Home » [Update] Infinitive คืออะไร มีการใช้อย่างไร | gerund as subject คือ – NATAVIGUIDES

[Update] Infinitive คืออะไร มีการใช้อย่างไร | gerund as subject คือ – NATAVIGUIDES

gerund as subject คือ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้เรื่อง infinitive กัน โดยชิววี่จะตอบข้อสงสัยของหลายๆคนว่า infinitive คืออะไร มีวิธีใช้ยังไง รวมไปถึงรายละเอียดการใช้ของ infinitive แต่ละแบบ ทั้ง infinitive with to และ without to

เอาล่ะ ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

Infinitive คืออะไร

Infinitive คือ verb ช่อง 1 (เช่น go, come, eat) ที่ใช้หลัง to หรือ verb อื่นๆ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่น

I want to stay home.
ฉันอยากอยู่บ้าน
(คำว่า stay เป็น infinitive)

I can swim.
ฉันว่ายน้ำเป็น
(คำว่า swim เป็น infinitive)

หรืออธิบายอีกแบบหนึ่งก็คือ ในภาษาอังกฤษจะมีเงื่อนไขว่า verb ที่ตามหลัง to, ตามหลัง modal verb (เช่น can, could, may, might) หรือตามหลัง verb ทั่วไปบางตัว จะต้องเป็น verb ช่อง 1 ซึ่งเราจะเรียก verb ช่อง 1 นี้ว่า infinitive นั่นเอง

รูปแบบของ infinitive

หลักๆแล้ว เราจะแบ่ง infinitive ได้เป็น 2 แบบ คือ

1. Infinitive with to (หรือ to-infinitive)

คือ infinitive ที่ตามหลัง to อย่างเช่น

We come to celebrate.
พวกเรามาเพื่อฉลอง

Anne called to ask me about math yesterday.
แอนโทรมาถามฉันเรื่องคณิตศาสตร์เมื่อวานนี้

2. Infinitive without to (หรือ zero infinitive)

คือ infinitive ที่ไม่ได้ตามหลัง to อย่างเช่น

Joe can dance very well.
โจสามารถเต้นได้เก่งมาก

My cat always makes me smile.
แมวของฉันมักจะทำให้ฉันยิ้มเสมอ

หลักการใช้ infinitive with to

Infinitive with to (หรือ to-infinitive) ซึ่งก็คือ infinitive ที่ตามหลัง to จะมีหลักการใช้ดังนี้

1. ใช้ infinitive with to ได้กับ verb บางตัวเท่านั้น

เราจะใช้ infinitive with to ได้หรือไม่ verb ข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนด ซึ่งเราสามารถใช้ infinitive with to ได้กับ verb บางตัวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

I want to be a teacher.
ฉันอยากเป็นครู
(คำว่า want ใช้กับ infinitive with to ได้)

I enjoy swimming.
ฉันสนุกกับการว่ายน้ำ
(คำว่า enjoy ใช้กับ infinitive with to ไม่ได้ เราจะไม่ใช้ I enjoy to swim. แต่จะต้องใช้ verb รูป -ing หรือที่เรียกว่า gerund แทน)

ตัวอย่าง verb ที่ใช้กับ infinitive with to ได้

Verb ที่ใช้กับ to-infinitive ได้ความหมายตัวอย่างประโยคAdviseแนะนำMy father advised me to leave the company.
พ่อฉันได้แนะนำให้ฉันลาออกจากบริษัทAgreeตกลง, เห็นด้วยI agree to pay you 500 baht.
ฉันตกลงที่จะจ่ายเงินคุณ 500 บาทAimเล็ง, ตั้งเป้าMy kid aims to be a doctor.
ลูกฉันตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นหมอArrangeจัดเตรียม, จัดการBuyers can arrange to have their vehicles delivered to their homes.
ผู้ซื้อสามารถจัดการให้รถที่ซื้อถูกส่งไปที่บ้านได้Askถาม, ชวนTim asked me to go to the movies with him.
ทิมได้ชวนฉันไปดูหนังด้วยกันกับเขาBeginเริ่มThe prince begins to fall in love with the little mermaid.
เจ้าชายเริ่มตกหลุมรักในตัวนางเงือกน้อยChooseเลือกI choose to stay home.
ฉันเลือกที่จะอยู่บ้านClaimอ้าง, เรียกร้องHe claimed to be a police officer.
เขาอ้างว่าเป็นตำรวจContinueดำเนินต่อไปWe will continue to say what we believe.
พวกเราจะพูดในสิ่งที่พวกเราเชื่อต่อไปDecideตัดสินใจAnne decided to go to the gym.
แอนได้ตัดสินใจว่าจะไปยิมDemandต้องการ, เรียกร้องI demand to see the manager.
ฉันขอเจอผู้จัดการExpectคาดว่าThey didn’t expect to see me.
พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าจะเจอฉันFailล้มเหลวMy friend failed to win the prize last year.
เพื่อนฉันล้มเหลวในการเอาชนะรางวัลเมื่อปีที่แล้วForgetลืมI forgot to lock my car.
ฉันลืมล็อครถHateเกลียดEveryone hates to wake up early in the morning.
ทุกคนเกลียดการตื่นเช้าHelpช่วยShe had helped to prepare the party.
เธอได้ช่วยเตรียมงานปาร์ตี้HopeหวังI hope to travel to France next year.
ฉันหวังว่าจะได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศสปีหน้าIntendตั้งใจMy family intends to go to Japan next month.
ครอบครัวของฉันตั้งใจว่าจะไปญี่ปุ่นในเดือนถัดไปInviteเชิญThey invited me to have dinner with them.
พวกเขาได้ชวนฉันไปกินอาหารมื้อเย็นด้วยกันLearnเรียนรู้Linda learned to dance when she was 8.
ลินดาได้เรียนเต้นเมื่อเธออายุ 8 ขวบLikeชอบMy cat likes to sit on my laptop.
แมวของฉันชอบมานั่งบนโน้ตบุ๊คLongปรารถนาJohn longs to see her again.
จอห์นปรารถนาที่จะได้เจอเธออีกครั้งLoveรักI love to dance.
ฉันรักที่จะเต้นManageจัดการAt least we managed to finish the project on time.
อย่างน้อยพวกเราก็จัดการโปรเจคให้เสร็จตรงเวลาได้Meanหมายความว่า, มุ่งหมายI didn’t mean to be late.
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาสายนะNeedต้องการ, ต้องHe needs to be more careful.
เขาต้องระมัดระวังมากกว่านี้OfferเสนอMy uncle offered to take me to the zoo.
ลุงของฉันเสนอตัวว่าจะพาฉันไปสวนสัตว์PlanวางแผนThe thieves planned to rob the shop at midnight.
พวกโจรได้วางแผนจะปล้นร้านค้าตอนเที่ยงคืนPreferชอบมากกว่าSome people prefer to use Android phones.
บางคนชอบใช้มือถือแอนดรอย์มากกว่าPrepareเตรียมMany students are preparing to take the IELTS to study abroad.
นักเรียนหลายคนกำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะสอบ IELTS เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศPretendเสแสร้ง, แกล้งทำHe pretended to forget what he had promised you.
เขาแกล้งลืมในสิ่งที่ได้สัญญากับคุณไปPromiseสัญญาI promise to do all I can to help.
ฉันสัญญาว่าจะทำทุกอย่างที่สามารถช่วยได้ProposeเสนอThe government proposes to change the environment policy.
รัฐบาลเสนอที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมRefuseปฏิเสธWe refuse to leave.
พวกเราปฏิเสธที่จะไปจากที่นี่RememberจำDid you remember to lock the door?
คุณได้ล็อคประตูรึเปล่าTellบอกMy teacher told me to be quiet.
ครูฉันบอกให้ฉันเงียบThreatenขู่Trump threatened to ban TikTok in the U.S.
ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะแบนติ๊กต็อกในสหรัฐอเมริกาTryลอง, พยายามI am trying not to cry.
ฉันกำลังพยายามที่จะไม่ร้องไห้WantอยากAdam wants to be a teacher.
อดัมอยากเป็นครูWishปรารถนาI wish to speak to Mr. Fernandes, please.
ฉันขอคุยกับคุณเฟอร์นันเดสหน่อยได้มั้ยครับ/คะ

ทั้งนี้ verb เหล่านี้บางคำก็สามารถใช้ infinitive แบบมี to หรือไม่มีก็ได้ อย่างเช่นคำว่า help เราจะใช้ได้ทั้ง I helped to fix the radio. และ I helped fix the radio.

และ verb บางคำก็ใช้ได้กับทั้ง infinitive with to และ verb รูป -ing (gerund) เช่นคำว่า continue เราสามารถใช้ได้ทั้ง I continued to walk. และ I continued walking.

แต่ก็มี verb บางคำที่ถึงแม้จะใช้ได้กับทั้ง infinitive with to และ verb รูป -ing (gerund) แต่ความหมายที่ได้นั้นจะต่างกัน เช่นคำว่า stop

  • ถ้าเป็น I stopped smoking the cigarettes. จะแปลว่า ฉันหยุดสูบบุหรี่
  • แต่ถ้าเป็น I stopped to smoke the cigarettes. จะแปลว่า ฉันหยุดเพื่อที่จะสูบบุหรี่ (หยุดทำในสิ่งที่กำลังทำอยู่ เพื่อที่จะสูบบุหรี่)

2. ใช้ infinitive with to ตามหลัง noun หรือ pronoun

ในบางประโยค เราสามารถแทรก noun หรือ pronoun (คำสรรพนาม) เป็นกรรมไว้ระหว่าง verb และ infinitive with to ได้ ยกตัวอย่างเช่น

We need a place to stay.
พวกเราต้องการที่อาศัย

I don’t have anything to eat.
ฉันไม่มีอะไรกินเลย

3. ใช้ infinitive with to ตามหลัง adjective

เราสามารถใช้ infinitive with to ตามหลัง adjective ได้ด้วย โดยจะใช้โครงสร้าง “verb to be + adjective + infinitive with to” อย่างเช่น

It is good to talk to you.
มันก็ดีนะที่ได้คุยกับคุณ

I am happy to be with you
ฉันมีความสุขนะที่ได้อยู่กับคุณ

See also  [Update] PANTIP.COM : K3133810 *^^* อยากให้หนังสือเล่มไหนได้รับการแปลเป็นภาษาไทยบ้าง *^^*{แตกประเด็นจาก K3118453} [หนังสือแนะนำ] | perfection แปลว่า - NATAVIGUIDES

4. ใช้ infinitive with to กับ adverb

เรามักจะใช้ infinitive with to กับ adverb บางคำ อย่างเช่น too ซึ่ง too + adjective จะแปลว่า “…เกินไป” เช่น too heavy หนักเกินไป, too good ดีเกินไป

These books are too heavy to carry.
หนังสือเหล่านี้มันหนักเกินไปที่จะแบกได้

It is too expensive to live in London.
มันแพงเกินไปที่จะอยู่ในลอนดอน

หรือใช้กับ adverb คำว่า enough ซึ่งแปลว่า “มากพอ, เพียงพอ”

We have enough food to eat.
พวกเรามีอาหารเพียงพอที่จะกิน

My kid is old enough to find a job.
ลูกฉันอายุมากพอที่จะหางานได้แล้ว

5. ใช้ infinitive with to ตามหลัง question word

เราสามารถใช้ question word อย่างเช่น what, who, where, when, how กับ infinitive with to ได้ อย่างเช่น

I don’t know what to do.
ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอะไร

Can you teach me how to cook?
คุณสอนวิธีทำอาหารให้ฉันหน่อยได้มั้ย

6. ใช้ infinitive with to ขึ้นต้นประโยค

เรายังสามารถใช้ infinitive with to ขึ้นต้นประโยคได้อีกด้วย โดยมักจะใช้ในการเล่นคำ หรือในภาษาทางการ อย่างเช่น

To love is to give.
การรักก็คือการให้

To be successful, you need ambition.
การจะประสบความสำเร็จได้ คุณต้องมีความทะเยอทะยาน

หลักการใช้ infinitive without to

Infinitive without to (หรือ zero infinitive) ซึ่งก็คือ infinitive ที่ไม่ได้ตามหลัง to จะมีหลักการใช้ดังนี้

1. ใช้ infinitive without to หลัง modal verb

Modal verb ก็อย่างเช่นคำว่า can, could, may, might, will, would, shall, should ซึ่งคำเหล่านี้จะต้องตามด้วย verb รูปปกติ ซึ่งก็คือ infinitive without to นั่นเอง อย่างเช่น

I will call you later.
ฉันจะโทรหาคุณในภายหลัง

You should finish your homework today.
คุณควรทำการบ้านให้เสร็จในวันนี้

2. ใช้ infinitive without to หลัง verb of perception

Verb of perception หรือคำกริยาที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ ก็อย่างเช่นคำว่า see, hear, feel, smell, taste ซึ่งคำเหล่านี้จะต้องใช้กับ infinitive without to อย่างเช่น

I saw him walk with Anne.
ฉันเห็นเขาเดินอยู่กับแอน

Jo heard the car honk.
โจได้ยินเสียงรถบีบแตร

3. ใช้ infinitive without to กับคำว่า make และ let

เราจะใช้ infinitive without to กับคำว่า make และ let อย่างเช่น

He made my kid cry.
เขาทำลูกฉันร้องไห้

My friends let me stay with them this week.
เพื่อนๆฉันให้ฉันอาศัยอยู่ด้วยในอาทิตย์นี้

4. ใช้ infinitive without to หลังคำว่า why

เราสามารถใช้ infinitive without to ตามหลังคำว่า why ซึ่งมักจะใช้ในภาษาพูด อย่างเช่น

Why ask me about Tim?
ทำไมถึงถามเรื่องทิมกับฉันล่ะ

Why look at me like that?
ทำไมมองฉันอย่างงั้นล่ะ

จบแล้วนะครับกับนิยามและการใช้ infinitive ทีนี้เพื่อนๆก็คงจะเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้ถูกต้องมากขึ้นแล้วนะ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time

[Update] การจำแนกส่วนต่าง ๆ ของประโยค ตามลักษณะหน้าที่ | gerund as subject คือ – NATAVIGUIDES

         หากจะพิจารณาโครงสร้างของประโยคตามหน้าที่ (function) ของคำประเภทต่าง ๆ ว่าทำหน้าที่อะไรในประโยคแล้ว โครงสร้างของประโยคจะประกอบด้วยส่วนที่สำคัญที่สุด 3 ส่วนคือ ประธาน (Subject), กริยา (Verb) และส่วนเติมให้สมบูรณ์ (Complement)

ส่วนขยาย (modifiers) เช่น (adjectives, adverbs) และคำเชื่อม (connectives) เช่น prepositions, conjunctions, และอื่นๆ มีหน้าที่ช่วยเพิ่มเติมสนับสนุนที่สำคัญที่สุด โดยที่ modifiers มีหน้าที่ช่วยให้มีความหมายมากขึ้น หรือชัดเจนยิ่งขึ้น และ connectives มีหน้าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ ของประโยค เพื่อให้ประโยคเหล่านั้นมีความต่อเนื่องราบรื่น ไม่สะดุด

1. Subject

คือคำ หรือกลุ่มคำที่อาจเป็นบุคคล สิ่งของ สถานที่ หรือสภาวะทางนามธรรม ซึ่งเป็นผู้แสดงออกในประโยค ส่วนใหญ่ subjects ที่เป็นประเภทคำโดด (single words) มักจะเป็นคำประเภท nouns และ pronouns เสมอ เช่น

The Principal called the meeting at 2 o’clock.

He wanted every staff member to attend the meeting.

Verbals (คำคล้าย verbs) เช่น gerund และ infinitive ก็อาจเป็น subject ได้

Jogging is good exercise. (gerund)

To run is more tiring than to walk. (infinitive)

The demonstrative, interrogative และ indefinite pronouns เป็น subjects ได้

That is going to be a difficult task. (demonstrative)

What are your plans for doing it? (interrogative)

Everyone is ready to work with you. (indefinite)

Phrase ที่ทำหน้าที่เหมือน noun เป็น subject ของ sentence ได้

Winning the prize is the thing he is so proud of.

To make this report as comprehensive as possible is our main objective.

Dependent clause ทั้ง clause ก็ทำหน้าที่เป็น subject ได้

Whoever works in the headquarter will be able to supply the information you need.

Whether the report has been approved or not will determine our action.

 

2. Verb 

คือคำที่ใช้แสดงการกระทำของ subject (active verb) หรือการถูกกระทำ (passive verb) และอาจเป็นคำที่แสดงให้รู้จัก subject ซึ่งเรียกกันว่า linking verb ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการกระทำหรือการถูกกระทำแต่อย่างใดก็ได้ เช่น He appears happy. She looks cheerful. ในประโยคหนึ่ง ๆ จะมี verb เสมอเมื่อพูดถึง verb จะต้องนึกถึงตัวกำหนดรูปแบบของ verb 5 กรณีดังต่อไปนี้คือ

– พจน์ (number) – กาล (tense) – การก (voice)

– บุคคล (person)) – มาลา (mood)

ตัวกำหนดทั้ง 5 กรณีนี้จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของ verb ซึ่งอาจเปลี่ยนที่รูปแบบของ verb หรือใช้ auxiliary verbs เหล่านี้ช่วย เช่น be, have, can, may, might, shall, will, should, would, could, must, do

 

Verbs เปลี่ยนแปลงไปตามตัวกำหนดดังนี้

 

2.1 Number กำหนดให้ verb นั้นเป็น singular หรือ plural verb ก็จะต้องเปลี่ยนไปตามนั้น

2.2 Person กำหนดให้ verb เปลี่ยนไปตาม person 3 อย่างคือ บุรุษที่ 1 first person (I), บุรุษที่ 2 second person (you) หรือ บุรุษที่ 3 third person (he, it, they)

2.3 Tense กำหนดให้ verb เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามเวลาที่เกิดเหตุการณ์แล้วแต่จะเป็น past, present หรือ future

2.4 Mood กำหนดให้ verb เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของประโยค หรือข้อความที่พูดแล้วแต่ว่าจะเป็นบอกเล่า หรือถาม (indicative mood) ออกคำสั่ง หรือขอร้อง (imperative mood) หรือลักษณะประโยคเป็นแบบเงื่อนไข หรือการสมมุติ (subjunctive mood)

2.5 Voice กำหนดให้ verb เปลี่ยนไปตามลักษณะที่ว่า subject เป็นผู้กระทำต่อ verb (active voice) หรือเป็นผู้ถูกกระทำ (passive voice)

The technician completed the video recording yesterday. (active voice)

Fund-raising activities were organized to help the orphans. (passive voice)

 

Verbs เมื่อพิจารณาตามการกระทำว่า Verb นั้นแสดงการกระทำอะไรหรือไม่ หรือเพียงแต่มาเชื่อมกับประธานเฉย ๆ จะแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ Transitive verb คือ verb ที่ต้องมีกรรมมารับ เช่น eat, Intransitive verb คือ verb ที่ไม่ต้องมีกรรมมารับ เช่น sleep และ Linking verb ซึ่งมาเชื่อมกับ subject เช่น seem, appear, feel

 

 

 

3. Complement

Complement คือ คำหรือกลุ่มคำที่ตามหลังกริยา และทำให้ประโยคมีความหมายสมบูรณ์ complement อาจเป็น

3.1 กรรมตรง (Direct object)

He bought a beautiful present for his wife.

We are trying to find a solution to this problem.

3.2 กรรมรอง (Indirect object)

He gave a beautiful present to his wife.

3.3 Predicate nominative ได้แก่ predicate noun, predicate complement และ subjective complement ซึ่งก็คือ predicate nominative นั่นเอง Predicate nominative จะตามหลัง linking verbs และทำหน้าที่เป็น subject ในชื่อใหม่

See also  อายุน้อยร้อยล้าน | EP.140 | COFFEE WITH CEO HTC ธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม | ธุรกิจเครื่องดื่ม | Nataviguides

คำที่ทำหน้าที่ predicate nominative เป็นได้ทั้ง noun, pronoun, verbal phrase, หรือ clause

หมายเหตุ: คำว่า predicate แปลง่าย ๆ ก็คือ ภาคแสดงนั่นเอง เช่น He is running แยกเป็น

He = subject และ predicate ก็คือ is running

Noun: He is chairman of the Board of Directors.

Pronoun: They thought the winner was he.

Gerund: My favorite exercise is doing aerobics.

Infinitive phrase: The purpose of this seminar is to find new ways and means to deal with our company’s productivity problem.

Noun Clause: The group leader should be whoever is best qualified.

3.4 Predicate adjective คือ adjective ที่เป็นภาค predicate ของประโยคและขยาย noun หรือ pronoun ที่เป็น subject Predicate adjective จะต้องอยู่หลัง linking verb เสมอ

The flower smell sweet.

He seemed depressed after his wife’s death.

He appears enthusiastic about the subject.

 

 

4. Modifiers (adjectives, adverbs)

อาจเป็น single words, phrases หรือ clauses ก็ได้

Modifiers มีหน้าที่อธิบาย หรือช่วยให้ความหมายของคำต่าง ๆ ในประโยคชัดเจนขึ้น และ Modifiers อาจทำให้ความหมายของประโยคกำกวมถ้าวางไม่ถูกตำแหน่ง

4.1 Adjectives คือคำที่ใช้ขยายหรือจำกัดความหมายของ noun หรือ pronoun ให้ชัดเจนขึ้น

The new employee has been assigned the difficult task of analyzing the statistical reports on income tax.

Somchai was very disappointed; he failed completely in that fierce competition.

4.2 Adverbs คือคำที่ใช้ขยาย verbs, verbals, adjectives หรือ adverbs อื่น ๆ หรืออีกนัยหนึ่ง adverbs คือคำที่ตอบคำถามคำที่ขึ้นต้นด้วย where, how, how much, when, why เช่น

We will organize the party here.

She walks very fast.

Spending money unwisely, he ran out of his allowance.

Submit your report as soon as it is completed.

She went downtown to buy a new piece of jewellery.

5. Connectives

      Connectives มีหน้าที่เชื่อมส่วนของประโยค เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนที่เชื่อมนั้น conjunctions และ prepositions ถือเป็น connectives ที่สำคัญที่สุดลักษณะสำคัญของ connectives มีดังนี้

  5.1 เชื่อมส่วนของประโยค หรือ clause ที่มีฐานะเท่ากัน ได้แก่ coordinate conjunctions, correlative conjunctions, และ conjunctive adverbs. connectives เหล่านี้ปรากฎอยู่ใน compound sentence . Coordinate conjunctions Connectives ประเภทนี้ใช้มากที่สุด จะใช้เชื่อมส่วนของประโยคที่มีฐานะหรือความสำคัญเท่ากันทางไวยากรณ์ คือ words กับ words, phrases กับ phrases, independent clauses กับ independent clauses คำเหล่านี้ที่ใช้มาก ได้แก่ and, but, or, nor, for, yet    เช่น I go to school, but my sister stays at home.  Correlative conjunctions Connectives ประเภทนี้จะเป็นคำคู่ ใช้เชื่อมส่วนของประโยคที่มีฐานะเท่ากันเหมือน coordinate conjunctions แต่คำที่ใช้เป็นคู่นั้นจะต้องตามด้วยคำชนิดเดียวกัน ตัวอย่าง connectives ประเภทนี้ได้แก่ either…or, neither…nor, not only…but also, both…and  เช่น Either he leaves or I will.

Conjunctive adverbs ประเภทนี้ใช้เชื่อม independent clauses ด้วยกันเพื่อแสดงความสัมพันธ์อย่างไรก็ดีถึงแม้ clauses ที่ถูกเชื่อมจะเป็น independent clauses แต่ก็เป็น independent ในเชิงไวยากรณ์เท่านั้น ในแง่ความหมายที่สมบูรณ์จริง ๆ แล้วยังไม่สมบูรณ์ หากยังต้องอาศัย clause ที่มาก่อนจึงจะสมบูรณ์อย่างแท้จริง Conjunctive adverbs ที่ใช้มากคือ therefore, however, consequently, accordingly, subsequently, furthermore, moreover, nevertheless เช่น This task is very difficult; therefore, we need all of us to co-operate.

  5.2 เชื่อมส่วนของประโยคที่มีฐานะไม่เท่ากัน ได้แก่ subordinate conjunctions, relative pronouns, และ relative adverbs. connectives เหล่านี้จะปรากฏอยู่ใน complex sentence Subordinate conjunctions Connectives ประเภทนี้ใช้นำ dependent adverb clauses และเชื่อม independent clauses คำเหล่านี้ที่ใช้มาก ได้แก่ before, since, after, as, because, if, unless, until, although เช่น Although Sompong works very hard, his boss seems to be displeased with his performance.

     5.3 Prepositions  คือคำที่ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง verbs กับ noun ซึ่งเป็น object ของ preposition นั้น และช่วยทำให้ความหมายของ verbs ที่ถูกเชื่อมเปลี่ยนไปจากเดิมได้ เช่น to, of, by, from, between, in, over, under, for เช่น The cat is under the table.

 

6. Verbals

Verbals เป็นคำที่สร้างจาก verbs แต่ไม่มีฐานะเป็น verbs, verbals มี 3 ชนิดคือ infinitive, participle และ gerund

6.1 Infinitives (to go, to run, to see, etc.)  Infinitives ทำหน้าที่เหมือน noun, adjective หรือ adverb ได้

I like to dance. (noun)

A book to read is what the child wants. (adjective)

They went to play basketball. (adverb)

6.2 Participle  มี 3 ชนิดคือ present participle (reading, printing, feeling, etc.), past participle (written, typed, built, etc.) และ perfect participle (having written, having typed, having built, etc.)

Participle ทำหน้าที่อย่างเดียวคือเป็น adjective เท่านั้น คือขยายคำนามที่เป็นประธานของประโยค

Going to the basement, John slipped. (adjective)

Typed and signed, the letter was mailed today. (adjective)

Having seen the accident, she called the police. (adjective)

6.3 Gerund (swimming, running breaking, etc.)  โดยทั่วไปทำหน้าที่เป็น noun

David enjoys playing games on the internet. (noun) ทำหน้าที่กรรมตามหลังคำกริยา enjoy

Share this:

Like this:

ถูกใจ

กำลังโหลด…


What is a GERUND? 😣 Confusing English Grammar


WHAT is a gerund? In this lesson, I’ll help you to understand this confusing part of English grammar! Later, watch this video to find out the 10 most COMMON MISTAKES that English learners make! 👉https://youtu.be/soN1qPcSDVo
So, to answer the question, a GERUND is a verb that is used as a noun! A noun that looks like a verb!
LOOKING can be a verb and a noun. Confusing, right? The noun looks exactly like the continuous form of the verb.
So, to recognise a gerund, you need to pay attention to HOW it’s used in a sentence. And I’ll teach you how in this lesson.
mmmEnglish EnglishGrammar EnglishGrammarTips EnglishTeacher YouTubeTeacher
Read the full transcript of this lesson on my blog here: https://www.mmmenglish.com/2018/10/25/whatisagerundconfusingenglishgrammar/
English Language Tools I recommend!
⭐️Improve your English pronunciation and expression by imitating a native English speaker: https://www.mmmenglish.com/imitation
⭐️Try Grammarly Grammar Checker it’s FREE! https://www.grammarly.com/mmmenglish
⭐️English Listening practice Try Audible for FREE! http://www.audibletrial.com/mmmEnglish
Find mmmEnglish here:
mmmEnglish Website: http://bit.ly/mmmEnglish
On Facebook: http://bit.ly/mmmEnglishFB
On Instagram: http://bit.ly/mmmEnglishInsta
Ladies Facebook Group http://bit.ly/LadiesLoveEnglish
TweetMe on Twitter: http://bit.ly/TweetMmmEnglish
Subscribe on YouTube: https://www.youtube.com/channel/UCrRi…
TRANSLATE THIS VIDEO!
Do your friends a favour and help to translate this lesson into your native language! Contribute subtitles translations here:
http://www.youtube.com/timedtext_video?ref=share\u0026v=ZWhtHcKaNNg
Your name will be featured underneath the video 😝

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

What is a GERUND? 😣 Confusing English Grammar

วิชาภาษาอังกฤษ ม. 5 | Gerunds คืออะไร


Gerund วิชาภาษาอังกฤษ
Gerund คือคำกริยา(verb) ที่เติม ing (Ving) เป็นกริยาไม่แท้ใช้ทำหน้าที่เป็นคำนาม การใช้ Gerund สามารถใช้ทำหน้าที่เป็นได้ทั้งประธาน(Subject) กรรม(Object) และ ส่วนเสริม(Complement)ของประโยค คือเราสามารถใช้ Gerund วางไว้ได้ทั้งหน้าประโยค กลางประโยค และท้ายประโยค ตามหน้าที่ของมันนั่นเองค่ะ Gerund ได้ชื่อว่าเป็น กริยานามหรืออาการนาม(Verbal Noun) เนื่องจากตัวมันแม้จะใช้เป็นคำนามแต่มันก็แสดงออกถึงอาการกริยาไปในตั

ถ้าชอบคลิปลองโหลดมาทดลองเรียนกันได้เลย แต่ถ้าอยากดูทุกคลิปกดสมัครได้เลยราคาไม่แพง แถมมีชีทสรุปกับแบบฝึกหัดครบ 7 วิชาด้วยนะ
📲ดาวน์โหลด : https://bit.ly/YTdownloadstartdee

วิชาภาษาอังกฤษ ม. 5 | Gerunds คืออะไร

English Grammar: Gerunds 2 – gerund as subject


Tutorial about gerunds as subjects.

English Grammar: Gerunds 2 - gerund as subject

Gerund as a subject | English Speaking Basics | Awabe


Awabe Learn English Communication
➤ Subscribe to Youtube channel: https://www.youtube.com/channel/UCWvET5QmCxteX1MPjFKLRAw?sub_confirmation=1
➤ Facebook: https://www.facebook.com/awabestudio/
➤ Website: http://awabelang.com/
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
Learn English Communication App of Awabe:
➤ Get it on Google play: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.eaglecs.learningenglish\u0026hl=vi
➤ Available on the App store: https://apps.apple.com/us/app/awabeenglishcommunication/id1500715583
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
English speaking basics: Gerund as a subject
➤ Share to memorize and learn !!

Gerund as a subject | English Speaking Basics | Awabe

Gerund phrases in English Grammar || Different uses of gerund phrases


Hello learners!
In this lesson, we will learn what a gerund phrase is.
Before you understand what is a gerund phrase, let us understand what is a gerund in English.
What is a gerund?
A gerund is an \”ING form of a verb(progressive form) that works as a noun in a sentence.
Let’s take some examples and understand it.
1. Smoking kills you.
\”Smoking\” is a gerund here. If you ask the question \”What kills you?\”, You will get your gerund smoking. It’s not working as a verb. Nobody is smoking; we are talking about something. In the name of something is always a noun.
2. I love teaching.
You always love something or somebody . Like you love a person, movie, a country, a phone, or anything. So \”teaching\” is the thing that I love.
What do I love? Teaching. So teaching is a gerund here that’s working as the subject of the sentence.
Now let us understand what is a gerund phrase.
A gerund phrase is a phrase a group of words that doesn’t contain the subject verb combination that works as a noun in a sentence.
Parts of a gerund phrase?
1. Gerund
2. Object
2.1 Direct object
2.2 Object of the preposition
3. Modifiers

Functions if a gerund phrase.
A gerund phrase functions as the following in a sentence:
1. Subject of the sentence
2. Object of the sentence
2.1 Direct object
2.2 Object of the preposition
3. Subject complement
Let us take examples and understand this. Let’s take some examples of gerund phrases as the subject of sentence.
1. (Talking to my best friend) makes me happy.
2. (Making mistakes) is a part of learning.
3. (Marrying a Japanese girl) is his dream.

Examples of gerund phrases as the direct object of a sentence.
1. I hate (speaking loudly in a public place).
2. My father loves (making people laugh).

Examples of gerund phrases as the object of the preposition in a sentence.
1. Max is thinking about (starting a business).
2. Never be scared of (making mistakes).

Sometimes, people her confused between a participle phrase and a gerund phrase. Don’t mistake a gerund phrase for a particular phrase.
A participle phrase starting with the present participle ING form of a verb, works as an adjective in a sentence. It modifies a noun. On the other hand, Azhar unfreeze works as a noun in a sentence.
Eating loudly is a bad habit.
The guy eating loudly is my neighbor.

========================================================
Why are you learning English?
In crux, English has become a vital language for all of us. Then what is the right way to learn it, how do we get better at it, how do we learn it?
My goal is to teach you English, to make it simple for you, to make it interesting for you. And this is what I have been doing and will continue to do. All the grammar topics have been and will be done on a thorough research. I try to make all these concepts little more interesting so that we don’t get bored watching the videos. Whatever I teach is always backed by proper explanation and rationale. If you are someone that really wants learn English, join me in my mission. I’ll be the helping hand for you guys.
==============OTHER VIDEOS ON CHANNEL================
►Learn Tenses In English
https://www.youtube.com/watch?v=rHrBDbZztBI\u0026list=PL4eUJyO53lALoauxAz9GPkf5VWfa9pedi
►Parts Of Speech
https://www.youtube.com/watch?v=FYs5HinM7JI\u0026list=PL4eUJyO53lALfKPjGwQj9WLnYAyw9qXAT
►Pronoun and It’s Tpyes
https://www.youtube.com/playlist?list=PL4eUJyO53lAI5CuHAMV1weHugHyXCIN_
►Verbs
https://www.youtube.com/watch?v=ZJOI5_08N5k\u0026list=PL4eUJyO53lAJZuN3apkuM9mmqiHFIxex3
►Auxiliary Verbs
https://www.youtube.com/watch?v=ZF3PprjztRo\u0026list=PL4eUJyO53lAJLJ7DQlQgoV1FYdqdmYUbi
►Phrase Playlist
https://www.youtube.com/watch?v=Gh3gpRJI1GE\u0026list=PL4eUJyO53lAIKDNjIoSH9wS4Qjvkqatz
==================================================
Share, Support, Subscribe!!!
►Facebook: https://www.facebook.com/EngwithAsh/
►Facebook Myself: http://bit.ly/2lJJXuV
►Instagram: https://www.instagram.com/engwithash/

Gerund phrases in English Grammar || Different uses of gerund phrases

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ gerund as subject คือ

See also  อยากเป็นไกด์ เข้ามาฟังเจ้าของบริษัททัวร์แนะให้ | เปิดบริษัททัวร์ | Nataviguides

Leave a Reply

Your email address will not be published.