Skip to content
Home » [Update] หลักการใช้ Past simple tense เข้าใจง่ายที่สุด! ครบถ้วน! ตัวอย่างประโยค | need การใช้ – NATAVIGUIDES

[Update] หลักการใช้ Past simple tense เข้าใจง่ายที่สุด! ครบถ้วน! ตัวอย่างประโยค | need การใช้ – NATAVIGUIDES

need การใช้: คุณกำลังดูกระทู้

Table of Contents

หลักการใช้ Past simple tense เข้าใจง่ายที่สุด! ครบถ้วน! ตัวอย่างประโยค

สรุปการใช้ Past simple tense ในภาษาอังกฤษ ฉบับสมบูรณ์ ครบถ้วนทุกลักษณะการใช้ และมีตัวอย่างประโยคพร้อมคำแปล

Past simple tense อ่านว่า พาสทฺ-ซิมเพิล-เทนสฺ

Past simple เป็น tense ที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษจะเจอมากที่สุดใน tense ภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึงเรื่องราวอดีต มีโครงสร้างประโยคและการใช้ที่ง่าย ใช้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและจบสิ้นไปแล้ว เวลาที่ต้องการจะบอกใครว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในอดีต ก็มักใช้ past simple นี่เอง

โครงสร้างหลักคือ Subject + Verb 2 (ประธาน + คำกริยาช่องที่ 2)

โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ ของ past simple รูปแบบต่างๆ

Subject ตัวย่อคือ S. หมายถึง ประธาน
Verb ตัวย่อคือ V. หมายถึง กริยา
Verb 2 หรือ v.2 หมายถึง คำกริยาช่องที่ 2

*ข้อสังเกต เราใช้คำกริยา did (ซึ่งเป็น verb ช่องที่ 2 ของ verb to do แล้ว ดังนั้นกริยาตัวอื่นในประโยคจึงไม่ต้องทำการผัน คือไม่ต้องใช้เป็นกริยาช่องที่ 2 และไม่ต้องใช้กฎการเติม s es ที่คำกริยา)

ตัวย่อของ did not คือ didn’t อ่านว่า ดิด’เดินทฺ

[สำหรับ past simple tense ที่ใช้ verb to be สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เรื่อง verb to be]

ตัวอย่างประโยค past simple รูปแบบต่างๆ

[สำหรับ past simple tense ที่ใช้ verb to be สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เรื่อง verb to be]

การทำ Past Simple เป็นรูปประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม

ตัวอย่าง past simple กับกริยา want = ต้องการ [ช่องที่ 2 คือ wanted]

ประโยคบอกเล่าในอดีต
ประโยคปฏิเสธในอดีต
 ประโยคคำถามในอดีต

You wanted to buy it.
 You didn’t want to buy it.
Did you want to buy it?

คุณต้องการซื้อมัน
คุณไม่ต้องการซื้อมัน
คุณต้องการซื้อมันไหม

ตัวอย่าง past simple กับกริยา go = ไป [ช่องที่ 2 คือ went]

ประโยคบอกเล่าในอดีต
ประโยคปฏิเสธในอดีต
ประโยคคำถามในอดีต

You went to Japan.
You didn’t go to Japan.
Did you go to Japan?

คุณไปญี่ปุ่น
คุณไม่ได้ไปญี่ปุ่น
คุณไปญี่ปุ่นมาหรอ

** การทำกริยาช่องที่ 2 เพื่อใช้กับ Past simple มีหลักการทำดังนี้

1. กริยาปกติ จะทำการเติม -ed ท้ายคำกริยา เพื่อทำให้กริยานั้นเป็นรูปอดีต ช่องที่ 2 เช่น

work = work
clean = cleaned
start = started
stay = stayed
need = needed

2. กริยาปกติ ที่ลงท้ายด้วย e สามารถเติม d เพิ่มเข้าไป ให้เป็น ed ได้เลย เช่น

dance = danced

3. กริยาปกติ ที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วค่อยเติม -ed เช่น

study = studied

*ข้อยกเว้น* ถ้าหน้า y เป็นสระ 1 ตัว (พวก a, e, i, o, u) สามารถเติม -ed ได้เลย

stay = stayed [หน้า y มีสระ 1 ตัว คือ a]

