Home » [Update] สรุปการใช้ tense ทั้ง 12 tenses อย่างละเอียด ครอบคลุม เข้าใจง่าย – NSRU BLOG | present perfect tense สรุป – NATAVIGUIDES

[Update] สรุปการใช้ tense ทั้ง 12 tenses อย่างละเอียด ครอบคลุม เข้าใจง่าย – NSRU BLOG | present perfect tense สรุป – NATAVIGUIDES

present perfect tense สรุป: คุณกำลังดูกระทู้

Table of Contents

Table of Content

  • Tense คืออะไร
  • โครงสร้าง tense ทั้ง 12 เป็นอย่างไร แตกต่างกันอย่างไร
  • หลักการใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ใช้ต่างกันอย่างไร
  • ตัวอย่างประโยคของเทนส์ทั้งหมด เพิ่มเติมเสริมความเข้าใจ

Tense คืออะไร

ความหมายของ Tense คือ รูปแบบของประโยคที่มีคำกริยา แสดงระบุเวลากำกับการกระทำในขณะที่พูด

นี่คือความหมายคร่าวๆนะครับ ถ้าย่นย่อกันจริงๆในการเรียนหลักภาษาแล้ว Tense คือ กาล (เวลา)

tense 12

โครงสร้างของ 12 Tense และหลักการใช้

ว่ากันไปแล้ว Tense ใหญ่ๆแค่ 3 เท่านั้นเอง แต่แยกย่อยออกอีก 4 จึงรวมกันได้ 12 tense

  1.  Present Tense (ปัจจุบันกาล) กล่าวถึงเรื่องราวในปัจจุบัน
  2.  Past Tense (อดีตกาล)กล่าวถึงเรื่องราวในอดีต
  3.  Future Tense (อนาคตกาล)กล่าวถึงเรื่องราวในอนาคต

PRESENT TENSE

บอกเล่าเรื่องราวในปัจจุบัน

Present Simple Tense

โครงสร้าง: S. + V.1(s/es)

หลักการใช้:

  • บอกเล่าข้อเท็จจริงทั่วไป ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ …

ตัวอย่างประโยค:

  • eat rice everyday. ฉันกินข้าวทุกวัน
  • A dog has four leg. สุนัขมีสี่ขา
  • Bangkok is the capital city of Thailand.  กรุงเทพเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย
  • My class statrs at 9.00 ชั่วโมงเรียนของฉันเริ่มเวลา 9 นาฬิกา

present continuous tense

Present Continuous Tense

Tense นี้อีกชื่อหนึ่งคือ Present Progressive Tense

โครงสร้าง: S. + is, am, are + Ving

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้
  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดในอนาคตแน่ๆ

ตัวอย่างประโยค:

  • am eating rice now.  ฉันกำลังกินข้าวอยู่ตอนนี้
  • A dog is walking. สุนัขกำลังเดิน
  • I’m going to London next week. ฉันกำลังจะไปลอนดอนสัปดาห์หน้า
  • We are visiting our granddad tomorrow. พวกเรากำลังจะไปเยี่ยมปู่พรุ่งนี้

present perfect tense

Present Perfect Tense

โครงสร้าง: S. + has, have + V3

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินเสร็จแล้ว
  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินมาได้ในระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างประโยค:

  • have eaten rice. ผมกินข้าวแล้ว (กินเสร็จแล้ว)
  • She has finished her homework. หล่อนทำการบ้านเสร็จแล้ว
  • have eaten rice for 20 minutes. ผมกินข้าวมาแล้ว 20 นาที
  • He has lived here since 2000. เขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2000

present-perfect-continuous--tense

Present Perfect Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + has, have +been+ Ving

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินมาได้ในระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบันคล้าย present perfect tense แต่เป็นการเน้นย้ำว่าทำอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างประโยค:

  • I have been playing foootball since 8 o’clock. ฉันเล่นฟุตบอล (อย่างต่อเนื่อง) ตั้งแต่ 8 โมง
  • She has been walking for 30 munites. หล่อนเดิน (อย่างต่อเนื่อง) เป็นเวลา 30 นาที
  • Toon has been running for 4 hours. ตูนวิ่ง (อย่างต่อเนื่อง) เป็นเวลา 4 ชั่วโมง)
  • He has been working here since 1999 . เขาทำงานที่นี่ (อย่างต่อเนื่อง)ตั้งแต่ปี 1999 (ไม่เคยย้ายไปไหน)

PAST TENSE

บอกเล่าเรื่องราวในอดีต

Past Simple Tense

โครงสร้าง: S. + V2

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ในอดีต ที่เกิดขึ้น ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง

ตัวอย่างประโยค:

  • went to school yesterday. ฉันไปโรงเรียนเมื่อวานนี้
  • ate bananas last week. ฉันกินกล้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
  • My dad washed his car last Sunday. พ่อของผมล้างรถของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว
  • She watched this movie last year. หล่อนดูหนังเรื่องนี้ปีที่แล้ว
  • Sam visited his parents five years ago. แซมไปเยี่ยมพ่อแม่ของเขาเมื่อห้าปีที่แล้ว

Past Continuous Tense

Past Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + was, were + Ving

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกขึ้นมา

ตัวอย่างประโยค:

  • I saw a big elephant while I was walking to school . ฉันเห็นช้างตัวหนึ่งขณะที่ฉันกำลังเดินไปโรงเรียน
  • We were eating dinner when dad came home. พวกเรากำลังกินข้าวเย็นอยู่ ตอนที่พ่อมาถึงบ้าน
  • The light went out when they were watching TV. ไฟดับตอนที่พวกเขากำลังดูทีวีอยู่
  • She was taking a bath when I called her. หล่อนกำลังอาบน้ำอยู่ ตอนที่ผมโทรหาหล่อน
  • Sam was driving home when it started to rain. แซมกำลังขับรถกลับบ้าน ตอนที่ฝนเริ่มตก

Past Perfect Tense

Past Perfect Tense

โครงสร้าง: S. + had + V3

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดแล้วในอดีต ก่อนจะมีอีกเหตุการณ์ตามมา

ตัวอย่างประโยค:

  • I had eaten a pizza before I went to bed.ฉันได้กินพิซซ่า ก่อนที่ฉันเข้านอน (กินก่อน )
  • John called me after I had left. จอห์นโทรหาฉัน หลังจากที่ฉันได้ออกจากบ้านแล้ว
  • All people had gone home when we reached the cinema. คนได้กลับบ้านหมดแล้ว เมือเราไปถึงโรงหนัง
  • They had had dinner before they did homework. พวกเขาได้เขากินข้าว ก่อนพวกเขาทำการบ้าน
  • The train had left when we got to the station. รถไฟออกไปแล้ว ตอนที่เราไปถึงสถานี

Past Perfect Continuous Tense

Past Perfect Tense

โครงสร้าง: S. + had + been + ฺฺ Ving

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เน้นการบอกเวลามากกว่าการกระทำ

ตัวอย่างประโยค:

  • had been waiting for the train for three hours  before it arrived. ฉันได้รอคอยรถไฟเป็นเวลา(ตั้ง) 3 ชั่วโมง (นะ) ก่อนที่มันจะมาถึง
  • We had been walking for one hour when we saw that bird.
    พวกเราได้เดิน (ตั้ง) 1 ชั่วโมง (แน่ะ) ตอนที่พวกเราเห็นนกตัวนั้น
  • They had been playing football for four hours when it started to rain.
    พวกเขาได้เล่นฟุตบอล (ตั้ง) 4 ชั่วโมง ก่อนที่ฝนเริ่มตก (วันนี้เล่นได้นาน ปกติไม่เกินชั่วโมงก็ตกแล้ว)

FUTURE TENSE

บอกเล่าเรื่องราวในอนาคต

Future simple tense

Future Simple Tense

โครงสร้าง: S. + will + ฺฺ V1

หลักการใช้:

  • บอกเล่า คาดการณ์เหตุการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
See also  รวมเพลงเพราะที่สุด หญิง ธิติกานต์ | ที นี ดอน คอม

ตัวอย่างประโยค:

  • will go to school tomorrow. ฉันจะไปโรงเรียนพรุ่งนี้ (คิดว่าต้องไป เดี๋ยวหมดสิทธิ์สอบ)
  • will watch Chin Jang this evening. ฉันจะดูชินจังเย็นนี้ (เพื่อนบอกว่าสนุก จะลองดูหน่อย)
  • You will eat papaya salad tonight. คุณจะกินส้มตำคืนนี้ (คุณเคยบอกไว้ ว่าจะกินคืนนี้)
  • He will clean the car next week. เขาจะล้างรถสัปดาห์หน้า (เขาบอกมา ว่าจะล้าง)
  • She will buy a bike next month. หล่อนจะซื้อจักรยานเดือนหน้า (หล่อนว่าเดินไปเรียนแล้วเหนี่อย)

future continuous tense

Future Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + will + ฺฺ be + Ving

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอนาคต

ตัวอย่างประโยค:

  • will be reading books at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะกำลังอ่านหนังสือเวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้
  • At nine o’clock tomorrow, we will be working on farm.พรุ่งนี้เวลา 9 นาฬิกา พวกเราจะกำลังทำงานในฟาร์ม
  • At six oclock, we will be eating dinner with our granddad. เวลา 6 นาฬิกา พวกเราจะกำลังกินข้าวกับปู่ของพวกเรา
  • She will be waiting when you arrive. หล่อนจะกำลังรอคอย เมื่อคุณมาถึง

Future Perfect Tense

Future Perfect Tense

โครงสร้าง: S. + will + ฺฺ have + V3

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดแล้วในอนาคต

ตัวอย่างประโยค:

  • will have eaten breakfast at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว เวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้
  • Tomorrow morning, we will have finished our project. พรุ่งนี้เช้า พวกเราจะดำเนินโครงการของพวกเราเสร็จแล้ว
  • She will have gone when you arrive. หล่อน(คง)จะไปแล้ว เมื่อคุณมาถึง
  • will have cleaned the floor when my mom  gets home. ฉัน(คง)จะทำความสะอาดพื้นเรียบร้อยแล้ว ตอนที่แม่มาถึง

Future Perfect Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + will + ฺฺ have + been + Ving

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนิมมาได้ระยะเวลาหนึ่งในอนาคต ก่อนมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามา

ตัวอย่างประโยค

  • will have been eating breakfast for 30 minutes at 8 o’clock tomorrow.
    ฉันจะได้กำลังกินข้าวเช้าเป็นเวลา 30 นาทีแล้ว ณ เวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้
  • At 10 o’clock tomorrow, we will have been working on farm for two hours.
    เวลา 10 นาฬิกาพรุ่งนี้ พวกเราจะได้กำลังทำงานในฟาร์ม เป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว
  • You will have been waiting for two  hours when the plane arrives.
    คุณจะได้กำลังรอ เป็นเวลาสองชั่วโมง เมื่อเครื่องบินมาถึ’

ที่มา : https://xn--12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-12-tense-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD/

[NEW] หลักการใช้ Present Perfect Tense ใช้ใน 2 เหตุการณ์จงจำให้แม่น | present perfect tense สรุป – NATAVIGUIDES

101

SHARES

Facebook

Twitter

Present Perfect Tense อีก Tense หนึ่งที่ใช้บ่อย ดังนั้นเราควรเรียนรู้ให้เข้าใจ สามารถนำหลักการไปประยุกต์ใช้ด้ทั้งการพูดและการเขียนนะครับ อย่าเรียนผ่านแล้วผ่านเลย

present perfect tense

Present Perfect Tense

Present Perfect Tense (Tense ปัจจุบันสมบูรณ์)

  • Present  เพร๊เซินท= ปัจจุบัน
  • Perfect เพอเฟ็คท = สมบูรณ์

สมบูรณ์อย่างไร บางตำราก็ว่าเหตุการณ์มันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ก็เลยเรียกชื่อนี้ แต่ขอแนะนำว่าให้ใส่ใจที่การนำไปใช้อย่างไรดีกว่า

โครงสร้าง

S + have, has + V3

ประธาน + have, has + กริยาช่อง 3

He, She, It, A cat
has
eaten
I, You, We, They, Cats
have
eaten

กริยา 3 ช่อง หน้าตาเป็นอย่างไร

⇒ การย่อรูป have, has ทำอย่างไร

หลักการใช้

หลักการใช้ present perfect tense ใช้กับ 2 เหตุการณ์ต่อไปนี้

1. ใช้กับเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต ดำเนินมาจนถึงขณะนี้ และจะต่อเนื่องไปในอนาคต

ถ้าใช้เล่าเหตุการณ์แบบนี้ จะมีสองคำนี้ประกอบอยู่ด้วย คือ

⇒ for   ฟอ เป็นเวลา (กี่นาที กี่ชั่วโมง กี่วัน กีสัปดาห์ กี่ปี)

⇒ since ซินซ ตั้งแต่ (ตั้งแต่ชั่วโมงไหน วันไหน สัปดาห์ไหน เดือนไหน ปีไหน)

ตัวอย่างประโยค

  • She has studied English since July.
    หล่อนเรียน(แล้ว)ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม (เรียนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ตอนนี้เดือนกันยายนแล้ว และมีแนวโน้มจะเรียนต่อไปอีก)
  • He’s worked in the garden since 8 o’clock.
    เขาทำงาน(แล้ว)ในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า (ตอนนี้สิบโมงแล้ว มีทีท่าว่าจะทำต่อไป)
  • It has rained for three hours.
    ฝนตก (แล้ว) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง (และมีแววว่าจะตกต่อไปอีก)
  • A boy has played football since 3 o’clock.
    เด็กชายเล่นฟุตบอล(แล้ว)ตั้งแต่ 3 โมง (ตอนนี้สี่โมงแล้ว น่าจะเล่นต่อถึงห้าโมงมั้ง)
  • have lived here for ten years.
    ฉันอาศัยอยู่ (แล้ว) ที่นี่ เป็นเวลา 10 ปี (จุดเริ่มต้นเกิดในอดีต ปัจจุบันก็ยังอยู่ที่นี่ อนาคตก็จะอยู่ต่อ)
  • You’ve watched TV for two hours.
    คุณดู(แล้ว)ทีวีเป็นเวลาสองชั่วโมง (ดูมาแล้วสองชั่วโมงและน่าจะดูต่อ ถ้าแม่ไม่ห้าม)
  • We’ve walked for five hours.
    เราเดิน(แล้ว)เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
  • They have built the house since last year.
    พวกเขาสร้าง(แล้ว)บ้านตั้งแต่ปีที่แล้ว (ตอนนี้ก็ยังสร้างอยู่ และน่าจะสร้างต่อไปอีกหลายเดือนคงเสร็จ)

คงพอมองเห็นภาพของการใช้นะครับ สังเกตได้ว่าคำกริยาที่ใช้นั้น ต้องกระทำได้อย่างต่อเนื่องยาวนานคล้าย present continuous tense เลย

คำถามที่ใช้กับตัวอย่างด้านบนส่วนมากจะขึ้นต้นด้วย  How long……. (นานแค่ไหน)

♦ How long has she studied English? หล่อนเรียนอังกฤษนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long has he worked in the garden? เขาทำงานในสวนนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long has it rained? ฝนตกนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long has a boy played football? เด็กชายเล่นฟุตบอลนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have you lived here? (ถาม you ตอบ I) คุณอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have I watched TV? (ถาม I ตอบ You) ผมดูทีวีนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have we walked? เราเดินนานแค่ไหนแล้ว
♦ How long have they built the house? พวกเขาสร้างบ้านนานแค่ไหนแล้ว

2. ใช้กับเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว

2.1 ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ และเหตุการณ์นั้นก็จบลงแล้วด้วย

ถ้าใช้กับเหตุการณ์แบบนี้ มักจะมีคำเหล่านี้อยู่ด้วย

already ออลเร๊ดดิ  แล้ว
just         จัสท  เพิ่งจะ
yet         เย็ท    ยัง

ตัวอย่างประโยค

♦ She‘s just gone. หล่อนเพิ่งจะออกไป  ( คงถึงหน้าปากซอยได้)
♦ He’s already finished his homework. เขาทำการบ้านเสร็จแล้ว (เพิ่งทำเสร็จไม่นานหรอก)
♦ It’s just rained. ฝนเพิ่งจะตก (หยุดเมื่อกี้เอง พื้นยังเปียกอยู่)
♦ I’ve already drunk milk. ผมดื่มนมแล้ว (ปากยังมีหยดน้ำนมอยู่เลย)

◊ You’ve just taken a bath. เธอเพิ่งจะอาบน้ำเอง (จะอาบอีกแล้วเหรอ)
◊ We’ve already eaten rice. พวกเรากินข้าวแล้ว (ท้องยังแน่นอยู่เลย)
◊ They’ve just washed the car. พวกเขาเพิ่งจะล้างรถ (รถยังไม่แห้งดีเลย)

♦ Has she gone yet? หล่อนไปหรือยัง
♦ Has he already finished his homework? เขาทำการบ้านเสร็จแล้วใช่ไหม
♦ Have you drunk milk yet? คุณดื่มนมหรือยัง
♦ Have we already eaten rice? พวกเรากินข้าวแล้วใช่ไหม
♦ Have they washed the car yet? พวกเขาล้างรถหรือยัง

2.2 ช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่ระบุเวลา

ถ้าใช้กับกรณีนี้ จะไม่รบุว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ บอกแค่เพียงว่า ทำแล้ว หรือไม่เคยทำ แค่นั้นเอง

  • I’ve read that book.
    ผมอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว (อ่านเมื่อไหร่ไม่บอก ให้รู้ว่าอ่านแล้วก็แล้วกัน)
  • She’s got your letter.
    หล่อนได้รับจดหมายของคุณแล้ว (หลังจากถูกคุณแม่เอาไปทิ้งลงถังหลายครั้ง)
  • I’ve cut my finger.
    ผมทำมีดบาดนิ้วมือ (ดูสิ ยังไม่หายดีเลย)
  • He’s gone to England.
    เขาไปอังกฤษแล้ว(ไม่ต้องมาหาเขาอีก)
  • It’s never rained in this area.
    ฝนไม่เคยตกเลยในพื้นที่นี้
  • Have you (ever) been to England?
    คุณ (เคย) ไปอังกฤษไหม
    No, I’ve never been to England.
    ไม่ ผมไม่เคยไปอังกฤษเลย
  • Have you ever seen the rain coming out on a sunny day?
    คุณเคยเห็นฝน ออกมา(ตก) ในวันที่มีแดดจ้าไหม (เอามาจากเพลง)
See also  Chiclaradaพาทัวร์ ชะอำเพชรบุรีEp2 #เที่ยวทะเล #อยากมีแบรนด์เสื้อเป็นของตัวเอง #ที่เที่ยวสวยๆอากาศดีๆ | อยาก มี แบรนด์ เป็น ของ ตัว เอง | Nataviguides

ประโยคปฏิเสธ

ประโยคปฏิเสธก็ไม่ยากครับ เอา not มาต่อท้าย have / has ก็ได้แล้ว

have not ย่อเป็น haven’t

has not ย่อเป็น hasn’t

♦ She has not studied English since July.
หล่อนไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

♦ He hasn’t worked in the garden since 8 o’clock.
เขาไม่ได้ทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า

♦ I have not lived here for ten years.
ฉันไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ เป็นเวลา 10 ปี

ประโยคคำถาม

ให้เอา have, has มาวางหน้าประธานของประโยค

♦ Has she studied English since July?
หล่อนเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมใช่ไหม
Yes, she has./ No, she hasn’t.

♦ Has he worked in the garden since 8 o’clock?
เขาทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้าใช่ไหม
Yes, he has./ No, he hasn’t.

♦ Have you lived here for ten years?
คุณอาศัยอยู่ที่นี่ เป็นเวลา 10 ปีใช่ไหม
Yes, I have./ No, I haven’t.

Time Line เส้นเวลา

มาดูไทม์ไลน์กันดูซิ ทีบอกว่า tense นี้ใช้บอกกล่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ดำเนินมาถึงปัจจุบัน และน่าจะดำเนินต่อไปอีกในอนาคต เป็นเช่นไร

  • สีดำคือ อดีตที่หมองหม่น
  • สีส้มคือปัจจุบันที่สดใส
  • สีชมพู คือ อนาคตที่เรืองรองผ่องอำไพ
  • ลูกศรสีขาวไซร้คือเหตุการณ์
  • เส้นทึบคือระยะเวลาของเหตุการณ์ (ค่อนข้างยาวนาน)
  • เส้นทึบสีขาวคือระยะเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว
  • เส้นทึบสีเหลืองคือระยะเวลาที่คาดว่าเหตุการณ์อาจจะดำเนินต่อไป

จากภาพสามารถอธิบายได้ว่า มีเหตการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในอดีต (เส้นทีบสีขาว) และก็ดำเนินมาถึงปัจจุบัน (ลูกศรสีขาว) และคงจะดำเนินต่อไปในอนาคต (เส้นทีบเหลือง)  ลองมาสมมติเหตุการณ์ดูสักสองเหตุการณ์แล้วกัน

♦ She has studied English since July.
หล่อนเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

เห็นเรียนมาตั้งแต่เดือนกรกรฎาจริง (เส้นทีบสีขาว) วันนี้ก็ยังเห็นไปเรียนอยู่ (ลูกศรสีขาว) และคิดว่าคงเรียนต่อไปเรื่อยๆมั้ง(เส้นทึบสีเหลือง) แต่ไม่แน่นะ วันนี้ไปเรียนเกิดไม่พอใจ แล้วไม่ไปอีกก็ได้ แต่ที่แน่ๆคือเรียนมานานพอควรจนถึงวันนี้แล้วกัน

♦ He’s worked in the garden since 8 o’clock.
เขาทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า

เขามาทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าจริง (เส้นทึบสีขาว) ตอนนี้เวลา 11.00 ก็ยังทำในสวนนั่นแหละ (ลูกศรสีขาว)  และคิดว่าคงจะทำถึงเย็นมั้ง (เส้นทึบสีเหลือง) แต่ก็ไม่แน่อีกนั่นแหละ พอพักเที่ยงแล้ว อาจนอนหลับเพลินแล้วไม่มาทำต่อก็ได้ แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึงตอนนี้เขาทำงานในสวนจริง เป็นพยานได้

สรุปว่าถ้านักเรียนต้องการบอกกล่าวเล่าขาน เหตุการณ์ที่เริ่มตั้งแต่อดีต และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต   ให้ใช้โครงสร้าง

ประธาน +have, has + กริยาช่องที่ 3

“ถ้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ลองไปอ่านสรุปหลักการใช้ดูนะครับ”

⇒ สรุปหลักการใช้ Tense 12

 กริยา 3 ช่องที่ใช้ในหน้านี้

ช่อง 1

ช่อง 2

ช่อง 3

คำแปล

study
studied
studied
เรียน

work
worked
worked
ทำงาน

rain
rained
rained
ฝนตก

play
played
played
เล่น

live
lived
lived
อาศัย

watch
watched
watched
ดู

walk
walked
walked
เดิน

build
built
built
สร้าง

go
went
gone
ไป

finish
finished
finished
ทำเสร็จ

drink
drank
drunk
ดื่ม

eat
ate
eaten
กิน

wash
washed
washed
ล้าง

read
read
read
อ่าน

get
got
got
ได้รับ

be (is am are)
was were
been
เป็น อยู่ คือ

cut
cut
cut
ตัด บาด

ขอ 5 ดาวให้บทเรียนด้วยครับผม…

คลิกดาวดวงที่ขวามือสุดเลยครับครับ…

Average rating 4.7 / 5. Vote count: 756

ยังไม่มีใครให้ดาว คุณคือคนแรก….


How are you today? Practice English Speaking Conversation


Conversations are communication topics in daily life that will help you know how to ask questions and respond to questions. This video will be the reallife conversations of native speakers. Don’t miss this video to help us improve English communication! EnglishJessica
Learn English and improve grammar, vocabulary and reading skills ➡️ https://www.youtube.com/playlist?list=PLtBFFyhEIC7lFhONPSYAryiaG4BpoyhbD\r
▶ Please subscribe to update new videos.\r
➡️ https://www.youtube.com/channel/UCXtMjo8xJqjEhS4A9KUY8GA?sub_confirmation=1\r
───────────────────\r
☞ Thanks for watching!\r
☞ Please share and like if you enjoyed the video 🙂 thanks so much ♥

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

How are you today? Practice English Speaking Conversation

เผยทริค Present Perfect ใช้ยังไง ให้ไม่งง | Eng ลั่น [by We Mahidol]


ทำไม๊ ทำไม จำได้แต่ใช้ไม่เป็น! หลายคนจำโครงสร้างประโยคของ Present Perfect Tense ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ยังไง วันนี้พี่คะน้า เลยมีเทคนิคการใช้แบบเข้าใจบริบทและสถานการณ์มาแนะนำ แล้วสถาณการณ์แบบไหนที่ใช้ Present Perfect Tense ได้บ้าง ลองไปดูตัวอย่างประโยคกัน
ทุกวันอังคาร เวลา 20.00 น. ทางช่อง We Mahidol
Learn WithMe WeMahidol Mahidol Engลั่น PresentPerfect
YouTube : We Mahidol
Facebook : http://www.facebook.com/wemahidol
Instagram : https://www.instagram.com/wemahidol/
Twitter : https://twitter.com/wemahidol
มหาวิทยาลัย มหิดล Mahidol University : https://www.mahidol.ac.th/th/
Website : https://channel.mahidol.ac.th/

เผยทริค Present Perfect ใช้ยังไง ให้ไม่งง | Eng ลั่น [by We Mahidol]

การใช้ Present Perfect


การใช้ Present Perfect

Best Examples of Present Perfect Tense – Learn and teach English with videos


Best Examples of Present Perfect Tense
Learn and teach English with videos
To improve your English, play Voscreen every day!
WEB:  https://voscreen.com
Google Play:  https://goo.gl/5bQrbS
App Store:  https://goo.gl/5TyKMP
Voscreen is a videobased English learning app and it is 100 percent free to promote equality in education.
 Users improve English by watching short video clips from movies, music videos, documentaries and cartoons in a question format. 
 For beginners, or advanced speakers, for kids or adults, Voscreen helps everyone learn English quickly. 
 Voscreen is the fun and free way to learn more English vocabulary and users can boost their grammar knowledge too! 
 Play the Voscreen English game 20 minutes every day and learn new words and phrases. 
 
Voscreen on:
WEB:  https://voscreen.com
Android:  https://goo.gl/5bQrbS
IOS:  https://goo.gl/5TyKMP
 
Scripts:
Scene 1: A: He’s your uncle? B: Him? Uhuh. I’ve never seen him before.
Scene 2: I’ve never been sick before.
Scene 3: Hello darkness, my old friend. I’ve come to talk with you again.
Scene 4: l’ve made changes for you, Shrek. Think about that.
Scene 5: A: How long has he been gone? B: Two weeks, one day, 15 hours.
Scene 6: I’ve come to say goodbye.
Scene 7: Commuting to work by bike has risen by about 60 percent in 10 years.
Scene 8: Alice has escaped.
Scene 9: I’ve made a decision. We’re going to that mountain.
Scene 10: Have you ever imagined a future with A1:I15
Scene 11: My dream has come true. Thank you.
Scene 12: The maniac Boov has ruined everything. This is bad.
Scene 13: Their mother has not eaten for five months and has lost half of her body weight.
Scene 14: Something wonderful has happened. Ani, I’m pregnant.
Scene 15: I’ve missed you so much.

See also  [Update] คําศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้ ตอน การสนทนาเมื่อเราต้องการใช้บริการจากโรงแรม | คําศัพท์ อังกฤษ - NATAVIGUIDES

Best Examples of Present Perfect Tense - Learn and teach English with videos

The Present Perfect Tense in English | Structuring Sentences


The present perfect is formed, in the affirmative, as follows
Subject + have + past participle + object.
I + have + climbed + the mountain!
Example: have climbed the mountain!
The past participle is, often, the same as the past simple form of the verb (although not always so be sure to learn them!), except it has a different function here. The auxiliary verb is the one linked to the subject; the past participle simply denotes the action while the I have…, You have…, etc. denotes who had the experience.
Conjugating the Present Perfect (affirmative)
I have climbed the mountain
You have climbed the mountain
He/She has climbed the mountain
We have climbed the mountain
They have climbed the mountain
As is quite common in English, all these conjugations are the same except for one: the third person. One must be careful to remember this exception. Apart from this, the present perfect is quite simple; now you can go forth fully equipped to brag about your experiences in any conversation!
Forming the Present Perfect (negative)
The present perfect (negative) is formed as follows:
Subject + have + not + past participle + object.
We + have + not + eaten + Thai food.
We have not eaten Thai food.
Conjugating the Present Perfect (affirmative)
I have not eaten Thai food
You have not eaten Thai food
He/She has not eaten Thai food
We have not eaten Thai food
They have not eaten Thai food
It is important to keep in mind the order of the various parts of these phrases. Remember always that the negation (not) goes between the auxiliary verb and the past participle.
We can also employ a contraction here which will make conversation easier. In this case there are two contractions to be learned
have not ⇒ haven’t
has not ⇒ hasn’t
With our newly learned contractions, the conjugations become
I haven’t eaten Thai food
You haven’t eaten Thai food
He/She hasn’t eaten Thai food
We haven’t eaten Thai food
They haven’t eaten Thai food
Forming the Present Perfect (interrogative)
The present perfect (interrogative) is formed as follows
Have + subject + past participle + object?
Have + you + visited + South Carolina?
Have you visited South Carolina?
Conjugating the Present Perfect
Have I visited South Carolina ?
Have you visited South Carolina ?
Has he/she visited South Carolina ?
Have we visited South Carolina ?
Have they visited South Carolina ?
Again, we can add negation in order to affect emphasis. For example
Robert: Do you know much about Elvis Presley?
John: Haven’t I visited Memphis?
John answers Robert’s question with another question, which he believes should suffice as an answer. In this case, John means that he indeed knows much about Elvis Presley and has even visited his home in Memphis.
With the negation (and contraction), our interrogative conjugations become:
Haven’t I visited Memphis?
Haven’t you visited Memphis?
Hasn’t he/she visited Memphis?
Haven’t we visited Memphis?
Haven’t they visited Memphis?

The Present Perfect Tense in English | Structuring Sentences

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ present perfect tense สรุป

Leave a Reply

Your email address will not be published.