! Look!
It’s a classroom.
In a classroom

a chalkboard, a computer, a desk, a Thai book, a chair, an English book, a garbage can, a broom, a window, a door

2.2 ครูฝกนักเรียนออกเสียงคําศัพทใหถูกตอง โดยใหเนนการออกเสียงเนนหนักในคํา ‘chalkboard, ‘window,
‘garbage can, ‘English book, com’puter

2.3 ครชู ูบัตรภาพคาํ ศพั ทท ่ีเรียนทีละคํา ใหน ักเรียนทง้ั ชั้นปรบมือเขา จังหวะพรอมกับพูด It’s a/an …. . เชน ครูชูภาพ
คอมพิวเตอร และพูด Look! Look! Look! นักเรยี นพูดพรอมกนั วา It’s a computer.

3. Practice
3.1 นักเรยี นจับคู ผลดั กันช้ที ี่รูปภาพใน SB หนา 15 ทํากิจกรรมเชนเดียวกบั ขอ 2.3
3.2 นกั เรยี นทํากิจกรรมท่ี 1 Match and trace. ใน WB หนา 13 โยงภาพและคําศพั ททม่ี คี วามหมายตรงกัน แลวเขียน

คาํ ศพั ทตามเสนประ
Answers
1. Match and trace.
1.  a door

2.  a window

3.  a chalkboard

4.  a broom

5.  a computer

36 Teacher’s Book New Say Hello 2

4. Production

นักเรียนทํากิจกรรมที่ 2 Listen and circle. ใน WB หนา 14 ฟง CD 14 และวงกลมลอมรอบภาพที่ตรงกับประโยคที่

ไดย นิ

CD Script 14 3. It’s a chair. 4. It’s a chalkboard. 5. It’s a broom.
W: 2. Listen and circle.

1. It’s a pen. 2. It’s a ruler.

Answers
2. Listen and circle.

1.

2.

3.

4.

5.

5. Wrap up
5.1 ใหนักเรียนเลนเกม Bingo ดงั นี้
1) ใหนักเรยี นทุกคนเขียนตารางลงในกระดาษเปลา ตามตัวอยาง

2) ใหวาดภาพส่งิ ของในหองเรียนทเี่ รยี นมาแลว คือ ปากกา ไมบรรทัด เกา อี้ คอมพวิ เตอร ถังขยะ กระดานดํา
หนังสอื ดนิ สอ ไมก วาด ลงในชอ งวางตางๆ ตามใจชอบ

3) นักเรยี นเขยี น × ทับรูปภาพที่ครูพูด
4) นักเรียนคนใดทม่ี เี ครอ่ื งหมาย × ในแนวนอน แนวตงั้ หรือแนวทแยง ใหรองวา Bingo ซ่ึงหมายความวาเปน
ผชู นะแลว
5.2 ใหนักเรยี นจดคําศัพททเ่ี รียนลงในสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท

6. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2

Teacher’s Book New Say Hello 2 37

6.3 CD 13-14
6.4 สง่ิ ของในหอ งเรียน
6.5 บัตรภาพและบตั รคํา
6.6 กระดาษเปลา
6.7 สมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท

7. กิจกรรมเสนอแนะ/ขอ มลู เพ่มิ เติมสําหรับครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ

7.2 ขอ มลู เพ่มิ เติมสาํ หรบั ครู
คํา garbage can /’ɡɑːbɪdʒ kæn/ หมายถึง ถงั ขยะ เปน American English ซึ่งคําน้ี British English ใช dustbin

8. ความเหน็ ของผูบ ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญ หาและการแกป ญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ครัง้ ที่ 2 SB หนา 16 WB หนา 15
1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตวั ช้ีวดั ชั้นป
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอกั ษรและเสยี ง อา นออกเสยี งคํา สะกดคาํ และอา นประโยคงา ยๆ ถกู ตองตามหลักการอาน
ต 1.1 ป.2/3 เลือกภาพตรงตามความหมายของคาํ กลุมคํา และประโยคทฟี่ ง
ต 2.2 ป.2/1 ระบุตัวอกั ษรและเสียงตัวอกั ษรของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พูดในสถานการณง า ยๆ ทเ่ี กิดขึน้ ในหองเรยี น

1.2 ทักษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทักษะการคดิ (การเดาความหมาย)

1.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
1) ความสนุกสนานในการเรียน
2) ความเชอ่ื ม่นั และกลา แสดงออก

38 Teacher’s Book New Say Hello 2

[Update] แผนการสอนภาษาอังกฤษ ป.2-Flip eBook Pages 1 – 50 | เรียง ลํา ดับ ความ สํา คั ญ ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

ค่มู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู้

รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาอังกฤษ

NEW SAY HELLO 2

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ผู้เรยี บเรียง
กศุ ยา แสงเดช
ผตู้ รวจ
ดร.ชลธิชา สุดมุข
ปรียาพร อภเิ ดช
พุทธสอน ไชยเดชะ
บรรณาธิการ
ดร.พทิ ักษ์ นลิ นพคณุ

คูม่ อื ครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู้

See also  [Update] Already, Not Yet | no not yet - NATAVIGUIDES

รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาองั กฤษ

NEW SAY HELLO 2

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2

ISBN: 978-616-274-181-4
ราคา 250 บาท
สงวนลิขสทิ ธ์ : ตลุ าคม 2555
สงวนลิขสิทธิต์ ามกฎหมาย ห้ามลอกเลยี นไม่วา่ จะเปน็
ส่วนหนงึ่ สว่ นใดของหนงั สอื เล่มนี้ นอกจากได้รับอนุญาตเป็น
ลายลกั ษณอ์ กั ษร

จัดพมิ พแ์ ละจำ�หนา่ ยโดย

ส่งธนาณัตสิ ั่งจ่าย ไปรษณยี ์ลาดพรา้ ว
ในนาม บริษทั แม็คเอด็ ดเู คช่ัน จ�ำ กดั
เลขที่ 9/99 อาคารแมค็ ซอยลาดพร้าว 38 ถนนลาดพรา้ ว
แขวงจันทรเกษม เขตจตจุ ักร กรงุ เทพฯ 10900
☎ 0-2938-2022-7 โทรสาร 0-2938-2028
www.MACeducation.com

คํานํา

หนังสือเรียนภาษาอังกฤษตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการ
เรียนรูภาษาตางประเทศ ชุด New Say Hello ชุดน้ี ไดปรับปรุงพัฒนาจากสื่อการเรียนชุด Say Hello ซ่ึงครูผูสอน
ภาษาอังกฤษรจู ักและคนุ เคยเปน อยา งดีมาแลว ไมวา ในฐานะทีเ่ ปน สื่อภาษาองั กฤษระดับประถมศึกษาชุดเดียวท่ีมี
เนื้อหาสาระเนนวัฒนธรรมของคนไทยท่ีครูผูสอนสามารถนําไปบูรณาการกับสาระการเรียนรูอื่นไดอยาง
สะดวกสบาย และเปนสือ่ ภาษาอังกฤษระดับประถมศกึ ษาชดุ เดียวท่ีสรา งสรรคจากผทู รงคณุ วฒุ ิที่มีความเชี่ยวชาญ
และชํานาญการพิเศษดานการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษามานาน จนเปนท่ียอมรับในแวดวงวิชาการ
ภาษาองั กฤษทว่ั ประเทศ ขณะเดยี วกนั กบั ทคี่ รผู สู อนใชส ือ่ การเรยี นชุด Say Hello นั้น ทางบริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น
จาํ กดั ไดทาํ การวิจัยควบคกู ันไป โดยใชว ธิ กี ารใชแบบสอบถาม และการสัมภาษณครูผูสอนที่ใชสื่อชุดนี้โดยตรง
จากกลมุ ตัวอยางทกุ ภาคของประเทศ ผลการวจิ ัยพบวา สื่อการเรียนชุด Say Hello เปน สอ่ื การเรยี นทีค่ รูผูสอนและ
นกั เรียนชื่นชอบ และมขี อเสนอแนะในการพัฒนาบางสวน

ดังน้ัน เพอื่ เปนการสนองความตอ งการของครูผูสอน และกอปรกับไดมีแนวการจัดการเรียนการสอนวิธี
ใหมๆ เพิ่มข้ึน รวมทั้งการปรับปรุงหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ จากหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2544 เปนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 บริษัท แม็คเอ็ดดูเคช่ัน จํากัด
จึงไดพัฒนาสือ่ การเรียนชุด Say Hello ขน้ึ ใหมโดยใชชอื่ วา “New Say Hello”

ส่ือการเรียนชุด New Say Hello ชุดน้ี ยังคงมีโครงสรางของส่ือการเรียนเชนเดิม คือ หนังสือเรียน
แบบฝก หดั คูม อื ครู CD บนั ทึกเสยี ง บตั รภาพ และบตั รคํา การจัดทําหนว ยการเรียนรูไดนําเสนอในรปู แบบท่ีพัฒนา
ไปจากเดิม คือกําหนดภาระงานของผูเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู ออกแบบแผนการวัดและประเมินผลกอน
แลว จึงออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู เพอ่ื ใหผเู รียนมคี วามสามารถทาํ ภาระงานนัน้ ได

บรษิ ัท แมค็ เอ็ดดเู คช่นั จาํ กดั หวังวาสื่อการเรียนชุด New Say Hello ชุดน้ี คงจะยังอยูในความสนใจของ
ครูผูส อน และเปน ประโยชนใ นการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาไดอยางมีประสิทธิภาพ
อนั จะสงผลใหเดก็ ไทยมีความรกั และเรียนภาษาอังกฤษไดดีต้ังแตวัยเด็ก บริษัทขอขอบคุณอาจารยกุศยา แสงเดช
และคณะ ทีก่ รุณาปรบั ปรุงพฒั นาส่ือการเรียนชุดนี้จนสําเรจ็ ดวยดี

บริษทั แม็คเอ็ดดูเคชนั่ จาํ กัด

สารบญั หนา
I
คําช้ีแจง
คาํ อธิบายรายวชิ า VII
การจดั หนวยการเรียนรู VIII

Unit 1 School Time 1
Unit 2 In My Class 32
Unit 3 My Face 58
Unit 4 My Clothes 77
Unit 5 My Family 102
Unit 6 On the Farm 133
Unit 7 Happy Birthday 160
บรรณานกุ รม 183
ภาคผนวก
– Word List 188
– หลักเกณฑการถอดอกั ษรไทยเปน อักษรโรมันแบบถายเสียง 194
– เครอื่ งมอื และเกณฑก ารประเมนิ ตามสภาพจริง 201

– แบบสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค 219
– ตวั อยา งแบบบันทกึ ความกาวหนาทางการเรียน (Progressive Chart) 230

คาํ ช้แี จง

ส่ือการเรียนชุด New Say Hello ชุดน้ี คณะผูจัดทําไดพัฒนาจากส่ือการเรียนชุด Say Hello เดิมโดยอาศัยขอมูลจาก
งานวจิ ัยสื่อการเรยี นของบริษทั แม็คเอด็ ดเู คชัน่ จาํ กัด แนวคิดใหมๆ ในการออกแบบหนว ยการเรียนรโู ดยวธิ ี Backward Design และ
การปรับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เปนแนวในการพัฒนา แตอยางไรก็ตาม จุดมุงหมายประการสําคัญก็คือ
มุงหวงั ใหนักเรียนและครูผูสอนใชสื่อการเรียนชุดน้ีไดอยางคุมคา คือนักเรียนมีความรูความสามารถตามเปาหมายของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 รูปลักษณข องส่อื สวยงาม นา เรียน เน้ือหาในเลมนาสนใจเปนเอกลักษณ ครูมีส่ิง
อํานวยความสะดวกในการนําไปใชอยางครบครัน อาทิ แผนการจัดการเรียนรูที่มีองคประกอบของแผนฯ ครบถวน แยกเปน
รายชว่ั โมง แบบทดสอบทา ยหนว ย การประเมินตนเองท้งั ทเี่ ปน formative และ summative บัตรภาพ บัตรคํา และ CD ส่ือชวยสอน
เหลานจี้ ะอํานวยความสะดวกแกค รูผูสอนภาษาองั กฤษ ซึ่งตองรับภาระงานสอนหลายกลุมสาระการเรียนรูไดเปนอยางดี โดยทาง
คณะผจู ดั ทาํ ขอชแ้ี จงรายละเอยี ดเพ่ือครจู ะไดร ูจักส่อื การเรยี นชดุ น้ีดยี ิ่งข้ึนดังรายละเอยี ดตอ ไปนี้

1. หลกั การ
1.1 จัดทําข้ึนโดยยึดแนวจัดการเรียนการสอนเพื่อการสื่อสาร (Communicative Approach) เนนใหนักเรียนไดมี

ความรทู ถี่ ูกตอ งตรงกับกรอบสาระและมาตรฐานการเรยี นรูกลุม สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ ซง่ึ ประกอบดวย 4 สาระหลัก คือ
ภาษาเพ่ือการสื่อสาร (Communication) ภาษาและวัฒนธรรม (Culture) ภาษากับความสัมพันธกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น
(Connection) และภาษากับความสมั พันธก ับชมุ ชนและโลก (Community)

1.2 การเลอื กหนวยการเรียนรูยึดตามหัวเร่ือง (Themes) ท่ีสภายุโรปกําหนดไวใน Threshold Level เม่ือเลือกหนวย
การเรียนรูไดแลว จึงกําหนดเปาหมายโดยยึดมาตรฐานและตัวช้ีวัดการเรียนรูเปนกรอบ กําหนดรายละเอียดของสาระที่เรียน
ซ่ึงประกอบดว ยความรู ทกั ษะกระบวนการ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคครบถว นตามตัวชี้วัดแตละช้ันป หนวยการเรียนรูเนน
การบูรณาการกบั กลุมสาระการเรยี นรูอ่ืน และเนน บริบทของความเปน คนไทย

การกําหนดรูปแบบของการออกแบบหนวยการเรียนรู และแผนการจัดการเรียนรู ใชหลักการออกแบบหนวย
การเรียนรูแบบยอนกลับ (Backward Design) เร่ิมจากการกําหนดเปาหมายการเรียนรู ยึดมาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัด
ภาษาตางประเทศเปนกรอบกาํ หนดเน้อื หาสาระ กําหนดรองรอยหลักฐานทีแ่ สดงวา นกั เรียนบรรลเุ ปาหมาย รวมท้ังกําหนดแนวการ
วดั และประเมนิ ผลไวตงั้ แตต น หลงั จากน้ันจึงกาํ หนดกิจกรรมการเรยี นรตู ามแนวการเรียนเพ่อื การสอื่ สาร

1.3 นักเรยี นไดป ระเมินผลตนเองเปนระยะ เพอ่ื การปรบั ปรุงและพัฒนาตนเอง
2. โครงสรางของส่ือการเรียนชุด New Say Hello

สือ่ การเรยี นชดุ New Say Hello มี 6 ระดับช้นั ใชส อนช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1-6 แตล ะระดับชนั้ มอี งคป ระกอบดงั นี้
2.1 Student’s Book
2.2 Workbook
2.3 Teacher’s Book
2.4 CD-Rom
2.5 Flash cards/Picture cards

Teacher’s Book New Say Hello 2 I

Student’s Book

1. แตละระดบั ชั้นมี 7-10 หนว ยการเรียนรู แตล ะหนวยการเรยี นรูมเี นื้อหาโดยรวมคอื มีกิจกรรมประมาณ 9-10 กิจกรรม

ทายหนวยการเรยี นรูมกี จิ กรรมประเมินตนเอง คอื Things I can do. เพื่อใหน ักเรยี นตรวจสอบการเรียนของตนเอง

2. เน้ือหาและกิจกรรมเร่ิมดวยการใชรูปภาพเปนส่ือนําเสนอใหเห็นการใชสถานการณและคําศัพทเพื่อการส่ือสาร

นกั เรยี นจะไดใชค าํ ศพั ทเ หลานีใ้ นการฝกใชภาษาในกิจกรรมถัดไป เน่ืองจากรูปภาพสามารถส่ือใหทราบความหมายของศัพทได

ทนั ที นักเรียนจงึ เขาใจความหมายไดง าย

3. นาํ เสนอเนอ้ื หาท่เี ปนวัฒนธรรมประเพณี กีฬา บุคคลสําคัญ และสถานท่ีท่ีนักเรียนควรรูจัก และสามารถนําภาษาที่

เรียนไปใชใ นสถานการณจรงิ ได การเรียนรูในสิง่ ท่นี กั เรยี นรูจักคุนเคยจะทาํ ใหก ารเรยี นการสอนงา ย และสัมฤทธ์ิผลไดด ีย่งิ ขน้ึ

4. กจิ กรรมการใชภ าษาทเี่ นนการปฏิสัมพันธในลักษณะตางๆ ในระดับชั้นเล็กๆ จะเนนการฟง-พูด (Listen and repeat.

Talk to your friends. Listen and say the chant.) ต้ังแตร ะดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3 ข้ึนไปจะมีกิจกรรม Read. หรือ Read and write.

