Home » [Update] หลักการใช้ Present Perfect Tense ใช้ใน 2 เหตุการณ์จงจำให้แม่น | ตั้งแต่ อดีต จนถึง ปัจจุบัน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

[Update] หลักการใช้ Present Perfect Tense ใช้ใน 2 เหตุการณ์จงจำให้แม่น | ตั้งแต่ อดีต จนถึง ปัจจุบัน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

ตั้งแต่ อดีต จนถึง ปัจจุบัน ภาษา อังกฤษ: คุณกำลังดูกระทู้

101

SHARES

Facebook

Twitter

Present Perfect Tense อีก Tense หนึ่งที่ใช้บ่อย ดังนั้นเราควรเรียนรู้ให้เข้าใจ สามารถนำหลักการไปประยุกต์ใช้ด้ทั้งการพูดและการเขียนนะครับ อย่าเรียนผ่านแล้วผ่านเลย

present perfect tense

Table of Contents

Present Perfect Tense

Present Perfect Tense (Tense ปัจจุบันสมบูรณ์)

  • Present  เพร๊เซินท= ปัจจุบัน
  • Perfect เพอเฟ็คท = สมบูรณ์

สมบูรณ์อย่างไร บางตำราก็ว่าเหตุการณ์มันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ก็เลยเรียกชื่อนี้ แต่ขอแนะนำว่าให้ใส่ใจที่การนำไปใช้อย่างไรดีกว่า

โครงสร้าง

S + have, has + V3

ประธาน + have, has + กริยาช่อง 3

He, She, It, A cat
has
eaten
I, You, We, They, Cats
have
eaten

กริยา 3 ช่อง หน้าตาเป็นอย่างไร

⇒ การย่อรูป have, has ทำอย่างไร

หลักการใช้

หลักการใช้ present perfect tense ใช้กับ 2 เหตุการณ์ต่อไปนี้

1. ใช้กับเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต ดำเนินมาจนถึงขณะนี้ และจะต่อเนื่องไปในอนาคต

ถ้าใช้เล่าเหตุการณ์แบบนี้ จะมีสองคำนี้ประกอบอยู่ด้วย คือ

⇒ for   ฟอ เป็นเวลา (กี่นาที กี่ชั่วโมง กี่วัน กีสัปดาห์ กี่ปี)

⇒ since ซินซ ตั้งแต่ (ตั้งแต่ชั่วโมงไหน วันไหน สัปดาห์ไหน เดือนไหน ปีไหน)

ตัวอย่างประโยค

  • She has studied English since July.
    หล่อนเรียน(แล้ว)ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม (เรียนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ตอนนี้เดือนกันยายนแล้ว และมีแนวโน้มจะเรียนต่อไปอีก)
  • He’s worked in the garden since 8 o’clock.
    เขาทำงาน(แล้ว)ในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า (ตอนนี้สิบโมงแล้ว มีทีท่าว่าจะทำต่อไป)
  • It has rained for three hours.
    ฝนตก (แล้ว) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง (และมีแววว่าจะตกต่อไปอีก)
  • A boy has played football since 3 o’clock.
    เด็กชายเล่นฟุตบอล(แล้ว)ตั้งแต่ 3 โมง (ตอนนี้สี่โมงแล้ว น่าจะเล่นต่อถึงห้าโมงมั้ง)
  • have lived here for ten years.
    ฉันอาศัยอยู่ (แล้ว) ที่นี่ เป็นเวลา 10 ปี (จุดเริ่มต้นเกิดในอดีต ปัจจุบันก็ยังอยู่ที่นี่ อนาคตก็จะอยู่ต่อ)
  • You’ve watched TV for two hours.
    คุณดู(แล้ว)ทีวีเป็นเวลาสองชั่วโมง (ดูมาแล้วสองชั่วโมงและน่าจะดูต่อ ถ้าแม่ไม่ห้าม)
  • We’ve walked for five hours.
    เราเดิน(แล้ว)เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
  • They have built the house since last year.
    พวกเขาสร้าง(แล้ว)บ้านตั้งแต่ปีที่แล้ว (ตอนนี้ก็ยังสร้างอยู่ และน่าจะสร้างต่อไปอีกหลายเดือนคงเสร็จ)

คงพอมองเห็นภาพของการใช้นะครับ สังเกตได้ว่าคำกริยาที่ใช้นั้น ต้องกระทำได้อย่างต่อเนื่องยาวนานคล้าย present continuous tense เลย

คำถามที่ใช้กับตัวอย่างด้านบนส่วนมากจะขึ้นต้นด้วย  How long……. (นานแค่ไหน)

♦ How long has she studied English? หล่อนเรียนอังกฤษนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long has he worked in the garden? เขาทำงานในสวนนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long has it rained? ฝนตกนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long has a boy played football? เด็กชายเล่นฟุตบอลนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have you lived here? (ถาม you ตอบ I) คุณอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have I watched TV? (ถาม I ตอบ You) ผมดูทีวีนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have we walked? เราเดินนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have they built the house? พวกเขาสร้างบ้านนานแค่ไหนแล้ว

2. ใช้กับเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว

2.1 ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ และเหตุการณ์นั้นก็จบลงแล้วด้วย

ถ้าใช้กับเหตุการณ์แบบนี้ มักจะมีคำเหล่านี้อยู่ด้วย

already ออลเร๊ดดิ  แล้ว
just         จัสท  เพิ่งจะ
yet         เย็ท    ยัง

ตัวอย่างประโยค

♦ She‘s just gone. หล่อนเพิ่งจะออกไป  ( คงถึงหน้าปากซอยได้)
♦ He’s already finished his homework. เขาทำการบ้านเสร็จแล้ว (เพิ่งทำเสร็จไม่นานหรอก)
♦ It’s just rained. ฝนเพิ่งจะตก (หยุดเมื่อกี้เอง พื้นยังเปียกอยู่)
♦ I’ve already drunk milk. ผมดื่มนมแล้ว (ปากยังมีหยดน้ำนมอยู่เลย)

◊ You’ve just taken a bath. เธอเพิ่งจะอาบน้ำเอง (จะอาบอีกแล้วเหรอ)
◊ We’ve already eaten rice. พวกเรากินข้าวแล้ว (ท้องยังแน่นอยู่เลย)
◊ They’ve just washed the car. พวกเขาเพิ่งจะล้างรถ (รถยังไม่แห้งดีเลย)

♦ Has she gone yet? หล่อนไปหรือยัง
♦ Has he already finished his homework? เขาทำการบ้านเสร็จแล้วใช่ไหม
♦ Have you drunk milk yet? คุณดื่มนมหรือยัง
♦ Have we already eaten rice? พวกเรากินข้าวแล้วใช่ไหม
♦ Have they washed the car yet? พวกเขาล้างรถหรือยัง

2.2 ช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่ระบุเวลา

ถ้าใช้กับกรณีนี้ จะไม่รบุว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ บอกแค่เพียงว่า ทำแล้ว หรือไม่เคยทำ แค่นั้นเอง

  • I’ve read that book.
    ผมอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว (อ่านเมื่อไหร่ไม่บอก ให้รู้ว่าอ่านแล้วก็แล้วกัน)
  • She’s got your letter.
    หล่อนได้รับจดหมายของคุณแล้ว (หลังจากถูกคุณแม่เอาไปทิ้งลงถังหลายครั้ง)
  • I’ve cut my finger.
    ผมทำมีดบาดนิ้วมือ (ดูสิ ยังไม่หายดีเลย)
  • He’s gone to England.
    เขาไปอังกฤษแล้ว(ไม่ต้องมาหาเขาอีก)
  • It’s never rained in this area.
    ฝนไม่เคยตกเลยในพื้นที่นี้
  • Have you (ever) been to England?
    คุณ (เคย) ไปอังกฤษไหม
    No, I’ve never been to England.
    ไม่ ผมไม่เคยไปอังกฤษเลย
  • Have you ever seen the rain coming out on a sunny day?
    คุณเคยเห็นฝน ออกมา(ตก) ในวันที่มีแดดจ้าไหม (เอามาจากเพลง)
See also  มีเงิน 10,000 ลงทุนอะไรดี ปี 2021 (ทำเองได้จริง ไม่เสี่ยง ผลตอบแทนดี) | ทำอะไรดี | Nataviguides

ประโยคปฏิเสธ

ประโยคปฏิเสธก็ไม่ยากครับ เอา not มาต่อท้าย have / has ก็ได้แล้ว

have not ย่อเป็น haven’t

has not ย่อเป็น hasn’t

♦ She has not studied English since July.
หล่อนไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

♦ He hasn’t worked in the garden since 8 o’clock.
เขาไม่ได้ทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า

♦ I have not lived here for ten years.
ฉันไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ เป็นเวลา 10 ปี

ประโยคคำถาม

ให้เอา have, has มาวางหน้าประธานของประโยค

♦ Has she studied English since July?
หล่อนเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมใช่ไหม
Yes, she has./ No, she hasn’t.

♦ Has he worked in the garden since 8 o’clock?
เขาทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้าใช่ไหม
Yes, he has./ No, he hasn’t.

♦ Have you lived here for ten years?
คุณอาศัยอยู่ที่นี่ เป็นเวลา 10 ปีใช่ไหม
Yes, I have./ No, I haven’t.

Time Line เส้นเวลา

มาดูไทม์ไลน์กันดูซิ ทีบอกว่า tense นี้ใช้บอกกล่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ดำเนินมาถึงปัจจุบัน และน่าจะดำเนินต่อไปอีกในอนาคต เป็นเช่นไร

  • สีดำคือ อดีตที่หมองหม่น
  • สีส้มคือปัจจุบันที่สดใส
  • สีชมพู คือ อนาคตที่เรืองรองผ่องอำไพ
  • ลูกศรสีขาวไซร้คือเหตุการณ์
  • เส้นทึบคือระยะเวลาของเหตุการณ์ (ค่อนข้างยาวนาน)
  • เส้นทึบสีขาวคือระยะเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว
  • เส้นทึบสีเหลืองคือระยะเวลาที่คาดว่าเหตุการณ์อาจจะดำเนินต่อไป

จากภาพสามารถอธิบายได้ว่า มีเหตการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในอดีต (เส้นทีบสีขาว) และก็ดำเนินมาถึงปัจจุบัน (ลูกศรสีขาว) และคงจะดำเนินต่อไปในอนาคต (เส้นทีบเหลือง)  ลองมาสมมติเหตุการณ์ดูสักสองเหตุการณ์แล้วกัน

♦ She has studied English since July.
หล่อนเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

เห็นเรียนมาตั้งแต่เดือนกรกรฎาจริง (เส้นทีบสีขาว) วันนี้ก็ยังเห็นไปเรียนอยู่ (ลูกศรสีขาว) และคิดว่าคงเรียนต่อไปเรื่อยๆมั้ง(เส้นทึบสีเหลือง) แต่ไม่แน่นะ วันนี้ไปเรียนเกิดไม่พอใจ แล้วไม่ไปอีกก็ได้ แต่ที่แน่ๆคือเรียนมานานพอควรจนถึงวันนี้แล้วกัน

♦ He’s worked in the garden since 8 o’clock.
เขาทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า

เขามาทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าจริง (เส้นทึบสีขาว) ตอนนี้เวลา 11.00 ก็ยังทำในสวนนั่นแหละ (ลูกศรสีขาว)  และคิดว่าคงจะทำถึงเย็นมั้ง (เส้นทึบสีเหลือง) แต่ก็ไม่แน่อีกนั่นแหละ พอพักเที่ยงแล้ว อาจนอนหลับเพลินแล้วไม่มาทำต่อก็ได้ แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึงตอนนี้เขาทำงานในสวนจริง เป็นพยานได้

สรุปว่าถ้านักเรียนต้องการบอกกล่าวเล่าขาน เหตุการณ์ที่เริ่มตั้งแต่อดีต และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต   ให้ใช้โครงสร้าง

ประธาน +have, has + กริยาช่องที่ 3

“ถ้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ลองไปอ่านสรุปหลักการใช้ดูนะครับ”

⇒ สรุปหลักการใช้ Tense 12

 กริยา 3 ช่องที่ใช้ในหน้านี้

ช่อง 1

ช่อง 2

ช่อง 3

คำแปล

study
studied
studied
เรียน

work
worked
worked
ทำงาน

rain
rained
rained
ฝนตก

play
played
played
เล่น

live
lived
lived
อาศัย

watch
watched
watched
ดู

walk
walked
walked
เดิน

build
built
built
สร้าง

go
went
gone
ไป

finish
finished
finished
ทำเสร็จ

drink
drank
drunk
ดื่ม

eat
ate
eaten
กิน

wash
washed
washed
ล้าง

read
read
read
อ่าน

get
got
got
ได้รับ

be (is am are)
was were
been
เป็น อยู่ คือ

cut
cut
cut
ตัด บาด

ขอ 5 ดาวให้บทเรียนด้วยครับผม…

คลิกดาวดวงที่ขวามือสุดเลยครับครับ…

Average rating 4.7 / 5. Vote count: 756

ยังไม่มีใครให้ดาว คุณคือคนแรก….

[Update] 12 English tense ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ | ตั้งแต่ อดีต จนถึง ปัจจุบัน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

English Tense 

Tense คือรูปแบบ (หรือโครงสร้าง) ของกริยา  ที่แสดงให้เราทราบว่า การกระทำหรือเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นเมื่อใดซึ่งเรื่อง tense นี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราใช้ tense ไม่ถูก เราก็จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะในประโยคภาษาอังกฤษนั้นจะอยู่ในรูปของ tense เสมอ ซึ่งต่างกับภาษาไทยที่เราจะมีข้อความบอกว่าเกิดขึ้นเมื่อใดมาช่วยเสมอ แต่ภาษาอังกฤษจะใช้รูป tense นี้มาเป็นตัวบอก ดังนี้การศึกษาเรื่อง  tense จึงเป็นเรื่องจำเป็น

Tense  ในภาษาอังกฤษนี้จะแบ่ง ออกเป็น  3  tense  ใหญ่ๆ คือ

1.     Present   tense        ปัจจุบัน

2.     Past   tense              อดีตกาล

3.     Future   tense          อนาคตกาล

ในแต่ละ  tense ยังแยกย่อยได้  tense  ละ  4  คือ

1 .   Simple   tense    ธรรมดา (ง่ายๆตรงๆไม่ซับซ้อน)

2.    Continuous  tense    กำลังกระทำอยู่ (กำลังเกิดอยู่)

3.     Perfect  tense     สมบูรณ์ (ทำเรียบร้อยแล้ว)

4.     Perfect  continuous  tense  สมบูรณ์กำลังกระทำ (ทำเรียบร้อยแล้วและกำลังดำเนินอยู่ด้วย)

โครงสร้างของ  Tense  ทั้ง  12  ได้แก่

Present  Tense

[Present]

[1.1]   S  +  Verb  1  +  ……(บอกความจริงที่เกิดขึ้นง่ายๆ ตรงๆไม่ซับซ้อน)

[1.2]   S  +  is, am, are  +  Verb  1  ing   +  …(บอกว่าเดี๋ยวนี้กำลังเกิดอะไรอยู่)

[1.3]   S  +  has, have  +  Verb  3 +  ….(บอกว่าได้ทำมาแล้วจนถึงปัจจุบัน)

[1.4]   S  +  has, have  +  been  +  Verb 1 ing  + …(บอกว่าได้ทำมาแล้วและกำลังทำต่อไปอีก)

Past Tense

[Past]

[2.1]  S  +  Verb 2  +  …..(บอกเรื่องที่เคยเกิดมาแล้วในอดีต)

[2.2]  S  +  was, were  +  Verb 1  +…(บอกเรื่องที่กำลังทำอยู่ในอดีต)

[2.2] S + was, were + Verb 1 +…(บอกเรื่องที่กำลังทำอยู่ในอดีต)

2.3]  S  +  had  +  verb 3  +  …(บอกเรื่องที่ทำมาแล้วในอดีตในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง)

[2.4]  S  +  had  +  been  +  verb 1 ing  + …(บอกเรื่องที่ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่องไม่หยุด)

Future Tense

[Future]

[3.1]  S  +  will, shall  +  verb 1  +….(บอก เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)
[3.2]  S  +  will, shall  +  be  +  Verb 1 ing  + ….(บอกว่าอนาคตนั้นๆกำลังทำอะไร อยู่)
[3.3]  S  +  will,shall  +  have  +  Verb 3  +…(บอกเรื่องที่จะเกิดหรือสำเร็จ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง)
[3.4]  S  +  will,shall  +  have  +  been  + verb 1 ing  +.. ..(บอกเรื่องที่จะทำอย่างต่อเนื่องในเวลาใด – เวลาหนึ่งในอนาคตและจะทำต่อไปเรื่อยข้างหน้า)

หลักการใช้แต่ละ  Tense  มีดังนี้

[2.4] S + had + been + verb 1 ing + …(บอกเรื่องที่ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่องไม่หยุด)[3.1] S + will, shall + verb 1 +….(บอก เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต) [3.2] S + will, shall + be + Verb 1 ing + ….(บอกว่าอนาคตนั้นๆกำลังทำอะไร อยู่) [3.3] S + will,shall + have + Verb 3 +…(บอกเรื่องที่จะเกิดหรือสำเร็จ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง) [3.4] S + will,shall + have + been + verb 1 ing +.. ..(บอกเรื่องที่จะทำอย่างต่อเนื่องในเวลาใด – เวลาหนึ่งในอนาคตและจะทำต่อไปเรื่อยข้างหน้า)

[1.1]   Present  simple  tense    เช่น    He  walks   เขาเดิน

1.    ใช้กับ เหตุการที่เกิดขึ้นตามความจริงของธรรมชาติ และคำสุภาษิตคำ พังเพย

2.    ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงในขณะที่พูด  (ก่อนหรือหลังจะไม่จริงก็ตาม)

3.    ใช้กับกริยาที่ทำนานไม่ได้   เช่น  รัก,  เข้าใจ, รู้  เป็นต้น

4.    ใช้กับการกระทำที่คิดว่าจะเกหิดขึ้นในอนาคตอันใกล้(จะมีคำวิเศษณ์บอกอนาคตร่วมด้วย)

5.    ใช้ในการเล่าสรุปเรื่องต่างๆในอดีต  เช่นนิยาย นิทาน

6.    ใช้ในประโยคเงื่อนไขในอนาคต    ที่ต้นประโยคจะขึ้นต้น ด้วยคำว่า    If    (ถ้า), unless   (เว้นเสียแต่ว่า),    as  soon  as  (เมื่อ,ขณะที่),    till  (จนกระทั่ง) ,   whenever   (เมื่อไรก็ ตาม),    while  (ขณะที่)   เป็นต้น

7.    ใช้กับเรื่องที่กระทำอย่างสม่ำเสมอ  และมีคำวิเศษณ์บอกเวลาที่สม่ำเสมอร่วมอยู่ด้วย  เช่น  always (เสมอๆ),  often   (บ่อยๆ),    every  day   (ทุกๆวัน)    เป็นต้น

8.    ใช้ในประโยคที่คล้อยตามที่เป็น  [1.1]  ประโยคตามต้องใช้   [1.1]  ด้วยเสมอ

[1.2]   Present  continuous  tense   เช่น   He  is  walking  เขากำลังเดิน

1.    ใช้ในเหตุการณ์ที่กำลังกระทำอยู่ในขณะที่พูด(ใช้  now ร่วมด้วยก็ได้ โดยใส่ไว้ต้น ประโยค, หลังกริยา หรือสุดประโยคก็ ได้)

2.    ใช้ในเหตุการณ์ที่กำลังกระทำอยู่ในระยะเวลาอันยาวนาน  เช่น  ในวันนี้ ,ในปีนี้

3.    ใช้กับเหตุการณ์ที่ผู้พูดมั่นใจว่าจะต้องเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้  เช่น เร็วๆนี้, พรุ่งนี้

*หมายเหตุ   กริยาที่ทำนานไม่ได้  เช่น  รัก ,เข้าใจ, รู้, ชอบ  จะนำมาแต่งใน  Tense  นี้ไม่ได้

[1.3] Present perfect tense เช่น He has walk เขาได้เดินแล้ว

1.    ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และต่อเนื่องมาจนถึง ปัจจุบัน  และจะมีคำว่า Since  (ตั้งแต่) และ for  (เป็นเวลา) มาใช้ร่วมด้วยเสมอ

2.    ใช้กับเหตุการณ์ที่ได้เคยทำมาแล้วในอดีต (จะกี่ครั้งก็ได้ หรือจะทำอีกใน ปัจจุบัน หรือจะทำในอนาคต ก็ได้)และจะมีคำ ว่า  ever  (เคย) ,  never  (ไม่เคย) มาใช้ร่วมด้วย

3.    ใช้กับเหตุการณ์ที่จบลงแล้วแต่ผู้พูดยังประทับใจอยู่ (ถ้าไม่ประทับใจก็ใช้   Tense

4.    ใช้กับ เหตุการที่เพิ่งจบไปแล้วไม่นาน(ไม่ได้ประทับใจอยู่) ซึ่งจะมีคำเหล่านี้มาใช้ร่วมด้วยเสมอ คือ  Just   (เพิ่งจะ), already  (เรียบร้อยแล้ว), yet  (ยัง), finally  (ในที่สุด)  เป็นต้น

[1.4] Present  perfect  continuous  tense    เช่น  He  has  been  walking  เขาได้กำลังเดินแล้ว

*  มีหลักการใช้เหมือน  [1.3]  ทุกประการ เพียงแต่ว่าเน้นว่าจะทำต่อไปในอนาคตด้วย    ซึ่ง [1.3] นั้นไม่เน้นว่าได้กระทำอย่างต่อเนื่องหรือไม่  ส่วน [1.4]  นี้เน้นว่ากระทำมาอย่างต่อเนื่องและจะกระทำต่อไปในอนาคตอีกด้วย.

[2.1] Past  simple  tense      เช่น  He  walked  เขาเดิน แล้ว

1.   ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต   มิได้ต่อเนื่องมาถึงขณะ ที่พูด และมักมีคำต่อไปนี้มาร่วมด้วยเสมอในประโยค เช่น  Yesterday, year  เป็นต้น

2.    ใช้กับเหตุการณ์ที่ทำเป็นประจำในอดีตที่ผ่านมาในครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีคำวิเศษณ์บอกความถี่ (เช่น Always, every  day ) กับคำวิเศษณ์ บอกเวลา (เช่น  yesterday,  last  month )  2  อย่างมาร่วมอยู่ด้วยเสมอ

3.    ใช้กับเหตุการณ์ที่ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต  แต่ปัจจุบันไม่ได้เกิด อยู่ หรือไม่ได้เป็นดั่งในอดีตนั้นแล้ว  ซึ่งจะมีคำว่า  ago  นี้ร่วมอยู่ด้วย

4.      ใช้ในประโยคที่คล้อยตามที่เป็น [2.1]  ประโยคคล้อยตามก็ต้อง เป็น [2.1]  ด้วย

[2.2]   Past continuous  tense   เช่น    He  was  walking  เขากำลังเดินแล้ว

1.     ใช้กับเหตุการณ์   2   อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน  { 2.2  นี้ไม่นิยมใช้ตามลำพัง – ถ้าเกิดก่อนใช้  2.2   –  ถ้าเกิดทีหลังใช้ 2.1}

2.     ใช้กับเหตุการณ์ที่ ไดกระทำติดต่อกันตลอดเวลาที่ได้ระบุไว้ในประโยค  ซึ่งจะมีคำบอกเวลาร่วมอยู่ด้วยในประโยค  เช่น  all  day  yesterday  etc.

3.     ใช้กับเหตุการณ์  2  อย่างที่กำลังทำในเวลาเดียวกัน(ใช้เฉพาะกริยาที่ทำได้นานเท่านั้น  หากเป็นกริยาที่ทำนานไม่ได้ก็ใช้หลักข้อ 1 ) ถ้าแต่งด้วย 2.1  กับ  2.2  จะดูจืดชืดเช่น   He  was  cleaning  the  house  while  I was  cooking  breakfast.

[2.3]   Past  perfect  tense    เช่น  He  had walk  เขาได้เดินแล้ว

1.    ใช้กับ เหตุการณ์  2  อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีต  มีหลักการใช้ดังนี้

เกิดก่อนใช้  2.3  เกิดทีหลังใช้  2.1

2.     ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำอันเดียวก็ได้ในอดีต แต่ต้องระบุชั่วโมงและวันให้แน่ชัดไว้ในทุกประโยคด้วยทุกครั้ง  เช่น   She  had  breakfast  at  eight o’ clock  yesterday.

[2.4]   past  perfect  continuous  tense    เช่น   He  had  been  walking

มีหลักการใช้เหมือนกับ  2.3  ทุกกรณี  เพียงแต่  tense  นี้  ต้องการย้ำถึงความต่อเนื่องของการกระทำที่ 1  ว่าได้กระทำต่อเนื่องไปจนถึงการกระทำที่  2  โดยมิได้หยุด  เช่น  When  we  arrive  at  the  meeting ,  the  lecturer  had  been  speaking  for  an  hour  .   เมื่อพวกเราไปถึงที่ ประชุม  ผู้บรรยายได้พูดมาแล้ว เป็นเวลา 1  ชั่วโมง

[3.1]   Future  simple  tense      เช่น   He  will  walk   เขาจะเดิน

ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ซึ่งจะมีคำว่า  tomorrow,  to  night,  next  week,  next  month   เป็นต้น  มาร่วมอยู่ด้วย.

  • Shall   ใช้กับ     I    we

Will    ใช้กับบุรุษที่  2  และนามทั่วๆไป

Will,  shall  จะใช้สลับกันในกรณีที่จะให้คำมั่นสัญญา, ข่มขู่บังคับ, ตกลงใจแน่วแน่

Will,  shall   ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือจงใจก็ได้

Be  going  to  (จะ)  ใช้กับความจงใจของมนุษย์ เท่านั้น  ห้ามใช้กับเหตุการณ์ของธรรมชาติและนิยมใช้ใน ประโยคเงื่อนไข

[3.2]    Future   continuous    tense    เช่น   He  will  be  walking   เขากำลังจะเดิน

1.     ใช้ในการบอกกล่าวว่าในอนาคตนั้นกำลังทำอะไรอยู่ (ต้องกำหนดเวลาแน่นอน ด้วยเสมอ)

2.     ใช้กับเหตุการณ์  2  อย่างที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต  มีกลักการใช้ดังนี้

–   เกิดก่อนใช้    3.2      S  +  will  be,  shall  be  +  Verb 1  ing

–  เกิดทีหลังใช้   1.1     S  +  Verb  1

[3.3]   Future   prefect  tens    เช่น  He  will  have walked  เขาจะได้เดินแล้ว

  1. ใช้กับเหตุการณ์ที่จะ เกิดขึ้นหรือสำเร็จลงในเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต  โดยจะมีคำว่า  by  นำหน้ากลุ่มคำที่บอกเวลา ด้วย  เช่น   by  tomorrow  ,   by  next  week   เป็นต้น

2.ใช้กับเหตุการณ์  2  อย่างที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต มีหลักดังนี้

  • เกิดก่อนใช้   3.3      S  +  will, shall  +  have  +  Verb 3
  • เกิด ที่หลังใช้   1.1    S  +  Verb 1

[3.4]  Future  prefect  continuous  tense เช่น He  will  have  been  walking เขาจะได้กำลังเดินแล้ว

ใช้เหมือน  3.3  ต่างกันเพียงแต่ว่า  3.4  นี้เน้นถึงการกระทำที่  1  ได้ทำต่อเนื่องมาจนถึงการกระทำที่  2  และจะกระทำต่อไปในอนาคต อีกด้วย Tense  นี้ไม่ค่อยนิยมใช้บ่อย นัก  โดยเฉพาะกริยาที่ทำนาน ไม่ได้ อย่านำมาแต่งใน  Tense  นี้เด็ดขาด

ที่มา:

marujo2524.igetweb.com

Like this:

Like

Loading…


ซ่อนกลิ่น – PALMY「Official MV」


MV ซ่อนกลิ่น
ปาล์มมี่
New Single 2018
genie records
http://www.fb.com/palmy5 | IG : @palmy.ig
เนื้อร้อง : ปาล์มมี่ , วีรณัฐ ทิพยมณฑล , พีระนัต สุขสำราญ
ทำนอง : ปาล์มมี่ , วีรณัฐ ทิพยมณฑล
เรียบเรียง : อธิราช ปิ่นทอง , อธิชนม์ ปิ่นทอง , เจนวิทย์ จันทร์ปัญญาวงศ์ , กฤติธี แสงดี
เพลง : ซ่อนกลิ่น
ลมอ่อนพัดโชยมา น้ำตาก็ไหลริน เหลือเพียงกลิ่นหัวใจ คลุ้งไปกับความเหงา รักยังไม่จางไป ตรึงติดชิดดวงใจ
ยังหอมรัญจวนชวนให้ฝัน
เคยแอบแนบเคียงกาย อิงแอบ
มิรู้คลาย ใต้เงาของแสงจันทร์ เย้ายวนไม่เลือนหาย
ซ่อนเก็บไว้ข้างใน ตรงสุดลึกดวงใจ ถนอมเธออยู่ในนั้น
คงไว้ได้แค่กลิ่นที่ไม่เคยเลือนลา ยังหอมดังวันเก่ายามเมื่อลมโชยมา ทิ้งไว้เพียงอดีตที่ไม่เคยหวนมา ซ่อนเธอไว้ในใจ
เจ้าดอกไม้ซ่อนกลิ่น หอมบาดลึกเกินใคร หอมเกินหักห้ามใจ
ทุกคราวต้องหวั่นไหว ร้อยเก็บเจ้ามาลัย ทัดเธอไว้ในใจ เพื่อคงกลิ่นหอมไว้อย่างนั้น

Produced by : ปาล์มมี่
Engineered \u0026 Recorded: Shane Edwards
Recorded at Karma Sound Studios
Mixed by Alonzo vargas
Mastered by Joe Laporta at Sterling Sound, NYC

ซ่อนกลิ่น available on
♪ JOOX : http://www.joox.com/th/en/album/4830621
♪ iTunes : https://goo.gl/eDPHf1
♪ Spotify : https://goo.gl/FbEmrn
♪ LINE TV : https://tv.line.me/v/4311411
ปาล์มมี่
genierecords

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ซ่อนกลิ่น - PALMY「Official MV」

73 ปีวิวัฒนาการ ห้างเซ็นทรัล ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน!


เซ็นทรัลเป็นกลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และขยายกิจการจนเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่หลายๆคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าจุดเริ่มต้นของเซ็นทรัลมีความเป็นมาอย่างไร ดังนั้นวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงวิวัฒนาการของเซ็นทรัล ตั้งแต่อดีตไปจนถึงปัจจุบัน จะน่าสนใจแค่ไหน ไปชมกัน!
รายละเอียด The 1 Exclusive: https://www.the1.co.th/en/the1Exclusive/privileges
FOLLOW ME
on: https://www.facebook.com/BoomTharis/
on: https://www.instagram.com/BoomTharis/
on: https://twitter.com/BoomTharis/

73 ปีวิวัฒนาการ ห้างเซ็นทรัล ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน!

2231อดีตปัจจุบันอนาคต


2231อดีตปัจจุบันอนาคต

Old MacDonald Had A Farm


Old McDonald had a farm, E I E I O,
And on his farm he had a cow, E I E I O.
moo moo here a moo moo there,
Here a moo, there a moo, everywhere a moo moo.
Old McDonald had a farm, E I E I O.
Old McDonald had a farm, E I E I O,
And on his farm he had a dog, E I E I O.
woof woof here a woof woof there,
Here a woof, there a woof, everywhere a woof woof.
Old McDonald had a farm, E I E I O.
Old Macdonald had a farm, EIEIO
And on his farm he had a sheep , EIEIO
\”baa baa\” here a \”baa baa\” there
Here a \”baa \” there a \”baa\”
Everywhere a \”baa baa\”
Old Macdonald had a farm, EIEIO
Old MacDonald had a farm, E I E I O,
And on his farm he had a duck, E I E I O.
quack quack here a quack quack there,
Here a quack, there a quack, everywhere a quack quack.
Old McDonald had a farm, E I E I O.
Old McDonald had a farm, E I E I O,
And on his farm he had a cat, E I E I O.
meow meow here a meow meow there,
Here a meow, there a meow, everywhere a meow meow .
Old McDonald had a farm, E I E I O.
ช่องเกี่ยวกับเพลงเด็กจากน้องนะโมเป็นเพลงเด็กในตำนานและเพลงเด็กอนุบาล เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกเรามาร่วมอนุรักษ์เพลงเด็กไปด้วยกันนะคะ คลิปใหม่ๆ กดตรงนี้เลย ►► http://bit.ly/เพลงเด็กน้องนะโม
เพลงยอดนิมสำหรับเด็ก เพลงเด็กอื่น ๆ
เพลงเด็กอนุบาล ➡ https://youtu.be/WZAZX23e2n4
เพลงช้าง ➡ https://youtu.be/LGUymTkY98I
เพลงเป็ด ➡ https://youtu.be/JPjFE8mZx74
เพลงกบ ➡ https://youtu.be/WR6GXFO7o
เพลงแมงมุม ➡ https://youtu.be/1em8l8Gh7as
ร่วมอนุรักษ์เพลงเด็กในตำนานไปด้วยกันนะคะ
Facebook เพลงเด็ก ►► http://bit.ly/เพจเฟสบุ๊คเพลงเด็ก
กดติดตามเพลงเด็ก ►► https://bit.ly/2NrKw5f
Google + เพลงเด็ก ►► https://bit.ly/2owHt0Q
IG เพลงเด็ก ►► https://www.instagram.com/kidsplay_namo
Twitter เพลงเด็ก ►► https://twitter.com/namokidsong
ติดต่อสอบถามทางธุรกิจได้ที่ email : eye3030@gmail.com
เพลงเด็ก เพลงเด็กในตำนาน เพลงเด็กอนุบาล เพลงเด็กน้องนะโม น้องนะโม

Old MacDonald Had A Farm

Past Simple Tense ง่ายๆ – สอนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรี


Past Simple Tense ง่ายๆ สอนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรี
เรียนภาษาอังกฤษกับเคท
Past Simple Tense ใช้ตอนที่เราพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตนะคะ
เช่น เมื่อวานนี้ ปีที่แล้ว มีรูปแบบประโยคก็คือ ประธาน + กริยาช่อง 2 (S + V.2)
เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมคลิ๊ก
Will กับ would ใชัยังไง
คลิ๊ก : https://www.youtube.com/edit?o=U\u0026video_id=GqgSnT50v0I
In On At ใช้ยังไง
คล๊ก : https://www.youtube.com/watch?v=Ru4IscO8BI
ประโยคภาษาอังกฤษ เพื่อผู้เริ่มสนทนา
คลิ๊ก: https://www.youtube.com/watch?v=VkdEzzWz_Ss

Past Simple Tense  ง่ายๆ - สอนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรี

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ตั้งแต่ อดีต จนถึง ปัจจุบัน ภาษา อังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.