Home » [NEW] หลักการเติม s และ es หลังคำนาม พร้อมตัวอย่าง | child พหูพจน์ – NATAVIGUIDES

[NEW] หลักการเติม s และ es หลังคำนาม พร้อมตัวอย่าง | child พหูพจน์ – NATAVIGUIDES

child พหูพจน์: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ในภาษาอังกฤษ การเปลี่ยนคำนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ เรามักจะเติม s หรือ es ต่อท้าย อย่างเช่น boy เป็น boys, cat เป็น cats, dish เป็น dishes

แต่ก็มีบางคำที่ต้องเปลี่ยนตัวอักษรก่อนแล้วค่อยเติม es อย่างเช่น candy เป็น candies, fly เป็น flies หรือบางคำก็เปลี่ยนตัวอักษรอย่างเดียว โดยที่ไม่ต้องเติม s หรือ es อย่างเช่น foot เป็น feet, man เป็น men

จากที่เขียนมานี้ หลายๆคนก็คงสงสัยว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าคำไหนต้องใช้รูปพหูพจน์แบบไหน

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ก็ขอให้วางใจได้ เพราะในบทความนี้ ชิววี่ได้เรียบเรียงเนื้อหาเกี่ยวกับกฏการเติม s และ es หลังคำนาม มาให้ได้เรียนรู้กันแบบง่ายๆแล้ว ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

ทบทวนความรู้
คำนามเอกพจน์ คือคำนามที่แสดงถึงสิ่งที่มีจำนวนหนึ่งหน่วย ซึ่งก็คือคำนามรูปปกติทั่วไป เช่น friend, pen, bus, foot, ox
คำนามพหูพจน์ คือคำนามที่แสดงถึงสิ่งที่มีจำนวนตั้งแต่สองหน่วยขึ้นไป มักจะเป็นคำนามรูปที่เติม s หรือ es ต่อท้าย เช่น friends, pens, buses แต่ก็มีบางคำที่ใช้การเปลี่ยนหรือเติมตัวอักษรอื่นแทน เช่น feet, oxen

หลักการเติม s และ es หลังคำนาม

การเปลี่ยนคำนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ หลักๆแล้วจะแบ่งได้เป็น 5 แบบ คือ

  1. เติม s ได้เลย เช่น cat เป็น cats, girl เป็น girls
  2. เติม es ได้เลย เช่น dish เป็น dishes, potato เป็น potatoes
  3. เปลี่ยนตัวอักษรท้ายคำแล้วค่อยเติม es เช่น wolf เป็น wolves, enemy เป็น enemies
  4. เปลี่ยนหรือเพิ่มตัวอักษรบางตัวหรือเปลี่ยนทั้งคำ เช่น tooth เป็น teeth, ox เป็น oxen, person เป็น people
  5. บางคำก็ใช้รูปพหูพจน์เหมือนเอกพจน์ เช่น deer, sheep

ซึ่งถ้าเจาะรายละเอียด จะแบ่งได้เป็นหลักการ 10 ข้อดังนี้

1. คำนามทั่วไปเติม s ต่อท้ายได้เลย

คำนามที่ไม่เข้าข่ายหลักการข้ออื่น เราสามารถเติม s ต่อท้ายตรงๆได้เลย ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายAntAntsมดBookBooksหนังสือGirlGirlsเด็กผู้หญิงHouseHousesบ้านTableTablesโต๊ะ, ตารางTreeTreesต้นไม้

2. คำนามที่ลงท้ายด้วย s, ss, sh, ch, x หรือ z ให้เติม es ต่อท้าย

คำนามที่ลงท้ายด้วย s, ss, sh, ch, x หรือ z เราจะต้องเติม es ต่อท้ายแทน s ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายBusBusesรถโดยสารประจำทางLensLensesเลนส์ClassClassesชั้นเรียน, คาบเรียนDressDressesชุดเดรสBrushBrushesแปรงDishDishesจานBeachBeachesชายหาดWatchWatchesนาฬิกาBoxBoxesกล่องFoxFoxesสุนัขจิ้งจอกBlitzBlitzesการโจมตีแบบสายฟ้าแลบBuzzBuzzesความรู้สึกตื่นเต้น, เสียงหึ่ง เช่น เสียงผึ้ง

3. คำนามบางคำที่ลงท้ายด้วย s หรือ z ต้องซ้ำ s หรือ z แล้วค่อยเติม es

คำนามที่ลงท้ายด้วย s หรือ z ปกติแล้วจะเติม es ได้เลย แต่ก็มีบางคำที่เราจะต้องซ้ำ s หรือ z ก่อน แล้วค่อยเติม es ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายGasGassesแก๊สQuizQuizzesแบบทดสอบWhizWhizzesผู้มากความสามารถในบางด้าน

4. คำนามที่ลงท้ายด้วย f หรือ fe ให้เปลี่ยน f หรือ fe เป็น v แล้วค่อยเติม es

คำนามที่ลงท้ายด้วย f หรือ fe เราจะเปลี่ยน f หรือ fe เป็น v ก่อน แล้วค่อยเติม es ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายLeafLeavesใบไม้ShelfShelvesชั้นวางของWolfWolvesหมาป่าKnifeKnivesมีดLifeLivesชีวิตWifeWivesภรรยา

แต่บางคำที่ลงท้ายด้วย f หรือ fe ก็จะเติม s โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยน f หรือ fe เป็น v

คำพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นคำที่หน้า f เป็นสระ 2 ตัวติดกัน (a, e, i, o, u) แต่บางคำก็ไม่ใช่ อย่างเช่น chef, safe

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายBeliefBeliefsความเชื่อChefChefsเชฟทำอาหารProofProofsหลักฐานReefReefsแนวหินโสโครกใต้ทะเลRoofRoofsหลังคาSafeSafesตู้เซฟ

5. คำนามที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es ยกเว้นถ้าหน้า y เป็นสระ (a, e, i, o, u) ให้เติม s ได้เลย

คำนามที่ลงท้ายด้วย y เราจะเปลี่ยน y เป็น i แล้วค่อยเติม es ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายBabyBabiesเด็กทารกCityCitiesเมืองขนาดใหญ่EnemyEnemiesศัตรูFlyFliesแมลงวันLibraryLibrariesห้องสมุดPuppyPuppiesลูกสุนัข

แต่ถ้าหน้า y เป็นสระ (a, e, i, o, u) เราจะเติม s ได้เลย

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายBoyBoysเด็กผู้ชายDayDaysวันMonkeyMonkeysลิงToyToysของเล่นTrayTraysถาดWayWaysหนทาง, วิธี

6. คำนามที่ลงท้ายด้วย o ให้เติม es

คำนามที่ลงท้ายด้วย o เราจะเติม es ต่อท้าย ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายDominoDominoesโดมิโน่EchoEchoesเสียงสะท้อนHeroHeroesฮีโร่MosquitoMosquitoesยุงPotatoPotatoesมันฝรั่งTomatoTomatoesมะเขือเทศ

แต่ก็มีบางคำที่ใช้การเติม s แทน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคำที่หน้า o เป็นสระ (a, e, i, o, u) แต่บางคำก็ไม่ใช่ อย่างเช่น piano

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายAudioAudiosเสียงBambooBamboosต้นไผ่, ไม้ไผ่PianoPianosเปียโนStudioStudiosสตูดิโอVideoVideosวิดีโอZooZoosสวนสัตว์

นอกจากนี้ ยังมีบางคำที่สามารถเติมได้ทั้ง s และ es คือใช้ได้ทั้ง 2 แบบเลย อย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายBuffalo*Buffalos
BuffaloesควายCargoCargos
Cargoesสินค้าที่บรรทุกโดยยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น เรือ เครื่องบินMangoMangos
Mangoesมะม่วงMottoMottos
Mottoesคติพจน์TornadoTornados
Tornadoesพายุทอร์นาโดVolcanoVolcanos
Volcanoesภูเขาไฟ

*คำว่า buffalo สามารถใช้รูปพหูพจน์ได้หลายแบบ ทั้ง buffalos (แบบเติม s), buffaloes (แบบเติม es) และ buffalo (เหมือนรูปเอกพจน์)

See also  6วิธี เริ่มต้น ลงทุน ให้เงินทำงาน l ลงทุนอะไรดี ให้มีกระแสเงินสด ไหลเข้าเรื่อยๆ | ทําอะไรดี | Nataviguides

7. คำนามที่มาจากภาษาอื่น บางคำจะมีรูปพหูพจน์เฉพาะ

คำนามที่มาจากภาษากรีกที่ลงท้ายด้วย sis เมื่อเป็นรูปพหูพจน์ เราจะเปลี่ยนให้เป็น ses ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายAnalysisAnalysesการวิเคราะห์, ผลวิเคราะห์BasisBasesหลักสำคัญ, ส่วนประกอบหลักCrisisCrisesช่วงวิกฤติNeurosisNeurosesโรคประสาทOasisOasesโอเอซิส, แหล่งน้ำกลางทะเลทรายThesisThesesวิทยานิพนธ์

คำนามที่มาจากภาษาลาตินที่ลงท้ายด้วย us เราจะเปลี่ยนให้เป็น i ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายAlumnusAlumniศิษย์เก่าCactusCacti (หรือ cactuses)ต้นกระบองเพชรFungusFungiเห็ด, เชื้อรา

แต่คำที่มาจากภาษาอื่นบางคำก็ใช้รูปพหูพจน์ได้หลายแบบ อย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายAppendixAppendices
AppendixesภาคผนวกCactusCacti
Cactusesต้นกระบองเพชรCurriculumCurricula
CurriculumsหลักสูตรFormulaFormulae
Formulasสูตร เช่น สูตรคณิตฯStadiumStadia
Stadiumsสนามกีฬาขนาดใหญ่ThesaurusThesauri
Thesaurusesพจนานุกรมคำพ้อง

นอกจากตัวอย่างเหล่านี้แล้ว ยังมีคำต่างประเทศลักษณะอื่นอีก ที่มีรูปพหูพจน์เฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคำที่พบเจอได้ไม่บ่อย หรือไม่ก็เป็นคำที่มักจะใช้รูปพหูพจน์เป็นปกติอยู่แล้ว (เช่น data, criteria ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ของ datum และ criterion ตามลำดับ)

8. คำนามบางคำใช้การเปลี่ยนหรือเติมตัวอักษรบางตัว โดยที่ไม่ต้องเติม s หรือ es

คำนามบางคำจะใช้การเปลี่ยนตัวอักษรที่เป็นสระ (a, e, i, o, u) เช่น เปลี่ยนจาก o เป็น e หรือเปลี่ยนจาก a เป็น e ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายFiremanFiremenพนักงานดับเพลิงFootFeetเท้าGooseGeeseห่านManMenผู้ชายToothTeethฟันWomanWomenผู้หญิง

และบางคำก็ใช้การเติมตัวอักษรอื่นที่ไม่ใช่ s หรือ es อย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายChildChildrenเด็กOxOxenวัว

9. คำนามบางคำจะเปลี่ยนแทบทั้งคำ โดยที่ไม่ได้เติม s หรือ es

คำนามบางคำจะมีรูปพหูพจน์ที่แตกต่างจากเดิมมาก เหมือนเป็นคนละคำกันเลย ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายMouseMiceหนูPersonPeopleคน

10. คำนามบางคำมีรูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกัน

คำนามบางคำจะมีรูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น

เอกพจน์พหูพจน์ความหมายAircraftAircraftอากาศยานDeerDeerกวางDiceDiceลูกเต๋าFish*FishปลาSheepSheepแกะSpeciesSpeciesสายพันธุ์

*คำว่า fish จริงๆแล้วมีรูปพหูพจน์ 2 แบบ คือ fish และ fishes แต่ในกรณีทั่วไป เช่นการบอกว่ามีปลาหลายตัว เราจะนิยมใช้ fish มากกว่า ส่วน fishes นั้นมักจะใช้เมื่อพูดถึงปลาหลายๆสายพันธุ์

เป็นยังไงบ้างครับกับกฏการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ ทีนี้เพื่อนๆก็คงจะเข้าใจและสามารถเปลี่ยนพจน์ของคำนามได้ถูกต้องมากขึ้นแล้วนะครับ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time

[NEW] รูปแบบการใช้ The ในภาษาอังกฤษ | child พหูพจน์ – NATAVIGUIDES

the เป็น definite article (เดฟินิท อาทิเคิล) ใช้วางหน้าคำนามนับได้รูป เอกพจน์หรือรูปพหูพจน์ และคำนามนับไม่ได้ซึ่งมีเพียงรูปเอกพจน์ หากมีการระบุ จำเพาะเจาะจง

ลองเปรียบเทียบการใช้ a หรือ an ที่ไม่ระบุเจาะจง กับการใช้ the ที่มีการระบุเจาะจง จากข้อความต่อไปนี้
Can I have a banana?
a banana ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นกล้วยลูกใด
Can I have the banana?
the banana ระบุว่าเป็นกล้วยลูกที่อยู่ในจานซึ่งมีเพียงลูกเดียว
แlดงให้เห็นว่าการที่เราใช้ the ก็เพราะมีความเด่นชัดว่าเป็นสิ่งใดหรือบุคคลใดที่เรากำลังเอ่ยถึง ลองพิจารณาดูตัวอย่างที่แสดงต่อไปนี้
It’s dark in this room. Switch on the light.
(the light ในที่นี้หมายถึง the light in this room “ไฟในห้องนี้” เท่านั้น)
ต่อไปนี้จะขอกล่าวถึงการออกเสียง และการใช้ the ดังนี้

1. การออกเสียง
1.1 the ออกเสียง เดอะ เมื่อวางอยู่หน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะ (consonant sound คันเซอแน็นทฺ ซาวดฺ) เช่น
the black book (เดอะ แบล็ค บุ๊ค)
the red car (เดอะ เรด คา)

1.2 the ออกเสียง ดิ เมื่อวางอยู่หน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ (vowel sound ) เช่น
the interview (ดิ อินเทอวิว)
the awful sound (ดิ ออฟุล ซาวดฺ)

2. การใช้
2.1 ใช้ the หน้าคำนามนับได้รูปเอกพจน์ นามนับได้รูปพหูพจน์ และนามนับไม่ได้ หากมีการชี้จำเพาะเจาะจงถึงสิ่งนั้นๆ บุคคลนั้นๆ
ตัวอย่าง
Mike has a pen and a pencil. The pen is blue. The pencil is white.
ไมค์มีปากกาหนึ่งด้ามและดินสอหนึ่งแท่ง
ปากกาด้ามนั้นสีน้ำเงิน ส่วนดินสอแท่งนั้นสีขาว
A : I have two pieces of fruit for us, an apple and a banana.
Which do you want?
B : I’d like the banana, thanks.
ก – ผมมีผลไม้สองชิ้นคือ แอปเปิล และกล้วย คุณจะเอาอันไหน
ข – เอากล้วยครับ ขอบคุณ

2.2 ใช้ the เมื่อเป็นที่ชัดเจนในสถานการณ์นั้นๆ แล้วว่าเราหมายถึงสิ่งใด หรือบุคคลใด อยู่ที่ไหน
ตัวอย่าง
A : Where’s Simon?
B : He’s in the kitchen. (= the kitchen in this house)
ก – ไซมอนอยู่ที่ไหน
ข – เขาอยู่ในครัว (หมายถึง ครัวในบ้านหลังนี้)
A : Could you switch on the light? (= the light in this room)
B : Yes, sure.
ก – คุณเปิดไฟให้หน่อยได้ไหม (หมายถึง ไฟในห้องนี้)
ข – ได้ครับ

2.3 ใช้ the เมื่อเอ่ยถึงสิ่งหนึ่งๆ ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก เช่น the sun, the moon, the earth, the sky, the world
ตัวอย่าง
I enjoy lying in the sun.
ผมชอบนอนอาบแดด
Would you like to travel round the world?
คุณอยากจะเดินทางรอบโลกไหม

See also  [NEW] Present Perfect Tense: ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ (โครงสร้างประโยคและตัวอย่างประกอบ) | present perfect คือ - NATAVIGUIDES

2.4 ใช้ the กับชื่อของอุปกรณ์ดนตรี และสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์
ตัวอย่าง
She can play the guitar and the piano.
เธอเล่นกีตาร์และเปียโนได้
Marconi invented the radio.
มาร์โคนิประดิษฐ์วิทยุ

2.5 ใช้ the กับคำคุณศัพท์บางคำที่บ่งบอกสภาพทางร่างกาย (physical state) และสภาพทางสังคม (social state) เช่น young, old, rich, poor, blind, brave, deaf, dead, sick, disabled ฯลฯ โดยมีความหมายเช่นเดียวกับ adjective + people (in general) เช่น
the young = young people the old = old people the brave = brave people
ตัวอย่าง
The young should listen to the old.
= Young people should listen to old people.
คนหนุ่มสาวควรจะรับฟังคนชรา
We should help the blind.
= We should help blind people.
เราควรจะช่วยเหลือคนตาบอด

2.6 ใช้ the .หน้าคำแสดงสัญชาติของผู้คนในประเทศนั้นๆ เช่น the English, the French, the American ฯลฯ
ตัวอย่าง
The English drink a lot of tea.
ชาวอังกฤษดื่มน้ำชามาก
The Italians are great lovers.
ชาวอิตาเลียนเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่

จะสังเกตเห็นว่า The English และ The Italians หมายถึงสัญชาติของ ผู้คนในประเทศนั้นๆ เหมือนๆ กัน แต่ต่างกันที่ The English คำว่า English ไม่มี -s ข้างท้าย แต่ The Italians คำว่า Italians มี -S ข้างท้าย ท่านผู้อ่านจึงควรจะทราบดังนี้

การใส่และไม่ใส่ -s ท้ายคำแสดงสัญชาติ
ก. คำแสดงสัญชาติที่ลงท้ายด้วย -sh เช่น the English, the Irish, the British) -ch (เช่น the French, the Dutch) หรือลงท้ายด้วย -ese (เช่น the Japanese, the Chinese) จะไม่เติม -s ท้ายคำแสดงสัญชาติ

ข. คำแสดงสัญชาติที่มิได้ลงท้ายด้วย -sh, -ch, -ese จะเติม -s ท้ายคำ แสดงสัญชาตินั้นๆ เมื่อหมายถึง ผู้คนในประเทศนั้นๆ เช่น (the) Italians, (the) Germans ฯลฯ

2.7 ใช้ the กับชื่ทะเล มหาสมุทร ลำคลอง ทะเลทราย หมู่เกาะ โรงแรม โรงภาพยนตร์ พิพิธกัณฑ์ คลับ ภัตตาคาร เทือกเขา แม่น้ำ และผับ เช่น the Atlantic    มหาสมุทรแอตแลนติก
the Nile        แม่น้ำไนล์
the Sahara    ทะเลทรายซาฮาร่า
the Changrila Hotel โรงแรมแซงกรีลา
the Chao Phya Cafe เจ้าพระยาคาเฟ่
the Chalerm Khung Cinema โรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง
the Panama Canal คลองปานามา
the Rockies    เทือกเขารอกกี
the Mediterranean Sea ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ตัวอย่าง
The Nile flows into the Mediterranean Sea.
แม่น้ำไนล์ไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
Look at the Fiji Islands in the Pacific.
จงมองดูหมู่เกาะฟิจิในมหาสมุทรแปซิฟิก

2.8 ใช้ the กับทิศทางตามเข็มทิศ เช่น the north, the south, the east, the west, the north-east, the south-west ฯลฯ
ตัวอย่าง
It’s much colder in the north of England than in the south.
ทางเหนือของประเทศอังกฤษอากาศหนาวเย็นกว่าทางใต้
A : Where are you from?
B : I’m from the north-east of Thailand.
ก – คุณมาจากไหน
ข – ผมมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

2.9 ใช้ the เมื่อกล่าวถึงครอบครัวหรือตระกูล ทั้งนี้สังเกตได้จากการเติม -s ที่นามสกุล ซึ่งแสดงถึงตระกูลของครอบครัวนั้น
ตัวอย่าง
The Kennedys are probably the most famous family in the USA.
ตระกูลเคนเนดี้อาจจะนับได้ว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐอเมริกา We lived next door to the Browns.
เราอาศัยอยู่ในบ้านหลังถัดจากครอบครัวบราวน์

2.10 ใช้ the กับชื่อประเทศที่มีคำว่า union, republic, state, kingdom, และ isle ประกอบด้วย เช่น
the Soviet Union ประเทศสหภาพโซเวียด
the United States (of America) ประเทศสหรัฐอเมริกา
the Federal Republic of Germany ประเทศสาธารณรัฐเยอรมนี
the United Kingdom ประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษ

See also  JUST DO IT หยุดกลัวและลงมือทำแบบ "ฟิล ไนต์" | The Story Teller EP. 16 | just do it คือ | Nataviguides

แต่มีอยู่บางประเทศที่ถึงแม้จะไม่มีคำที่ระบุมาประกอบอยู่ด้วยก็ใช้
the นั่นคือ the Philippines ประเทศฟิลิปปินส์
the Netherlands (หรือ Holland) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (หรือฮอลแลนด์)

ประเทศอื่นนอกจากนี้ ไม่ใช้ the วางไว้หน้าชื่อประเทศ เช่น Malaysia, Indonesia, Thailand, Brunei, Myanmar, etc.
ตัวอย่าง
He graduated from the United States.
เขาจบการศึกษามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา
Another name of the Netherlands is Holland
อีกชื่อหนึ่งของประเทสเนเธอร์แลนด์คือฮอลแลนด์

2.11 ใช้ the กับคำที่แสดงขั้น superlative เช่น the oldest, the best, the least, the youngest, the longest, the most beautiful ฯลฯ และใช้กับคำแสดงลำดับที่ (ordinal number) เช่น the first, the second, the third, the fourth ฯลฯ
ตัวอย่าง
Sara is the oldest child in the family.
ซาราเป็นลูกคนโตสุดในครอบครัว
It was the best film I had ever seen.
มันเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยชมมา
Johnson was the first director of the school.
จอห์นสันเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงเรียน

2.12 ใช้ the เมื่อมีการเอ่ยถึงระบบ (system) หรือบริการ (service)
ตัวอย่าง
I spoke to her on the telephone yesterday.
เมื่อวานนี้ผมได้พูดคุยกับเธอทางโทรศัพท์
I heard the news on the radio.
ผมได้ฟังข่าวนี้มาจากวิทยุ
ข้อควรจำ ข้อความต่อไปนี้ไม่ใช้ทั้ง a, an หรือ the ได้แก่
to/at/from work to/at/from school/college to/at/from church at home/night out of/to/in bed at/for breakfast/lunch/dinner by car/bus/bicycle/plane/boat

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 10,501 times, 1 visits today)


FAMILY AND FRIENDS 2 UNIT 15 WELL DONE .


PLURAl . Numbers
1) PLURAL ( man men , woman women , child children )
2) Numbers ( first , second , third , fourth …)
3) The race (SONG ) Who was the first ?
4) NG ( ring , king , swing ) , NK ( bank , sink , pink )
5) A Fairground Horse ( STORY )
Subscribe to our channel https://www.youtube.com/channel/UCqrhYOthxgLwoWPrhlE4NFQ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

FAMILY AND FRIENDS 2  UNIT 15 WELL DONE .

Easy English – Lesson 17.1 การทำนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ การเติม s,es,ies ตอน 1


รายการ Easy English เรียนภาษาอังกฤษ สนุก ง่าย กว่าที่คิด
playlist :
https://www.youtube.com/playlist?list…

Easy English - Lesson 17.1  การทำนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์  การเติม s,es,ies  ตอน 1

Grammar ไม่น่าเบื่อ EP06 : คำนามเอกพจน์และพหูพจน์


เล่า Grammar แบบเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ ได้ฝึกฝนจริงจัง
ติดตามผลงานอื่นๆ ของทีมเราได้ที่
http://www.proudbookshop.com
IG : https://www.instagram.com/proudbook
Facebook : https://www.facebook.com/proudbook
twitter : https://www.twitter.com/proudbook

Grammar ไม่น่าเบื่อ EP06 : คำนามเอกพจน์และพหูพจน์

Learn Singular and Plural | Talking Flashcards


Download CD at http://www.cdbaby.com/cd/mapleleaflearning
A simple video to help introduce singular and plural.

Learn Singular and Plural | Talking Flashcards

คำนามพหูพจน์ที่ไม่ต้องเติม S หรือ ES l คำนามพหูพจน์เปลี่ยนรูป l คำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


ชวนน้องๆ มาเรียนรู้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ คำนามพหูพจน์เปลี่ยนรูป กันครับ
Man l Men
Woman l Women
Child l Children
Person l People
Foot l Feet
Tooth l Teeth
Goose l Geese
Louse l Lice
Ox l Oxen
Mouse l Mice
เยี่ยมชม Blog ของเรา: https://goo.gl/JthDFX
ติดตามช่องของเราได้ที่: https://goo.gl/Svd65u
============================================
แหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำหรับเด็กๆ เพิ่มเติม
============================================
ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ: https://goo.gl/EUg17d
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน: https://goo.gl/cFosez
เพลงภาษาอังกฤษสำหรับอนุบาล: https://goo.gl/pv6srr
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษ: http://bit.ly/2nYNBAx
คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับอนุบาล: http://bit.ly/2nYJBA2
เกมส์ผ่อนคลายสมอง: https://goo.gl/TE4kJS
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สัตว์ต่างๆ: https://goo.gl/o7LmPY
เพลงภาษาอังกฤษสำหรับอนุบาล: https://goo.gl/nxPQEj
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ รูปร่าง รูปทรงเรขาคณิต: https://goo.gl/qpbF3q
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สี color: https://goo.gl/ZuE2YB
เกมส์ฝึกภาษาอังกฤษ: https://gooXgl/Z7uE8G
แอพเรียนภาษาอังกฤษ: http://bit.ly/2nsZE7Y

คำนามพหูพจน์ที่ไม่ต้องเติม S หรือ ES l คำนามพหูพจน์เปลี่ยนรูป l คำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ child พหูพจน์

Leave a Reply

Your email address will not be published.