เพอื่ ฝกทกั ษะทางภาษาใหค ลอ งแคลวแมนยาํ ยิ่งขนึ้

5. ทุกระดับช้ันมีกิจกรรม Say the words. เพื่อใหนักเรียนไดฟงและออกเสียงคําศัพทท่ีตองการเนนในแตละหนวย

การเรียนรู

6. ทกุ ระดบั ชัน้ และทุกหนวยการเรียนรูมกี จิ กรรมสรางชิ้นงานและนําเสนอชนิ้ งานเพอ่ื การวัดและประเมินผล วา นักเรียน

นําภาษาไปใชไดจรงิ ๆ

7. กิจกรรมสุดทายของแตละหนวยการเรียนรูเปนกิจกรรมประเมินตนเองของนักเรียน (Things I can do.) วิธีประเมิน

ตนเองในกจิ กรรมนไี้ ดบอกรายละเอยี ดไวในคมู อื ครู

8. ในระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4-6 มี Web Link โดยจะปรากฏสัญลักษณพ เิ ศษ ใหน กั เรียนไดคน ควาเพ่ิมเติม

Workbook

การนาํ เสนอเนื้อหาแตล ะระดบั ช้ันมีจดุ มุงหมายเพื่อชว ยเสรมิ การเรียนรขู องนกั เรยี น โดยใหนักเรียนไดฝกใชคําศัพทและ
โครงสรางภาษาเพมิ่ เติมจากทีไ่ ดฝกแลวในหนังสือเรียน ครูอาจใหนักเรียนทําแบบฝกหัดดังกลาวในช้ันเรียนถามีเวลาพอ หรือให
นกั เรยี นกลบั ไปทาํ ทีบ่ า นได ในคมู อื ครูจะบอกใหทราบโดยละเอยี ดวา แบบฝก หัดใดควรจะทาํ เมื่อไรและอยา งไร

ในหวั ขอสดุ ทายของแตล ะหนวยการเรียนรูจะมกี จิ กรรม Test yourself. นกั เรียนสามารถเขียนในแบบฝกหัดได ทั้งน้ีเพ่ือ
อํานวยความสะดวกในการประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น

Teacher’s Book

Teacher’s Book แตละระดบั ชนั้ ประกอบไปดว ยสาระดงั ตอ ไปน้ี
1. คําช้แี จงในการใชส อ่ื การเรยี นชดุ New Say Hello
2. เน้ือหาของสอ่ื การเรียนการสอนแยกตามองคประกอบทางภาษา
3. แผนการจัดการเรียนรู จัดทําไวอยางละเอียดต้ังแตวิเคราะหมาตรฐานการเรียนรู การสรางหนวยการเรียนรูแบบอิง
มาตรฐานการเรียนรู ใชห ลกั การออกแบบยอนกลับ (Backward Design) ซ่ึงเร่ิมจากพิจารณามาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด แลว
กําหนดภาระงานทสี่ อดคลองกับมาตรฐาน กําหนดวิธีประเมนิ ภาระงาน แลวจัดทําแผนการเรียนรูอิงมาตรฐานการเรียนรู กิจกรรม
การเรียนรใู ชก ระบวนการจดั การเรียนการสอนเพอ่ื การส่อื สาร หนว ยการเรียนรูม ีองคป ระกอบดังนี้

II Teacher’s Book New Say Hello 2

องคป ระกอบของหนว ยการเรยี นรู
ช่อื หนวยการเรยี นรู ………. เวลา ………. ช่วั โมง
1. สาระสาํ คัญ
2. เปา หมายการเรียนรู
2.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวชว้ี ัดชน้ั ป
2.2 สาระการเรียนรู
2.1.1 ความรู
2.2.2 ทกั ษะการเรียนรู/กระบวนการคิด
2.2.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
3. ชุดคําถามที่สําคัญ
4. ภาระงาน คือ ชนิ้ งานโดยภาพรวมของหนว ยการเรยี นรู เมอ่ื นักเรียนเรียนจบในหนวยการเรียนรูหน่ึงๆ ผลของการทํา

ภาระงานชิ้นน้ีครูจะนําไปแสดงผลไวท่ี Progress Chart เพ่ือเปนคะแนนสะสมสําหรับเปนสวนหนึ่งของการสอบปลายภาคหรือ
ปลายป

5. การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู
6. แผนการวัดและประเมนิ ผล
7. ความสมั พนั ธกับกลุมสาระการเรยี นรูอนื่
องคป ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู
1. เปา หมายการเรียนรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตัวช้ีวัดช้ันป
1.2 ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู
1.3 คุณลักษณะอนั พึงประสงค
2. สาระการเรยี นรู
3. ภาระงาน/ชิ้นงาน/การปฏิบัติในแตละแผนการจัดการเรียนรูยอยเหลานี้ ครูผูสอนจะประเมินเพ่ือพัฒนาและแกไข
นักเรยี นในการเรยี นรใู นแตละครง้ั และสามารถนาํ ผลการแกไ ขและปรับปรงุ นักเรียนท่มี ปี ญหาในแตล ะคนมาทําการวจิ ยั ในชัน้ เรียน
ตอ ไป
4. แนวทางการประเมนิ
5. กจิ กรรมการเรียนรู
6. สือ่ /แหลง การเรยี นรู
7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิม่ เตมิ สําหรับครู
8. ความเห็นของผบู รหิ าร
9. บันทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู
9.1 ผลการจัดการเรียนรู
9.2 ปญหาและการแกปญ หา
อน่งึ ไดจัดทาํ CD Script และคาํ เฉลยแบบฝก หัดและแบบทดสอบท้ังที่ปรากฏใน Student’s Book และ Workbook ไวทาย
กจิ กรรมแตละกิจกรรมทีป่ รากฏในแผนการจัดการเรียนรไู วครบถวน ครสู ามารถนาํ ไปใชไ ดทันทีเมอื่ ตอ งการ

Teacher’s Book New Say Hello 2 III

ภาคผนวก
ไดน ําเสนอ Word List และความหมายของคาํ ศัพทท ่ปี รากฏในแตละหนวยการเรียนรู หลักเกณฑการถอดอักษรไทยเปน

อกั ษรโรมันแบบถา ยเสียง ตวั อยางเครื่องมือและเกณฑการประเมินตามสภาพจริง ตัวอยางแบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค
และตัวอยา งแบบบันทกึ ความกา วหนาทางการเรียน (Progressive Chart)

CD-Rom

เน้ือหาใน CD ประกอบดว ย คาํ ศพั ท บทอา น บทสนทนา เพลง บทพูดเขา จังหวะ เน้ือหาท่ีมีเสียง CD ประกอบจะปรากฏ
รปู CD ใน Student’s Book, Workbook และมี CD Script ไวต ามกจิ กรรมที่ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรทู กุ ระดบั ชั้น

ขอเสนอแนะในการใช CD มีดังน้ี
1. บอกนกั เรียนกอ นเปด CD วา จะไดฟง CD เก่ียวกับเร่ืองอะไร ใหนักเรียนสังเกตคําศัพทหรือส่ิงใดบาง และจะตอง
ทาํ อะไรหลงั การฟง แลว
2. เปด CD ใหฟง กอ น 1 ครัง้ นกั เรยี นยงั ไมต อ งพดู ตาม หลังจากนัน้ สนทนาเกี่ยวกบั ส่ิงท่ีฟง ครอู าจจะสอนคาํ ศัพทใหมท่ี
นกั เรียนสงสัยก็ได
3. เปด CD อีกคร้งั นักเรียนพดู ตาม CD ทลี ะประโยค
4. เปด CD อกี คร้งั นกั เรียนพดู พรอมกับ CD
5. ในกรณที ี่นกั เรียนสวนใหญพูดไมได ครูอาจจะเปด CD ใหพดู ตาม CD หลายๆ คร้ังก็ได
6. ครเู ปด CD ในโอกาสอืน่ ๆ เพื่อฝก ทักษะใหแ มน ยําย่งิ ข้นึ

Picture cards / Flash cards

สื่อการเรียนชุดนี้ จะมีบัตรภาพของคําศัพทท่ีเปน Keywords เลมละ 55 คํา ลักษณะของบัตรภาพจัดทําไวสวยงามและ
ดงึ ดูดความสนใจของนักเรยี น ดา นหลังของบตั รภาพจะเปนคาํ ศพั ททม่ี คี วามหมายตรงกัน ครูผูสอนสามารถใชเพื่อนําเสนอคําศัพท
ทบทวนคําศัพทและโครงสรางไวยากรณ ใชบตั รภาพเพ่อื เลาเรื่อง เขยี นตามคําบอก สราง Mind Map และอนื่ ๆ ได

ขอเสนอแนะ

เพ่ือใหก ารใชคมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรูเกิดประโยชนสูงสุดจงึ ใครข อช้ีแจงเพ่ิมเตมิ ดังน้ี
1. กระบวนการสอน ใชกระบวนการสอนภาษาเพ่อื การสอ่ื สาร ซง่ึ มีลําดบั ขั้นตอนดงั น้ี

1.1 ขั้นนํา (Warm up) มีจุดมุงหมายเพ่ือใหนักเรียนเกิดความพรอมและอยากรูอยากเรียนในบทเรียนใหม เนื้อหาจะ
เช่ือมโยงไปสูสาระสําคัญของบทเรียน เมอื่ ครผู สู อนเห็นวา นักเรียนมคี วามพรอ ม เกดิ ความสนกุ และสนใจอยากเรยี นแลว กเ็ รมิ่ เรยี น
เน้ือหาตอไป กิจกรรมท่ีกําหนดไวในข้ันนี้มีหลากหลาย เชน การรองเพลง เลนเกม พูดบทพูดเขาจังหวะ (chant) ปริศนาคําทาย
ทบทวนความรูท เ่ี รียนมาแลว

1.2 ขน้ั นําเสนอ (Presentation) ในข้นั นค้ี รูจะใหข อ มลู ทางภาษาแกผ เู รียน มกี ารนําเสนอศัพทใหม เน้ือหาใหมใหเขาใจ
ทงั้ รูปแบบและความหมาย กจิ กรรมท่กี ําหนดไวป ระกอบดวยการใหฟงเนื้อหาใหม ใหนักเรียนฝกพูดตาม ขั้นน้ีครูเปนผูใหความรู
ทางภาษาทถี่ กู ตอง และเปนแบบอยา งทถี่ กู ตองในการออกเสยี ง คอื Informant (ผูใหความรู) รปู แบบของภาษาจึงเนนที่ความถูกตอง
(accuracy) เปนหลกั

IV Teacher’s Book New Say Hello 2

1.3 ข้ันฝก (Practice) ในข้ันน้นี ักเรยี นจะไดฝ ก ใชภาษาท่ีเรียนมาแลวในขั้นนําเสนอ โดยมีวัตถุประสงคใหนักเรียนใช
ภาษาไดถูกตอง ขณะเดียวกันก็เนนเร่ืองการใชภาษาใหคลองแคลว (fluency) การฝกอาจจะฝกทั้งช้ัน เปนกลุม เปนคู หรือ
รายบุคคล ขั้นน้ีเปนโอกาสที่ครูจะแกไขขอผิดพลาดของนักเรียนในการใชภาษา ซ่ึงการแกไขขอผิดพลาดนั้นควรทําหลัง
การฝก หากทาํ ระหวา งท่นี กั เรยี นกาํ ลงั ลองผดิ ลองถูกอยู ความม่นั ใจท่ีจะใชภ าษาใหคลอ งแคลว อาจลดลงได กิจกรรมท่ีกาํ หนดไวใ น
คมู ือครูมีท้ังในลกั ษณะทีก่ ลา วมาน้ี และในลกั ษณะที่เปดโอกาสใหนักเรยี นไดฝกอยา งอสิ ระ

1.4 ข้นั การใชภาษา (Production) มีจดุ มงุ หมายเพอื่ ใหนกั เรียนนาํ คาํ หรอื ประโยคท่ีฝกมาแลวมาใชในสถานการณตางๆ
ในรูปแบบกิจกรรมหลากหลาย เพอ่ื ใหเกิดความคลองแคลว (fluency) และเกิดความสนุกสนาน ในขั้นนี้เปนขั้นท่ีเนนนักเรียนเปน
ผทู ํากิจกรรม ครผู ูสอนคอยใหความชวยเหลือ ถานักเรียนผิดพลาด อยาขัดจังหวะ ใหปลอยไปกอน เพ่ือใหนักเรียนรูสึกสบายใจ
กจิ กรรมท่ีกาํ หนดไวมีหลากหลาย เชน การแสดงบทบาทสมมตุ ิ การเลน เกม การแสดงทาทางประกอบเพลง การทําช้ินงาน การทํา
แบบฝกหัด และการนาํ เสนอผลงาน เปน ตน

1.5 ข้ันสรปุ (Wrap up) เปน ขน้ั สดุ ทายของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแตละชั่วโมง จุดประสงคคือเพื่อสรุป
สง่ิ ทไี่ ดเรยี นแลว กิจกรรมท่ีเสนอแนะไวอ าจจะเปนการนําเสนอรายงานของกลุม ทําแบบฝกหัดเพ่ือสรุปความรู หรือเลนเกมเพื่อ
ทดสอบส่ิงท่ีเรียนมาแลว

ลําดับการสอนท้ัง 5 ข้นั ตอนนี้ อาจจะไมปรากฏในแผนการจัดการเรียนรูทุกแผน ในการจัดการเรียนรูตอนทายของทุก
หนวยการเรยี นรูนักเรียนจะไดทําแบบประเมินตนเองจากกิจกรรม Things I can do. รวมท้ังการสรุปองคความรูท่ีไดจากการเรียน
หนวยการเรียนรูนั้นๆ และทําแบบทดสอบทา ยหนวย (Test yourself.)
2. การใชหนังสอื เรียน แบบฝกหัด และคูมอื ครูและแผนการจดั การเรยี นรู

กิจกรรมใน New Say Hello ทุกกิจกรรมไดจัดเรียงลําดับไวอยางดีแลว ครูสามารถสอนเรียงลําดับไดอยางตอเนื่องตาม
ที่มีคําแนะนําในดานการนําเขาสูบทเรียน การนําเสนอ การฝกทักษะตางๆ ในคูมือครู บทสนทนาทั้งหมดบันทึกไวใน CD
นักเรียนดูภาพในขณะที่ฟงเสียง ตอจากนั้นเปนการฝกสนทนาตามตัวอยาง แลวจึงจับคูสนทนากัน ในระหวางการจับคูสนทนา
ครูควรเดินดไู ปรอบๆ หอ ง เพ่ือตรวจสอบความถกู ตอ งของการฝก ใหค วามชว ยเหลอื เมื่อนักเรียนตอ งการ แตไ มแกไขขอผิดพลาดที่
พบในทันที ควรแกไขเมื่อจบกิจกรรมแลว โดยครูควรฝกเพิ่มเติมอีกคร้ังถาเห็นวานักเรียนสวนใหญยังมีความผิดพลาดอยู ถามี
ปญหาเพียงสว นนอ ยกใ็ หแกไขปญหาเฉพาะรายตอไป

บางกจิ กรรมกําหนดใหน ักเรยี นทาํ กิจกรรมกลุม ซ่ึงจะทาํ ใหนักเรยี นไดช ว ยเหลอื ซง่ึ กนั และกัน รว มมือกนั ทาํ งาน วิธีท่ีงาย
ทสี่ ุด คือ นักเรียนทอ่ี ยูใกลกนั จบั กลุมทาํ กิจกรรมดวยกัน กลุมไมควรคงท่ีไปตลอด กอนนักเรียนทํากิจกรรมกลุม ครูตองแนใจวา
นักเรยี นทุกคนตองเขาใจคําศพั ท ประโยค และวธิ ที าํ กจิ กรรมชัดเจน ครอู าจใชภ าษาแมอธบิ ายวิธีการ หรอื บางครง้ั ใชภ าษาแมอธบิ าย
กฎเกณฑไวยากรณ แตพึงระวงั วาการสนทนาและการทาํ กจิ กรรมนกั เรยี นตองใชภ าษาองั กฤษใหมากทีส่ ุด

เน้อื หาทีน่ ําเสนอใน New Say Hello จะชวยจูงใจนักเรยี นใหอยากเรียน เพราะเปนสิ่งที่เขาคุนเคยกับชีวิตประจําวัน เปน
สิง่ ท่เี รยี นมาแลวในกลมุ สาระการเรยี นรูอืน่ ๆ ดงั นน้ั การเรยี นการสอนกจ็ ะเปน ไปอยา งสัมฤทธผิ ลย่งิ ข้นึ

หนว ยการเรยี นรูของ New Say Hello ทกุ หนวยการเรียนรูจบลงดว ยการสรุปองคค วามรทู ี่ไดเรยี นในหนวยการเรียนรูนั้นๆ
โดยการใหนักเรียนทํา Mind Map และการประเมินตนเอง สวนแรกปรากฏใน Student’s Book คือกิจกรรม Things I can do. และ
สว นท่สี องปรากฏใน Workbook คือหัวขอ Test yourself. ผลการประเมินตนเองทา ยหนวยการเรยี นรูนี้ครูจะเกบ็ ไวเปนคะแนนเพ่ือ
การประเมินปลายภาคเรยี นตอ ไป

แบบฝกหดั มีจุดมุงหมายเพือ่ ชว ยเสริมการเรียนของนักเรยี น โดยใหนักเรียนไดฝ กใชค าํ ศัพท โครงสรางภาษาเพ่ิมเติมจาก
ทไ่ี ดเ รยี นในหนงั สอื เรยี น ครอู าจใหทําแบบฝกหัดเปน การบาน (ถาเวลาไมพ อ)

Teacher’s Book New Say Hello 2 V

คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู ไดเสนอแนะการออกแบบหนวยการเรียนรูแบบอิงมาตรฐานการเรียนรู การจัดทํา
หนวยการเรียนรูใชหลักการออกแบบหนวยการเรียนรูแบบยอนกลับ (Backward Design) เลือกจากสาระท่ีเปนส่ิงใกลตัวและ

มงุ เนน เรื่องของความเปนคนไทย เพือ่ ทีน่ ักเรยี นจะไดเ รียนรไู ดอยางงาย และสนุกสนานย่ิงข้ึน พรอมกันน้ันก็จะไดบูรณาการกับ

กลุมสาระการเรยี นรอู ื่นไปพรอ มกนั โดยขนั้ ตอนนนี้ าจะเปนประโยชนส าํ หรบั ครูผสู อนไดเปน อยางดี และนอกจากน้นั ส่ิงทอ่ี าํ นวย

ความสะดวกอยางยง่ิ ของคมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรูชุด New Say Hello ก็คือ ไดเสนอแนวการจัดทําแผนการจัดการเรียนรู

เปนรายช่ัวโมงทุกหนวยการเรียนรูตลอดป ในภาคผนวกไดนําเสนอ Word List คําศัพทพรอมความหมาย เคร่ืองมือและเกณฑ

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ แบบประเมนิ และแบบสงั เกตตางๆ ใหค รสู ามารถปรับรายละเอียดพฤติกรรมที่ระบุไวในตารางไดตาม

ความเหมาะสมกับกิจกรรมนั้นๆ พรอมแบบบันทึกความกาวหนาทางการเรียน (Progressive Chart) ครูสามารถนําไปใชเปน

แนวทางสรางแบบประเมินไดโดยสะดวก

แตอยางไรก็ตาม กิจกรรมที่นําเสนอไวในคูมือครูและแผนการจัดการเรียนรูชุด New Say Hello เปนเพียงแนวการจัด

การเรียนการสอนในภาพรวมเทานนั้ เพราะคณะผูจัดทํามีความมุงม่ันเปนอยางย่ิงท่ีจะใหครูผูสอนไดใชสื่อการเรียนรูชุดน้ีอยาง

สะดวกคุมคา และใหน กั เรียนมีความรูความสามารถตรงตามเปาหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช

2551 ในขณะเดียวกนั ก็ไดเสนอเน้ือหาสาระเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกแกครูในการเลือกเนื้อหาสาระเพื่อการจัดการเรียนรูใหได

ประโยชนสูงสุด โดยไดบรรจุเนอ้ื หา หรือแบบฝกหัดเพ่ิมเติมไวใน คุณครูอาจแนะนําใหนักเรียนเขาไปคนควาไดตาม

หนาหนังสอื ที่มเี คร่อื งหมายดงั กลาว และสามารถนาํ เนื้อหามาเพิ่มเติม ปรบั เปล่ียนไดต ามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรยี น

ดวยความปรารถนาดีจาก
กุศยา แสงเดช และคณะ

VI Teacher’s Book New Say Hello 2

คาํ อธิบายรายวิชา

กลุม สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
รายวชิ าพน้ื ฐานภาษาองั กฤษ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง

คาํ อธิบายรายวิชา

ปฏิบัตติ ามคําส่งั คําขอรอ ง ฟง -พดู เพอื่ ความเขาใจและแลกเปลยี่ นขอมลู สรา งความสัมพนั ธร ะหวางบุคคล พูดแสดงความ
ตอ งการของตนเองดวยขอ ความส้ันๆ งายๆ ออกเสียงตัวอักษร กลุมคํา และประโยคเดี่ยวไดถูกตองตามหลักการออกเสียง เขาใจ
รูปแบบพฤติกรรมการสอื่ สารของเจาของภาษา พูดและทาํ ทา ทางประกอบตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจาของภาษาได ในวง
คําศพั ทท ีเ่ ปนรปู ธรรมประมาณ 150 คํา ในหัวเร่ืองเก่ียวกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น สิ่งแวดลอ มใกลตวั อาหาร เครอ่ื งดื่ม และ
นันทนาการ

Teacher’s Book New Say Hello 2 VII

การจัดหนว ยการเรียนรู

รายวิชาพ้ืนฐานภาษาอังกฤษ
ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง

Unit Topic Time/Hours

1 School Time 6
2 In My Class 6
3 My Face 4
4 My Clothes 6
5 My Family 7
6 On the Farm 6
7 Happy Birthday 5

Total 40

VIII Teacher’s Book New Say Hello 2

การออกแบบหนว ยการเรียนรู

Unit 1 School Time เวลา 6 ชว่ั โมง

1. สาระสาํ คัญ

การเรยี นรูเกี่ยวกับการใชภาษาในการทักทาย ใหขอ มูลงายๆ เกย่ี วกับตนเอง เขาใจประโยคคําสง่ั รจู ักพยัญชนะ สระ และ
สะกดชื่อเปนภาษาอังกฤษได จะเปนความรเู บอื้ งตนสาํ หรับการใชภ าษาองั กฤษในหองเรียน

2. เปา หมายการเรียนรู

2.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตัวชี้วัดชั้นป

ต 1.1 ป.2/1, 2, 4
ต 1.2 ป.2/1, 2, 4
ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1, 3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1

2.2 สาระการเรยี นรู

2.2.1 ความรู

Function Structure Vocabulary Pronunciation
evening, morning, afternoon,
1. – Greetings – Good (morning). name

– Introducing oneself – My name’s (Bunny). year, he, she, fine, old
– Asking for and giving – What’s your name?
information about names
My name’s (Jip-Jip).

2. – Exchanging greetings – How are you?
– Giving information about I’m fine, thank you. And you?
I’m fine, thank you.

– This is (Peter).

names and ages (He) is (seven) years old.

Teacher’s Book New Say Hello 2 1

Function Structure Vocabulary Pronunciation
alphabet, give, have, please
3. Making and responding to – Do you have an “a”?

requests Yes, I do./No, I don’t.

– Give me your (“a”), please.

Here you are.

– Thank you.

You’re welcome.

4. – Giving commands – (Walk) to the letter (A). vowel, consonant, orange,
umbrella, ice cream cone, apple
– Giving information about – We are consonants/vowels.
name tag, learn, read, talk, play
consonants and vowels

5. – Describing activities at – At school, we (play).

school

– Making and responding – Spell your name, please.

to requests (P-I-M)

– Asking for and giving – How old are you?

information about ages I’m (eight) years old.

6. Reviewing sounds and – Good (morning). morning, year, vowel, orange, /v/
umbrella, give, learn, old, please
evaluating language – Give me your (“a”), please.

progress: vocabulary and Here you are.

structures from this unit – At school, we (play).

– How old are you?

I’m (eight) years old.

2.2.2 ทักษะการเรยี นร/ู กระบวนการคิด
1) ทกั ษะการฟง การพูด
2) ทักษะการเลียนเสยี งเพอ่ื สอ่ื ความ
3) ทักษะการคิด (การสังเกต การจําแนกเสียง การเดาความหมาย การสรา งองคความรู การสรุปองคความรู)
4) ทกั ษะกระบวนการกลมุ
5) ทกั ษะการสรางสรรคชน้ิ งาน
6) ทักษะการประเมินตนเอง

2.2.3 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
1) ความเช่อื มั่นและกลาแสดงออก
2) ความมวี นิ ัย
3) ความซอื่ สตั ย
4) การใฝเ รยี นรู
5) ความมงุ ม่ันในการทาํ งาน
6) การมีจติ สาธารณะ
7) ความสนุกสนานในการเรยี น

2 Teacher’s Book New Say Hello 2

3. ชดุ คําถามทีส่ ําคัญ

3.1 What can you do at school?
3.2 Do you know the word “name tag”?
3.3 How can you make it?

4. ภาระงาน

ทําปา ยชือ่ (name tag) และนําเสนอ

5. การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู

หลกั ฐาน กจิ กรรม ส่อื /อปุ กรณ
การทกั ทายและปฏบิ ัติตามคาํ ส่งั ฟง CD ฝก ทกั ทายและปฏิบัติตามคําสงั่ CD

การถาม-ตอบช่อื ฝก ถาม-ตอบช่ือและรองเพลง What’s Your Name? เพลง What’s Your Name?
การออกเสยี งตวั อกั ษรและคํา
– ออกเสียงสระและพยญั ชนะ – บทพดู เขา จังหวะ (chant)
การใหขอมลู เกี่ยวกับตนเอง – พดู บทพดู เขา จงั หวะ (chant) และเลนเกมจับคู – บัตรอักษร

การบอกกจิ กรรมทที่ ําในโรงเรียน ตัวอักษร CD/บตั รคํา/name tag
กจิ กรรมรวบรวมคําศพั ท
การทํา Mind Map สรุปองคความรู ถาม-ตอบเกีย่ วกับอายุและเขียนสะกดชื่อตนเอง
การประเมินตนเอง (ทาํ name tag)
การประเมินภาคความรู
อานออกเสียงและจับคูฝ ก CD/บัตรภาพ

จดคาํ ศัพทล งในสมุดบนั ทกึ คาํ ศัพท สมดุ บันทึกคาํ ศพั ท

ทํา Mind Map เกย่ี วกบั School Time กิจกรรม Mind Map

ทําแบบประเมินตนเองจากกิจกรรม (Things I can do.) แบบประเมนิ ตนเอง

ทําแบบทดสอบทา ยหนวย (Test yourself.) แบบทดสอบทายหนวย

6. แผนการวัดและประเมนิ ผล

6.1 ประเมนิ ตามสภาพจริงโดยใชแบบประเมิน ซึ่งมรี ายละเอยี ดการประเมินอยูในแผนการจดั การเรยี นรแู ตล ะแผน
6.2 ประเมนิ ดว ยแบบประเมนิ ตนเอง
6.3 ประเมินดว ยแบบทดสอบทา ยหนว ย

7. ความสัมพันธกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอ ืน่

7.1 ภาษาไทย
7.2 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
7.3 ศลิ ปะ

Teacher’s Book New Say Hello 2 3

8. แผนการจดั การเรยี นรู

ครั้งท่ี 1 SB หนา 1 WB หนา 1
1. เปา หมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตวั ช้วี ัดช้นั ป
ต 1.1 ป.2/1 ปฏิบตั ติ ามคําส่งั และคาํ ขอรอ งงา ยๆ ทฟ่ี ง
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอกั ษรและเสยี ง อานออกเสยี งคํา สะกดคํา และอานประโยคงา ยๆ ถกู ตอ งตามหลักการอาน
ต 1.2 ป.2/1 พูดโตต อบดวยถอยคาํ ส้ันๆ งา ยๆ ในการส่ือสารระหวา งบุคคลตามแบบที่ฟง
ต 1.2 ป.2/2 ใชคําส่งั และคําขอรองงา ยๆ ตามแบบที่ฟง
ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและใหข อ มลู งา ยๆ เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบทฟี่ ง
ต 2.1 ป.2/1 พดู และทําทาประกอบตามวฒั นธรรมของเจาของภาษา
ต 2.1 ป.2/3 เขารว มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกบั วัย
ต 2.2 ป.2/1 ระบุตัวอกั ษรและเสยี งตัวอกั ษรของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง /พดู ในสถานการณงา ยๆ ทีเ่ กิดข้นึ ในหองเรียน

1.2 ทักษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทกั ษะการเลียนเสียงเพอื่ ส่อื ความ

1.3 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1) ความเช่ือมนั่ และกลาแสดงออก
2) ความสนกุ สนานในการเรยี น

2. สาระการเรียนรู

Function: – Greetings
– Introducing oneself
– Asking for and giving information about names

Structure: – Good (morning).
– My name’s (Bunny).
– What’s your name?
My name’s (Jip-Jip).

Vocabulary: คาํ ศัพทใ หม
evening
คาํ ศัพททบทวน
morning, afternoon, name

4 Teacher’s Book New Say Hello 2

3. ภาระงาน/ช้นิ งาน/การปฏบิ ตั ิ

3.1 ทักทายเพื่อนใหม
3.2 บอกช่อื ตนเองและถามช่ือเพอ่ื น

4. แนวทางการประเมิน

เปาหมาย หลกั ฐาน วิธวี ดั เครือ่ งมอื
ตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ป.2/1 การปฏบิ ัตติ ามคาํ สัง่ และการออก ประเมินการฟงและการพูด แบบประเมินการฟง และ
ต 1.2 ป.2/2 คาํ สง่ั แทนครู การพดู
ต 1.1 ป.2/2 แบบประเมนิ การพูด
ต 1.2 ป.2/1 การอานออกเสยี งตาม CD ประเมินการพูด แบบประเมนิ การพดู
ต 1.2 ป.2/4 ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
กจิ กรรมทกั ทายและถาม-ตอบชอื่ ประเมนิ การพดู
ต 2.1 ป.2/1 แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
ต 2.1 ป.2/3 การถามช่ือเพอื่ นจากการทํา สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมินพฤติกรรม
ต 2.2 ป.2/1 กิจกรรมรอ งเพลง What’s Your สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ การพูด
ต 4.1 ป.2/1 Name? ประเมินการพูด แบบประเมินการพูด
การจับมือขณะทกั ทาย ประเมนิ การพดู
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
1. ความเช่ือมน่ั และกลา การรอ งเพลงและทํากิจกรรม

แสดงออก การออกเสยี ง /gʊd/
2. ความสนุกสนานใน
การพูดถามชือ่ เพื่อนในขัน้
การเรยี น Wrap up

การทาํ กิจกรรมถาม-ตอบช่ือ สังเกตความเช่ือมั่นและกลา แบบสงั เกตความเชื่อม่นั และ
ประกอบเพลง
แสดงออก กลา แสดงออก
การทาํ กจิ กรรมถาม-ตอบชื่อ
ประกอบเพลง สังเกตความสนกุ สนานใน แบบสังเกตความสนุกสนาน

การเรยี น ในการเรียน

5. กิจกรรมการเรยี นรู

1. Warm up
1.1 ครูทักทายนักเรียน และแนะนําตนเองดวยประโยค Hello, students. My name is (Kusaya). I’m your English

teacher in Grade 2. และพูดตอ ดวยภาษาไทยวา สวัสดคี ะ นักเรยี น ครูช่ือ (กุศยา) ครูเปนครูสอนภาษาอังกฤษในช้ัน ป.2 ครูพูดทํา
ความคุนเคยกบั นกั เรียนพอสมควร หลงั จากน้ันใหน ักเรียนแตล ะคนบอกชื่อตนเอง (Tell me your name, please.) (นักเรียนเคยเรียน
แลวในชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 1)

Teacher’s Book New Say Hello 2 5

1.2 ครูทบทวนประโยคคําสั่งที่นักเรียนเรียนมาแลว โดยครูพูดประโยค เชน Boys and girls, stand up. Boys, walk.
Girls, run. Boys and girls, stop. ใหนักเรยี นปฏิบตั ิตาม ครูพูดประโยค Take your seat. โดยครูเดินไปน่ังท่ี ใหนักเรียนปฏิบัติตาม
และสอบถามความหมาย หลังจากนัน้ ใหนกั เรยี นอาสาสมคั ร 3-4 คน ออกมาหนา ช้นั เรียนเปนผูออกคาํ ส่งั แทนครู

1.3 ครูแนะนําหนงั สือเรยี นโดยชหู นงั สอื เรยี น และสนทนาเกีย่ วกับช่อื หนงั สือและภาพทีเ่ ห็นบนหนาปก ใหนักเรียน
ออกเสียง New Say Hello 2 ตามครู และถามตอ ไปวาภาพกระตายท่เี ห็นนาจะเปนตัวผูหรอื ตัวเมีย อาจจะไดค าํ ตอบตางๆ กนั แตใน
ท่สี ดุ ควรสรปุ ไดวาเปน ตวั ผู เพราะสังเกตจากเครือ่ งแตง กาย ครูชี้แจงเพ่มิ เติมวา ในช้นั ประถมศึกษาปท่ี 2 นี้ นักเรยี นจะมีเพ่ือนเปน
กระตาย แทนนก Jip-Jip ในช้ันประถมศึกษาปที่ 1 ครูชูหนังสือเรียนและแบบฝกหัด ใหนักเรียนพูดคําวา Student’s Book และ
Workbook ตามครู

1.4 ครูเปด หนงั สือเรยี นพรอ มกบั นกั เรียนในหนาที่มีตัว Mascot ของหนังสือเรียนซ่ึงอยูกอนหนา 1 ครูถามนักเรียน
ตอไปวา เห็นภาพอะไร (กระตาย) ครูพูดตอวา Yes. A rabbit. ใหนักเรียนออกเสียง a rabbit พรอมกันหลายๆ คร้ัง ครูถามตอวา
What’s its name? (กระตายช่ืออะไรคะ) นักเรียนอาจบอกได เพราะสังเกตจากประโยคที่เขียนวา Hello! My name’s Bunny. ให
นักเรียนเดาวา Bunny พูดวาอะไร หลังจากนั้นครูชวยสรุปวา Bunny ชวนนักเรียนพูดคุย รองเพลง เลน และเรียน แลวตามดวย
ภาษาอังกฤษวา Hello! My name’s Bunny. Let’s talk, sing, play and learn! ใหนักเรยี นพดู ตามพรอ มกนั

2. Presentation
2.1 นกั เรียนทํากจิ กรรมที่ 1 Listen and say. ขอ A. Listen and repeat. ใน SB หนา 1 ใหนักเรียนดูภาพ Bunny และ

Jip-Jip กาํ ลังสนทนากนั ครูบอกนกั เรยี นวาจะไดฟ ง CD การสนทนาระหวางสัตว 2 ชนิดนี้ ใหนักเรียนตั้งใจฟง ครูเปด CD 1 ให
นกั เรยี นฟง 1 ครัง้ นักเรยี นไมต อ งพดู ตาม แตต ้ังใจฟง เสยี ง และอา นบทสนทนาตามในใจ ครเู ปด CD ครั้งท่ี 2 ใหนักเรียนพดู ตาม
ทลี ะประโยค ครูเปด CD ครัง้ ท่ี 3 ใหน กั เรียนพดู พรอ มกบั CD

CD Script 1
W: 1. Listen and say.

A. Listen and repeat.
Bunny: Good morning. My name’s Bunny. What’s your name?
Jip-Jip: Good morning, Bunny. My name’s Jip-Jip.

2.2 ครูถามนักเรียนวา Bunny และ Jip-Jip ทักกันวาอยางไร จะไดคําตอบวา Good morning. ครูเขียนคําวา Good
morning. บนกระดานดํา ใหน ักเรียนบอกความหมายในภาษาไทย (สวัสดีตอนเชา) ครูสนทนาตอไปเกี่ยวกับคําทักทายที่เคยเรียน
มาแลวในช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 เชน Hi, Hello พรอมทั้งวิธีใชคําเหลาน้ัน ครูเขียน Hi, Hello บนกระดานดํา และบอกนักเรียน
เพิ่มเติมวา Good morning. เปนคําทักทายเชนเดียวกัน แตใชเฉพาะเวลาเชาถึงกอนเท่ียงวัน ครูเขียน Good afternoon. และ Good
evening. เพิม่ เติม ใหน ักเรียนออกเสียงตามและบอกนักเรียนวา เปนคําทักทายเหมือนกัน Good afternoon. ใชทักทายในเวลาหลัง
เทีย่ งจนถงึ 6 โมงเย็น หรอื เมอื่ พระอาทิตยตกดนิ และทักทายกันดวยคําวา Good evening. หลังเวลา 6 โมงเย็น

2.3 ครูสนทนาเก่ียวกับการทักทายบุคคลวัยตางๆ ตามวัฒนธรรมไทย ใหนักเรียนบอกเกี่ยวกับการทักทายเพ่ือน
ทกั ทายผูใ หญ ซึง่ จะแตกตางกัน ทักทายผใู หญดว ยการไหวห รือกราบ ใหนักเรียนแสดงทาทางไหวพรอมๆ กัน แลวพูด สวัสดีคะ/
ครับ จากนั้นเปรียบเทียบกับการทักทายของชาวตางประเทศซึ่งจะทักทายดวยการจับมือ ครูสุมเลือกนักเรียน 2 คน ออกมาหนา
ช้นั เรียนแสดงทา ทางทักทายกนั ดว ยการจับมอื

6 Teacher’s Book New Say Hello 2

2.4 สมมุติใหน ักเรยี นท้ังหองเปน Jip-Jip และครูเปน Bunny สนทนาโตตอบกัน หลังจากนั้นแบงนักเรียนออกเปน
2 กลุม กลุมหนึ่งพูดบทคําพูดของ Jip-Jip อีกกลุมหน่ึงพูดบทคําพูดของ Bunny ครูคอยแกไขการออกเสียงใหถูกตองโดยเฉพาะ
การออกเสียง Good /gʊd/ เพราะนักเรยี นบางคนออกเสยี งเปน /gʊs/ เปรียบเทยี บเสยี งตัวสะกด /d/ ของคําวา Good วา คลายกับเสียง
สะกด “ด” ในภาษาไทย ตา งกนั ที่ /d/ เปนเสียงกอง แตเ สียง “ด” เปน เสยี งไมก อ ง ใหนกั เรยี นออกเสียงใหถ ูกตอ ง

3. Practice
3.1 ครูแนะนํานักเรียนวา ในการถามช่ือบุคคลอ่นื นนั้ ตามมารยาทแลวควรบอกชื่อตนเองกอน แลวจึงถามชื่อคนอื่น

เชน My name’s (Mary). What’s your name?
3.2 ใหน กั เรยี นจับคทู กั ทายตามแบบที่ไดฝกไวในข้ัน Presentation แตเปล่ียนช่ือ Bunny และ Jip-Jip ใหเปนชื่อของ

นักเรยี นเอง ใช Good morning. หรือ Good afternoon. ตามสถานการณจ ริง ใหน ักเรยี นจับมอื กันและกนั ขณะทักทาย
4. Production
4.1 นกั เรียนทํากิจกรรมที่ 1 Listen and say. ขอ B. Listen and sing. ใน SB หนา 1 ใหนักเรียนรองเพลง What’s Your

Name? ทํานอง Cha Cha Cha มีวิธีการทาํ กจิ กรรมดงั น้ี
– นกั เรียนอานเนอื้ เพลงตามครู
– ครูซกั ถามเกย่ี วกับเน้อื หาของเพลง ซงึ่ นักเรียนอาจตอบได เพราะเปนการถาม-ตอบชื่อที่เรียนมาแลว
– ครูเปด CD 2 ใหนักเรียนฟง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกนักเรียนไมตองรองตาม ใหรองตามทีละบรรทัดในครั้งที่ 2

และรอ งพรอมกบั CD ในครัง้ ท่ี 3

CD Script 2
1. Listen and say.

W: B. Listen and sing.
What’s Your Name?
Tune: Cha Cha Cha
What’s your name?
Tell me, what’s your name?
What’s your name?
Tell me, what’s your name?
My name’s (Bunny).

หลังจากน้ัน ใหนักเรียนนับ 1, 2 จนครบทุกคน แลวใหคนที่นับหมายเลข 1 จับมือเปนวงกลม 1 วง คนที่นับ
หมายเลข 2 จับมือเปนวงกลมอีก 1 วง ใหวงกลม 2 วงซอนกันอยู คนที่อยูวงในและวงนอกหันหนาเขาหากัน เมื่อครูเปดเพลง
นกั เรียนที่อยูตรงกนั ขามจะจับมือกัน รองเพลงถามและบอกชื่อ ตอจากนั้นคนที่อยูวงนอกเดินกาวไปดานขวา 1 กาว (Step to the
right.) รองเพลงตามและบอกชือ่ ทํากิจกรรมเชนนจี้ นจบเพลง ถามเี วลาพออาจเปด เพลง 2 คร้งั ได

4.2 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 1 Draw or paste your photo in the box (□). ใน WB หนา 1 ใหนักเรียนวาดภาพตนเอง
หรอื นําภาพถา ยมาติดกไ็ ด ตกแตง ใหส วยงาม พรอมเขียนชื่อใตภาพ ครูคอยชวยเหลือแนะนํา ใหนักเรียนแตละคนนําเสนอภาพที่
วาดและแนะนําชอื่ ตนเอง (My name’s …………… .)

5. Wrap up
5.1 ครูและนักเรยี นชว ยกนั สรปุ คาํ ทักทายและการถามชื่อเพื่อน
5.2 ใหน กั เรียนบอกชื่อตัวเองและถามชือ่ เพอ่ื น 2-3 คน เปนกิจกรรมสรปุ บทเรยี น
5.3 ครนู าํ ตัวอยางสมดุ บันทึกคําศพั ทท เ่ี รยี นแลวมาใหนักเรียนดู เสนอแนะใหนักเรียนบันทึกคําศัพท เพื่อการจดจํา

ดังนี้

Teacher’s Book New Say Hello 2 7

ตวั อยาง Word Meaning
No. bird

1

2 rabbit

ใหน ักเรยี นนําสมุด 1 เลม มาดวย เพ่ือใชเปน สมดุ บนั ทึกคาํ ศัพทในช่วั โมงเรียนตอไป

6. ส่ือ/แหลงการเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 1-2

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมลู เพ่ิมเตมิ สําหรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
– เนื่องจากเปนชั่วโมงแรกของชั้นเรียนใหม นักเรียนและครูยังไมคุนเคยกัน จึงอาจทําใหนักเรียนบางคนไมกลา

แสดงออก ครคู วรสรา งบรรยากาศในช้นั เรียนใหน ักเรียนมคี วามมั่นใจในตัวเอง และกลา พูดโดยไมกลัวผดิ
– ใหน กั เรียนทกั ทายและกลา วลาครูเปนภาษาอังกฤษทุกครงั้ ที่มกี ารเรยี นภาษาอังกฤษ

7.2 ขอ มูลเพ่มิ เตมิ สําหรบั ครู
– ในการพบกนั คร้งั แรกชาวอเมริกันจะจับมือทักทายกัน โดยเฉพาะในวงการธุรกิจ ผูหญิงจะเปนฝายย่ืนมือกอน

เสมอ วิธีการจับมือ (Shake hands) คอื การจับมือกันแนน เปน ระยะเวลา 2-3 วินาที แลวปลอย อาจมีวิธีการจับมือในแตละประเทศ
แตกตา งกัน บางประเทศอาจจะเพียงจบั มือกันเบาๆ และใชเ วลาจับมือกันนานกวา 2-3 วนิ าที

(อางองิ จาก Deena, R. Levine and others. The Culture Puzzle. New Jersey: Prentice-Hall, 1987)
– ครูควรระวงั การออกเสียง Good morning /gʊd /’mɔːnɪŋ ใหช ดั เจนและถูกตอง เพื่อเปนตัวอยางที่ดีของนักเรียนท่ี
เรมิ่ เรยี น เพราะนักเรียนจะออกเสียงเปน /gʊs/ เสมอ เสียงตัวสะกด /d/ คลายเสียง ด ในภาษาไทย ตางกันท่ีเสียง /d/ เปนเสียงกอง
สวนเสียง ด ในภาษาไทย เปนเสียงไมก อง
– การใช Good evening. จะใชทักทายในเวลาหลัง 6 โมงเย็นเปนตนไป แต Good night. จะใชกลาวลาในเวลา
กลางคืน ไมใชในการทกั ทาย

8. ความเหน็ ของผูบ ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

8 Teacher’s Book New Say Hello 2

9. บันทึกหลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

คร้งั ที่ 2 SB หนา 2-3 WB หนา 2-3

1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวช้ีวัดชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบตุ ัวอกั ษรและเสยี ง อา นออกเสยี งคาํ สะกดคาํ และอา นประโยคงายๆ ถูกตองตามหลกั การอา น
ต 1.1 ป.2/4 ตอบคําถามจากการฟงประโยค บทสนทนา หรอื นิทานงายๆ ท่ีมีภาพประกอบ
ต 1.2 ป.2/1 พดู โตต อบดว ยคําสัน้ ๆ งา ยๆ ในการสอื่ สารระหวา งบคุ คลตามแบบทฟ่ี ง
ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและใหข อ มูลงายๆ เกีย่ วกบั ตนเองตามแบบท่ีฟง
ต 1.3 ป.2/1 พดู ใหข อ มูลเกยี่ วกบั ตนเองและเรอื่ งใกลตัว
ต 3.1 ป.2/1 บอกคําศพั ททีเ่ กี่ยวของกบั กลุมสาระการเรยี นรอู ่ืน
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พดู ในสถานการณง ายๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในหอ งเรียน

1.2 ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทักษะการฟง การพดู
2) ทักษะการคดิ (การเดาความหมาย)
3) ทกั ษะกระบวนการกลุม
4) ทักษะการเลียนเสียงเพ่ือสื่อความ

1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1) ความเช่อื ม่นั และกลา แสดงออก
2) ความมวี นิ ยั

2. สาระการเรยี นรู

Function: – Exchanging greetings
– Giving information about names and ages

Structure: – How are you?
I’m fine, thank you. And you?
I’m fine, thank you.

– This is (Peter).
(He) is (seven) years old.

Vocabulary: คาํ ศพั ทใ หม

year, fine, old

คําศัพทท บทวน

he, she

Teacher’s Book New Say Hello 2 9

3. ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การปฏบิ ตั ิ

3.1 ฝกทกั ทาย
3.2 พูดบอกอายุ

4. แนวทางการประเมนิ

เปา หมาย หลักฐาน วธิ วี ดั เคร่ืองมือ
ตวั ชีว้ ดั
ต 1.1 ป.2/2 การพูดเลยี นแบบ Tom และ Peter ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
ต 1.1 ป.2/4 การตอบคาํ ถามหลังจากฟง CD ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การพูด
ต 1.2 ป.2/1 การฝกทกั ทายตาม CD ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพูด
ต 1.2 ป.2/4 การถาม-ตอบช่ือ และ How are you? ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
I’m fine, thank you. And you?
ต 1.3 ป.2/1 การนําเสนอภาพวาดตนเอง ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การพูด
ต 3.1 ป.2/1 การทบทวนจํานวนเลข ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การพูด
ต 4.1 ป.2/1 การถามอายเุ พอื่ นและนําเสนอ ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพดู
คุณลักษณะอันพึงประสงค
1. ความเช่อื มั่นและกลา การนาํ เสนอภาพตนเองหนาชัน้ เรียน สงั เกตความเชอ่ื มั่นและ แบบสงั เกตความเชือ่ ม่ันและ
กลา แสดงออก กลาแสดงออก
แสดงออก การปฏิบตั ิตามกติกาในการทาํ สังเกตความมีวนิ ยั แบบสงั เกตความมวี ินัย
2. ความมวี ินัย กิจกรรม

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Warm up
1.1 ทักทายนกั เรยี น และใหนกั เรียนทักทายตอบ (Good morning./ Good afternoon./ Hello.)
1.2 ครูสอนเก่ียวกับคําพูดที่ใชทักทายครูชาวตางประเทศวาตองใชช่ือสกุล เชน ครูชื่อ Molly Arno ตองเรียกครูวา

Ms. Arno หลังจากนน้ั จงึ ถามทุกขส ุข โดยใชประโยค How are you?
ครู : I’m fine, thank you. And you?
นักเรียน : I’m fine, thank you.

1.3 ครูออกไปนอกหอ งเรียน และเดนิ เขามาใหม ทักทายนักเรยี นตามรูปแบบท่ไี ดเสนอแนะในขอ 1.1-1.2
1.4 ครูทบทวนการนบั จํานวน 1-10 โดยใหนกั เรยี นพดู จํานวนนบั ตอ กัน

10 Teacher’s Book New Say Hello 2

2. Presentation
2.1 นกั เรียนทํากจิ กรรมที่ 1 Listen and say. ขอ C. Listen and repeat. ใน SB หนา 2 ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับ

ภาพท่ีเหน็ ในหนา น้ีวา นักเรยี นเหน็ อะไรบา ง (เหน็ เดก็ ชาย 2 คน กาํ ลังสนทนากนั ดวยประโยคทจี่ ะไดฟ ง จาก CD) และบอกนักเรียน
วา นักเรียนจะไดฟงบทสนทนาจาก CD ใหทายวาจากภาพที่ใหไว เด็กชาย 2 คนนี้ รูจักกันมากอนหรือไม หลังจากน้ันครูใหฟง
CD 3 ในการฟงครั้งท่ี 1 นักเรียนไมตองพูดตาม แตต้ังใจฟงเสียงและอานตามในใจ ครูเปด CD คร้ังท่ี 2 ใหนักเรียนพูดตามทีละ
ประโยค ครเู ปด CD ครัง้ ที่ 3 ใหนักเรียนพูดพรอ มกบั CD

CD Script 3
1. Listen and say.

W: C. Listen and repeat.
Tom: Good afternoon, I’m Tom.
What’s your name?
Peter: Hello! My name’s Peter. How are you?
Tom: I’m fine, thank you. And you?
Peter: I’m fine, thank you.

2.2 ซักถามเกีย่ วกับความหมายของบทสนทนา เปรียบเทยี บกบั สง่ิ ทีเ่ ดาไวว า ตรงหรือไม (เด็กชาย 2 คนไมรูจักกันมา
กอน) สังเกตไดจากประโยคใด (I’m Tom. What’s your name?) เวลาท่ี Tom และ Peter พบกนั คอื เวลาใด (afternoon)

2.3 ครูเขียนประโยค How are you? และ I’m fine, thank you. บนกระดานดาํ สอน 2 ประโยคนี้ โดยเตรยี มนักเรียนที่
พอจะสือ่ สารกนั ไดเ อง 2 คน ออกมาหนาหอ ง สนทนาดวยบทของ Peter และ Tom ครูซักถามความเขาใจของการถาม-ตอบจนได
ขอสรุปวา How are you? (สบายดีไหม) และ I’m fine, thank you. (ฉนั สบายดี ขอบคณุ ท่ถี าม)

2.4 ครพู ดู บทพดู ของ Tom และนกั เรยี นพดู บทพูดของ Peter และสลับบทบาทระหวางครูและนักเรียน หลังจากน้ัน
แบงนักเรยี นออกเปน 2 กลมุ พูดบทของ Tom และ Peter ครสู งั เกตและประเมนิ ความถูกตอ งของการออกเสียง

2.5 นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ี 1 Listen and say. ขอ D. Listen and repeat. ใน SB หนา 2 ครูเปด CD 4 ใหน ักเรยี นฟงและ
พดู ตาม 2-3 คร้งั

CD Script 4
1. Listen and say.

W: D. Listen and repeat.
1. This is Tom. He is seven years old.
2. This is Peter. He is seven years old.
3. This is Pim. She is eight years old.
4. This is Bunny. It is six years old.

หลังจากน้ันครูเปด CD อีกครัง้ ใหนักเรียนช้ที ่ีภาพขณะฟง CD แลวครูถามขอ มูลทีฟ่ ง และอา น ดังน้ี
How old is Tom? (Seven.)
How old is Peter? (Seven.)
How old is Pim? (eight.)
How old is Bunny? (Six.)
ครูอธิบายวา How old …? เปน การถามอายุ และใหน ักเรยี นใชป ระโยค How old …? นถ้ี ามเพอ่ื นเพอ่ื ฝกการใชประโยค
คําถาม-คําตอบในการถามอายุ

Teacher’s Book New Say Hello 2 11

3. Practice
3.1 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 2 Look and say. ขอ A. Talk with your friends. ใน SB หนา 3 โดยใหนักเรียนจับคู

ถาม-ตอบตามแบบ Tom และ Peter โดยใชข อมูลของนักเรียนเอง
3.2 นักเรยี นทาํ กิจกรรมท่ี 2 Read and match. ใน WB หนา 2 ใหนักเรียนดรู ูปภาพเทียนทปี่ ก บนขนมเคก และสนทนา

ถึงความหมายของการปก เทยี นบนขนมเคก อยา งน้ี ควรจะเปน งานอะไร (วนั เกิด) และจํานวนเทียนหมายถึงอะไร (อายุของเจาของ
วันเกิด) ใหนักเรียนอานประโยคบอกอายุในวงคําพูด และนับจํานวนเทียนที่ปกบนขนมเคก แลวจับคูภาพและประโยคที่มี
ความหมายเหมอื นกนั โดยเขียนหมายเลข 1-3 ใน □ หนา รปู ภาพ

Answers
2. Read and match.

Match the sentences with the pictures. Write numbers 1-3 in the boxes (□).

2

1

3

3.3 นักเรยี นทํากิจกรรมท่ี 3 Trace the letters. ใน WB หนา 3 นกั เรยี นเขียนประโยคทใี่ หไ วตามเสน ประ เพ่อื ทบทวน
การเขียนประโยคภาษาอังกฤษ และการเขยี นตัวอักษร

12 Teacher’s Book New Say Hello 2

4. Production
นักเรียนเขยี นอายุเพิ่มเติมใตภาพวาดหรือภาพถายท่ีทําไวแลวใน WB หนา 1 นําเสนอภาพหนาชั้นเรียน 3-4 คน ครู

ตรวจสอบการออกเสียงและความถกู ตอง
5. Wrap up
5.1 ใหน ักเรียนชวยกันสรุปการบอกเกีย่ วกบั อายุดว ยประโยค How old …….?
5.2 นกั เรียนจดคําศัพทท่ไี ดเรยี นในคาบน้ีลงในสมุดที่เตรียมมา

6. สือ่ /แหลง การเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 3-4
6.4 สมดุ บนั ทึกคําศัพท

7. กิจกรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิม่ เติมสาํ หรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ถามเี วลาพอครูอาจใหน ักเรยี นเลอื กถามอายุของเพ่อื น 2-3 คน และนาํ ขอ มลู ที่ไดมาพดู หนาชน้ั เรยี น โดยใชประโยค

(Tom) is (seven) years old. (Tim) is (eight) years old. And (Pim) is (eight) years old. เปนตน การทใ่ี หน ักเรียนในวยั นไ้ี ดเ ปลยี่ น
อริ ิยาบถบอยๆ จะทาํ ใหเ รยี นภาษาไดอยางสนุกสนาน

7.2 ขอมลู เพ่ิมเติมสาํ หรับครู
– การเอย ชือ่ ครูอยา งสุภาพในวัฒนธรรมของเจาของภาษา คือ
Mrs. นาํ หนาชือ่ สกุลหญิงทีแ่ ตงงานแลว
Miss นําหนาชือ่ สกุลหญิงทย่ี งั ไมแตง งาน
หรือใช Ms. /mɪz/ นาํ หนาชอ่ื สกุลหญิงทีไ่ มทราบวาแตงงานแลว หรอื ยังไมแ ตงงาน
Mr. (Mister) นําหนา ชื่อสกุลชายท้งั ท่แี ตง งานแลว และยงั เปน โสดอยู

7.3 ครูสอนเพม่ิ เตมิ

8. ความเห็นของผบู ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Teacher’s Book New Say Hello 2 13

ครง้ั ที่ 3 SB หนา 4-5 WB หนา 4-7
1. เปาหมายการเรียนรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวชวี้ ัดชน้ั ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบตุ ัวอักษรและเสยี ง อานออกเสียงคาํ สะกดคาํ และอา นประโยคงา ยๆ ถกู ตองตามหลักการอา น
ต 1.2 ป.2/1 พูดโตต อบดว ยคาํ สน้ั ๆ งา ยๆ ในการส่ือสารระหวา งบุคคลตามแบบที่ฟง
ต 2.1 ป.2/3 เขา รวมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกบั วัย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พดู ในสถานการณงายๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในหองเรียน

1.2 ทักษะกระบวนการเรียนรู
1) ทักษะการฟง การพูด
2) ทักษะการคดิ (การสังเกต การจําแนกเสียง)
3) ทกั ษะการเลียนเสียงเพอ่ื ส่อื ความ

1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
1) ความมวี ินยั
2) ความมุงมน่ั ในการทาํ งาน
3) ความเชื่อมน่ั และกลาแสดงออก

2. สาระการเรยี นรู

Function: Making and responding to requests
Structure: – Do you have an “a”?

Yes, I do./No, I don’t.
– Give me your (“a”), please.

Here you are.
– Thank you.

You’re welcome.
Vocabulary: คําศพั ทใหม

alphabet, give
คําศัพทท บทวน
have, please

3. ภาระงาน/ชิน้ งาน/การปฏิบตั ิ

3.1 ออกเสียงตวั อักษร
3.2 เลนเกมจับคตู วั อักษร
3.3 เขยี นตามเสน ประ

14 Teacher’s Book New Say Hello 2

4. แนวทางการประเมนิ

เปาหมาย หลักฐาน วิธีวดั เครื่องมอื
ตัวชวี้ ดั
ต 1.1 ป.2/2 การพดู ออกเสียงตัวอกั ษร ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
ต 1.2 ป.2/1 การพูดในกจิ กรรมเลนเกมจับคตู ัวอักษร ประเมนิ การพูด แบบประเมินการพดู
ต 2.1 ป.2/3 การรองเพลงและทําทาประกอบเพลง สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมินพฤติกรรม
ต 4.1 ป.2/1 การทํากิจกรรมจบั คตู ัวอักษร ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพดู
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ความมีวินัย การเคารพกติกาในการทํากิจกรรม สงั เกตความมวี ินัย แบบสังเกตความมีวินยั
2. ความมุงม่ันในการทํางาน ความตั้งใจในการทําแบบฝก หัด สงั เกตความมุงมั่นใน แบบสงั เกตความมุงมน่ั
การทํางาน ในการทาํ งาน
3. ความเช่อื มั่นและกลา การทาํ กจิ กรรมจบั คูตัวอกั ษร สังเกตความเชื่อม่ันและ แบบสังเกตความเชอื่ มัน่
แสดงออก กลาแสดงออก และกลา แสดงออก

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Warm up

1.1 ครชู บู ัตรตวั อกั ษร 4-5 ตัว ใหน กั เรียนอา นอยางรวดเรว็

1.2 ครตู ดิ แผนภูมิเพลง A B C song บนกระดานดํา ใหนักเรยี นออกเสียงตัวอักษรและรองเพลงพรอมกัน (นักเรียน

เคยเรียนแลวในชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 1) นกั เรยี นทําทาประกอบเพลงตามใจชอบ

2. Presentation

2.1 นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่ 2 Listen and say. ขอ B. Say the letters. ใน SB หนา 4 นักเรยี นอานตัวอักษรในหนา น้ีตาม

ครใู หถ กู ตอง หลังจากนนั้ ครูเขยี นกลุมตัวอักษรบนกระดานดาํ เปน 7 กลมุ ใหน ักเรียนออกเสยี งตามครู

กลุมที่ 1 a h j k กลุมที่ 2 b c d e g p t v z

กลุมที่ 3 f l m n s x กลมุ ที่ 4 o

กลมุ ท่ี 5 i y กลุมท่ี 6 q u w

กลุมท่ี 7 r

ใหนกั เรียนสงั เกตการออกเสียงตัวอักษรแตละกลุม และบอกวานาจะเปนเสียงสระใด ครูสรุปใหนักเรียนฟงวา

แตละกลมุ เปนเสียงสระใด ใหค รูออกเสยี งดังนี้

กลมุ ท่ี 1 ออกเสียง /eɪ/ กลมุ ที่ 2 ออกเสียง /iː/
กลุมท่ี 3 ออกเสยี ง /e/ กลมุ ที่ 4 ออกเสยี ง /oʊ/
กลมุ ท่ี 5 ออกเสียง /aɪ/ กลุมท่ี 6 ออกเสียง /uː/

กลมุ ท่ี 7 ออกเสยี ง /ɑːr/
2.2 นักเรยี นทํากิจกรรมที่ 3 Listen, repeat and talk with your friends. ขอ A. Listen and repeat. ใน SB หนา 5 ครูเปด

CD 5 ใหน ักเรียนฟง 3 คร้งั ครง้ั แรกใหน กั เรยี นตงั้ ใจฟง และอานตามในใจ คร้ังท่ี 2 ใหนักเรียนอานตาม CD ทีละประโยค และฟง

See also  [NEW] What are Cookies? | cookie - NATAVIGUIDES

คร้งั สุดทายใหน ักเรียนพดู พรอ มกับ CD

Teacher’s Book New Say Hello 2 15

CD Script 5
3. Listen, repeat and talk with your friends.

W: A. Listen and repeat.
Play the card game

G: Do you have an “a”?
B: Yes, I do.
G: Give me your “a”, please.
B: Here you are.
G: Thank you.
B: You’re welcome.
3. Practice
3.1 ครตู ิดปายกลมุ 7 กลมุ ตามเสียงตวั อกั ษรไวรอบหอ ง แจกบตั รตัวอกั ษรทุกตวั ใหนักเรียน และใหนักเรียนเขากลุม
ตามเสียงตวั อกั ษร เม่ือไดก ลมุ แลว ใหแตล ะกลมุ ออกเสียงตัวอักษรกลมุ น้นั ๆ
3.2 ครใู หน กั เรียนจบั คสู นทนาตามรูปแบบประโยคที่ไดฟ งจาก CD ครูสงั เกตความถกู ตองและใหคําแนะนําเพื่อนําสู
การทาํ กิจกรรมขน้ั ตอ ไป
4. Production
4.1 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 3 Listen, repeat and talk with your friends. ขอ B. Play the card game. ใน SB หนา 5 ครู
ชแ้ี จงวิธเี ลน เกมจับคตู ัวอกั ษรดังน้ี
อปุ กรณ บตั รตวั อกั ษรตวั พิมพเ ลก็ อยางนอ ย 9 คู
วธิ ีเลน แบงผเู ลน เปนกลมุ กลมุ ละ 4 คน
– ใชบัตรตัวอักษรตัวพมิ พเ ลก็ อยางนอย 9 คู สลบั บัตรใหค ละกัน ควํา่ หนาไวตรงกลาง
– แตล ะคนหยิบบตั รคนละ 2 ใบ ถาไดบ ัตรตัวอักษรเดยี วกันใหห งายบตั รตรงกลาง ถอื วาเปน ผูชนะ ถา มีผูไดบัตร
ตวั อักษรเดียวกนั มากกวา 1 คน ใหเ รมิ่ เลนใหมโดยสลับบัตรตวั อกั ษรอกี คร้งั แตถา ไดบตั รไมเ หมือนกัน สมมุติวาผูเ ริม่ เลนมี a อยูใน
มือ ใหช บู ัตรตวั a ใหเ พ่ือนดแู ละถามเพือ่ นดานซา ยมือวา Do you have an “a”?
เพือ่ นตอบ : Yes, I do. (ถา มี a ในมือ)
คนถาม : Give me your “a”, please.
เพือ่ นตอบ : Here you are. (พดู พรอ มกับย่ืนบัตรตวั a ให)
คนถาม : Thank you.
เพอื่ นตอบ : You’re welcome.
เพ่ือนคนที่ยื่นบัตรตัวอักษรใหจะหยิบบัตรจากกลางวงข้ึนมาถือไวแทน 1 บัตร สวนคนถามตองหงายบัตร
ตวั อักษรท้งั คูใ หเ พือ่ นเหน็ และหยิบบตั รเพม่ิ อกี 1 ใบ ในกรณีคนที่ถกู ถามไมม ีบัตรตัวอกั ษรตรงกับผถู าม คนทถ่ี กู ถามตองพูดวา No,
I don’t. ผูถามจะตอบวา Thank you. และใหเ พอ่ื นคนถัดไปเลน เกมตอ ทําเชนนี้จนหมดบัตรตัวอักษร ผูท ไ่ี ดค มู ากท่ีสุดเปน ผูชนะ
– ครสู าธติ วิธเี ลนเกมจนเห็นวานักเรียนเขาใจ อธิบายนักเรียนวาในการถาม Do you have (an) (“a”)? นั้น a ใช
นําหนาตัวอกั ษรทข่ี ึ้นตนดว ยเสียงพยญั ชนะ ไดแก b, c, d, g, j, k, p, q, t, u, v, w, y, z สวน an ใชนําหนาตัวอักษรที่ข้ึนตนดวยเสียง
สระ ไดแ ก a, e, f, h, i, l, m, n, o, r, s, x ดงั นน้ั ตัวอกั ษรท่ีใช a/an นําหนา จงึ มที ้งั พยญั ชนะและสระ แลวใหน กั เรยี นเลน เกม
– ขณะนกั เรียนเลนเกมครูคอยชวยเหลอื แนะนาํ

16 Teacher’s Book New Say Hello 2

4.2 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 4 Connect the dots from A-Z and write the words. ใน WB หนา 4 นักเรียนโยงเสน
ตามลาํ ดับตวั อักษร และบอกวาภาพทเ่ี ห็นคอื อะไร ใหแ ขงกันบอกชอื่ ภาพ

Answers
4. Connect the dots from A-Z and write the words.

– AN APPLE
– a cat

5. Wrap up
นักเรยี นทาํ กิจกรรมท่ี 5 Trace the letters. ใน WB หนา 5-7 ใหนักเรยี นเขียนตวั อกั ษรตามเสน ประเปนการบาน

6. สอ่ื /แหลงการเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 5
6.4 บตั รอกั ษร a-z
6.5 แผนภมู ิเพลง A B C song
6.6 ปา ยกลมุ ตามเสียงตวั อักษร
6.7 บัตรตัวอกั ษรตวั พิมพเล็ก (อยางนอ ย 9 ค)ู

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิ่มเตมิ สําหรบั ครู

7.1 กจิ กรรมเสนอแนะ
– ครคู วรฝก ออกเสยี งตวั อกั ษรใหถ ูกตอ งกอ นสอน
– ใหนักเรยี นแตละคนทําบตั รอกั ษรสําหรับเลนเกมในเวลาวา ง

7.2 ขอ มลู เพ่มิ เติมสาํ หรับครู
– ครคู วรฝกการออกเสียงกลุมของตัวอักษรในกจิ กรรมท่ี 2 Listen and say. ขอ B. Say the letters. ใน SB หนา 4 ให

ถกู ตอ ง ดังนี้
กลุม ที่ 1 ออกเสียง /eɪ/
กลุมที่ 2 ออกเสียง /iː/
กลุมที่ 3 ออกเสียง /e/
กลมุ ท่ี 4 ออกเสยี ง /oʊ/
กลมุ ที่ 5 ออกเสยี ง /aɪ/
กลมุ ที่ 6 ออกเสยี ง /uː/
กลมุ ท่ี 7 ออกเสียง /ɑːr/

สัทอักษรทีใ่ ชในคูม ือครยู ึดตาม IPA (The International Phonetic Alphabet) ตามท่ปี รากฏใน Hornby A S, Oxford
Advanced Learner’s Dictionary of Current English. 5th ed. England: Oxford University Press, 1995.

Teacher’s Book New Say Hello 2 17

8. ความเหน็ ของผูบริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บันทึกหลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกป ญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ครั้งที่ 4 SB หนา 6-9 WB หนา 8
1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวช้วี ัดชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/1 ปฏบิ ตั ติ ามคําสั่งและคาํ ขอรอ งงายๆ ท่ีฟง
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตวั อกั ษรและเสียง อานออกเสียง สะกดคํา และอา นประโยคงายๆ ถกู ตอ งตามหลักการอา น
ต 1.2 ป.2/2 ใชค ําส่งั และคาํ ขอรอ งงา ยๆ ตามแบบทีฟ่ ง
ต 2.2 ป.2/1 ระบุตวั อักษรและเสียงตวั อักษรของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง /พูดในสถานการณง า ยๆ ท่เี กดิ ข้นึ ในหอ งเรยี น
ต 4.2 ป.2/1 ใชภ าษาตา งประเทศเพอื่ รวบรวมคาํ ศัพททเ่ี ก่ยี วของใกลตัว

1.2 ทักษะกระบวนการเรียนรู
1) ทักษะการฟง การพดู
2) ทกั ษะการคิด (การสังเกต)

1.3 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
1) การใฝเรียนรู
2) ความมุง ม่ันในการทาํ งาน
3) ความเชอ่ื มนั่ และกลาแสดงออก

2. สาระการเรยี นรู

Function: – Giving commands
– Giving information about consonants and vowels

Structure: – (Walk) to the letter (A).
– We are consonants/vowels.

Vocabulary: คาํ ศัพทใหม
vowel, consonant, orange, umbrella, ice cream cone
คาํ ศัพททบทวน
apple

18 Teacher’s Book New Say Hello 2

3. ภาระงาน/ช้นิ งาน/การปฏบิ ัติ

3.1 ทําแบบฝกหัดการเตมิ a หรอื an นําหนาคํานาม
3.2 บันทึกคาํ ศพั ทที่เรียนลงสมุด

4. แนวทางการประเมิน

เปาหมาย หลักฐาน วิธวี ดั เครอื่ งมือ
ตวั ชีว้ ัด
ต 1.1 ป.2/1 การปฏบิ ตั ิตามคําสัง่ และการออกคําสงั่ ใน ประเมนิ การฟง และ แบบประเมนิ การฟงและ
ต 1.2 ป.2/2 กจิ กรรมเกม Simon Says การพดู การพูด
ต 1.1 ป.2/2 การอา นออกเสียงสระและพยญั ชนะ ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพดู
ต 2.2 ป.2/1 การพูดเปรยี บเทียบการออกเสยี ง ประเมินการพูด แบบประเมนิ การพูด
พยญั ชนะภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ต 4.1 ป.2/1 การเลนเกม Simon Says ประเมนิ การฟงและ แบบประเมนิ การฟงและ
การพูด การพดู
ต 4.2 ป.2/1 การรวบรวมจดบนั ทึกคําศัพท ตรวจสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท สมุดบนั ทกึ คาํ ศพั ท
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. การใฝเ รยี นรู ความตงั้ ใจในการฝกออกเสียง สงั เกตการใฝเรยี นรู แบบสังเกตการใฝเ รียนรู
2. ความมงุ ม่ันในการทาํ งาน ความมุงมัน่ ในการจดั ทําสมดุ บนั ทึก สังเกตความมุง มั่นใน แบบสงั เกตความมุงมน่ั
คําศัพท การจัดทาํ สมุดบันทกึ ในการทาํ งาน
3. ความเชอื่ มั่นและกลา คําศัพท
แสดงออก การกลา ออกมาเปน ผอู อกคําส่งั ในการทํา สงั เกตความเช่อื มน่ั และ แบบสงั เกตความเชื่อมั่น
กจิ กรรม Simon Says กลา แสดงออก และกลา แสดงออก

5. กิจกรรมการเรยี นรู

1. Warm up
ครทู บทวนประโยคคําสงั่ ที่เคยเรยี นมาแลว โดยเลนเกม Simon Says วิธเี ลนคอื ครูตดิ บัตรตวั อกั ษร A-Z ไวต ามสถานท่ี

ตา งๆ ในหอ งเรยี น เชน บนโตะ ครู บนพ้ืน ที่หนาตาง ประตู เกา อ้ี ฯลฯ โดยใชคาํ ส่งั ตอ ไปน้ี
– Walk to the letter (A).
– Run to the letter (B).
– Point to the letter (C).

วิธเี ลน ครเู ปน ผสู ่ังใหน กั เรียนปฏิบัติตาม โดยมีกติกาวา ถาครูพูด Simon Says หนาประโยคคําสั่งใดๆ ใหนักเรียน
ปฏิบัติตาม แตถ าไมม ี Simon Says หนา ประโยค นักเรียนไมต องปฏิบตั ิตาม ครูทํากิจกรรมเปนตัวอยาง 3-4 ประโยค เมื่อนักเรียน
เขาใจดีแลว ใหน กั เรยี นอาสาสมคั รออกมาเปน ผูสง่ั แทน

Teacher’s Book New Say Hello 2 19

2. Presentation
2.1 นักเรยี นทํากจิ กรรมท่ี 4 Listen and say. ขอ A. Point to the letters and say. ใน SB หนา 6 ครดู ําเนินกจิ กรรมดงั นี้
– ครตู ดิ แผนภมู ติ ัวอักษรบนกระดานดํา บอกนักเรียนวาจะไดฟง CD 6 ซ่ึงเปนบทพูดเขาจังหวะ ในบทพูดเขา

จงั หวะนม้ี คี าํ ศพั ทใหม 2 คํา ครูเขียน vowels และ consonants บนกระดานดาํ และใหน ักเรยี นดคู ํานีใ้ น SB หนา 6 ใหนักเรียนเดาวา
vowels และ consonants นาจะหมายความวาอยางไร ครูชวยสรุปอกี ครั้งหนึ่ง (สระและพยัญชนะ) ใหนักเรียนออกเสียงตามครู 3-4
ครงั้ ครูบอกนกั เรียนวา vowels คอื ตัวอกั ษรทเ่ี ปนสระ ไดแ ก a, e, i, o, u ครเู ขียนวงกลมรอบตัวอักษร a, e, i, o, u สวน consonants
คือ พยัญชนะ (ตัวอักษรทุกตัวยกเวน a, e, i, o, u) ใหนักเรียนบอกตัวอักษรที่เปนพยัญชนะพรอมกัน ฝกใหนักเรียนออกเสียง
vowels และ consonants ใหถกู ตอง แลว ใหนกั เรยี นฟง บทพูดเขาจงั หวะ ชี้ตามตัวอกั ษรโดยไมพ ูดตามในครั้งท่ี 1 ใหนักเรยี นพดู ตาม
ในคร้งั ท่ี 2 และใหออกเสียงพรอมกันตามครูอีกครั้งหนง่ึ เม่ือนักเรียนออกเสียงไดแลว ใหปรบมือเปนจงั หวะขณะพดู

CD Script 6
4. Listen and say.

W: A. Point to the letters and say.
Let’s chant
AEIOU
Yes, yes, yes!
We are vowels.
BCDFGH
JKLMNPQRS
TVWXYZ
We are consonants.
Yes, yes, consonants.
We are consonants.

– ครใู ชบัตรตวั อกั ษรชขู ึ้นทลี ะตัว ใหนกั เรียนบอกวา เปน consonant หรือ vowel เม่อื นักเรยี นเขาใจดีแลว ครูแจก
ตัวอักษรท้ังหมดใหนกั เรียนถอื ไว ครูติดแถบประโยค We are vowels. และ We are consonants. ไวท ่ีฝาผนังของช้ันเรียน ใหน กั เรยี น
เขา กลมุ อกั ษรของตนตามปาย เมอื่ ไดกลมุ แลวพูดตามแถบประโยคพรอ มกนั

2.2 นกั เรียนทํากิจกรรมที่ 4 Listen and say. ขอ B. Look, listen, point and repeat the letters. ใน SB หนา 7 นักเรียน
ฟงและออกเสยี ง vowels ตาม CD 7 สงั เกตการออกเสยี งของอกั ษรทข่ี ีดเสน ใต ใหน ักเรียนเปรียบเทียบเสยี งสระในภาษาอังกฤษ คือ
a, e, i, o, u ท่นี าํ หนา คําศัพทค ลายเสยี งอะไรในภาษาไทย

CD Script 7
4. Listen and say.

W: B. Look, listen, point and repeat the letters.
Vowels
apple
elephant
ice cream
orange
umbrella
a e io u

20 Teacher’s Book New Say Hello 2

2.3 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 4 Listen and say. ขอ C. Look, listen, point and repeat the letters. ใน SB หนา 8 ครูเปด
CD 8 นกั เรยี นฟง และออกเสียง consonants ตาม CD 2-3 ครัง้

CD Script 8

4. Listen and say.

W: C. Look, listen, point and repeat the letters.

Consonants

b bird c cat d dog f fan

g goat h hut j jug k kite

l lion m monkey n nest p pen

q queen r ring s snake t tiger

v vase w wig x xylophone y yo-yo

z zebra

ครทู บทวนการออกเสยี งพยญั ชนะ โดยอธิบายเพม่ิ เติม เชน

อกั ษร c /siː/ ออกเสียงเปน /k/ เชน can, cat, cow ซง่ึ คลายการออกเสียง “ค” ในภาษาไทย หรือออกเสียงเปน

/s/ เชน cell, cent, city ซง่ึ คลายการออกเสยี ง “ซ” ในภาษาไทย

อักษร t /tiː/ ออกเสียงเปน /t/ เชน talk, tell, toy ซงึ่ คลา ยการออกเสียง “ท” ในภาษาไทย

ดงั น้นั เม่อื นกั เรียนสะกดคําวา cat จงึ ออกเสียงเปน /kæt/ เปนตน ยกตัวอยางการประสมอักษรเชน นก้ี บั คําพยางค

เดยี วงายๆ และใหนักเรียนเปรียบเทียบเสียงพยัญชนะภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เชน dog ออกเสียงเปน /dɔːg/ อักษร d /diː/ จะ

ออกเสยี งคลาย ด ในภาษาไทย แตเ สียงอกั ษร d เปนเสียงกอ ง สวนเสยี งอักษร ด เปนเสียงไมกอ ง

2.4 นักเรยี นทํากิจกรรมท่ี 5 Look, listen and repeat. ใน SB หนา 9 บอกคาํ ศัพทท ีใ่ หไวซ งึ่ เปน คาํ ศัพทที่นักเรียนเรียน

มากอนแลว ครูเปด CD 9 ใหนักเรียนอานออกเสียงตาม CD 2-3 คร้ัง หลังจากน้ันใหนักเรียนสังเกตตัวอักษรตัวแรกของคําศัพท

เหลานัน้ ดา นซายมอื ขึน้ ตนดว ย consonants (พยญั ชนะ) ดานขวามอื ขึ้นตนดวย vowels (สระ) การใชค าํ นาํ หนาคาํ นามน้ันๆ คือ a/an

ครูและนักเรยี นชว ยกันสรปุ (ใช a นาํ หนา คํานามที่มีหนึง่ สิ่งหรอื หนงึ่ อยาง ซ่ึงขึ้นตนดวยเสียงพยัญชนะ และใช an นําหนาคํานาม

ซงึ่ ข้นึ ตนดวยเสียงสระ)

CD Script 9 an apple
an egg
W: 5. Look, listen and repeat. an ice cream cone
a or an? an orange
an umbrella
a book
a pen
a ruler
a pencil case
a vase

3. Practice
นักเรียนทาํ กจิ กรรมท่ี 6 Fill “a” or “an” in the blanks. ใน WB หนา 8 ใหนักเรียนเติม a หรือ an หนาคํานามท่ีใหไว

เม่ือทําเสรจ็ แลว แลกสมุดแบบฝกหดั กบั เพอ่ื นท่นี ่ังใกล เพ่ือตรวจคาํ ตอบกับเฉลยทีค่ รูเขียนไวบ นกระดานดํา เมือ่ ตรวจเสรจ็ เรียบรอย
แลว จงึ สงใหค รตู รวจอกี ครงั้ หน่ึง

Teacher’s Book New Say Hello 2 21

Answers 8. a
6. Fill “a” or “an” in the blanks.

1. a 2. an 3. an 4. an 5. a 6. an 7. a

4. Production

5. Wrap up
ใหน กั เรียนสรปุ ตวั อกั ษรท่เี ปนสระและพยัญชนะ และหลกั การใช a/an แลว จดลงในสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท

6. ส่อื /แหลง การเรยี นรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 6-9
6.4 บัตรอกั ษร A-Z
6.5 แผนภูมิตัวอักษร
6.6 แถบประโยค
6.7 สมดุ บันทกึ คําศัพท

7. กิจกรรมเสนอแนะ/ขอมลู เพิม่ เตมิ สาํ หรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ครูอาจมอบหมายใหน ักเรยี นท่ีเรยี นดชี วยเหลอื เพือ่ นฝก การออกเสียงสระและพยัญชนะ รวมท้งั การใช a/an ใน

ประโยค
7.2 ขอมูลเพม่ิ เติมสําหรบั ครู
– ใหค รฟู ง CD ลวงหนาเพ่อื เตรียมตัวใหพ รอ มสาํ หรบั การออกเสยี งท่ถี กู ตอง
– การใช a, an ใช a นําหนาตัวอักษรท่ีมีเสียงเปนพยัญชนะ เชน a uniform, a university และนําหนาคํานามนับได

เอกพจนทขี่ ้ึนตน ดว ยเสียงพยัญชนะ เชน a book, a hat ใช an นําหนาตัวอักษรที่มีเสียงเปนสระ เชน an hour หรือคํานามนับได
เอกพจนท่ขี นึ้ ตน ดวยเสยี งสระ เชน an apple, an orange เปนตน

– ครชู แี้ จงเพิม่ เติมวา การออกเสยี งสระในภาษาอังกฤษน้นั ไมคงท่ี สามารถออกเสยี งไดห ลายเสียง เชน การออกเสียง
letter “a”

a ในคาํ วา apple ออกเสยี ง /æ/
a ในคําวา eat ออกเสยี ง /i/
a ในคําวา tall ออกเสียง /ɔː/
ใหน ักเรยี นชวยกนั หาคําอ่ืนๆ ทีส่ ะกดดวย a ครูเขียนคําศัพทบนกระดานดํา ใหนักเรียนฝกออกเสียงพรอมกัน ครู
เสนอแนะใหน ักเรียนฝก อาน และจดจาํ การออกเสยี งสระใหไ ดเพ่ือการอา นไดคลอ งตอไป

22 Teacher’s Book New Say Hello 2

8. ความเหน็ ของผูบ ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู

9.1 ผลการจัดการเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

คร้งั ที่ 5 SB หนา 10-12 WB หนา 9-10
1. เปา หมายการเรียนรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวชีว้ ดั ชน้ั ป
ต 1.1 ป.2/1 ปฏบิ ตั ิตามคําส่งั และคําขอรองงายๆ ที่ฟง
ต 1.1 ป.2/2 ระบตุ วั อักษรและเสียง อานออกเสียงคาํ สะกดคํา และอานประโยคงา ยๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอาน
ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและใหขอ มูลงา ยๆ เก่ยี วกบั ตนเองตามแบบทฟ่ี ง
ต 1.3 ป.2/1 พูดใหขอ มูลเกี่ยวกับตนเองและเรอ่ื งใกลตัว
ต 2.1 ป.2/1 พูดและทําทา ทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา
ต 2.2 ป.2/1 ระบตุ วั อักษรและเสียงตวั อักษรของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พดู ในสถานการณงา ยๆ ทเี่ กิดข้นึ ในหองเรียน
ต 4.2 ป.2/1 ใชภ าษาตา งประเทศเพือ่ รวบรวมคาํ ศัพทท ี่เก่ียวของใกลตัว

1.2 ทกั ษะกระบวนการเรียนรู
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทักษะการคดิ (การสรางองคความร)ู
3) ทักษะการสรางสรรคช้ินงาน

1.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1) ความมงุ ม่ันในการทาํ งาน
2) ความเชื่อมน่ั และกลา แสดงออก
3) การมจี ิตสาธารณะ

2. สาระการเรียนรู

Function: – Describing activities at school
– Making and responding to requests
– Asking for and giving information about ages

Teacher’s Book New Say Hello 2 23

Structure: – At school, we (play).
– Spell your name, please.
(P-I-M)
– How old are you?
I’m (eight) years old.

Vocabulary: คําศพั ทใ หม
name tag, learn, read, talk
คําศพั ททบทวน
play

3. ภาระงาน/ช้ินงาน/การปฏิบัติ

3.1 เติมคําศพั ทใหตรงกับรปู ภาพ
3.2 ทํา name tag

4. แนวทางการประเมิน

เปาหมาย หลักฐาน วธิ ีวัด เครือ่ งมือ

ตัวชี้วดั การปฏบิ ัติตามคําส่ังใหส ะกดช่อื ประเมนิ การฟง แบบประเมินการฟง
ต 1.1 ป.2/1

ต 1.1 ป.2/2 การสะกดชื่อตนเอง ประเมินการพดู แบบประเมนิ การพูด

ต 1.2 ป.2/4 การขอใหเพือ่ นสะกดชื่อ ประเมินการพูด แบบประเมนิ การพดู

ต 1.3 ป.2/1 การนําเสนอ name tag ประเมนิ ภาระงานและ แบบประเมนิ ภาระงานและ
ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพดู

ต 2.1 ป.2/1 การแสดงทาทางประกอบเพลง สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ พฤติกรรม

ต 2.2 ป.2/1 การสะกดชอ่ื ตนเองและเพ่อื น ประเมินการพดู แบบประเมินการพดู

ต 4.1 ป.2/1 การสะกดช่ือและถาม-ตอบอายุ ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพูด

ต 4.2 ป.2/1 การรวบรวมจดบันทึกคําศพั ท ตรวจสมดุ บนั ทึกคาํ ศัพท สมดุ บนั ทกึ คําศัพท

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค การทํา name tag สงั เกตความมุงมน่ั ในการ แบบสังเกตความมุงมน่ั ใน
1. ความมงุ มั่นในการทาํ งาน ทํางาน การทาํ งาน
การนําเสนอ name tag และการแสดง สงั เกตความเชื่อมั่นและกลา แบบสงั เกตความเช่ือม่นั และ
2. ความเชื่อม่ันและกลา ทา ทางประกอบเพลง แสดงออก กลา แสดงออก
แสดงออก การอาสาชว ยครูในการแจก สงั เกตการมจี ติ สาธารณะ แบบสงั เกตการมีจิต
กระดาษแขง็ เพือ่ ทาํ name tag สาธารณะ
3. การมีจิตสาธารณะ

24 Teacher’s Book New Say Hello 2

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Warm up
1.1 นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมที่ 6 Listen and sing. ใน SB หนา 10 ครสู นทนาเก่ียวกับภาพประกอบเพลง ใหนักเรียนบอก

วา ในภาพเดก็ ๆ กาํ ลังทําอะไรบา ง (พูด, อา นหนงั สือ, เลน, เขียน, เรียนหนังสือ) ครูพูดคํากริยาเหลานี้เปนภาษาอังกฤษ (talk, read,
play, write, learn) และชูบตั รคําทลี ะใบใหนักเรยี นอา นพรอ มกนั (นักเรียนเคยเห็นคําเหลานี้ในหนังสือเรียนและแบบฝกหัดท่ีผาน
มาแลว) ฝกออกเสยี งใหถกู ตอง ใหนักเรียนอานเน้ือเพลงและชี้ท่ีภาพท่ีมีความหมายตรงกัน หลังจากน้ัน ใหนักเรียนฟงเพลงจาก
CD 10 ฝก รอ งตาม และรองเองพรอมแสดงทาทางประกอบเพลง

CD Script 10
W: 6. Listen and sing.

At School
Tune: Are You Sleeping?

At school, we learn.
At school, we learn.
At school, we read.
At school, we read.
At school, we play.
At school, we talk.
We write name tags.
We write name tags.
La la la la la la

1.2 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 7 Fill in the blanks. ใน WB หนา 9 ใหนักเรียนเลือกคําศัพทที่กําหนดไวในกรอบที่มี
ความหมายตรงกับภาพในประโยคเตมิ ลงในชอ งวาง

Answers

7. Fill in the blanks.

1. read 2. play 3. talk 4. write 5. learn

2. Presentation
2.1 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 7 Learn more. ขอ A. Write your friend’s name. ใน SB หนา 11 ใหนักเรียนสังเกต

การสะกดชื่อจากภาษาไทยเปนภาษาองั กฤษ โดยครเู สนอแนะวิธีการสะกดชอื่ ใหถ ูกตองดงั นี้
1) เขียนคาํ อานเปนภาษาไทย
2) สะกดชอื่ ภาษาอังกฤษตามคาํ อานน้ัน เชน
พมิ = พ + –ิ + ม = Pim
สุดา = ส + –ุ + ด + า = Suda
นน = น + โ–ะ + น = Non
ครเู ขียนช่อื ภาษาไทยของนกั เรยี น 2-3 คน ใหนกั เรียนฝกเขียนชื่อเปนภาษาองั กฤษ

Teacher’s Book New Say Hello 2 25

2.2 นักเรียนทํากิจกรรมที่ 7 Learn more. ขอ B. Read and write your name tag. ใน SB หนา 12 ใหนักเรียนอาน

บทสนทนาระหวางครูกับ Pim และดรู ูปภาพประกอบ จะเห็นวาครูให Pim สะกดช่ือ และถามอายุของ Pim เม่ือไดคําตอบแลว ครู

เขยี นปา ยชื่อสงให Pim ใหนักเรียนอานขอความดานลางตามครู ใหเดาความหมายคําวา name tag และ age ครูสรุปความหมายท่ี

ถูกตอ ง บอกนกั เรียนวานกั เรยี นจะไดทาํ ปายชื่อตนเองและปา ยชอ่ื เพ่ือน 1 คน โดยตองใหเ พ่ือนสะกดชือ่ และบอกอายุกอน ครูแสดง

ตัวอยา งการขอขอมูลดงั น้ี

– ครูถือกระดาษแขง็ ขนาด 94 เซนตเิ มตร 1 แผน เดินไปหาเด็กคนหน่งึ ถามนักเรียนใหส ะกดชอื่ และบอกอายุ
T: Spell your name, please.

S: S-U-D-A

T: How old are you?

– S: I’m seven years old. ASgued:a7 ชูใหนักเรียนดแู ละพูดภาษาองั กฤษ
เมอ่ื Suda บอกชอ่ื และอายแุ ลว ครเู ขียนชื่อและอายุลงในกระดาษ

วา This is Suda’s name tag. และเขยี น name tag บนกระดานดํา ครแู ละนกั เรยี นอา นบทถาม-ตอบใน SB หนา 12 อกี ครง้ั หน่งึ

3. Practice

นกั เรียนเลือกสัมภาษณเพ่ือน 1 คน ใหเ พื่อนสะกดช่อื และถามอายุโดยใชประโยค Spell your name, please. และ How

old are you? และบันทกึ รายละเอียดไว ดังตัวอยาง

A: Spell your name, please.
B: (N-O-N)
A: How old are you?
B: (I’m six years old.)

4. Production

4.1 ใหอาสาสมคั ร 2-3 คนรบั กระดาษ และนําไปแจกเพอื่ นคนละ 2 แผน ใหเขยี น name tag ของเพื่อนที่สัมภาษณไว

1 แผน และเขยี น name tag ของตนเอง 1 แผน

4.2 นํา name tag ทั้ง 2 แผน ไปติดไวใ นกรอบกิจกรรมท่ี 8 Make two name tags. ใน WB หนา 10 ขอ A. Your name

tag. (ติด name tag ของตนเอง) และขอ B. Your friend’s name tag. (ติด name tag ของเพื่อน) ใน WB หนา 10 ตกแตงใหสวยงาม

และนาํ เสนอหนา ชัน้ เรียน โดยใชประโยค This is my name tag. I’m seven years old. และ This is (Suda)’s name tag. She is seven

years old.

5. Wrap up

นักเรยี นและครูสรุปความหมายของคําวา name tag (ปา ยชื่อ) และ age (อายุ) และบันทกึ ลงในสมุดบนั ทึกคําศัพท

6. สื่อ/แหลงการเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 10
6.4 บัตรคาํ กริยา talk, read, write, learn
6.5 กระดาษแขง็ ขนาด 94 เซนติเมตร
6.6 สมุดบนั ทกึ คําศพั ท

26 Teacher’s Book New Say Hello 2

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอ มูลเพ่ิมเติมสาํ หรับครู

7.1 กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูขออาสาสมคั รใหน กั เรียนทเ่ี รยี นดีเปน พีเ่ ลีย้ งในการสะกดชื่อชว ยเหลือเพ่ือนๆ และครูตองชว ยเหลอื นกั เรียนท่ี

เรยี นชาเปน พิเศษ
7.2 ขอมูลเพ่ิมเติมสําหรับครู
– การสะกดช่ือเฉพาะน้ัน ใหสะกดตามหลกั การถอดอักษรไทยเปนอกั ษรโรมันแบบถายเสียงของราชบัณฑิตยสถาน

ตามเอกสารในภาคผนวก ในกรณที ีช่ อื่ นกั เรยี นยาวหลายพยางค ใหแยกพยางคเปนภาษาไทยกอนตามคําอาน แลวจึงสะกดชื่อเปน
ภาษาองั กฤษ

– ครคู วรฝกออกเสยี ง age /eɪdʒ/ ใหถ ูกตอ งกอ นสอน

8. ความเหน็ ของผูบริหาร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

9. บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู ……………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญ หาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ครัง้ ท่ี 6 SB หนา 13-14 WB หนา 11-12

1. เปา หมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตวั ชี้วดั ชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอกั ษรและเสียง อานออกเสียงคาํ สะกดคํา และอา นประโยคงายๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอา น

1.2 ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทักษะการฟง
2) ทกั ษะการคิด (การสรปุ องคค วามรู)
3) ทักษะการประเมินตนเอง

1.3 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
1) ความซ่ือสัตย
2) ความมุง มน่ั ในการทาํ งาน

2. สาระการเรียนรู 27

Reviewing sounds and evaluating language progress: vocabulary and structures from this unit
Structure: – Good (morning).

– Give me your (“a”), please.
Here you are.

Teacher’s Book New Say Hello 2

– At school, we (play).
– How old are you?

I’m (eight) years old.
Vocabulary: morning, year, vowel, orange, umbrella, give, learn, old, please
Pronunciation: /v/

3. ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การปฏิบตั ิ

3.1 ฝกออกเสยี ง /v/
3.2 ทาํ Mind Map
3.3 ทําแบบประเมินตนเอง (Things I can do.)
3.4 ทําแบบทดสอบทา ยหนว ย (Test yourself.)

4. แนวทางการประเมนิ

เปา หมาย หลักฐาน วธิ ีวัด เคร่อื งมอื
ตัวช้ีวัด
ต 1.1 ป.2/2 การออกเสยี งคาํ และเสยี ง /v/ ประเมนิ การพดู แบบประเมนิ การพูด
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ความซอื่ สตั ย การทําแบบประเมนิ ตนเอง สังเกตพฤตกิ รรมการทํา แบบประเมินพฤติกรรมและ
(Things I can do.) ตามความ แบบประเมนิ ตนเอง แบบประเมนิ ตนเอง
2. ความมุง ม่ันในการทาํ งาน เปน จริง
การทํา Mind Map และการทาํ สังเกตความมงุ มั่นในการทํา แบบประเมนิ พฤติกรรมและ
แบบทดสอบทา ยหนวย (Test Mind Map และแบบทดสอบ แบบทดสอบทายหนวย
yourself.) ดวยความตง้ั ใจ ทา ยหนวย แลวตรวจแบบทดสอบ

5. กจิ กรรมการเรียนรู

1. Review
1.1 ทบทวนการออกเสียงตัวอักษร โดยครูชูบัตรอักษรเร็วๆ ใหนักเรียนออกเสียง จากนั้นทบทวนคําศัพทและ

โครงสรางประโยคตอไปน้ี โดยการใชบัตรคาํ และแถบประโยค
คาํ ศัพท : morning, year, vowel, orange, umbrella, give, learn, old, please
โครงสรา งประโยค : – Good (morning).
– Give me your (“a”), please.
Here you are.
– At school, we (play).
– How old are you?
I’m (eight) years old.

28 Teacher’s Book New Say Hello 2

1.2 นักเรยี นทํากจิ กรรมที่ 8 Say the words. ใน SB หนา 13 นกั เรียนดภู าพและคาํ ศัพททใ่ี หไว ใหนกั เรยี นฟง CD 11
และพูดตาม 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นครูเขียนคําศัพท vowels, vase บนกระดานดํา ขีดเสนใตท่ี v ครูฝกใหนักเรียนออกเสียง /v/ ให
ถูกตอง แลวฝกอานทีละคํา ใชประโยค Say (vowels), please. ครูใหนักเรียนบอกความหมายของคําศัพทจากภาพที่ใหไว ให
นักเรียนเปรียบเทียบเสียง /v/ กับตัวอักษรในภาษาไทย แลวชวยกันสรุปวา เสียง /v/ นี้ไมมีในภาษาไทย ครูช้ีแนะเพิ่มเติมวาการ
ออกเสยี ง /v/ ใหใ ชฟ นบนกับริมฝป ากลาง พน ลมใหแ ทรกผานระหวางฟน บนกบั รมิ ฝป ากลา ง

CD Script 11 vase
W: 8. Say the words.

vowels

ภาระงาน 1.3 ครแู ละนักเรยี นชว ยกนั ทาํ Mind Map สิ่งท่ีเรียนรูในหนวยการเรียนรูนี้ ไดแก คําศัพท โครงสรางประโยค และ
ตวั อยา ง School Time

Sentences Vocabulary Task
ทาํ ปายชื่อ (name tag)
– Good (morning). evening, morning, afternoon, และนําเสนอ
– My name’s (Bunny). name, year, alphabet, vowel,
– What’s your name? consonant, orange, umbrella,
ice cream cone, apple, name
My name’s (Jip-Jip). tag, he, she, give, have, learn,
– How are you? read, talk, play, fine, old,
please
I’m fine, thank you. And you?
I’m fine, thank you.
– This is (Peter).
(He) is (seven) years old.
– Do you have an “a”?
Yes, I do./No, I don’t.
– Give me your (“a”), please.
Here you are.
– Thank you.
You’re welcome.
– (Walk) to the letter (A).
– We are consonants/vowels.
– At school we (play).
– Spell your name, please.
(P-I-M)
– How old are you?
I’m (eight) years old.

Teacher’s Book New Say Hello 2 29

1.4 นกั เรยี นอา นออกเสียงประโยคและคําศพั ทใ น Mind Map พรอ มกันทง้ั ชน้ั เปนกลุม และรายบุคคล
2. Evaluation

2.1 ครูสําเนาเอกสารแบบประเมินตนเองตามกิจกรรมท่ี 9 Things I can do. ใน SB หนา 14 โดยใหนักเรียนเขียน
เครื่องหมาย  ลงใน □ หนาคําหรือประโยคที่นักเรยี นทาํ ได และเขียนเคร่ืองหมาย  ลงใน □ หนาคําหรือประโยคท่ีนักเรียน
ทาํ ไมได ครูช้ีแจงใหนกั เรียนตระหนกั ถงึ ความซือ่ สตั ยตอตนเอง นกั เรียนตองเขียนเครอ่ื งหมาย  หรือ  ตามความเปน จรงิ เพราะ
ครูจะไดช ว ยเหลือนกั เรยี นใหเ ขาใจดยี ิง่ ข้นึ ในขณะเดยี วกนั นักเรียนกจ็ ะไดป รับปรงุ ตนเองในโอกาสตอ ไป

2.2 นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ี 9 Test yourself. ใน WB หนา 11-12 ดงั น้ี
– ขอ A. Listen and circle. ครูประเมินทักษะการฟง ครูเปด CD 12 นักเรียนฟงแลวเลือกวงกลมลอมรอบภาพ

หรือหมายเลขตามทไี่ ดฟง จาก CD
CD Script 12
W: 9. Test yourself.
A. Listen and circle.
1. Good morning.
2. How old are you?
I’m six years old.
3. Give me your “d”, please.
Here you are.
4. At school, we learn.
5. These are vowels.
Answers
9. Test yourself.
A. Listen and circle.

30 Teacher’s Book New Say Hello 2

– ขอ B. Write “a” or “an” in the blanks. ใหน กั เรียนดูรปู ภาพและคาํ นามท่ใี หไวใ นแตละขอ แลวเติมคํานําหนา
นาม a หรอื an หนาคํานามนั้นๆ

Answers
9. Test yourself.

B. Write “a” or “an” in the blanks.
1. a 2. an 3. a 4. an 5. a

2.3 ครูสรุปผลการประเมิน แจงใหนักเรียนทราบโดยภาพรวม และอธิบายแกไขขอบกพรองท่ีพบ เพื่อการพัฒนา
ตนเองของนกั เรียน

6. สอื่ /แหลง การเรียนรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2
6.3 CD 11-12
6.4 บตั รอักษร
6.5 บตั รคาํ
6.6 แถบประโยค

7. กจิ กรรมเสนอแนะ/ขอมูลเพิม่ เติมสาํ หรบั ครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ครูอาจแสดงผลจากการประเมนิ ท้ังจากการประเมนิ ภาระงาน (name tag) แบบประเมินตนเอง (Things I can do.) และ

แบบทดสอบทายหนวย (Test yourself.) ไวใน Progressive Chart (ในภาคผนวก) ติดไวในหองเรียน เพื่อใหนักเรียนทราบผล
การเรยี นรูข องตนเอง ซ่งึ จะเปน การกระตุนใหนกั เรยี นไดพฒั นาตนเองยงิ่ ขน้ึ

7.2 ขอมูลเพ่ิมเติมสาํ หรับครู

8. ความเหน็ ของผบู ริหาร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

9. บันทึกหลังการจดั การเรียนรู

9.1 ผลการจัดการเรยี นรู ……………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญหาและการแกปญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Teacher’s Book New Say Hello 2 31

การออกแบบหนวยการเรยี นรู

Unit 2 In My Class เวลา 6 ชว่ั โมง

1. สาระสําคัญ

การเรยี นรูและฝกการออกเสยี งคาํ ศัพท และประโยคคาํ ถาม-ตอบเก่ยี วกบั สิง่ ของในหอ งเรียน รวมท้ังจํานวนนับ จะทําให
นักเรียนมคี วามรูพนื้ ฐานท่จี ําเปน มคี วามพรอมในการใชภาษาเพื่อการศกึ ษาตอ ไป

2. เปาหมายการเรยี นรู

2.1 มาตรฐานการเรียนรู และตัวช้วี ัดช้ันป

ต 1.1 ป.2/1, 2, 3
ต 1.2 ป.2/1, 2

ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1, 3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1

2.2 สาระการเรยี นรู

2.2.1 ความรู

Function Structure Vocabulary Pronunciation
chalkboard, computer, Thai book,
1. Identifying things in the Look! Look! Look! English book, garbage can, broom,
window, door, desk, chair
classroom It’s (an) (English book). cartoon book

2. Asking for and giving Is it (a Thai book)? number, twenty-one, twenty-two,
information about things Yes, it is./No, it isn’t. twenty-three, twenty-four,
in the classroom twenty-five, twenty-six,
– Count from (twenty) to (fifty), twenty-seven, twenty-eight,
3. – Counting please. twenty-nine, thirty, forty, fifty,
twenty
– Asking and answering – What number is it?
questions about It’s (twenty-five).
numbers

32 Teacher’s Book New Say Hello 2

Function Structure Vocabulary Pronunciation
how many //
4. Asking for and giving How many (erasers) are there?
plus
information about quantities There are (twenty) (erasers).
chalkboard, computer,
5. Asking for and giving What is (eight) plus (ten)? Thai book, English book,
garbage can, broom, window,
information about numbers (Eighteen). door, desk, chair, number,
twenty-six, thirty
6. Reviewing sounds and – Is it (a) (Thai book)?

evaluating language Yes, it is./ No, it isn’t.

progress: vocabulary and – What number is it?

structures from this unit It’s (twelve).

– What is (ten) plus (ten)?

It’s (twenty).

2.2.2 ทักษะการเรียนร/ู กระบวนการคดิ
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทกั ษะการเลียนเสยี งเพอ่ื ส่ือความ
3) ทกั ษะการคิด (ทางคณิตศาสตร การเดาความหมาย การสรุปองคค วามรู)
4) ทักษะกระบวนการกลุม
5) ทักษะการสรา งสรรคชนิ้ งาน
6) ทักษะการประเมนิ ตนเอง

2.2.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค
1) ความเช่อื ม่ันและกลาแสดงออก
2) ความมุงมัน่ ในการทํางาน
3) การอยูอยางพอเพยี ง
4) การมีจติ สาธารณะ
5) ความซอื่ สัตย
6) ความสนุกสนานในการเรียน

3. ชดุ คําถามที่สําคญั

3.1 Can you name things in the classroom in English?
3.2 Can you count from twenty to fifty?
3.3 Can you make a number book?

4. ภาระงาน

ทํา Number Book และนําเสนอ

Teacher’s Book New Say Hello 2 33

5. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู

หลกั ฐาน กิจกรรม สื่อ/อุปกรณ

การปฏบิ ตั ิตามและใชค าํ สงั่ ฟง และปฏบิ ตั ิตามคาํ สง่ั หนงั สือเรยี น
Count from (one to ten).
Say (three), please.

การเลอื กภาพตรงตามความหมายของคาํ /ประโยค ฟงแลว เลอื กภาพ (Listen and circle.) แบบฝกหดั

การพดู โตตอบดวยถอ ยคํางา ยๆ ในการสือ่ สาร ทํากิจกรรมจบั คฝู ก ถาม-ตอบ หนงั สือเรยี น

กิจกรรมแสดงทาทางประกอบตามวฒั นธรรม แสดงทา ทางประกอบเพลง เพลง Ten Little Rulers
ของเจาของภาษา

กิจกรรมระบตุ ัวอกั ษรและอา นออกเสียง ออกเสยี งคาํ ศัพท/บทสนทนา หนงั สอื เรียน/บตั รคาํ

กิจกรรมฟง -พดู ในสถานการณง า ยๆ เลน เกมทาํ กจิ กรรมบวกเลข เกม The Plus Game

กิจกรรมรวบรวมคําศัพท จดคําศัพทลงในสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท สมุดบนั ทึกคําศพั ท

การทํา Mind Map สรุปองคค วามรู ทํา Mind Map เกีย่ วกับ In My Class กิจกรรม Mind Map

การประเมินตนเอง ทําแบบประเมินตนเองจากกิจกรรม (Things I can do.) แบบประเมินตนเอง

การประเมนิ ภาคความรู ทาํ แบบทดสอบทายหนวย (Test yourself.) แบบทดสอบทา ยหนว ย

6. แผนการวัดและประเมนิ ผล

6.1 ประเมินตามสภาพจริงโดยใชแบบประเมนิ ซ่งึ มีรายละเอียดการประเมินอยูในแผนการเรยี นรูแ ตละแผน
6.2 ประเมินดวยแบบประเมินตนเอง
6.3 ประเมนิ ดว ยแบบทดสอบทา ยหนวย

7. ความสัมพนั ธก บั กลมุ สาระการเรียนรอู ืน่

7.1 ภาษาไทย
7.2 คณิตศาสตร

8. แผนการจดั การเรยี นรู

ครงั้ ท่ี 1 SB หนา 15 WB หนา 13-14
1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรยี นรู และตวั ชวี้ ดั ชัน้ ป
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอักษรและเสยี ง อานออกเสยี งคาํ สะกดคํา และอา นประโยคงายๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอาน
ต 1.1 ป.2/3 เลือกภาพตรงตามความหมายของคํา กลมุ คํา และประโยคท่ีฟง
ต 2.1 ป.2/3 เขารวมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่เี หมาะกบั วยั
ต 4.2 ป.2/1 ใชภาษาตางประเทศเพ่ือรวบรวมคาํ ศัพทท ่ีเกย่ี วขอ งใกลต ัว

34 Teacher’s Book New Say Hello 2

1.2 ทักษะกระบวนการเรียนรู
1) ทกั ษะการฟง การพูด
2) ทักษะการเลียนเสียงเพอื่ สื่อความ

1.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
ความสนุกสนานในการเรยี น

2. สาระการเรยี นรู

Function: Identifying things in the classroom
Structure: Look! Look! Look!

It’s (an) (English book).
Vocabulary: คาํ ศพั ทใหม

chalkboard, computer, Thai book, English book, garbage can, broom, window, door
คาํ ศพั ทท บทวน
desk, chair

3. ภาระงาน/ชิ้นงาน/การปฏิบตั ิ

3.1 เลนเกม Bingo
3.2 ทาํ แบบฝกหดั

4. แนวทางการประเมิน

เปา หมาย หลักฐาน วธิ ีวดั เคร่อื งมอื
ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ป.2/2 การออกเสยี งคาํ ศัพทช ่ือสิง่ ของในหอ งเรียน ประเมินการพูด แบบประเมินการพดู
แบบฝกหดั
ต 1.1 ป.2/3 การเลอื กภาพตามท่ีฟง ในกจิ กรรม Listen ตรวจแบบฝก หดั แบบประเมินพฤติกรรม
and circle. สมุดบันทึกคําศัพท
ต 2.1 ป.2/3
การเลน เกม Bingo สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตความ
สนกุ สนานในการเรียน
ต 4.2 ป.2/1 การรวบรวมจดบนั ทกึ คําศัพท ตรวจสมดุ บนั ทึกคาํ ศัพท

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

ความสนุกสนานใน การเลน เกม Bingo สังเกตความสนกุ สนาน
ในการเรยี น
การเรยี น

5. กิจกรรมการเรยี นรู

1. Warm up
1.1 ทบทวนคาํ ศพั ทส ง่ิ ของในหอ งเรยี นท่ีเรียนมาแลวในชั้นประถมศึกษาปท่ี 1 โดยใหนักเรียนแขงกันชูส่ิงของบน

โตะ (pen, pencil, book) และจบั ที่ chair, desk พรอมพดู This is a …………… . ครูชูบัตรคาํ และใหน ักเรยี นอานพรอ มกัน

Teacher’s Book New Say Hello 2 35

1.2 บอกนกั เรยี นวาวนั น้เี ราจะไดเรยี นรูเกี่ยวกบั สิ่งของในหอ งเรยี นเพ่ิมข้ึน
2. Presentation

2.1 นักเรียนทํากิจกรรมท่ี 1 Look, listen, point and say. ขอ A. Listen, point and repeat. ใน SB หนา 15 ซักถาม
นักเรยี นวา เหน็ ภาพอะไรบาง (หอ งเรียนและสิ่งของในหองเรยี น) บอกนักเรียนวาจะไดฟ ง CD คาํ เรียกชอื่ สิ่งของตางๆ ในหองเรียน
ครูเปด CD 13 ใหนกั เรยี นฟง 2 ครั้ง ฟง ครั้งท่ี 1 นกั เรยี นไมต อ งพดู ตาม แตใหนกั เรยี นพูดตามในการฟง ครง้ั ที่ 2

CD Script 13
W: 1. Look, listen, point and say.

A. Listen, point and repeat.
Pim: Look! Look! Look!
It’s an English book.
Tom: Look! Look! Look!
It’s a classroom.
In a classroom

a chalkboard, a computer, a desk, a Thai book, a chair, an English book, a garbage can, a broom, a window, a door

2.2 ครูฝกนักเรียนออกเสียงคําศัพทใหถูกตอง โดยใหเนนการออกเสียงเนนหนักในคํา ‘chalkboard, ‘window,
‘garbage can, ‘English book, com’puter

2.3 ครชู ูบัตรภาพคาํ ศพั ทท ่ีเรียนทีละคํา ใหน ักเรียนทง้ั ชั้นปรบมือเขา จังหวะพรอมกับพูด It’s a/an …. . เชน ครูชูภาพ
คอมพิวเตอร และพูด Look! Look! Look! นักเรยี นพูดพรอมกนั วา It’s a computer.

3. Practice
3.1 นักเรยี นจับคู ผลดั กันช้ที ี่รูปภาพใน SB หนา 15 ทํากิจกรรมเชนเดียวกบั ขอ 2.3
3.2 นกั เรยี นทํากิจกรรมท่ี 1 Match and trace. ใน WB หนา 13 โยงภาพและคําศพั ททม่ี คี วามหมายตรงกัน แลวเขียน

คาํ ศพั ทตามเสนประ
Answers
1. Match and trace.
1.  a door

2.  a window

3.  a chalkboard

4.  a broom

5.  a computer

36 Teacher’s Book New Say Hello 2

4. Production

นักเรียนทํากิจกรรมที่ 2 Listen and circle. ใน WB หนา 14 ฟง CD 14 และวงกลมลอมรอบภาพที่ตรงกับประโยคที่

ไดย นิ

CD Script 14 3. It’s a chair. 4. It’s a chalkboard. 5. It’s a broom.
W: 2. Listen and circle.

1. It’s a pen. 2. It’s a ruler.

Answers
2. Listen and circle.

1.

2.

3.

4.

5.

5. Wrap up
5.1 ใหนักเรียนเลนเกม Bingo ดงั นี้
1) ใหนักเรยี นทุกคนเขียนตารางลงในกระดาษเปลา ตามตัวอยาง

2) ใหวาดภาพส่งิ ของในหองเรียนทเี่ รยี นมาแลว คือ ปากกา ไมบรรทัด เกา อี้ คอมพวิ เตอร ถังขยะ กระดานดํา
หนังสอื ดนิ สอ ไมก วาด ลงในชอ งวางตางๆ ตามใจชอบ

3) นักเรยี นเขยี น × ทับรูปภาพที่ครูพูด
4) นักเรียนคนใดทม่ี เี ครอ่ื งหมาย × ในแนวนอน แนวตงั้ หรือแนวทแยง ใหรองวา Bingo ซ่ึงหมายความวาเปน
ผชู นะแลว
5.2 ใหนักเรยี นจดคําศัพททเ่ี รียนลงในสมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท

6. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู

6.1 Student’s Book 2
6.2 Workbook 2

Teacher’s Book New Say Hello 2 37

6.3 CD 13-14
6.4 สง่ิ ของในหอ งเรียน
6.5 บัตรภาพและบตั รคํา
6.6 กระดาษเปลา
6.7 สมดุ บนั ทึกคาํ ศพั ท

7. กิจกรรมเสนอแนะ/ขอ มลู เพ่มิ เติมสําหรับครู

7.1 กิจกรรมเสนอแนะ

7.2 ขอ มลู เพ่มิ เติมสาํ หรบั ครู
คํา garbage can /’ɡɑːbɪdʒ kæn/ หมายถึง ถงั ขยะ เปน American English ซึ่งคําน้ี British English ใช dustbin

8. ความเหน็ ของผูบ ริหาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู

9.1 ผลการจดั การเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9.2 ปญ หาและการแกป ญ หา ………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ครัง้ ที่ 2 SB หนา 16 WB หนา 15
1. เปาหมายการเรยี นรู

1.1 มาตรฐานการเรียนรู และตวั ช้ีวดั ชั้นป
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอกั ษรและเสยี ง อา นออกเสยี งคํา สะกดคาํ และอา นประโยคงา ยๆ ถกู ตองตามหลักการอาน
ต 1.1 ป.2/3 เลือกภาพตรงตามความหมายของคาํ กลุมคํา และประโยคทฟี่ ง
ต 2.2 ป.2/1 ระบุตัวอกั ษรและเสียงตัวอกั ษรของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
ต 4.1 ป.2/1 ฟง/พูดในสถานการณง า ยๆ ทเ่ี กิดขึน้ ในหองเรยี น

1.2 ทักษะกระบวนการเรยี นรู
1) ทกั ษะการฟง การพดู
2) ทักษะการคดิ (การเดาความหมาย)

1.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
1) ความสนุกสนานในการเรียน
2) ความเชอ่ื ม่นั และกลา แสดงออก

38 Teacher’s Book New Say Hello 2


600 วลีสำคัญในภาษาอังกฤษ


มาเรียนรู้วลีพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ซึ่งใช้กันทั่วไปในการพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน!
ติดตามเสียงภาษาไทยและเสียงภาษาอังกฤษจะเล่มตามมา
โดยการฟังเสียงที่ได้ยินซ้ำ ๆ หลายครั้ง วลีที่คุณได้เรียนรู้จะยังคงอยู่ในหัวของคุณต่อไป
คุณต้องการที่จะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องหรือไม่ หากต้องการแบบนั้นให้ลองอ่านออกเสียงไปพร้อม ๆ กับวิดีโอและเสียงที่ได้ยิน! หากคุณฝึกฝนซ้ำ ๆ วลีและคำศัพท์ต่าง ๆ ที่คุณจำได้จะเริ่มออกมาจากปากของคุณเองโดยธรรมชาติ
———————————————
บ่งบอกตัวตนของคุณเป็นภาษาอังกฤษ
https://youtu.be/nAVk_KU_1Mw แบบฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบช้าและง่าย

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

600 วลีสำคัญในภาษาอังกฤษ

ความสำคัญของ \”สติ\” และวิธีการพัฒนาสติ (1/3) – ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร


รู้ทันสมอง \”น้อย\” ก็เศร้าหมอง \”มาก\”
รู้ทันสมอง \”มาก\” ก็เศร้าหมอง \”น้อย\”
ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร
ติดตามผมได้ที่
Official Line:
@kskhunkhao (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)
ลิ้งก์ https://lin.ee/1VT3k3oPo
Facebook: K.S. Khunkhao
ลิ้งก์ https://bit.ly/2Set3Cz
Instagram: ks_khunkhao
ลิ้งก์ https://bit.ly/2S7lwWm

ความสำคัญของ \

4 เทคนิคการจัดลำดับความสำคัญ


4 เทคนิคการจัดลำดับความสำคัญ
.
หลาย ๆ คนอาจจะมีเทคนิคการจัดลำดับงาน
หรือจัดลำดับความสำคัญของชีวิต
หลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป
.
วันนี้ลองมาฟังแนวคิด วิธีการ 4 เทคนิคการจัดลำดับความสำคัญ
เผื่อจะเป็นไอเดียให้เพื่อนๆ เอาไปประยุกต์และปรับใช้กัน
.
วี สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์
.
อัพเดตข่าวสารจาก Vcommerce ก่อนใครได้ที่
LINE : @iamsuebsak.com หรือคลิก 
https://line.me/R/ti/p/%40yke8212h
Facebook : https://www.facebook.com/Vcommerce.co.th/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCw2AAyg5fJtE1VlKrFwqRSg

4 เทคนิคการจัดลำดับความสำคัญ

คำศัพท์ ร่างกาย ภาษาอังกฤษ Body parts


คำศัพท์ ร่างกาย ภาษาอังกฤษ Body parts
คำศัพท์ร่างกาย ภาษาอังกฤษ ศัพท์อังกฤษ

คำศัพท์ ร่างกาย ภาษาอังกฤษ Body parts

วิชาภาษาอังกฤษ ม.2 | วิธีเรียงลำดับ adjectives ที่ซ้อนกันหลายตัว (Adjective Order)


AdjectiveOrder ลำดับของคำคุณศัพท์ adjectives วิชาภาษาอังกฤษ
Adjective order คือ การเรียงลำดับของคำคุณศัพท์ให้ถูกต้องนั่นเอง ในภาษาอังกฤษนั้นมีคำคุณศัพท์หรือ Adjective หลายคำด้วยกัน และหลายครั้งในประโยคมี adjectives ซ้อนกันหลายตัว ซึ่งมีหลักการวางก่อนหลังที่แตกต่างกันแล้วแต่ประเภทของ adjective

ถ้าชอบคลิปลองโหลดมาทดลองเรียนกันได้เลย แต่ถ้าอยากดูทุกคลิปกดสมัครได้เลยราคาไม่แพง แถมมีชีทสรุปกับแบบฝึกหัดครบ 7 วิชาด้วยนะ
📲ดาวน์โหลด : https://bit.ly/YTdownloadstartdee

วิชาภาษาอังกฤษ ม.2 | วิธีเรียงลำดับ adjectives ที่ซ้อนกันหลายตัว (Adjective Order)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ เรียง ลํา ดับ ความ สํา คั ญ ภาษา อังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.