Skip to content
Home » [Update] คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากนครราชสีมาสู่ร๊อตเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ – Thai Women Living Abroad | ต่างคนต่างคิด หญิงไก่ – NATAVIGUIDES

[Update] คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากนครราชสีมาสู่ร๊อตเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ – Thai Women Living Abroad | ต่างคนต่างคิด หญิงไก่ – NATAVIGUIDES

ต่างคนต่างคิด หญิงไก่: คุณกำลังดูกระทู้

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เธอคือ คุณ มาริสสา นิโรจน์ และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศเนเธอร์แลนด์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ คุณ มาริสสา นิโรจน์ (เจี๊ยบ)

ภาพถ่ายจาก คุณ มาริสสา นิโรจน์

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์

ดิฉันอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ค่ะ เข้ามาที่นี่เพราะมาศึกษาต่อปริญญาโท ที่ The Hague University of Applied Sciences พอเรียนจบแล้วก็ได้งานทำต่อที่ธนาคาร The Royal Bank of Scotland ที่อัมส์เตอร์ดัม ปัจจุบันแต่งงานกับสามีชาวดัชท์ ทำงานและอาศัยอยู่ที่เมืองร๊อตเตอร์ดัมค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนในเมืองไทยครับ ช่วยเล่าชีวิตวัยเด็กของคุณให้เราฟังหน่อยได้ไหมครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ดิฉันเกิดที่ จ.นครราชสีมาค่ะ แต่มาเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพตอนอายุได้ 7 ขวบ ดิฉันเกิดและเติบโตในครอบครัวข้าราชการ ฐานะปานกลางค่ะ คุณพ่อรับราชการเป็นนายทหารยศพลตรี ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้านค่ะ ดิฉันเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างเข้มงวด มีระเบียบวินัยแบบทหารนะคะ และประกอบกับดิฉันได้เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กๆ เป็นนักกีฬาเทนนิสค่ะ ช่วงชีวิตวัยเด็กก็จะยุ่งอยู่กับการซ้อมเทนนิสและเรียนหนังสือเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นคนอื่นเขา ดิฉันเล่นเทนนิสค่อนข้างเก่งและเคยเป็นตัวแทนประเทศและติดทีมชาติไทยไปแข่งรายการซีเกมส์และเอเชี่ยนเกมส์ ส่วนในต่างประเทศช่วงสมัยแข่งเยาวชน ดิฉันได้ไปแข่งที่อเมริกา ยุโรป และประเทศแถบเอเซียทั้งหมด ดิฉันเคยขึ้นเป็นมือท๊อป 30 อันดับของโลกในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี รายการที่ดิฉันภาคภูมิใจที่สุดคือ ได้ไปแข่งรายการเยาวชน Wimbledon ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นแมทซ์ที่นักเทนนิสทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะได้ไปแข่ง

เมื่อมาอยู่ที่ประเทศนี้คุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับและตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ

ก่อนที่มาอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ ดิฉันเรียนจบปริญญาตรีด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมค่ะ และหลังจากเรียนจบดิฉันก็ได้ทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ที่พหลโยธิน ในฝ่ายเครดิตและหลักประกันค่ะ ตอนนั้นดิฉันเริ่มเล่นเทนนิสน้อยลง และเริ่มต้นอยากหางานทำค่ะ แต่พอทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยได้ 2 ปีกว่าๆ ดิฉันตั้งใจอยากมาเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศค่ะ ดิฉันเลยตัดสินใจเก็บเงินส่วนตัวบางส่วน และมาตามความฝันมาเรียนต่อที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้านกฎหมายยุโรปและนโยบายค่ะ Master of European Law and Policy ที่ The Hague University of Applied Sciences และพอเรียนจบดิฉันมีโอกาสได้ทำงานที่ธนาคาร The Royal Bank of Scotland ซึ่งเป็นธนาคารของอังกฤษที่อัมส์เตอร์ดัมค่ะ ปัจจุบันดิฉันได้เปลี่ยนงานมาทำงานบริษัท Commodity Tradinng ชื่อ Baywa Marketing and Trading International B.V ที่เมือง Rotterdam ในตำแหน่งTreasurer ค่ะ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือดูแลการเงินของบริษัท ดูความเสี่ยงในเรื่องค่าเงิน และดูเรื่องอื่นๆเกี่ยวกับสัญญาระหว่างบริษัทและธนาคารค่ะ

คุณพูดภาษาของประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ไหม คุณคิดว่าภาษาดัชท์ยากสำหรับคุณไหม คุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาประเทศนี้ได้ จนสื่อสารและเข้าใจได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ตอนที่ดิฉันเรียนปริญญาโทที่นี่ ดิฉันเรียนเป็นโปรแกรม International ค่ะและการเรียนจะเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ทำให้ช่วง 2-3 ปีแรกดิฉันจะยังพูดภาษาดัชท์ไม่ได้ค่ะ
แต่พอได้เริ่มทำงานเนื่องจากเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นคนดัชท์ ทางบริษัทเลยส่งให้เราเรียนภาษาดัชท์และได้ใช้บ่อยขึ้น ดิฉันเลยพูดภาษาดัชท์ อ่านเขียนได้โดยผ่านการสอบขั้นพื้นฐานในการสอบภาษาเพื่อขอดัชท์พาสปอร์ตในระยะเวลาที่กำหนด และสอบผ่านในครั้งเดียวด้วยค่ะ ถ้าถามว่าภาษาดัชท์ยากไหม ดิฉันว่าไม่ยากนะคะ แต่ยากตรงการออกเสียงให้ถูก และให้เขาเข้าใจเรา และดิฉันคิดว่าการที่เราพูด อ่าน เขียน ภาษาของประเทศที่เราอาศัยอยู่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่เฉพาะทำให้เรามีโอากาสได้พาสปอร์ต หรือได้วีซ่าอยู่ถาวร แต่เรื่องการเข้าสังคมก็สำคัญค่ะ เพราะพอเราพูดภาษาบ้านเขาได้ เราก็จะเข้าสังคมเขาได้ง่ายขึ้น และอีกอย่างที่สำคัญคือ โอกาสในการหางานทำก็จะมีมากขึ้นด้วยค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ายากมากไหมที่คนไทยต้องปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตแบบคนประเทศเนเธอร์แลนด์ ถ้าคุณคิดว่ายาก มันยากตรงไหน ยากอย่างไร และอะไรที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องปรับตัวยากที่สุด

ตอนที่มาอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์แรกๆ ดิฉันค่อนข้างตกใจคือ “ความแตกต่างในเรื่องวัฒนธรรม” ค่ะ สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือคนดัชท์เป็นคนพูดตรงมาก บางทีการพูดตรงคนไทยบางคนอาจจะรับไม่ได้ แต่ดิฉันพออยู่ไปนานๆ เริ่มปรับตัวและรับได้กับการใช้ชีวิตแบบคนดัชท์ ส่วนตัวดิฉันว่าไม่ยากนะคะที่จะปรับตัว ถ้าเราเปิดใจยอมรับความแตกต่างของวัฒนธรรม ก็ทำให้เราอยู่ประเทศนี้อย่างมีความสุขค่ะ ส่วนสิ่งที่ดิฉันคิดว่ายากในเรื่องการปรับตัวในการใช้ชีวิตแบบคนดัชท์ คงไม่พ้นเรื่องอากาศและอาหารการกิน คนดัชท์เป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายค่ะ ข้าวเช้า และเที่ยงเขาจะทานแบบง่ายๆ คือขนมปังหรือโยเกริ์ต สำหรับดิฉันเรื่องอาหารคือเรื่องใหญ่ บางทีข้าวเที่ยงดิฉันต้องห่อข้าวไปทานที่ทำงาน เพราะร้านอาหารที่ทำงานบางวันขายแต่ขนมปังหรือสลัด ส่วนอากาศที่ทราบกันอยู่ที่นี่อากาศจะหนาวยาวมาก อากาศเริ่มหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคม และยาวถึงปลายเดือนพฤษภาคมเลยค่ะ ถ้าช่วงอากาศดีที่ไม่ได้ต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆ ก็มีแค่ 3-4 เดือน คือช่วงตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายนค่ะ คือช่วงหน้าหนาวเรียกได้ว่าเกินครึ่งปีเลยก็ว่าได้ พอช่วงหน้าหนาวก็มีแอบคิดถึงอากาศ 30 กว่าๆที่เมืองไทยเหมือนกันค่ะ ที่เราสามารถใส่กางเกงขาสั้นเดินไปไหนมาไหนก็ได้ค่ะ

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร คุณมีเพื่อนคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นด้วยหรือไม่ อย่างไร

จริงๆ ประเทศเนเธอร์แลนด์มีคนไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทีเดียวค่ะ และดิฉันเองก็มีเพื่อนๆคนไทยที่คบกันมาเป็นเวลา 10 ปีแล้วตั้งแต่ดิฉันยังเป็นนักเรียน ดิฉันมีเพื่อนคนไทยที่สนิทๆกันประมาณ 7-8 คนค่ะ คอยช่วยเหลือดูแลให้คำปรึกษากันดีมาก ดิฉันคิดว่าดิฉันค่อนข้างโชคดีค่ะที่ดิฉันเจอแต่คนไทยใจดี เป็นมิตร และจิตใจดีมาก เป็นเพื่อนเป็นพี่ที่ดีมากๆ เท่าที่ดิฉันได้สัมผัสพวกเขาก็อยู่สุขสบายดีนะคะ มีครอบครัวที่อบอุ่นกันดี ถ้าเราว่างเราก็มาเจอกัน ทานข้าวกัน หรือไปเที่ยวด้วยกันค่ะ ส่วนสามีของพวกเราก็น่ารักเขาก็ดูแลเอาใจใส่พวกเราดีค่ะ

นิสัยของคนประเทศเนเธอร์แลนด์ชอบอะไรเป็นพิเศษ และคุณบอกได้ไหมคนที่อยู่ที่นี่เป็นอย่างไร ผู้ชายเป็นอย่างไร ผู้หญิงเป็นอย่างไร และครอบครัวของคนประเทศนี้เป็นอย่างไร

สิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้นิสัยของคนเนเธอร์แลนด์หลังจากอยู่ที่นี่เป็นเวลาเกิน 10 ปี คือคนดัชท์เป็นคนที่คิดอย่างไงก็พูดอย่างนั้น รู้จักใช้เงินมากๆ และเป็นคนพูดตรงไม่มีอ้อมเลย และจะค่อนข้างเป็นคนสมถะค่ะ ไม่ชอบแต่งตัวโชว์กัน หรือถือกระเป๋าแบรนด์เนมแข่งกันเลย ผู้หญิงดัชท์แต่งตัวไม่เก่งค่ะ แต่งหน้านี่แทบไม่แต่งเลย ส่วนผู้ชายจะแต่งตัวเก่งกว่าผู้หญิงค่ะ คนดัชท์ชอบคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ชอบคุยเรื่องไปเที่ยวที่ไหนมา การทำงานที่นี่ไม่มีหัวหน้าลูกน้อง ทุกคนคือเพื่อนร่วมงานทั้งหมด คนดัชท์ค่อนข้างแบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวได้อย่างลงตัว เขาจะมาทำงานตรงต่อเวลามากและเลิกงานเร็วตรงเวลาเช่นกันค่ะ เขาจะใช้เวลาหลังเลิกงานกับครอบครัวให้เต็มที่ค่ะ

คุณคิดว่าค่าครองชีพที่เนเธอร์แลนด์เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (ยกมาสามตัวอย่าง) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (ยกมาสามตัวอย่าง)

ดิฉันคิดว่าค่าครองชีพที่นี่ก็สมเหตุสมผลนะคะ ก็ไม่ได้แพงจนเกินไป ถ้าคุณไปซุปเปอร์มาเก็ต และซื้อของมาทำอาหารเองก็ไม่แพงค่ะ แต่ถ้าคุณไปนั่งร้านอาหารดิฉันก็คิดว่าแพงค่ะ

สิ่งที่ดิฉันคิดว่าแพงคงเป็น
1. ค่ารถไฟ
2. ค่าจอดรถ ดิฉันว่าเมืองใหญ่ๆอย่างอัมส์เตอร์ดัม ค่าจอดรถแพงพอๆกับที่นิวยอร์คเลย ซึ่งดิฉันว่ามันแพงมาก ค่ารถไฟเช่นกันถ้าไม่มีบัตรส่วนลด ดิฉันก็ว่าแพงมาก

ส่วนค่าครองชีพอื่นๆ เช่นอาหาร ค่ากับข้าวดิฉันว่าราคาสมเหตุสมผลค่ะ คุณแม่เคยบอกด้วยค่ะว่าบางอย่างเช่นเนื้อหมู เนื้อไก่ บางทีราคาถูกกว่าเมืองไทยอีกค่ะ

ความคิดเห็นของคุณอยู่ที่นี่มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ช่วยบอกข้อดี และข้อเสียอย่างละ 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้

ข้อดีของการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คือ
1. ดิฉันคิดว่าการอยู่ที่นี่ ชีวิตค่อนข้างเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่เจอรถติด คนค่อนข้างเรียบง่าย สมถะ ทำให้เราเองก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้ไปด้วย

2. ดิฉันคิดว่าฐานเงินเดือนปกติของคนทั่วไป ค่อนข้างที่ใช้ชีวิตไม่ลำบากมากถ้าเทียบกับค่าครองชีพ ถ้าคนตกงานก็จะมีสวัสดิการสังคมที่ดีรองรับ มีเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในหลายๆด้าน ทั้งเรื่องเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล หรือเงินช่วยเหลือค่าที่พักอาศัยสำหรับคนรายได้น้อยค่ะ ซึ่งดิฉันว่าดีมากๆ

3. ดิฉันคิดว่าเรื่อง work life balance “ความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน” ที่นี่ดีมากๆ การทำงานที่นี่คนดัชท์เขาไม่ชอบทำงานเลิกเย็นค่ะ เพราะทุกคนต้องการกลับบ้านตรงเวลาเพื่อไปใช้เวลากับครอบครัว หรือไปทำกิจกรรมอื่นๆหลังเลิกงานค่ะ

ข้อเสียคือ
1.อากาศหนาวค่อนข้างนาน และมีฝนตกบ่อยค่ะ

2.อาหารการกินไม่ได้มีเยอะเหมือนเมืองไทย ร้านค้าส่วนมากจะเลิกเร็ว 6 โมงเย็นก็ปิดร้านหมดแล้วค่ะ

3.สังคมที่นี่ไม่อบอุ่นเหมือนเมืองไทยค่ะ ค่อนข้างตัวใครตัวมัน แต่สำหรับตัวดิฉันเองไม่ได้มีปัญหาตรงนี้นะคะ เพราะค่อนข้างโชคดีที่ครอบครัวสามีน่ารักมากจริงๆ และเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก

See also  [NEW] เนื้อเพลง ลืมไม่ได้ - โอเว่น | ลืมไปว่าทุกวันหากไม่ได้เจอเธอเหมือนเดิม - NATAVIGUIDES

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่าเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องความโรแมนติก ความรัก ระหว่างคนไทยและคนดัชท์อะไรคือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

ดิฉันคิดว่าปัญหาที่น่าจะสำคัญมากที่สุดกับความสัมพันธ์กับผู้ชายดัชท์คือการสื่อสารค่ะ เพราะคนดัชท์เป็นคนพูดตรง แต่เราอาจจะตีความหมายผิดคิดว่าเขาว่าเรา แต่จริงๆเป็นแค่การชี้แจงการตรงๆของคนดัชท์ แต่คนไทยอาจจะรับไม่ได้นะคะ และคนไทยสอนให้มีอะไรที่ไม่พอใจให้เก็บไว้ แต่คนดัชท์เขาไม่เข้าใจนะคะ ถ้ามีปัญหาหรือไม่เข้าใจกัน คนดัชท์เขาชอบที่จะคุยกันตรงๆ สื่อสารกันตรงว่าเธอชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีปัญหาอะไรกันจะได้แก้ปัญหากันได้ ส่วนอีกเรื่องน่าจะเป็นเรื่องการใช้เงินของคนดัชท์ ที่คนไทยอาจรับไม่ได้คิดว่าเขาขี้เหนียวหรือตระหนี่ แต่จริงๆมันคือนิสัยพื้นฐานของคนประเทศนี้เลยค่ะ ว่าการรู้จักใช้เงินสำคัญมาก อะไรที่ไม่ควรจ่ายก็ไม่จ่าย ซึ่งดิฉันเองก็ได้เรียนรู้การใช้เงินแบบคนดัชท์มาค่อนข้างเยอะค่ะ

คุณยังมีคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดที่ยังอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงคนในครอบครัวของคุณมากไหม คุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่า และคุณมีสถานที่ที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมากที่สุด เพราะอะไร

มีค่ะ ดิฉันยังมีคุณแม่ พี่น้องอาศัยอยู่ที่เมืองไทยทั้งหมด ปกติดิฉันจะโทรหาคุณแม่ผ่าน line และดิฉันเองก็กลับไปเที่ยวเมืองไทยทุกปี ส่วนคุณแม่และพี่สาวก็จะมาเที่ยวหา และมาเยี่ยมดิฉันทุกปีค่ะ คุณแม่และพี่สาวของดิฉันจะมาอยู่กับดิฉันปีละ 2 เดือนค่ะ ซึ่งดิฉันเองก็จะพาไปเที่ยวที่ต่างๆในยุโรป

ส่วนดิฉันเองเวลาไปเมืองไทย ดิฉันจะชอบไปเที่ยวหัวหินกับเกาะเต่าที่สุดค่ะ เพราะตัวดิฉันเองและสามีชอบทะเล และชอบดำน้ำทั้งคู่ค่ะ

เรื่องความปลอดภัยในต่างแดน คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเมืองร๊อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถ้ามีไม่ปลอดภัย มีความไม่ปลอดภัยอย่างไร

ดิฉันเองพักอาศัยอยู่ในตัวเมืองร๊อตเตอร์ดัมเลยค่ะ ความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ดิฉันได้ยินมาบ้างว่าบางพื้นที่ของเมืองร๊อตเตอร์ดัมเองก็ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ค่ะ ที่ได้ยินมาคือกลางคืนจะมีปล้นจี้ได้ถ้าเดินคนเดียว เพราะแถบนั้นจะมีพวกคนอพยพหรือคนผิวดำอาศัยเป็นจำนวนมากค่ะ แต่ทั้งนี้เราเองก็ต้องรักษาความปลอดภัยของตัวเองเสมอค่ะ เพราะอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา ยิ่งตอนนี้ยุโรปกำลังประสบปัญหาผู้อพยพด้วย ดิฉันก็จะพยายามระวังตัวเป็นพิเศษเวลาถ้าไปเดินคนเดียวในที่เปลี่ยวๆ

ในประเทศนี้คุณมีสถานที่ไหนที่คุณชอบไปเที่ยวมาก เป็นอย่างไร สวยมากไหมครับ

ดิฉันเองเป็นคนชอบดอกไม้ และต้นไม้เป็นพิเศษค่ะ สถานที่ที่ชอบที่สุดคงเป็นสวนดอกไม้ Keukenhof (https://keukenhof.nl/en/) ค่ะ สวน Keukenhof จะเปิดแค่ประมาณ 2 เดือนต่อปีค่ะ คือตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมค่ะ สวน Keukenhof เป็นสวนดอกไม้ชื่อดังที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเป็นหลายล้านคนต่อปีค่ะ เวลาดิฉันไปสวน Keukenhof นอกจากไปเดินเล่นในสวนแล้ว ดิฉันเองก็เลือกที่จะปั่นจักรยานเที่ยวรอบๆ สวน Keukenhof ด้วยค่ะ เพราะข้างนอกจะเป็นสวนดอกทิวลิปที่ชาวบ้านแถบนั้นปลูกไว้เพื่อส่งขาย และประเทศเนเธอร์แลนด์ก็เป็นประเทศผู้ส่งออกดอกไม้ไปขายทั่วโลกเป็นอันดับต้นๆด้วยค่ะ ซึ่งเวลาเราไปปั่นจักรยานรอบๆสวน เราสามารถเข้าไปถ่ายรูปกับสวยดอกไม้ได้ด้วยค่ะ แต่ต้องระวังอย่าไปย่ำดอกไม้ในสวนของเขาให้เสียหายนะคะ

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

ยามว่างดิฉันชอบเล่นเทนนิสค่ะ เพราะนอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นการได้เข้าสังคมกับคนดัชท์ไปด้วย ดิฉันจะใช้เวลาช่วงหน้าร้อนในการแข่งขันเทนนิสระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ดิฉันเคยได้รางวัลชนะเลิศในระดับ 3 ของการแข่งขันแชมป์ของเขตที่เรียกว่า Noord Holland (เขตภาคเหนือของฮอลแลนด์) ค่ะ ซึ่งดิฉันภูมิใจมาก และเป็นตัวแทนสโมสรเทนนิสลงแข่งระดับประเทศในระดับ 2 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงมาก

 ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / หรือประเทศเนเธอร์แลนด์จะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำให้เธอได้ระมัดระวังอะไรบ้าง

ดิฉันอยากจะแนะนำว่า แน่นอนที่สุดทุกคนอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อย้ายมาอยู่ต่างประเทศก็อยากประสบความสำเร็จ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีงานดีๆทำที่นี่ แต่การที่เราจะประสบความสำเร็จที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าเราจะทำได้ ดิฉันขอแนะนำว่าภาษาท้องถิ่นสำคัญมาก ถ้าเราได้ภาษาเขา การหางานทำ การเข้าสังคม หรือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็จะง่ายขึ้น พยายามหางานทำให้ได้ การที่เรามีงาน มีเงินใช้เอง เราจะมีความสุขมากเมื่อมาอยู่เมืองนอก เพราะเรานอกจากจะได้รายได้แล้ว ยังเปิดโอกาสให้เราเข้าสังคม เปิดโลกและทำให้เราได้เจอคนเยอะ การที่เราดูแลตัวเองได้ ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า โดยที่เราไม่ต้องพึ่งเงินสามีอย่างเดียว ผู้หญิงไทยที่ได้สามีฐานะดี ดิฉันเห็นเขาก็ทำงานกันเยอะนะคะ และผู้ชายที่ฐานะดีๆเองก็จะชอบมากถ้าได้ผู้หญิงที่มีหน้าที่การงานดีเหมาะสมกับเขา ดิฉันเองก็  เจอสามีที่ทำงานธนาคารด้วยกันค่ะ

อีกเรื่องนึงดิฉันอยากแนะนำว่า การมาอยู่ต่างประเทศอาจทำให้เราเกิดคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว หรือคิดถึงอาหารที่เมืองไทย เราต้องเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมสำหรับตรงนี้นะคะ เพราะดิฉันเห็นหลายคนเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่มีความสุขที่อยู่ที่นี่ ดิฉันอยากให้เตรียมใจเผื่อเรื่องนี้ไว้ค่ะ ยิ่งช่วงหน้าหนาวเวลาเราออกไปไหนไม่ได้ หรือไม่อยากออกเพราะหนาวมาก ดิฉันก็จะพยายามทำบ้านให้อบอุ่นค่ะ หากิจกรรมทำ อาจลองเปิดยูทูปลองทำอาหารเมนูใหม่ๆ หรือดูรายการทีวีโปรดจากเมืองไทย ก็ทำให้เราหายเหงาได้นะคะ

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Like this:

Like

Loading…

[Update] ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 5) | ต่างคนต่างคิด หญิงไก่ – NATAVIGUIDES

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในในต่างประเทศจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม นี่คือข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์และความคิดเห็นของแขกรับเชิญของเรา

การใช้ชีวิตและการทำงานในต่างประเทศ

ช่วงที่ 5

85. คุณ Kotchakorn Chorptham / คุณกชกร ชอบธรรม – ชื่อเล่น: Smiley

เมือง: Hoek van Holland ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

ในฐานะรุ่นพี่ และเป็นคนไทยที่อยากจะออกนอกประเทศไทย ดิฉันอยากจะเตือนให้รุ่นน้อง ไม่ว่าจะอายุมากกว่าหรือน้อยกว่าดิฉัน ได้มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตัวเองค่ะ การย้ายถิ่นฐาน ไม่ได้จะนำมาซึ่งชีวิตที่ดีขึ้นเสมอไป แต่จะนำมาซึ่งโอกาสซึ่งเราอาจจะไม่ได้พบเจอง่ายๆในเมืองไทย ดังนั้นเราต้องพิจารณาทำสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งศีลธรรมและกฏหมายด้วย ชีวิตเราจะดีขึ้นในแบบที่เราเอง และรัฐบาลที่เราอยู่ก็จะพอใจกับประชากรคุณภาพดีด้วยค่ะ การจะมีชีวิตดีขึ้นได้ อยู่ที่เราเองทั้งหมด ไม่ใช่สามี ห้ามเอาอนาคตของเราไปผูกไว้กับบุคคลอื่นค่ะ เราต้องทำให้มั่นใจว่าเราคือผู้กำหนดทิศทางค่ะ

เมื่อหัวใจคือเนเธอร์แลนด์…จึงตามหัวใจไปเนเธอร์แลนด์

86. ดร.ธนภรณ์ โตโสภณ ชื่อเล่นแอน (Dr Thanaporn Tohsophon – Ann)

เมือง: หลวงเบิร์น (Bern) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่คิดว่าการแต่งงานกับชาวต่างชาติจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น ซึ่งดิฉันก็อยากแนะนำว่าชีวิตของหญิงไทยที่อยู่ที่นี่ไม่ได้งดงามเหมือนที่คิดไว้นะคะบางคนทำงานหนักมาก ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน ต้องอยู่อย่างอดทน เรียกว่าหน้าชื่น อกตรมเลยละคะ ถ้าได้สามีที่มีฐานะ ชีวิตก็สบายหน่อย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนชนชั้นกลาง และหลายคนค่อนข้างขี้เหนียวด้วย ทุกอย่างหาร 2 หมดแม้กระทั่งค่าเช่าบ้าน ไม่ได้รับผิดชอบเลี้ยงดูเราอย่างชายไทยนะคะ และที่สำคัญอัตราการหย่าร้างของชาวสวิสสูงมากค่ะ ประมาณ 40% เลยทีเดียว ต้องเตรียมใจกับจุดนี้ด้วยค่ะ

อยู่สวิสเซอร์แลนด์ : สุขภาพ, ความเป็นอยู่ดี และได้ใกล้ชิดธรรมชาติ

87. คุณ พณิดา ย่อมมี / Phanida Yommee – ชื่อเล่น:ไก่

เมือง:ร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

โดยทั่วไปคนส่วนมากจะคาดเดาเอาว่าชีวิตของผู้หญิงไทยที่อยู่ต่างประเทศสุขสบาย สวยหรู ร่ำรวย ไม่มีความลำบาก ซึ่งเป็นการมองกระจกจากด้านเดียว เหมือนคำกล่าวในภาษาอังกฤษที่ว่า The grass is always greener on the other side of the fence.(สนามหญ้า(ของเพื่อนบ้าน)ที่อยู่อีกฝั่งของกำแพงนั้นจะมีสีเขียวสดสวยงามกว่าหญ้าในสนามบ้านตัวเอง):คนส่วนมากมักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอ เช่นเดียวกับคนที่ยังไม่เคยไปอยู่ต่างประเทศ ก็จะคิดว่าชีวิตที่นั่นสวยงาม และดีกว่าชีวิตที่ไทยในทุกๆด้าน

การย้ายไปปักหลักฐานที่ต่างประเทศ(ฮอนแลนด์)ของแต่ละคนมีผลลัพธ์ต่างกัน และผลลัพธ์ของแต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างรวมทั้งขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าชีวิตที่เมืองไทยของคุณลำบากแค่ไหน ขนาดต้องดิ้นรน หาเช้ากินค่ำหรือไม่ (บางท่านเหล่านี้อาจจะมีการคาดหวัง มีความคิดว่าไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอยู่ไทย ชีวิตที่เมืองนอกต้องดีกว่าที่ไทยแน่ๆ)
และองค์ประกอบอีกอย่างที่สำคัญคือความพร้อมของคู่รักหรือสามีของคุณว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบช่วยเหลือคุณในช่วงแรกที่พึ่งย้ายไปอยู่หรือไม่ ถ้าเขาไม่พร้อมคุณก็เจอปัญหาตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว คุณอาจจะต้องใช้ชีวิตในแบบที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง เพราะต้องอาศัยพึ่งพาผู้ชายในทุกๆด้าน อาจจะต้องอยูในสภาพคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก

แต่บางคนก็ประสบความสำเร็จ มีความสุขทั้งกายและใจ มีหน้าที่การงานที่ดี มีรายได้ ดูแลตัวเองได้ไม่ต้องพึ่งพาด้านการเงินจากสามี มีชีวิตที่ดีขึ้น
-หรือบางคนได้สามีร่ำรวย ไม่ต้องดิ้นรน กรณีนี้ก็มีอยู่จริง(แต่อย่าลืมว่าผู้ชายชาวต่างชาติไม่ได้ร่ำรวยกันทุกคน)

แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันอยากจะฝากเตือนให้คิดว่าถ้าการอยากไปอยู่ต่างประเทศของคุณเพราะคิดว่าไปนายเอาดาบหน้าดีกว่า หรือคิดว่าสามีหรือคู่รักของคุณจะช่วยทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นก็อยากเเนะให้คุณคิดให้รอบคอบ คิดหลายๆครั้งเพราะไม่มีอะไรแน่นอนในโลกนี้ อย่าหวังแต่จะพึ่งพาฝ่ายชาย เราต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้ด้วยเพราะวันที่น้ำต้มผักก็ว่าหวาน อาจจะไม่ได้หวานตลอดไปก็ได้

อยากจะบอกว่าหญ้าหลายๆแห่งในเมืองไทยของพวกเรา มีสีเขียวสดสวยงามกว่าหญ้าในหลายๆพื้นที่ในเนเธอร์แลนด์ ถ้าเราพอใจกับสนามหญ้าในบ้านตัวเอง เราก็จะไม่ต้องเปรียบเทียบกับหญ้าของเพื่อนบ้านค่ะ…ยังมีชีวิตที่ไทยในหลายๆด้านที่ส่วนตัวดิฉันคิดว่าดีกว่าชีวิตในต่างแดน…แต่ถ้าคุณตัดสินใจแน่วแน่ที่จะไป ก็ขอแนะนำให้เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมที่สุด(Hope for the best ,prepare for the worst)โชคดีค่ะ

หญ้าที่เนเธอร์แลนด์ไม่ได้สวยเขียวมากไปกว่าหญ้าที่ไทยเลย

88. คุณ Wanna Binder

เมือง: กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria)

การมาอยู่ต่างประเทศ กลายเป็นค่านิยมของผู้หญิงไทยเราไปแล้วค่ะ ที่ต่างจังหวัดบางจังหวัดหรือบางหมู่บ้าน ผู้หญิงทุกคนจะต้องมีสามีเป็นต่างชาติ เพื่อพ่อแม่จะได้มีหน้ามีตาเหมือนครอบครัวอื่น ใช่ค่ะการมาอยู่ต่างประเทศดูเหมือนชีวิตจะดีขึ้น ได้มาอยู่ประเทศสวยงาม ชีวิตความเป็นอยู่ ทานอาหารดีๆ ดื่มไวน์ ดูหรูหราไปหมด มีรูปสวยลงเฟสบุ๊ค Instagram ทางบ้านสามารถเอาอวดเพื่อนบ้านได้ว่า บุตรสาวใช้ชีวิตที่ดีอยู่ต่างประเทศ สามีร่ำรวย ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ฯลฯ

บางครั้งมันเป็นแค่เปลือกนอกค่ะ ดิฉันเห็นความเป็นอยู่จริงๆของเด็กผู้หญิงบางคนแล้วน่าสงสารค่ะ ที่ต้องโพสต์รูปสวยๆ แต่งตัวไฮโซ เพื่อให้ทางบ้านที่ประเทศไทยได้เห็นว่ามีความสุขดี แต่จริงๆแล้วต้องลำบาก ร่ำเรียนมาสูงๆที่ประเทศไทยแต่ต้องมาทำงานที่ต่ำกว่าความรู้ตนเอง เพื่อความอยู่รอด เพื่อช่วยสามีหารายได้ค้ำจุนครอบครัว จับจ่ายซื้อของตามตลาดถูกๆ ต้องประหยัดทุกอย่าง ไม่ได้สุขสบายอย่างที่เห็นในสื่อ แต่ก้อไมอยากให้ทางบ้านต้องเป็นห่วงค่ะ ผู้หญิงบางคนโชคดีมากได้สามีร่ำรวยจริง หรือมีหน้าที่การงานดีมาก ก้อมีชีวิตที่ดีจริง สุขสบายเป็นแม่บ้านเลี้ยงบุตรอยู่บ้าน ไม่ต่องทำงานค่ะ สำหรับดิฉันแล้ว คงอยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ เพราะต้องการใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา ต้องการมีความภาคภูมิใจในตนเอง เพื่อสังคมและตนเองด้วยค่ะ

สิ่งที่ควรระวังก้อคือ สามีฝรั่งบางคนไม่เข้าใจ คือการส่งเงินกลับบ้านไปให้พ่อแม่ที่ประเทศไทย ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัวได้ค่ะ อย่างที่แจ้งให้ทราบ บางครอบครัวมีรายได้จำกัด และบางครั้งสามีที่เคยมีครอบครัวมาแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายให้บุตรของภรรยาคนก่อนทุกเดือนจนจบการศึกษา อันนี้ไม่ง่ายเลยนะคะ เพราะส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงไทยจะได้สามีที่เคยมีครอบครัวมาแล้ว และสูงอายุเกือบ 80% การที่ผู้หญิงไทยต้องส่งเงินให้ผู้มีอุปการะคุณทางบ้านที่ประเทศไทย อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวแตกร้าวได้ค่ะ

การส่งเงินกลับบ้านเป็นหน้าที่ ของบุตร เพียงแค่เราต้องอธิบายให้คู่ครองเข้าใจค่ะว่าบ้านเมืองเราไม่มี ระบบสนับสนุนการเงินให้ผู้สูงอายุเหมือนกับต่างประเทศค่ะ

ผู้หญิงไทยคนนึงที่มีความสามารถในการทำงานเท่าเทียมต่างชาติออสเตรีย

89. คุณ เปิ้ล

เมือง: ริเอติ (ห่างจากโรมขึ้นไปทางเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร) ประเทศอิตาลี (Italy)

บางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ต่างประเทศคิดว่าจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น…เปิ้ลอยากจะบอกว่า ไม่เสมอไปค่ะ หากคิดว่าอยากมาอยู่เพราะแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นคุณอาจจะอยู่ไม่ได้เลย

เพราะคุณอาจจะเจอกับแรงกดดันจากครอบครัวใหม่ ภาษาใหม่ที่คุณไม่เข้าใจ อาหารใหม่ที่คุณไม่ชิน ไม่รู้จะคุยกับใคร เพราะไม่มีเพื่อน งานก็ไม่ได้ทำ รายได้ไม่มี ทุกอย่างจะดูไม่มีทางออก

อย่าคิดว่า “ฝรั่ง” จะรวยทุกคน อย่าเอาชีวิตตัวเองไปฝากที่ใคร คนทุกคนมีข้อดี ข้อเสีย หากคุณรักใคร คุณยอมรับในข้อดี ข้อเสียของเขาได้และแน่ใจว่านั่นคือความรัก อิตาลีจะเป็นบ้านหลังที่สองของคุณค่ะ

อย่าเพิ่งย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้

90. คุณ Athitaya Tuentendi

เมือง: Bologna ประเทศอิตาลี (Italy)

การย้ายมาต่างประเทศ สามารถทำให้ชีวิตดีขึ้นได้จริงๆ แต่มันขึ้นอยู่กับตัวของแต่ละบุคคลด้วย บางคนเอาชีวิตมาจมอยู่ที่อิตาลีก็มี บางคนมาอยู่อิตาลีแบบเอาชีวิตรอดไปวันๆ หรือบางคนก็อยู่บนโลกส่วนตัว(ความฝัน )

มาอิตาลีถ้าคุณไม่เตรียมตัวมาให้พร้อม เวลาที่ต้องถอยหลังมันยากมาก

ในคำว่าชีวิตดีขึ้น มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน เช่น อทิตยา อยู่ไทย มีรายได้ ทำงานสบายๆ พอย้ายมาอิตาลี ต้องเรียนภาษาก่อน พัฒนาตัวเอง เป็นคนไร้งานถึง 1 ปี ตอนนั้นบอกเลยแย่กว่าเดิมค่ะ

ปัจจุบัน แต่ตอนนี้ อทิตยาทำ Facebook content มีรายได้ และไม่ต้องทำงานประจำ มีบริษัท โฆษณาจ้างรีวิวสินค้า ( ไม่อาจเปิดเผยชื่อได้)

และเปิดเพจลงคำศัพท์ภาษาอิตาเลียน เพื่อแบ่งปันความรู้ ทำกลุ่มช่วยเหลือแบ่งปันความรู้แก่คนไทยในอิตาลี ชื่อ บ้านสะใภ้อิตาลี

และยังเปิดคอร์สสอนภาษาอิตาเลียนให้ความรู้แก่คนไทยที่มีแผนที่จะย้ายมาอิตาลี หรือคนที่อยากเรียนภาษาอิตาเลียน ได้เรียนรู้ ว่าต้องเจออะไรบ้าง

แต่กว่าอทิตยาจะมาถึงจุดนี้ ใช้เวลาสร้าง ชีวิตที่สองนี้มา 4 ปี ร้องไห้มาแล้ว ท้อแท้หลายครั้ง

ถ้าใครไม่พร้อมสู้ คิดให้ดีๆ

ถ้าใครคิดที่จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่อิตาลี เพื่อพึ่งพาคนอิตาเลียนเพียงอย่างเดียว แนะนำก่อนอื่นดูสถานการณ์ชาวอิตาเลียนก่อน ว่าศักยภาพมากพอไหม ?

ไม่ได้หมายถึงต้องรวย แต่เค้าไหวไหม เราจะต้องไปตกลงก่อนว่า ถ้าฉันมาเธออยู่ต้องช่วยให้ความรู้ ให้เรียนภาษาช่วยให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่อิตาลีได้เหมือนบ้านหลังที่สอง และสิ่งเหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายเธอต้องช่วยฉันรับผิดชอบ

สิ่งที่ต้องมีเมื่อมาย้ายมาอยู่อิตาลี

-ความรู้ทางภาษา ต้องพูด ฟังอ่านเขียนให้ได้

-ใบขับขี่อิตาลี อทิตยายังไม่ทำ เพราะอยู่ในเมืองไม่จำเป็นแต่ใครที่อยู่นอกเมือง มีลูกมีภาระควรทำ

-การเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ปรับตัวกับสภาพแวดล้อม รวมทั้งมีความพร้อมที่จะเผชิญปัญหา

ถ้าคุณทำได้จะอยู่อิตาลีอย่างมีความสุขเหมือนอทิตยาค่ะ ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ถ้าเราพยายามค่ะ

มาสร้างชีวิตที่สองอีกครั้งในอิตาลี นึกถึงนักเขียนอิตาเลียนยุค 1900 ชื่อ Luigi Piradello ผลงานชิ้นเอกชื่อว่า Il fu Mattia Pascal ที่กล่าวถึงการพยายามละทิ้งชีวิต ตัวตนเก่าเพื่อสร้างชีวิตใหม่ โดยการเปลี่ยนชื่อแซ่ และไปใช้ชีวิตที่อื่นแต่สุดก็หนีความจริงไม่พ้น เพราะคิดว่าชีวิตคงใหม่ดีกว่า จริงๆแล้วคนเราไม่จำเป็นต้องทิ้งรากเหง้าของตน แต่เราสามารถสร้างเพิ่มได้ อยู่อิตาลีกินอยู่อย่างคนอิตาเลียน เรียนรู้วัฒนธรรมกฏเกณฑ์ การเข้าสังคม เมื่ออยู่คนเดียวหรือกับสามีเราเป็นตัวเราอย่างที่ต้องการ เมื่อกลับเมืองไทย เราก็เป็นคนไทยใช้ชีวิตในแบบที่เราคุ้นเคย การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ

อยู่ให้เป็น ชีวิตก็เป็นสุข

Italy is my second home

ฉันเริ่มต้นชีวิตที่สองอย่างไรในอิตาลี ?

91. คุณ ningtalk mylife in USA

เมือง: New York ประเทศสหรัฐอเมริกา

การย้ายมาอยู่ต่างประเทศมีทั้งด้านดีและไม่ดี ถ้าคุณมาแล้วได้สามีดีคอยดูแลและ support ก็จะมีความสุข แต่ถ้ามาแล้วสามีไม่ได้มีเงินทองให้ใช้ก็จะลำบากหรือบางทีมาแล้วเจอสามีรวยก็ไม่ตเองทำงานแค่อยู่บ้านดูแลสามีก็พอ..แต่ถ้าเป็นตัวหนิง หนิงขอสามีทำงานและเรียนหนังสือค่ะเพืออนาคตข้างหน้าเกิดอะไรขึ้นเราจะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง นี้คือความคิดของหนิง คนเราความคิดต่างกันค่ะ แต่อยากแนะนำว่าถ้ามาแล้ว สามารถเรียนและทำงานได้ก็ทำค่ะพยายามยืนด้วยตัวเองให้ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็จะยังอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง.

หนิงพูดคุยเรื่องของชีวิตตัวเองในอเมริกา

92. คุณ Orathai Ławrynowicz

เมือง: วรัสวาฟ (Wrocław) ประเทศโปแลนด์(Poland)

ถ้าหากจะย้ายมาเพราะคิดว่าการมีสามีต่างชาติจะช่วยยกระดับด้านการเงินนั้นขอให้คนๆนั้นคิดให้ดีอีกครั้งค่ะ ทุกประเทศมีทั้งคนมีฐานะดีและจนปะปนกันไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดวงและโอกาส แต่โอกาสที่จะได้เจอคนที่มีฐานะดีถ้าเทียบกับประเทศอื่นน่าจะน้อยกว่าด้วยสภาพเศรฐกิจของประเทศโปแลนด์ ถ้าหากเตรียมใจพร้อมแล้ว ต้องการที่จะย้ายมาเพื่อลงหลักปักฐานควรเตรียมพร้อมตัวเองสำหรับการหางานในอนาคตซึ่งงานส่วนใหญ่ที่จะทำได้โดยไม่ต้องพึ่งภาษาที่สามมากนักก็จะมีงานครัวกับงานนวดไทย หรือหากคนที่มีความสามารถทางด้านไอทีงานด้านนี้ถือว่าทำรายได้ได้ค่อนข้างดีมาก ประเทศโปแลนด์เป็นประเทศที่ใช้ภาษาที่สาม หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะมีอุปสรรคด้านภาษาเข้ามาเกี่ยว ดังนั้นคนที่จะย้ายมาควรมีข้อมูลการติดต่อสถานที่สำหรับช่วยเหลือคนไทยไว้ติดตัว อาจจะเป็นเบอร์โทรคนรู้จักในประเทศนั้น ข้อมูลสำหรับติดต่อสถานทูตฯ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินค่ะ

มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำสำหรับการใช้ชีวิตในประเทศโปแลนด์

 

เพิ่มเติม

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 1)

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 2)

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 3)

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 4)

 

ข่าวสารฟรี : คำแนะนำในการออกเดทและความสัมพันธ์ – โปรดลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง จดหมายข่าวสารฟรีรายสัปดาห์เต็มไปด้วยเคล็ดลับบทความและคำแนะนำในการออกเดทและความสัมพันธ สิ่งที่คุณจะได้รับภายใน…… เคล็ดลับการหาคู่ออนไลน์,คำแนะนำในการออกเดทและความสัมพันธ์,เคล็ดลับในการค้นหาเนื้อคู่ของคุณ…

ข่าวสารฟรีภาษาอังกฤษ – ลงทะเบียนทดลองภาษาอังกฤษข่าวสารฟรี  เนื้อหาเกี่ยวกับเสียง (การออกเสียง) ประโยคสำหรับการใช้ทันที คำศัพท์ ไวยากรณ์ที่มีประโยชน์ และเนื้อหาอื่นๆที่เป็นประโยชน์ จดหมายข่าวจะส่งมาเป็นรายปักษ์นะครับ

 

เจอกับชาวต่างชาติ

เจอกับชาวต่างชาติ

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Like this:

Like

Loading…


รายการ ต่างคนต่างคิด ตอน “เหยื่อ” เณรแอจอมขมังเวทย์ ตอน 2 เบรค 1 18-08-58


รายการ ต่างคนต่างคิด
ประเด็น “เหยื่อ” เณรแอจอมขมังเวทย์ ตอน 2 เบรค 1
ออกอากาศ อังคารที่ 18 สิงหาคม 2558
เวลา 18.50น. – 19.45น.
ดำเนินรายการโดย คุณพุทธ อภิวรรณ
ผู้ร่วมรายการ
1.พิพิธภูมิ จันทะโสภี
อดีตผู้อุปการะเณรแอ
2.ดาวเรือง จันทะโสภี
อดีตอุปการะเณรแอ
3.นางสาวเอ นามสมมติ

ติดตามชมทางอมรินทร์ทีวี ทีวีดิจิทัลช่อง 34 กล่องดาวเทียมช่อง 44
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94/241195106079062?fref=ts
http://www.amarintv.com/live.aspx

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

รายการ ต่างคนต่างคิด ตอน  “เหยื่อ” เณรแอจอมขมังเวทย์  ตอน 2 เบรค 1  18-08-58

อยู่ต่อหรือพอแค่นี้ ft. จั๊ก ชวิน – พีธ พีระ [Official MV]


คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะใด…อยู่ต่อก็กลัวความเจ็บปวด แต่หากตัดใจก็กลัวทนไม่ไหวที่จะไม่มีเธอ
Single : อยู่ต่อหรือพอแค่นี้ ft. จั๊ก ชวิน
Artist : พีธ พีระ (Peet Peera)
Label : MONO MUSIC
Facebook : https://www.facebook.com/monomusic
Twitter : https://twitter.com/mono_music
Instagram : https://www.instagram.com/monomusic

Credit
เพลง อยู่ต่อหรือพอแค่นี้ ft. จั๊ก ชวิน
ทำนอง : ธนพงศ์พันธ์ บูรณะคุปต์
เนื้อร้อง : มณฑวรรณ ศรีวิเชียร
เรียบเรียง : พีระมิตรทีม

เหนื่อยแค่ไหนที่ผ่านมา อดทนกันมาเท่าไร
หมดใจทุ่มเททุ่มไปให้เธอ
ดูโง่งมจนเกินใคร ฉันคล้ายคนเพ้อเจ้อ
ยอมเจ็บยอมทําเพื่อคําว่ารัก
ไม่เคยใช้หรอกสมอง เมื่อใจมันเป็นของเธอ
ฉันไม่เคยเผื่อใจให้ใครคนไหน
เจ็บเท่าไรไม่เคยจํา ไม่รู้ต้องชํ้าไปถึงเมื่อไหร่
อยู่ไปก็แพ้ทางเธออย่างนี้
รักเธอมากก็ยิ่งเสียใจ รักเท่าไหร่ก็ได้เท่านี้
มันคงถึงวันนึงที่ฉันจะต้องทบทวน
อยู่ต่อไปหรือควรตัดใจพอแค่นี้
เธอไม่เห็นเคยแคร์ ไม่เห็นใยดี ฉันไม่มีความหมาย
ขาดเธอไป ก็กลัวว่าใจทนไม่ไหว อยู่ไปก็รู้ว่าเจ็บ
อยู่ไปก็รู้ไม่จบสักที

Executive Supervisor: ภูวพิตร ศุภมิตร์โชติมา
MUSIC IDENTITY
0803957878
Copyright | Music Identity
MONOMUSIC PEETPEERA พีธพีระ

อยู่ต่อหรือพอแค่นี้ ft. จั๊ก ชวิน - พีธ พีระ [Official MV]

รายการต่างคนต่างคิด ตอน เปิดใจอีกรอบ “หญิงไก่” ถูกใส่ร้าย ? 01/07/59


ประเด็น เปิดใจอีกรอบ “หญิงไก่” ถูกใส่ร้าย ?
ออกอากาศวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 18.50 19.45 น.
ดำเนินรายการโดย คุณพุทธ อภิวรรณ
ผู้ร่วมรายการ
หญิงไก่
https://www.facebook.com/ %E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9% 88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94241195106079062/?fref=ts http://www.amarintv.com/live.aspx

รายการต่างคนต่างคิด ตอน เปิดใจอีกรอบ “หญิงไก่” ถูกใส่ร้าย ? 01/07/59

ต่างคนต่างเหนื่อย – Bell Supol (Official MV)


MV ต่างคนต่างเหนื่อย ซิงเกิลที่ 4 เพลงเศร้าเพลงแรกจากอัลบั้ม Good Afternoon ของเบล สุพล\r
ภายใต้สังกัด Humbrella ในเครือ GMM Grammy\r
\r
ดาวน์โหลดทุกเพลงของเบล สุพลได้ที่ 123 0113 แล้วกดโทรออก\r
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/humbrellamusic\r
\r
ลิขสิทธิ์เพลงนี้เป็นของ บมจ.จีเอ็มเอ็มแกรมมี่

ต่างคนต่างเหนื่อย - Bell Supol (Official MV)

รายการต่างคนต่างคิด ตอน ฆ่าอำพราง \”น้องหญิง\” 01/08/2561


ประเด็น : ฆ่าอำพราง \”น้องหญิง\”
ออกอากาศ วันพุธ ที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 18.2019.00 น.
ดำเนินรายการโดย คุณพุทธ อภิวรรณ
ผู้ร่วมรายการ
1.อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์
ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
2.สุบิน ยาวิราช
พ่อของน้องหญิง
3.ภาณิศา ยาวิราช
อาของน้องหญิง
4.รุ้ง
เพื่อนผู้เสียชีวิต
5.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
https://www.facebook.com%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94241195106079062/?fref=ts
http://www.amarintv.com/live.aspx

รายการต่างคนต่างคิด ตอน ฆ่าอำพราง \

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ต่างคนต่างคิด หญิงไก่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *