Home » [Update] Roger that | fire in the hole แปลว่า – NATAVIGUIDES

[Update] Roger that | fire in the hole แปลว่า – NATAVIGUIDES

fire in the hole แปลว่า: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Roger that

Table of Contents

Roger that

Roger that
แปลว่า “ทราบแล้ว” ซึ่งจะเจอในฉากที่ต้องคุยกันด้วยวิทยุ ฝ่ายที่ฟังคำสั่งเมื่อเข้าใจแล้วก็มักพูดว่า “ทราบแล้ว!” (ถ้าใช้ว่า “ทราบแล้ว เปลี่ยน” ก็คือต่อด้วยคำว่า Over ค่ะ)

    แล้วทำไมต้องเป็น Roger เขาเป็นใคร จริงแล้วไม่ใช่ว่าโรเจอร์คิดคำนี้นะคะ จริงๆ พอสั่งเสร็จ ลูกน้องก็ต้องรับคำว่า “รับทราบคำสั่งเรียบร้อย” หรือ ‘Received’ ค่ะ และเมื่อพูดกันทางวิทยุก็ย่อเหลือแค่ R ซึ่งการออกเสียงตัว อาร์ แม้ปัจจุบันจะใช้ว่า Romeo แต่ในยุคนั้น ภาษาการสะกดทางวิทยุใช้คำว่า Roger ค่ะ ไปๆ มาๆ แทนที่จะพูด Received ก็กลายเป็น Roger that ไปซะงั้น

    Copy that

    แปลว่า “รับทราบ” เช่นกันค่ะ ซึ่งเป็นอีกคำที่ได้ยินในสถานการณ์เดียวกับอันบนบ่อยพอๆ กัน แต่อย่าไปแปลว่า “คัดลอก” นะคะ ให้มองว่าเมื่อได้รับคำสั่งมาก็ต้องจำให้ได้เป๊ะเหมือนที่หัวหน้าสั่ง เสร็จแล้วก็ต้องไปปฏิบัติตามหรือสั่งต่อให้เป๊ะๆ ห้ามผิดเลย เพราะถ้าไม่ก๊อปคำสั่งมาเป๊ะ แผนการรบก็อาจพังได้ค่ะ

    Blooper

    แปลว่า “ตอนที่น่าอาย ตอนที่ผิดพลาด ตอนที่หน้าแตก” จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้ยินคำนี้บ่อย แต่น่าจะเห็นบ่อยเวลาหนังจบ ถ้าดูแผ่น DVD ส่วนมากจะมีฉากหลุดๆ มาให้ดูตอนท้าย ซึ่งส่วนมากจะใช้คำนี้ค่ะ เพื่อบอกว่าเป็นฉากหลุดๆ ฮาๆ หน้าแตกของนักแสดง

    Alpha

    แปลว่า “จ่าฝูง” ปกติ Alpha คือชื่อเรียกตัว A เวลาสะกดคำ แต่โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงเก่งที่สุด ถ้าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน Alpha ก็จะเป็นฉายาของหัวหน้ากลุ่มหรือจ่าฝูง หรือถ้าสั่งกระจายกำลังเป็นหลายๆ หน่วย หน่วย Alpha ก็คือหน่วยที่เก่งที่สุดค่ะ และอีกคำหนึ่งที่มีความหมายเดียวกันคือ Ace ค่ะ

    Jeez

    เป็นคำอุทานคล้ายๆ “โอ้แม่เจ้า” หรือ “พระเจ้าจอร์จ” ซึ่งเมื่อก่อนจะอุทานกันว่า Jesus หรือพระเยซู แล้วหลายๆ คนก็มองว่าเราอุทานในขณะที่หัวเสีย แล้วจะไปยุ่งอะไรกับพระองค์ท่าน แต่ด้วยความที่ติดปากกันไปทั่วแล้ว จึงแปลงเป็น Jeez ค่ะ

    Bimbo

    แปลว่า “สวยแต่โง่” ถือเป็นคำสบประมาทได้นะคะ ฉะนั้นห้ามใช้ว่าคนอื่น แต่ส่วนมากจะเจอในหนังที่นางเอกเป็นสาวผมบลอนด์ทอง สวยเซ็กซี่ แต่ทุกคนเอาแต่มองรูปลักษณ์ภายนอก จนนางเอกต้องตัดพ้อกับเพื่อนๆ ว่า ไม่อยากให้ใครมองว่ามีดีแค่สวยแต่กลับโง่เลย ดังนั้นนางเอกจึงใช้ Bimbo กับตัวเองค่ะ ให้อารมณ์เหมือนสวยแต่รูปจูบไม่หอม

    Badass

    แปลว่า “คนที่เท่และมั่น” แม้จะฟังดูเหมือนชม แต่ก็ให้ความหมายว่าเท่ในทางที่วัยรุ่นชื่นชม แต่คุณพ่อคุณแม่จะมองว่าน่ากลัวมากกว่าเท่ อย่าจำสลับกับ Jackass นะคะ คำหลังนี้เป็นคำด่าค่ะ ใช้ด่าคนโง่ หยาบคายนะคะ อย่าใช้เลย ^___^

    Stunner

    แปลว่า “คนที่หน้าตาดีจนชวนตะลึง” น่าจะคุ้นๆ กับคำว่า “สตั้นท์” นะคะ ที่เราใช้กันว่า “อึ้ง” ฉะนั้นจึงหมายถึงคนที่ทำให้เราอึ้ง หรือคนที่ดูดีจนชวนตะลึงนั่นเอง ประมาณว่าเห็นแล้วเราสตั๊นท์ไปเลย

Roger That
Affirmative
Fire in the Hole! จะจุดระเบิด หาที่กำบัง
In position!
Fireeeee!!!

    ฐานบัญชาการ: “All units, return to base, over?” – ทุกหน่วย กลับฐาน ได้ยินแล้วตอบด้วย?

    หน่วยทิ้งระเบิด: “Roger that. Heading to home.” –  รับทราบ กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน

    ภรรยา: “You wash the dishes and clean the kitchen. I need to go out now.” – เดี๋ยวล้างจานและเก็บกวาดครัวด้วย ฉันต้องออกไปข้างนอก

    สามี: “Roger that, boss.” – รับทราบครับนาย

    หน่วยทิ้งระเบิด: “Sir, we’re about to drop nuclear payload. Shall we proceed, over?” – ท่านครับ เรากำลังจะทิ้งนิวเคลียร์ ให้ปล่อยเลยรึเปล่า ตอบด้วย?

    ฐานบัญชาการ: “Negative, you’re to return to base immediately! We’ve got a sandstorm headed your way! Over.” – ไม่ปล่อย  รีบกลับฐานด่วน! มีพายุทรายกำลังมุ่งหน้าไปทางคุณ! ได้ยินแล้วตอบด้วย

    หน่วยทิ้งระเบิด:  “…” – นิ่งสนิท

    ฐานบัญชาการ:  “Repeat, that is a negative, return to base immediately. Do you copy?” – ขอย้ำ ยกเลิกปฏิบัติการ กลับฐานทันที ได้ยินมั๊ย

    หน่วยทิ้งระเบิด: “Copy that, HQ. Returning to base” – ได้ยินแล้ว กลับฐาน กำลังกลับครับ

Affirmative = yes เป็นการตอบยืนยันว่าใช่
Negative = no เป็นการตอบปฏิเสธ
Over = ฉันพูดจบแล้ว ตาคุณตอบ หรือได้ยินแล้วตอบด้วย
Out = ฉันพูดจบแล้ว (และไม่ได้รอคำตอบจากคุณ)
Ten four = 10-4, okay ฉันเข้าใจแล้ว
Mayday = ใช้ในการเดินเรือและการบิน โดยพูดย้ำ 3 ครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ด่วนมากๆ

1.Roger That:รับทราบ(ใช้กับผู้ที่มียศสูงกว่า เจอจากหนังแนวสงครามทั่วไป)
2.Copy That:รับทราบ(แต่ใช้ได้ทั่วไป เหมือนกับข้างบน)
3.Oscar Mike:งานเข้า(เจอจากMW2)
4.FUBAR:ห่วย (ย่อมาจากFucked Up Beyond All Recognition เจอจากหนังเรื่องSaving Private Ryan)

Flag out! : ขว้่างระเบิดไปแล้ว

Fire in the hole! : หาที่กำบัง (ใช้กับข้าศึกยิงปืนใหญ่หนักๆมาถล่ม)

Fox two! : ใช้กับนักบินที่ยิงจรวดออกไปแล้ว

Yes sir : ใช้กับยศสูง

Sir! : ใช้กับยศสูงๆเหมือนกัน แต่เอาไว้เรียกนำหน้า อย่างเช่น Sir enemy spotted! ขณะนี้เราพบศัตรูแล้ว

D-Day : ใช้กับ เปิดศึกใหญ่ๆ

Oparetion : ปฏิบัติการ

Dog fight : (ไม่ใช่สุนัขสู้กันนะครับ) ใช้กับทหารอากาศ เวลาเครื่องบินจู่โจมกัน

Reinforcmain! : (ถูกป่าวหว่า) กำลังเสริม

One o’clock ถึง Twelve o’clock : ใช้บอกองศา มุมของตนเอง แบบว่า สมมุติว่ารถถังคันนี้คนนั่งเต็ม
แล้วข้าศึกศัตรูมา ทางซ้ายเราก็บอกว่า nine o’clock ตามมุมเข็มนาฬิกาน่ะครับ ง่ายๆเลย

Stall warning! : ใช้กับเครื่องบินที่ความสมดุลไม่พอ หรือควบคุมเครื่องไม่อยู่ ทำให้ (Weight) ความหนัก มากกว่า (Lift) แรงยก หรืออะไรก็ชั่งที่ทำให้เครื่องไม่สามารถทำความสมดุลได้ วิธีแก้ก็คือ ให้เครื่องทำแรงปะทะ
กับลม เพื่อให้เกิดแรงยก(Lift) แล้วดึงคันโยกขึ้นสุดๆ

Drag : ใช้กับทหารอากาศ แรงต้านเครื่องบิน หรือทำให้เครื่องบินนั้นบินช้า

Sonic Boom! : (เป็นอะไรที่ผมชอบมากๆสำหรับเครื่องบิน) Sonic Boom คือ เสียงดังเช่นเสียงฟ้าร้อง อันเกิดจากอากาศยานเคลื่อนผ่านอากาศเหนือศีรษะของเรา ด้วยความเร็วสูงกว่าความเร็วของเสียง

Spetnaz : หน่วยปฏิบัติการพิเศษต่อต้านหน่วยรบพิเศษ(โอ้ต่อต้านหน่วยรบพิเศษเลยเรอะ :e12 )

SEAL : SEa ทะเล Air อากาศ Land พื้นดิน หรือมนุษย์กบนั่นเองก่อตั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เป็นหน่วยรบที่ฝึกโหดมากๆ ถ้าใครจบมานี่โคตรภูมิใจแบบลูกผู้ชายเลย

SAS : เป็นหน่วยรบพิเศษสำหรับอังกฤษ มีกำลังขนาดกรม โด่งดังมากในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

SBS : เป็นหน่วยรบสังกัดนาวิกโยธินของอังกฤษ มีกำลังขนาดกองพัน เมื่อเมกามีหน่วย SEAL
เมกาต้องมีหน่วย SBS เหอๆ ทำไปได้ อิจฉากันรึไงเนี่ย

Green Beret : หน่วยรบ เกรียนเบเร่ เอ๊ย กรีนเบเร่ เป็นหน่วยรบพิเศษ แยกกันทั้งหมด 5 หน่วย
แต่ไม่ขอบอกแล้วกันไปหาเอาเอง ขี้เกียจพิมพ์ เหอๆ

Ranger : เป็นหน่วยรบของอเมริกา เป็นกองกำลังแนวหน้า เป็นหน่วยจู่โจมหน่วยนึงที่โด่งดังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

F.N.G = F*cking New Guy แปลเอาเอง ถ้าไม่รู้ ประมาณว่า ฝึกทหารใหม่ รับน้อง

Hooah = คำขานรับของทหารอเมริกัน เช่น พลรบเรนเจอร์

Tango Down = เป้าหมายถูกทำลายแล้ว(มั้ง)

I’m out!! = ลูกปืนตูเกลี้ยงละ

AA Gun = AA คือ Anti-Air เท่ากับว่า AA Gun คือ ปตอ. หรือ ปืนต่อสู้อากาศยาน

Sarge = ย่อมาจาก Sergent แปลง่ายๆ จ่า!!!

Mayday = ประมาณว่า เรากำลังแย่ เจอบ่อยตอนสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เครื่องบินกำลังจะตก มาจากภาษาฝรั่งเศส

ood kill – ประมาณว่าฆ่าได้ดี หรือ อาจจะคำว่าเเหล่มมาก (ในวงความหมายของการฆ่า)
Fire at Will – ยิงเมื่อเห็น ในสถานการณ์อาจจะรวมหมายถึงว่ายิงเเม่มเลย!!!
cover me – คุ้มกันด้วย (ถ้าตัวเองเป็นคนพูด)
Affamative – รับทราบ

เครื่องบินรบ คำสั่ง Fox เท่าที่ค้นพบจะเป็นสั่งการยิงทางอากาศสู่อากาศ

Fox One – ยิงมิสไซส์อากาศสู่อากาศระยะกลางกึ่งนำวิธีด้วยเรดาร์ (AIM-7 Sparrow)
Fox Two – ยิงมิสไซส์อากาศสู่อากาศระยะสั้นกึ่งนำวิธีด้วยเรดาห์ (AIM-9 Sidewinder)
Fox Three – ยิงมิสไซส์อากาศสู่อากาศระยะกลางกึ่งนำวิธีด้วยเรดาร์ (AIM-120 AMRAAM)
Fox Four/Guns – ยิงปืนกล

GIGN – หน่วยต่อต้านการร้ายสากลของฝรั่งเศส
GSG-9 – หน่วยต่อต้านการร้ายของเยอรมัน ในนามของ สหพันธ์ตำรวจรักษาชายแดน

ASAP = At soon as possible = อย่างเร็วที่สุด
Boogie = ข้าศึก
Foot-mobile = ทหารเดินเท้าที่มาเป้นกลุ่ม
Zulu-niner = เรียกปืนใหญ่ระยะไกล
Friendly-fire = ยิงพวกเดียวกัน

EVAC = evaculation อพยพ
Compermise – ถูกจับได้- ถูกศัตรูรู้ว่าเราอยู่ไหน
Fireball – ลูกไฟ ( ทหารต่อต้านรถถังระเบิดรถถังเป็นลูกไฟย่อมๆ)
Scourg earth – เผาทำลายล้าง (จากเครื่องบิน) เป็นคำอุทานทำนองว่า – โลกทั้งใบมีรอยแผลไฟไหม้

Weapon’s hot = อาวุธพร้อมยิง (จากเครื่องบิน)
Weapon is cold = ยกเลิกการยิงอาวุธ (จากเครื่องบิน)
Double-time = ให้เร็วกว่า 2 เท่า
CQC – CQB = Close quarter combat – Close quarter battle = การต่อสู้ในยะประชิด
Alpha-charlies = รหัสเมื่อเครื่องบินทราบเป้าหมายที่ระบุจากคำสั่ง
GO-CODE = รหัสที่เอาไว้ใช้ส่งงานควบคุมเครื่องบินรบ (ลับสุดยอด)
Smoke’em = ยิงแบบเผาขน
Supreesion’s fire = ยิงสนับสนุน
Flank = โจมตีจากปีกข้าง เพื่อทำให้เป้าหมายเสียหายอย่างรุนแรง
Streamroll = โจมตีแบบยกกองทัพมาเป้นทัพ
Ivan = คำล้อเลียน ทหารฝ่ายรัสเซีย
Yang = คำล้อเลียน ทหารสหรัฐ

Sitting duck – นั่งซุ่ม – อยู่เป็นเป้านิ่งให้เค้ายิง
You know the drill – คูณรู้แล้วนะจากการฝึก (Drill ฝึก มาจาก Drill instructor แปลว่า “ครูฝึก” ของ US marine corp.)
POW = prisoner of war เชลยศึก
Fat-body = คนอ้วนที่เข้ามาฝึกทหาร =[>=
SITTEP = “Situation Report – รายงานสถานการ์ณ

Warhorg = เครื่องบินรบ A-10 thunderbolt II ชื่อมันคือหมูป่าสงคราม เนื่องจากอาวุธที่มันติดนั้นเอง
Spooky gunship = เครื่องบินรบ AC-130 เนื่องจากคำว่า Spooky หมายถึง สอดรู้ เครื่องบิน AC-130 ก็สอดส่องศัตรูแล้วยิงถล่มใส่ในระยะที่ไกลมาก
Longbow = เฮลิคอปเตอร์ AH-64 อาปาเช่
Tank-killer – ยูนิตพิฆาตรถถัง
Fall back – Retreat = ถอนกลับ
DEFCON – defense readiness condition มาตราการอ่านความคาดการด้านความมั่นคง (ของกองทัพสหรัฐ)
High-speed-Low-drag -เป็นกลยุทธ์ของทหาร เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เป็นความสามารถของยานพลเกราะ โดยรวมแปลว่า “ดีเยี่ยม” หมายถึงอุปกรณ์ต่างๆหรือยานพาหนะ
CAS – Close-air-support เครื่องบินรบสนับสนุนระยะใกล้
Danger-close – เรียกการสนับสนุนแบบ เสี่ยงอันตรายต่อที่จะโดนพวกเดียวกัน
PIN DOWN – เสียเปรียบ ฝ่ายเรากำลังโดนหนัก
AWACS – Airborne Warning and Control System เครื่องบินเรดาร์
Red murcury – หมายถึงแร่พลูโตเนี่ยม

Undercover – แฝงตัว
Black mission – ภารกิจเงียบ

Down to the Hellhold = ล่างลงรูนรก – หมายถึงช่องบนเฮลิคอปเตอร์ที่เราต้องโรยตัวลงไป
Rope down – เอาเชือกโรยตัว
Blackout – มืด มองไม่เห็น

vision – วิสัยทัศน์การมองเห็น

Hold the line – ตรึงกำลังป้องกันไว้
Bombardment – ระเบิดถล่มเป้าหมาย
Search and destroy – ค้นหาและทำลาย

Light’em up – ยิงมันเลย!
Toast’em – เผา(ปิ้ง) พวกมัน กับอาวุธไฟ ( นาปาลม์)
Rip’em up – ฉีกพวกมันเป็นชิ้นๆ ( กับอาวุธปืน AA )
SUCK IT DOWN – เอาไปอมซะ!
Fire at will – ยิงไปตรงที่ตั้งใจไว้!

Tank buster – เครื่องบินกระสุน 20 mm กราดใส่รถถัง

First strike – อาหารของกองทัพสหรัฐ เป็นแท่งช๊อกโลแลต ว่ากันว่า 1 แท่งให้พลังงานถึง 3500 แคลอรี่ !
Eagle – เครื่องบิน F-15
Hustle up – เรียงพล – มาจากไพ่ Hustle เรียงไพ่
GTFO – GET THE FUcK OUT!
Pop smoke – ถอนกำลังกลับโดยการขว้างระเบิดควันให้ยานพาหนะทราบ
Killing field – พื้นที่ที่เราเสียเปรียนมีแต่ตายกับตาย – ทุ่งสังหาร

ACE – สุดยอดนักบิน
WINGMAN – ผู้ช่วยนักบินที่บินคู่

AT : Anti – tank
carpetbomb : ปูพรม
Tank hunter : ยูนิตพิฆาตรถถัง ก็เหมือนกันนะเออ – – :e13 :e11
Clear! : เก็บกวาดเรียบร้อย หมดจด – – สะอาด
Enemy Down : ศัตรูตายแล่ว
Artillery Strike : ยิงปืนใหญ่

Roger = รับทราบ

Coppy That = ตามนั้นเลยหละกัน (สำหรับพูดกับบุคคลชั้นเดียวกัน) รับทราบ (ใช้กับบุคคลชั้นสูง)

Yes sir = ใช้กับบุคคลชั้นสูงเวลาได้รับคำสั่ง

Fire in the Hole = ขว้างระเบิดไปแล้ว (คำนี้มีทุกเกมส์…)

As* Hole = (คำอุทาน) คล้ายๆไอ้ตูดหมึก – -“

Mayday = ประมาณว่า เราจนมุม กระสุนหมด หรือถูกล้อมกรอบ (ผมเจอบ่อย เพราะเล่นกาก..-*-)

Fu*k You! GI = (คำอุทาน) เช่น ด่าฝ่ายตรงข้าม อุทานออกมาตอนใกล้ตาย ประมาณนี้ (คำๆนี้จะเกิดขึ้นในสรภูมิเวียดนามบ่อย)

Alfermative : รับทราบ, ตามนั้น

As you command : ตามที่สั่ง(ใช้กับผู้บังคับบัญชา)

Reinforcement : กำลังเสริม

Melt Down : ใช้กรณีเครื่องบินตก, ยานพาหนะถูกโจมตี หรือ ทหารบาศเจ็บ

on my way : อยู่ในตำแหน่งแล้ว(เพื่อนในทีมหรือยศเท่ากัน)

On my position : อยู่ในตำแหน่ง(ใช้กับผู้ที่ยศสูงกว่า)

Mirror the door/window/corridor… : สำรวจประัตู/หน้าต่าง/ทางโถง(ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งตามสถานการณ์)

Fall back : ถอย, ล่าถอย

Surrounded : ถอนกำลัง

Loud n’ clear : ได้ยินชัดเจน(สนทนาผ่านเครื่องมือสื่อสาร)

ready for combat – พร้อมรบ / เตรียมพร้อมประจันบาน
Lock n’ loaded – ลุยแม่มเลย!!!/ ยิงแม่มเลย / ประมาณว่าเตรียมพร้อมอาวุธเพื่อจะลุย
standby to engage – เตรียมพร้อมเข้าปะทะ
Negative – คือการปฏิเสธ
Enemy spotted – พบศัตรูแล้ว
Clear the path – กำจัดศัตรูด้านหน้า
Sniper, do you have sight/shot? – สไนเปอร์ เห็นเป้าหมายไหม
Hold the position till we go – ตรึงกำลังไว้จนกว่าเราจะไปถึง
Mission accompplished – ภารกิจสำเร็จ
Mission failed – ภารกิจล้มเหลว
Repeat – การพูดซ้ำอีกครั้งหรือย้ำอีกที

Hooah (ใช้ในหน่วย Ranger) Oorah (ใช้ในหน่วย Marine Corps.) = เข้าใจมั้ย(ในกรณีจะถามลูกน้อง), รับทราบ!!!(ในกรณีตอบกลับ)

Weapons Free = กำจัดศัตรูได้ (เท่าที่ผมเข้าใจ = =)

Surround = กำลังล้อม (ใช้ได้สองกรณีคือ 1.กำลังล้อมสถานที่ 2.ตรูโดนล้อม!!! กำลังเสริมอยู่ไหนฟระ!!!)

Go Ahead = บอกมาเลย (ตัวอย่างบทสนทนา)

Command: Hunter Two-One. We have situation here over?

Hunter Two-One: Go Ahead Command.

We’re on our own: เราต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ (จาก MW2 ด่าน Takedown และ The Hornet’s nest)

Bloody ……..: คำอุทานของทหารอังกฤษ (เช่น Bloody Hell!!, Bloody Yank!!) อันหลัง Ghost ด่าทหารเรืออเมริกันใน The Gulag

Retreat: ไอ้เสือ ถอยทัพ!!! :e13 (เจอได้ใน CoH)

Take them out: เก็บพวกมันซะ

Artillery Strike: หน่วยยิงปืนใหญ่

All your Sir.: แล้วแต่ท่านเลย (จากตอนที่ Sgt.Foley กำลังคุยกับ General Sheperd ในช่วงเริ่มต้นด่าน Exodus)

We’re “Oscar Mike”: พวกเรากำลังมุ่งหน้าอยู่!!

ETA : เวลาที่ยานพาหนะคาดว่าจะมาถึง (เ้ช่น ETA in Three Minute = ฮ.จะมาภายใน 3 นาที)

F.N.G. = ทหารหนุ่มใหม่ๆที่พึ่งจะเข้าประจำการ (ย่อมาจาก F**king New Guy)

The Hind = ฮ.ขับไล่ข้าศึก (เช่น Shoot The Hind!!! = ยิงฮ.นั่นเร็ว!!!)

en route = กำลังมุ่งหน้า

Hold your fire = วางอาวุธ, อย่าพึ่งยิง

มีอีกเยอะ แต่ขี้เกียจเขียน -*- คราวนี้ ขอเขียนเกี่ยวกองทัพต่างๆบ้าง

U.S. Army Rangers = ทหารเรนเจอร์ ทหารแนวหน้าของสหรัฐ (กำเนิดขึ้นมาในสมัย WWII ก่อนที่จะโดนยุบช่วงสงครามเกาหลี และรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่หลังสงครามเวียดนาม)

U.S. Marine Corps. = นาวิกโยธินสหรัฐ (ทหารบกของกองทัพเรือ)

SAS. (Special Air Service) = ทหารแนวหน้าในช่วง WWII ก่อนที่จะยกระดับเป็นหน่วยรบพิเศษ ใช้ในปฎิบัติการพิเศษจากเบื้องบนโดยเฉพาะ ได้รับกล่าวขวัญในการปฎิบัติภารกิจบุกรวบผู้้ก่อการร้ายซึ่งจับตัวประกันภายในสถานทูตอิหร่านประจำอังกฤษ และการลักพาตัวนาย Aldo Moro นายกของอีตาลีในอดีต โดยหัวใจสำคัญในแต่ละครั้งคือ การใช้ระเบิด Stun Granade และแผนการอันแยบยล

Delta Force = หน่วยรบพิเศษประจำสหรัฐ (ใครพอมีข้อมูล เกี่ยวกับหน่วยนี้ ช่วยบอกผมด้วย = =)

GSG-9 = หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลกของเยอรมัน

Spetnaz = หน่วยรบพิเศษของรัสเซีย แยกเป็นหลายหน่วย หน่วยที่ดีที่สุดคือหน่วยอัลฟ่า (จำจากหนังสือเล่มนึง)

Red Devil = หน่วยพลร่มหมวกแดง (ตามชื่อเลยล่ะ – -“) ของอังกฤษ มีชื่อเสียงในช่วง WWII

Green Beret = หน่วยรบพิเศษของสหรัฐ ตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1961 (สมัย JFK)

Navy SEAL = หน่วยรบพิเศษแบบเอนกประสงค์(ทั้งพื้นดิน อากาศ ทะเล :e12 ) ขึ้นตรงต่อทหารเรือสหรัฐ

Copy that:รับทราบ
Over: ใช้ตอนพูดด้วยวิทยุสื่อสาร เพื่อเปลี่ยนให้อีกฝ่ายพูด (เช่น Copy that overแปลว่า ทราบแล้ว เปลี่ยน)
Charlie : ใช้เรียกทหารเวียดนามเหนือ,เวียตกงในช่วงสงครามเวียตนาม(COD Black ops,The hell in Vietnam)
Jerry:ทหารเยอรมันในช่วงสงครามโลก(COD 2 British Campaign)
Hold your fire:เรียบอาวุธ(หลายเกมมาก)
คำเรียกยศ(แบบกองทัพสหรัฐถ้าเป็นกองทัพอื่นอาจจะต่างกันเล็กน้อย)
Private:พลทหาร
Lance Corporal:สิบตรี
Corporal:สิบโท
Sergeant:สิบเอก
sarge:จ่า(ไม่เป็นทางการ)ที่เคยได้ยินพูดก็มีอยู่เยอะครับ
Second Lieutateant :ร้อยตรี
Lieutateant :ร้อยโท
Captain:ร้อยเอก(เพราะฉะนั้น Captain Price คือ ร้อยเอก ไพรซ์)
Major:พันตรี
Lieutateant colonel:พันโท
Colonel:พันเอก
Major General:พลตรี
Lieutateant General:พลโท
General:พลเอก(ถ้ากองทัพเรือจะเรียกAdmiral)

?Copy that!/ Roger that!
คือคำนี้จริง ๆ ไม่อยากจะพูดล่ะ รู้กันทั้งประเทศแล้วมั้ง ไอ้ Copy that. ที่แปลว่า “รับทราบ” (รับคำสั่งจาก เจ้านายไรเงี๊ย) หรือจะพูดสั้น ๆ ว่า Copy! ก็ได้เน้อ ส่วน Roger that/ Roger! ก็เหมือนกัน จบ ๆ พอละเบื่อ (อ้าวแล้ว พูดเพื๊อออ 55)

?I’ll see what I can do.
ประโยคเด็ด 5 ดาวหนังแนวนี้เลย อารมณ์ประมาณว่า มีคนมาขอความช่วยเหลือเรา ไอ้เราก็ไม่แน่ใจซะด้วยสิ ว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน เลยพูดไปว่า I’ll see what I can do. (เดี๋ยวดูให้นะ ว่าทำ ไรกับมันได้มั่งป่าว) พูดง่าย ๆ คือรับปากว่าจะช่วยเหลือนั่นเอง แต่ไม่รับประกันผลลัพธ์นะจ๊ะ (สุดท้ายกูก็เห็น เมิงทำสำเร็จตลอดอ่ะ อีห่าา 55+)

?Get right on it.
หรือในกรณีที่หัวหน้างานสั่งงานมา และขอให้ทำเลยทันที (เอาแต่ใจชิบหาย) ลูกน้อง บริวารส่วนมากก็จะพูดว่า I’ll get right on it, sir. (เดี๋ยวทำเดี๋ยวนี้เลยครับ) – งานเก่า งานค้างช่างแม่งละกัน เอางานด่วนก่อน อิอิ

?I’m working on it. / I’m on it.
อีหัวหน้าเวนสั่งงานมาแปปเดียว แม่งโทรมาถามแล้ว งานไปถึงไหนแล้วว?? นี่เลยคำตอบ I’m working on it. FUCK YOU.! (กำลังทำอยู่โว้ยยย ไอ้เวน 55+) หรือจะสั้น ๆ ว่า I’m on it. ก็ได้ ความหมายเหมือนกัน

?Keep me posted.
อีเจ้านายมาอีกและ โอเค ๆ ถ้ายังทำอยู่ก็ดี งั้นอย่าลืม Keep me posted. นะ ซึ่งก็คือ “อัพ เดทกรูเรื่อย ๆ ละกัน รอฟังข่าวอยู่นั่นเอง”

?I did some digging.
ประโยคนี้ก็ได้ยินบ่อย dig ในที่นี้ไม่ใช่ ขุด นะครับ แต่มันคือ ขุด(คุ้ย) หาข้อมูล ต่างหาก ความหมายก็คล้าย ๆ I did some research. เช่น I did some digging and I found out that…( เออ ไปค้นคว้าหาข้อมูลมา และพบว่า….) อะไรก็ว่าปายย

?It’s a setup!!
setup ในที่นี้ไม่ใช่การ install ลงโปรแกรมอะไรนะครับ (55) ในหนังฆาตกรรม สอบสวนพวก เนี๊ย มันหมายถึงการ “จัดฉาก” ตะหากล่ะ อย่างเช่น Damn! We’re trapped here. It’s a setup. (แม่งเอ้ยย หลงกลมันแล้วพวกเรา มันจัดฉากนี่หว่า) จากนั้นก็ยิงกัน ตู้ม ต้าม ตู้ม ต้าม ตามสไตล์หนัง

?You’re under arrest!
ประโยคนี้ใครไม่รู้จัก เขกกะโหลกตัวเอง 3 ที! ฮา – “คุณถูกจับแล้วนะ” ประโยคนี้ ตำรวจฝรั่งชอบพูดเวลาจับผู้ร้ายได้

?You have the right to remain silent.
โน๊ตไว้เลย ประโยคคลาสสิคสุดของหนังแนวนี้ You have the right to remain silent. ซึ่งก็คือ “คุณมีสิทธิที่จะไม่พูดในตอนนี้” พูดง่าย ๆ คือ ไว้ไปให้การกับศาลเลยทีเดียว(โดยอาจมีทนายคอยช่วยเหลือ) – ตำรวจฝรั่งค่อนข้างซีเรียสกับประโยคเหล่านี้นะครับ คือถึงจับได้แล้ว ก็ต้องมีการแจ้งผู้ต้องหาว่า สิทธิขั้นพื้นฐานของคุณเป็นอย่างไร (แม้เหตุการณ์ Crime Scene จะวุ่นวายก็ตาม)

ID=2598,MSG=3134

[Update] การผลิต การปลูก การแปรรูป และการตลาดของพริก | fire in the hole แปลว่า – NATAVIGUIDES


การเดินทางของพริกเกิดขึ้นเมื่อ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกา เขาเป็นผู้นำพริกจากถิ่นกำเนิดเข้าไปเผยแพร่ในยุโรปช่วงปลายทศวรรษ ๑๔๐๐ ต่อมาพ่อค้าชาวโปรตุเกสและสเปนนำพริกไปสู่แอฟริกาและเอเชีย

พริกเป็นพืชในวงศ์เดียวกับมะเขือเทศ มันฝรั่ง และยาสูบ คืออยู่ในวงศ์ Solanaceae โดยจัดอยู่ในสกุล Capsicum ซึ่งมีอยู่ด้วยกันประมาณ ๒๕ ชนิด แต่ที่นิยมปลูกโดยทั่วไปมีอยู่เพียง ๕ ชนิด คือ Capsicum annuum, Capsicum baccatum, Capsicum chinensis, Capsicum frutescens และ Capsicum pubescens

ส่วนของพริกที่เรากินคือผลของมัน หรือที่คนไทยมักเรียกว่าเม็ดนั่นเอง ขณะนี้มีพริกปลูกอยู่ทั่วโลกประมาณ ๔๐๐ สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีขนาดและรูปร่างแตกต่างหลากหลาย ทั้งยาวรี สั้นป้อม กลม หรือบุบบู้บี้ ทั้งยังมีหลากสีสัน และมีรสทั้งเผ็ดมาก เผ็ดปานกลาง เผ็ดน้อย หรือแทบไม่เผ็ดเลย

ความเผ็ดของพริกเกิดจากสารเคมีชื่อว่า แคปไซซิน (capsaicin) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติจำพวกอัลคาลอยด์ หากเราลองเอาเม็ดพริกมาผ่าครึ่งซีก จะเห็นเนื้อเยื่อแกนกลางสีขาวภายใน หรือที่เรียกว่า “รกพริก” บริเวณนี้เป็นส่วนที่มีสารแคปไซซินอยู่มากที่สุด จึงเป็นส่วนที่เผ็ดที่สุดของพริก ขณะที่ส่วนเปลือก เนื้อพริก และเมล็ดมีสารแคปไซซินอยู่น้อย จึงไม่ตรงกับที่คนทั่วไปมักคิดว่าเมล็ดคือส่วนที่เผ็ดมากที่สุดของพริก

แล้วรู้ไหมว่าความเผ็ดของพริกมีหน่วยวัดที่เป็นวิทยาศาสตร์และเป็นสากลด้วย

บุคคลที่เริ่มคิดค้นวิธีวัดความเผ็ดของพริกเมื่อราว ๙๐ ปีก่อน คือ วิลเบอร์ สโควิลล์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน โดยเขาตั้งกลุ่มคนที่ทำหน้าที่ชิมและให้คะแนนพริกโดยเฉพาะ วิธีทดสอบคือการทำให้สารละลายที่สกัดได้จากพริกเจือจางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งสารละลายนั้นไม่หลงเหลือความเผ็ดอยู่เลย พร้อมจดบันทึกว่าทำการเจือจางทั้งหมดกี่ครั้ง ถ้ามีการเจือจางมากครั้งแสดงว่าพริกเผ็ดมาก หากมีการเจือจางน้อยครั้งแสดงว่าพริกนั้นเผ็ดน้อย

กระทั่งภายหลังมีการนำเครื่องมือที่เรียกว่า HPLC (High Performance/Pressure Liquid Chromatography) มาใช้วัดปริมาณสารแคปไซซินในพริกแต่ละชนิดโดยตรง โดยเทียบปริมาณสารที่วัดได้เป็น หน่วยสโควิลล์ (Scoville Unit) และกำหนดให้ ๑ ส่วนในล้านส่วน (ppm) ของสารแคปไซซิน มีค่าเท่ากับ ๑๕ หน่วยสโควิลล์

เมื่อพริกมีหน่วยวัดความเผ็ดเป็นมาตรฐาน ย่อมทำให้เราเปรียบเทียบระดับความเผ็ดของพริกแต่ละพันธุ์ทั่วโลกได้ และอาจมีบางคนอยากรู้ว่าพริกพันธุ์ใดเผ็ดที่สุดในโลก

ซูเปอร์มาร์เกตในห้างสรรพสินค้าระดับหรูบางแห่งวางจำหน่ายพริกพันธุ์ต่างประเทศที่ไม่มีเห็นในตลาดทั่วไป เช่น พริกฮาบาเนโร พริกฮาลาพิโน หรือพริกฮอตเลมอน
(ภาพ : บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช)

พริกสีแดงสดจัดจ้านสื่อถึงความเผ็ดร้อนได้อย่างดี สารแคปไซซินที่อยู่ในพริกนอกจากช่วยสร้างความเผ็ดแล้วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ช่วยลดน้ำมูกและเสมหะสำหรับคนเป็นหวัด ลดคอเลสเตอรอล ทั้งกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้คนกินพริกรู้สึกสดชื่นแจ่มใส
(ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์)


พริกพันธุ์ใดเผ็ดที่สุดในโลก และมันเผ็ดขนาดไหน คงต้องอดใจรอฟังคำเฉลยในตอนท้ายของเนื้อหาส่วนนี้ เพราะเราจะรายงานอันดับความเผ็ดของพริกจากน้อยไปหามาก เพื่อให้เปรียบเสมือนความเผ็ดของพริกที่ค่อย ๆ ทวีขึ้นเรื่อย ๆ ในปาก กระทั่งเผ็ดร้อนจนสุดทนทาน

เริ่มจากพริกที่ไม่มีความเผ็ดเลย คือ พริกหวาน (Bell Pepper หรือ Italian Sweet) มีความเผ็ด ๐ หน่วยสโควิลล์ พริกพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและแคลิฟอร์เนีย นิยมปลูกทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ลักษณะผลกลมใหญ่ขนาดกำปั้น มีเนื้อมาก มักใช้ประกอบอาหารที่ไม่ต้องการความเผ็ด หรือใช้เป็นส่วนประกอบของสลัด เพราะมีวิตามินซีสูง

ส่วนพริกชี้ฟ้า (Cayenne) เป็นพริกที่เผ็ดปานกลาง ระดับ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์ นิยมใช้ในการประกอบอาหารจีนหรืออาหารอินเดีย

ขณะที่พริกขี้หนู (Thai Bird Pepper) ของไทย แม้เม็ดเล็กแต่ก็เผ็ดร้อนแรงและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จัดเป็นพริกที่มีความเผ็ดในลำดับต้น ๆ ของโลก ในระดับ ๑๐๐,๐๐๐-๓๕๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์ เทียบเท่ากับพริกสกอตช์บอนเนต(Scotch Bonnet) ในประเทศแถบทะเลแคริบเบียน และพริกจาเมกา (Jamaica Hot) ของประเทศจาเมกา

และต่อไปนี้คือย่างก้าวสู่โซนอันตราย เพราะเรากำลังจะแนะนำ พริกฮาบาเนโร (Habanero) ที่มีความเผ็ดถึง ๒๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์ นิยมปลูกมากแถบคอสตาริกา เม็กซิโก รวมทั้งที่เทกซัสและแคลิฟอร์เนียในอเมริกา ผลค่อนข้างกลมสีส้มจัดจ้าน ขนาดประมาณนิ้วครึ่งเท่านั้น เมื่อแก่เต็มที่จะมีรสเผ็ดร้อนที่สุด อาจทำให้ผู้ที่กินมันสด ๆ รู้สึกเผ็ดกระทั่งเหมือนหัวตนเองกำลังจะระเบิด

พริกที่เผ็ดดุยิ่งกว่าฮาบาเนโร คือญาติของมันที่ชื่อว่าเรดซาวีนา ฮาบาเนโร (Red Savina Habanero) พริกซึ่งได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ และปลูกมากแถบแคลิฟอร์เนียของอเมริกา ขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับพริกฮาบาเนโร แต่มีสีแดงสด จึงเป็นพริกที่เผ็ด สวย ดุ เพราะมีความเผ็ดถึง ๕๘๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์ แม้แต่การสัมผัสมันด้วยมือเปล่าก็อาจทำให้ผิวหนังของเราแสบร้อนขึ้นทันที พริกเรดซาวีนา ฮาบาเนโร เคยได้ชื่อว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกจากการรับรองของกินเนสส์บุ๊กปี ค.ศ.๑๙๙๔ ก่อนจะเสียตำแหน่งเมื่อโลกค้นพบพริกที่เผ็ดยิ่งกว่า…

พริกบุตโจโลเกีย (Bhut Jolokia) ถูกเรียกขานในหมู่คนท้องถิ่นว่า “พริกผี” ใช่แล้ว มันคือพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน ศาสตราจารย์พอล บอสแลนด์ แห่งสถาบันพริก มหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐนิวเม็กซิโก เป็นผู้ทดสอบและพบว่าบุตโจโลเกียมีความเผ็ดถึง ๑,๐๐๑,๓๐๔ หน่วยสโควิลล์ เผ็ดมากกว่าแชมป์เก่าอย่างพริดเรดซาวีนา ฮาบาเนโร ถึง ๒ เท่า !

พริกบุตโจโลเกียพบมากในดินแดนห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย โดยเฉพาะที่รัฐอัสสัมและนาคาแลนด์ และรัฐอื่น ๆ ใกล้แนวชายแดนติดกับจีนและพม่า เป็นพื้นที่ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยากจน ทั้งยังเป็นถิ่นฐานของกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่มักทำสงครามสู้รบกับรัฐบาลกลาง
และต่อสู้กันเองอยู่บ่อย ๆ

พริกที่เผ็ดที่สุดในโลกมีขนาดยาวประมาณ ๒๕-๓๐ มิลลิเมตร รูปร่างค่อนข้างป้อม เปลือกดูยับย่น ส่วนปลายเรียวแหลม เมื่อแก่จัดจะมีสีส้มหรือสีแดง แม้ว่ามีความเผ็ดถึงล้านหน่วยสโควิลล์ จนคนไม่เคยลองอาจคิดว่ามันเผ็ดร้อนเหมือนไฟนรก ทว่ารสชาติของพริกบุตโจโลเกียเป็นที่คุ้นลิ้นของคนท้องถิ่น ชาวรัฐอัสสัมกินพริกบุตโจโลเกียกันมานาน ทั้งเอามาทำซอสพริก พริกดอง หรือแม้แต่กินสด ๆ ขณะที่ทางนาคาแลนด์ ชาวบ้านกินพริกบุตโจโลเกียกันแทบทุกมื้ออาหาร

แม่ค้าในตลาดทางภาคเหนือจัดผักรวมและพริกเป็นชุดๆ ตามประเภทแกงแต่ละอย่างให้คนซื้อกลับไปทำกินที่บ้าน
(ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์)

ต้นพริกหวานปลูกเรียงแถวเป็นระเบียบภายในโรงเรือนของไร่พริกหวานทางภาคเหนือ
(ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์)

พริกสดถูกนำมาบรรจุถุงพลาสติกวางเรียงรายในแผงค้าพริกที่ตลาดไท รอขนขึ้นรถกระบะและรถบรรทุกเพื่อไปส่งโรงงานทำซอสพริก
(ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง)


คาดว่าพริกเข้ามาสู่ประเทศไทยพร้อมพ่อค้าชาวยุโรปราวสมัยอยุธยาตอนกลาง และได้รับความนิยมแพร่หลายในครัวเรือนของชาวสยามอย่างรวดเร็ว กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารไทยแทบทุกชนิดมาถึงทุกวันนี้

ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า โดยเฉลี่ยคนไทยกินพริกคนละ ๕ กรัมต่อวัน หากลองคิดว่าประเทศไทยมีประชากรประมาณ ๖๐ ล้านคน เท่ากับปีหนึ่งคนไทยกินพริกถึง ๑๐๙,๕๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม

หากเราลองเดินสำรวจทั้งในตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เกตสมัยใหม่ จะพบว่าพริกที่วางขายมีความหลากหลายจนลานตา ทั้งขนาดรูปร่าง บ้างใหญ่ยาว บ้างกลมป้อม บ้างเล็กเรียว และสีสัน ทั้งแดงสด เขียวเข้ม เขียวอ่อน เหลือง ส้ม ฯลฯ

พริกพันธุ์ที่ปลูกและขายในเมืองไทยพอจะแบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มใหญ่ คือ พริกชี้ฟ้า พริกหยวก พริกหวานหรือพริกยักษ์ พริกขี้หนูผลใหญ่ และพริกขี้หนูผลเล็ก

กลุ่มพริกชี้ฟ้านั้นรวมถึงพริกมัน พริกหนุ่ม พริกเหลือง พริกกลุ่มนี้มีลักษณะผล (เม็ด) ยาวใหญ่ ตั้งแต่ ๕-๒๐ เซนติเมตร รูปทรงตรงหรือโค้งงอ ปลายแหลม รสเผ็ดปานกลาง แหล่งปลูกสำคัญคือจังหวัดเชียงใหม่ นครสวรรค์ ลำพูน อุตรดิตถ์ ราชบุรี และนครราชสีมา

ส่วนพริกหยวกนั้นมีขนาดยาว ๔-๒๐ เซนติเมตร รูปทรงกรวย ปลายแหลม มีทั้งสีเหลือง สีเขียวอ่อน เป็นพริกที่มีเนื้อหนา รสเผ็ดน้อย ขณะที่พริกหวานหรือพริกยักษ์ รูปร่างค่อนข้างกลมใหญ่คล้ายผลแอปเปิล ผิวมัน สีสันสดใส ทั้งแดง เขียว เหลือง ส้ม และม่วง เนื้อหนาและรสไม่เผ็ด

พริกที่เกษตรกรไทยปลูกมากที่สุดคือพริกขี้หนูผลใหญ่ ลักษณะเรียวปลายแหลม ความยาว ๓-๑๒ เซนติเมตร มีรสเผ็ด พันธุ์ที่ปลูกได้แก่ พริกจินดา พริกหัวเรือ พริกห้วยสีทน พริกยอดสน พริกซูเปอร์ฮอต พริกบิ๊กฮอต ฯลฯ แหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ เลย ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ส่วนพริกขี้หนูผลเล็ก ยาวน้อยกว่า ๓ เซนติเมตร รสเผ็ดจัด เช่น พริกขี้หนูสวน พริกกะเหรี่ยง พริกตุ้ม และพริกขี้นก

คนไทยรู้จักเลือกพริกให้เหมาะกับการประกอบอาหารแต่ละประเภท เช่น พริกชี้ฟ้า พริกเหลือง ใช้ประกอบอาหารประเภทแกงที่รสไม่เผ็ดจัด ส่วนพริกหยวกใช้สำหรับอาหารที่ต้องการรสเผ็ดน้อยประเภทผัด เป็นต้น

สำหรับอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน อย่างต้มยำ ผัดเผ็ด แกงเผ็ด ผัดฉ่า ใช้พริกขี้หนูเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยเฉพาะพริกขี้หนูสวนที่รสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว และว่ากันว่าน้ำพริกกะปิที่อร่อยต้องใช้พริกขี้หนูสวนเท่านั้น

ไร่พริกกะเหรี่ยงที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี พริกกะเหรี่ยงถิ่นนี้มีชื่อเสียงว่าเผ็ดจัดและหอมมาก

ชาวกะเหรี่ยงจะเด็กพริกกะเหรี่ยงจากต้น โดยเด็ดมาทั้งก้านแล้วค่อยมาเด็ดออกจากก้านทีละเม็ดๆ ที่บ้านอีกทีหนึ่ง

พริกกะเหรี่ยงสด ใช้เวลาตากแดด ๓-๕ วัน จะได้พริกแห้งพร้อมบรรจุถุงส่งขาย
(ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์)


นอกจากพริกขี้หนู ยังมีพริกที่เผ็ดร้อนแรงและหอมฉุนจนขึ้นชื่อ ก็คือพริกกะเหรี่ยงนั่นเอง

ชาวกะเหรี่ยงในประเทศไทยอาศัยอยู่ทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ไล่ลงมาตามแนวชายแดนภาคตะวันตกที่จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี ชาวกะเหรี่ยงทุกกลุ่มล้วนปลูกและกินพริกกะเหรี่ยงกันมานาน อย่างไรก็ตาม พริกกะเหรี่ยงแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ ว่ากันว่าพริกกะเหรี่ยงที่เผ็ดจัดและหอมมากต้องมาจากอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี

หากใครเคยไปจังหวัดเพชรบุรี อาจสังเกตเห็นว่าบรรดาร้านอาหารและร้านก๋วยเตี๋ยวหลายร้านพร้อมใจขึ้นป้ายประกาศว่าร้านของตนนั้นใช้พริกกะเหรี่ยง

วันที่เราไปเดินตลาดท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้พบร้านขายพริกแกงป้าควร ซึ่งใช้พริกกะเหรี่ยงเป็นวัตถุดิบสำคัญ พริกแกงแต่ละอย่าง เช่น พริกแกงป่า พริกแกงส้ม ฯลฯ กองพูนในกะละมังวางเรียงรายหน้าร้าน ล้วนสีสันแสบตาส่งกลิ่นเผ็ดร้อนแตะจมูก มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อใส่ถุงกลับบ้านเป็นระยะ

ป้าควรพาเราไปที่บ้าน เปิดประตูห้องเก็บของให้เราดู ในนั้นเต็มไปด้วยถุงพลาสติกใบใหญ่บรรจุพริกแห้งจนแน่น วางเบียดชิดเรียงรายเต็มพื้นห้องแทบไม่เหลือที่ว่าง กลิ่นพริกแห้งเผ็ดฉุนคลุ้งปะทะจมูกจนทำให้บางคนที่ไปด้วยกันถึงกับไอโขลก

ป้าควรบอกว่านี่คือพริกกะเหรี่ยงแห้งที่แกซื้อเก็บไว้สำหรับใช้ทำพริกแกงตลอดทั้งปี

ช่วงต้นเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ เราเดินทางไปถึงถิ่นปลูกพริกกะเหรี่ยงที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง ซึ่งมีพริกกะเหรี่ยงปลูกมากที่ตำบลยางน้ำกลัดเหนือและยางน้ำกลัดใต้ จุดหมายของเราอยู่ที่บ้านห้วยเกษม ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ

สิงห์ ทองสื่อ ชาวกะเหรี่ยงวัย ๕๐ ปี เป็นผู้นำทางพาเราออกจากหมู่บ้านไปตามถนนดินลูกรัง บางช่วงผ่านดงไม้และหญ้าสูงขึ้นรกทึบ เราจอดรถไว้ที่ตีนเนินแห่งหนึ่ง แล้วเดินขึ้นไปตามทางชัน กระทั่งถึงไร่พริกกะเหรี่ยงของ เก้า สะเนติบัง ชาวกะเหรี่ยงวัย ๔๕ ปี ภูมิประเทศเป็นเชิงเขาและลอนเนินขนาดย่อม มีพริกกะเหรี่ยงปลูกแซมแปลงข้าวไร่ปกคลุมพื้นที่ประมาณ ๒ ไร่

เก้าและภรรยาในชุดเสื้อแขนยาวสะพายถุงปุ๋ย กำลังเดินวนเวียนเด็ดพริกกะเหรี่ยงอยู่ในดงต้นพริก เมื่อสิงห์ตะโกนเรียก ทั้งสองละจากงานมาคุยกับเรา

“คนกะเหรี่ยงกินพริกกะเหรี่ยงมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย” สิงห์เล่าให้ฟัง “เมื่อสัก ๗๐-๘๐ ปีก่อน คนกะเหรี่ยงเดินลงไปที่เขาย้อย เอาพริกกะเหรี่ยงไปแลกข้าว กะปิ และเกลือจากคนพื้นราบ”

เก้าอธิบายการปลูกพริกกะเหรี่ยงให้ฟังว่า “ปลูกพริกกะเหรี่ยงเราไม่ต้องให้น้ำ แล้วต้องปล่อยตามธรรมชาติ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะถ้าเราใช้ปุ๋ยใช้ยา พริกกะเหรี่ยงจะกลายพันธุ์ รสชาติจะไม่เหมือนเดิม แม่ค้าจะไม่รับซื้อเลย เพราะเขาดูรู้”

สิงห์เสริมว่า “ปีที่แล้วมีเจ้าหนึ่งเขาปลูกพริกกะเหรี่ยง แล้วใช้ปุ๋ยใช้ยา แม่ค้าไม่เอาเลย เขาดูผิวแล้วมันไม่เป็นธรรมชาติ ต้องหยุดปลูกเป็นช่วงเลย คือไม่ใส่อะไรทั้งนั้นจึงจะขายออก”

นอกจากนั้น พวกเขาบอกว่าการปลูกพริกกะเหรี่ยงแซมในไร่ข้าวซึ่งมีความชุ่มชื้น ต้นพริกจะขึ้นดี แข็งแรงและออกผลดกกว่าแปลงที่ปลูกเฉพาะพริกอย่างเดียว

เก้าเล่าว่าพริกกะเหรี่ยงจะออกผลและเก็บได้มากตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงตุลาคม พอเดือนพฤศจิกายนก็ใกล้หมด โดยเขาจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้สำหรับปลูกในรอบปีถัดไปด้วย

พริกกะเหรี่ยงถ้าขายเป็นพริกสด ราคาขายส่งจากไร่อยู่ที่กิโลกรัมละ ๔๐-๕๐ บาท แต่ถ้าขายเป็นพริกแห้ง โดยพริกสด ๔ กิโลกรัมจะได้พริกแห้ง ๑ กิโลกรัม ราคาขายส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ ๒๐๐-๒๕๐ บาท

พริกกะเหรี่ยงทั้งสดและแห้งสามารถใช้แทนพริกขี้หนูในการทำอาหารได้ทุกประเภท นอกจากนั้นยังใช้ทำพริกป่น พริกดอง หรือพริกน้ำส้มที่ให้รสเผ็ดถึงใจ

แผงลอยเจ้านี้คงถูกใจผู้รักความเผ็ดเพราะมีขายทั้งพริกสด เครื่องแกง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแกงทำกับข้าว เ่ช่น พริกแกงป่า พริกแกงเขียวหวาน ฯลฯ
(ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง)


วิถีการปลูกพริกกะเหรี่ยงที่ปล่อยให้ขึ้นตามธรรมชาติดูแลน้อย ไม่ต้องให้น้ำ ไม่ใส่ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง แตกต่างอย่างมากจากแนวทางการปลูกพริกขี้หนูลูกผสมที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเรามีโอกาสได้ไปสำรวจ

อำเภอชุมแสงเป็นแหล่งปลูกพริกที่สำคัญอีกแห่งของประเทศไทย ในตำบลที่เราไปเยือน ชาวบ้านแทบทุกครัวเรือนทำไร่พริกไม่มากก็น้อย หรือไม่ก็เป็นคนรับจ้างเก็บพริก เดินไปทางไหนก็เห็นแต่ไร่พริกเรียงรายอยู่ทุกที่

เราเดินผ่านไร่พริกแปลงแล้วแปลงเล่า กระทั่งมาถึงบ้านไม้กลางวงล้อมไร่พริกของ สุด พิญเพียร หญิงวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของไร่ เธอนั่งพักอยู่กับหลานสาวชื่อเยา และปองเพื่อนบ้านหญิงวัยกลางคนที่มาช่วยทำไร่พริกด้วยกัน

ทั้งสามคนเล่าให้เราฟังว่า พริกที่พวกเธอและชาวบ้านแถวนี้ปลูก ล้วนใช้เมล็ดพันธุ์ที่พ่อค้าคนกลางผู้รับซื้อพริกจัดหามาให้ เป็นเมล็ดพันธุ์พริกบรรจุกระป๋องที่บริษัทสินค้าการเกษตรเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย

“เมล็ดพันธุ์ต้องซื้อเขา กระป๋องละ ๙๐๐ นะ เอากระป๋องมาให้เขาดูสิ” เยาบอก

ปองอธิบายว่าเมล็ดพันธุ์พริก ๑ กระป๋องปลูกได้คลุมพื้นที่ ๑ ไร่

เราดูข้างกระป๋อง ระบุว่าเป็นเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูลูกผสม พันธุ์แชมเปี้ยนฮอต (Champion Hot)

“เดี๋ยวนี้คนแถวนี้ใช้แต่ (เมล็ดพันธุ์) พริกกระป๋อง” ปองบอก “พ่อค้าคนกลางเป็นคนเอามาให้ เขาดูว่าแม่ค้าในตลาดที่กรุงเทพฯ หรือนครสวรรค์นิยมพริกพันธุ์ไหน ก็เอาพันธุ์นั้นมาให้เราปลูก”

พ่อค้าคนกลางจะออกเงินค่าเมล็ดพันธุ์พริกให้ก่อน โดยมีข้อตกลงกับเกษตรกรว่าต้องขายผลผลิตพริกแก่เขา แล้วค่อยหักค่าเมล็ดพันธุ์จากราคารับซื้อพริก เรียกว่าเป็นการผูกการซื้อขายกันไว้ล่วงหน้า

“ถ้าเราไม่ปลูกพริกพันธุ์ที่เขาหามาให้ได้ไหม” พวกเราคนหนึ่งถาม

“เขา (พ่อค้าคนกลาง) ก็ไม่รับซื้ออีกแหละ เพราะไม่เข้าระบบเขา ไม่ได้เกรดของเขา ไม่เหมือนสมัยก่อน ปลูกพริกพันธุ์อะไรก็ได้ แต่สมัยนี้พ่อค้าจะเอาเมล็ดพันธุ์มาลงให้ลูกไร่ เขาจะหามาเลยอีไหนดีไม่ดี แล้วเขาจะมารับซื้อไปขายอีกที”

พวกเราถามอีกว่าหากเก็บเมล็ดพันธุ์พริกแชมเปี้ยนฮอตไว้ปลูกในปีถัดไปได้ไหม

ปองบอกว่า “เราเก็บไว้เพาะมันก็ขึ้น แต่มันเป็นพริกมือสอง จะไม่เหมือนอย่างที่เขาเอามาให้เรา คือพริกจะออกไม่ดกเหมือนรุ่นแรก แล้วเม็ดพริกจะไม่สวย ทั้งเล็กและสั้นลง”

สรุปว่าเกษตรกรแถบนี้ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์พริกกระป๋องใหม่ทุกปี พ่อค้าคนกลางจึงจะรับซื้อพริกของพวกเขา

ขั้นตอนการปลูกพริกเริ่มจากนำเมล็ดพันธุ์มาเพาะกล้า เมื่อขึ้นแล้วค่อยย้ายลงหลุม ให้ปุ๋ยบำรุงและพ่นยาฆ่าแมลงเป็นระยะ ประมาณเดือนกว่าพริกเริ่มออกผล เมื่อเก็บแล้วทิ้งช่วงสัก ๑๕-๒๐ วันจึงเก็บได้อีก พริกต้นหนึ่งสามารถเก็บเม็ดได้หลายรอบในช่วงเวลา ๓-๔ เดือน พอถึงปลายปี น้ำในแม่น้ำจะเอ่อท่วมแถบนี้เป็นประจำจนต้นพริกตายหมด รอน้ำลด ชาวไร่ค่อยเพาะกล้าพริกรอบใหม่

“สมมุติวันนี้เราเก็บพริกหมดแล้ว พรุ่งนี้ก็หว่านปุ๋ย รดน้ำ ฉีดยาฆ่าแมลงเลย บำรุงให้พริกแตกดอกออกเม็ดใหม่” เยากล่าว

ปองบอกว่าการปลูกพริกต้องฉีดยาฆ่าแมลงอาทิตย์ละครั้ง

“กลิ่นยามันหอมชื่นใจชาวไร่พริกเลยละ” เยาพูดจบแล้วทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกัน

ปองพูดบ้าง “สูด (ยาฆ่าแมลง) อยู่ทุกวัน สะสมอยู่ในร่างกายนี่แหละ มันไม่ไปไหนหรอก”

“พอหมอจากโรงพยาบาลออกมาตรวจที่สถานีอนามัย เขาเกณฑ์ลูกบ้านไปตรวจสารพิษในร่างกายกัน โอ้โห มีหมดทุกคนเลย จะมากจะน้อยเท่านั้น” เยาบอก

เราถามพวกเธอว่าไม่กลัวที่มีสารพิษสะสมในร่างกายหรือ

คำตอบคือ “ก็แล้วจะทำไงล่ะ”

สิ่งที่พวกเธอกังวลมากกว่าน่าจะเป็นเรื่องของราคาปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่แพงขึ้นทุกวัน

“ตอนนี้พริกเหลือกิโลละ ๑๐ บาท ลูกจ้าง (เก็บพริก) กินไป ๓ บาท เจ้าของต้นเหลือ ๗ บาท ไหวมั้ย ยาฆ่าแมลงขวดละ ๕๐๐ ปุ๋ยลูกละ ๑,๐๐๐ เมล็ดพันธุ์ก็กระป๋องละ ๑,๐๐๐ ความจริงเรารวยอยู่แล้ว รวยหนี้ไง” ปองพูดแล้วหัวเราะเอง

สุดผู้เป็นเจ้าของไร่พริกค่อนข้างพูดน้อย กล่าวว่า “แต่เราไม่รู้จะไปทางไหน ก็ต้องทำแบบนี้”
“ถ้าเราไม่ใช้ยาฆ่าแมลงได้หรือเปล่า” พวกเราไม่วายสงสัยอีก
“ไม่ใช้ก็หมดสิ เพลี้ยมันลง” ปองมองหน้าคนถาม “มียาอะไรมาให้ใช้ล่ะ นึกว่ามีจะได้เอามาลอง”
เธอกล่าวอีกว่า “ปลูกพริกนี่ยิ่งทำยิ่งจน บอกตรงๆ เลย”

นอกจากนั้นพ่อค้าคนกลางจะรับซื้อพริกจากเกษตรกรโดยยังไม่จ่ายเงินทันที แต่จะนำพริกไปขายที่ตลาดก่อน พอรับเงินแล้วค่อยย้อนกลับมาจ่ายเงินแก่เกษตรกร โดยพ่อค้าคนกลางจะเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อเอง ขึ้นอยู่กับราคาพริกที่เขาขายได้ในตลาด

เยาอธิบายเรื่องนี้ว่า “สมมุติเขาตกลงซื้อพริกเรากิโลละ ๙ บาทนะ ไปขายที่ตลาดแล้วย้อนกลับมาบอกว่า ฉันขายได้แค่กิโลละ ๙ บาทเอง แกเอาไปกิโลละ ๗ บาทแล้วกัน เราก็ต้องเอา เพราะเขาไม่ได้จ่ายเงินเราเลย เขาไปขายเสร็จแล้วถึงจะมาตีราคาให้เรา เราก็ไม่รู้”

“ถ้าเขาโกหกล่ะ” พวกเราถาม
“โกหกหรือไม่โกหก เราก็ไม่รู้”

สุดบอกว่า “ตอนนี้คือว่า เขาเอา (พริก) ไปแล้ว เราไม่รู้ราคา เขาให้เราเท่าไหร่เราก็ต้องเอา เพราะไปถึงเขาแล้ว

ใช่ไหมล่ะ กิโลละ ๓ บาทเราก็ต้องเอา”
“เหมือนอ้อยเข้าปากหมา” บางคนโพล่งขึ้น
“ปากช้าง ไม่ใช่ปากหมา” เยาแก้
“เราไม่มีทางเลือก เขาตีราคาให้เราเอง เราไปตีราคาไม่ได้เลย” ปองบอก
เยาว่า “บ่นอะไรไม่ได้เลย เราต้องยอมเขาทุกอย่าง”

แม้ว่าพริกขี้หนูลูกผสมจะมีคุณสมบัติคือให้ผล (เม็ด) ดกมาก อย่างที่เยาบอกว่า “พริกมันดก เวลามันออกเต็มหมดเลยนะ ถึงขนาดคนเก็บตาลาย ไม่รู้จะคว้ากิ่งไหน ไม่รู้จะเก็บเม็ดไหนก่อน”

แต่ว่าเกษตรกรอย่างพวกเธอขายพริกที่ตนเองปลูกจนหมด โดยไม่เหลือเก็บไว้กินเอง

“พริกอย่างนี้กินไม่ได้ มันแสบร้อนปาก ขายหมดแล้วไปซื้อพริกเขามากิน พวกพริกขี้หนูพันธุ์พื้นบ้าน” สุดบอก
“แล้วใครกินพริกอย่างนี้” พวกเราถาม

“ขายคนเมือง” เยาตอบ “พริกแชมป์อย่างนี้มันไม่หอม เผ็ดโด่ ๆ พวกนี้เขาเอาไปทำพริกแกง ปนกับพริกใหญ่ด้วย ไม่งั้นมันจะเผ็ดโด่”

ปองเสริมว่า “พริกพวกนี้กินแล้วแสบปาก เผ็ดมากแต่ไม่หอม เปลือกก็หนา มันเผ็ดแบบไม่อร่อย เผ็ดโด่ ๆ ไม่มีรสชาติ”

…และทั้งหมดนี้คือชีวิตจริงของคนปลูกพริก เบื้องหลังความเผ็ดโด่ของพันธุ์พริกกระป๋อง

ร้านสไปซ์ สตอรี่ ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน จำหน่ายเครื่องเทศสารพัดชนิดรวมทั้งผลิตภัณฑ์พริกแปรรูป เช่น พริกป่น พริกแห้งบด สินค้าเด่นอีกอย่างของร้านคือไอศกรีมพริก
(ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง)


ดูเหมือนเรื่องราวของพริกที่ผ่านมาจะเต็มไปด้วยแง่มุมความเผ็ด ทั้งเผ็ดโด่ เผ็ดร้อน เผ็ดจัดจ้าน เผ็ดหอม เผ็ดมาก เผ็ดน้อย เผ็ดที่สุดในโลก ซูเปอร์ฮอต บิ๊กฮอต…

แต่การชูประเด็นเรื่องรสเผ็ดเพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่เรื่องน่าสนใจทั้งหมดของพริก (แม้ว่าคนจำนวนมากหลงใหลพริกก็เพราะรสเผ็ดของมัน) แท้จริงแล้วเบื้องหลังความเผ็ดที่อาจทำให้เราถึงกับน้ำตาคลอ พริกยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เราจึงสามารถยิ้มได้ในคราบน้ำตา

ใครเป็นหวัดคัดจมูก ลองกินพริกเผ็ด ๆ แล้วจะช่วยได้ เพราะสารแคปไซซินที่อยู่ในพริกมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำมูกและเสมหะจากการเป็นหวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ทั้งบรรเทาอาการไอ จึงทำให้เราจมูกโล่งหายใจสะดวกยิ่งขึ้น

สารแคปไซซินยังช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันไม่ให้ตับสร้างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-low density lipoprotein) ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้สร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-high density lipoprotein) ทำให้ปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดต่ำลง

นอกจากนั้นพริกเป็นพืชที่มีวิตามินซีสูงมากและอุดมด้วยสารเบตาแคโรทีน สารทั้งสองนี้มีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างผนังหลอดเลือดให้แข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด การกินพริกเป็นประจำจึงช่วยให้เลือดไหลเวียนดีช่วยลดความดันและลดการอุดตันของเส้นเลือด เท่ากับช่วยป้องกันการเป็นโรคหัวใจล้มเหลว หรือเสียชีวิตจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน

และที่สำคัญ การกินพริกช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง วิตามินซีที่มีมากในพริกจะยับยั้งการสร้างสารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่สามารถหยุดการแพร่กระจายของเซลล์เนื้อร้าย นอกจากนี้วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) และสารเบตาแคโรทีนในพริกยังช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคมะเร็งในปอดและในช่องปากด้วย

เมื่อรู้ว่าพริกเผ็ด ๆ มีประโยชน์อย่างนี้ บางคนอาจเริ่มถามตัวเองแล้วว่า วันนี้เรากินพริกแล้วหรือยัง

ขอขอบคุณ : คุณอำนวย ตรีโชติ คุณศักดิ์สิริ มีสมสืบ คุณสมมน ภู่ภักดี ไร่พริกหวานแม่ทาเบลล์วิลล์ คุณไพรรัตน์ ติ๊บควง คุณพรพิมล ไข่คำ บริษัทไทย แอ็กโกร เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด ร้านสไปซ์ สตอรี่

เอกสารประกอบการเขียน :
กมล เลิศรัตน์, รศ. ดร. “การผลิต การปลูก การแปรรูป และการตลาดของพริกในประเทศไทย”. จดหมายข่าวประชาคมวิจัย ปีที่ ๑๓ ฉบับที่ ๗๓ พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๕๐.
ขวัญชนก ลีลาวณิชไชย. “เรื่องเผ็ด ๆ ของพริก”. จดหมายข่าวประชาคมวิจัย ปีที่ ๑๓ ฉบับที่ ๗๓ พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๕๐.
ชื่นขวัญ บุญทวี. “พริกกะเหรี่ยง เผ็ดโหด เผ็ดหอม ของหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี”. ครัว ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๑๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๖.
ธนวัฒน์ อัมรามร. “พริก ผักกินผลร้อนแรงแห่งปี”. วารสารเคหการเกษตร ปีที่ ๓๐ ฉบับที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๙.
สัมพันธ์ คัมภิรานนท์. “พริก เรื่องเผ็ดร้อนที่น่ารู้”. Update ปีที่ ๑๘ ฉบับที่ ๑๙๑ สิงหาคม ๒๕๔๖.
David Floyd. The hot book of Chillies. New Holland Publishers (UK) Ltd.: London, 2006.
Tim Sullivan. “Fire in the hole!”. Bangkok Post August 5, 2007.

จักรพันธุ์ กังวาฬ

(ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์)

พริกเป็นส่วนประกอบสำคัญในสำรับอาหารไทยนับไม่ถ้วน ทั้งต้มยำ ผัดพริก ผัดเผ็ด แกงส้ม แกงกะทิ ฯลฯ จนเราอาจคิดว่าพริกเป็นพืชท้องถิ่นของไทย แต่ความจริงแล้วพริกมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ นักโบราณคดีค้นพบพริกในหลุมศพของชาวเปรูยุคก่อนประวัติศาสตร์ ราว ๖,๕๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช และคาดว่าชาวพื้นเมืองอเมริกาใต้เริ่มปลูกพริกเป็นพืชสวนครัวเมื่อราว ๖,๐๐๐ ปีก่อน พริกจึงเป็นเครื่องเทศที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

คนโบราณรู้จักรสเผ็ดของพริกได้อย่างไร ทำไมพวกเขาหันมากินพริก…ข้อสงสัยนี้อาจยังไม่มีคำตอบแน่ชัด

อย่างไรก็ตาม พริกและความเผ็ดร้อนที่น่าพิศวงของมันสามารถเดินทางจากถิ่นกำเนิด ผ่านระยะทางและกาลเวลาไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก…รวมถึงดินแดนประเทศไทย

ตอนสายของวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เราตามรอยความเผ็ดของพริกมาจนถึงอำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ชาวบ้านทั้งอำเภอต่างหลั่งไหลไปยังลานสนามกลางแจ้ง สถานที่จัด “งานวันพริกและของดีขามสะแกแสง” เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าที่นี่คือดินแดนแห่งการปลูกพริก

ในริ้วขบวนยาวเหยียดที่มุ่งมาตามถนน หัวขบวนคือกลุ่มคนสวมเสื้อแดงและสวมหมวกทรงพริกจำลองเป็นฝักสีแดงครอบหัว อีกทั้งรถขบวนแห่แต่ละคันยังใช้พริกแห้งสีแดงเม็ดใหญ่จำนวนมหาศาลประดับประดาเป็นลวดลายต่าง ๆ ทั้งที่ตัวรถและบนตัวหุ่นสัตว์หิมพานต์รูปร่างประหลาด

ราวสิบเอ็ดโมงเป็นช่วงเวลาการแข่งขันประกอบอาหารจากพริก ทันทีที่โฆษกบนเวทีให้สัญญาณเริ่มแข่ง แม่ครัวมือดีจากแต่ละตำบลที่ประจำตามโต๊ะเรียงรายเป็นแนวยาวหน้าเวทีก็เริ่มลงมือ ป้าคนหนึ่งโยนพริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดงในมือลงครกเพื่อตำส้มตำ เสียงเพลงแนวอิเล็กโทรแดนซ์แผดสนั่นจากตู้ลำโพงขนาดมหึมา ผสานกับเสียงสากกระทบครก

แม่ครัวแต่ละคนตำกันไม่ยั้ง วาดลวดลายกันเต็มที่ ช่างภาพสื่อมวลชนเดินเวียนวนถ่ายรูป คนที่ยืนมุงดูอดใจไม่ไหว ลากกันออกมาเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงที่คึกคักเร่งเร้าและหลอนเหมือนอยู่ในอวกาศ ฝรั่งกลุ่มใหญ่ที่มาเที่ยวงานออกมาร่วมเต้นปะปนในหมู่คนไทย เพลงยิ่งเร่งจังหวะร้อนแรง ทั้งฝรั่งทั้งไทยต่างโห่ร้องเกรียวและเต้นกันเมามันท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง แม่ครัวหน้าเยิ้มเหงื่อถือจานส้มตำก้าวออกมาจากโต๊ะเพื่อออกลีลาท่าเต้น มือข้างที่ถือสากควงสะบัดเป็นวงกลม จนน้ำส้มตำปลาร้าและเศษมะละกอที่ติดปลายสากปลิวว่อนร่วงใส่ฝูงชน

หากคนพื้นเมืองอเมริกาใต้ยุคโบราณผู้เป็นต้นตำรับการกินพริกได้มาเห็นภาพตรงหน้าเราขณะนี้ เขาจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร…หรือว่านี่คือภาพแทนของพิธีกรรมเฉลิมฉลองที่มนุษย์ได้สังเวยตัวเองให้แก่ความเผ็ดร้อนของพริกมายุคแล้วยุคเล่า

…เมื่อพริกที่เราเคี้ยวเริ่มออกฤทธิ์ในปาก เรารู้สึกถึงความเผ็ดร้อนลุกลามบริเวณลิ้น กระตุ้นให้น้ำลายท้นออกมา หากความเผ็ดร้อนยังทวีขึ้น ใบหน้าเราเริ่มแดง น้ำมูกไหล น้ำตาเอ่อคลอตา เหงื่อโซมตัว หรือบางครั้งเผ็ดจนกระทั่งลมออกหู ตาพร่า และรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด แต่น่าแปลกที่สุดท้ายเรากลับรู้สึกสุขสดชื่นทั้งที่ปากยังบวมเจ่อแสบร้อนจากการกินพริก

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าร่างกายของเราจะปลดปล่อยสารเอนดอร์ฟินออกมาต่อสู้กับความเจ็บปวดแสบร้อนที่ได้รับจากพริก สารเอนดอร์ฟินนี้ทำให้เรารู้สึกมีความสุขอย่างอ่อน ๆ เหตุนี้เองบรรดาผู้หลงใหลพริกจึงหวนกลับมาแสวงหาความเผ็ดครั้งแล้วครั้งเล่า

ปัจจุบันนี้พริกแพร่หลายกลายเป็นส่วนประกอบในอาหารของชนทุกชาติทุกภาษาทั่วโลกเพราะรสเผ็ดของมัน

ขบวนแห่ในพิธีเปิดงานช่วงเช้า จุดเด่นคือรถธิดาพริก นอกจากสาวงามแล้วยังมีการใช้พริกแห้งจำนวนมหาศาลประดับตกแต่งเป็นลวดลายบนตัวรถและหุ่นสัตว์หิมพานต์
(ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์)

น้ำพริกปลาร้าแจ่วบองใช้พริกสุดปักผุดโผล่เต็มกะละมังประกาศความเผ็ด
(ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง)

15.870032

100.992541


fire in the hole slang blade ballistic gel test | bco review |


bcoreview bco fireinthehole
Here is Hawks test of the Fireinthe hole slang blade broadhead out of his wicked ridge crossbow at 20 yards!
this was one head we were extremely excited to test out, and this really bummed us out, we all feel that the small spacer they use to hold the blades intact just isn’t the right steel or size to support that much force that is caused on impact on these huge blades
i will be calling him and checking in with our findings and see what he thinks of the results

HELP SUPPORT THE CHANNEL HERE:
1. Grab some QuikCamo and support the channel here:
https://quikcamo.com/?ref=BCOBOYS. CODE: BCOBOYS at checkout!
2. my personal Venmo link:
https://account.venmo.com/u/JakeSleasman
3. my personal paypal username:
@jakesleasmanbco
4. here is the link to the group to join below:
https://www.facebook.com/groups/2712988322298600

BLUE COLLAR SOCIAL MEDIA BELOW:
BLUE COLLAR OUTDOORS USA FACEBOOK PAGE:
https://www.facebook.com/bluecollaroutdoorsUSA/
BLUE COLLAR OUTDOORS USA INSTAGRAM:
https://www.instagram.com/blue_collar_outdoors.usa/
MY PERSONAL:
MY INSTAGRAM:
https://www.instagram.com/jake_sleasman_bco/?hl=en
MY BOOK OF FACE:
https://www.facebook.com/jake.sleasman
TEAM BCO PO BOX ADDRESS:
JAKE SLEASMAN
PO BOX 473
FALCONER NY 14733
GET SOME GOLD TIP ARROWS:
https://www.goldtip.com/Hunting.aspx
IF YOU’D LIKE TO SEND US BROADHEADS YOU’D LIKE US TO TEST THE INFORMATION ON HOW TO DO SO IS BELOW!!
PO BOX INFO:
WE HAVE BEEN RECEIVING OFFERS FROM Y’ALL TO SHIP US BROADHEADS TO BE TESTED ON THE CHANNEL, AS I CAN’T FIND THE WORDS TO SAY HOW MUCH THAT MEANS TO US I WENT AND GOT A PO BOX TODAY SO WE CAN MAKE THIS A REALITY!!
IF YOU’D LIKE TO SEND US A BROADHEAD(S) TO BE TESTED ON THE BROADHEAD TEST SERIES MAKE SURE TO SEND US A MESSAGE EITHER ON MY PERSONAL OR TEAM BCO’S FACEBOOK/INSTA WITH WHAT HEADS YOU’D LIKE TO SEND US AND WHAT TESTS YOU’D LIKE TO SEE THEM IN ON THE CHANNEL!!

deer hunting 2020 how to hunt tactacam best broadheads 2020
tactacam 5.0
hunt showdown duck gun chronicles freelance duck hunting mid valley mercenaries
upland tactacam fts affinity
facebook groups for business facebook group poster bcoboys make money with facebook groups facebook groups marketing facebook groups auto poster how to make money with facebook groups facebook marketing facebook groups poster stock fishing thue hunting public
bco review
bco hunts upland stock bco hunts blue collar outdoors bco review

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

fire in the hole slang blade ballistic gel test | bco review |

Hazel Dickens – Fire in the hole


\”You can tell them in the country, tell them in the town
Miners down in Mingo laid their shovels down
we won’t pull another pillar, load another ton
or lift another finger until the union we have won
Stand up boys, let the bosses know
Turn your buckets over, turn your lanterns low
There’s fire in our hearts and fire in our soul
but there ain’t gonna be no fire in the hole
Daddy died a miner and grandpa he did too,
I’ll bet this coal will kill me before my working days is through
And a hole this dark and dirty an early grave I find
And I plan to make a union for the ones I leave behind
Stand up boys, let the bosses know
Turn you buckets over, turn your lanterns low
There’s fire in our hearts and fire in our soul
but there ain’t gonna be no fire in the hole
There ain’t gonna be no fire in the hole\”

Hazel Dickens - Fire in the hole

Fire In The Hole • U.S. Army Live-Fire EOD Training


U.S. Army Soldiers with Battle Group Poland conduct livefire demolition training on May 11, 2017 at Bemowo Piskie Training Area, Poland, to reinforce their ability to use demolition in a safe and effective manner on the battlefield. Each explosion taught the soldiers different charges they can use for destroying caches, demolishing a bridge, creating craters and obstacles with explosives.
Film Credits: Video clips courtesy of Sgt. Ethan Pratt, Battle Group Poland’s Engineering Squadron

Fire In The Hole • U.S. Army Live-Fire EOD Training

#สล็อตNolimit : Fire In The Hole xBomb ไม่ได้มาเล่นๆ!!


สอบถามที่ https://line.me/ti/p/%40kxd5235c
เป็นกำลังใจให้ช่องหนูทีนะคะพี่ๆ เว็บตรงสล็อต

สล็อตพีพี
สล็อตพีจี
Slot
PGSlot
REDTIGER
คาสิโน
เกมส์สล็อต
เกมสล็อต
สล็อตแตกดี2021
SLOTRT
สล็อตออนไลน์
เว็บสล็อต
เครดิตฟรี
ทดลองเล่น
เกมสล็อตออนไลน์
เว็บรวมเกมสล็อต
สล็อตทุกค่ายในเว็บเดียว
l]Hv9
สล็อตBPG
แจ็คพ็อต
โบนัส

#สล็อตNolimit : Fire In The Hole xBomb  ไม่ได้มาเล่นๆ!!

Fire In The Hole➸ที่มาของคำว่าระเบิดถังขี้


รับชมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น​นะไอ้หน้าหมี
🔞 อายุต่ำกว่า18ปีดูอย่างเดียวห้ามเล่นเว้ยเฮ้ย
ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ
Facebook ► https://www.facebook.com/pzbggame
(เพจของแท้ผู้ติดตาม 2 หมื่น+ จร้า)
แต่ถ้าอยากเสี่ยง➸ https://bit.ly/2WlSV3C

Fire In The Hole➸ที่มาของคำว่าระเบิดถังขี้

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ fire in the hole แปลว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published.