Skip to content
Home » [Update] วิธีใส่ฟ้อนต์ไทยลงในเว็บไซต์ ด้วย CSS3 @font-face แบบง่าย ๆ !! | การใช้ ๆ – NATAVIGUIDES

[Update] วิธีใส่ฟ้อนต์ไทยลงในเว็บไซต์ ด้วย CSS3 @font-face แบบง่าย ๆ !! | การใช้ ๆ – NATAVIGUIDES

การใช้ ๆ: คุณกำลังดูกระทู้

เห็นมีหลายคนถามมาทาง เพจ Designil.com ครับว่า เราจะใส่ฟ้อนต์ไทยบนหน้าเว็บไซต์ได้ยังไง, ต้องตัดเป็นรูปมั้ย, เสียเงินมั้ย, ใช้ CSS3 หรือ Flash ช่วยดี ฯลฯ วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ

ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่าการใส่ฟ้อนต์สวย ๆ ลงในเว็บไซต์ มันทำงานยังไง

Table of Contents

การใส่ฟ้อนต์สวย ๆ ในเว็บไซต์อย่างง่าย

วิธีที่ง่ายที่สุดในการใส่ฟ้อนต์ลงเว็บไซต์ ก็แค่ใส่ชื่อฟ้อนต์เข้าไปด้วย CSS font-family เลยครับ เช่น

font-family: 'Designil Font', 'Helvetica', sans-serif;

Font-family สามารถใส่ได้หลายค่าครับ ในตัวอย่างด้านบนผมใส่ฟ้อนต์แรกชื่อ Designil Font ฟ้อนต์ที่สองชื่อ Helvetica และฟ้อนต์ที่สามชื่อ sans-serif มาดูกันว่ามันทำงานยังไง

  1. Web Browser จะพยายามดึงฟ้อนต์แรกมาแสดงก่อนครับ ในที่นี้คือ Designil Font ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้ CSS3 @font-face ใส่เข้ามา (วิธีใส่จะอธิบายในบทความนี้) มันก็จะพยายามหาในเครื่องคนเข้าเว็บครับว่ามีมั้ย ถ้ามีก็ดึงมาแสดง
  2. ถ้าหาฟ้อนต์แรกไม่เจอ มันจะวิ่งไปหาฟ้อนต์ที่ 2 อัตโนมัติ นั่นคือ Helvetica ซึ่งมีอยู่ในเครื่อง Mac ทุกเครื่องครับ ถ้าหาไม่เจอมันก็จะไปฟ้อนต์ต่อไป
  3. ถ้าหา Helvetica ไม่เจอ มันจะดึงฟ้อนต์สุดท้าย คือ sans-serif มาแสดง ซึ่ง sans-serif คือ ฟ้อนต์ไหนก็ได้ในเครื่องคนเข้าเว็บ ที่เป็นแบบไม่มีหาง เช่น ฟ้อนต์ Arial, Microsoft Sans Serif เป็นต้นครับ

เทคนิคเสริม: ใช้ font-family เซ็ตฟ้อนต์ไทยกับอังกฤษแยกกัน

วิธีข้างต้น เราสามารถมาปรับใช้กับกรณีที่มีฟ้อนต์ภาษาอังกฤษที่เราชอบมาก แต่ฟ้อนต์นั้นไม่สนับสนุนภาษาไทย เลยอยากเอามาจับคู่กับฟ้อนต์ไทยอีกตัว ก็สามารถทำได้ด้วย CSS font-family ล้วน ๆ ครับ ดังนี้

ตัวอย่างการใช้ฟ้อนต์ไทยกับอังกฤษ คนละฟ้อนต์กันตัวอย่างการใช้ฟ้อนต์ไทยกับอังกฤษ คนละฟ้อนต์กัน ด้วย CSS font-family

font-family: 'ชื่อฟ้อนต์อังกฤษ', 'ชื่อฟ้อนต์ไทย', sans-serif;

หลักการทำงานมันจะเหมือนกับโค้ดตัวอย่างอันแรกเลยครับ ดังนี้ (เทสใน Chrome & Firefox แล้ว ได้ผลเหมือนกัน)

  1. Web Browser พยายามหาฟ้อนต์แรก (ฟ้อนต์อังกฤษ) มาแสดงผล ซึ่งพอเอามาแสดงผลแล้ว จะพบว่าฟ้อนต์อังกฤษมีแค่ตัวอักษร A – Z แต่ตัวภาษาไทยแสดงผลไม่ได้ เลยแสดงผลตัวอักษรอังกฤษด้วยฟ้อนต์แรก แล้วหาต่อไป
  2. เจอฟ้อนต์ที่สอง (ฟ้อนต์ไทย) ซึ่งส่วนใหญ่ฟ้อนต์ไทยมีทั้ง A-Z และ ก-ฮ อยู่แล้ว แต่ A-Z ถูกฟ้อนต์ในข้อ 1. แสดงผลไปแล้ว เลยเหลือภาษาไทย ก-ฮ ให้ถูกแสดงผลด้วยฟ้อนต์ที่ 2
  3. ถ้าหาฟ้อนต์ 1 กับ 2 ข้างต้นไม่เจอ จะแสดงผลด้วยฟ้อนต์ sans-serif ธรรมดา

อีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้ CSS unicode-range กำหนดได้เลยว่า ฟ้อนต์นี้จะให้แสดงผลใน Unicode ไหน – Unicode ไหน โดยตัวอักษรแต่ละตัวจะมีค่า Unicode ของมันอยู่

ตัวอย่างการใช้ Unicode Range เช่น การกำหนดให้ฟ้อนต์ไทยแสดงเฉพาะภาษาไทย ทำได้ดังนี้

@font-face {
  font-family: 'Designil Thai Font';
  unicode-range: U+0E00–U+0E7F;
}

ซึ่ง U+0E00 – U+0E7F คือ Range ของตัวหนังสือภาษาไทยนั่นเองครับ

การแปลงฟ้อนต์ไทยมาใช้ในเว็บไซต์ ด้วย CSS3 @font-face

จากด้านบนเรารู้วิธีใส่ฟ้อนต์ไทยใน CSS ด้วย font-family แล้ว ต่อมาก็จะมาดูกันว่าถ้าเรามีไฟล์ฟ้อนต์ที่ Download มาเป็นไฟล์ .TTF หรือ .OTF จะเอามาใส่ในเว็บไซต์เพื่อให้ font-family ดึงมาแสดงได้ยังไง

ปกติเวลาเราดาวน์โหลดฟ้อนต์จาก F0nt.com แหล่งโหลดฟ้อนต์ไทยรายใหญ่ ก็จะมาเป็น .TTF หรือ .OTF นี่แหละครับ

วิธีการแสดงผลฟ้อนต์ที่ไม่มีในเครื่องผู้เข้าชม สามารถทำได้ 2 วิธีหลัก ๆ ครับ

แอดมินก็หวังว่าในอนาคตจะมีการนำฟ้อนต์ไทยมาทำเป็น Online Font Service บ้าง ถ้าคนทำฟ้อนต์ท่านใดสนใจ ติดต่อมาทางเพจ Designil.com ได้เลยครับ อยากทำจริง ๆ นะ

เรามาดู ขั้นตอนการแปลงไฟล์ฟ้อนต์ (นามสกุล .TTF, .OTF) ให้ใช้ในเว็บไซต์ได้ กันเลย

1. อัพโหลดไฟล์ฟ้อนต์ผ่าน FontSquirrel.com Web Font Generator

หลังจากดาวน์โหลดฟ้อนต์ไทยมาแล้ว (เช่น จาก F0nt.com) ก็ไปที่หน้าเว็บไซต์ FontSquirrel Web Font Generator ครับ

See also  200 คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่คุณต้องรู้!!! พร้อมประโยคตัวอย่าง พูดแบบช้าๆ ชัดๆ เหมาะสำหรับการฝึกพูด | ประเภทของคําศัพท์ภาษาอังกฤษ

1) คลิกปุ่มอัพโหลดฟ้อนต์

2) คลิก Expert… เพื่อแสดง Option เพิ่มขึ้น

ข้อควรระวัง: ถ้าฟ้อนต์มีหลายน้ำหนัก (เช่น Light, Regular, Semi-bold, Bold) ควรจะเลือกใช้ในเว็บแค่ 1-2 น้ำหนัก เท่านั้น เพราะยิ่งมีเราใช้หลายน้ำหนัก ยิ่งมีไฟล์ฟ้อนต์เยอะ และทำให้เว็บไซต์โหลดนานขึ้นตามไปด้วย ปกติผมจะเลือกแค่น้ำหนัก Regular กับ Bold หรือ Semi-bold แล้วแต่ดีไซน์ของฟ้อนต์

ข้อไม่ควรระวัง: …แต่โชคดีว่าฟ้อนต์ฟรี (ทั้งไทยและต่างประเทศ) ส่วนใหญ่จะมีไม่กี่น้ำหนักครับ บางฟ้อนต์แจกมาแค่น้ำหนักเดียวด้วยซ้ำ #น้ำตาจิไหลขอแชร์นะคะ

RSU Thai Font Face Webตัวอย่างการนำฟ้อนต์ RSU ไปใช้ทำ @font-face

2. ติ๊ก No Subsetting แล้วดาวน์โหลดฟ้อนต์ได้เลย

3) หลังจากกด Expert… แล้ว จะมี Option โผล่มาให้เลือกเยอะแยะไปหมด ให้เลื่อนลงมาหาหัวข้อ Subsetting แล้วเลือก No Subsetting ส่วน Option อื่น ๆ ไม่ต้องสนใจ

4) กดติ๊กถูกเพื่อยอมรับข้อตกลง แล้วกดปุ่ม Download Your Kit ได้เลย

ในขั้นตอนการ Download ฟ้อนต์ต้องรอสักพักนึงครับ ประมาณ 30 – 60 วินาทีต่อฟ้อนต์ ซึ่งยิ่งแปลงฟ้อนต์หลายน้ำหนักก็จะยิ่งใช้เวลาเยอะ เราจะดูได้จากด้านบนสุดว่ากำลังประมวลผลฟ้อนต์ไหนอยู่

3. เปิดไฟล์ ZIP ที่ดาวน์โหลดจาก Font Squirrel

เมื่อเปิดไฟล์ ZIP ออกมาจะพบกับไฟล์เยอะแยะมากมาย ไม่ต้องตกใจครับ แบ่งได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. ชื่อฟ้อนต์-demo.html – เปิดไฟล์นี้ใน Web Browser เพื่อดูได้เลยว่าฟ้อนต์ที่เราแปลงมา แสดงผลได้ถูกต้องมั้ย
  2. ชื่อฟ้อนต์.eot, .ttf, .woff, .woff2 – เป็นไฟล์ฟ้อนต์ที่เราต้องอัพขึ้นไปบนเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้แสดงผลในหน้าเว็บไซต์ได้ครับ ที่ต้องมีไฟล์หลายนามสกุลก็เพราะว่า แต่ละ Web Browser (Internet Explorer, Firefox, Chrome, iPhone Safari, Android) ต้องใช้นามสกุลไฟล์แตกต่างกัน
  3. โฟลเดอร์ specimen_files – เป็นไฟล์สำหรับหน้า demo ครับ ไม่ต้องใช้
  4. stylesheet.css – โค้ด CSS สำหรับดึงฟ้อนต์มาแสดงในหน้าเว็บไซต์

ถ้าเราเปิด demo (ข้อ 1.) เห็นว่าแสดงผลถูกต้องแล้ว ก็อัพโหลดไฟล์ฟ้อนต์ต่าง ๆ (ข้อ 2.) ขึ้นไปในเว็บไซต์เราเลยครับ หลังจากนั้นก็ก็อปปี้โค้ดจาก stylesheet.css (ข้อ 4.) ไปใส่ด้านบนสุดในไฟล์ CSS ของเรา

โค้ดจาก Stylesheet.css จะหน้าตาประมาณนี้ครับ

/* Generated by Font Squirrel (https://www.fontsquirrel.com) on May 19, 2015 */

@font-face {
    font-family: 'rsuregular';
    src: url('rsu_regular-webfont.eot');
    src: url('rsu_regular-webfont.eot?#iefix') format('embedded-opentype'),
         url('rsu_regular-webfont.woff2') format('woff2'),
         url('rsu_regular-webfont.woff') format('woff'),
         url('rsu_regular-webfont.ttf') format('truetype');
    font-weight: normal;
    font-style: normal;
}

@font-face {
    font-family: 'rsubold';
    src: url('rsu_bold-webfont.eot');
    src: url('rsu_bold-webfont.eot?#iefix') format('embedded-opentype'),
         url('rsu_bold-webfont.woff2') format('woff2'),
         url('rsu_bold-webfont.woff') format('woff'),
         url('rsu_bold-webfont.ttf') format('truetype');
    font-weight: normal;
    font-style: normal;
}

สังเกตที่บรรทัด font-family ครับ มันจะบอกชื่อฟ้อนต์ที่เราต้องไปใส่ใน CSS font-family เพื่อทำให้ฟ้อนต์นี้แสดงผล ในกรณีนี้คือ

font-family: 'rsuregular';

และ

font-family: 'rsubold';

แปลว่าเวลาเราจะนำฟ้อนต์เหล่านี้ไปใช้งาน ก็เขียนโค้ดแบบนี้ได้เลย

div {
  font-family: 'rsuregular', sans-serif;
}

เพียงเท่านี้ก็จะได้ฟ้อนต์ไทยสวย ๆ มาแสดงผลในหน้าเว็บไซต์แล้วครับ

ข้อควรระวัง: ไฟล์ฟ้อนต์ ต้องอยู่โฟลเดอร์เดียวกับไฟล์ CSS

จำโค้ดที่เราก็อปปี้จากไฟล์ Stylesheet.css ไปใส่ในไฟล์ CSS ของเราได้มั้ยครับ? มันจะมีการเรียกใช้ฟ้อนต์ด้วย url(…) อยู่ เช่น

src: url('rsu_bold-webfont.eot');

ซึ่งการเรียก Path นี้จะเหมือนกับการเรียกรูปผ่าน URL เลยครับ คือ ถ้าเขียนแบบ url(‘ชื่อไฟล์’) แปลว่า ไฟล์ฟ้อนต์ต้องอยู่ในโฟลเดอร์เดียวกับไฟล์ CSS หรือถ้าเราต้องการย้ายฟ้อนต์ไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ชื่อ fonts อีกที ก็ต้องเปลี่ยน Path เป็น

src: url('fonts/rsu_bold-webfont.eot');

เป็นต้นครับ ถ้าใส่ในเว็บแล้วฟ้อนต์ไม่แสดง ให้เช็ค Path ก่อนเลยว่าใส่ถูกมั้ย

แล้วมีฟ้อนต์ไทยไหนสวย ๆ ที่เหมาะกับการใช้งานบนเว็บไซต์บ้าง ?

ฟ้อนต์แต่ละฟ้อนต์มีลิขสิทธิ์ไม่เหมือนกันนะครับ บางฟ้อนต์ฟรี แต่ใช้ในเว็บไซต์ไม่ได้ (ต้องจ่ายเงินเพิ่ม) หรือบางฟ้อนต์เสียเงินซื้อมา แต่เราก็ไม่ได้ลิขสิทธิ์ในการแปลงเป็น Web Font ก็มีครับ ถ้าพลาดไปแปลงฟ้อนต์เสียเงินอาจจะจนได้ ต้องระวังตรงนี้ไว้ด้วยครับ

ถ้าอยากหลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์ แอดมินขอแนะนำ ฟ้อนต์สวย ๆ 12 แบบจากคัดสรรดีมาก ใน Google Fonts ซึ่งทุกฟ้อนต์ในนี้ใช้บนเว็บฟรีทั้งหมด (แต่ใช้ในงานพิมพ์ไม่ฟรีนะครับ ระวังตรงนี้ด้วย)

ในบทความหน้าเราจะมาดูกันครับว่าฟ้อนต์ไทยไหนบ้างที่สวย ๆ และสามารถนำมาใช้บนเว็บได้ครับ ถ้าท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ และอยากอ่านตอนต่อไป อยากให้ช่วยกด Share บทความนี้เพื่อเผยแพร่ความรู้ดี ๆ กันด้วยครับ 🙂

ถ้ามีคนสนใจเยอะ บทความใหม่มาเร็ว ๆ นี้แน่นอน หรือจะแวะไปพูดคุยกันใน Designil Facebook Page ก่อนก็ได้ครับ

อ่านจบแล้ว ? เราแนะนำบทความนี้

[Update] เข้าใจการใช้คำบุพบท Preposition แบบง่าย ๆ | การใช้ ๆ – NATAVIGUIDES

Preposition คือ คำบุพบท ที่ใช้เชื่อมคำนาม สรรพนาม หรือคำกริยา ของประโยค เพื่อบ่งบอกสถานที่ทิศทาง เวลา วิธีการ หรือเหตุผล โดย Preposition นั้นมีความสำคัญต่อการเข้าใจพื้นฐาน English Grammar เช่น การแต่งประโยค เพราะคำบุพบทมีหน้าที่คอยเชื่อมโยงประโยคให้สมบูรณ์

See also  [Update] เนื้อเพลง ก็ยังคิดถึง - เขียว คาราบาว | เพลงเกี่ยวกับความคิดถึง - NATAVIGUIDES

ตัวอย่างคำบุพบท เช่น

at   in   on   after   about   below   between   by   down   for   from   over   under   with   without

 

คำบุพบทแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Preposition of Place คือ คำบุพบทบ่งบอกสถานที่
  • Preposition of Direction คือ คำบุพบทบ่งบอกทิศทาง
  • Preposition of Time คือ คำบุพบทบ่งบอกเวลา

 

Preposition of Place (คำบุพบทบ่งบอกสถานที่)

เป็นคำบุพบทที่บ่งบอกว่า คน สัตว์ สิ่งของ นั้น ๆ อยู่สถานที่ใดบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ in on at หรือ between โดยจะอธิบายวิธีการใช้ให้เข้าใจดังนี้

 

In

มีความหมายว่า ใน ซึ่งหมายถึงภายในสิ่งสอง, ในภาชนะ, ในชมรม, ในเมือง, ในทะเล เป็นต้น

 

ตัวอย่างประโยค ดังนี้

 

They are in the Money Club.

We keep clothes in a closet.

I live in Bangkok.

 

On

มีความหมายว่า บน ซึ่งหมายถึง บนพื้นของวัตถุบางอย่าง

 

เช่น on the floor, on the street, on the table เป็นต้น

 

ตัวอย่างประโยค ดังนี้

 

His house is on Silom Road.

What city is on the Chao Phraya River.

 

At

มีความหมายว่า ที่ ซึ่งหมายถึง คำที่ใช้กับพื้นที่หรือสถานที่นั้น ๆ อย่างเจาะจงให้แน่ชัด

 

เช่น at home, at office, at station

 

ตัวอย่างประโยค ดังนี้

 

She studies at a university.

She works at an office.

 

Between

มีความหมายว่า ระหว่าง เป็นคำที่ใช้เมื่อต้องการบอกตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 สิ่ง เช่น แมว 2 ตัว, คน 2 คน, สถานที่ 2 แห่ง

 

ตัวอย่างประโยค ดังนี้

 

A part of the Mekong River is between Thailand and Laos.

The star is between the sky and the ground.

Preposition of Direction (คำบุพบทบ่งบอกทิศทาง)

เป็นคำบุพบทที่บ่งบอกทิศทางว่าจะไปทางไหน มาจากทางไหน หรือจากอีกที่หนึ่งมายังอีกที่หนึ่งเช่น

 

to (ถึง)

from (จาก + จุดเริ่มต้น)

into (เข้าไปข้างใน)

out of (ออกจาก)    

down (ลง)

up (ขึ้น)

through (ผ่าน, ทะลุ)

 

ตัวอย่างประโยค ดังนี้

 

She always gets up at 6 o’clock.

Father lays a toy down on the floor.

Where are you from?

The police got out of their car.

He walked into the forest.

A butterfly flies through the door.

Preposition of Time (คำบุพบทบ่งบอกเวลา)

เป็นคำบุพบทที่บ่งบอกถึงการแสดงเวลา เช่น แสดงเป็นชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี ฤดูกาลต่าง ๆ หรือศควรรษ

 

โดยคำ Preposition of Time ที่เรามักจะเห็นกันบ่อย ๆ ได้แก่

at

in

on

during

from… to… 

 

การใช้ On (วัน, เดือน)

We go playing football on Sundays.

I met her on a summer afternoon.

Mother’s Day is on August 12.

 

การใช้ In (ช่วงเวลา)

I will move to Bangkok in November.

She went to Japan in 2015.

My son was born in July.

See also  3-2 การศึกษาความเป็นไปได้ | ความเป็นไปได้ ภาษาอังกฤษ

 

การใช้ At (เวลา, ชั่วโมง, เวลาตามนาฬิกา)

I always have lunch at noon.

I wake up at 8 o’clock.

I have a meeting at 9 o’clock.

 

การใช้ During (a period of time)

หมายถึง ในระหว่าง มักจะอยู่หน้าช่วงเวลาหนึ่ง ๆ หรือในระหว่างช่วงเวลาการพักร้อน การประชุม หรือการแข่งขัน เป็นต้น

 

ตัวอย่างประโยค ดังนี้

We will be really busy during the next month.

During the meeting, Henry shared a lot of ideas.

What did you do during the last holidays?

 

การใช้ From… to… 

ส่วนมากจะเห็นใช้กับช่วงเวลา เช่น จากช่วงเวลาหนึ่งไปหาอีกช่วงเวลาหนึ่ง

 

โดยมีวิธีเขียนดังนี้

from + จุดเริ่มต้น + to + จุดสิ้นสุด

 

ตัวอย่างประโยค ดังนี้

Students are usually in class from 08.30 A.M. to 03.30 P.M.

I travel from Bangkok to Chiang Rai

Not far from my house to your house.

 

Preposition หรือคำเชื่อม เป็นความรู้พื้นฐานที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกคนจำเป็นต้องทำความเข้าใจ เช่น การบ่งบอกถึงสถานที่ ทิศทาง และการบ่งบอกเวลา เพื่อเพิ่มความสามารถในการพูดหรือเขียนให้เชื่อมประโยคอย่างคล่องแคล่ว เราต้องฝึกฝนการใช้ Preposition ในชีวิตประจำวัน

ถ้าอยากรู้ทริคการเขียนจดหมายและอีเมลภาษาอังกฤษ เข้าไปอ่านต่อที่บทความ การเขียนอีเมลและจดหมายอย่างเป็นทางการ

Image result for digicup logo


สอนการใช้หน้ากากดำน้ำ Snorkel อธิบายละเอียดมากๆ


Snorkel หน้ากากดำน้ำ ดำน้ำ
สอนการใช้หน้ากากดำน้ำหรือ Snorkel
ครบ จบ ในคลิปเดียวค้าบบบ
Contact Us
Mobile: 0994488555
Line: @swimminghome (มี @ ด้วยครับ)
Facebook : Swimming​Home​
Instagram: swimminghomethailand
Youtube: Swimming Home Channel
สนใจเรียนว่ายน้ำ / ติดตามโปรโมชั่น
กดลิงค์ด้านล่างได้เลยครับครับ👇🏼👇🏼👇🏼
https://line.me/R/ti/p/%40swimminghome

ชมผลงานของทีมสอนว่ายน้ำ SwimmingHome
https://www.facebook.com/SwimmingHome
เว็ปไซต์มีตัวตนเชื่อถือได้ 100%
http://www.swimminghomethailand.com

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

สอนการใช้หน้ากากดำน้ำ Snorkel อธิบายละเอียดมากๆ

การใช้งาน SketchUp 2018 เบื้องต้นเด็กๆก็ทำได้


link download: www.sketchup.com/download/all
จัดทำโดย
นายปิยพัทธ์ มั่งมีผล 5865460512
นายกฤษกร เขียวส่องสกุล 5865460231
นายนัฐพงศ์ เชื้อจิ๋ว 5865460611

การใช้งาน SketchUp 2018 เบื้องต้นเด็กๆก็ทำได้

630305 การใช้แพทย์วิถีธรรมกับโรคติดเชื้อต่าง ๆ


สิ่งสำคัญที่เราจะช่วยกันในการที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่อสู้กับภัยร้ายโควิด ก็คือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยหลักแพทย์วิถีธรรมเราเคยมีประสบการณ์ในการสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ต่อสู้กับโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อมาแล้ว เราพบว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจทีเดียว อย่างโรคไม่ติดเชื้อ มะเร็ง เบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ ภูมิแพ้หรือไตวาย โรคอื่นๆ ที่เป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย เราก็ใช้หลักการแพทย์วิถีธรรมของเรามาสร้างความสมดุลความแข็งแรงทั้งจิตใจทั้งร่างกาย ก็พบว่าช่วยลดโรคได้เป็นอย่างดี 90 เปอร์เซ็นต์ของความเจ็บป่วยโรคภัยไข้เจ็บก็ลดลงได้ดี ในประเด็นเป็นโรคติดเชื้อ เราได้มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับโรคติดเชื้อหลากหลายชนิด มีประชาชนที่มีการติดเชื้อโรคต่างๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากการแพทย์วิถีธรรมของเรา โดยการใช้หลักการแพทย์วิถีธรรม พบว่าการติดเชื้อลดลงได้ดี มีทั้งการใช้แพทย์วิถีธรรมอย่างเดียว มีทั้งการใช้ร่วมกับการแพทย์แผนอื่น เช่นใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะ ก็ดูตามความเหมาะสม เราเคยให้คำแนะนำกับประชาชน มีการเก็บข้อมูลในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกในงานวิจัยของอาจารย์ก็มีระดับปริญญาโท ปริญญาเอกในการต่อสู้กับโรคติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส HIV เอดส์ ไวรัสตับอักเสบเอ,บี,ซี เป็นต้น พวกไวรัสชนิดอื่นๆอีกหลายชนิดเหมือนกัน รวมทั้งโรคแบคทีเรีย สแตปฟิโลคอคคัส (Staphylococcus aureus) ซูโดโมแนส (pseudomonas) การติดเชื้ออื่นๆ ชิกุนคุนย่า เป็นต้น มีโรคติดเชื้อหลายอย่างที่เรามีประสบการณ์ในการสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงแล้วเอาชนะเชื้อเหล่านั้นได้ มันมีเชื้อโรคหลายอย่างที่พอได้ใช้การแพทย์วิถีธรรมช่วยเหลือประชาชนไปสภาพการติดเชื้อลดลง ลดลงแล้วก็หายไป คือสามารถที่จะลดการติดเชื้อลงไปจนถึงหายจากการติดเชื้อได้ ทั้งใช้แพทย์วิถีธรรมเพียว (อย่างเดียว) ถ้ามันมีความก้าวหน้าหรือใช้ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน หรือการแพทย์แผนอื่นใดที่เหมาะสม ที่ใช้แล้วก้าวหน้า นี้เป็นประสบการณ์เป็นวิชาการที่เราได้แนะนำ และผู้ป่วยจริงได้ปฏิบัติจริง แม้แต่โรควัณโรคก็ลดลงไปจนหายไปได้ มีหลายโรคพี่น้องไปติดตามได้ในสื่อต่าง ๆ ของเรา หรือในวิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์งานระดับปริญญาโท ปริญญาเอกที่อาจารย์ทำเอาไว้ มีการติดเชื้อหลากหลายรูปแบบที่ใช้การแพทย์วิถีธรรมแล้วเอาชนะได้ ขณะที่การแพทย์ทั่วไปยังเอาชนะไม่ได้ แต่การแพทย์วิถีธรรมเราสามารถที่จะเอาชนะได้ เพราะว่าโดยหลักการสำคัญทางวิทยาศาสตร์หัวใจสำคัญคือภูมิต้านทานที่แข็งแรงในการต่อสู้กับเชื้อโรคโดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวที่แข็งแรง เม็ดเลือดขาวที่แข็งแรงจะสลายเชื้อโรคได้ ประเด็นสำคัญถ้าคนเราจะต่อสู้กับโรคได้ เม็ดเลือดขาวต้องแข็งแรง ร่างกายแข็งแรงงานจึงจะสามารถที่จะไปกำจัดเชื้อโรคได้
วิธีการที่จะทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง
วิธีการที่จะทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง โดยหลักแพทย์วิถีธรรม พบว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดก็คือเม็ดเลิศกับเม็ดหลักที่จะร่วมกันของเรามียาเม็ดเลิศเม็ดหลักและเม็ดเสริมที่ใช้ช่วยกันอยู่ เม็ดเลิศก็คือธรรมะ ใช้ธรรมะลดกิเลสเครื่องยึดมั่นถือมั่นเครื่องกังวลเครื่องเบียดเบียนตัวเองผู้อื่นมาปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาให้ถูกต้องให้ใจเบิกบานแจ่มใสไร้กังวลใจดีงาม ทำกิจกรรมที่ดีงามอย่างรู้เพียรรู้พักนี้คือยาเม็ดเลิศของเราจะมีมีฤทธิ์ 70 เปอร์เซ็นต์บวก เกินร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะครับแล้วก็มีเม็ดหลักก็คือ อาหารและการทำกายบริหารที่สมดุล อาหารก็ลดอาหารที่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ลง ลดละเลิกการทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เท่าที่เราจะทำได้มาทานถั่วหลากหลายชนิดแทนอย่างนี้เป็นต้นวันละ 15 ช้อนแกงจะเพิ่มภูมิต้านทานได้อย่างดีเลยนะครับแล้วก็ทานอาหารที่รสไม่จัด มาทานอาหารที่สมดุลร้อนเย็นที่เราทานแล้วเบาท้องสบายเบากายมีกำลังอิ่มนานแต่ถ้าเราทานอาหารแบบนี้ได้ภูมิต้านทานเราจะสูงที่สุดเลยนะครับแล้วก็เรียนรู้อาหารที่สมดุลร้อนเย็นต่างๆให้ดีนะอาหารที่สมดุลร้อนเย็นได้ก็ดีที่สุด เรียนรู้สิ่งเหล่านี้นะครับเรื่องการทำกายบริหารให้พอเหมาะทั้งการการบริหารที่เพิ่มความแข็งแรงของร่างกายเพิ่มการไหลเวียนเลือดลมนะครับการทำกายบริหารที่เคลื่อนไหวร่างกายเร็วต่อเนื่องกันเท่าที่เราลำบากในขีดที่เบิกบานประมาณ 15 ถึง 30 นาทีโดยประมาณหรือว่าเท่าที่เราสดชื่นเบิกบานนะครับให้ลำบากในขีดที่กุศลธรรมเจริญยิ่งในขีดที่เบิกบานนั่นคือการทำกายบริหารที่พอเหมาะไม่ทรมานจนเกินไปไม่ทรมานจนที่ไม่ทรมานจนเบิกบูดจนเกิดสภาพร่างกายอ่อนแอแต่ก็ไม่หย่อนยานจนย่ำแย่คือไม่ขี้เกียจออกกำลังกายออกกำลังกายให้ดีมีการทำกายบริหารให้พอเหมาะนะครับกดลมปราณโยคะการบริหารการฝึกลมหายใจทำให้กล้ามเนื้อกระดูกเส้นเอ็นเข้าที่เข้าทางกล้ามเนื้อเส้นเอ็นยืดหยุ่นดีทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีและการทำงานก็ทำได้ดีสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มภูมิต้านทานได้ดีมากถ้าได้ธรรมะที่ถูกตรงถึงขั้นใจไร้กังวลไปเป็นลำดับ ลำดับใจดีงามอาหารที่สมดุลกับชีวิตการบริหารที่สมดุลกับชีวิตอันนี้จะมีภูมิต้านทาน 90 เปอร์เซ็นต์บวกเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเลยนะครับส่วนมีวิธีเสริมใดๆที่เหมาะกันก็ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละท่านแต่ละท่านวิธีอื่นก็จะเป็นวิธีเสริมเติมเต็มเข้ามา อย่างเช่นถ้าของแพทย์วิถีธรรมเราก็มีการรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลใช้สมุนไพรในตัวนอกตัวอย่างนี้เป็นต้นนะครับ การกัวซาขูดพิษขูดลมเพื่อระบายพิษทางผิวหนังการสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที่ถูกกันการแช่มือเท้าหรือส่วนที่ไม่สบายด้วยสมุนไพร การพอกทา หยอด ประคบ อบ อาบแช่ด้วยสมุนไพรที่ถูกกันเป็นต้นนะครับ อะไรที่ใช้แล้วถูกกันใช้แล้วสบาย เบากาย มีกำลัง เราก็ใช้สิ่งนั้น อะไรที่ใช้แล้วไม่สบายเราก็ไม่ใช้หรือวิธีการอื่นๆนะครับที่มีมาตรการมีวิธีการต่างๆของการดูแลสุขภาพแผนต่างๆ อะไรที่ใช้แล้วสบาย เราก็ใช้อะไรที่ใช้แล้วไม่สบายเราก็ไม่ใช้ นี้เป็นหลักที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://morkeaw.net/

โควิด19 โคโรนา หมอเขียว แพทย์ทางเลือก
จัดทำโดย
มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย

630305 การใช้แพทย์วิถีธรรมกับโรคติดเชื้อต่าง ๆ

ไม้ยมก ( ๆ )


จะใช้ไม้ยมก( ๆ )ทั้งทีใช้ให้ถูกกันเถอะนะ
ขอบคุณราชบัณฑิตยสถานสำหรับการสืบค้นข้อมูล

ไม้ยมก ( ๆ )

เทคนิคการใช้สูตรบวกข้าม sheet หลายๆ sheet


เทคนิคการใช้สูตรบวกข้าม sheet หลายๆ sheet

เทคนิคการใช้สูตรบวกข้าม sheet หลายๆ sheet

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ การใช้ ๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *