Home » [Update] [Grammar Tips] Noun Clauses คืออะไร? | สรุปif clause – NATAVIGUIDES

[Update] [Grammar Tips] Noun Clauses คืออะไร? | สรุปif clause – NATAVIGUIDES

สรุปif clause: คุณกำลังดูกระทู้

Noun Clauses คืออะไร?

Noun Clause

Noun Clauses ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นคำนามในประโยค ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้ noun clauses โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้ noun clauses อยู่เลย เช่น

Somsak thinks he had better stop smoking now.

ประโยคเต็มและเป็นทางการ คือ

Somsak thinks (that) he had better stop smoking.

สมศักดิ์คิดว่าเขาควจะหยุดสูบบุหรี่แล้วตอนนี้

 

I don’t understand Nadej wants to convey.

ประโยคเต็มและเป็นทางการ คือ

I don’t understand (what) Nadej wants to convey.

ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่ณเดชต้องการจะสื่อเลย

 

การใช้ Noun Clause อย่างถูกต้องถือเป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะในส่วนของ Writing และ Speaking ของการสอบ IELTS เนื่องจาก Criteria หนึ่งของการให้คะแนนใน 2 ทักษะนี้ก็คือ grammatical range and accuracy โดยเฉพาะ Writing หากน้องๆอยากได้ Band Score 6.0 ขึ้นไปจะต้องสามารถใช้รูปแบบของ Complex sentence ได้บ้าง (with some errors) แต่หากต้องการไปถึง Band 7.0 ล่ะก็ ต้องลดข้อผิดพลาดในการใช้จนแทบไม่มีเลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหากเราไม่ใช้ Noun Clause ในการสอบ Writing เลย จะทำให้ไม่ได้ Band 7.0 นะคะ เพราะจริงๆแล้ว Complex Sentence มีหลายประเภท ซึ่ง Noun Clause ถือเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ดังนั้น เรามาศึกษาวิธีใช้งานอย่างถูกต้องกันดีกว่าค่ะ

 

เมื่อ Noun clause ทำหน้าที่เสมือนเป็นคำนาม ดังนั้น Noun clause จึงสามารถปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่คำนามปรากฏได้ทุกตำแหน่ง คือ เป็นประธาน (Subject) และกรรม (object) จะเป็นประธานหรือกรรมอย่างไรนั้น เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ

Types of Noun Clauses

  1. Subject NC

    มีตำแหน่งอยู่หน้าประโยคหรือหน้ากริยาทำหน้าที่เป็นประธานในประโยค

  2. Direct Object NC

    มีตำแหน่งอยู่หลังกริยา ทำหน้าที่เป็นกรรม

  3. Object of Preposition NC

    มีตำแหน่งอยู่หลังบุรพบท ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุรพบท

  4. Subject as Complement NC

    มีตำแหน่งอยู่หลัง to be ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายประธาน

 

1. Subject Noun Clauses

โดยปกติแล้ว คำนามหรืออนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคมักจะปรากฏอยู่หน้ากริยาหรือหน้าประโยค ตัวอย่างเช่น

What causes so many difficulties in the IELTS test is the writing section.

จากประโยคข้างต้น What causes so many difficulties in the IELTS test เป็น noun clause อยู่หน้าประโยค ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค

 

2. Direct Object Noun Clauses

I suggest you that you should go to a movie with me tonight.

ผมแนะนำว่าคุณควรจะไปดูหนังกับผมคืนนี้

จากประโยคข้างต้น that we should go to a movie tonight อยู่หลังกริยา suggest เป็นกรรมตรง (Direct object) ของ suggest ตามหลังกรรมรอง (Indirect object)

ข้อพึงระวัง ในการสอบ IELTS Speaking น้องๆสามารถลดรูปโดยการละ “that” ออกได้ นะคะ

I believe students should not have to wear a uniform.

แต่สำหรับการสอบเขียนซึ่งควรใช้ภาษาอย่างเป็นทางการนั้น IELTS Examiner แนะนำว่าเราควรใส่ “that” ไว้ในประโยคด้วยค่ะ

I believe that students should not have to wear a uniform.

 

3. Object of the Preposition Noun Clauses

Yaya is always proud of where she was born.

ญาญ่าภูมิใจในบ้านเกิดของตนเองเสมอ

จากประโยคข้างต้น where she was born เป็นคำนาม มีตำแหน่งอยู่หลังบุรพบท (Preposition) of ทำหน้าที่เป็นกรรมของ of ค่ะ

 

4. Subject as Complement Noun Clauses

The stability of life is what James ji wants the most in his life.

ความมั่นคงในชีวิตคือสิ่งที่เจมส์ จิต้องการที่สุด

จากประโยคข้างต้น what James ji wants the most in his life มีตำแหน่งอยู่หลังกริยาช่วย (V.to be) is ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายหรือเป็นส่วนสมบูรณ์ของประธาน the stability of life เพื่อบ่งชี้หรือขยายความ the stability of life

ประเภทของ Noun Clause

Noun clauses เมื่ออยู่ในตำแหน่งของประธานจะเรียกว่า “Subject noun clauses” แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งของกรรม จะเรียกว่า “Object noun clauses” ทั้งนี้เมื่อแบ่งประเภทของ Noun Clause ที่เป็นกรรมจะแบ่งออกมาได้อีกหลายประเภท ลองมาทำความเข้าใจกันดูนะคะ

ประเภทของ Object Noun Clauses

Object Noun Clauses จะต้องอยู่คู่กับ Main Clause ของประโยคเสมอ โดยประโยคจะเริ่มด้วย Main Clause แล้วตามด้วย Object Noun clause โดยไม่ต้องมีเครื่องหมาย Comma คั่น Object noun clauses มี 3 ประเภท ได้แก่

  1. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “that”
  2. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย “Wh-Words” (หรือ Question Words)
  3. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “if” หรือ “whether”

 

  1. การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “That”

เราใช้ Noun clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า that ในกรณีต่อไปนี้

 

  1. ใช้ตามหลัง verbs บางตัวที่แสดงความรู้สึก ความคิด หรือ ความคิดเห็น เช่น agree, feel, know, remember, believe, forget, realize, think, doubt, hope, recognize, understand เช่น

Sompong knows all along that his mum loves him so much.

สมปองรู้มาโดยตลอดว่าแม่รักเขามากๆ

 

  1. ถ้าเป็นภาษาพูด มักจะละคำว่า that ซึ่งเป็นคำขึ้นต้น clause เช่น

I think that it’s red, not green. (ภาษาทางการ)

I think it’s red, not green. (ภาษาพูด)

 

  1. ส่วนใหญ่กริยา (verb) ที่ปรากฏอยู่ใน main clause มักจะเป็น Present Simple Tense ธรรมดาส่วนกริยา (Verb) ใน noun clause จะเป็น tense อะไรก็ได้ เช่น

I believe it’s raining. (now)

I believe it’ll rain. (very soon)

I believe it rained. (a moment ago)

 

  1. ในการสนทนา ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงการพูดคำว่า that บ่อยเกินไป หรือไม่ต้องการพูด noun clause ซ้ำ สามารถตอบโดยใช้คำว่า so หรือ not หลัง main clauses ได้ เช่น

Sarut: Is Sangrawee here today?

Patraporn: I think so.

(คำพูดเต็มๆก็คือ I think that Sangrawee is here today.)

Denlar: Has the rain stopped?

Saksit: I don’t believe so.

(คำพูดเต็มๆก็คือ I don’t believe that the rain has stopped.)

Koob: Are we ready to leave?

Tuptim: I’m afraid not.

(คำพูดเต็มๆก็คือ I’m afraid that we are not ready to leave.)

 

  1. การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words

 

การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words (ได้แก่คำว่า what where when why how) มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Indirect wh-questions และแม้ว่า noun clause เหล่านี้จะขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม แต่ลำดับคำ (word order) ในอนุประโยคนี้ จะเป็นลำดับคำของประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ลำดับคำของประโยคคำถาม

เช่น  I know why she comes home very late.

(ไม่ใช่ why does she come home very late)

I don’t know when she will arrive.

(ไม่ใช่ when will she arrive)

  1. การใช้เครื่องหมายวรรคตอนของประโยคจะเป็นไปตามลักษณะของ main clause กล่าวคือ ถ้า main clause เป็นคำถามจะใช้เครื่องหมาย question mark ปิดประโยค ถ้า main clause เป็นบอกเล่า จะใช้เครื่องหมาย full stop ปิดประโยค

เช่น  Could you tell me where the elevators are?

(Main clause เป็นคำถาม)

I’m wondering where the elevators are.

(Main clause เป็นบอกเล่า)

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words เพื่อแสดงให้คู่สนทนาทราบว่า เราไม่รู้ หรือเราไม่แน่ใจ

เช่น   I don’t know how much it costs.

I would like to know when our next meeting will be.

I’m not sure which house is his.

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words เพื่อถามหาข้อมูลอย่างสุภาพ

เช่น   Could you tell me who are injured in the accident?

Can you tell me what time the show starts?

 

  1. การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย If หรือ Whether

การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether มีหลักเกณฑ์ดังนี้

 

  1. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether คือ indirect yes/no questions นั่นเอง

เช่น   Direct Question: Did they pass the exam?

Indirect Question: I don’t know if they passed the exam.

(ข้อความที่ขีดเส้นใต้คือ noun clause ที่ขึ้นต้นด้วย if นั่นเอง)

  1. ลำดับคำในประโยค (word order) และเครื่องหมายจบประโยค ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words
  2. จะขึ้นต้น Noun Clauses ด้วยคำว่า if หรือ whether ก็ได้ แต่มักใช้ whether ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นทางการ

เช่น   Sir, I would like to know whether you prefer coffee or tea.

Tell me if you want to go with us or not.

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether เมื่อ main clause แสดงการใช้ความคิด หรือความคิดคำนึง

เช่น   I can’t remember if I had already paid him.

I wonder whether he will arrive in time.

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether เมื่อต้องการถามคำถามอย่างสุภาพ

เช่น   Do you know if the principal is in his office.

Can you tell me whether the tickets include drinks?

 

การละ that ในประโยค Noun Clause
That ที่นำหน้า noun clause ที่ทำหน้าที่บางหน้าที่ใน complex sentence สามารถจะละได้ในกรณีต่อไปนี้

                  กรณีที่ noun clause เป็น object

We believe (that) he told the truth.
The police assured us (that) the children would be found safe and sound.
I wish (that) I would win the first prize.

                 กรณีที่ noun clause เป็น subject complement

The reason is (that) he speaks English fluently.
My opinion is (that) you’d better stay home.

                ตามหลังคำคุณศัพท์   

I am sure (that) he can get a good job.
They are afraid (that) they cannot catch the 6 o’clock  train.

ข้อยกเว้น: แต่ก็มีบางกรณีที่เราไม่สามารถละ That ได้นะคะ อาทิ เช่น

เมื่อ that-clause ขึ้นต้นประโยค

That coffee grows in Brazil is true.
ที่ว่ากาแฟปลูกในประเทศบราซิลนั้นเป็นความจริง

That she had decided to be engaged frightened me very much.
ที่ว่าหล่อนได้ตัดสินใจที่จะรับหมั้นนั้นทำให้ผมตกใจมากๆ

เมื่อ that-clause เป็นคำซ้อนนามที่อยู่ข้างหน้ามัน (Appositive)

The news that he was murderer is not true.
ข่าวว่าที่เขาเป็นฆาตกรนั้นไม่เป็นความจริงเลย

His belief that the earth moves round the sun is correct.
ความเชื่อของเขาที่ว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์นั้นถูกต้อง

เมื่อ that-clause อยู่หลัง It is (หรือ It was)

It is true that earth moves round the sun.
เป็นความจริงที่ว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

It is impossible that he has done this by himself.
เป็นไปไม่ได้ที่ว่าเขาได้ทำสิ่งนี้ด้วยตนเอง

เป็นอย่างไรบ้างคะ เชื่อว่าตอนนี้หลายคนหายสงสัยในเรื่องของ Noun Clause กันแล้วนะคะ

OXBRIDGE INSTITUTE

 

[NEW] Conditional Sentences ประโยคเงื่อนไข สรุปการใช้ If Clause | สรุปif clause – NATAVIGUIDES

ประโยคแบบ Conditional คือประโยคที่ให้เงื่อนไขหรือสมมติเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริงตามนั้น เป็นไปได้ยาก หรือไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ มีอยู่ 3 แบบ คือ

  1. Present Conditional
  2. Past Conditional
  3. Past Perfect Conditional

ตัวอย่างประโยค If Clause

1. Present Conditional sentence: ประโยคที่ให้เงื่อนไขหรือสมมติเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริงตามนั้น

โครงสร้างของประโยค

Conditional clause Main clauseIf + Simple present tenseFuture/Simple present tense

Ex.

  • If it rains, I will stay at home.
  • If the teacher asks you, tell him the truth.
  • If you leave, please turn out the light.

Note

1. Imperative + and + Simple Future construction

Come here and you will get what you want.

2. Imperative + or else + Simple Future construction

Do it, or else you will be punished.

3. should + imperative construction

Should an emergency arise, dial 191.

4. would like/ would care + Simple Future construction

would like / would care มีความหมายว่า “ต้องการ หรือ ปรารถนา”

If you would like to come, I’ll wait for you.

ถ้าคุณอยากจะมา ผมก็จะรอคุณ

If you would care to hand in your books, I’ll correct them for you.

2. Past Conditional sentence: ประโยคที่ให้เงื่อนไขหรือสมมติเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ยาก

โครงสร้างของประโยค

Conditional clause Main clauseIf + Simple past tenseConditional past

Ex.

  • If it rained, he would stay at home. ถ้าฝนตกจริง ๆ ผมก็คงจะอยู่บ้าน
  • If you were to attend the wedding, what would you be?
  • If I had more time, I would read more books. (แต่ขณะนี้ฉันไม่มีเวลา)
  • If it were not so far, we could walk there.
  • If I were you, I would not let him say many things.

Note

1. ละ If แล้วเอา were มาไว้หน้าประโยคได้

Ex.

  • If he were to leave today, he would be there by Tuesday. = Were he to leave today, he would be there by Tuesday.
  • If he had wings, he would fly. = Were he had wings, he would fly.

2. It’s (high/about) time + Past simple tense

  • It’s high time you did your work.
  • ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องทำงานของคุณ

3. If only/wish + Past simple tense + conditional past

  • If only I knew the answer, I would tell you.
  • แหมถ้าผมรู้คำตอบ ผมก็คงจะบอกคุณแล้ว
  • I wish I were here.
  • แหมผมเองก็อยากอยู่ที่นี่ (แต่ความจริงไม่ได้อยู่)

 4. _______as if/ as though + Past simple tense

  • Roger appears as though/ as if he were unhappy.
  • โรเจอร์แสดงอากัปกริยาคล้ายดังกับว่าเขาไม่มีความสุข

3. Past Perfect Conditional sentence: ประโยคที่ให้เงื่อนไขหรือสมมติเหตุการณ์ที่ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้

โครงสร้างของประโยค

Conditional clauseMain clauseIf + Past perfect tensePerfect conditional

Ex.

  • If you had invited her, she would have come to your party.
  • If John had gotten up earlier, he would have had time for breakfast.
  • If I had had her address, I would have written to her.

Note

1. ละ If แล้วเอา had มาไว้หน้าประโยคได้If it had rained, I would have taken my umbrella.

  • Had it rained, I would have taken my umbrella.
  • If he had been thirsty, I’m sure he would have drunk it.
  • Had he been thirsty, I’m sure he would have drunk it.

2. If only/wish + Past perfect tense + Perfect conditional

  • If only I had known the answer, I would have told you.
  • I wish I had remembered his name.

นอกจาก if แล้ว ยังมีคำอื่นทีใช้ในประโยคเงื่อนไขอีก คือ

  1. suppose หรือ supposing สมมติว่า
  2. on condition that หรือ on the condition that โดยมีเงื่อนไขว่า
  3. so long as หรือ as long as ถ้า ตราบใดที่
  4. what if สมมติว่า

สั่งเขียน Essay >>> ขอราคางานเขียนได้เลยที่นี่ FB Chat หรือที่ Line ID: 0878314785 >>> ตลอด 24 ชั่วโมง


🔥🔥🔥 ប្រូម៉ូសិនសម្រាប់ ថ្នាក់កាសែត


🔥🔥🔥 ប្រូម៉ូសិនសម្រាប់ ថ្នាក់កាសែត
✅ចុះឈ្មោះសិក្សាថ្នាក់កាសែតថ្ងៃនេះ ចំណាយត្រឹមតែ២០ដុល្លារ (សិក្សារយៈពេល៣ខែ) ទទួលបានការផ្ដល់ជូនការសិក្សា១នាក់ទៀត ដោយឥតគិតថ្លៃ។
✅ចំណាយតែម្ដងសិក្សាបាន២នាក់។ អាចផ្ដល់ជូនមិត្តភក្ដិ ឬមនុស្សជាទីស្រលាញ់របស់អ្នកនូវកាដូដ៏មានតម្លៃនេះ។🤩🤩
✅ រហូតមកដល់ពេលនេះ យើងមានសមាជិកសិក្សាជាមួយយើងរហូតដល់ជាង ៣៥០ នាក់។ ការសិក្សាមានភាពងាយស្រួលដោយមានមេរៀន វីដេអូ ឯកសារ រៀបចំទុកស្រាប់ ដែលសិស្សអាចសិក្សាបានគ្រប់ពេល និងគ្រប់ទីកន្លែង។
🖐️ កាលកំណត់៖ ថ្ងៃទី១៥ វិច្ឆិកា ឆ្នាំ២០២១
_______________
📝ទំនាក់ទំនងចុះឈ្មោះតាមផេក CamEdu ឬតាមរយៈ Telegram: https://t.me/CamEdu_Learning
____________
🎯មាតិការសិក្សា៖
✅សិក្សាភាសាអង់គ្លេសបន្ថែមផ្នែកកាសែត
✅រៀនរបៀបសរសេរចំណងជើងកាសែត
✅រៀនអំពីធាតុផ្សំរបស់កាសែត
✅រៀនវាក្យសព្ទកាសែតអន្តរជាតិថ្មីៗ (Newspaper Vocabulary)
✅ទទួលបាន PDF វាក្យសព្ទកាសែត
✅ទទួលបានវីដេអូពន្យល់ពាក្យបន្ថែម (Translation Videos)
✅រៀនប្រែកាសែតអន្តរជាតិ (CNN, BBC, ….)
✅ស្វែងយលព្រឹត្តិការណ៍សកល (General Knowledge)
✅បង្កើនការគិតបែបពិចារណា (Critical Thinking)
✅រៀនចំណុចវេយ្យាករណ៍សំខាន់ៗក្នុងកាសែត (Grammar Items)
✅រៀនវិភាគវេយ្យាករណ៍ក្នុងអត្ថបទកាសែត (Newspaper Analysis)
✅រៀនសរសេរសំណេរខ្មែរទៅអង់គ្លេសបន្ថែម

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

🔥🔥🔥 ប្រូម៉ូសិនសម្រាប់ ថ្នាក់កាសែត

If-clause (conditional sentences) ใน 10 นาที (ง่ายชิบหาย)


สอน Ifclause ให้เด็กมันดู 5555555555 ใกล้สอบแล้ว สู้ๆนะครับทุกคน
ติดตามกันต่อที่
fb : https://www.facebook.com/petchsworld
twitter : https://twitter.com/psolemn
ig : https://www.instagram.com/petchsworld

If-clause (conditional sentences) ใน 10 นาที (ง่ายชิบหาย)

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Zero Conditional Sentences


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Zero Conditional Sentences

Learn English Grammar: The 4 Conditionals


Do conditionals in English drive you crazy? They’re so easy to get mixed up! There are four conditionals in English grammar, numbered zero through three. So in this lesson I’ll give you an overview of all four, with examples of each. If you watch this video and do the quiz at https://www.engvid.com/learnenglishgrammarthe4conditionals/ you will have a better understanding of conditionals in English. (That last sentence is an example of the first conditional!)

Learn English Grammar: The 4 Conditionals

สรุป Tense แบบกระจ่าง เข้าใจใน 30 นาที!! โดย ครูพี่แอน


ถ้าไม่อยากพลาดคลิปการสอนเจ๋งๆจากครูพี่แอน อย่าลืม กดsubscribe และดกดกระดิ่งแจ้งเตือนช่อง YOUTUBE ของครูพี่แอนไว้ด้วยน้า (จะเป็นกำลังใจให้ครูพี่แอนได้มากที่สุดในโลกเลยยยย)
สนใจคอร์สเรียน Perfect English ของครูพี่แอน รีบแอดไลน์มารับโปรส่วนลด พร้อมเรียนทวนฟรีได้ตลอดชีพ!
สามารถติดต่อได้ที่ Line : @chula_tutor (มี @ ด้วยนะน้า) หรือคลิกที่ http://line.me/ti/p/@chula_tutor เพื่อติดต่อทางไลน์โดยตรงได้เลยค่ะ

เชื่อว่านักเรียนทุกคนเคยเรียน Tense กันมาตั้งแต่เด็กๆ
เรียนกันมานานหลายปี แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจจริงๆว่ามันคืออะไร
ใช้ยังไง แบบไหนเรียกว่าอะไร
ครูพี่แอนจะมาแจกสูตรลับเรื่องของ Tense ให้เข้าใจอย่างกระจ่าง!!
เปลี่ยนการเรียน Tense แบบเดิมๆ ที่เคยเรียนมา
หลักสูตรการสอนแบบ Speed up โดย ครูพี่แอน
ที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจเรื่อง Tense ใน 30 นาที!!!

ติดตามครูพี่แอนได้ที่ช่องทาง
Perfect English : https://www.facebook.com/englishforfunbyann
IG : https://www.instagram.com/krupann.english/
twitter : https://twitter.com/englishbykruann
Tiktok : https://www.tiktok.com/@krupann.english
ครูพี่แอน KruPAnn ภาษาอังกฤษ OnlineEnglish คอร์สเรียนออนไลน์ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

สรุป Tense แบบกระจ่าง เข้าใจใน 30 นาที!! โดย ครูพี่แอน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ สรุปif clause

See also  [Update] หลักการเติม s และ es หลังคำนาม พร้อมตัวอย่าง | แบบฝึกหัด การ เติม s es - NATAVIGUIDES

Leave a Reply

Your email address will not be published.