Home » [Update] หลักการใช้ Direct & Indirect Speechในภาษาอังกฤษ | indirect คือ – NATAVIGUIDES

[Update] หลักการใช้ Direct & Indirect Speechในภาษาอังกฤษ | indirect คือ – NATAVIGUIDES

indirect คือ: คุณกำลังดูกระทู้

ในบางครั้ง เรามีความจำเป็นต้องยกคำพูดของบางคนขึ้นมา หากเป็นการยกมาตรงๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้างใดๆ เราเรียกว่า Direct Speech (ไดเร็กทฺ สปีช) หรือบางคนเรียกว่า Quoted Speech (โควทิด สปีช) แต่หากเป็นการยกโดยมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้าง หรือโดยอ้อม เราเรียกว่า Indirect Speech (อินไดเร็กทฺ สปีช) หรือบางคนเรียกว่า Reported Speech (ริพอทิด สปีช)
ข้อสังเกตของ Direct Speech คือ คำพูดดังกล่าวของบุคคลนั้น จะอยู่ภายในเครื่องหมายคำพูดที่เรียกว่า Quotation marks (โควเทเชิ่น มาคสฺ)
ตัวอย่าง คำพูดของบุคคลต่อไปนี้
Jane.       My brother is a student.
Mary.       So is mine. He’s studying at Trium Udom School.
Where’s your brother studying?
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็น ดังนี้ก็ได้ คือ
(1)     Jane said, “My brother is a student.”
Mary said, “So is mine. He’s studying at Trium Udom School.”
หรืออาจจะยกคำพูดของบุคคลนั้นขึ้นมาก่อน แล้วจึงบอกว่าใคร เป็นผู้พูดเช่นนั้น ดังนี้
(2)     “My brother is a student,” Jane said.
“So is mine. He’s studying at Trium Udom School,”
Mary said.
ข้อสังเกต ใน (1) ลักษณะโครงสร้างของ Direct/Quoted Speech เป็นดังนี้
1.1 ใส่ comma หลัง said เช่น Jane said,
1.2 ใส่ quotation marks หลัง comma เช่น Jane said,”
1.3 หลัง quotation marks เริ่มด้วยอักษรใหญ่ เช่น Jane said, “M…
1.4 คำพูดของผู้พูดถูกยกมาทั้งหมด มิได้เปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น แล้วใส่เครื่องหมาย full stop หรือ period เช่น Jane said, “My brother is a student.”
1.5 ใส่ quotation marks ปิดท้าย เช่น Jane said, “My brother is a student.”
ใน (2) ลักษณะโครงสร้างของ Direct/Quoted Speech เป็นดังนี้
2.1 ใส่ quotation marks เช่น “
2.2 เริ่มด้วยอักษรใหญ่หลัง Quotation marks rfu “M
2.3 คำพูดของผู้พูดถูกยกมาทั้งหมด มิได้เปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น แล้ว ใส่เครื่องหมาย comma เช่น “My brother is a student,
2.4 ใส่ Quotation marks ท้ายคำพูด เช่น “My brother is a student,”
2.5 ยกชื่อผู้พูด ก่อนจะปิดท้ายด้วยคำว่า said และเครื่องหมาย period เช่น “My brother is a student,” Jane said.
ส่วน Indirect/Reported Speecli ซึ่งเป็นการยกคำพูดมาโดยอ้อม จึงมีการเปลี่ยนด้านรูปของคำกริยา (verb forms) สรรพนาม (pronouns) รวมทั้งไม่มี quotation marks
ตัวอย่าง
Jane said (that) her brother was a student.
Mary said (that) her brother was a student.
He’s studying at Trium Udom School.
Where’s your brother studying?
หาก ใช้คำว่า tell/told แทน say/said จะต้องใช้โครงสร้างต่างกันไปดังนี้
Say + something                    tell + someone + something
แสดงว่า เมื่อใดก็ตามที่ใช้คำว่า say/said จะไม่มีกรรม (object) รองรับ แต่ถ้าใช้ tell/told จะต้องมีกรรมรองรับ แต่ถ้าใช้ say/said ตามด้วยบุพบท to ต้องมีกรรมรองรับ เช่น said to me
ตัวอย่าง
Direct Speech
Jane said, “My brother is a student.”
Jane said to me, “My brother is a student.”
Jane told me, “My brother is a student.”
Indirect Speech
Jane said (that) her brother was a student.
Jane told me (that) her brother was a student.
หมายเหตุ จะใส่หรือไม่ใส่คำว่า that หลัง say/said ma tell/told เมื่อเป็น Indirect Speech ก็ได้
ต่อไปนี้ จะขอกล่าวถึงเรื่อง indirect/Reported Speech ไปตามลำดับทีละเรื่องดังนี้
1. Reported Speech (statements)
2. Reported Speech (questions)
3. Reported Speech (imperatives)
4. Reported Speech (exclamations)
1. Reported Speech (statements)
ในประโยคปกติทั่วไป (statements สเตทเม้นสฺ) จะประกอบด้วย ภาคประธาน + กริยา + กรรม หรือส่วนขยาย เมื่อแปรเปลี่ยนจาก Direct/quoted Speech ไปเป็น Indirect/Reported Speech จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบางอย่าง ส่วนใหญ่มักเป็นการเปลี่ยนแปลงสรรพนาม และรูปคำกริยา แต่มีบางครั้งที่เปลี่ยนแปลงรูป adverbs of time & place ด้วย
ตัวอย่าง
(1) Present Simple→ Past Simple
D:“I can’t stand him”  Sue said.
R : Sue said (that) she couldn’t stand him.
(2) Present Continuous →Past Continuous
D : Sue said, “I am having an ice-cream.”
R : Sue said (that) she was having an ice-cream.
(3) Present Perfect → Past Perfect
D : “I have cooked a delicious meal,” Sue said.
R : Sue said (that) she had cooked a delicious meal.
(4) Present Perfect Continuous → Past Perfect Continuous
D : Sue said, “I have been watching TV all day.”
R : Sue said (that) she had been watching TV all day.
(5) Past Simple → Past Perfect
D : Sue said to her mother, “I passed the entrance exam.”
R : Sue told her mother (that) she had passed the entrance exam.
(6) Future Simple → Conditional
D : They said, “We will do it tomorrow.”
R : They said (that) they would do it the next day.
(7) Future Continuous →Conditional Continuous
D : They said, “We will be studying here next year.”
R : They said they would be studying there the following year.
จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการเปลี่ยนจาก Direct/Quoted Speech เป็น Reported/Indirect Speech จะมีการเปลี่ยนแปลงสรรพนาม (pronouns) และคำกริยา (verbs) ดังตัวอย่างที่ 1-5 และนอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว ยังมีการเปลี่ยน adverbs of time ดังตัวอย่างที่ 6-7 และ adverbs of place ดังตัวอย่างที่ 7
การเปลี่ยนแปลงของ adverbs of time & adverbs of place จาก Direct Speech เป็น Reported Speech มีตังนี้
Direct Speech        →        Reported Speech
here                                                   there
now                                                    then
yesterday                       →            the day before
this                                                     that
next week                                        the following week
ago                                                      before
today                                                 that day
tonight                                              that night
tomorrow                                        the next day / the following day
next Monday                                 the following Monday
last Monday                                   the previous Monday
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : “I’m here on holiday,” Patricia said.
R : Patricia said (that) she was there on holiday.
D : “I’ll see you next Tuesday,” Patricia said to me.
R : Patricia told me (that) she would see me the following Tuesday.
อย่างไรก็ตาม บางทีนักเรียนอาจจะเคยได้ยินเจ้าของภาษาอังกฤษพูดคุยกัน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับ adverbs of time & place เหล่านี้ ก็ถือว่าไม่ผิดอะไร เพราะนั่นเป็นภาษาพูด (spoken language) สำหรับภาษาเขียน ที่เป็นมาตรฐาน (standard written language) แล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามหลักการที่กล่าวมาข้างต้น
2. Reported Speech (questions)
ประโยคคำถาม (questions เควสเชิ่นสฺ) อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Yes-No Questions หรือ คำถามที่ผู้ตอบจะตอบรับว่า Yes/No และ Wh-word Questions หรือคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Wh-words ดังนั้นการจะเปลี่ยนรูปแบบของประโยคลักษณะดังกล่าวนี้เป็น Reported Speech จึงจำเป็นต้องกล่าวถึงทีละประเภทคือ
2.1 Yes-No Questions
ประโยคคำถามประเภทนี้ จะขึ้นต้นด้วยคำกริยาช่วย (helping verbs) อาทิ Do, Does, Did, Will, Would, Shall, Should, May, Might, Must, Have, Has, Is, Am, Are เป็นต้น
ตัวอย่าง
Jane:     Are you cold?
Do you want some hot drink?
May I bring you a blanket?
ลักษณะโครงสร้าง Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้คือJane asked, “Are you cold?”
Jane asked, “Do you want some hot drink?”
Jane asked, “May I bring you a blanket?”
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ของประโยคแบบ Yes-No Questions ดังกล่าว เป็น Reported Speech จำเป็นจะต้องทดแทนการถามว่า “ใช่ไหม” ด้วยคำว่า if/whether ฉะนั้นจากตัวอย่างของ Direct Speech ที่เห็นข้างบน เมื่อสักครู่ จึงเขียนแบบ Reported Speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane asked Tom if (OR whether) he was cold.
เจนถามทอมว่าเขาหนาวไหม
Jane asked Tom if (OR whether) he wanted some hot drink.
เจนถามทอมว่าเขาต้องการเครื่องดื่มร้อนๆ บ้างไหม
Jane asked Tom if (OR whether) she might bring him a blanket.
เจนถามทอมว่าเธอจะนำเอาผ้าห่มมาให้เอาไหม
นอกจากจะสามารถใช้คำว่า ask/asked ใน Reported Speech แล้วยังมีคำและวลีอื่นที่ใช้ได้ด้วยเช่นกัน ที่พบบ่อยคือ wonder/wondered และ want/ wanted to know เป็นต้น
ในด้านของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อาทิ สรรพนาม กริยา ฯลฯ จาก Direct Speech เป็น Reported Speech ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับที่ได้กล่าวมาแล้วใน Reported Statements ข้อ 1 ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : Jane asked, “Have you seen my dog?”
R : Jane wondered if he had seen her dog.
D : He asked, “Did she do it by herself?”
R : He wanted to know whether she had done it by herself.
D : Mary asked, “Will you arrive here on time?”
R : Mary asked Peter if he would arrive there on time.
2.2  Wh-word Questions
ประโยคคำถามแบบนี้ขึ้นต้นด้วย Wh-words อาทิ What, When, Where, Why, How, Who, Whom, How long. … เป็นต้น
ตัวอย่าง
Jane :     What do you want to buy?
Which book have you seen?
How much does it cost?
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้ คือ
Jane asked, “What do you want to buy?”
Jane asked, “Which book have you seen?”
Jane asked, “How much does it cost?”
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ของประโยคแบบ Wh-word Questions ดังกล่าวเป็น Reported Speech จะต้องคง Wh-words ไว้ แล้วจึงตามด้วยภาคประธานของประโยคดังกล่าว จากนั้นจึงตามด้วย กริยาช่วย (ถ้ามี) และกริยาแท้ ส่วนขยายหรือกรรมที่เหลือก็ลอกไปเหมือนเดิม ฉะนั้นจากตัวอย่างของ Direct Speech ที่เห็นข้างบน จึงเขียนแบบ Reported speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane asked Tom what he wanted to buy.
เจนถามทอมว่าเขาต้องการซื้ออะไร
Jane asked Tom which book he had seen.
เจนถามทอมว่าเขาเห็นหนังสือเล่มไหน
Jane asked how much it cost.
เจนถามว่าราคาเท่าไร
นอกจากจะสามารถใช้คำว่า ask/asked ใน Reported Speech แล้วยัง สามารถใช้คำหรือวลีต่อไปนี้ได้ด้วยคือ wonder/wondered และ want/wanted to know เป็นต้น
ในด้านของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อาทิ สรรพนาม กริยา ฯลฯ จาก Direct Speech เป็น Reported Speech ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกับที่ได้กล่าวมาแล้วใน Reported statements ข้อ 1
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : Jane asked, “How long have you been in San Francisco?”
R : Jane asked him how long he had been in San Francisco.
D : He asked, “What part did you play in the robbery?”
R : He wanted to know what part she had played in the robbery, D : Jane asked, “Where were you last weekend?”
R : Jane wondered where he had been the previous weekend.
3. Reported Speech (imperatives)
imperatives (อิมเพอระทิฟสฺ) หมายถึง ประโยคคำสั่ง ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายคือ ประโยคลักษณะนี้จะขึ้นต้นประโยคด้วยคำกริยา (verbs) ทันที
ตัวอย่าง
Jane :     Go away!
Come here!
Don’t wrap it up in a piece of paper!
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้ คือ
Jane ordered the children, “Go away.”
Jane said to me, “Come on Monday.”
“Don’t wrap it up in a piece of paper,” Jane asked him.
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ของประโยคลักษณะดังกล่าวเป็น Reported speech จะต้องใช้ to-infinitive นั่นคือ วางบุพบท to ไว้หน้าคำกริยาของประโยคคำสั่ง หากเป็นคำสั่งห้ามที่ขึ้นต้นด้วย Don’t หรือ Never ให้เพิ่มคำว่า not หน้าบุพบท to แล้วจึงลอกส่วนที่เหลือ หากมี adverbs of time & place ตามที่ระบุไว้ใน Direct Speech ก็ต้องเปลี่ยนเมื่อเป็น Reported Speech ฉะนั้น จากตัวอย่าง Direct Speech ที่เห็นข้างบนเมื่อสักครู่ จึงเขียนแบน Reported Speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane ordered the children to go away.
เจนสั่งให้เด็กๆ ไปให้พ้น
Jane told me to come on Monday.
เจนบอกให้ผมมาวันจันทร์
Jane asked him not to wrap it up in a piece of paper.
เจนขอร้องเขาไม่ให้พับมันในกระดาษ
คำกริยาที่สามารถใช้ใน Direct Speech และ Reported Speech ของประโยคคำสั่ง สามารถใช้ได้หลายคำ แล้วแต่ลักษณะความรุนแรงของการสั่งการ อาทิ ask (ขอร้อง) request (ขอร้อง) invite (เชื้อเชิญ) tell (บอก) remind (เตือน) demand (เรียกร้อง) order (สั่ง) และ command (สั่งการ) เป็นต้น ส่วนโครงสร้างของคำสรรพนาม รวมทั้ง adverbs of time & place ก็เปลี่ยนแปลงไปตามกฎเกณฑ์ที่ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ต้นใน Reported statements ข้อ 1 สำหรับ กรรมที่จะรองรับท้ายคำกริยาที่ระบุมา หากข้อความใน Direct Speech ไม่ได้ให้ไว้ ก็กำหนดเอาเองตามสะดวก
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : “Don’t interrupt me,” she said to them.
R : She told them not to interrupt her.
D : The manager requested, “Sit down, please.”
R : The manager requested me to sit down.
D : “Don’t go out without your keys,” she reminded me.
R : She reminded me not to go out without my keys.
4. Reported Speech (exclamations)
exclamations (เอ็กซฺคลาเมเชิ่นสฺ) คือ ประโยคหรือข้อความอุทาน ซึ่งอาจจะมีรูปลักษณะคล้ายๆ กับคำถาม แต่ลงท้ายด้วยเครื่องหมาย! (ไม่ใช้เครื่องหมาย ?) หรืออาจจะคล้ายกับคำสั่ง คำกริยาที่ใช้ในรูปแบบประโยคดังกล่าวนี้มักจะได้แก่ remark (กล่าว/บอก) greet (ทักทาย) exclaim (อุทาน) ask (ถาม) say (พูด) เป็นต้น
ตัวอย่าง
Jane :     What a lovely garden!
Hello! Where are you going?
Oh dear! I’ve tom my clothes.
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้ คือ
“What a lovely garden!,” Jane remarked.
He said, “Hello!” and asked, “Where are you going?”
“Oh dear! I’ve tom my clothes,” she said.
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ดังกล่าวเป็น Reported Speech ก็จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมว่าจะใช้คำกริยาใด และต้องคำนึงถึงลักษณะคำถาม (หากมี) รวมทั้งบางทีอาจจะจำเป็นต้องเพิ่มคำบางคำเข้าไปด้วย ฉะนั้นจากตัวอย่างของ Direct Speech ที่เห็นข้างบนนี้ จึงเขียนแบบ Reported speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane remarked what a lovely garden it was.
เจนพูดว่าสวนดังกล่าวช่างสวยงามจริงๆ
He greeted me and asked where I was going.
เขาทักทายผมและถามว่าผมจะไปไหน
She exclaimed and said (that) she had torn her clothes.
เธออุทานและพูดว่าเธอทำเสื้อผ้าของเธอขาด
ในด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อาทิ สรรพนาม กริยา ฯลฯ จาก Direct Speech เป็น Reported Speech ก็เป็นไปตามที่ได้กล่าวมาแล้วใน Reported statements ข้อ 1
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : Mary remarked, “What a terrible noise!”
R : Mary remarked what a terrible noise it was.
D : “Oh dear! I’ve spilt my coffee,” Jane said.
R : Jane exclaimed and said she had spilt her coffee
D : “Look out! There’s a car coming.” he warned me.
R : He warned me to look out and said there was a car coming.
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

See also  VLOG 1 วัน เรียน ม.6 ที่จีน ( มีซับไทย ซับจีน ) | poixian | ทุนฟรีเรียนต่อต่างประเทศ
See also  Steelheart - She's Gone (Covered By Youssef Qassab) ** CHECK OUT THE NEWER VERSION ON MY CHANNEL ** | i went to แปล ว่า

(Visited 37,791 times, 3 visits today)

[Update] ประโยคคำถามแบบ Indirect Question เป็นอย่างไร | indirect คือ – NATAVIGUIDES

คำถามชนิดต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นคำถามโดยตรง (Direct Question) คือทั้งประโยคที่พูดนั้นเป็นคำถามทั้งหมด เป็นคำถามจริงๆ แต่มีคำถามอีกชนิดหนึ่งเป็นส่วนประกอบของประโยคอื่น คือมีคำพูดเป็นส่วนนำก่อนแล้วจึงตามด้วยคำถาม ซึ่งอยู่ในรูปของประโยคบอกเล่า คำถามชนิดนี้ เรียกว่า Indirect Quest. (คำถามโดยอ้อม) คำถามชนิดนี้นิยมใช้พูดคุยสนทนามากเช่นกัน ผู้พูดอาจจะขอโอกาส ขอร้องหรือแสดงความรู้สึกก่อนแล้วจึงตามด้วยคำถาม ประโยคกล่าวนำนั้นอาจจะเป็นรูปประโยคอย่างใดก็ได้ อยู่ที่ผู้พูดว่าจะแสดงความรู้สึกอย่างใดเพื่อนำไปสู่คำถามนั้นๆ เปรียบเทียบคำถามโดยตรงและคำถามโดยอ้อม ดังต่อไปนี้

Direct Question

Indirect Question

What is your name?

คุณชื่ออะไร

 

I want to know what your name is

ฉันอยากจะทราบว่า คุณชื่ออะไร

 

Where are you from?

คุณมาจากไหน

I don’t know where you are from.

ฉันไม่ทราบว่า คุณมาจากไหน

 

Is she married?

เธอแต่งงานหรือยัง

 

I wonder if she is married.

ฉันไม่ทราบว่าเธอแต่งงานหรือยัง

Do you like boxing or football?

คุณชอบมวยหรือฟุตบอล

 

I’d like to know whether you like boxing or football.

ฉันอยากจะทราบว่า คุณชอบมวยหรือฟุตบอล

 

He can play Chinese music, can’t he?

เขาเล่นดนตรีจีนได้ มิใช่หรือ

 

Do you know whether he can play Chinese music or not?

คุณทราบไหมว่า เขาเล่นดนตรีจีนได้ไหม

 

ประโยคคำถามโดยอ้อมนี้ก็คือประโยค Complex นั้นเอง คือส่วนที่เป็นความหมายคำถามนั้นเป็นอนุประโยคทำหน้าที่เป็นนาม (Noun Clause) ซึ่งส่วนมากทำหน้าที่เป็นกรรม (object) ของประโยคหลัก (Main Clause) จากตัวอย่างข้างบนนั้น จะเห็นว่าประโยคนำหรือประโยคหลักมีรูปประโยคเป็นไปได้ต่างๆ กัน
ปลี่ยน Direct Question เป็น Indirect Question
การเปลี่ยนคำถามโดยตรงเป็นคำถามโดยอ้อม ก็คือการเปลี่ยน Direct Speech เป็น Indirect speech นั้นเอง แต่ในที่นี่ประโยคตามเป็นประโยคคำถามทั้งหมด ประโยคคำถามชนิดต่างๆ ที่กล่าวมานั้น สามารถเปลี่ยนเป็นคำถามโดยอ้อมได้ทุกชนิด ฉะนั้นการเปลี่ยนรูปประโยคในที่นี่จึงจำแนกออกตามชนิดของคำถามต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. เปลี่ยน Yes/No Question การเปลี่ยนคำถามประเภทนี้เป็น คำถามโดยอ้อม นอกจากเปลี่ยนรูปประโยคเป็นบอกเล่าแล้วใช้ whether or not หรือ if (หรือไม่) เป็นคำเชื่อม
ตัวอย่าง

Direct Question

Indirect Question

Is he a doctor?

เขาเป็นหมอใช่ไหม

I don’t know if he is a doctor.

ฉันไม่ทราบว่า เขาเป็นหมอหรือไม่

Can you speak thai?

คุณพูดไทยได้ไหม

I wonder whether you can speak Thai (or not).

ฉันไม่ทราบว่า คุณพูดไทยได้หรือไม่

Did she come last week?

อาทิตย์ที่แล้ว เธอมาหรือไม่

Do you know whether (or not) she came last week?

คุณทราบไหมว่า อาทิตย์ที่แล้วเธอมาหรือไม่

Could you open the door?

คุณกรุณาเปิดประตูได้ไหม

I wonder if you could open the door.

ฉันไม่ทราบว่า คุณจะกรุณาเปิดประตูได้หรือเปล่า

whether มาคู่กับ or not หรือมาโดยลำพังก็ได้ or no อาจจะวางติด whether หรือวางท้ายประโยคก็ได้ ถ้าประโยคไม่ยาวเกินไป ใช้ if แทนได้แต่ตามด้วย or not ไม่ได้
2. เปลี่ยน Wh-Question การเปลี่ยนคำถามประเภทนี้ เพียงแต่ เปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่าเท่านั้น ไม่ต้องเติมคำเชื่อมใดๆ เพราะมี Question Words เป็นคำเชื่อมอยู่แล้ว
ตัวอย่าง

Direct Question

Indirect Question

Who is she?

เธอเป็นใคร

Do you know who she is?

คุณทราบไหมว่า เธอเป็นใคร

Whom do you want to see?

คุณต้องการพบใคร

 

I want to know whom you want to see.

ฉันอยากทราบว่า คุณต้องการพบใคร

What time is it?

เวลาเท่าไร

Please tell me what time it is.

กรุณาบอกฉันด้วยว่า เวลาเท่าไร

Where is the National Museum?

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอยู่ที่ไหน

I don’t know where the National Museum is.

ฉันไม่ทราบว่า พิพิธภัณฑ์สถานฯ อยู่ที่ไหน

When will the train leave?

รถไฟจะออกเวลาเท่าไร (เมื่อไร)

Do you know when the train will leave.

คุณทราบไหมว่า รถไฟจะออกเมื่อไร

Why did she say like that?

ทำไมเธอจึงพูดเช่นนั้น

I don’t understand why she said like that.

ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมเธอจึงพูดเช่นนั้น

How can we get there?

เราจะไปที่นั้นกันอย่างไร

Please tell me how we can get there.

กรุณาบอกฉันด้วยว่า เราจะไปที่นั่นกันอย่างไร

How many brothers and sisters do you have?

คุณมีพี่น้องกี่คน

My question is how many brothers and sisters you have.

คำถามของฉันก็คือว่า คุณมีพี่น้องกี่คน

3. เปลี่ยน Alternative question คำถามชนิดนี้เปลี่ยนโดยเติม whether เป็นคำเชื่อม โดยให้เป็นตัวเลือกคู่กับ or ซึ่งมีอยู่แล้ว และเปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่า
ตัวอย่าง

Direct Question

Indirect Question

Do you speak English or French?       

คุณพูดภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส

I wonder whether you speak English or French

ฉันไม่ทราบว่า คุณพูภาษาอังกฤษ หรือฝรั่งเศส

Are they Thai or Chinese?

พวกเขาเป็นคนไทยหรือจีน           

Do you know whether they are

Thaior Chinese?

คุณทราบไหมว่า พวกเขาเป็น คนไทยหรือจีน

Will Vichian or Tawee come to see me?

วิเชียรหรือทวีจะมาพบฉัน

 

I want to know whether Vichian or Tawee will come to see me.

ฉันอยากจะทราบว่าวิเชียรหรือทวีจะมาพบฉัน

 

Did you stay at home or go somewhere last Sunday?

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว คุณพักอยู่ที่บ้านหรือไปเที่ยวบางแห่ง

Can you tell me whether you stayed at home or went somewhere last Sunday?

คุณบอกฉันได้ไหมว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วนั้น คุณพักอยู่บ้านหรือ

ไปเที่ยวบางแห่ง

4. เปลี่ยน Tag Question การเปลี่ยนคำถามประเภทนี้ เหมือนกันกับ Yes/No Question เพราะต้องการคำตอบเหมือนกัน ใช้ whether or not เป็นคำเชื่อมอาจใช้ whether เฉยๆ หรือ if ก็ได้ แต่ใช้ whether or not จะได้ความตรงและเน้นกว่า
ตัวอยาง

Direct Question

Indirect Question

You know him very well, don’t you?

คุณรู้จักเขาดี มิใช่หรือ

I wonder whether you know him very well or not.

ฉันไม่ทราบว่า คุณรู้จักเขาดีหรือไม่

He will come, won’t he?

เขาจะมามิใช่หรือ

Do you know whether he will come or not?

คุณทราบไหมว่า เขาจะมาหรือไม่

The airport is far from the NationalStadium? isn’t it?

สนามบินอยู่ไกลจากสนามกีฬาแห่งชาติมิใช่หรือ

I’d like to knowwhether or not the airport is far from the National Stadium.

ฉันต้องการจะทราบว่า สนามบินอยู่ ไกลจากสนามกีฬาแห่งชาติหรือไม่

The express train doesn’t stop at this station, does it?

รถด่วนไม่หยุดที่สถานีนี้ใช่ไหม

Do you know whether or not the express train stops at this station?

คุณทราบไหมว่า รถด่วนหยุดที่สถานีนี่หรือไม่

He didn’t attend the meeting, did he?

เขาไม่เข้าประชุมใช่ไหม

I want to knowwhether or not he attended the meeting.

See also  ภาษาจีนพื้นฐาน ตอนที่1 คำทักทาย | ภาษาจีนกลางเบื้องต้น

ฉันอยากจะทราบว่า เขาเข้าร่วมประชุมหรือไม่

การตอบคำถาม Indirect Question
คำถามประเภทนี้ แม้จะเป็นคำถามโดยอ้อม แต่ก็สามารถตอบได้ เช่นเดียวกับคำถามทั่วๆ ไป คือสามารถจะตอบได้ตามชนิดต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ฉะนั้น การตอบคำถามชนิดนี้จึงมีตัวอย่างดังต่อไปนี้
คำถาม
I want to know if he will come.
ฉันอยากจะทราบว่า เขาจะมาหรือไม่
คำตอบ
Yes, he will.
มา, เขาจะมา
No, he won’t,
ไม่มา, เขาจะไม่มา
คำถาม
I wonder if you can open the box.
ฉันไม่ทราบว่า คุณสามารถเปิดกล่องนี้ได้ไหม
คำตอบ
Yes, I can.
ได้, ฉันเปิดได้
No, I can’t.
ไม่ได้,ฉันเปิดไม่ได้
คำถาม
I’d like to know whether she is married or not.
ฉันอยากจะทราบว่า เธอแต่งงานหรือยัง
คำตอบ
Yes, she is.
แต่งแล้ว
No, she isn’t.
ยัง, เธอยังไม่แต่งงาน
คำถาม
The question is whether the train will arrive on time (or not).
คำถามก็คือว่า รถไฟจะมาถึงตรงเวลาหรือไม่
คำตอบ
Yes, it will.
ตรง, มาตรงเวลา
No, it won’t.
เปล่า, ไม่ตรงเวลา
คำถาม
I want to know whether he or his son was punished.
ฉันอยากจะทราบว่า เขาหรือลูกของเขาถูกทำโทษ
คำตอบ
His son was.
ลูกของเขา
คำถาม
Please tell me whether she passed or failed in the test.
ช่วยบอกฉันด้วยว่า เธอสอบได้หรือสอบตก
คำตอบ
She passed the test.
เธอสอบได้
คำถาม
I don’t know who she is.
ฉันไม่ทราบว่า เธอเป็นใคร
คำตอบ
She is our teacher.
เธอเป็นครูของพวกเรา
คำถาม
I’d like to know what you are talking about.
ฉันอยากจะทราบว่า คุณกำลังพูดเกี่ยวกับอะไร
คำตอบ
I’m talking about the plan to take a picnic.
คำถาม
Do you know where they are from?
คุณทราบไหมว่า พวกเขามาจากไหน
คำตอบ
They are from Australia.
พวกเขามาจากออสเตรเลีย
คำถาม
I don’t know when the show will start and finish.
ฉันไม่ทราบว่า การแสดงจะเริ่มเมื่อไรและสิ้นสุดเมื่อไร
คำตอบ
It will start at three and finish at six.
การแสดงจะเริ่มบ่าย 3 โมง และสิ้นสุดบ่าย 6 โมง
คำถาม
I want to ask you why we should visit that place.
ฉันอยากจะถามคุณว่า ทำไมเราจึงควรไปชมที่นั่น
คำตอบ
Because it is worth studying.
เพราะมันสมควรแก่การศึกษา
คำถาม
Can you tell me how I can contact him?
คุณสามารถจะบอกได้ไหมว่า ฉันสามารถติดต่อเขาได้อย่างไร
คำตอบ
You can contact Mm by phone.
คุณสามารถติดต่อกับเขาได้ทางโทรศัพท์
คำถาม
Could you tell me how much you have got?
คุณจะกรุณาบอกได้ไหมว่า คุณมีรายได้เท่าไร

คำตอบ
30,000 baht a month.
สามหมื่นบาทต่อเดือน
แบบฝึกหัด
จงสร้างประโยคต่อไปนี้เป็นคำถามโดยอ้อม (Indirect Question)
ตัวอย่าง
Do you like tea?
= I want to know if you like tea.
What are you doing?
= I want to know what you are doing.
Do you like tea or coffee?
= I want to know whether you like tea or coffee.
You like tea, don’t you?
= I want to know whether you like tea or not.
1.     Are you ready to go?
= I want to know…………………………………….
2.     Did he come to the party last night?
= Do you know……………………………………?
3.    Will she leave for London tomorrow?
= I wonde………………………………………….
4.    Can we go there by train or by bus?
= Can you tell me………………………………..?
5.    Was Daeng or Dam punished yesterday?
= Tell me………………………………………….
6.    You wrote this work, didn’t you?
= I don’t know……………………………………
7.    He doesn’t like smoking, does he?
=    Do you know……………………………….?
8.    Is the National Museum open today?
=    Can you tell me……………………………?
9.    What do you want to order first?
=    I want to know………………………………
10.    Where does she live?
=    I don’t know…………………………………
11.    How old is your father?
=    Please tell me……………………………….
12.    When did you finish high school?
=    Do you remember…………………………?
13.    How can we start this machine?
=    Do you know……………………………….?
14.    Whom would you like to speak to?
=    I don’t know…………………………………
15.    Which one are you going to select?
=    I want to know………………………………
16.    Who is she?
=    Do you know……………………………….?
17.    Why do you speak like that?
=    I don’t understand…………………………
18.    How many people are there in your family?
=    I want to know………………………………
19.    Where will the party be held next week?
=    Do you know……………………………….?
20.    What course did he take last term?
=    Please tell me………………………………
ที่มา:ดร.สวาสดิ์  พรรณา 

(Visited 67,123 times, 8 visits today)


แบบฝึกเพิ่มเติม Indirect Questions ม.4 (2021)


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

แบบฝึกเพิ่มเติม Indirect Questions ม.4 (2021)

Direct object and Indirect object l ENGLISH Level up เติมพลังอังกฤษ (22 พ.ย. 63)


วันนี้ครูพี่นุ่นกับครูพี่แนทจะมาชวนน้อง ๆ มารู้จักกับคำว่า Direct object (กรรมตรง) คือ กรรมที่ถูกกระทำโดยตรงจากกริยา เช่น Paul repaired his bicycle. ส่วนกรรมรองหรือ Indirect object คือ กรรมที่ถูกกระทำทางอ้อม เช่น Bom told Bam the truth. เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นและเทคนิคต่าง ๆ ไปเรียนรู้กับครูพี่แนทและครูพี่นุ่นกันเลย
ติดตามชมรายการ ENGLISH Level up เติมพลังอังกฤษ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 11.00 11.30 น. ทาง ALTV ทีวีเรียนสนุก ช่องหมายเลข 4

📌 รับชมได้ทาง ENGLISHLevelup ALTV ช่อง4ทีวีเรียนสนุก ช่องหมายเลข4
หรือรับชมทางออนไลน์
Website: http://www.ALTV.tv
YouTube : http://www.youtube.com/ALTV4
Facebook : http://www.fb.com/ALTV4
เพิ่มเพื่อนทาง LINE : http://www.ALTV.tv/AddLINE

Direct object and Indirect object l ENGLISH Level up เติมพลังอังกฤษ (22 พ.ย. 63)

สรุป reported speech เข้าใจง่าย


ปรึกษาการเรียน
เรียนภาษาอังกฤษแบบสนุกสนาน
FB page: https://web.facebook.com/KwanjaiKruEng/
ig: https://www.instagram.com/kwanjai_krueng/

สรุป reported speech เข้าใจง่าย

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.5 เรื่อง Reported speech


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.5 เรื่อง Reported speech

【ルームツアー】建築家が暮らす70坪の敷地に立つ注文住宅 / 4人家族が暮らす木の温もりを感じる新築一戸建て


建築家が暮らすこだわりの注文住宅が圧巻すぎる…。
木の温もりを感じる新築一戸建てのルームツアーです。
今回は @kyohey_watanabe さんの素敵な一軒家をご紹介
▼@kyohey_watanabe さんのInstagram
https://www.instagram.com/kyohey_watanabe/
<ルームツアー内容>
0:00 opening
0:14 外壁の焼杉が美しい外観
1:05 広々とした収納たっぷりの玄関
2:12 半個室の1階造作キッチン
2:39 ダウンフロアでゆったりとくつろげるリビング
3:15 木の味わいを贅沢に感じられる客室
3:54 暖炉のある憧れの書斎
4:34 統一感のある洗面所・トイレ・お風呂
6:28 自然の中に住んでいるような中庭
8:12 天窓から光が差し込む2階の洗濯・洗面スペース
8:53 真似したい圧巻のLDK
9:56 間接照明に癒やされる小上がりの寝室
10:29 ワクワクがあふれる子ども部屋
10:51 自然を感じる気持ちの良い2階テラス
11:05 最後に
ーーーーーーーーーーーーーーー
家づくりで失敗したくない方へ
ーーーーーーーーーーーーーーー
▼家づくりで失敗したくない人にオススメ!無料で間取りプランを作成する方法
http://bit.ly/3gxAmiI
▼家づくりの体験談や豊富な情報が詰まったTHE ROOM TOUR公式サイト
https://theroomtour.com/
▼注文住宅/一軒家のルームツアー動画を配信中!チャンネル登録はコチラから
https://www.youtube.com/channel/UC75hU6ewVrvcxTDVRgSbA
▼マネしたい注文住宅が見つかる雑誌風Instagram「THE ROOM TOUR」
https://www.instagram.com/the_room_tour
▼理想の一人暮らし/二人暮らしが見つかる雑誌風Instagram「PRE ROOM TOUR」
https://www.instagram.com/pre_room_tour
ーーーーーーーーーーーーーーー
◇◇◇ メディア掲載のご依頼はコチラ ◇◇◇
THE ROOM TOUR では広告主様からメディア掲載のご依頼を承っております。
リンクにあるお問い合わせフォームよりお気軽にご相談くださいませ。
メディア掲載の詳細 / お問い合わせはコチラ
◆ https://theroomtour.com/contact/
ーーーーーーーーーーーーーーー
コメント欄に人気の間取りBEST10

【ルームツアー】建築家が暮らす70坪の敷地に立つ注文住宅 / 4人家族が暮らす木の温もりを感じる新築一戸建て

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ indirect คือ

Leave a Reply

Your email address will not be published.