Skip to content
Home » [Update] | ตัวช่วย ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[Update] | ตัวช่วย ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

ตัวช่วย ภาษาอังกฤษ: คุณกำลังดูกระทู้

การเสนอตัวเป็นการแสดงออกถึงความเป็นผู้มีนํ้าใจ ถือเป็นวัฒนธรรมที่ดีอย่างหนึ่งในสังคม การเสนอตัวคล้ายๆ กับการขออนุญาต แต่เป็นการขออนุญาตเพื่อจะช่วยหรือให้บริการเขา โดยที่เขาไม่ได้ขอร้องอะไรเลย คือ อยู่ๆ ก็เสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะในการบริการต่างๆ จะเสนอตัว เพื่อให้บริการนั้นๆ เช่นเดียวกับการขอร้องและขออนุญาต คือในการเสนอตัว ใช้รูปประโยคได้หลายชนิด ตามความเหมาะสมในสถานการณ์นั้นๆ ดังนี้

Table of Contents

ประโยคสำหรับการเสนอตัว (Offers)

1. ประโยคคำสั่ง (Command) ประโยคที่ใช้เหมือนกับการขอ อนุญาต คือ Let me แต่เติม you เข้ามาด้วย เพื่อแสดงว่าเราขออนุญาตทำเพื่อเขา ดังนั้นจึงมีรูปประโยดังนี้ Let me………you
ตัวอย่าง
Let me help you.
ฉันขอช่วยคุณนะ
Let me tell you the truth.
ฉันจะบอกความจริงให้คุณนะ
Let me get you a chair.
ฉันจะหาเก้าอี้ให้คุณนะ
Let me phone him for you.
ฉันจะขอโทรศัพท์ไปหาเขาให้นะ
2. ประโยคบอกเล่า (Statement) เป็นประโยคที่แสดงความต้องการของผู้พูดขึ้นมาลอยๆ ใช้คำอย่างเดียวกับการขออนุญาต และเติม you เข้ามา ดังมีรูปประโยคต่อไปนี้
I want to……….(to/for) you.
I would like to………(to/for) you.
ตัวอย่าง
I want to make you a cup of coffee.
ฉันต้องการจะชงกาแฟให้คุณถ้วยหนึ่ง
I want to write a letter for you.
ฉันต้องการจะเขียนจดหมายให้คุณ
I want to help you clean the room.
ฉันต้องการจะช่วยคุณทำความสะอาดห้อง
I would like to tell her for you.
ฉันต้องการจะบอกเธอให้คุณเอง
I would like to cook you a Chinese food.
ฉันอยากจะทำอาหารจีนให้คุณสักอย่าง
I will post these parcels for you.
ฉันจะส่งพัสดุเหล่านี้ให้คุณเอง
3. ประโยคคำถาม (Question) ประโยคคำถามนิยมใช้มากที่สุด เพราะถือว่าสุภาพกว่า เป็นทั้งการเสนอตัวและแสดงความเกรงใจด้วย ประโยคที่ใช้อาจจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
(1) ประเภทที่ใช้ I เป็นประธาน โดยเน้นผู้พูดเองที่จะขออนุญาต ช่วยเหลือ ใช้รูปคำถามต่างๆ ดังนี้
Yes/No Question :     Shall
May I………….(to/for) you?
Can
Could
Wh- Question :     What can I………. (to/for) you?
ตัวอย่าง
Shall I get you some drinks?
ฉันจะหาเครื่องดื่มให้คุณสักอย่างเอาไหม
Shall I find the meaning of this word for you?
ฉันจะหาความหมายของคำนี้ให้คุณเอาไหม
May I help you?
ฉันจะช่วยเอาไหม
May I read for you?
ฉันจะอ่านให้คุณเอาไหม
Can I call him for you?
ฉันจะเรียกเขาให้เอาไหม
Could I help you with this work?
ฉันจะช่วยคุณทำงานนี้เอาไหม
Can I send you her address?
ฉันจะส่งที่อยู่ของเธอให้คุณเอาไหม
What can I do for you?
มีอะไรจะให้ฉันช่วยบ้างไหม
What can I help you?
มีอะไรจะให้ฉันช่วยไหม
(2) ประเภทที่ใช้ you เป็นประธาน เสมือนเป็นคำถามธรรมดา แต่ เป็นการถามเพื่อจะเสนอตัวให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการ โดยเป็นการถามถึงความประสงค์ของคู่สนทนาว่าต้องการหรือไม่ ประโยคที่ใช้ในความหมายนี้เป็นรูปคำถามต่างๆ ดังนี้
Yes/No Question :
Will / Would you…..?
Do you want……….?
Would you like …….?
Would you like me to…….?
Wh- Question :
What do you want to……..?
What would you………….?
What will you………….?
What would you like to……….?
What would you like me to………?
Indirect Question :
I wonder if you…….
ตัวอย่าง
Will you have a drink?
คุณจะรับเครื่องดื่มไหม
Would you like something to drink?
คุณต้องการจะดื่มอะไรไหม
Would you like to see this one?
คุณต้องการจะชมอันนี้ไหม
Would you like me to post the letter for you?
คุณต้องการให้ฉันส่งจดหมายให้ไหม
Do you want Chinese food?
คุณต้องการอาหารจีนไหม
Do you want to taste this food?
คุณต้องการจะชิมอาหารนี้ไหม
What do you want to take first?
คุณต้องการจะรับอะไรเป็นอันดับแรก
What will you have to eat?
คุณจะรับประทานอะไร
What would you care for?
คุณชอบอะไรไหม
What would you like?
คุณต้องการอะไร
What would you like to order?
คุณต้องการจะสั่งอะไร
What would you like me to do for you?
คุณต้องการให้ฉันทำอะไรให้
What would you like to have?
คุณต้องการจะรับอะไร
I wonder if you like this one.
ฉันไม่ทราบว่า คุณชอบอันนี้ไหม
I wonder if you can have this kind of food.
ฉันไม่ทราบว่า คุณจะทานอาหารชนิดนี้ได้หรือไม่
การตอบรับ (Accepting) เมื่อมีคนเสนอตัวจะช่วยเหลือหรือ
บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้ายินดีรับการช่วยเหลือหรือบริการนั้น ตอบรับได้ดังนี้
Yes, please.
ด้วยความยินดี
Certainly
ตกลง
Yes, I’d love(/like)
ด้วยความยินดี
That’s very kind of you.
เป็นความกรุณาของคุณ
If you don’t mind.
เป็นพระคุณมาก ถ้าหากคุณไม่รังเกียจ
การตอบปฏิเสธ (Refusing) ถ้าไม่รับข้อเสนอที่จะช่วยเหลือหรือ การบริการนั้น ควรปฏิเสธอย่างสุภาพเพื่อรักษานํ้าใจ อาจจะบอกเหตุผลด้วยก็ได้ ดังนี้
No, thank you.
ไม่เป็นไร ขอบคุณ
That’s very kind of you but I can do it myself.
เป็นความกรุณาของคุณมาก แต่ว่าฉันทำเองได้
ข้อสังเกต
-May I…….? เป็นการขออนุญาต ส่วน May I………..you?
เป็นการเสนอตัว
-Can I อาจจะใช้เป็นคำถามธรรมดา การขออนุญาต และการเสนอตัวก็ได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
คำถามธรรมดา :
Can I swim?
ฉันว่ายนํ้าเป็นหรือไม่
Can I open the box?
ฉันเปิดกล่องนี้เป็นไหม
การขออนุญาต :
Can I open this box?
ฉันจะเปิดกล่องนี้ได้ไหม
Can I swim with you?
ฉันขอว่ายกับคุณได้ไหม
การเสนอตัว :
Can I open this box for you?
ฉันจะเปิดกล่องนี้ให้เอาไหม
Can I help you?
ฉันจะช่วยเอาไหม
-ประโยคคำถามที่ใช้ you เป็นประธาน แม้จะมีรูปเหมือนคำถาม ธรรมดา แต่เป็นการถามเพื่อจะให้บริการหรือช่วยเหลือ ไม่ใช่เป็นการถามลอยๆ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
Will you have some drinks?
คุณจะรับเครื่องดื่มบางอย่างหรือ (ถามธรรมดา)
คุณจะรับเครื่องดื่มสักอย่างไหม (เสนอตัว)
What would you like to learn?
คุณต้องการเรียนอะไร (ถามธรรมดา)
คุณต้องการเรียนอะไรไหม (เสนอตัว)
What do you want to drink?
คุณต้องการดื่มอะไร (ถามธรรมดา)
คุณต้องการดื่มอะไรไหม (เสนอตัว)
แบบฝึกหัด
จงสร้างข้อความต่อไปนี้เป็นประโยคสำหรับเสนอตัว
1. Clean your table
2. Carry the books
3. Wash the dishes
4. Make a coffee
5. Start the engine
6. Get something to eat
7. Get something to drink
8. Bring something
9. Help do something
10. Arrange something
ตัวอย่าง
Let me clean the table for you.
I want to clean the table for you.
I would like to clean the table for you.
Shall I clean the table for you?
May I clean the table for you?
Can I clean the table for you?
Could I clean the table for you?
Do you want me to clean the table?
Would you like me to clean the table for you?
Do you want something to eat?
Would you like something to eat?
Will you eat something?
Would you eat something?
Would you like to eat something?
Would you like something?
What do you want to eat?
What would you like to eat?
What will you eat?
What would you eat?
What do you want me to do for you?
What would you like me to do for you?
โครงสร้างประโยคสำหรับการเสนอตัวมีดังนี้
Let me……..(to/for) you.
I want to…………(to/for) you.
I would like to………..(to/for) you.
Shall/May/Can/Could I…………(to/for) you?
What can I……….(to/for) you?
Will/Would you………….?
Do you want…………?
Do you want me to………..?
Would you like …………?
Would you like me to……….?
What do you want to………?
What do you want me to     ?
What would you like to………..?
What would you like me to………?
What will you…………?
What would you…………?
ที่มา:ดร.สวาสดิ์  พรรณา

See also  Why Frankincense And Myrrh Are So Expensive | So Expensive | expensive แปล ว่า อะไร

(Visited 31,278 times, 3 visits today)

[Update] เทคนิคเขียนภาษาอังกฤษ ให้เป๊ะเหมือนฝรั่งเขียนเอง!(ไม่ยากอย่างที่คิด คุณก็ทำได้) | ตัวช่วย ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

พูดถึงการเขียน แม้จะเป็นภาษาไทย ก็ยากแล้วสำหรับหลายๆ คน และถ้าอยู่ดันในสถานการณ์ที่ต้อง เขียนภาษาอังกฤษ ล่ะ เราจะทำยังไงดีนะ? 

See also  วิธีแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษ ทักทาย ทำความรู้จัก ถามชื่อ เพื่อนใหม่ ประโยคภาษาอังกฤษ | กลุ่ม เพื่อน ภาษา อังกฤษ

ถ้าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์นี้และรู้สึกไม่มั่นใจกับการเขียน วันนี้เรามีตัวช่วยดีๆ มาฝากกันค่ะ

ไม่ว่าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เขียน Essay เขียนเรียงความ เขียนบทความ เขียนอีเมล เขียนจดหมาย เขียน Landing Page เขียนขายของ เรามี Tips ดีๆ มาฝากที่สามารถประยุกต์ได้หลากหลายค่ะ

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวซักนิดนึงนะคะ ตัวเรานั้นเรียนโรงเรียนไทยมาทั้งชีวิต และยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปเรียนหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศนานๆ มาก่อน แต่เพราะมีสิ่งที่อยากทำหลายอย่าง ที่ผ่านมาเคยทำโปรเจกต์ร่วมกับชาวต่างชาติ เขียนข่าว เขียนบทความภาษาอังกฤษ และล่าสุดก็ได้ร่วมก่อตั้ง Justoneclub.com เป็นเว็บไซต์ที่ขายสินค้าสำหรับคนที่รักการพัฒนาตัวเอง และตั้งเป้าขยายกลุ่มลูกค้าในหลากหลายประเทศทั่วโลก

ที่สำคัญคือไม่ยากอย่างที่คิด เพราะสมัยนี้มีเครื่องมือและเทคโนโลยีมากมาย ส่วนใหญ่เริ่มต้นใช้งานได้ฟรีด้วยค่ะ บทความนี้จะเน้นแนะนำเครื่องมือสำคัญๆ ที่มีประโยชน์ น่าเชื่อถือ ใช้แล้วช่วยเราได้เยอะมากๆ

แนะนำเครื่องมือช่วยเขียนภาษาอังกฤษ

เครื่องมือช่วยตรวจเช็คแกรมม่าและการสะกดคำ

Grammar หรือ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่คนไทยเรียนมากันเยอะที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะเขียนได้อย่าง Perfect หมดจดไม่มีที่ติ บางครั้งเราทราบแต่ก็อาจจะเผลอสะกดผิดบ้าง เช่น ลืมเติม s ต่อท้าย verb

Grammarly ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีเวอร์ชันใช้งานฟรี และรองรับการใช้งานบนหลากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชัน..

  • Native app บนเครื่อง Mac

  • Add-in สำหรับโปรแกรม Microsoft Office บน Windows

  • Web application สามารถใช้งานได้เลยบนเว็บบราวเซอร์ ไม่จำกัด OS

หน้าตาของโปรแกรมจะเป็นดังภาพนี้

เขียนภาษาอังกฤษ เช็คแกรมมาร์ grammarly

Grammarly มันสามารถช่วยเช็คแกรมมาร์ให้เรา พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขให้ เราสามารถเขียนเอกสารในโปรแกรม หรือจะ Import ไฟล์ Word (.docx) เข้าไปก็ได้ แล้วมันก็จะช่วยเช็คให้ว่าเราพลาดตรงไหนบ้าง พร้อมบอกเราว่าต้องปรับยังไง รูปด้านล่างคือตัวอย่างผลลัพธ์หลังจากที่เราอัปโหลดไฟล์ Press Release ที่เราเคยเขียนใน Microsoft Word เข้าไป

use-grammarly-for-techsauce-press-release

ตามรูปคือ มันช่วยบอกเราว่าเรามีจุดที่ลืมเติม s อยู่ และมีจุดที่ลืมเติมคำนำหน้า ในที่นี้โปรแกรมช่วยแนะนำให้ด้วยว่า ควรใช้คำว่า the

นอกจากการแปะข้อความ หรืออัปโหลดไฟล์แล้ว อีกเรื่องสำคัญที่อยากชี้คือ Grammarly ยังมีเวอร์ชัน Google Chrome Extension และ Firefox Add-on ด้วยนะ ซึ่งความหมายคือ มันจะช่วยเช็คแกรมมาร์ให้ทุกๆ การพิมพ์ของเราเวลาเราเล่นอินเทอร์เน็ตเลย!

ตัวอย่างนี้คือการติดตั้งบน Chrome และกำลังเปิดหน้าอีเมลเอาไว้อยู่ มันจะถามเราว่าอยากให้เช็คข้อความในอีเมลไหม? นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นเหมือน Dictionary อังกฤษ-อังกฤษ ช่วยแสดงผล Definition และ Synonym ในตัวได้อีกด้วย

grammarly-on-browser

 

Shifu แนะนำ

การติดตั้งบน Browser นั้นสะดวกมากๆ เพราะแปลว่าไม่ว่าจะเป็นอีเมล เขียนสเตตัสเฟซบุ๊ก

เขียนบล็อก

บน

WordPress

มันก็จะตามอ่านและให้คำแนะนำกับเรา แน่นอนว่ามันสะดวกมาก แต่ก็อาจจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวของข้อมูลไปบ้าง แม้ใน Policy จะระบุว่าเขาจะไม่แชร์ข้อมูลให้ปาร์ตี้ที่สามก็ตาม แต่ตัวโปรแกรมเอง ก็มีการเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อการปรับปรุง Product อันนี้ก็แล้วแต่ทางผู้ใช้จะลองพิจารณาดูค่ะ

เครื่องมือช่วยเช็คความอ่านง่ายของการเขียน

บางทีเรื่องที่คนกังวลอาจจะไม่ใช่เรื่องของ Grammar แต่อาจจะเป็นเรื่องการสื่อสารให้ตรงประเด็น ถ้าคุณเขียนแล้วประโยคออกมางงๆ เช่น รูปประโยคซับซ้อนเกินไป เครื่องมืออีกตัวที่คุณใช้ช่วยได้คือ Hemingway สามารถใช้งานได้เลยในเว็บไซต์ หรือจะโหลด Desktop App ก็ได้

ภาพด้านล่างนี้สาธิตการใช้งาน Hemingway มันสามารถไฮไลท์บอกได้ว่าการเรียบเรียงให้ง่ายต่อการอ่าน (Readability) ของข้อความของเรานั้น ทำได้ดีแค่ไหน รวมถึงช่วยไฮไลท์จุดที่คุณควรลองดูเพื่อปรับให้มันง่ายขึ้น โดยเฉพาะประโยคที่ได้รับไฮไลต์สีเหลืองและสีแดง คือประโยคที่ค่อนข้างเป็นรูปประโยคที่ซับซ้อน 

เครื่องมือนี้จึงค่อนข้างเหมาะกับงานเขียนบทความออนไลน์ในภาษาอังกฤษทั่วๆ ไป ซึ่งความง่ายในการอ่านเป็นเรื่องสำคัญ มากกว่าความสวยหรูของประโยค แต่เราอยากบอกว่า ไม่ต้องถึงกับยึดตามคำแนะนำมากก็ได้ เพราะมันจะแนะนำให้เราไม่ใส่ Adverb หรือ Passive voice เยอะเกินไป (ซึ่งเขาถือว่ามันทำให้ประโยคซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วสองอย่างนี้ก็มีประโยชน์มากในการแต่งประโยค) โดยส่วนตัวเรามองว่าเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับใช้ช่วยเช็คคร่าวๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ

คิดชื่อเรื่องบทความภาษาอังกฤษดีๆ ไม่ออก

“ชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” พวกเราได้เคยเขียนแนะนำการตั้งชื่อบทความไปตั้งแต่บล็อกแรกๆ การตั้งชื่อสำคัญมากเพราะมันเป็นสิ่งแรกที่คนเห็น แต่ก็ยากไม่ใช่เล่นเลย แล้วทีนี้ถ้าเราต้องเขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษล่ะ ถามว่ามีอะไรที่พอเข้ามาช่วยเราได้บ้างไหม ข่าวดีคือมีค่ะ และลิงก์เหล่านี้คือเครื่องมือที่สามารถใช้ช่วยได้

Shifu แนะนำ

อันที่จริงแล้วเครื่องมือเหล่านี้ทำขึ้นเพื่อช่วยนักเขียนที่เริ่มคิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดี ไว้ใช้หาไอเดียในการเขียนบล็อกได้ ซึ่งคุณผู้อ่านเองก็สามารถใช้ในการหาไอเดียได้เช่นกัน แถมเมื่อได้ไอเดียแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังช่วยให้ได้เห็นไกด์ไลน์ หรือสไตล์การตั้งชื่อบทความ ที่นักเขียนสากลนิยมใช้อีกด้วย

บทความภาษาอังกฤษ

ภาพด้านบนนี้แสดงตัวอย่างผลลัพธ์ที่ได้จาก HubSpot‘s Blog Topic Generator เมื่อขอไอเดียในการเขียนเรื่อง Inbound Marketing หรือ Blogging ก็จะเห็นสไตล์การตั้งชื่อบทความภาษาอังกฤษ ว่านิยมเขียน Copywriting กันในรูปแบบไหน

ช่วยเขียน Rewrite หรือ Paraphrase เพื่อให้สละสลวยขึ้น

หลายๆ ครั้ง ความยากในการสื่อสารไม่ใช่เรื่องความถูกผิดของภาษา แต่เป็นเรื่องระดับภาษา ว่าที่เขียนมามันสละสลวยไหม ภาษาออกมาเป็นโทนที่เราต้องการสื่อสารหรือเปล่า โดยส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยากยิ่งกว่า ถูก หรือ ผิด เยอะเลยค่ะ

โชคดีที่ในปัจจุบัน มีเทคโนโลยี AI ช่วยเขียนคอนเทนต์ภาษาอังกฤษ ออกมาเป็น Products ให้เราเลือกใช้ ซึ่งเจ้า AI เหล่านี้สามารถช่วยแนะนำการเขียนให้กับเราได้ค่ะโดยตัวที่อยากจะขอแนะนำ มีชื่อว่า Quillbot เป็นอีกตัวที่สามารถเริ่มต้นใช้ได้เลยฟรี

จากหน้าจอเมนู Paraphraser นี้ จะเห็นว่าเราสามารถเลือก Mode การเขียนได้แบบ เช่น โหมดแบบครีเอทีฟ โหมด Formal (เป็นทางการ) โหมดเขียนให้สั้นเอง (เดิมเขียนยาวไป อยากย่อ) โหมดเขียนยาวๆ (เดิมเขียนสั้นไป อยากขยาย) เป็นต้น

ช่วยแนะนำการเขียนตามวัตถุประสงค์

อีกหนึ่งความโหดของ AI Content Writer ในปัจจุบัน คือการพัฒนาให้ช่วยแนะนำการเขียนตามวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งเดี๋ยวเราจะนำมารีวิวให้ดู พร้อมๆ กับแชร์เทคนิคการเขียนตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ในหัวข้อถัดไปให้ด้วยค่ะ

แชร์เทคนิคการเขียนภาษาอังกฤษ

เครื่องมือส่วนใหญ่ที่ได้แนะนำไป สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ ในขณะเดียวกันก็มีเครื่องมือแบบเฉพาะกิจด้วย  และนอกจากเรื่องเครื่องมือแล้ว ความจริงการรู้จักและเข้าใจ “หลักการสื่อสาร” ที่เหมาะสมกับรูปแบบนั้นๆ คืออีกหัวใจที่สำคัญไม่แพ้เรื่องทักษะด้านภาษาโดยตรงค่ะ

เขียนเมลภาษาอังกฤษ

ปัจจุบัน Email provider ต่างๆ เริ่มมีฟังก์ชัน Quick reply หรือฟังก์ชันแนะนำการเขียนมาให้ใช้งาน ถ้าใครใช้ Gmail อยู่ จะพบว่าเมื่อเราเริ่มพิมพ์ลงไป มันจะสามารถแนะนำคำหรือประโยคที่เป็นที่นิยมเขียนมาให้ด้วย (เรียกว่า Smart compose feedback) หลังจากที่ลองใช้มาสักระยะ คิดว่า AI นี้ของ Gmail เก่งใช้ได้เลยค่ะ แนะนำภาษามาได้ตรงกับรูปแบบภาษาที่นิยมใช้เขียนในอีเมลกัน

อย่างเช่นช่วงที่ขึ้นต้นประโยคแรกๆ ในอีเมล คนนิยมเขียนเพื่อตอบรับอีกฝ่าย เช่น ในที่นี้เขาแนะนำมาเป็น It’s good to hear from you.

หรือช่วงปิดท้ายอีเมล เมื่อมีคำว่า Look ขึ้นประโยคมา Gmail ก็เดาทางต่อว่าเราน่าจะอยากเขียนประโยคนี้

โดยรวมแล้วจึงทำให้การเขียนอีเมลง่ายและเร็วขึ้นค่ะ โดยปกติจะเราเองก็จะเขียนใน Gmail ลงไปเลย และตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย Grammarly ต่ออีกหน่อย

Shifu แนะนำ

ความจริง Gmail มีฟีเจอร์ Check spelling ด้วยค่ะ ถ้าเข้าบน Desktop จะอยู่ในเมนูสามจุดด้านซ้ายล่าง ได้ลองใช้แล้ว พบว่าสามารถตรวจสอบการเขียนผิดได้เบื้องต้น แต่ยังตรวจได้ละเอียดไม่เท่า Grammarly เช่น การเช็คว่าคำนามนี้ ต้องต่อท้ายด้วย s หรือไม่ต้อง ด้วย ed หรือไม่ต้อง

อีกเรื่องที่อยากแนะนำเพิ่มเติมคือ แม้โปรแกรมต่างๆ จะช่วยเช็คและแนะนำได้เบื้องต้น แต่การเขียน Effective email นั้น เป็นเรื่องที่ผู้เขียนจะต้องเรียนรู้ตัวอย่างดีๆ เพิ่มเติมกันต่อด้วยนะคะ โดยปกติแล้วอีเมลควรเขียนด้วยรูปประโยคที่อ่านเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้ Complex sentence (ซึ่งใช้ Hemingway ช่วยดูได้ค่ะว่า Complex เกินไปหรือเปล่า) อีเมลควรชัดเจนว่าอยากบอกอะไร Next step คืออะไร เป็นต้น

การเขียนบทความภาษาอังกฤษ

จริงอยู่ที่ AI Content Writer เหล่านี้รองรับความสามารถในการเขียนบทความแล้ว โดยสามารถนำเสนอได้ถึงระดับไอเดียหัวข้อบทความ รวมไปถึง Outline ก็ทำได้โอเคเลย อย่างในเคสนี้คือเราแค่ใส่ประเด็นลงไปว่า ‘English Writing’ โปรแกรมก็แนะนำชื่อบทความและ Outline มาเสร็จสรรพ

ทั้งนี้ เราไม่แนะนำวิธีนี้เท่าไรนะคะ เราคิดว่าดูเป็นไอเดียได้ แต่คนเขียนควรจะเป็น Leader ที่กำหนดทิศทางด้วยตัวเอง โดยปกติเราจะเขียนบทความขึ้นมาด้วยตัวเอง แล้วใช้โปรแกรมในการช่วยตรวจสอบ ช่วย Paraphrase บางประโยค

อีกเรื่องคือ บางคนชอบเขียนบทความเป็นภาษาไทยแล้วเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย Google Translate จากนั้นก็อาจจะใช้โปรแกรม Paraphrase ต่อ วิธีนี้ก็ทำได้ แต่โดยส่วนตัวยังเชียร์ให้คิดและเขียนด้วยตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเลยแต่แรก จะดีที่สุดค่ะ

See also  [NEW] แคปชั่นคิดถึง คิดถึงคนไกล คิดถึงแฟนเก่า ภาษาอังกฤษ สั้น ๆ แปลไทย 2021 | รวมเพลงคิดถึงแฟนเก่า - NATAVIGUIDES

Shifu แนะนำ

ถ้าคุณยังเป็นมือใหม่ในเรื่องการเขียนบทความ อาจเริ่มต้นฝึกเขียนบทความในภาษาที่ตัวเองถนัดก่อน และถ้าอยากเรียนรู้วิธีการและเทคนิคการเขียนบทความตั้งแต่มือใหม่จนฝึกเป็นมืออาชีพ ขอแนะนำ คอร์สเรียน Content Writing for Beginners คอร์สนี้ และ คอร์ส Digital Copywriting สำหรับการเขียนก็อปปี้ค่ะ

การเขียน Essay หรือเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ

สำหรับการเขียน Essay หรือ เรียงความ คำแนะนำจะไม่ต่างกับการเขียนบทความมากนัก แต่ขอให้บริบทเพิ่มเติมคือ ในการเขียนบทความเพื่อลงในบล็อกต่างๆ ความง่ายในการอ่านจะมีความสำคัญ ในขณะที่เรียงความหรือ Essay มักจะใช้ในเชิงวิชาการ เช่น เพื่อการสมัครเรียนต่อ อาจต้องการรูปประโยคที่สละสลวยและโชว์ความ Advanced English มากกว่า

ในบริบทที่เราเคยเขียน Essay จริงจังเพื่อสอบชิงทุน เราจะไม่ได้ใช้เพียงแค่ตัวเอง+AI Tools แต่จะขอรับ Feedback จากเพื่อนๆ คนอ่านและผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมด้วย

เขียน Copywriting หรือข้อความเพื่อการตลาด

ในบรรดา Use Case ทั้งหมด โดยส่วนตัวคิดว่าอันนี้ยากที่สุดสำหรับคนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา เพราะ Copywriting เป็นเรื่องของการกระตุ้นความสนใจ ซึ่งความถูกต้องของภาษาไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นคือความน่าสนใจ เรายังคงใช้หลักการเดียวกันกับการเขียน Digital Copywriting ภาษาไทย ตามที่เราเองก็เคยทำคอร์สเรียนสอน แต่สิ่งที่ทำเพิ่มก็คือมีการใช้ AI Writer ช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยเฉพาะใน Use Case ที่ต้องการนำไปใช้งานจริง

Shifu แนะนำ

โปรแกรมที่ชื่อ Writesonic เป็นตัวที่เราพบว่ามีฟีเจอร์เพื่อการเขียนขายของและเขียนเพื่อการตลาดเยอะดีค่ะ เลือกได้ว่าต้องการเขียนสำหรับ Channel ไหน เลือกได้ทั้ง Facebook Ads, Google Ads, LinkedIn Ads, Ecommerce Copy, YouTube Copy เป็นต้น

นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้คือการศึกษาดูงานต่างๆ เพราะก็อปปี้เป็นเรื่องของความครีเอทีฟ เราไม่ได้เชื่อใจโปรแกรมอย่างเดียว 100% แต่ Research ดูคนอื่นๆ ที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันว่าเขาเขียนกันประมาณไหน กลุ่มเป้าหมายของเราใกล้เคียงกันกับใคร เป็นต้น

เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม

ใจเย็นๆ ค่อยๆ ฝึกที่ละสไตล์

แม้ว่าเราจะเคยมีประสบการณ์เขียนบทความสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษก่อนหน้ามาบ้างแล้ว แต่เราก็ยังคงใช้เวลาปรับตัวไม่น้อยตอนเราเริ่มต้นเขียนบทสัมภาษณ์สไตล์แบบไม่เป็นทางการ เรายังไม่ชินกับแนว Lifestyle (สำหรับภาษาอังกฤษ) เพราะเดิมทีที่ประสบการณ์จากรั้วมหาวิทยาลัย จะเน้นสาย Acedemic writing มากกว่า ตอนนั้นเราจึงต้องปรับตัวนิดนึง อ่านบล็อกแนวไลฟ์สไตล์มากขึ้น

ตอนที่ต้องเขียนแนว PR ก็เช่นกัน เราต้องเรียนรู้ใหม่เยอะมาก มันจะใช้เวลาหน่อย แต่ถ้าฝึกเรื่อยๆ คุณจะเก่งขึ้นจริงๆ นะ

ฝึกให้ครบ ฟัง พูด อ่าน เขียน ในชีวิตประจำวัน

ถึงแม้งานของเราจะเน้นที่การเขียนเป็นหลัก แต่เราก็ยังพบว่าการฝึกฟังและพูดนั้นมีส่วนช่วยด้วย หลักๆ แล้วมันช่วยให้เรา “คิดเป็นภาษาอังกฤษ” มากขึ้น นั่นเอง คอนเทนต์ที่ทำมาเพื่อการฟัง เพื่อการพูด การอ่าน การเขียน ก็มีความแตกต่างกันไป เพิ่มความหลากหลายของสไตล์เข้าไปในสมองมากยิ่งขึ้น

เริ่มต้นที่ไดอารี่สั้นๆ

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียนของเรา อันที่จริงแล้วมันคือสเตตัสบน Facebook นั่นเอง ซึ่งเราเขียนแบบกึ่งไดอารี่ เมื่อเราเปรียบเทียบสเตตัสเก่าๆ กับสเตตัสใหม่ๆ เราก็เห็นว่าตัวเองเขียนดีขึ้นจริงๆ  หากอยากฝึกภาษาอังกฤษก็สามารถลองเริ่มจากสเตตัสภาษาอังกฤษก็ได้นะ หรือจะเขียนเก็บไว้ดูเอง เป็นไดอารี่สั้นๆ ก็ได้ค่ะ Seth Godin ก็เป็นคนนึงที่เขียนบล็อกแล้วมีคนติดตามเยอะมาก แม้ว่าบล็อกของเขาจะเป็นสไตล์ไดอารี่สั้นๆ ก็ตาม

หาคนช่วยตรวจ

วิธีการจัดการกับความไม่มั่นใจที่ดีที่สุด คือการหาคนช่วยตรวจ ถ้าให้ดี ควรเป็นคนที่สามารถแลกเปลี่ยนกันและกันได้ คือ คุณขอเขาช่วยเล็กๆ น้อยๆ  และเขาก็ขอคุณช่วยบางอย่างเล็กๆ น้อยๆ เช่นกัน

แต่ก่อนจะหาคนตรวจ ให้อากู๋ Google ช่วยตรวจให้ด้วยก็ได้ แทบทุกครั้งที่เขียน เรามักจะมีคำที่ไม่แน่ใจเรื่องวิธีการใช้ ซึ่งเราก็สามารถศึกษาการใช้คำเหล่านี้ก่อน โดยการเซิร์จอ่านเอาได้ อย่างเรื่อง Preposition มักจะเป็นเรื่องที่คนไทยใช้ผิดบ่อย เช่น Interested ต้องใช้คู่กับ in; I am interested in marketing ไม่ใช่ I am interested about marketing เป็นต้น

ทดสอบภาษาอังกฤษ

สำคัญคือต้อง ‘รู้’ ว่าตัวเอง ‘ไม่รู้’ อะไร

สำคัญสุดคือตัวคอนเทนต์

ภาษา คือเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร และเครื่องมือน้ันมีไว้ให้ใช้งาน ไม่ได้มีไว้ให้กลัว

ภาษาเป็นเครื่องมือนึง แต่สาระจริงๆ คือตัวคอนเทนต์ ครั้งหนึ่งเราจะเขียนบทความเกี่ยวกับซอฟแวร์สัญชาติญี่ปุ่นตัวหนึ่ง เราหาข้อมูลภาษาอังกฤษไม่ได้เลย จึงตัดสินใจหาเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วใช้ Google Translate ช่วยแปลเอา ผลลัพธ์การแปลอาจจะยังไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์เพอร์เฟกต์ แต่เมื่อเราได้อ่านแล้ว เราก็พึงพอใจกับเนื้อหา และพบว่าบทความนี้มีคุณค่ากับเรา ในการทำงานเองก็เหมือนกัน ถ้าเชื่อว่าตัวเองมีเนื้อหาที่ดี ก็ลงมือเลย ภาษาเดี๋ยวค่อยๆ พัฒนากันไปได้

สรุป

บทความนี้เราเขียนโดยแบ่งเป็นเคสการใช้งานหลักๆ ที่หลายๆ คนต้องเจอในการเขียนภาษาอังกฤษ โดยเน้นการแนะนำโปรแกรมต่างๆ รวมถึงแนะนำความคิดเห็นเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ยังไงก็ตาม การเรียนภาษาอังกฤษและฝึกเขียนฝึกใช้บ่อยๆ ยังคงเป็นพื้นฐานความรู้ที่สำคัญมากๆ ที่เราไม่อยากให้ละเลยกัน

หวังว่าบทความจะมีประโยชน์เพื่อให้คุณพร้อมลุยตลาด International ไปด้วยกันนะคะ 🙂

ตาคุณแล้ว

หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว ขอให้คุณลองเริ่มต้นเขียนภาษาอังกฤษ เริ่มจาก Caption สเตตัสต่างๆ ไล่ไปสู่ไดอารี่ จนกระทั่งเขียนบทความภาษาอังกฤษได้ และอย่าลืมเข้าไปดูเครื่องมือต่างๆ ที่เราแนะนำและลองใช้ดูนะคะ

ใครที่ได้ลองเล่น ลองใช้ ลองทำตามแล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะ? นำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้หรือได้ลอง มาแชร์ความรู้ด้วยกันได้ที่คอมเมนต์ใต้บทความนี้เลยค่ะ 🙂

New call-to-action


ที่แท้ตาก็ไม่ได้ จะช่วยลุงจริงๆ ที่เข้ามาก็แค่หวังผลประโยชน์ สุดท้าย! ก็ปล่อยลุงเป็นแพะเหมือนเดิม!


ช่องทนายภูธร เป็นช่องที่ตั้งขึ้นมาให้ข่าวสาร ให้ความรู้ ให้ข้อคิดต่างๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไทย ภายใต้กฎหมายของประเทศ ที่มีทั้งด่านบวก และ ด่านลบ
ลุงพล ป้าแต๋น คดีน้องชมพู่ พ่อแม่น้องชมพู่ ตาชาญ ยายสมควร น้าต่าย น้าแต่ ทนายลุงพล ทนายตั้ม ทนายสมเกียรติ หมอปลา ป้าถอน พ่อแบม บ้านกกกอก กกกอก
กดติดตาม ทนายภูธร
https://www.youtube.com/channel/UCkDXz9C6hxYQENQJcYVZBEg
========================================

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ที่แท้ตาก็ไม่ได้ จะช่วยลุงจริงๆ ที่เข้ามาก็แค่หวังผลประโยชน์ สุดท้าย! ก็ปล่อยลุงเป็นแพะเหมือนเดิม!

ศึกดวลเดือด!!! TOP 3 แอปแปลภาษา 🔥🔥🔥


https://www.facebook.com/Itmild1096689317131984/
ติดต่อโดยตรงพวกเราได้ทาง 091 465 1959

ศึกดวลเดือด!!! TOP 3 แอปแปลภาษา 🔥🔥🔥

กริยาช่วยในประโยคภาษาอังกฤษ | May, might , can, could | เรียนง่ายภาษาอังกฤษ


กริยาช่วยในประโยคภาษาอังกฤษ | May, might , can, could | เรียนง่ายภาษาอังกฤษ

Ep.5 ฝึกคัดตัวบรรจงครึ่งบรรทัด | by : ครูลูกหยีตีไม่เจ็บ


Ep.5 ฝึกคัดตัวบรรจงครึ่งบรรทัด | by : ครูลูกหยีตีไม่เจ็บ

พูดภาษาอังกฤษได้ด้วยแอพนี้ (สุดยอด!!) ฝึกเพียง 10 นาทีต่อวัน พูดภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก สำเนียงเป๊ะ


พูดภาษาอังกฤษ ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง เรียนภาษาอังกฤษ
เคยไหม อยากจะพูดภาษาอังกฤษให้ได้ แต่ออกเสียงไม่ถูก สำเนียงไม่เป๊ะ ฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ฟังฝรั่งพูดภาษาอังกฤษแล้วไม่เข้าใจ สำหรับใครที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการออกเสียงคำศัพท์ การพูดภาษาอังกฤษ มาดูคลิปวิดิโอนี้ จะทำให้คุณได้เคล็ดลับและเครื่องมือดีๆมาช่วยเป็นเหมือนกับ โค้ชส่วนตัว สอนภาษาอังกฤษ
แอพฝึกภาษาอังกฤษดีๆนี้ สามารถพกติดตัวได้ตลอดเวลา โปรแกรมการฝึกพูดภาษาอังกฤษ เพียงแค่ 10นาทีต่อวัน ก็สามารถพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษ สำเนียงภาษาอังกฤษ (สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน) ได้อย่างดีขึ้นมาก
ช่อง Gift The Movies เป็นช่องรวบรวมความรู้และความสนุก
ทุกเทคนิคการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง และฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง
ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลง เพื่อนๆทุกคนสามารถเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวและสิ่งที่ชอบได้
แนะนำเทคนิคการฝึกภาษาอังกฤษ คลิปดีๆอื่นๆดังนี้
หากคุณเป็นคนที่ชอบ ดูหนัง รีวิว หนัง และอยาก ฝึกภาษาอังกฤษ
เรียนภาษาอังกฤษจากหนัง ก็สามารถกดติดตามช่องของเราได้นะคะ
มาดูคลิปกันได้เลย
อย่าลืมช่วยกดติดตาม ซับสะไคร้ และกด LIKE กด SHARE ด้วยนะคะ
วิธีฝึกภาษาอังกฤษจาก (มือถือเครื่องเดียว!!)
https://youtu.be/3WjigZ5afUo
ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง Netflix
https://youtu.be/bDvglqOht4A
สมัครเน็ตฟลิกซ์ Netflix สอนตั้งค่าซับ สำหรับ ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง Netflix
https://youtu.be/8OoNVK15X6A
ลิ้งค์คลิป 5 ขั้นตอน การฝึกภาษาอังกฤษจากหนังด้วยตัวเอง
https://youtu.be/8ULdgXWDRE
หากใครอยากติดตามช่อง ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ไปกับ Gift The Movies
กดติดตามและกดกระดิ่งแจ้งเตือนไว้ได้เลยนะคะ เรามาฝึกภาษาอังกฤษไปพร้อมๆกันค่ะ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับเพจคนรักหนังได้ที่ Gift The Movies
https://www.facebook.com/moviebygift/

พูดภาษาอังกฤษได้ด้วยแอพนี้ (สุดยอด!!) ฝึกเพียง 10 นาทีต่อวัน พูดภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก สำเนียงเป๊ะ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ตัวช่วย ภาษาอังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *