Skip to content
Home » [NEW] PANTIP.COM : K6781004 รบกวนพี่ๆช่วยตรวจทานให้หน่อยนะค่ะว่าหนูได้แปลถูกไหม ขอบคุณมากค่ะ [] | tear up แปลว่า – NATAVIGUIDES

[NEW] PANTIP.COM : K6781004 รบกวนพี่ๆช่วยตรวจทานให้หน่อยนะค่ะว่าหนูได้แปลถูกไหม ขอบคุณมากค่ะ [] | tear up แปลว่า – NATAVIGUIDES

tear up แปลว่า: คุณกำลังดูกระทู้

Time, Again

Before we met, you showed me your diary.
ก่อนที่เราได้เจอกัน คุณโชว์ไดอารี่ของคุณให้ฉันก่อน

I must confess that I am still confused by this sequence of events,
ฉันต้องสารภาพผิดทั้งๆที่ฉันสับสนกับเรื่องราว(เหตุการณ์) ที่เกิดขึ้น

as, I imagine, you must be confused by my decision to leave your life so suddenly.
ฉันกำลังจินตนาการ(กำลังคิด)ว่าคุณเองก็คงจะสับสนกับการตัดสินใจที่ฉันจะออกไปจากชีวิตของคุณในตอนนี้

I’ve gone over everything in my head time and time again and I can’t shake the feeling that, somehow,
ฉันต้องลืม(ลบก็ได้นะ)ความคิดที่อยู่ในความทรงจำ(ในหัวก็ได้)และฉันก็ไม่สามารถที่จะลบ(หรือลืม)ความรู้สึกเหล่านั้นได้ซะที อย่างไรก็ตาม

everything got mixed up.

(แปลตรงนี้ไม่ได้ค่ะ)

Though this may seem a flimsy reason to you, it is reason enough for me. I don’t understand, so I’m going to leave.
ถึงแม้มันเหตุผลที่ฉันให้กับคุณมันไม่น่าเชื่อ แต่แค่นั้นก็แล้วสำหรับฉัน ซึ่งฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร่ ดังนั้นฉันกำลังจะไปจากคุณ

Before we met, you showed me your diary and then we were having sex on the wooden floor of your living room. I still remember the way the plants filtered the sunlight and the sound of the tea kettle building up steam.
ก่อนที่ฉันจะเจอกันคุณโชว์ไดอารี่ของคุณกับฉันและในตอนนั้นเราก็มีเซ็กกันบนพื้นไม้ในห้องนั่งเล่นของคุณ ฉันยังจำได้ดีในแสงที่พระอาทิตย์ส่องผ่านต้นไม้และเสียงของเครื่องต้มชาเดือด

Then our son was at the foot of the bed, asking me where you’d gone.
แล้วลูกของเราก็มาตรงปลายตีนเตียง แล้วถามว่าแม่จะไปไหน

“I don’t know,” I told him, “I expect she’ll be back soon.”
ฉันตอบว่า ฉันก็ไม่รู้ ฉันบอกกับลูกแบบนั้น และฉันก็โกหก(ปฏิเสธ)ว่าแม่จะกลับมาในอีกไม่ช้า

Today I went into your study and found that you’d converted it into a gallery.
ทุกวันนี้ฉันเข้าไปที่ที่คุณเรียนและหาคุณเผื่อว่าคุณจะมาเปลี่ยนรูปที่แกลอรี่

The first photo of every roll of film we’d ever had developed was there, somewhere.
รูปแรกของทุกๆแถวที่เราเคยแต่งเติมมัน ตรงไหนซักแห่งหนึ่ง

I found that I could date every one, even the ones that hadn’t happened yet. They seemed to go on forever, a jumbled mess of happy memories, each one partially obscured by blinding white light. I knocked over a jar full of tacks but when I went to pick them up I was overcome with vertigo and I had to leave.
ฉันพบว่าฉันไม่สามารถออกเดทกับใครได้ แม้แต่ครั้งเดียวก็ยังไม่เคย มันเหมือนช่างห่างไกล

We were making desperate love in your basement when you told me about spacetime. You said that the future is just as real as the past. You told me that just because you aren’t there yet doesn’t mean it isn’t real. You said it was like Baghdad still being real when you’re in London. You talked about personal time and light cones and folding space and I didn’t understand anything except the way that your breasts moved and the way your breath misted in the cold. Then we were on a roller coaster and you were screaming and you said, “This is what it’s going to be like all the time.” A balloon seller lost hold of his wares and they floated majestically into the sky. It was beautiful.
เราเคยสร้างความรักที่เร้าร้อนในห้องใต้ดิน คุณบอกว่าในอนาคตก็จะเปนเหมือนกันในอดีต คุนบอกว่ามันก็เหมือนกับ แบกแดด ที่ยังคงมีสภาพที่เป็นจริงตอนที่คุณอยู่ที่ ลอนดอน คุณพุดคุยเกี่ยวกับเรื่องเวลาส่วนตัว เงิน และอื่นๆ ซึ่งฉันไม่เข้าใจอะไรเลย ยกเว้นเสียแต่วิธีที่ลมหายใจของคุณเคลื่อนไปอย่างไร ตอนที่เราอยู่บนรถไฟเหาะ
คุนรกหรีดร้องและบอกว่า สิ่งนี่แหละที่มันควรจะเป็นมาตลอด

After you introduced yourself, we resumed our date and I asked you again why you’d chosen a drive-in. You told me that you had a special soft spot in your heart for B-movies. You said that there was something endearing about the earnestness of it all. You said that they called out to our imaginations in a way that big budget films can no longer achieve. You said that all science fiction – no matter how dismal – was optimistic in that it assumed that there would be a future at all. We were in a board room and you were explaining to the assembled group of investors about the Machine. They were smiling and nodding. They didn’t really understand but experts had told them that your idea showed promise and, after all, a war was on. The coffee tasted terrible and I kept fidgeting in my seat. You were radiant. No one thought to ask what would happen if the Machine broke.
หลังจากที่แนะนำตัวคุณเสร็จ เราก็กลับเข้าไปสู่การเดทของเรา ฉันถามคุณอีกครั้งว่าทำไมคุณถึงเลือกไปโรงหนัง(โรงหนังที่คนสามารถเอารถขับไปจอดดู) คุณบอกว่าคุณมีจุดที่อ่อนโยนที่พิเศษในใจของคุณอยู่สำหรับ b-movie คุณบอกว่ามันมีความน่ากระตือรือร้นที่ทำให้ได้รับความชอบในตัวของมันอยู่แล้ว คุณบอกว่า มันจะถูกเรียกออกมาสู่จินตนาการของเราในในขณะที่หนังภาพยนตร์ที่ทุ่มทุนสร้างมหาศาลอาจจะทำไม่ได้ คุนบอกว่านวนิยายวิทยาศาสตร์ทุกเรื่องไม่ว่าจะมันจะน่าหดหู่สักแค่ไหนจะคาดหวังในสิ่งที่ดีเสมอ ตอนที่เราอยู่ที่ห้องประชุม คุณอธิบายกับกลุ่มคณะนักลงทุนที่มาประชุมกันเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องจักร พวกเราทั้งหมดต่างก็พากันยิ้มแล้วก็พยักหน้า แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เข้าใจอะไรเลยแต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่าความคิดไอเดียของคุณแสดงการสัญญา สงครามเริ่มขึ้น กาแฟรสชาติของฉันรสมันห่วย และฉันก็ยังคงนั่งหงุดหงิดอยู่ที่เก้าอี้ ในขณะที่คุณดูมีความสุข ไม่มีใครคิดจะถามว่า แล้วถ้าเครื่องจักรมันพังขึ้นมาหละ

< 2 >
Today, I watched an egg assemble itself on the kitchen floor. It made a strange popping noise as the last bit of eggshell attached itself. It flew into the air up and up and then came to rest on the counter. A helicopter roared overhead and our son came in and told me he was scared. I didn’t know what to tell him. The war has begun and no one can say how or when it will end.
วันนี้ฉันนั่งมองไข่ไก่ที่รวมกันอยุ่ที่บ้านห้องครัว มันสร้างเสียเหมือนกันเวลาที่เปลือกไข่กระทบกันเอง มันบินขึ้นๆไปบนอากาศแล้วก็บินขึ้นๆจากนั้นก็ลงมาพักที่เค้าเตอร์ เฮลิคอปเตอร์แผดเสียงเสียงดังอยู่บนหัวของเรา ลูกชายเดินมาบอกว่าเขากลัว ฉันไม่รุ้จะบอกลูกยังไง สงครามเริ่มขึ้นและก็ไม่มีไครพูดได้ว่ามันจะจบลงอย่างไร

I remember your reaction when you read this letter. I remember how the last line, where I say “we weren’t meant to live like this,” brought a tear to your eye and you turned to our son and tried to explain to him that I was gone. But how could you explain? What does ‘gone’ mean to a child his age? Then we were lying together under the stars and when the first fireworks went off, you leaned over and kissed me for the first time. You tasted like popcorn. I can’t blame you for choosing a new husband.
ฉันจำปฏิกิริยาของคุณเวลาที่คุณอ่านจดหมายนี้ได้ ฉันจำได้ว่าบรรทัดสุดท้ายฉันเขียนไว้ว่า เราทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่กันแบบนี้ มันทำให้คุณเสียน้ำตาและหันไปหาลูกและพยายามที่จะอธิบายไห้ลูกฟังว่าฉันได้จากไปแล้ว แต่คุณจะอธิบายยังไงหละ คำว่าจากไปหมายถึงอะไรสำหรับเขาในเมื่อเขายังอายุเพียงแค่นี้ ฉันไม่ตำหนิคุณเลยสำหรับการเลือกที่จะมีสามีใหม่

When you finally came back, you were younger. That was the hardest for both of us, I think. We didn’t share the same memories anymore. You held me and told me that it would be alright, that you had hardly changed but I think that we both know now that that wasn’t true at all. Time changed people. That’s how it worked.
คุณดูเด็กลงเมื่อตอนที่คุณกลับมา มันช่างเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเราทั้งคู่ ฉันคิดว่าเราคงไม่ได้แบ่งบันเรื่องราวความทรงจำกันกันอีกไปแล้ว คุณจับมือฉันและบอกฉันว่ามันไม่เป็นไรหน่า แต่ฉันคิดว่าเราทั้งคู่รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น เวลาเปลี่ยนคน นี่ซิคือสิ่งที่มันเป็น

See also  3 Steps ตั้งเป้าหมาย-วางแผนฝึกภาษา ให้เก่งขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2021 นี้ !! | เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษ

Today, I went down to the basement and stared at the Machine. I can still remember the day you turn it on. You’ll stand in front of a crowd of reporters with our son and your new husband at your side and you’ll give your speech about the tyranny of time and death and the triumph of science and about setting us free. But inside, you’ll be thinking, “I wish he had been here to see this.” I know this because, before we met, you showed me your diary and you wrote about this day. How could you not? It was the most important day of your life. You saved us from the enemy and ended the war. You asked me to stop it. There’s nothing I can do. The future is just as real as the past. There is no before or after anymore. Because of you, there never was.
วันนี้ฉันลงไปที่ห้องใต้ดินแล้วจ้องมองเครื่องจักร ชั้นยังจำวันที่คุณเปิดเครื่องได้ คุณกับลูกพร้อมด้วยสามีใหม่ยืนอยุ่หน้านักข่าวทั้งหลายและพูดเกี่ยวกับเรื่องการกดขี่ของเวลา ความตาย และความสำเร็จของวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เรามีอิสระ แต่จริงๆในใจคุณคิดว่า ฉันคงอยู่ตรงนั้นและมองดูอยู่ ฉันรู้เพราะก่อนหน้าที่เราจะพบกัน คุณให้ฉันดูไดอารี่และคุณก็เขียนเรื่องราวของวันนั้นไว้มันเป็นวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุนเลย คุณทำให้เราทั้งคู่จบจากสงครามนี้ คุณขอร้องให้ฉันจบมัน ฉันไม่สามารถทำอะไรได้ อนาคตก็เหมือนกันอดีต ไม่มีอะไรก่อน กลับ อีกต่อไป ก็เป็นเพราะว่าคุณ มันถึงไม่เป็นแบบนั้น

Ps.รบกวนด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากเลยค่ะ

จากคุณ :
cawaii
– [
9 ก.ค. 51 12:56:11
A:125.25.136.228 X:
]

[NEW] แปลไทยแบบกันเอง : Imagine Dragons | tear up แปลว่า – NATAVIGUIDES

**

Attention**

เพลงนี้หากต้องการเพิ่มอรรถรสในการฟัง
เปลี่ยนจากคำว่าฉัน-เธอ เป็น กู-มึง นะคะ แล้วก็ขออนุญาตซับนรกในบางคำ

First
things first

I’ma
say all the words inside my head

I’m
fired up and tired of the way that things have been, oh-ooh

The
way that things have been, oh-ooh

ก่อนอื่นเลยนะ
อย่างแรกเลย

ฉันจะพูดทุกคำ
พูดทุกอย่างที่ฉันคิด

ว่าฉันทั้งโกรธแล้วก็เหนื่อยกับทุกสิ่งที่มันเกิดขึ้น

ทุกสิ่งที่แม่งเป็นอยู่นี่

Second
thing second

Don’t
you tell me what you think that I can be

I’m
the one at the sail, I’m the master of my sea, oh-ooh

The
master of my sea, oh-ooh

แล้วก็อย่างที่สองนะ

อย่ามาสะเออะบอกว่าฉันเป็นอะไรได้บ้าง

เพราะฉันเป็นคนใช้ชีวิตของฉัน
ฉันเป็นเจ้าชีวิตฉันเอง

เป็นเจ้าชีวิตของฉันเอง

I
was broken from a young age

Taking my

sulking

**

/

soul in

to the masses

Writing
my poems for the few

That
looked at me took to me, shook to me, feeling me

Singing
from heartache from the pain

Take
up my message from the veins

Speaking
my lesson from the brain

Seeing
the beauty through the…

Pain!

ฉันเหลวแหลกมาตั้งแต่เด็ก

เอาความเกรี้ยวกราดของฉันไปลงกับผู้คน

/

พาชีวิตฉันไปสู่ความวุ่นวาย

เขียนบทกวีของฉันให้ไม่กี่คนอ่านมัน

แต่เขามองมาที่ฉัน
เข้าหาฉัน ปลุกฉัน รู้สึกถึงตัวฉัน

ฉันจึงร้องเพลงจากรักร้าว
ร้องจากความเจ็บปวด

กลั่นเอาข้อความจากตัวตนของฉัน

เล่าบทเรียนจากความทรงจำ

เห็นความงามผ่าน

ความเจ็บปวด

You
made me a, you made me a believer, believer

Pain!

You
break me down, you build me up, believer, believer

Pain!

I
let the bullets fly, oh let them rain

My
life, my love, my drive, it came from…

Pain!

You
made me a, you made me a believer, believer

เธอทำให้ฉัน
เธอน่ะทำให้ฉันเป็นผู้ศรัทธา

โอ้
ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉันผิดหวัง
แล้วก็สร้างฉันขึ้นมาให้ผู้เลื่อมใส ผู้เชื่อใน

ความเจ็บปวด

ฉันปล่อยให้ความเจ็บปวดมันโบยบินไปทั่ว
ให้มันโหมกระหน่ำเข้ามา

ชีวิต
ความรัก แรงขับของฉัน มันมากจาก

ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉันเป็นสาวก
เป็นผู้ศรัทธา

Third
things third

Send
a prayer to the ones up above

All
the hate that you’ve heard has turned your spirit to a dove, oh-ooh

Your
spirit up above, oh-ooh

อย่างที่สามนะ

สวดภาวนาต่อคนบนฟ้านั่นเถอะ

ทุกความเกลียดชังที่ท่านได้ยินจะปล่อยจิตวิญญาณของท่านให้เป็นอิสระ

จิตวิญญาณของคนข้างบนนั่น

I
was choking in the crowd

Living
my brain up in the cloud

Falling
like ashes to the ground

Hoping
my feelings, they would drown

But
they never did, ever lived, ebbing and flowing

Inhibited,
limited

‘Til
it broke up and rained down

It
rained down, like…

ฉันโคตรอึดอัดตอนอยู่ท่ามกลางฝูงชน

ปล่อยความคิดของฉันให้ล่องลอยไป

แล้วก็ตกลงมาบนพื้นดินเหมือนเถ้าธุลีไร้ค่า

หวังว่าความรู้สึกของฉันจะจมลงไป

แต่มันไม่เคยเป็นแบบนั้น
มันยังอยู่ ไหลบ่าลงไป

ถูกเหนี่ยวรั้งไว้
ถูกจำกัด

จนกระทั่งพังทลาย
และกระหน่ำลงมา

มันกระหน่ำลงมาเหมือน

Pain!

You
made me a, you made me a believer, believer

Pain!

You
break me down, you build me up, believer, believer

Pain!

I
let the bullets fly, oh let them rain

My
life, my love, my drive, it came from…

Pain!

You
made me a, you made me a believer, believer

ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉัน
เธอน่ะทำให้ฉันเป็นผู้ศรัทธา

โอ้
ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉันผิดหวัง
แล้วก็สร้างฉันขึ้นมาให้ผู้เลื่อมใส ผู้เชื่อใน

ความเจ็บปวด

ฉันปล่อยให้ความเจ็บปวดมันโบยบินไปทั่ว
ให้มันโหมกระหน่ำเข้ามา

ชีวิต
ความรัก แรงขับของฉัน มันมากจาก

ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉันเป็นสาวก
เป็นผู้ศรัทธา

Last
things last

By
the grace of the fire and the flames

You’re
the face of the future, the blood in my veins, oh-ooh

The
blood in my veins, oh-ooh

But
they never did, ever lived, ebbing and flowing

Inhibited,
limited

‘Til
it broke up and rained down

It
rained down, like…

แล้วก็อย่างสุดท้ายนะ

ด้วยความสง่างามของไฟและเปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่นี่

เธอคือโฉมหน้าของอนาคต
เป็นเลือดในกายฉัน

เป็นส่วนหนึ่งของตัวฉัน

แต่มันไม่เคยเป็นแบบนั้น
มันยังคงอยู่ ไหลบ่าลงไป

ถูกขัดขวาง
ถูกจำกัด

See also  50 คำศัพท์ ภาษาฝรั่งเศสพื้นฐานในชีวิตประจำวัน Ep 1/2 I ครูขวัญ French with Khwan | คําภาษาสเปน ความหมายดีๆ

จนกระทั่งพังทลาย
และโหมกระหน่ำ

มันโหมกระหน่ำเหมือน

Pain!

You
made me a, you made me a believer, believer

Pain!

You
break me down, you build me up, believer, believer

Pain!

I
let the bullets fly, oh let them rain

My
life, my love, my drive, it came from…

Pain!

You
made me a, you made me a believer, believer

ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉัน
เธอน่ะทำให้ฉันเป็นผู้ศรัทธา

โอ้
ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉันผิดหวัง
แล้วก็สร้างฉันขึ้นมาให้ผู้เลื่อมใส ผู้เชื่อใน

ความเจ็บปวด

ฉันปล่อยให้ความเจ็บปวดมันโบยบินไปทั่ว
ให้มันโหมกระหน่ำเข้ามา

ชีวิต
ความรัก แรงขับของฉัน มันมากจาก

ความเจ็บปวด

เธอทำให้ฉันเป็นสาวก
เป็นผู้ศรัทธา

ขอบทั้ง

MV

ทั้งเพลง
คือเป็นแฟนวงนี้เหมือนกันเดี๋ยวจะทยอยแปลลงนะ เพลงนี้มันส์ดีในความรู้สึก
กระแทกกระทั้นดี ตัวเพลงว่าด้วยความขุ่นเคืองเป็นเบส เพราะท่อนแรกนางบอกว่านาง

fire up

คือโกรธแล้ว
แล้วก็เหนื่อยหน่ายเหลือเกินกับสิ่งที่เป็นอยู่
เพราะฉะนั้นจึงเป็นการพูดด้วยภาวะเหลือจะทนแล้วอิด๊วกซ์ อ้าว ว้า อินเนอร์มา
แย่จริมๆ 55555 ค่ะ ก็พูดด้วยอารมณ์แหละว่าเออ วันนี้จะพูดแม่มให้หมดเล๊ยยยย

ท่อนสองบอกว่า ไม่ต้องเสนอหน้ามาบอกนะว่ากูจะเป็นอะไรได้บ้าง
แสดงให้เห็นว่า

you

ในท่อนนี้คือคนที่ต้องเสือก และพยายามสิงคนร้องมาสักพักนึงแล้วว่าเป็นนั่นสิ นี่สิ
อะไรทำนองนี้ เพราะคนร้องเป็นคนใช้ชีวิตเองจ้า

sail

คือการออกเรือ ซึ่งสื่อได้ถึงการใช้ชีวิต (คนชอบเปรียบทะเลเป็นชีวิต)
เพราะฉะนั้นถ้า

sail

คือการใช้ชีวิต
เจ้าของทะเลก็คือเจ้าของชีวิต แปลมาเป็นภาษาง่ายๆคือกูเป็นนายตัวเอง นี่ชีวิตกู
กูใช้เอง ไม่ต้องเสือก (ไม่รู้เพลงมันโหดหรือคนแปลแปลโหดเอง 55555)

ท่อนฮุคคือเหมือนกับว่าคนร้องเจออะไรมาเยอะแล้ว เจ็บจนชิน และค้นพบว่าเฮ้ย
ความเจ็บนี่แม่งของดี และกลายเป็นมาโซ….. จริงๆเราก็ไม่รู้ว่า

masochist

ของคนไทยเป็นไงนะ
แต่สำหรับเรา เราแปลตรงๆว่าเป็นผู้นิยมความเจ็บปวดแบบไม่ใช่เรื่องเพศนะ
คือการที่เจ็บและมีความสุขมันก็ไม่ใช่ฟิน อร๊างๆ เสมอไปนะคุณ
มันมีโมเม้นท์อื่นด้วยเช่นอิ่มเอมใจ นึกไม่ออกลองนึกถึงพวกตัวร้ายโลกมืดอ่ะ
เห็นเขามีความสุขกันแล้วสะอิดสะเอียนแต่เจอเรื่องแย่ๆแล้วยิ้มร่าเริงสดใส
คือมันเป็นโมเมนท์แบบนั้นก็มี
หมายถึงความเจ็บปวดทางใจที่นำมาซึ่งความสุขทางใจก็ได้นะคุณ ไม่ใช่ว่าโซ่ แส้
กุญแจมือ เทียนแดง ชกท้องน้อย ต่อยปากแตกอย่างเดียวนะ
อย่างบางคนจะรู้สึกสบายใจกับการอยู่ในภาวะกดดัน หรืออยู่กับความเศร้า (เช่น
อิชั้น) เพราะมันรู้สึกว่า เออ นี่แหละชีวิต ความสุขแม่งเป็นแค่ฉากหน้า
เป็นขนมหวานงั้นๆไม่ได้แก่นสารอะไร ความทุกข์ความเศร้านี่สิของแท้ ถาวรยืนยง
เล่าเรื่องเศร้ากี่ครั้งถ้าไม่เศร้ามันก็ได้ข้อคิด ได้สัจธรรม
แต่เล่าเรื่องตลกเรื่องมีความสุขซ้ำๆมันก็ไม่ตลกแล้วก็ไม่ได้สุขเท่าเดิม
นี่ก็เป็นแนวคิดหนึ่งในเพลงด้วยเพราะคนร้องถึงขั้นกับกลายเป็น

beliver

ของ

pain

กันเลยทีเดียว เราชอบตรงท่อน 

I let the bullets fly, oh let them rain

มันให้ภาพเหมือนฉากตอนโจ๊กเกอร์นอนอยู่กลางดงมีดที่เขาบรรจงจัดเรียงไว้รอบกายในเรื่อง

Suicide Squad

คือแบบ หลุดไปแล้วจ้า
มีอีกฉากนึงคือ

MV Jinx

ของเกม

League
of Legends

(ประมาณนาทีที่
1.50) มันโมเมนท์นั้นเลยคุณ แบบ อ่าห์ ฟิน ที่เราไม่ได้แปล

bullet

ว่ากระสุนเพราะว่ามันมีสำนวน

bite a bullet

แปลว่ากัดฟันทนผ่านความเจ็บปวด
ก็เลยแปลตามนัยยะของมันไปเลย
ส่วนตัวคิดว่านอกจากจะหมายถึงความเจ็บปวดแล้วยังหมายถึงปัญหาหรือเรื่องแย่ๆต่างๆด้วย
ซึ่งเพราะสารพัดสิ่งที่เข้ามาเป็นแบบนั้นก็เลยทำให้

My
life, my love, my drive, it came from…pain!!!

นั่นเองจ้า
(ปกติเขามีแต่ยาสีฟัน

Zalt

เค็มแต่ดี
เพลงนี้สโลแกนคือ

Pain

เจ็บแต่ดี)

ท่อนสามนี่บอกเลยว่าคือมันต้องอาการหนักระดับนึงแล้วถึงจะเล่นใหญ่เบอร์นี้
คือท่อนนี้ท้าพระเจ้าเลยว่าให้ฟังคำสวดอ้อนวอนด้วยความเกลียดชังของเขาซะแล้วพระเจ้าจะรู้สึกเบาสบายไม่ซึมเปื้อนกันเลยทีเดียว

ท่อนต่อมาอันนี้แสดงให้เห็นถึงความ

Introvert

ของคนร้อง เพราะเขารู้สึกไม่สบายใจในการอยู่ท่ามกลางผู้คน
และชอบที่จะอยู่ในโลกของความคิดของตัวเองมากกว่า (หาอ่านเรื่องราวของความ

in-extrovert

ได้ในกูเกิ้ล)
แต่พอกลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริง(พื้นดิน)แล้วมันแล้วรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไร้ความหมายเหมือนฝุ่นธุลี
เขาเคยหวังให้ความรู้สึกนี้มันหายไป สังเกตตรงคำว่า

drown

ที่แปลว่าจม มันเป็นลักษณะของการหายไปแบบไม่จริงอ่ะค่ะ
คือหายไปแบบโดนกดให้จมลงไป
เหมือนไม่แสดงออกในชีวิตประจำวันแต่อยู่ในจิตใต้สำนึกส่วนลึก
ก็คือแสดงว่าเขากำจัดมันไปไม่ได้ แต่รู้ว่าเป็นแล้วอยู่ยากเลยเลือกที่จะไม่แสดงออก
แต่นอกจากมันจะไม่

drown

แล้ว
มันยัง

ever

lived

อีกต่างหาก (แหงซะ แก้ปัญหาผิดจุดสุดๆ
เหมือนมีไข่เน่าอยู่ลูกนึงแต่ไม่เอาไปทิ้ง ไม่ไปทำอย่างอื่น
แต่เก็บมันอยู่ใต้หมอนใต้เตียงอ่ะค่ะ…)
ความรู้สึกของเขาก็เลยกลายเป็นว่ายิ่งนานวันยิ่งสะสม
ยิ่งถูกบีบอัดก็ยิ่งมีแรงเครียด (ศัพท์วิทย์) มันก็เลยระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครั้นขึ้นมาในวันหนึ่ง
จากที่พยายามหลีกเลี่ยงกลับกลายเป็นตอนนี้เป็นแบบที่หลีกเลี่ยงไปซะเต็มตัวเลย

ท่อนสุดท้ายว่าด้วยปัญหาทั้งหมดที่เผชิญอยู่
เพราะไฟเป็นสัญลักษณ์ของปัญหา และความวุ่นวาย (วอดวายด้วย  5555) ด้วยคุณความดีของมัน
ความเจ็บจะเป็นอนาคตของเขา และเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา
ที่แปลแบบนี้เพราะเขาบอกว่าเป็นเลือดในร่างกายของเขา
ถ้าแปลให้มันเป็นเชิงนามธรรมมันก็จะเป็นเหมือนตัวตนหนึ่ง
ส่วนหนึ่งของตัวเขานั่นเอง

ก็สมแล้วที่เป็นผู้ศรัทธาของความเจ็บปวดล่ะค่ะ

เอ้อ เกือบลืม

MV

เท่ห์ดีนะ
แบบลุง

Dolph Lundgren

จะ60แล้ว
แต่แบบเท่ห์มากอ่ะ ให้ภาพนักมวยโคตรคูลที่เก๋าประสบการณ์ได้ดีมาก

MV

เหมือนเปรียบชีวิตเป็นสังเวียน
บางครั้งเจ็บแสนเจ็บ รู้ว่าทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร อยากจะหยุด แต่มันหยุดไม่ได้
เพราะกติกาของมันคือต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้ คุณจะเดินออกกลางเกมส์ไม่ได้
ก็ต้องตายกันไปข้างนึง ซึ่งคนที่แพ้ก็จะโดนตีตราให้เป็นสาวกของความเจ็บปวด (จริงๆตราของวงนั่นแหละ
คิดว่าน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของอัลบั้มหน้า 5555)


Phrasal Verbs – Tear Up Tear Down Tear About Tear Off Tear In – Vocabulary for CAE CPE IELTS English


Phrasal Verbs Tear Up Tear Down Tear About Tear Off Tear In Vocabulary for CAE CPE IELTS English
A full explanation of a variety of phrasal verbs with tear. Tear about, tear around, tear up, tear off, tear down, tear in, tear out, tear by, tear back, tear over, tear away.
To tear means to pull something to pieces using force.
Tear about means to go rapidly from place to place. Tear around means to move fast from place to place. To tear up means either to arrive rapidly or to break into small pieces by tearing. To tear off means to separate a piece by breaking or to leave rapidly. To tear down means to demolish or remove something. To tear in means to enter a place rapidly. To tear out means to leave a place rapidly or to separate something by breaking. Tear by means to pass rapidly or to pass near something rapidly. Tear back means to return rapidly. Tear over means to go to a place quickly. To tear away means to leave rapidly. A tearaway is a young person who behaves wildly.
Tear meaning move rapidly is informal English.
Tear meaning break is neutral formality English.
To tear is an irregular verb … tear, tore, torn, tearing.
The video contains examples of tear about, tear around, tear up, tear off, tear down, tear in, tear out, tear by, tear back, tear over and tear away in a sentence.
He is tearing about trying to find a solution.
The cares are tearing about.
Tear up the contract.
A car tore up and stopped close to me.
The car then tore off and disappeared into the distance.
They tore down that old building.
He tore down the poster.
He tore in said hello and then tore out again.
I tore the picture out of the newspaper.
The runners were tearing by us.
Time is tearing by so we need to act now.
I’ll tear back to the shop and change it.
If you tear over to my house now, you will arrive in time.
The boat tore away from the quay.
He is a tearaway and we need to find a way to control him.
Phrasal verbs like tear about, tear around, tear up, tear off, tear down, tear in, tear out, tear by, tear back, tear over and tear away are good to add to your vocabulary for official exams like CAE CPE or IELTS.
Remember it is important to use the correct syntax when using new verbs.
http://www.iswearenglish.com/ https://www.facebook.com/iswearenglish https://twitter.com/iswearenglish
https://plus.google.com/+iswearenglish

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Phrasal Verbs - Tear Up Tear Down Tear About Tear Off Tear In - Vocabulary for CAE CPE IELTS English

ERIK – ‘MÀU NƯỚC MẮT’ COVER


ERIK ‘MÀU NƯỚC MẮT’ COVER
Music audio by ERIK covering ‘Màu Nước Mắt’.
©️ 2018 Nguyen Tran Trung Quan METUB Network. All rights reserved.
🎵 Available on Zing Mp3: https://goo.gl/AHHsX7
Composer: NGUYEN THUONG
Original Version: NGUYEN TRAN TRUNG QUAN
Music Producer: DOAN MINH VU
Record, Mix \u0026 Mastering: LE MINH HIEU
Editor Video: TRAN QUANG BINH
Graphic Designer: CHOUSEPH
Publisher: EnS ENTERTAINMENT

See also  #ทัวร์แก่ๆ​ แคมป์ไปบ่นไป​ On​ the​ beach Ep.1 แคมป์ลับทับสะแก | Viewfinder มั่นใจไทยเที่ยว EP.40 | แก ป

ERIK MauNuocMat NguyenTranTrungQuan

CONNECT WITH ERIK:
• Youtube: https://bit.ly/Erikofficial
• Fanpage: https://bit.ly/2HoD9JK
• Instagram: https://bit.ly/2J5GKwX
• Fangroup: https://bit.ly/2LuKs4b
• Facebook: https://bit.ly/ERIKprofile

ERIK - 'MÀU NƯỚC MẮT' COVER

Human Tears – Why do onions make you cry? | #aumsum #kids #science #education #children


Topic: Human Tears
Why do onions make you cry?
Because they cannot crack a joke.
No.
Onions consist of amino acid sulfoxides.
When we cut an onion, millions of onions cells rupture, releasing the amino acid sulfoxides along with some special enzymes.
These special enzymes react with amino acid sulfoxides to form a chemical called SynpropanethialSoxide.
This chemical is volatile, that is, it easily evaporates at normal temperature, forming a gas.
When this gas reaches our eyes, it reacts with the substance that keeps our eyes lubricated and forms mild sulfuric acid.
What?
An acid in my eyes.
Absolutely.
This sulfuric acid gives us a burning sensation.
Now, in order to wash off this acid, our lacrimal glands produce a disinfecting liquid.
But when our eyes cannot hold any extra amount of disinfecting liquid, it starts to fall down, making us cry.

Human Tears - Why do onions make you cry? | #aumsum #kids #science #education #children

🔵 Tear Phrasals Tear Up Meaning Tear Away Explained Tear Into Defined Tear Apart Examples Tear Off


Tear Phrasals Tear Up Meaning Tear Away Explained Tear Into Defined Tear Apart Examples Tear Off in a Sentence
http://www.iswearenglish.com/ https://www.facebook.com/iswearenglish https://twitter.com/iswearenglish
https://plus.google.com/+iswearenglish

🔵 Tear Phrasals Tear Up Meaning Tear Away Explained Tear Into Defined Tear Apart Examples Tear Off

Lukas Graham – 7 Years [Official Music Video]


Watch the official music video for 7 Years by Lukas Graham from the selftitled album.
🔔 Subscribe to the channel: https://youtube.com/c/LukasGraham?sub_confirmation=1
Listen to Share That Love (feat. GEazy) here: https://lukasgraham.lnk.to/sharethatlove
3 (The Purple Album) available here: https://lukasgraham.lnk.to/3ThePurpleAlbum
Directed by René Sascha Johannsen
Produced by The Woerks \u0026 Seven Pictures
\”A mix of Christiania, Copenhagen and Los Angeles is combined to give you a beautiful imagery to help the song along. I really hope you like it.\” Lukas Graham
Follow Lukas Graham:
Facebook: https://facebook.com/LukasGraham
Twitter: https://twitter.com/LukasGraham
Instagram: https://instagram.com/LukasGraham
Spotify: https://smarturl.it/LukasGrahamSpotify
Lukas Graham is a singersongwriter renowned for his hits “7 Years,” “Love Someone,” “Mama Said,” “You’re Not There,” “Criminal Mind,” “Drunk In The Morning,” and “Lie.” He worked with artists like GEazy, Wiz Khalifa, Brandon Beal, and Kelsea Ballerini — amassing billions of global streams and achieved multiplatinum certifications across multiple continents.
Lyrics:
Once I was seven years old my mama told me,
Go make yourself some friends or you’ll be lonely
Once I was seven years old
It was a big, big world but we thought we were bigger
Pushing each other to the limits, we were learning quicker
By eleven smoking herb and drinking burning liquor
Never rich so we were out to make that steady figure
Once I was eleven years old my daddy told me,
Go get yourself a wife or you’ll be lonely
Once I was eleven years old
I always had that dream like my daddy before me
So I started writing songs, I started writing stories
Something about that glory just always seemed to bore me
‘Cause only those I really love will ever really know me
Once I was twenty years old my story got told
Before the morning sun when life was lonely
Once I was twenty years old
I only see my goals I don’t believe in failure
‘Cause I know the smallest voices they can make it major
I got my boys with me, at least those in favor
And if we don’t meet before I leave I hope I’ll see you later
Once I was twenty years old my story got told
I waswriting ’bout everything I saw before me
Once I was twenty years old
Soon we’ll be thirty years old, our songs have been sold
We’vetraveled around the world and we’re still roaming
Soon we’ll be thirty years old
I’m still learning about life, my woman brought children for me
So I can sing them all my songs and I can tell them stories
Most of my boys are with me, some are still out seeking glory
And some I had to leave behind, my brother I’m still sorry
Soon I’ll be sixty years old, my daddy got sixtyone
Remember life and then your life becomes a better one
I made a man so happy when I wrote a letter once
I hope my children come and visit once or twice a month
Soon I’ll be sixty years old, will I think the world is cold
Or will I have a lot of children who can warm me
Soon I’ll be sixty years old
OfficialMusicVideo LukasGraham 7Years WeAreWarnerRecords

Lukas Graham - 7 Years [Official Music Video]

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่LEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ tear up แปลว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *