Home » [Update] แบบทดสอบภาษาอังกฤษ ม.6 เรื่อง Present Simple Tense | present simple tense คือ – NATAVIGUIDES

[Update] แบบทดสอบภาษาอังกฤษ ม.6 เรื่อง Present Simple Tense | present simple tense คือ – NATAVIGUIDES

present simple tense คือ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Tense แรกที่คุณครูมักสอนในห้องเรียนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น Present Simple Tense นี่แหละ หลังจากเพื่อน ๆ ได้ทบทวนบทเรียนออนไลน์เรื่อง Tense 12 แบบ กันไปแล้ว ก็คงจะพอสู้กับข้อสอบที่ StartDee รวบรวมมาให้ได้บ้างแล้วล่ะ ลองทำกันดูสักตั้ง !

ตะลุยทำข้อสอบกับ StartDee กันได้ แค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน StartDee แอปเดียวครบจบทุกวิชา

 

  1. Which of the following adverbs CANNOT be used with present simple tense?

    A. Frequently
    B. Never
    C. By the time
    D. Rarely
    E. Hardly

 

เฉลย: ข้อ C

คำที่ใช้คู่กับ Present Simple มักจะเป็นคำที่”บอกความถี่” ใช้สื่อถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำ หรือ คำที่บอกกิจวัตรประจำวัน แต่คำว่า by the time แปลว่า “เมื่อ” หรือ “ในเวลาที่” จะสื่อถึงเหตุการณ์เกิดก่อนเกิดหลัง มากกว่าการแสดงถึงการบอกกิจวัตรประจำวันหรือความถี่ 

ข้อ A.  ผิด เพราะ frequently มีความหมายว่า “บ่อยๆ ถี่ๆ” ใช้ในการบอกความถี่ หรือสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวัน 

ข้อ B.  ผิด เพราะ  never มีความหมายว่า “ไม่เคย” ซึ่งสามารถบอกเป็นกิจวัตรได้ว่าไม่เคยทำสิ่งนี้

ข้อ D. และ E.  ผิด เพราะ rarely และ hardly  มีความหมายว่า “แทบจะไม่” ใช้ในการบอกว่าแทบจะไม่ได้ทำสิ่งนั้นในชีวิตประจำวันเลย

  1. Lora always ________________ by bus.
    A. commute
    B. commutes
    C. is commuting
    D. has been commuting
    E. will commute

 

เฉลย: ข้อ B

จากโจทย์สามารถแปลได้ว่า “ลอร่ามักจะเดินทางไปกลับโดยรถเมล์เสมอ” สังเกตจากคีย์เวิร์ดคำว่า  “always” บอกถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ

และจากโจทย์ Lora คือประธานของประโยคที่อยู่ในรูปเอกพจน์ จึงต้องตามด้วย กริยาในรูปเอกพจน์ที่ เติม s/es  นั่นเอง

ข้อ A.  ผิด เพราะ Lora เป็นประธานเอกพจน์ ดังนั้น commute จึงต้องเติม s 

ข้อ C.  ผิด เพราะ คำว่า always จะเป็นตัวบ่งบอกถึง Present Simple ไม่ใช่ Present Continuous ที่มีโครงสร้าง v. to be + v.ing (is commuting)

ข้อ D.  ผิด เพราะ has + been + v.ing (commuting) จะเป็นรูป Present Perfect Continuous ไม่ใช่ Present Simple

ข้อ E.  ผิด เพราะ การใช้ will + v.infinitive (commute) จะบ่งบอกถึงการใช้ในรูปแบบ Future Simple ไม่ใช่ Present Simple

  1. Which of the following structures is INCORRECT according to the present simple tense?
    A. Do + s + v.infinitive ?
    B. Does + s + v2 ?

     

    C. Is + s + adj ?
    D. What + do/does + s + v.infinitive ?
    E. How often do/does + s + v.infinitive ? 

 

เฉลย: ข้อ B

เพราะในการตั้ง ประโยคคำถาม ของรูป Present Simple ถ้าหากประโยคนั้น ไม่มีกริยาช่วยที่จะนำมาวางข้างหน้า ให้เราเอา v. to do เข้ามาช่วย ซึ่งถ้าหากเรามีการใช้ v. to do ในประโยค กริยาแท้ของประโยคนั้นๆ จะห้ามผันรูปเด็ดขาด โดยจะมีโครงสร้างของประโยคคำถามคือ Do/Does + s +  v.infinitive + ? ดังนั้นการที่ใช้ v2 จึงผิด

 

ข้อ A. ผิด เพราะ ถูกตามหลักการตั้งประโยคคำถามโดยใช้ v.to do ซึ่งมีโครงสร้างคือ Do/Does + S +  v.infinitive + ?

ข้อ C. ผิด เพราะ ถูกตามหลักการตั้งประโยคคำถามโดยใช้ v.to be ซึ่งมีโครงสร้างคือ  Is/Am/Are + s + adj/n. ?

ข้อ D. และ E.  ผิด เพราะถูกตามหลักการตั้งประโยคคำถามโดยใช้ Wh-question แล้ว ซึ่งมีโครงสร้างคือ  Wh-question + do/does + s + v.infinitive?

  1. Bobby: _______________ a foreigner ?

    Liliana: ________________ He can’t understand our language.

A. Is he / Yes, he isn’t.
B. Is he / No, he isn’t.
C. Is he / Yes, he is.
D. He is / Yes, he is.
Is he / Yes, he does.

 

เฉลย: ข้อ C

จากโจทย์สามารถแปลได้ว่า:   บ็อบบี้: “_______คนต่างชาติรึเปล่านะ”

                                            ลิเลียน่า: “_______ เขาฟังภาษาพวกเราไม่ออก”

จากโจทย์ ในประโยคแรกจะต้องเป็นประโยคคำถามเนื่องจากประโยคมีการลงท้ายด้วย ? ซึ่งโครงสร้างของประโยคคำถามคือของ present simple คือ  Is/ Am / Are + S +  complement (adj /n) ?

และในประโยคที่สองที่ต้องเป็นคำตอบต้องเป็นเชิงบวก เนื่องจาก He can’t understand our language. เป็นตัวบ่งบอกว่าเขาที่พูดถึงคือคนต่างชาติจริงๆ ดังนั้นในการตอบจึงต้องใช้โครงสร้าง Yes, s + is/ am /are. และในที่นี้ประโยคที่เป็นคำตอบสื่อถึงประธานเอกพจน์ (He) จึงต้องใช้ “is”

ข้อ A.  ผิด เพราะ การตอบแบบเห็นด้วย จะมีโครงสร้าง Yes, s + is/ am /are. ห้ามใช้ not  และจากบริบทของโจทย์ต้องการรูปประโยคปฏิเสธ ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า

ข้อ B.  ผิด เพราะ เนื่องจาก He can’t understand our language. เป็นตัวบ่งบอกว่าเขาที่พูดถึงคือคนต่างชาติจริงๆ ดังนั้นรูปประโยคปฏิเสธ (No, he isn’t.) จึงไม่เข้ากับบริบท

ข้อ D.  ผิด เพราะ ในประโยคแรกจะต้องเป็นประโยคคำถามเนื่องจากประโยคมีการลงท้ายด้วย ? แต่ในตัวเลือกเป็นประโยคบอกเล่า (He is)

ข้อ E.  ผิด เพราะ ในประโยคที่สองต้องการการตอบที่ลงท้ายด้วย is, am, are เนื่องจากคำถามขึ้นต้นด้วย Is จึงไม่สามารถใช้ does ในการตอบได้

  1. Change the sentence into the negative form of present simple:

    “ Kimberly is always late to class.”

A. Kimberly does not always late to class.
B. Is Kimberly not always late to class?
C. Kimberly are not always late to class.
D. Kimberly is not always late to class.
E. Kimberly do not always late to  class.

 

เฉลย: ข้อ D

เพราะในโจทย์จะแปลได้ว่า “ คิมเบอรี่มักจะมาเข้าชั้นเรียนสาย”

โครงสร้างในประโยคปฏิเสธของ present simple ที่ใช้คู่กับ v. to be  คือ S + is am are + not + complement (adj / n).  ซึ่งจากโจทย์เราเห็น adj. หรือคำคุณศัพท์ late เพราะฉะนั้นเราต้องใช้ v. to be ในประโยค และเนื่องจากประธานของประโยคซึ่งก็คือ Kimberly เป็นเอกพจน์จึงต้องใช้ is คำตอบที่ถูกต้องคือ D. Kimberly is not always late to class.

 ข้อ A. และ E. ผิด เพราะโจทย์ต้องการโครงสร้างประโยคปฏิเสธที่ใช้ v.to be เป็นกริยาช่วย ไม่ใช่ v.to do 

 ข้อ B.  ผิด เพราะโจทย์ต้องการโครงสร้างประโยคปฏิเสธ ไม่ใช่ประโยคคำถาม

 ข้อ C.  ผิด เพราะ Kimberly เป็น ประธานเอกพจน์ ต้องใช้ กริยา is ไม่ใช่ are 

  1. Durian is the king of fruit, but I _______________
    A. like it.
    B. do not like it.
    C. am not like it.
    D. not like it.
    E. does not like it.

เฉลย: ข้อ B

เพราะในประโยคนี้แปลว่า “ทุเรียนคือราชาผลไม้แต่_______”

จากโจทย์ มีการใช้ but ที่แปลว่าแต่ ซึ่งเป็นคำที่แสดงถึงความขัดแย้งกันของประโยคข้างหน้าและข้างหลัง ทำให้ประโยคด้านหลังต้องกลายเป็นประโยคปฏิเสธที่มีโครงสร้าง S + do/ does + not + v

เนื่องจากประธานเป็น I จึงต้องใช้ “do”  เข้ามาเป็นกริยาช่วย จึงได้ประโยคสมบูรณ์ว่า  Durian is the king of fruit, but I do not like it. หรือ “ทุเรียนคือราชาผลไม้แต่ฉันไม่ชอบมัน”

 

ข้อ A.  ผิด เพราะโจทย์ มีการใช้ but ที่แปลว่า “แต่” ซึ่งเป็นคำที่แสดงถึงความขัดแย้งกันของประโยคข้างหน้า และข้างหลัง ทำให้ประโยคหลังต้องการความหมายในเชิงปฏิเสธ จึงต้องเปลี่ยนจาก like it. เป็น do not like it.

ข้อ C.  ผิด เพราะโครงสร้างประโยคปฏิเสธในข้อนี้ โจทย์ต้องการกริยาช่วยที่จะมาขยายคำว่า like เราจึงต้องใช้ v. to do (ใช้ขยายกริยาทั่วไป) ไม่ใช่ v.to be (ใช้ขยาย adj. / noun)

ข้อ D.  ผิด เพราะโครงสร้างประโยคปฏิเสธในข้อนี้ โจทย์ต้องการกริยาช่วยที่จะมาขยายคำว่า like ตามโครงสร้าง S + do/does + not + v.infinitive  จึงต้องเติม do ข้างหน้า not 

ข้อ E.  ผิด เพราะ I  เป็นประธานที่ต้องใช้คู่กับคำกริยาพหูพจน์ ดังนั้นต้องใช้ do not ไม่ใช่ does not 

 

เป็นยังไงกันบ้าง ถูกกันหมดทุกข้อไหมเอ่ย ถ้าเพื่อน ๆ ถูกหมด ก็ถือว่ามีความเข้าใจเรื่อง Present Simple Tense พอสมควรเลยทีเดียว ส่วนเพื่อน ๆ ที่ทำบางข้อผิด ลองอาจเฉลยแสนละเอียดของเราดูได้นะ รับรองว่าถ้าเจอข้อสอบสไตล์นี้อีกในวันข้างหน้า เพื่อน ๆ ต้องทำได้แน่นอน สู้ ๆ นะทุกคน

 

[NEW] บทที่ 1 Review Tense : Present simple Tense | present simple tense คือ – NATAVIGUIDES

– I like the movie I saw yesterday.โครงสร้าง :    Subject + Verb 1 (s, es)

รูปประโยคของ Present Simple คือ กริยาในช่องที่หนึ่ง ถ้าประธานเป็นเอกพจน์กริยาต้องเติม s, หรือ es ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ และ I กริยา ไม่ต้องเติม s

 หลักการใช้

1) ใช้กับเหตุการณ์ที่กระทำซ้ำๆ เป็นประเพณีและเป็นนิสัย (Repeated actions , customs and habits)
– He visits his family every weekend.   (repeated action)
– Ethiopians celebrate Christmas on 7 January.   (custom)
– He goes to be at nine o’clock every night.  (habit)

2) ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นจริงเสมอ (universal truth)
– The earth goes round the sun.
– The sun rises in the east and sets in the west.
– The sun shines by day ; the moon shines by night.

3) ใช้กับความสามารถ (ability)
– He plays the guitar very well.
– That man speaks English as well as he speaks his own language.

4) ใช้แทน Future หลังคำ if , unless, in case ในขณะที่ประโยคเงื่อนไข และคำ when , until, as soon as, before , after
 If the weather is fine tomorrow , we shall have a picnic.
– We shall go out when the rain stops.
– We can’t begin playing as soon as the whistle blows.
– I shall eat before he arrives.

5) คำกริยาบางคน เราจะไม่ใช้รูป present continuous tense แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะกำลังเกิดขึ้นหรือกำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันก็ตาม เช่น verb to be — I am late now. กริยาเหล่านี้แบ่งออกเป็น 6 ชนิดคือ
5.1 กริยาที่บ่งภาวะที่บังคับไม่ได้ (verb for states over which we have no control)ได้แก่ กริยา see , hear , feel , taste , smell เช่น
–  I see that it is raining again.
–  I hear someone knocking at the door.
– This towel feels very soft.
– This soup tastes good.

5.2 กริยาที่แสดงความนึกคิด (verb for ideas) เช่น know (รู้) , understand (เข้าใจ) , think (คิด),believe (เชื่อ) , disbelieve (ไม่เชื่อ) , suppose (สมมุติ) , doubt (สงสัย), agree (เห็นด้วย), disagree (ไม่เห็นด้วย) , realize (ตระหนัก) , consider (พิจารณา), notice (สังเกต) , recognize (จำได้) , forget (ลืม) , remember (จำ) , recall (ระลึกได้) เช่น
– He now knows as much about the lesson as you do.
– I believe what he is saying is true.
– We agree to his suggestion.
– The teacher considers him as an industrial srtudent.
– I dony recall where I met him.  etc.

5.3 กริยาที่แสดงความชอบและความไม่ชอบ (Verbs for liking and disliking) เช่น like (ชอบ) ,dislike (ไม่ชอบ) , love (รัก) , hate (เกลียด) , detest (ชิงชัง) , prefer (ชอบ) , forgive (ยกโทษ) , trust (ไว้ใจ) , distrust (ไม่ไว้ใจ) เช่น

– She detests people who are unkind to animals.
– We prefer to go out without him.
– I distrust this young lady. etc.

5.4 กริยาที่แสดงความปรารถนา (verbs for wishing) เช่น   wish (ปรารถนา) , want (ต้องการ) ,desire (ปรารถนา) เช่น
– He wishes to leave as early as possible.
– She wants to go to Italy.
– We all desire happiness and health.

5.5 กริยาที่แสดงความเป็นเจ้าของ (Verbs of possession) เช่น possess (เป็นเจ้าของ) ,have (มี) , own (เป็นเจ้าของ) , belong to (เป็นของ) เช่น
– He possesses two new cars.
– She has more money than she needs.
– I own several actres of land.
– This bicycle belongs to my brother.

5.6 กริยาเฉพาะบางคำ (Certain other verbs) เช่น be (เป็น อยู่ คือ) , appear (ปรากฎ) ,seem (ดูเหมือน) , mean (หมายความว่า) , please (พอใจ) , displease (ไม่พอใจ) ,differ (แตกต่าง) , depend (ขึ้นอยู่กับ , พึ่งพา) , resemble (ดูเหมือน) , deserve(สมควรได้รับ) , refuse (ปฏิเสธ) , result (ส่งผลให้) , suffice (พอเพียง) , consist of (ประกอบด้วย) , contain (ประกอบด้วย) , hold (บรรจุ) , fit (เหมาะสม คู่ควร) , suit (เหมาะสม) เช่น                                                                – She is very selfish.                                                                                                                                                                                                                                                           – He resembles his father.                                                                                                                                                                                                                                             – She refuses to marry him.                                                                                                                                                                                                                                           – New Zealand consists of two islands.                                                                                                                                                                                                                     – The pink dress she is wearing suits her. ……etc…

6. ใช้กับ adverbs of time ดังต่อไปนี้often (บ่อยๆ) , always (เสมอๆ) , sometimes (บางครั้ง) , usually (โดยปกติ) , generally (โดยปกติ),normally (โดยปกติ) , frequently (บ่อยๆ) , rarely (แทบจะไม่เคย นานๆ ครั้ง) , seldom (แทบจะไม่เคยนานๆครั้ง) , scarcely (แทบจะไม่เคย นานๆ ครั้ง) , hardly (แทบจะไม่เคย) , never (ไม่เคย) , in general (โดยปกติ) , now and again (บางครั้งบางคราว) , from time to time (บางครั้งบางคราว)
occasionally (บางโอกาส) , as a rule (ตามกฎ) , once a week (สัปดาห์ละครั้ง) , once a month (เดือนละครั้ง) , twice a week (สองครั้งต่อสัปดาห์) , three times a week (สามครั้งต่อสัปดาห์) , every day (ทุกวัน) , every other day (วันเว้นวัน) , every (night / month, week/year/Thursday) เช่น
– He is never late for school.
– He always studies grammar in the morning.
– She visits her parents every month.

Present continuous Tense

โครงสร้าง
S   + is, am, are + Ving                                                                                                                                                                              

Share this:

Like this:

Like

Loading…


4- شرح زمن المضارع المستمر في اللغه الانجليزيه present continuous tense


زمن المضارع المستمر في اللغه الانجليزيه , من اسهل الازمنه اللي ممكن تتعلمها تكوينه بسيط واستخدامه جميل وبسيط بردوا , وفي المجمل ان شاء الله هتحب زمن المضارع المستمر جدا
Present continuous tense
ودي روابط الدروس اللي فاتت :
شرح زمن المضارع البسيط Present Simple Tense
https://www.youtube.com/watch?v=rlbFDiuwlF0
شرح زمن الماضي البسيط Past simple tense
https://youtu.be/5TjpEcrNbCc
شرح زمن المستقبل البسيط Future simple tense
https://www.youtube.com/watch?v=TDhm2xLyg8

وهذا رابط صفحتنا علي فيسبوك:
http://www.facebook.com/droosonline
وهذا الايميل الشخصي لي:
droosonilne4u@gmail.com
وهذا هو موقعنا:
http://www.droosonline.com

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

4- شرح زمن المضارع المستمر في اللغه الانجليزيه present continuous tense

English Listening and Speaking Practice | English Conversation


Here you can find activities to practice your listening skills. Listening will help you to improve your understanding of the language and your pronunciation. Learn English and improve grammar, vocabulary and reading skills ➡️ https://www.youtube.com/playlist?list=PLtBFFyhEIC7lFhONPSYAryiaG4BpoyhbD\r
▶ Please subscribe to update new videos.\r
➡️ https://www.youtube.com/channel/UCXtMjo8xJqjEhS4A9KUY8GA?sub_confirmation=1\r
───────────────────\r
☞ Thanks for watching!\r
☞ Please share and like if you enjoyed the video 🙂 thanks so much ♥

English Listening and Speaking Practice | English Conversation

PAST SIMPLE or PRESENT PERFECT? | Let’s learn and compare! – English Tenses


past simple | present perfect | English tenses Let’s learn and compare the differences.
Hi Everyone,
In today’s video, I teach you how to use the past simple and the present perfect. I know these two tenses can be confusing, so I break the grammar down into 6 easy steps.
Practice this grammar and leave me a couple of examples 🙂
You might also like:
PRESENT PERFECT or PRESENT PERFECT CONTINUOUS: https://youtu.be/ncQ_PSr_TEo
PRESENT SIMPLE or PRESENT CONTINUOUS:
https://youtu.be/W3HdjN3cLiM
STILL ALREADY JUST YET:
https://youtu.be/NKvQg4rcHrE
If you SUBSCRIBE to my channel and turn on those NOTIFICATIONS, you’ll never miss a lesson.
Would you like to SUPPORT my channel? https://kofi.com/arnel
INSTAGRAM: https://www.instagram.com/arnelseverydayenglish/
FACEBOOK: https://www.facebook.com/ArnelsEverydayEnglish/
I hope this lesson is helpful! Thank you very much for watching 😊
Arnel
Cartoon Battle Vadodara by Kevin MacLeod is licensed under a Creative Commons Attribution 4.0 license. https://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
Source: http://incompetech.com/music/royaltyfree/index.html?isrc=USUAN1100300
Artist: http://incompetech.com/

PAST SIMPLE or PRESENT PERFECT? | Let's learn and compare! - English Tenses

English Verb Tenses Conversations


This video will make it easier for you to learn and understand the correct use of English Verb Tenses through real life conversations.
Contents: Present Simple Tense, Present Continuous, Present Perfect, Present Perfect Continuous, Past Simple Tense, Past Continuous, Past Perfect, Past Perfect Continuous, Future Will \u0026 Be Going To, Future Continuous \u0026 Future Perfect

English Verb Tenses Conversations

หลักการใช้ present simple tense ฉบับเข้าใจง่ายสุดๆ


เรียนคอร์สออนไลน์: http://www.learningtreeuk.com
ติดตามทางเฟสบุ๊ค: http://www.facebook.com/learninguk
ติดต่อสอบถาม: https://line.me/R/ti/p/%40ttw7272u
และไลน์ของครูพิม pimolwan1984

หลักการใช้ present simple tense ฉบับเข้าใจง่ายสุดๆ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ present simple tense คือ

See also  จ้างงานไม่ฟื้น-ป.ตรีตกงานสูงรอบ9ปี I BUSINESS WATCH I 29-11-2020 (2) | ตกงาน ขายอะไรดี | Nataviguides

Leave a Reply

Your email address will not be published.