Home » [Update] 10 สำนวนการใช้ภาษาอังกฤษที่ทุกคนควรทราบ | อัพเดทภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[Update] 10 สำนวนการใช้ภาษาอังกฤษที่ทุกคนควรทราบ | อัพเดทภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

อัพเดทภาษาอังกฤษ: คุณกำลังดูกระทู้

10 สำนวนการใช้ภาษาอังกฤษที่ทุกคนควรทราบ


          สวัสดีครับ นักศึกษาทุกคน วันนี้ผมมีประเด็นที่น่าสนใจ ให้ทุกคนมาฝึกภาษาอังกฤษกัน โดยผมจะนำคลิป การบรรบายภาษาอังกฤษ โดย อ.ฝรั่ง จากยูทูป ซึ่งคลิปมีความยาว 11 นาที โดยในคลิปนั้น จะพูดถึง สำนวนการใช้ภาษาอังกฤษ 10 สำนวนด้วยกัน ให้นักศึกษาตั้งใจฟัง เพื่อเป็นการฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษไปด้วยครับ
         นอกจากนี้ผมก็ได้ลงคำบรรยายจากคลิปที่เป็นภาษาอังกฤษ และแปลประโยคต่อประโยค ซึ่งประโยคเหล่านั้น นักศึกษาสามารถจำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยครับ เพราะผมไม่ได้แปลจาก google นะครับ (แปลตามความรู้สึกของรีเบกก้าล้วนๆ  555)
         สุดท้ายหลังจากที่นักศึกษาได้ฟังคลิปจบแล้ว ผมก็จะมี คำถาม(Quiz) เพื่อให้นักศึกษาประเมินตัวเองว่า เรามีความเข้าใจคำบรรยายจากคลิป มากน้อยแค่ไหน พร้อมมีคำเฉลยให้ หากเราทำข้อไหนผิด ก็ให้กลับมาฟังคลิปดูซ้ำอีกรอบนะครับ
         ถ้านักศึกษาได้ฟังและอ่านนี้จบ นักศึกษาจะพบว่า เราจะได้เรียนรู้ประโยคอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำมารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นอกเหนือจากสำนวนสำคัญๆ ที่ฝรั่งอธิบายไว้ในคลิป

      สำนวนการใช้ภาษาอังกฤษ 10 สำนวนที่ฝรั่งจะพูดมีดังนี้
1. Good for you 

(ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วย) หรือ Congratulations!

2. Keep me posted

(ช่วยตามข่าวให้ฉันด้วยนะ)

3. Sleep on it

(คิดให้ดีก่อนตัสินใจ)

4. Let it go

(ช่างมันเถอะ)

5. Take it easy

(ทำใจเย็นๆ ไว้)

6. All is well

(ทุกอย่างไปได้ด้วยดี)

7. Never say never

(อย่าพูดคำนั้น)

8. Count your blessings

(จงคิดแต่สิ่งดีๆ ในชีวิตของคุณ)

9. No big deal

(ไม่เห็นจะเป็นไรเลย) ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย

10. Stay in touch

(อยู่ติดตามกันเสมอ)

       

Hi.

(สวัสดีนักเรียนที่เคารพ)

I’m Rebecca from engVid.

(เดี้ยนรีเบกก้า จาก Engvid เจ้าเก่าค่ะ)

In this lesson, you’re going to learn 10 lovely English expressions that you might be hearing all around you, every day.

(ในบทนี้ นักเรียนจะได้เรียนถึงสำนวนในภาษาอังกฤษ 10 สำนวน ที่แสนจะฟังดูน่ารัก ที่คุณๆ อาจจะได้ยินเค้าพูดกันรอบๆ ตัวคุณ ในทุกๆ วันก็ว่าได้เลยค่ะ)

These are really common expressions, so I want to make sure that you know them so that
you understand what people are saying; and also, once you’re really sure of the meaning, you can also start to use them yourself.

(จริงๆ แล้วเป็นสำนวนที่ใช้กันแบบบ้านๆ เลยค่ะ ดังนั้น เดี้ยนอยากจะตอกฝาโลงให้แน่ใจว่าพวกเธอเข้าใจคำเหล่านั้น เพื่อที่จะทำให้พวกเธอเข้าใจสิ่งที่ชาวบ้านเค้าพูดกัน ยังมีอีก เมื่อเธอเข้าใจความหมายจริง ๆ เธอยังสามารถนำสำนวนเหล่านั้นไปใช้ได้จริงๆ ด้วยตัวเองด้วยอีกค่ะ)

Okay?

(พอเข้าใจมั้ยคะหนู)

Now, the other thing is that they’re really short; each of them…

(มาดูสิ นอกจากนี้นะ คือว่า ดูแต่ละสำนวนแล้วช่างสั้นซะเหลือเกิน (เดี้ยนว่าไม่ถึง 2 นิ้วค่ะ)

The ones I’ve chosen, here, only have three words, so they’re also really short and easy to say.

(สำนวนที่เดี้ยนได้คัดสรรมาให้นั้น ดูในกระดานขาวนี่ค่ะ แต่ละสำนวนมีเพียงสามคำ ที่แสนสุดจะหดสั้นและก็เป็นเรื่องกล้วยๆ ที่พวกเธอจะนำไปพูดกันได้สบายๆ เลยค่ะ)

Okay? 

(พอเข้าใจมั้ยคะหนู)

And there are no complicated long words to pronounce or anything like that.

(และไม่มีคำไหนที่ยาวซับซับซ้อนที่ยากจะออกเสียง หรือ อะไรเทือกนั้นละค่ะ).

Okay? So, let’s get started.

(

พอเข้าใจมั้ย

  ฉะนั้นเรามาเริ่มกันเลยนะคะ)

Number one is the expression:

“Good for you.”

(เบอร์ 1 ก็คือ

“Good for you.”


So, the way that I said it,

(ตามที่เดื้ยนพูดมานั่นแหละค่ะ)

what do you think it means?

(หนูคิดว่ามันหมายความว่าอะไรคะ)

Well, what it means is that somebody gives you some good news, like: “Oh, guess what?

(อืม ความหมายก็คือว่า เมื่อใครบางคนมาบอกข่าวดีให้คุณรู้  ประมาณมาบอกว่า “โอ้ ทายซิอะไร”

Rebecca, I passed my IELTS exam on the first try.”

(อาจารย์ก้าคะ ! หนูสอบผ่าน IELTS แล้วค่ะ สอบรอบเดียวผ่านเฉย)

So what would I say to that student?

(เอ้า ซวยล่ะทีนี้ ครูจะบอกกับนักเรียนคนนั้นว่ากระไดดีหล่ะ)

Good for you

. Wow, you did it. Amazing.”

(เยี่ยมไปเลย ลูกศิษย์ครู เว้า เธอทำได้แล้ว ช่างมหัศจรรย์จริงๆ)

Or someone tells you: “Hey, I got the job. I didn’t… I can’t believe it.”

(หรือมีบางคนมาบอกคุณว่า “เฮ้ ฉันได้งานทำแล้วเว้ย ฉันไม่…. ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย…ให้ตายสิ)

And I was like: “

Good for you

. You know? You tried, you did it; you succeeded.

Good for you

.”

(และฉันก็ได้จะพูดประมาณว่า “เยี่ยมไปเลย คุณรู้ไหม คุณได้พยายาม คุณได้ทำ คุณทำสำเร็จ เยี่ยมไปเลยคุณ)

Okay?(ทันมั้ยคะ)
Really easy to say and very easy to understand, I hope.

(จริงๆแล้วพูดง่ายๆ และเข้าใจได้ง่ายงาก หวังว่านักเรียนคงจะใช้เป็นค่ะ)

All right? (เอาหล่ะทีนี้)
Next: “Keep me posted.” 

(คำถัดไปคือ

Keep me posted

)

All right, so what does: “Keep me posted” mean?

(เอาหล่ะ Keep me posted หมายความว่าอะไร)

You have the word “post” here, but don’t worry about that; it has nothing to do with mailing letters or anything like that.

(คุณใช้คำว่า “ส่งจดหมาย” ในที่นี้ แต่คุณอย่ากังวัลถึงเรื่องนั้นค่ะ มันไม่ใช่ไปส่งจดหมายที่ไปรษณีย์หรืออะไรประมาณนั้นนะคะ)

“Keep me posted” means that there’s a situation and you want someone to keep…

(Keep me posted หมายความว่า มีสถานการณ์หนึ่ง และคุณต้องการให้ใครบางคนช่วยดูแล…)

Give you updates; to keep you updated on what the latest news is or what has happened.

(ให้ทำการอัพเดทให้คุณ คอยอัพเดทให้คุณสิ่งที่เป็นข่าวสารล่าสุด หรือ สิ่งที่ได้เกิดขึ้น ค่ะ)

So, for example, let’s suppose that someone is in the hospital and they are…

(ฉะนั้น ยกยกตัวอย่าง เรามาสมมุติว่า บางคนอยู่ในโรงพยาบาล และ พวกเขาก็อยู่ในสถานการณ์ที่…)

The doctor is giving them news every few hours to tell them what’s happening, so you are not there but you want to know.

(คุณหมอคอยแจ้งข่าวให้พวกเขาทุกๆ ชั่วโมงเพื่อพวกให้พวกเขาทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น คุณไม่ได้อยู่ที่นั่นแต่คุณต้องการจะให้พวกเขารู้ว่า…

You care and you want to know what’s happening, so you tell the person in the hospital: “Keep me posted.”

(คุณเป็นห่วงและคุณต้องการที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้น คุณจึงบอกกับคนในโรงพยาบาลนั้น ว่า “Keep me posted.”)

That means: “Let me know.

(หมายความว่า “ช่วยบอกฉันด้วยนะ”)

Anything new that happens, let me know.

(มีข่าวอะไรเกิดขึ้นบ้าง ช่วยแจ้งฉันด้วย)

Keep me updated.”

(ช่วยอัพเดทข่าวสารให้ฉันด้วย)

Okay?

(รู้เรื่องมั้ยคะนักเรียน)

And you will hear this expression in regular situations, like the one I described, and very often at work.

(และคุณจะได้ยินสำนวนนี้ในสถานการณ์ทั่วไป ตามสำนวนที่ฉันได้อธิบาย และใช้บ่อยมากในที่ทำงาน)

Okay?((รู้เรื่องมั้ยคะนักเรียน)

If there’s a particular project going on and your manager wants you to update him or her
whenever something important happens, they might say to you: “Keep me posted.”

(ถ้ามีโครงงานหนึ่งที่กำลังทำและผู้จัดการของคุณ ต้องการให้คุณคอยอัพเดทให้เขาหรือหล่อนทราบ เมื่อไหร่ก็ตามที่สิ่งสำคัญเกิดขึ้น ผู้จัดการก็อาจจะบอกกับคุณว่า “Keep me posted.”

Okay?
So, that’s another one for you. (อีกสำนวนสำหรับคุณ)
Number three: “Sleep on it.”

( สำนวนหมายเลขที่ 3 คำว่า

“Sleep on it.”

)

Okay?
“Sleep on it? Sleep on what?”

(“Sleep on it?  นอนบนอะไร?”) จะนอนอะไรกันนักกันหนาคะนักเรียน

Okay.
So, what this means is: Don’t decide something right away.

(เอาหล่ะ สิ่งที่หมายถึง คือ อย่าเพิ่งตัดสินใจบางสิ่งโดยทันที)

Okay?
Take some time to decide, take some time to maybe sleep at night and think about something quietly, and don’t be in a rush to decide anything.

(โปรดใช้เวลาในการตัดสินใจ ใช้เวลาสักนิด คุณอาจจะนอนคิดสักคืนและคิดเกี่ยวกับบางสิ่งอย่างเงียบๆ)

Don’t be in a rush; don’t be in a hurry to make up your mind, or make an important decision or choice.

(อย่ารีบเร่ง อย่างรีบที่จะจัดสินใจ หรือ ทำการตัดสินในหรือเลือกอย่างรอบคอบ)

Say: “I don’t know.

I have this job offer, I have that job offer; I’ve got to let them know.

(ฉันได้งานนี้มาเสนอ ฉันได้งานนั้นมาเสนอ ฉันได้บอกให้พวกเขารู้)

I don’t know what to do.” If somebody’s in that situation, so you can say to them, what?

(ฉันไม่รู้จะทำอะไร ถ้าบางคนอยู่ในสถานการณ์นั้น ดังนั้น คุณจะบอกพวกเขาว่า อะไร)

“Why don’t you sleep on it?

(ทำไมคุณไม่ sleep on it)

Okay?
I think you’ll know better in the morning.”

(ฉันคิดว่า คุณจะรู้คำตอบที่ดีขึ้นในตอนเช้า)

Okay?
Sometimes people get very anxious, but you can tell them…
It’s another way of saying: “Take some time to decide”.

(บางครั้ง คนมันก็มีความกังวลมาก แต่คุณสามารถบอกกับพวกเขาได้ว่า… Sleep on it.”

Okay?

(รู้เรื่องมั้ยค่ะ เด็กๆ)

So: “Sleep on it” is actually, like, the decision, okay? On the decision.

(ดังนั้น sleep on it จริงๆ แล้ว ก็จะแปลว่า การตัดสินใจ เกี่ยวกับการตัดสินใจ)

Okay.
Next: “Let it go.”

(สำนวนถัดไป

Let it go

)

All right?

(เอาหล่ะ)

This is a really nice expression.

(นี่เป็นสำนวนที่ ดีมากจริงๆ)

So let’s say somebody’s had  a bad situation, okay?

(ตามนั้น สมมุติว่า บางคนอยู่ในสถานการณ์ที่แย่ เข้าใจมั้ยคะ)

Something bad happened to them, they…

(บางสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับพบกเขา และพวกเขา…)

Somebody spoke to them angrily and they’re feeling very hurt, or somebody left them.

(มีบางคนพูดให้พวกเขาโกรธ และพวกเขารู้สึกเจ็บมาก หรือบางคนทิ้งพวกเขา)

Okay?
Or they…

หรือพวกเขา

They lost their job and the manager, you know, embarrassed them in front of other people

(พวกเขาโดนไล่ออกจากงาน และผู้จัดการประจานพวกเขาต่อหน้าคนอื่น)

and they’re feeling really negative and they’re feeling bad, so instead of… instead of…
and the person is telling you about all these bad things that happened,

(และพวกเขารู้สึกไม่ดี และรู้สึกแย่ และ คนนั้นกำลังจะบอกคุณถึงสิ่งแย่ๆ ทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นให้คุณทราบ

so you want to tell them: “Why don’t you just…? You know what?

(ดังนั้น คุณต้องการที่จะบอกพวกเขา ว่า ” ทำไมคุณไม่…คุณรู้อะไรมั้ย)

I understand, but let it go.

(ฉันเข้าใจคุณ แต่ว่า

let it go

)

Forget about it.

(ลืมมันไปเถอะ)

Move forward.”

(จงเดินหน้าต่อไป)

Okay?
So you say: “Let it go”, means don’t keep all that negative feeling inside you.

(ดังนั้น คุณจึงบอกว่า “Let it go” หมายถึง อย่าเก็บความรู้สึกแย่ๆ ไว้ในตัวคุณ

Okay?

(เข้าใจมั้ยค่ะ เด็กๆ)

Or that negative energy inside you. 

(หรือพลังงานในเชิงลบในตัวคุณ)

Let it go.

(ปล่อยวางไปเถอะ)

All right?
Forget about it, move forward, and do something good.

(ลืมไปเถอะ ก้าวไปข้างหน้า และก็ทำในสิ่งที่ดี)

Okay?
Say it after me: “Let it go.”

(ให้พูดตามครูซิ เด็กๆ “Let it go.”)

Or: “Sleep on it.” 

(Sleep on it.)

Okay?
Say it after me: “Keep me posted.”

(ให้พูดตามครูซิ เด็กๆ “Keep me posted”)

And: “Good for you.”

(และ “Good for you.”)

Okay?
Don’t forget the…

(อย่าลืมหล่ะ…)

Okay?
This is important.I always do that.

(นี้เป็น สิ่งสำคัญ ฉันทำเสมอๆ)

I always make a fist when I say: “Good for you.”

(สิ่งแรกที่ฉันพูดเสมอๆ เมื่อฉันพูดว่า “Good for you.”)

Okay?
You can do it, if you want to.

(คุณสามารถทำได้ ถ้าคุณต้องการที่จะ…)

All right.

The next one: “Take it easy.” 

(สำนวนถัดมาก็ คือ

“Take it easy.”

)

Okay?
Now: “Take it easy” we could use in different situations.

(“Take it easy.” คุณจะใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน)

One is when somebody’s getting angry and upset:  “Hey. What do you mean? How…? How can you say that to me? What do you mean?”

(สถานการณ์เมื่อ บางคนกำลังโกรธและอารมณ์ไม่ดี ” เอ้าเอ้ย คุณคุณหมายความว่าอะไร อย่างไร คุณพูดกับฉันอย่างนั้นได้อย่างไร คุณหมายความว่าอะไร”)

And they’re about to, like, get violent or get really loud and angry, and you say:

(และพวกเขากำลังจะดุเดือด เสียงดังและโกรธจริงๆ และ คุณก็ พูดกับพวกเขาว่า…)

 “Hey, hey. It’s okay. Take it easy. Calm down. Relax.”

(เห้ๆ มันไม่มีอะไร Take it easy  ใจเย็นๆ  ทำใจร่มๆ)

Okay?

(เข้าใจมั้ยเด็กๆ)

So that’s how it’s…One very common way in which it’s used-okay?-when somebody’s getting excited and worked up, and you’re afraid that something worse is going to happen or some violence is going
to follow, you say: “Hey, relax. Take it easy.”

(ฉะนั้น เป็นวิธีการทั่วไปที่จะใช้ได้เมื่อบางคนอยู่ในอารมณ์ตื่นตระหนก และคุณเกรงว่าจะมีสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้น คุณก็ควรจะพูดห้าม ด้วยคำว่า “เห้ ใจเย็นๆ ใจร่มๆ”)

Okay?(โอเคนะคะ)
That’s one way.

(นั่นก็เป็นสถานการณ์หนึ่งที่ใช้ได้)

And the other way is just in a general sense, we just say sometimes when we’re saying: “Bye”
to somebody, say: “Hey, bye.

(และอีกสถานการณ์ที่ใช้กันโดยทั่วไป บางครั้งเราใช้อีกคำ โดยการพูดว่า “Bye” (ลาก่อน ฉันไม่เอาด้วยนะ) กับใครบางคน เราก็บอกเขาว่า Hey, bye)

See you on Mon-…See you on Monday.

(เจอกันวันจันทร์นะ)

Take it easy.”   

(ทำตัวสบายๆ)

And it’s just: “Relax.

(ผ่อนคลาย)

Take it easy.

(ทำตัวสบายๆ)

Enjoy yourself.

(ทำตัวสบายๆ)

Be…Be relaxed.

(จงผ่อนคลาย)

Don’t be under stress.”

(อย่าไปเครียดเลย)

Okay?(โอเคนะคะ)
So it can also be used in this regular, everyday way.

(คุณสามารถใช้สำนวนนี้ได้ตามปกติทุกวัน)

Okay?
All right.
Say it after me: “Take it easy.”

(พูดตามครูซิหนุๆ Take it easy )

Okay?(โอเคนะคะ)
“Take it easy”, if you’re just saying bye.

(ใช้ Take it easy ถ้าคุณจะบอกว่า “ขอตัว”)

See also  ไขข้อสงสัยเรื่องยาสตรีขับประจำเดือน | ยาสตรีเพ็ญภาค ช่วยอะไร | Nataviguides

Or: “Take it easy” if you’re trying to calm someone down.

(ใช้ Take it easy ถ้าคุณอยากจะบอกให้ใครบางคนทำใจร่มๆ)

Okay?(โอเคนะคะ)
Next: “All is well”.

(สำนวนถัดมา คือ

“All is well”

)

-“How’s everything, Rebecca?” 

(เป็นไงบ้างวันนี้ รีเบ้กก้า)

-“All is well.”

( อืม All is well)

That’s another way of saying: “Everything’s okay.

(สำนวนที่จะบอกว่า ” ทุกอย่างเรียบร้อยดี)

Everything’s fine.”

(ทุกอย่างเรียบร้อยดี)

Sometimes when we write to someone, we say: “Hope all is well.”

(บางครั้งเมื่อเราเขียนถึงคนบางคน เราก็บอกว่า Hope all is well = หวังว่าทุกอย่างคงเรียบร้อย)

Okay?(โอเคนะคะ)
Means: I hope everything in general in your life is going well.

(หมายถึง ฉันหวังว่าทุกๆสิ่งในชีวิตของคุณจะดำเนินไปได้ด้วยดี)

And you can also answer that: “Yes, all is well. All is well.”

(และคุณสามารถตอบลับไปด้วยได้ว่า “ค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี”

Okay?(โอเคนะคะ)
Everything is fine; everything is okay.

(ทุกอย่างไปได้ดี ทุกอย่างไม่มีปัญหา)

It doesn’t mean every single detail, but over all, all is well.

(ไม่ได้หมายถึงแค่สิ่งใดส่ิงหนึ่ง แต่หมายถึงโดยรวม)

Okay?(โอเคนะคะ)
Next: “Never say never.”

(สำนวนถัดมา คือ 

“Never say never.”

)

That’s really nice. That’s a nice expression.

(เป็นสำนวนที่ดีมาก)

You know how sometimes someone who has had a bad experience and maybe they…?

(คุณรู้ว่าจะพูดอย่างไรเมื่อบางคนอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย พวกเขาอาจจะ….)

They tried for a job or they tried to pass an exam and they didn’t succeed, and they
start getting into a very negative state, and they say: “I’m never going to pass this exam.

(พวกเขาได้หางาน หรือ พวกเขาได้พยายามทำข้อสอบให้ผ่าน และพวกเขา พูดออกมาว่า “ฉันคงสอบไม่ผ่านหรอก”)

I’m never going to get a job.

(ฉันคงไม่ได้งาน)

I’m never going to find a husband or a wife, or a girlfriend or boyfriend”, or who knows what.

(ฉันคงจะไม่สามารถหาผัว หรือเมีย (รวยๆ) ฉันคงไม่สามารถมีเพื่อนชาย เพื่อนหญิง หรือคนที่จะคบ)

Okay?

(เข้าใจสถานการณ์มั้ยเด็ก)

And they start getting very negative, and saying: “I’ll never do this.

(และพวกเขาเริ่มท้อมาก และ มักจะพูดว่า “ฉันคงจะทำสิ่งนี้ไม่ได้”)

I’ll never get over this addiction.

(ฉันคงจะเลิกเสพสิ่งนี้ไม่ได้)

I will never buy… Be able to buy a house.”

(ฉันคงจะไม่สามารถซื้อบ้านสักหลังได้)

And you want to turn that energy around, and you want to give them some positive energy
and a positive way to look at life, and so you say to them: “Never say never.
You never know what can happen.”

(และคุณต้องการที่จะเปลี่ยนวิธีคิดดังกล่าว และคุณต้องการให้พลังด้านบวกแก่พวกเขา และให้วิธีคิดเชิงบวกให้เข้าใจชีวิต คุณ ก็บอกพวกเขาไปว่า

“Never say never”

  คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้)

Right?
Good things can happen.

(สิ่งดีๆ สามารถเกิดขึ้นได้)

So never say: “I’ll never get better, or I’ll never get out of debt, or I’ll never get over an addiction” – no.

(ดังนั้น ห้ามพูดว่า “ฉันคงไม่ดีขึ้น หรือ ฉันคงจะปลดหนี้ไม่ได้ หรือ ฉันคงจะไม่เอาชนะการเสพติด..ไม่)

You can do anything.

(คุณสามารถทำสิ่งใดๆ ได้)

Never say never.

(อย่าพูดว่า ไม่)

Everything is possible.

(ทุกสิ่งเป็นไปได้)

All the good things are possible.

(ทุกสิ่งที่ดีๆ เป็นไปได้)

That’s what this expression means.

(นั่นแหละคือความหมายของสำนวนนั้น)

Okay?(โอเคนะคะ)
“Never say never.”

(อย่าพูดคำว่าไม่)

All right.
The next one: “Count your blessings.”

(สำนวนถัดมา คือ

Count your blessings

)

Okay?(โอเคนะคะ)
So, here’s someone… When do we use this?

(ฉะนั้น นี่ไงคือบางคน..เราใช้สำนวนนี้เมื่อไร)

Okay?
“A blessing” is all the good things that are…

(การอวยพร เป็นสิ่งดีๆทั้งหมด นั่นคือ…)

That are present in your life.

(นั่นคือ การให้ในชีวิตของคุณ)

Okay?
Or in the life of your family.

(หรือในชีวิตครอบครัวของคุณ)

So let’s say somebody had a bad day at work or somebody’s complaining about all the traffic
that they had to go through; they were stuck in traffic for two hours, and this happened

(เรามาพูดถึงบางคนที่ได้รับสิ่งไม่ดีจากที่ทำงาน หรือ บางคนที่กำลังบ่นเรื่องการจราจร ซึ่งพวกเขาต้องผ่านให้ได้ พวกเขาติดอยู่บนถนนนาน 2 ชั่วโมง และ สถานการณ์นี้ได้เกิดขึ้น)

– and they’re complaining, but they’re complaining about things that are really not very important
and there are many other good things in their life, so you just want to bring them back
and remind them of the fact that there are very many good things also happening in your…n their lives,

(และ พวกเขากำลังบ่น แต่ว่าพวกเขากำลังบนถึงสิ่งที่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และมีสิ่งดีๆ อื่นๆ ในชีวิตอีกมาก ดังนั้น คุณแค่ต้องการนำพวกเขากลับมา และเตือนพวกเขาถึงข้อเท็จจริง ว่ามีสิ่งดีๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ…ในชีวิตของพวกเขา

so if they’re complaining about their job or their manager, you can say: “But you know what?

(ดังนั้น ถ้าพวกเขากำลังบ่นถึงงาน หรือ ผู้จัดการ  คุณสามารถบอกพวกเขาว่า “ว่าแต่คุณรู้อะไรมั้ย)

Count your blessings. You’ve got a really good job.

(

จงคิดสิ่งดีของคุณสิ

จริงๆ แล้วคุณทำงานดี)

Sure, sometimes things are going to go…

(แน่นอน บางครั้งสิ่งต่างๆ กลังจะผ่านไป…)

Going to go bad or things are going to be a little bit difficult, but I know you can do it.

(ไปในทางที่แย่ หรือ สิ่งต่างจะเป็นความลำบากเล็กน้อย แต่ว่า ฉันรู้ว่าคุณสามารถผ่านมันไปได้)

It’ll… It’ll pass.

(มันจะ….. มันจะผ่านไปได้….)

Count your blessings.” 

(จงคิดแต่สิ่งดีในชีวิตของคุณ)

Say:   (บอกพวกเขาไปว่า)
“Be happy that you have a job. 

(จงมีความสุขที่คุณมีงานทำ)

Be happy that you’re earning well.

(จงมีความสุขที่คุณมีรายได้ที่ดี)

Be happy that you have a family.

(จงมีความสุขที่คุณมีครอบครัว)

Be happy that you…You have a roof over your head.

(จงมีความสุขที่คุณมีที่อยู่พักอาศัย)

Okay? (โอเคนะคะ)
That you have food in your stomach.

(จงมีความสุขที่คุณยังมีอาหารอยู่ในท้อง)

Count your blessings.”

(จงคิดแต่ส่ิ่งที่ดีๆ ในชีวิตของคุณ)

Okay?(โอเคนะคะ)
And the next one: “No big deal.”

(สำนวนถัดมา คือ

“No big deal.”

)

Okay?

So, if somebody says: “Oh, I was going to make you a cake for your birthday, and I came back late, I missed my flight, and now I can’t make you the cake.I don’t know what I’m going to do. I’m feeling so bad.”

(นะคะ สมมุติว่า ถ้ามีใครบางคนพูดว่า “โอ้ว ฉันจะทำเค็กสำหรับวันเกิดของคุณ และและฉันมาช้า ฉันตกเครื่อง และตอนนี้ฉันก็ไม่สามารถทำเค็กให้คุณได้ ฉันไม่รู้จะทำอะไร ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย)

You say: “Oh, no big deal.

(คุณก็บอกเขาไปว่า  “โอ้

ไม่เห็นจะเป็นไรเลย

“)

You can make me a cake tomorrow, we can go out and buy a cake, or you don’t have to make me a cake at all.

(คุณจะทำเค็กให้ฉันพรุ่งนี้ก็ได้ เราจะออกไปและซื้อเค็ก หรือ คุณไม่จำเป็นต้องทำเค็กให้ฉันเลยก็ได้)

We…I’ll still be very happy. No big deal.” (

พวกเรา… ฉันยังคงมีความสุข

ไม่เห็นจะเป็นไรเลย

)
All right?
It means somebody’s getting…feeling bad, and you want to tell them:

(หมายถึง ในกรณีที่บางคนกำลังรู้สึกแย่ๆ และ คุณอยากจะบอกพวกเขา ว่า..)

“No, no.

(ไม่เป็นไร)

It’s okay.

(ไม่เป็นไร)

It’s not a problem.

(ไม่ใช่ปัญหาเลย)

No worries.

(อย่ากังวลเลย)

No big deal.”

(ไม่ใช่เรื่องใหญ่ซักหน่อย)

Okay? (ทันกันมั้ยเด็ก)
All right. (เอาหล่ะ)
And the last one we have here is: “Stay in touch.” 

(และก็มาถึงสำนวนสุดท้ายของคลิปนี้ คือ

“Stay in touch.

“)

Okay?
That’s a really nice expression.

(สำนวนนี้ดีมากจริงๆ ค่ะ)

It’s used in lots of contexts.

(นำไปใช้หลายๆ บริบท)

So, this is when someone that you know, it could be someone in your personal life, it could be somebody in your professional life, and somebody that you… Let’s say it was a neighbour.

(สำนวนนี้เป็นสำนวนที่ใช้ เมื่อบางคนที่คุณรู้จัก ซึ่งอาจจะเป็นบางคนในชีวิตคุณ หรืออาจจะเป็นบางคนที่ทำงานร่วมกับคุณ และบางคนที่….สมมุติว่า เป็นเพื่อนบ้านคุณ ก็แล้วกันนะคะ)

Okay?
And you lived next to this neighbour for many years and you’re good friends, and now this neighbour is moving far away, so you want to tell them that even though they’re moving far away, you want to keep in contact with that person, so you say: “Stay in touch”.

(และคุณอาศัยอยู่ถัดจากเพื่อนบ้านนี้มาเป็นเวลาหลายปี และคุณเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และ ตอนนี้ เพื่อนบ้านของคุณกำลังจะย้ายบ้าน ดังนั้น คุณอยากจะบอกพวกเขาว่า แม้ว่าพวกเขาจะย้ายไป คุณยังอยากที่จะติดต่อกับคนนั้น คุณก็พูด สำนวนว่า 

“Stay in touch”

)

“Stay in touch” doesn’t mean physically touch, but “touch” means contact.

( “Stay in touch” ไม่ได้หมายถึงสัมผัสทางร่างกาย แต่ touch ในที่นี้ หมายถึง ติดต่อกัน)

Stay in communication;

(ติดตามในด้านการสื่อสาร)

stay in touch with me.

(ติดตามข่าวสารกับฉัน)

All right? (เอาหล่ะค่ะ)
It could be also a colleague, you worked together for many years, maybe now he or she is retiring and you’re really going to miss them; you have a good relationship with them, so you say: “Stay in touch.”

(อาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานด้วยกัน คุณได้ทำงานด้วยกันมาหลายปี แต่ตอนนี้ เขาหรือหล่อน กำลังปลดเกษียณ หรือย้ายออกไป และคุณคงจะคิดถึงพวกเขา คุณมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ดังนั้น คุณก็บอกพวกเขาไปว่า

 

“Stay in touch”

)


Okay?
“Let’s stay in touch.

(เรามาอยู่ติดตามกัน)

Let’s stay in contact so we can update each other about our lives and continue to have this ongoing relationship.”

(เรามาอยู่ติดตามกัน เพื่อพวกเราจะได้อัพเดทซึ่งกันและกันเกี่ยวกับชีวิตของพวกเรา และรักษามิตรภาพต่อกันให้ยืดยาว)

All right? (เอาหล่ะค่ะ)
And I also encourage you to stay in touch.

(และครูก็อยากให้คุณอยู่ติดตาม)

Stay in touch with me; subscribe to my YouTube channel, watch lots of other videos like this which can help you to improve your English.

(อยู่ติดตามครู บอกรับข่าวสารช่องยูทูปให้ครูด้วย ดูวิดีโออื่นๆ อีกมากมายแบบนี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณพัฒนาภาษาอังกฤษ)

All right? (เอาหล่ะค่ะ)
And if you would like to review these, which you should do-it’s always a good idea to make sure that you really know them-please go to our website: www.engvid.com.
There, you can do a quiz on all of these, and really practice them, and really master them because they’re not hard and you will hear them quite often.

(และถ้าคุณอยากจะทบทวน ซึ่งคุณควรจะทำเสมอๆ เพื่อจะได้แนวคิดดีๆ กรุณาเข้าไปที่เว็บของเรา www.engvid.com.)

Okay?
So, if you have learned them and you’re feeling good about it, then good for you.
All right?
Stay in touch.
Keep me posted.
All right?
Take care.(ดูแลตัวเอง)
Bye for now.

(ณ บัดนี้ ครูรีเบ้กก้า ขอจบไว้เพียงแค่นี้นะคะ ลาก่อนค่ะ)

————————————————-

ผิดพลาดประการใดขออภัย ส่วนคำแปลก็อ่านเอาแต่สาระนะครับ

————————————————-

สวัสดีครับ นักศึกษาทุกคน วันนี้ผมมีประเด็นที่น่าสนใจ ให้ทุกคนมาฝึกภาษาอังกฤษกัน โดยผมจะนำคลิป การบรรบายภาษาอังกฤษ โดย อ.ฝรั่ง จากยูทูป ซึ่งคลิปมีความยาว 11 นาที โดยในคลิปนั้น จะพูดถึง สำนวนการใช้ภาษาอังกฤษ 10 สำนวนด้วยกัน ให้นักศึกษาตั้งใจฟัง เพื่อเป็นการฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษไปด้วยครับนอกจากนี้ผมก็ได้ลงคำบรรยายจากคลิปที่เป็นภาษาอังกฤษ และแปลประโยคต่อประโยค ซึ่งประโยคเหล่านั้น นักศึกษาสามารถจำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยครับ เพราะผมไม่ได้แปลจาก google นะครับ (แปลตามความรู้สึกของรีเบกก้าล้วนๆ 555)สุดท้ายหลังจากที่นักศึกษาได้ฟังคลิปจบแล้ว ผมก็จะมี คำถาม(Quiz) เพื่อให้นักศึกษาประเมินตัวเองว่า เรามีความเข้าใจคำบรรยายจากคลิป มากน้อยแค่ไหน พร้อมมีคำเฉลยให้ หากเราทำข้อไหนผิด ก็ให้กลับมาฟังคลิปดูซ้ำอีกรอบนะครับถ้านักศึกษาได้ฟังและอ่านนี้จบ นักศึกษาจะพบว่า เราจะได้เรียนรู้ประโยคอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำมารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นอกเหนือจากสำนวนสำคัญๆ ที่ฝรั่งอธิบายไว้ในคลิป1. Good for you2. Keep me posted3. Sleep on it4. Let it go5. Take it easy6. All is well7. Never say never8. Count your blessings9. No big deal10. Stay in touchHi.I’m Rebecca from engVid.In this lesson, you’re going to learn 10 lovely English expressions that you might be hearing all around you, every day.These are really common expressions, so I want to make sure that you know them so thatyou understand what people are saying; and also, once you’re really sure of the meaning, you can also start to use them yourself.Okay?Now, the other thing is that they’re really short; each of them…The ones I’ve chosen, here, only have three words, so they’re also really short and easy to say.Okay?And there are no complicated long words to pronounce or anything like that.Okay? So, let’s get started.Number one is the expression:(เบอร์ 1 ก็คือSo, the way that I said it,what do you think it means?Well, what it means is that somebody gives you some good news, like: “Oh, guess what?Rebecca, I passed my IELTS exam on the first try.”So what would I say to that student?. Wow, you did it. Amazing.”Or someone tells you: “Hey, I got the job. I didn’t… I can’t believe it.”And I was like: “. You know? You tried, you did it; you succeeded..”Okay?(ทันมั้ยคะ)Really easy to say and very easy to understand, I hope.All right? (เอาหล่ะทีนี้)Next: “Keep me posted.”All right, so what does: “Keep me posted” mean?You have the word “post” here, but don’t worry about that; it has nothing to do with mailing letters or anything like that.”Keep me posted” means that there’s a situation and you want someone to keep…Give you updates; to keep you updated on what the latest news is or what has happened.So, for example, let’s suppose that someone is in the hospital and they are…The doctor is giving them news every few hours to tell them what’s happening, so you are not there but you want to know.You care and you want to know what’s happening, so you tell the person in the hospital: “Keep me posted.”That means: “Let me know.Anything new that happens, let me know.Keep me updated.”Okay?And you will hear this expression in regular situations, like the one I described, and very often at work.If there’s a particular project going on and your manager wants you to update him or herwhenever something important happens, they might say to you: “Keep me posted.”Okay?So, that’s another one for you. (อีกสำนวนสำหรับคุณ)Number three: “Sleep on it.”Okay?”Sleep on it? Sleep on what?”Okay.So, what this means is: Don’t decide something right away.Okay?Take some time to decide, take some time to maybe sleep at night and think about something quietly, and don’t be in a rush to decide anything.Don’t be in a rush; don’t be in a hurry to make up your mind, or make an important decision or choice.Say: “I don’t know.I have this job offer, I have that job offer; I’ve got to let them know.I don’t know what to do.” If somebody’s in that situation, so you can say to them, what?”Why don’t you sleep on it?Okay?I think you’ll know better in the morning.”Okay?Sometimes people get very anxious, but you can tell them…It’s another way of saying: “Take some time to decide”.Okay?So: “Sleep on it” is actually, like, the decision, okay? On the decision.Okay.Next: “Let it go.”All right?This is a really nice expression.So let’s say somebody’s had a bad situation, okay?Something bad happened to them, they…Somebody spoke to them angrily and they’re feeling very hurt, or somebody left them.Okay?Or they…They lost their job and the manager, you know, embarrassed them in front of other peopleand they’re feeling really negative and they’re feeling bad, so instead of… instead of…and the person is telling you about all these bad things that happened,so you want to tell them: “Why don’t you just…? You know what?I understand, but let it go.Forget about it.Move forward.”Okay?So you say: “Let it go”, means don’t keep all that negative feeling inside you.Okay?Or that negative energy inside you.Let it go.All right?Forget about it, move forward, and do something good.Okay?Say it after me: “Let it go.”Or: “Sleep on it.”Okay?Say it after me: “Keep me posted.”And: “Good for you.”Okay?Don’t forget the…Okay?This is important.I always do that.I always make a fist when I say: “Good for you.”Okay?You can do it, if you want to.All right.The next one: “Take it easy.”Okay?Now: “Take it easy” we could use in different situations.One is when somebody’s getting angry and upset: “Hey. What do you mean? How…? How can you say that to me? What do you mean?”And they’re about to, like, get violent or get really loud and angry, and you say:”Hey, hey. It’s okay. Take it easy. Calm down. Relax.”Okay?So that’s how it’s…One very common way in which it’s used-okay?-when somebody’s getting excited and worked up, and you’re afraid that something worse is going to happen or some violence is goingto follow, you say: “Hey, relax. Take it easy.”Okay?(โอเคนะคะ)That’s one way.And the other way is just in a general sense, we just say sometimes when we’re saying: “Bye”to somebody, say: “Hey, bye.See you on Mon-…See you on Monday.Take it easy.”And it’s just: “Relax.Take it easy.Enjoy yourself.Be…Be relaxed.Don’t be under stress.”Okay?(โอเคนะคะ)So it can also be used in this regular, everyday way.Okay?All right.Say it after me: “Take it easy.”Okay?(โอเคนะคะ)”Take it easy”, if you’re just saying bye.Or: “Take it easy” if you’re trying to calm someone down.Okay?(โอเคนะคะ)Next: “All is well”.-“How’s everything, Rebecca?”-“All is well.”That’s another way of saying: “Everything’s okay.Everything’s fine.”Sometimes when we write to someone, we say: “Hope all is well.”Okay?(โอเคนะคะ)Means: I hope everything in general in your life is going well.And you can also answer that: “Yes, all is well. All is well.”Okay?(โอเคนะคะ)Everything is fine; everything is okay.It doesn’t mean every single detail, but over all, all is well.Okay?(โอเคนะคะ)Next: “Never say never.”That’s really nice. That’s a nice expression.You know how sometimes someone who has had a bad experience and maybe they…?They tried for a job or they tried to pass an exam and they didn’t succeed, and theystart getting into a very negative state, and they say: “I’m never going to pass this exam.I’m never going to get a job.I’m never going to find a husband or a wife, or a girlfriend or boyfriend”, or who knows what.Okay?And they start getting very negative, and saying: “I’ll never do this.I’ll never get over this addiction.I will never buy… Be able to buy a house.”And you want to turn that energy around, and you want to give them some positive energyand a positive way to look at life, and so you say to them: “Never say never.You never know what can happen.”Right?Good things can happen.So never say: “I’ll never get better, or I’ll never get out of debt, or I’ll never get over an addiction” – no.You can do anything.Never say never.Everything is possible.All the good things are possible.That’s what this expression means.Okay?(โอเคนะคะ)”Never say never.”All right.The next one: “Count your blessings.”Okay?(โอเคนะคะ)So, here’s someone… When do we use this?Okay?”A blessing” is all the good things that are…That are present in your life.Okay?Or in the life of your family.So let’s say somebody had a bad day at work or somebody’s complaining about all the trafficthat they had to go through; they were stuck in traffic for two hours, and this happened- and they’re complaining, but they’re complaining about things that are really not very importantand there are many other good things in their life, so you just want to bring them backand remind them of the fact that there are very many good things also happening in your…n their lives,so if they’re complaining about their job or their manager, you can say: “But you know what?Count your blessings. You’ve got a really good job.Sure, sometimes things are going to go…Going to go bad or things are going to be a little bit difficult, but I know you can do it.It’ll… It’ll pass.Count your blessings.”Say: (บอกพวกเขาไปว่า)”Be happy that you have a job.Be happy that you’re earning well.Be happy that you have a family.Be happy that you…You have a roof over your head.Okay? (โอเคนะคะ)That you have food in your stomach.Count your blessings.”Okay?(โอเคนะคะ)And the next one: “No big deal.”Okay?So, if somebody says: “Oh, I was going to make you a cake for your birthday, and I came back late, I missed my flight, and now I can’t make you the cake.I don’t know what I’m going to do. I’m feeling so bad.”You say: “Oh, no big deal.You can make me a cake tomorrow, we can go out and buy a cake, or you don’t have to make me a cake at all.We…I’ll still be very happy. No big deal.” (All right?It means somebody’s getting…feeling bad, and you want to tell them:”No, no.It’s okay.It’s not a problem.No worries.No big deal.”Okay? (ทันกันมั้ยเด็ก)All right. (เอาหล่ะ)And the last one we have here is: “Stay in touch.”Okay?That’s a really nice expression.It’s used in lots of contexts.So, this is when someone that you know, it could be someone in your personal life, it could be somebody in your professional life, and somebody that you… Let’s say it was a neighbour.Okay?And you lived next to this neighbour for many years and you’re good friends, and now this neighbour is moving far away, so you want to tell them that even though they’re moving far away, you want to keep in contact with that person, so you say: “Stay in touch”.”Stay in touch” doesn’t mean physically touch, but “touch” means contact.Stay in communication;stay in touch with me.All right? (เอาหล่ะค่ะ)It could be also a colleague, you worked together for many years, maybe now he or she is retiring and you’re really going to miss them; you have a good relationship with them, so you say: “Stay in touch.”Okay?”Let’s stay in touch.Let’s stay in contact so we can update each other about our lives and continue to have this ongoing relationship.”All right? (เอาหล่ะค่ะ)And I also encourage you to stay in touch.Stay in touch with me; subscribe to my YouTube channel, watch lots of other videos like this which can help you to improve your English.All right? (เอาหล่ะค่ะ)And if you would like to review these, which you should do-it’s always a good idea to make sure that you really know them-please go to our website: www.engvid.com.There, you can do a quiz on all of these, and really practice them, and really master them because they’re not hard and you will hear them quite often.Okay?So, if you have learned them and you’re feeling good about it, then good for you.All right?Stay in touch.Keep me posted.All right?Take care.(ดูแลตัวเอง)Bye for now.————————————————-

See also  สอนสร้างเพจ Facebook หาเงิน ขายของ ( ใช้วิธีนี้ ขายดีขึ้นฟรีๆ ) ตั้งค่าเพจ ปี2021 | วิธีลงโฆษณา facebook ฟรี | Nataviguides
See also  [NEW] แปลเพลง keshi - 2 soon - ลืมเธอเร็วไปหรือลืมเธอไม่ได้กันแน่ - MaNoot Translate x Music Space #2 | too แปล-ว่า - NATAVIGUIDES

Table of Contents

[Update] การเขียนจดหมาย อีเมล ภาษาอังกฤษ ประโยคจำเป็น รวมประโยคสำเร็จรูป ตัวอย่างประโยค | อัพเดทภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

สอนภาษาอังกฤษเรื่องการเขียนอีเมล (email) เป็นภาษาอังกฤษ บทเรียนภาษาอังกฤษบทนี้ อ.ต้นอมร รวบรวมประโยคที่จำเป็นต้องใช้ แต่ผู้เรียนภาษาอังกฤษอาจไม่กล้าเขียน email เองเพราะภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงพอ กลัวว่าถ้าเขียนอีเมลเองจะผิดแกรมม่าไวยากรณ์ ก็สามารถมาดูประโยคสำเร็จรูปที่จำเป็นจะต้องได้ใช้ในการเขียนอีเมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำงาน ติดต่อสื่อสารธุรกิจครับ และถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ สามารถเรียนภาษาอังกฤษฟรีได้โดยคลิก >> สอนภาษาอังกฤษฟรี โดยเว็บ tonamorn.com สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่พื้นฐานภาษาอังกฤษ จนถึงระดับสูง ครบถ้วนทั้งคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ผู้เรียนสามารถเลือกเนื้อหาที่ต้องการเรียนได้ฟรี มีการเพิ่มบทเรียนภาษาอังกฤษใหม่อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอครับ ถ้าเข้ามาเรื่อยๆ จะรู้ว่ามีเนื้อหาใหม่ตลอดครับ ช่วยกันแชร์ และบอกต่อเพื่อนๆ ด้วยนะครับ

กดติดตาม อ.ต้นอมร บนเฟซบุ๊ก ความรู้ดีๆ เพียบ!
facebook.com/tonie.amorn

กดติดตาม เพจเรียนภาษาอังกฤษฟรี บนเฟซบุ๊ก
facebook.com/ajtonamorn
(ตั้งเป็น see first : เห็นโพสต์ก่อน ด้วยนะครับ)

ประโยคที่น่าสนใจ สำหรับการเขียนอีเมล (email) หรือจดหมายธุรกิจ

การเกริ่นนำจดหมาย หรืออีเมล เพื่อแจ้งให้ทราบ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– I’m writing to tell you that …
– I’m writing to inform you that …
– This is to make you aware that …
– I want to fill you in on …
– Please be advised that …

คำศัพท์ที่น่าสนใจ
inform (อินฟอร์ม’) = บอก,แจ้ง
aware (อะแว-) = ทราบ
advise (แอ็ดไฝส-) = แจ้งให้ทราบ, แนะนำ

โครงสร้างไวยากรณ์ (grammar) ที่น่าสนใจ

With + noun, subject + verb …

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
With the next product release, we will change our advertising strategy.
= (เนื่องด้วย)การปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวถัดไป เราจะเปลี่ยนกลยุทธ์การโฆษณา

การแนะนำข้อมูลทั่วไป

– For your background information, …
– To give you a general summary, …
– To provide you with a broad picture of …
– Just so you have a comprehensive idea of …
หมายถึง เพื่อให้คุณได้เข้าใจอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับ …

การเกริ่นนำ เรื่องที่รู้อยู่แล้ว

– As you know, …
– As you may have noticed, …
– As you might have guessed, …
– You might already be aware that, …

การเขียนแจ้งเรื่องความรับผิดชอบ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– … (Name) … will be responsible for …
– … (Name) … will be in charge of …
– … (Name) … will be taking care of …
แปลว่า …(ชื่อ)… จะรับผิดชอบด้าน …

– … (Name) … will assume the role of (position)
แปลว่า …(ชื่อ)… จะรับหน้าที่ในตำแหน่ง …

– … (Name) … has assumed a number of responsibilities in …
แปลว่า …(ชื่อ)… จะดูแลรับผิดชอบงานเกี่ยวกับด้าน …

การตักเตือน เป็นภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างการเขียนขึ้นต้นประโยค
– Be mindful of …
– Try not to forget …
– Please try to heed …
– Remember that … is essential.
– Please keep in mind that …

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– Remember that being punctual is essential.
= จำไว้ว่าการตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญ

– Please keep in mind that we start work at eight o’clock sharp.
= โปรดจำใส่ใจว่าเราเริ่มงาน 8 โมงตรง

การแสดงความเสียใจ ภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างการเขียนขึ้นต้นประโยค
– I am sorry that …
– I feel sorry that …
– I am regretful that …
– I feel regretful that …
แปลว่า ฉันเสียใจ/เศร้า กับเรื่อง …

– It is unfortunate that …
– It is regrettable that …
แปลว่า ช่างโชคร้าย/น่าเสียดาย ที่ …

– There is nothing I can say about … except that …
แปลว่า ฉันไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับ … นอกเสียจากว่า …

การแสดงความเห็นใจ
(Showing Sympathy)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– All our hearts go out to you.
– We’re all pulling for you.
= พวกเราทุกคนภาวนาเอาใจช่วยคุณ

– We are deeply concerned about your …
แปลว่า พวกเรารู้สึกเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่อง … ของคุณเป็นอย่างมาก

สำนวนให้กำลังใจ ภาษาอังกฤษ
(Encouraging Someone)

– Don’t forget to keep your chin up.
– Remember to stay positive.
– Be sure to believe in yourself.

การแสดงความขอบคุณ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– I would like to take this opportunity to express my most heartfelt appreciation to you for your assistance.
= ฉันขออาศัยโอกาสนี้แสดงความซาบซึ้งใจของฉันที่มีต่อความช่วยเหลือของคุณ

คำศัพท์ที่น่าสนใจ
heartfelt (ฮาร์ท’เฟ็ลท) adjective = จริงใจ, โดยตั้งใจ, ไม่เสแสร้ง, อย่างน้ำใสใจจริง
appreciation (อะพรี’ชีเอ’เชิน) noun = ความรู้คุณค่า, ชอบ, ชมเชย
assistance (อะซิส’เทินซฺ) noun = ความช่วยเหลือ, การสนับสนุน

การแนบไฟล์ แนบข้อมูล

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– For your review, enclosed is …
– For your review, attached is …
– For your consideration, enclosed is …
– For your consideration, attached is …
– I have included …
– I have attached …
– I have added …
– Please find enclosed …
– Please find affixed …

คำศัพท์ที่น่าสนใจ
enclose (เอนโคลซ’) = แนบมา
affix (อะฟิคซฺ’) = สิ่งเพิ่มเติม, ภาคผนวก, คำต่อท้าย

การบอกความคืบหน้าของงาน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– I am planning to …(+ verb)…
แปลว่า ฉันวางแผนที่จะ
– I am attempting to …(+ verb)…
แปลว่า ฉันพยายามที่จะ
– I am preparing to …(+ verb)…
แปลว่า ฉันเตรียมที่จะ

We are in the process of + v. ing …
แปลว่า เรากำลังอยู่ในระหว่าง
(=to have started doing something)

สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น
We’re still in the process of decorating the house.
แปลว่า เรายังคงอยู่ระหว่างการตกแต่งบ้าน

– Meanwhile, subject + verb …
– At the same time, subject + verb …
– Concurrently, subject + verb …
แปลว่า ในขณะที่ …

การขอบคุณ เป็นประโยคภาษาอังกฤษ

– Words cannot convey my gratitude.
– Words cannot convey my gratefulness.
– Words cannot convey my appreciation.
แปลว่า คำพูดมากมายก็ไม่อาจแสดงความรู้สึกซาบซึ้งของฉันได้

– I want to thank you on behalf of (Name) for …
แปลว่า ฉันขอขอบคุณแทน …(ชื่อ)… สำหรับ …

การตอบแทนในโอกาสถัดไป

– We look forward to returning the favor.
– We hope to repay your kindness in full.
– Next time, everything is on us.

การเสนอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

– Please let me know if I can do more to support this.
= บอกฉันเลยถ้าหากคุณอยากให้ฉันช่วยอะไรเพิ่มในเรื่องนี้
– Feel free to tell me if there is anything I can do to be of assistance.
= ไม่ต้องกังวลที่จะบอกฉันหากมีอะไรให้ช่วยเหลือ
– Don’t hesitate to ask for more help.
= ไม่ต้องลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ

คำศัพท์น่ารู้
assistance (อะซิส’เทินซฺ) /əˈsɪs.təns/ = การช่วยเหลือ, ความช่วยเหลือ
hesitate (เฮช’ชิเทท) /ˈhez.ə.teɪt/ = ลังเล

ประโยคแสดงการเห็นด้วย

– I couldn’t agree more.
– I agree with you completely.
– I’m on your side 100%.
– I see things the same way.

การชมเชยเมื่องานสำเร็จด้วยดี

– Your direction and vision made the project successful.
– This project would not have been accomplished without your suggestions and
cooperation.

การพูดถึงความกังวล

My fear is that … subject + verb …
My concern is that … subject + verb …
My worry is that … subject + verb …
= ฉันกังวลว่า …

คำศัพท์ภาษาอังกฤษควรรู้
fear (เฟียร์) ความกลัว
concern (คันเซิร์น’) เกี่ยวพัน, กังวล, เป็นห่วง
worry (เวอ’รี) /ˈwɝː.i/ เป็นห่วง, กังวล

ไวยากรณ์ น่ารู้
การใช้ seem(s) to be
seem (ซีม) ดูราวกับ, ดูเหมือนว่า

ถ้าหลัง to be เป็นคำนามเอกพจน์ ใช้ seems
ถ้าหลัง to be เป็นคำนามพหูพจน์ ใช้ seem เช่น

– There seems to be a mistake.
– There seem to be a lot of mistakes.

การตอบกลับเพื่อคลายความกังวลหรือข้อสงสัย

– I would like to clarify a few points before we proceed.
– I would like to clear up a few points before we move on.
แปลว่า ฉันอยากจะคลายข้อสงสัยบางประการ ก่อนที่เราจะดำเนินการต่อไป

การร้องเรียน บ่น ตำหนิ

– I don’t think this is appropriate because …
– I don’t think this is suitable because …
แปลว่า ฉันคิดว่าแบบนี้ไม่เหมาะสม เพราะ …

– I would appreciate it if you could …
– I would be thankful if you could …
– I would be grateful if you could …
– I would be obliged if you could …
แปลว่า ฉันจะซาบซึ้ง/ขอบคุณเป็นอย่างมาก ถ้าคุณสามารถ …

– I believe you and I discussed this before and agreed that it wouldn’t and shouldn’t
take place.
แปลว่า ฉันเชื่อว่าก่อนหน้านี้เราได้คุยกันไปแล้ว และเห็นด้วยกันแล้วว่ามันไม่ควรจะเกิดขึ้น

การขอโทษ ภาษาอังกฤษ แบบต่างๆ

– I sincerely apologize for …
– I deeply apologize for …
– I truly apologize for …
แปลว่า ฉันต้องขออภัยอย่างยิ่ง สำหรับ …

– I am very sorry for …
– I am very sorry about …
แปลว่า ฉันรู้สึกเสียใจมากเกี่ยวกับ

การตั้งตารอ บางสิ่ง บางอย่าง

ไวยากรณ์ (grammar) น่ารู้
– I am looking forward to + v.ing
– I’m anxiously anticipating + v.ing
– I can’t wait to + v.

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
– I can’t wait to start working here.
= ฉันรอที่จะเริ่มงานที่นี่ไม่ไหวแล้ว

กลับเข้ามาดูอีกนะครับ เพิ่มประโยคให้เรื่อยๆ ครับ

คลิกอ่านได้เลยครับ
การเขียนจดหมาย และอีเมลภาษาอังกฤษ (การขึ้นต้น และลงท้ายจดหมาย แบบต่างๆ)
การเขียนจดหมายลางาน ลาป่วย ลาคลอด ลากิจ ลาประจำปี และการฝากงานระหว่างวันลา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การเขียน Résumé ประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษ แบบย่อ (เรซูเม่) เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครงาน
บทสนทนาภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์


คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่องสัตว์ต่างๆ พร้อมวีดีโอรูปภาพและคำอ่าน | เหมาะสำหรับอนุบาลและเด็กเล็ก


คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในหมวดสัตว์ต่างๆ พร้อมวีดีโอรูปภาพและคำอ่าน | เหมาะสำหรับอนุบาลและเด็กเล็ก
เพื่อเสริมทักษะความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ
วิชาการทั้ง คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และอื่นๆๆอีกมากมาย
อย่าลืมกดติดตาม Subscribe WAWA kids art กันนะค่ะ
เกมทายประโยชน์ของสัตว์ตามคำใบ้ https://youtu.be/YpSoUZLTOv0
เกมทายสัตว์พาหะนำโรคตามคำใบ้ https://youtu.be/L0AMS3lsg8Y
เล่นทำอักษร ก ไก่ ฮ นกฮู ด้วยแป้งโด การ์ตูนน่ารักๆ หัดอ่าน พยัญชนะไทย | Learn Thai Alphabet https://youtu.be/bxRPh7p_z24
Play ice cream cups, learn colors, count numbers.เล่นถ้วยไอสครีม เรียนรู้สี นับเลข คำศัพท์ภาษาอังกฤษ https://youtu.be/ya60cjKLCVg
Learn color through art Win surprise eggs. เรียนรู้สีผ่านงานศิลปะ ลุ้นไข่เซอร์ไพรส์ เรียนรู้คำศัพท์ https://youtu.be/4feixRAqFdY
เกมทายพืชผักสวนครัวตามคำใบ้ https://youtu.be/utGeGU2sVUA
เสียงสัตว์ 50 เสียง พร้อมวีดีโดรูปภาพประกอบ https://youtu.be/ysWyXa3sHVo

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่องสัตว์ต่างๆ พร้อมวีดีโอรูปภาพและคำอ่าน | เหมาะสำหรับอนุบาลและเด็กเล็ก

แก้ ภาษา windows 10 สอนเปลี่ยน ภาษา win10 ภาษาอังกฤษ v1903 (อัพเดท 2020) l ครูหนึ่งสอนดี


เพิ่มภาษาอังกฤษ บน Windows 10 V.1903
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจดีๆให้กับหนึ่งด้วยนะครับ ขอบคุณครับ\r
แก้ภาษาwindows10 หนึ่งโมบายมวกเหล็ก ครูหนึ่งสอนดี 1mobilemuaklek\r
\r
\r
รับชมคลิปเพิ่มเติมได้ที่\r
https://www.youtube.com/channel/UCpYwQZfu9E7DZHcgtcPnMbw?sub_confirmation=1\r
\r
\r
ติดต่อส่งเครื่องซ่อมได้ที่เฟสบุ๊ค หนึ่งโมบายมวกเหล็ก ฝากข้อความไว้นะครับ\r
https://www.facebook.com/1MobileMuaklek

แก้ ภาษา windows 10 สอนเปลี่ยน ภาษา win10 ภาษาอังกฤษ v1903 (อัพเดท 2020) l ครูหนึ่งสอนดี

ครั้งแรก ! กับการรายงานข่าวภาษาอังกฤษของจินกับเรนนี่ พอได้มั้ยนะ ?


ครั้งแรก ! กับการรายงานข่าวภาษาอังกฤษของจินกับเรนนี่ เรื่องที่คุณอาจคาดไม่ถึง
เพราะอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เรียนออนไลน์ ไม่รู้เรื่อง ?!
ติดตาม Little Monster ได้ที่…
::: Subscribe Channel :::
Little Monster Family :
: http://bit.ly/2dIlj7F
Little Monster Kids :
https://bit.ly/2z6gsHp
Little Monster Song :
http://bit.ly/2dZiOel
Facebook :https://www.facebook.com/littlemonsterrocknroll

ครั้งแรก ! กับการรายงานข่าวภาษาอังกฤษของจินกับเรนนี่  พอได้มั้ยนะ ?

วิธีเปลี่ยนเมนู Office 2016 เป็นภาษาไทย [Word, Excel,PowerPoint]


คลิปแนะนำวิธีเปลี่ยนเมนู Office 2016 เป็นภาษาไทย โดยจะเปลี่ยนภาษาเมนูของ Word, Excel,PowerPoint, Outlook และโปรแกรม Office อื่นๆที่รองรับภาษาไทย โดยจะเปลี่ยนภาษาเมนู ภาษาเครื่องมือ ภาษาช่วยเหลือ ให้เป็น \”ภาษาไทย\” ทั้งหมด
ลิ้งค์บทความ:
Web Blog: https://www.nongit.com
ติดตาม Facebook ที่: https://fb.com/nongitcom

วิธีเปลี่ยนเมนู Office 2016 เป็นภาษาไทย [Word, Excel,PowerPoint]

คำศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ ๆ ในยุค COVID-19 🦠 | We Mahidol


Covidiot, Covidient, Antivaxxer, Antimasker, Cornteen, Zoom fatigue และ Sanny
รู้หรือไม่ว่าคำเหล่านี้ เป็นคำศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 แต่ละคำจะมีความหมายว่าอะไรบ้าง? วันนี้พี่ทีน รุ่นพี่สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดล จะมาเล่าให้ฟังกัน ศัพท์ใหม่
โควิด19 COVID19 Mahidol WeMahidol
YouTube : We Mahidol
Facebook : http://www.facebook.com/wemahidol
Instagram : https://www.instagram.com/wemahidol/
Twitter : https://twitter.com/wemahidol
TikTok : https://www.tiktok.com/@wemahidol
มหาวิทยาลัย มหิดล Mahidol University : https://www.mahidol.ac.th/th/
Website : https://channel.mahidol.ac.th/

คำศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ ๆ ในยุค COVID-19 🦠 | We Mahidol

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ อัพเดทภาษาอังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.