4. กริยาปกติ ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ (ตัวที่ไม่ใช่ a, e, i, o, u) และหน้าพยัญชนะตัวสุดท้ายเป็นสระ 1 ตัว จะต้องทำการใส่พยัญชนะตัวสุดท้ายเพิ่มไปอีก 1 ตัวก่อน แล้วจึงเติม -ed เช่น

stop = stopped
plan = planned

*ข้อยกเว้น* ถ้าออกเสียงหนักที่พยางค์แรก ไม่ต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้าย เช่น

open = opened

5. กริยาปกติ ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ และหน้าพยัญชนะตัวสุดท้ายเป็นสระ 2 ตัว สามารถเติม -ed ได้เลย

treat = treated
clean = cleaned[หน้าตัวสุดท้าย มีสระ 2 ตัว คือ e และ a]

6. กริยาปกติ ที่ลงท้ายด้วย c จะต้องเติม k ก่อน แล้วจึงเติม -ed

picnic = picnicked

7. กริยาอปกติ บางกลุ่ม จะยังคงใช้รูปเดิม เมื่อเป็นช่องที่ 2 เช่น

read = read
put = put
cut = cut

8. กริยาอปกติ บางกลุ่ม จะใช้วิธีเปลี่ยนรูปไปเลย เช่น

do = did
go = went
stand = stood

การใช้ Past simple tense

ในภาษาอังกฤษ สามารถใช้ past simple สำหรับสถานการณ์ดังต่อไปนี้

1. การกระทำที่เสร็จสิ้นไปแล้วในอดีต

ในภาษาอังกฤษจะใช้ Past simple tense เพื่อแสดงการกระทำที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต และที่สำคัญคือเวลาที่กล่าวถึงในอดีตจะต้องจำเพาะเจาะจง บางครั้งผู้พูดอาจจะไม่ได้พูดเวลานั้นๆ ออกมา แต่จะสามารถเข้าใจได้เอง

ตัวอย่างประโยค Past simple

I went to Japan.
แปลว่า ฉันไปญี่ปุ่น

ในที่นี้ผู้พูดต้องการบอกว่าไปญี่ปุ่นมาแล้ว โดยมีเวลาจำเพาะเจาะจงว่าเกิดขึ้นในอดีต เพียงแต่ผู้พูดไม่ได้บอกออกมาว่าไปมาเมื่อวันใด เวลาใด แต่ผู้ฟังสามารถรู้ว่าเกิดขึ้นไปแล้วโดยสังเกตจากการใช้กริยาช่องที่ 2 ซึ่งเป็นการพูดถึงอดีต

2. การกระทำที่ดำเนินอยู่ระยะหนึ่งในอดีต

ตัวอย่างประโยค Past simple

I worked there for 5 years.
แปลว่า ฉันทำงานที่นั่นมา 5 ปี

เหตุการณ์นี้ผู้พูดใช้ Past simple tense นั่นหมายความว่า ณ ปัจจุบัน ผู้พูดไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว แต่เป็นการหมายถึงว่าในอดีตเคยทำงานที่นั่น และทำเป็นระยะเวลา 5 ปี

3. นิสัยในอดีต

คำว่านิสัยในอดีตในที่นี้หมายถึง ทำเป็นประจำในอดีตนั่นเอง เราสามารถพูดถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำหรือเกิดขึ้นเป็นประจำในอดีตโดยใช้ Past simple tense

ตัวอย่างประโยค Past simple

He played piano when he was a boy.
แปลว่า เขาเล่นเปียโนตอนที่เขาเป็นเด็กผู้ชาย

หมายความว่าตอนนี้เขาโตแล้ว แต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กอยู่นั้น เขาเล่นเปียโนอย่างสม่ำเสมอ

อ่าน Tense เรื่องนี้ต่อ (มีคลิป vdo สอน) คลิก >> Past simple tense

[Update] การใช้ Must, Have to และ Should ต่างกันอย่างไร | need การใช้ – NATAVIGUIDES

ในการใช้ภาษาอังกฤษทั้งการใช้ในการทำงาน สื่อสาร และในการเรียน สามารถพบเจอกับคำว่า Must, Have to และ Should ได้บ่อยครั้ง ทั้ง 3 คำมีความหมายที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่

ความหมายของคำว่า Must, Have to และ Should

Must หมายถึง ต้อง
Have to หมายถึง จำเป็นที่จะต้อง
Should หมายถึง ควร

เมื่อพิจราณาจากความหมายของทั้ง 3 คำ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่แตกต่างกันคือระดับของความเข้มข้น

Must ใช้ในการเน้นย้ำว่าต้องทำ (ต้องทำให้ได้) (ระดับความเข้มข้นสูงสุด)
Have to ใช้ในการบอกว่าจำเป็นที่จะต้องทำ  (ระดับความเข้มข้นลดลงจาก Must)
Should ใช้ในการบอกว่าควรทำ (แนะนำให้ทำ) (ระดับความเข้มข้นน้อยกว่า Have to และ Must)

การใช้ Must, Have to และ Should สามารถใช้ได้ดังนี้

1.ใช้บอกสิ่งที่ต้องทำ มีความจำเป็นที่ต้องทำ
(แตกต่างกันที่ระดับความเข้มข้น)

ตัวอย่าง

You must see that movie, it was great.
เธอต้องดูหนังเรื่องนั้นให้ได้นะ มันยอดเยี่ยมมาก (ต้องดูให้ได้ ห้ามพลาด)

You have to see that movie, it was great.
เธอจำเป็นต้องดูหนังเรื่องนั้นให้ได้นะ มันยอดเยี่ยมมาก (ต้องไปดูนะ)

You should see that movie, it was great.
เธอควรดูหนังเรื่องนั้นนะ มันยอดเยี่ยมมาก (ถ้ามีเวลาว่าง ควรไปดู)

I must do my homework now.
ฉันต้องทำการบ้านตอนนี้แล้ว (มันสายมากแล้ว ถ้าไม่ทำตอนนี้ ทำไม่ทันแน่ ๆ)

I have to do my homework now.
ฉันจำเป็นที่จะต้องทำการบ้านตอนนี้แล้ว (ถ้าไม่ทำตอนนี้ อาจจะทำไม่ทัน)

I should do my homework now.
ฉันควรทำการบ้านตอนนี้ (เป็นเวลาที่เหมาะสมกับการทำการบ้านในตอนนี้)

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า Must, Have to และ Should สามารถใช้แทนกันในประโยคได้ แต่ความหมายแตกต่างกัน ตามระดับของสิ่งที่ต้องทำ / ต้องทำ / จำเป็นต้องทำ หรือ ควรทำ

2. Must และ Should ใช้กับการออกคำสั่ง / ต้องทำตามคำสั่ง

Must ใช้ในการออกคำสั่ง ให้ทำตามสิ่งที่ผู้พูดต้องการ หรือใช้เขียน คำสั่งที่เป็น กฎ ระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ

Have to ใช้เพื่อบอกว่าต้องทำตามคำสั่ง หน้าที่ กฎ ระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ

ตัวอย่าง

Teacher: You must complete the report by Tuesday.
ครู: เธอต้องทำรายงานให้เสร็จภายในวันอังคาร

Student: I have to complete the report by Tuesday.
นักเรียน: ฉันจำเป็นต้องทำรายงานให้เสร็จภายในวันอังคาร

Jane: You must go to the airport before 10 am.
เจน: เธอต้องไปที่สนามบินก่อน 10 โมง

Tom: I have to go to the airport before 10 am.
ทอม: ฉันจำเป็นต้องไปที่สนามบินก่อน 10 โมง

I have to wear a helmet while driving a motorcycle.
ฉันจำเป็นต้องสวมหมวกกันน็อคในขณะขับมอเตอร์ไซค์

You have to stop when you see the red signal light.
คุณจำเป็นต้องหยุดรถเมื่อคุณเห็นสัญญาณไฟแดง

You must be 18 or over to vote.
คุณต้องมีอายุ 18 ปีหรือมากกว่า ที่จะออกเสียงเลือกตั้งได้

เพิ่มเติม
ตัวอย่าง 2 อันสุดท้าย
You have to stop when you see the red signal light. และ
You must be 18 or over to vote. 

แตกต่างกันคือ ถ้าผู้พูดบอกให้เราทำตามกฎที่คนอื่นตั้งขึ้น ไม่ใช่ผู้พูดตั้งขึ้นมาเอง เช่น กฎหมายจราจร จะเข้าข่ายต้องใช้ have to คือบอกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องทำตามกฎ แต่ตัวอย่างสุดท้าย You must be 18 or over to vote. เป็นการอ้างถึงข้อกฎหมายโดยตรง กฎหมายเขียนไว้ จึงเข้าข่ายการใช้ Must (Must ใช้ในการเขียนกฎ ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ )

3. Must ไม่สามารถใช้พูดถึงอดีตได้ ต้องใช้ had to

I must pay my phone bill yesterday. (ผิด)
I had to pay my phone bill yesterday (ถูก)
ฉันต้องจ่ายเงินค่าโทรศัพท์เมื่อวานนี้

4. Have got to ใช้แทน have to ได้

I have to work tomorrow. (ใช้ได้)
I have got to work tomorrow. (ใช้ได้)
I’ve got to work tomorrow. (ใช้ได้)
ฉันต้อง(จำเป็นต้อง)ไปทำงานในวันพรุ่งนี้

สรุป

Must ใช้ในการเน้นย้ำว่าต้องทำ (ต้องทำให้ได้)
Have to ใช้ในการบอกว่าจำเป็นที่จะต้องทำ
Should ใช้ในการบอกว่าควรทำ (แนะนำให้ทำ)

การใช้ Must, Have to และ Should สามารใช้ได้ดังนี้คือ

1. ใช้บอกสิ่งที่ต้องทำ มีความจำเป็นที่ต้องทำ (แตกต่างกันที่ระดับความเข้มข้น)
2. Must และ Should ใช้กับการออกคำสั่ง / ต้องทำตามคำสั่ง

  • Must ใช้ในการออกคำสั่ง ให้ทำตามสิ่งที่ผู้พูดบอก หรือใช้เขียน คำสั่งที่เป็น กฎ ระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ
  • Have to ใช้เพื่อบอกว่าต้องทำตามคำสั่ง หน้าที่ กฎ ระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ

3. Must ไม่สามารถใช้พูดถึงอดีตได้ ต้องใช้ had to
4. Have got to ใช้แทน have to ได้


วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.2 เรื่อง การใช้ want/need


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.2 เรื่อง การใช้ want/need

10 Coolest Gadgets and Inventions That Will Blow Your Mind 2021


Are you ready to upgrade your life with some of the coolest tech you’ve ever seen? Hold on to your hats, because we are about to blow your mind with these amazing new pieces of tech. This new boating device will let you sail the seas like never before. A new safety device will let you escape your vehicle in the event of an emergency. This escooter can traverse any terrain you can imagine, and this helmet will help you stay focused even during difficult work days.
LINKS
As an Amazon Associate I earn from qualifying purchases. This has no effect on the price for you.
0:00 STRATOSFERA ACQUATICA https://bit.ly/3rAUarj
1:25 INMO AIR https://igg.me/at/inmoglass/x / https://amzn.to/3CLp3hR (Alternative) (Paid Link)
2:23 SHINE https://bit.ly/3h786EO / https://amzn.to/3yIGZYc (Alternative) (Paid Link)
3:15 CROWN https://bit.ly/3l9mcJ4
4:07 Meural Canvas II https://amzn.to/3BEcYui (Paid Link)
5:02 OCTAV https://bit.ly/3iR8qbA
5:48 ATMOS https://amzn.to/3lmjMqJ (Paid Link)
6:32 WYN Bullet https://igg.me/at/wynbulletsaveslives/x / https://amzn.to/3g0W3ZM (Alternative) (Paid Link)
7:06 SPLACH TRANSFORMER https://igg.me/at/transformerscooter/x/
7:54 SQUEAKY CLEAN FEET https://amzn.to/3sbO2WR (Paid Link)
MUSIC
Lensko_Lets https://youtu.be/mSLuJYtl89Y

THE FUTURE IS NOW @TheFutureisNowOfficial
https://www.youtube.com/c/TheFutureisNowOfficial
FACEBOOK @TheFutureTechOfficial
https://www.facebook.com/TheFutureTechOfficial
INSTAGRAM @Futuretech_official
https://www.instagram.com/futuretech_official/
DISCLAIMERS
Links included in this description might be affiliate links. Which means that if you click on one of the product links, I’ll receive a small commission. This helps support the channel and allows us to continue to make videos like this.
Amazon and the Amazon logo are trademarks of Amazon.com, Inc. or its affiliates.
Under Section 107 of the Copyright Act 1976, allowance is made for \”fair use\” for purposes such as criticism, comment, news reporting, teaching, scholarship, and research. Fair use is a use permitted by copyright statute that might otherwise be infringing. Nonprofit, educational or personal use tips the balance in favor of fair use.
© 2021 FUTURE TECH | All rights reserved
NewTechnology2021 Gadgets2021 Tech2021 NewTech NewGadgets2021 NewInventions2021 AmazonGadgets AmazonGadgets2021 BestGadgets2021 NuevaTecnologia Latesttechnology UltimaTecnologia FutureTech Inventions TechGadgets

10 Coolest Gadgets and Inventions That Will Blow Your Mind 2021

ฝึกพูด 38 ประโยคภาษาอังกฤษ การใช้ need


38 ประโยคภาษาอังกฤษ การใช้ need
https://www.facebook.com/PracticeEnglishWithThaiEnglishGirl/

ฝึกพูด 38 ประโยคภาษาอังกฤษ การใช้ need

Want To กับ Would Like To ต่างกันยังไง


สนใน sponsor คลิปของอาจารย์อดัมติดต่ออีเมล [email protected] หรือโทร 02 612 9300
เรียนกับอดัม: http://www.facebook.com/hollywoodlearning
เรียนออนไลน์กับอดัม: http://www.ajarnadam.tv
FBของอดัม: http://www.facebook.com/AjarnAdamBradshaw
FBของซู่ชิง: http://www.facebook.com/jitsupachin
YouTube ของซู่ชิง: http://www.youtube.com/user/jitsupachin
Twitter: http://twitter.com/AjarnAdam
Twitter ซูชิง: http://twitter.com/Sue_Ching

Want To กับ Would Like To ต่างกันยังไง

Need, Want, Must, Have To, กับ Gotta ใช้ต่างกันอย่างไร


สอบถามเรื่องคอร์ส Line: Aj.Adam, Info.Hollywood, KhunBaiTuey
โทร 02 612 9300, 081 353 7810, 089 422 4546
สนใน sponsor คลิปอาจารย์อดัมติดต่ออีเมล [email protected] หรือโทร 02 612 9300
เรียนกับอดัม: http://www.facebook.com/hollywoodlearning
เรียนออนไลน์กับอดัม: http://www.ajarnadam.tv
FBของอดัม: http://www.facebook.com/AjarnAdamBradshaw
Twitter: http://twitter.com/AjarnAdam
FBของซู่ชิง: http://www.facebook.com/jitsupachin
YouTube ของซู่ชิง: http://www.youtube.com/user/jitsupachin
Twitter ซูชิง: http://twitter.com/Sue_Ching

Need, Want, Must, Have To, กับ Gotta ใช้ต่างกันอย่างไร

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ need การใช้

See also  Avenue - วัชราวลี [cover] | เมื่อ ไหร่ จะ ได้ พบ เจอ กัน อีก ครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *