Home » [Update] มาดู 10 คำด่าภาษาอังกฤษ ถึงไม่ได้ใช้ก็ควรรู้เอาไว้ | หาคําอ่านภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[Update] มาดู 10 คำด่าภาษาอังกฤษ ถึงไม่ได้ใช้ก็ควรรู้เอาไว้ | หาคําอ่านภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

หาคําอ่านภาษาอังกฤษ: คุณกำลังดูกระทู้

ออกตัวก่อนเลยว่าหัวข้อที่เราจะนำเสนอในวันนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เอาไปด่าฝรั่ง หรือพูดจาดูถูกใครๆเค้านะคะ แต่อย่างว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้ได้ดี มันไม่ใช่แค่เรื่องไวยากรณ์ถูกต้องแล้วจบ แต่เราต้องเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม และบริบททั่วไปด้วยเพื่อเข้าใจภาษาอังกฤษและใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่ง “คำด่าภาษาอังกฤษ” ก็เป็นหนึ่งในนั้น

Table of Contents

หลายคนอาจจะถามว่า ทำไมคำด่าถึงมีส่วนช่วยในการเรียนและเข้าใจวัฒนธรรมของฝรั่งล่ะ?

ลองนึกถึงตอนเราดูหนังหรือซีรี่ย์ฝรั่งดูนะคะ ลองนึกตามว่าในหนังเรื่องนั้นตัวละครทุกตัวเค้าพูดจาไพเราะเพราะพริ้งกันตลอดเวลาเลยหรือเปล่า แล้วลองนึกถึงตัวเราเองว่าโดยปกติเราพูดใช้คำสุภาพตลอดเลยหรือเปล่าแม้แต่ตอนอยู่กับเพื่อน พอจะเข้าใจกันแล้วใช่มั้ยคะ บางครั้งในการพูดปกติของคนเราก็ต้องมีการด่า การสบถบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อเพิ่มอรรถรสในบทสนทนา

งั้นไม่ต้องรอช้า มาเริ่มจากคำเนื้อหาเบาๆใสๆ ไม่มีอะไรมาก แล้วค่อยเพิ่มระดับกันขึ้นไปเรื่อยๆกันดีกว่านะคะ

swear words

คำด่าภาษาอังกฤษ

Damn (แดม) 

คำนี้ได้ยินบ่อยกันเลยใช่มั้ยคะ เอะอะก็ damn เอะอะก็ damn กันอยู่นั่นแหละ เจอหลายที่ด้วย ในพจนานุกรมจะบอกว่าคำนี้เทียบเท่าคำว่า “ให้ตายเถอะ” แต่ในหลายบริบทคำนี้ก็ให้ความหมายที่ต่างออกไป สรุปมันแปลว่าอะไรกันแน่นะ

1) คำสบถที่แสดงความเจ็บปวด ความเศร้า หรือความโกรธ

เช่น God dammit / damn / dammit  (ประมาณว่า โอ้ย! โธ่เว้ย! ให้ตายสิ! อันนี้พอพูดแล้วจะเหมือนเจ้าของภาษาเพิ่มขึ้นอีกนิด)

2) แสดงความผิดหวัง หรือหัวเสียกับการกระทำของคนอื่น

เช่น A: Hey man, I lost your phone. ( แกชั้นทำมือถือแกหายอ่ะ)
B: Damn you!  (โธ่ไอ้บ้าเอ๊ย! หรือ ให้ตายสิ)

3) ใช้แสดงความรู้สึกว่าบางสิ่งสุดยอด ตื่นตาตื่นใจ

เช่น A: Whoa, check out the sunrise! (ว้าว ดูพระอาทิตย์ขึ้นนั่นสิ)
B: Damn! (ถ้าเทียบกับภาษาไทยคงเหมือนคำว่า โอ้วจอร์ช มันยอดมากกก)

4) ใช้แสดงความผิดหวังหรือท้อใจ

เช่น A: I can’t find my key ( ฉันหากุญแจฉันไม่เจออ่ะแก)
B: Damn… (ความหมายในบริบทนี้จะประมาณว่า โธ่เอ้ย แล้วตามด้วยเสียงถอนหายใจพรืดอย่างหนักใจ เอาอีกแล้วแกทำหายอีกแล้ว!)

5) ใช้แสดงความรู้สึกว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเท่าไหร่

เช่น A: Hey, what do you want for dinner? (นี่ เย็นนี้แกอยากกินอะไรอ่ะ)
B: I don’t give a damn. (ความหมายในที่นี้จะเหมือนคำว่า อะไรก็ได้ หามาเหอะ กินหมด)

6) ใช้เพื่อให้ความรู้สึกเชิงลบกับบางสิ่ง

เช่น That damn teacher gave us a ton of homework. (ไอ้ครูคนนั้นนี่สั่งการบ้านเยอะเกินไปแล้วนะ!)

Hell (เฮล)

ถ้าเปิดพจนานุกรมความหมายตรงตัวคำนี้คือ นรก แดนอเวจีที่ร้อนระอุ มีต้นงิ้ว มีคนทำผิดโดนลงโทษอยู่ แหม คำอะไรช่างเหมาะแก่การนำมาสาปแช่งซะเหลือเกิน ลองมาดูกันนะคะว่าคำนี้เค้าสามารถมีความหมายในเชิงไหนได้บ้า

1) ใช้สื่อความหมายว่าเหตุการณ์บางอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

เช่น A: Hey man, do you think Yaya will go out with me?
(เฮ้ย แกว่าน้องญาญ่าเค้าจะยอมไปเที่ยวกับฉันป่ะวะ)
B: Yeah, when hell freezes over.
(แปลตรงตัวคือ น้องเค้าไปแน่ ตอนนรกจะกลายเป็นน้ำแข็งอะนะ หรือพูดง่ายๆคือ ฝันไปเหอะเอ็ง โอกาสเป็นศูนย์ถึงติดลบ)

2) ใช้แสดงความโกรธ

เช่น A: I want to break up with you. (ฉันเลิกกับเธอ)
B: Go to hell. (ค่ะ ตรงตัวเลยก็คือ ไปลงนรกซะ หรือไปตายซะนั่นเอง )

3) ใช้บอกว่าไม่ใช่สิ่งสำคัญ

เช่น A: I can’t find a condom. (ฉันหาถุงยางไม่เจอ)
B: To hell with it! (จากบริบทนี้ก็เหมือนกับคำว่า ช่างแ-่งเถอะน่า ในภาษาไทย เหตุการณ์คับขันแบบนี้ก็ช่างมันเหอะ)

4) ใช้ในการตอบคำถามพวก Yes/No question

เช่น A: Do you want to come to Yoga class on Sunday? (เธอๆ มาเรียนโยคะวันอาทิตย์ด้วยกันปะ)
B: Hell yeah! (จัดไป!) / Hell no! (ไม่อ๊าววว!)

Ass (แอสฺ)

ความหมายตรงตัวคือ ก้น พบเห็นบ่อยๆก็ asshole มักจะใช้อธิบายคนๆหนึ่งในทางไม่ดีเท่าไหร่ (แหงล่ะ)

1) ใช้ด่าคนว่าโง่

เช่น A: Did you see Johnny pick his nose on TV? (นายเห็นที่จอนนี่แคะขี้มูกตอนออกทีวีมั้ย)
B: Yeah, he made an ass out of himself. (เออสิ เขาทำให้ตัวเองให้ดูโง่ไปเลย)

See also  นักการตลาดดิจิทัล : Digital Marketing l โต้คลื่นอนาคต (8 ก.ย. 63 ) | การวางแผนการตลาด | Nataviguides
2) ใช้บอกว่าคนๆหนึ่งมีนิสัยแย่ หรือเลวร้ายมาก

เช่น A: That dude just knocked my paper out of my hands and didn’t stop to help or even apologize. (ไอ้หมอนั่นชนฉันจนงานหล่นหมด และไม่ช่วยเก็บหรือขอโทษด้วยซ้ำ)
B: What an ass(hole).  (ประมาณว่า ไอ้บ้านี่! / โคตรเลว! หรืออาจหยาบกว่านั้นอีกหนึ่งสเต็ป)

3) ใช้บอกจำนวนที่มาก หรือเยอะ มีค่าเท่ากับคำว่า โคตรเยอะ

เช่น There was an ass load of parent there last night. (เมื่อคืนมีผู้ปกครองมาที่นั่นโคตรเยอะ)

4) อีกวิธีในการชมว่าเจ๋ง

เช่น That movie was bad ass. (หนังเรื่องนั้นโคตรเจ๋งเลย)

5) ใช้ตอบโต้คนที่อยากได้บางสิ่งจากเราแต่เราไม่อยากให้

เช่น A: Hey you! Get back here. (เฮ้ยแก! กลับมานี่นะ)
B: Kiss my ass (ไม่ได้แปลว่าให้ “มาจูบก้นฉันสิ” นะคะ แต่เป็นลักษณะของการท้าทายมากกว่า อารมณ์เหมือน “ไม่เว้ย” หรือ “ไม่มีวันซะหรอก”)

6) ใช้เพื่อขยายคำวิเศษณ์ (Adjective) ต่างๆ ให้ดูรุนแรงหรือให้ความรู้สึกมากขึ้น

เช่น Dude, check out those hot ass bitches!” (เฮ้พวก ดูสาวๆสุดฮอตพวกนั้นสิ)
Damn, look at those ugly ass teeth! (ให้ตายเถอะ ดูฟันมันสิ โคตรน่าเกลียดเลย)
Get ready for this hard ass test! (เตรียมพร้อมทำข้อสอบบรมโคตรยากนี้ซะ)

Piss (พิซฺ)

เป็นคำหยาบของคำว่า ฉี่ (Pee / Urine)

1) ใช้แสดงความโกรธ

เช่น I’m pissed off! (ฉันโกรธแล้วนะเว้ยยย)

2) ใช้แทนคำว่าเมา (drunk) แต่นิยมใช้กันในอังกฤษ อเมริกาไม่ใช้คำนี้

เช่น He was pissed last night. (เมื่อคืนเขาโคตรเมาเลย)

3) ใช้สำหรับการขับไล่ไสส่งเมื่ออยากอยู่คนเดียวอย่างหยาบ

เช่น A: Hey, you want some help? (เฮ้ยแก มีอะไรให้ช่วยมั้ย)
B: Piss off. (ไปไกลๆเลยปะ หรืออย่างหยาบก็คือไสหัวไปเลย)

4) เป็นอีกวิธีหนึ่งเพื่อบอกว่าฝนตกขนาดไหน

เช่น It’s pissing down rain. (ฝนตกหนักมาก)

Bitch (บิทชฺ)

คำนี้มักเป็นคำด่าที่ใช้กับเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ อาจบอกว่าเทียบเท่าคำว่า อี แบบ อีนั่น อีนี่ ความหยาบระดับสูงพอสมควรเลยค่ะ

1) ไว้ด่า

เช่น A: These pants are too big, mosquitoes keep biting me. I don’t like this place. (กางเกงตัวนี้ใหญ่ไป ยุงก็คอยแต่จะกัดฉัน ฉันไม่ชอบที่นี่เลย)
B: Hey, stop your bitching  (นี่ หยุดบ่นได้แล้วดีออก!)

2) อาจหมายถึงการบ่น

เช่น My wife just bitched me out over the phone. (เมียฉัยเพิ่งจะบ่นฉันผ่านโทรศัพท์เมื่อกี้นี้เอง)

3) ใช้บอกว่าเจ๋ง หรือ สนุก

เช่น Dude, the party was bitching last night! (งานปาร์ตี้เมื่อคืนโคตรมันส์เลย!)

4) เอาไว้ใช้ตอบกลับความเห็นโง่ๆ

เช่น A: Give me $20. (เอาเงินมาให้ฉัน 20 ดอลลาร์หน่อย)
B: Bitch please. (บริบทนี้ก็จะเป็นเชิงบอกว่า จะบ้าเหรอ ฝันไปเถอะแก)

5) หมายถึงที่นั่งตรงกลางของเบาะรถ

เช่น Hey Jim, you’ve got to ride bitch because you’re the smallest.  (จิม แกต้องนั่งตรงกลางนะเพราะแกตัวเล็กสุด)

6) หมายถึงการตบด้วยหลังมือ

เช่น Did you see that? She just got bitch slapped! (แกเห็นมั้ย ยัยนั่นเพิ่งโดนตบด้วยหลังมือไปน่ะ)

Cock (ค็อก) / Dick (ดิ้กคฺ) 

คำว่า cock มีอีกความหมายคือไก่ตัวผู้ แต่ที่แน่ๆส่วนใหญ่คนทั่วไปเค้าไม่ได้เข้าใจกันอย่างนั้นหรอกค่ะ เมื่อได้ยินสองคำนี้ ความหมายตรงๆคืออวัยวะเพศชายค่ะ คือถ้าโดนด่าคำนี้ก็คงไม่น่าอภิรมย์แน่ๆ แต่ที่เอามาใช้ก็มีในหลายบริบทเหมือนกัน

1) ใช้ในกรณีที่ผู้ชายถูกฝ่ายหญิงปฏิเสธหรือตัดโอกาสในการที่จะไปเที่ยวด้วยกัน

เช่น A: Dude, that girl just grabbed her friend and took her away. (เฮ้ยเพื่อน ผู้หญิงคนนั้นเพิ่งจะมาดึงมือเพื่อนเธอแล้วพาออกเอง)
B: What a cock block. (ในบริบทนี้จะหมายถึงว่า อดแอ้มแล้วล่ะแก)

2) ใช้อธิบายคนนิสัยเสีย หรือเห็นแก่ตัว

เช่น That dick took up two parking spots. (ไอ้บ้านั่นเอาที่จอดรถไปสองที่เลย ดูมันสิ อันนี้คือระดับความหยาบแบบน่ารัก ของจริงมันหยาบมากกว่านี้อีกนะคะ)

Moron (โมรอน)

คำนี้ถ้าแปลตรงตัวคือคนโง่หรือ stupid นั่นแหละ แต่เราจะเอาไว้ใช้ด่าพวกไม่รู้จักกาลเทศะ ชอบทำอะไรงี่เง่าในเวลาที่ไม่เหมาะสมก็ได้ค่ะ

เช่น A: Did you see that guy talking on the phone? This is a funeral for God’s sake! (เห็นไอ้หมอนั่นคุยโทรศัพท์เปล่า กลางงานศพนะเนี่ยให้ตายเถอะ)
B: Yeah…he’s a moron! (เออจริง โคตรงี่เง่าเลยว่ะ)

Shit (ชิทฺ)

ความหมายตรงตัวเลยก็คือ อุจจาระ หรือมูลเสียต่างๆ เป็นอีกหนึ่งคำที่ใช้กันบ่อยและมีความหมายที่หลากหลาย ประกอบกับคำหลายๆคำให้อารมณ์ได้ดี

1) อาจใช้อธิบายได้ทั้งแย่มาก และเยี่ยมมาก

เช่น That movie was shit. (หนังเรื่องนั้นโคตรห่วยเลย)
That movie was the shit (หนังเรื่องนั้นโคตรดี)

เพียงแค่เติม the ความหมายก็กลายเป็นคนละเรื่อง ชีวิตเปลี่ยนเลย

2) เป็นคำอุทานในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง หรือ ไม่อยากให้เกิดขึ้น

เช่น Holy shit! (เฮ้ยยย!)

3) หมายถึงการเมาหัวราน้ำ

เช่น A: You seemed pretty drunk last night… (แกดูเมามากเลยนะเมื่อคืนนี้)
B: Yeah, I was totally shit-faced. (ก็ใช่ เมื่อคืนฉันโคตรเมาเลย)

4) ใช้แทนคำว่า ไม่ ในแบบที่ค่อนข้างหยาบคาย

เช่น A: Excuse me sir, would you mind filling out a quick survey? (ขอโทษทีครับ คุณช่วยกรุณาตอบแบบสอบถามของเราหน่อยได้ไหมครับ)
B: Eat shit!  (อันนี้ไม่ได้ไล่ให้ไปทานอุจจาระใคร แต่เป็นลักษณะของการบอกว่าไม่เว้ย แบบหยาบสุดๆ)

5) ใช้พูดถึงความซวย

เช่น A: Oh no, my cell phone died! (โอไม่นะ มือถือฉันพัง)
B: Damn, you’re shit out of luck!  (ให้ตายสิ แกนี่โคตรซวยจริงๆ)

6) ใช้ด่าคนที่โง่

เช่น Hey dumb shit / Shit brains! (โดยรวมคือหมายถึงด่าว่าไอ้โง่ หรือไอ้หน้าโง่)

7) อาจหมายถึงการใจเย็นและพยายามมองข้ามปัญหาให้ได้

เช่น Stop crying, man. Get your shit together. (หยุดร้องไห้ได้แล้วเพื่อน ปล่อยๆมันไปเถอะ)

8) ใช้พูดแทนบางสิ่งบางอย่าง

เช่น I ain’t got time for this shit! (ฉันไม่มีเวลากับอะไรพวกนี้หรอกนะ)

9) ใช้แสดงออกว่าไม่น่าเชื่อถือ หรือไร้สาระ

เช่น A: I have three girlfriends. (ฉันมีแฟนสามคนเชียวนะ)
B:Bullshit! (ไร้สาระน่า อย่ามาโกหก)

10) ใช้แทนเรื่องทั่วๆไป หรือสิ่งที่ไม่ได้สำคัญอะไร

เช่น A: What were you guys talking about? (เมื่อกี้พวกนายพูดเรื่องอะไรกันน่ะ)
B: Oh, we were just shooting the shit. (อ๋อ เราก็พูดอะไรกันเรื่อยเปื่อยน่ะ)

11) หมายถึง ปัญหาใหญ่

เช่น A: The cops are coming! (เฮ้ย ตำรวจมา)
B: Damn, we’re in deep shit. (ให้ตายเหอะ เรากำลังจะเจอปัญหาใหญ่แล้ว ซวยแล้วอย่านี้ก็สามารถแปลได้)

12) มีความหมายว่าเลวร้ายมาก

เช่น A: Have you tried my cake? (เธอลองกินเค้กของฉันหรือยัง)
B: Yeah, it tastes like shit. (ลองแล้ว รสชาติแย่มากก)

13) ใช้เน้นคำว่า มากมาย

เช่น I got a shit ton of work done today. (วันนี้ฉันทำงานเสร็จไปเยอะมาก คำว่า ton นี่ก็มีความหมายว่าเยอะอยู่แล้ว พอเติมคำว่า shit เข้าไปก็จะดูมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลยค่ะ)

Cunt (คันทฺ) / Pussy (พุซซี่)

สองคำนี้เป็นคำหยาบ มีความหมายเกี่ยวกับอวัยวะเพศหญิง และนอกจากนี้แล้วคำว่า pussy ยังแปลว่า คนปอดแหก หรือ คนขี้กลัวได้อีกด้วยนะ

เช่น He screamed like a girl when he saw that snake. What a pussy. (พอเห็นงูปุ๊บไอ้นี่ร้องเสียงหลงเลย โคตรขี้ป๊อดอะ)

แต่ใน Australia จะเป็นคนละเรื่องกัน เพราะคำนี้ก็สามารถเอามาอธิบายสิ่งที่มีขนฟูและอ่อนนุ่มได้
เช่น pussy cat ก็จะแปลว่าเจ้าแมวขนฟู

และแล้วก็มาถึงคำสุดท้าย…

Fuck (ฟัคฺ)

คำนี้ความหมายตามพจนานุกรมคือการมีเพศสัมพันธ์ แต่มักนำมาใช้ในคำอุทานทั่วไป  หรือเอามาขยาย หรืออธิบายแทบจะทุกสิ่ง มักจะเจอคำนี้เป็นทั้งคำขยาย หรือทำตัวมันเองให้เป็น adjective, adverb, adverb ที่ขยาย adjective, คำนาม, เป็นส่วนหนึ่งของคำๆหนึ่ง พูดง่ายๆคือเป็นได้ทุกอย่างที่เราต้องการในประโยค โห คำบ้าอะไรสารพัดนึกจริงๆ

เพียงเติมคำว่า fuck เข้าไปทุกอย่างจะดูมีอารมณ์ ความรู้สึกรุนแรง ทั้งในทางดีและเลวขึ้นมาทันที

เช่น I fucking hate you. (ฉันโคตรจะเกลียดเธอเลย)
I fucking love you. (ฉันโคตรจะรักเธอเลย)
I don’t give a fuck about your problem (ฉันไม่แยแสเกี่ยวกับปัญหาของแกทั้งสิ้น เรื่องของแกป่ะวะ)
What the fuck? (อะไรวะเนี่ย)
I guess I’m totally fucked now. (ฉันคิดว่าฉันเจอปัญหาใหญ่แล้วว่ะ)

ประโยคพวกนี้ความหมายต่างกันสุดขั้ว แต่ล้วนแล้วแต่เอาคำว่า fuck เข้ามาเป็นส่วนประกอบให้รูสึกถึงความรู้สึกสุดโต่งทั้งชอบ เกลียด เป็นปัญหา ห่วงใย กังวล หรืออะไรก็ตาม

การเรียน “คำด่าภาษาอังกฤษ” ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องว่าเรียนเพื่อนำไปใช้ด่าใคร แต่เพื่อทำให้การพูดของเราดูธรรมชาติหรือเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้น เหมือนที่เราเห็นในซีรีย์ฝรั่งที่เค้ามักจะใช้คำเหล่านี้เสมอในการพูดคุยกัน และเรียนเพื่อรู้ไว้ว่าไอ้ที่เราได้ยินเนี่ย เค้าด่าเราจริงๆ หรือมันมีความหมายบางอย่างที่เราไม่รู้แฝงอยู่ อย่างที่บอก ทุกอย่างต้องดูบริบทโดยรวมด้วยนะคะ

การเรียนรู้คำเหล่า จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจและพูดภาษาอังกฤษให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่คำพวกนี้ไม่ใช่ว่าเอาไว้ใช้ได้ทั่วไป คงไม่มีใครพูดคำหยาบกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก หรือเวลานำเสนองานในที่ประชุมหรอก รู้ไว้เอาไปใช้ได้บ้างแต่ไม่แนะนำให้ใช้บ่อย เพราะใช้ไปนานๆก็จะพูดกันติดปาก สร้างบุคลิกที่ไม่ดีต่อสายตาคนอื่นที่มองเรานะคะ ทางที่ดีเก็บไว้พูดกับเพื่อนสนิทจริงๆก็พอเนาะ ^ ^

[NEW] 4 หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษดีๆ สำหรับใครที่อยากเก่งภาษา | หาคําอ่านภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมาก ถ้าคุณเก่งภาษาอังกฤษ คุณมีโอกาสได้ทำงานในบริษัทดีๆ อย่างเช่นบริษัทข้ามชาติต่างๆ ซึ่งจะทำให้คุณมีฐานเงินเดือนที่สูงขึ้น และมีศักยภาพในการไต่เต้าในสายงานมากกว่าคนอื่นอย่างมากมาย

อย่างไรก็ดีทักษะภาษาอังกฤษไม่ใช่สิ่งที่คุณจะสร้างมันขึ้นมาได้ในชั่วข้ามคืน คุณต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นเวลาแรมปีเพื่อที่จะเข้าถึงไวยากรณ์ (grammar) และซึมซับศัพท์ต่างๆ เพื่อที่จะนำไปใช้ฟัง พูด อ่าน เขียนต่อไป

จากประสบการณ์ของตัวผมเอง ผมพบว่าหนึ่งในวิธีที่ได้ผลในการพัฒนาทักษะทางไวยากรณ์ คำศัพท์ และการอ่านคือคุณ คือ การอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษทุกวัน วันละประมาณ 15-30 นาทีครับ

หลายคนน่าจะทราบวิธีนี้กันอยู่แล้ว แต่อาจจะสงสัยว่า หนังสือพิมพ์ฉบับไหนที่ควรจะอ่านดี?

ดังนั้นในโพสนี้ ผมจะแนะนำหนังสือพิมพ์ดีๆ ที่ทุกคนสามารถหามาอ่านเพื่อใช้พัฒนาภาษาอังกฤษครับ

Bangkok Post อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอันดับ 1 ของไทยมาทุกยุคทุกสมัย ข่าวสารและบทความในหนังสือพิมพ์เล่มนี้แน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเป็นสำคัญ เรื่องที่ครอบคลุมก็ประเด็นใหญ่ๆ สำคัญๆ ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็น การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เรียกได้ว่าอัดแน่นไปด้วยสาระที่เกี่ยวกับประเทศไทยครับ

สำหรับในเรื่องภาษาแล้ว ผมมองว่าภาษาค่อนข้างอ่านง่าย นักเรียนมัธยมปลาย-ปริญญาตรีน่าจะอ่านได้อย่างสบายๆ ศัพท์เทคนิคเชิงลึกเป็นพิเศษอะไรก็ไม่มีเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันคุณสามารถอ่านบทความและข่าวสาร Bangkok Post ได้ฟรีผ่านทางเว็บไซต์ bangkokpost.com แต่ถ้าคุณต้องการแบบ ePaper (หนังสืออิเล็กทรอนิกส์) หรือแบบกระดาษดั้งเดิม คุณจะต้องเสียเงินเพิ่มครับ (สัปดาห์ละ 279 บาท ปีละ 4,900 บาท)

The New York Times เป็นหนังสือพิมพ์สัญชาติอเมริกันที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกฉบับหนึ่ง เนื้อหาของ New York Times อัดแน่นไปด้วย การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี กีฬา อาหาร แฟชั่น การเงินการลงทุน ฯลฯ ของประเทศสหรัฐอเมริกาและโลก

ดังนั้นถ้าคุณต้องการติดตามข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นสิ่งที่คุณควรหามาอ่านเลยครับ

ภาษาที่ใช้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นแบบ American English และแน่นอนว่าทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์จะยากและซับซ้อนกว่าภาษาใน Bangkok Post แต่ก็ไม่ได้ยากจนอ่านแล้วไม่เข้าใจ ผมมองว่าใครที่กำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกาควรจะเตรียมตัวด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้แหละครับ เพราะจะได้ปรับทักษะทางภาษาให้ใกล้เคียงเจ้าของภาษา และเข้าใจถึงค่านิยมและวัฒนธรรมอเมริกันด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วจะไปหามาอ่านจากไหน เพราะ The New York Times เป็นหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ แต่ละฉบับคงจะแพงไม่น้อย

เมื่อก่อนอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ทุกวันนี้คุณสามารถอ่านทุกอย่างของ The New York Times ได้ผ่านทางเว็บหรือ app (iOS, Android) ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางโทรศัพท์ของคุณครับ

อย่างไรก็ดี ถ้าคุณไม่สมัครสมาชิก คุณจะอ่านบทความจากเว็บ nytimes ได้ไม่กี่บทความเท่านั้น และบทความระดับ exclusive คุณไม่สามารถอ่านได้เลย

แต่ถ้าคุณเลือกที่จะสมัครสมาชิก ค่าสมาชิกจะอยู่ที่สัปดาห์ละ $1 (30 บาท) หรือ 120 บาทต่อเดือน และถ้าคุณเป็นนักเรียนแล้ว ค่าสมาชิกจะเหลือเพียง $0.5 (15 บาท) หรือ 60 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากๆ เลยทีเดียว หลังจากสมัครสมาชิกแล้ว คุณจะสามารถอ่านได้อย่างไม่จำกัดผ่านทาง web หรือ app ก็ได้ครับ

Wall Street Journal เป็นหนังสือพิมพ์ธุรกิจของสหรัฐอเมริกาที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เคยมีบทบาทในการ “แฉ” บริษัทที่ฉ้อโกงมาแล้วหลายบริษัทด้วยกัน อย่างกรณีของ Theranos สตาร์ทอัพชื่อดังเป็นต้น

เนื้อหาในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะเน้นหนักไปที่ธุรกิจ เศรษฐกิจ การเงิน ตลาดหุ้น แต่ก็มีข่าวต่างประเทศ การเมือง หรือไลฟ์สไตล์ให้อ่านเช่นกัน แม้ว่าน้ำหนักจะเบากว่าฝั่งธุรกิจมากก็ตาม

ผมมองว่ารูปแบบการเขียนของ Wall Street Journal เป็นทางการมาก ศัพท์และรูปประโยคที่ใช้จะเป็นลักษณะ professional และมีศัพท์เทคนิคอยู่เรื่อยๆ บทความที่เขียนหลายบทความก็เป็นแบบเฉพาะกลุ่ม ทั้งนี้เพราะกลุ่มลูกค้าสำคัญของ Wall Street Journal คือบุคคลที่อยู่ในวงการธุรกิจและผู้บริหารต่างๆ ดังนั้นมันอาจจะไม่เหมาะสำหรับน้องๆ มัธยมปลาย หรือปริญญาตรีทั่วไปที่กำลังศึกษาอยู่สักเท่าใดนัก

แต่ทว่าถ้าคุณอยากจะพัฒนาภาษาในระดับ professional หรือกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจอย่างเช่น MBA ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณควรจะอ่าน Wall Street Journal เป็นกิจวัตรประจำวันของคุณครับ

เช่นเดียวกับ New York Times คุณไม่จำเป็นต้องหาฉบับกระดาษมาอ่าน เพราะคุณสามารถอ่านได้ผ่านทางเว็บ wsj.com หรือ app ก็ได้ครับ (iOS, Android)

อย่างไรก็ดี คุณไม่สามารถอ่านบทความเต็มๆ บนเว็บได้ นอกเสียจากว่าคุณจะเสียเงิน ค่าสมาชิกอยู่ที่ $28.99 (ประมาณ 870 บาทต่อเดือน) โดย 3 เดือนแรกจะคิดค่าสมาชิกเพียง $1 ครับ

The Times เป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพสัญชาติอังกฤษที่มีอายุมากกว่า 200 ปีแล้ว The Times ยังคงเลือกที่จะทำข่าวแบบมีคุณภาพ ต่างจากหนังสือพิมพ์ในอังกฤษอื่นๆ ที่เปลี่ยนตัวเองเป็นหนังสือพิมพ์สไตล์ Tabloid หรือเน้นข่าวลือ ข่าวมโนไปตามลำดับ

ดังนั้นแน่นอนว่าถ้าคุณต้องการอ่านหนังสือพิมพ์อังกฤษที่เขียนด้วยภาษาอย่างสุภาพชน มีจรรยาบรรณ และมีสาระอัดแน่นจากทุกสาขาวิชา The Times ควรจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคุณครับ โดยเฉพาะถ้าคุณกำลังจะไปเรียนที่อังกฤษ และต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

ในเรื่องระดับภาษา ผมว่าใกล้เคียง The New York Times ทำให้ไม่ยากจนเกินไป และเหมาะที่จะนำมาอ่านเพื่อฝึกภาษาอังกฤษได้ครับ

คุณสามารถอ่าน The Times ได้จากเว็บ thetimes.co.uk หรือผ่านทาง app (iOS, Android) แต่ไม่ฟรีนะครับ คุณอ่านฟรีได้แค่ 1 เดือนแรกเท่านั้น และหลังจากนั้นคุณจะต้องเสีย 5 ปอนด์ต่อเดือน (ประมาณ 200 บาท)

ตัวเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • The Washington Post (US) – คล้ายกับ New York Times สามารถอ่านแทนกันได้
  • Los Angeles Times (US)
  • The Guardian (UK)
  • Financial Times (UK) – คล้ายกับ Wall Street Journal
  • ใครที่อยากอ่านข่าวสารเทคโนโลยีและฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย สามารถอ่านได้จากสื่อเหล่านี้ครับ

เคล็ดลับการอ่าน

  1. อย่าใส่ใจกับคำศัพท์ที่เราไม่ทราบมากเกินไป ลองฝึกตัวเองให้อ่านให้เข้าใจแก่นสำคัญหรือ main idea ของเรื่องเป็นหลัก คำศัพท์บางคำคุณสามารถเดาได้ว่ามันแปลว่าอะไร ถ้าคุณสามารถทำได้ตามนี้ ทักษะการอ่านของคุณจะพัฒนาขึ้นในไม่ช้า เช่นเดียวกับคะแนน TOEFL, SAT, IELTS, GRE, GMAT ของคุณด้วย
  2. จดหรือไฮไลท์คำศัพท์ที่คุณไม่เข้าใจเอาไว้ด้วย และนำไปเปิด dictionary เพื่อให้ทราบความหมาย คลังคำศัพท์ของคุณจะได้พัฒนาขึ้นครับ
  3. พยายามอ่านให้ได้ 15-30 นาทีอย่างต่อเนื่องและมีสมาธิ คุณไม่ควรหยุดอ่านบ่อยเกินไป เพราะสมองของคุณจะไม่เรียนรู้สิ่งที่ผ่านตาเข้ามาเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปประโยคและคำศัพท์
  4. คุณควรจะเริ่มอ่านตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงยาก นั่นคือ Bangkok Post ก่อนและเพิ่มระดับไปเป็น New York Times และ Wall Street Journal ตามลำดับ คุณจะได้ไม่รู้สึกท้อเมื่อพบกับบทความที่ยากเกินไป
  5. โปรดอย่าได้รู้สึกท้อ ถ้าเผชิญหน้ากับบทความที่อ่านยาก คุณอาจจะเลือกบทความที่คุณสนใจอยู่แล้วมาเริ่มอ่านก่อน เช่นถ้าคุณสนใจเรื่องกีฬา คุณก็เริ่มอ่านบทความกีฬา ถ้าคุณสนใจการเมือง คุณก็เริ่มที่การเมืองครับ
  6. สำหรับใครที่กำลังจะสอบ TOEFL, SAT, IELTS, GRE, GMAT การอ่านหนังสือพิมพ์เหล่านี้เป็นหนึ่งในวิธีการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมที่สุด เพราะคุณต้องอ่านบทความหลากหลายสาขาในเวลาสอบอยู่แล้ว ดังนั้นคุณควรพยายามอ่านบทความให้เข้าใจให้ได้ทุกบทความ ซึ่งรวมไปถึงบทความในสาขาที่คุณไม่ชอบหรือไม่มีความรู้ด้วย
  7. โปรดทราบไว้ว่า หนังสือพิมพ์เหล่านี้ล้วนแต่แฝงแนวคิดทางการเมืองทางเศรษฐกิจของผู้เขียนอยู่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ต่างประเทศที่แสดงออกอย่างเปิดเผย เวลาอ่านคุณควรจะตั้งคำถาม แยกข้อเท็จจริงและความคิดเห็นออกจากกัน และอย่าเชื่อทุกสิ่งในที่พวกเขาเขียนออกมาครับ
  8. ส่วนใครที่อยากพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษ ลองไล่สังเกตดูครับว่านักเขียนมืออาชีพจัดโครงร่างในการเขียนอย่างไร และใช้ไวยากรณ์อย่างไร คุณจะสามารถนำวิธีของพวกเขาไปประยุกต์กับงานเขียนของคุณได้ครับ


N๒๐: คำศัพท์ 300 คำ-จำเป็นมาก [ตอน1/3] | เรียนภาษาอังกฤษ กับ อ.พิบูลย์ แจ้งสว่าง


https://www.youtube.com/watch?v=TSu2pUF3iLo
ลิงค์นี้คือคลิปเดียวกับคลิปที่คุณดูอยู่นี้ แต่เราปรับเสียงให้ดังฟังชัดยิ่งขึ้น ลงไว้ในช่องยูทูปอีกช่องหนึ่งชื่อว่า Naked English (เป็นยูทูปช่องที่สองของ อ. พิบูลย์ แจ้งสว่าง) – ต้องขออภัยที่คลิปต้นฉบับเสียงเบามาก เนื่องจาก ณ เวลาที่เราถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอนี้ เรายังมีประสบการณ์น้อย หวังว่าคลิปที่ปรับเสียงใหม่นี้จะทำให้คุณเรียนภาษาอังกฤษได้ราบรื่นยิ่งขึ้นครับ … จากทีมงาน Beautiful World และ Naked English
อ่านบทความเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ (ฟรี) \u0026 ดูรายละเอียดคอร์สเรียน Eng ได้ที่
www.NakedEnglish.net หัวข้อ: บทความที่น่าสนใจ
ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/EnglishWithPiboon
เราเน้นเรียน+สอนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ให้สนทนาและเข้าใจหลักการใช้ภาษาอย่างถูกต้อง
[จัดทำและสอนโดย อ. พิบูลย์ แจ้งสว่าง] Piboon Jangsawang

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

N๒๐: คำศัพท์ 300 คำ-จำเป็นมาก [ตอน1/3] | เรียนภาษาอังกฤษ กับ อ.พิบูลย์ แจ้งสว่าง

100 คำกริยาภาษาอังกฤษverb ที่ใช้บ่อย


100 คำกริยาภาษาอังกฤษverb ที่ใช้บ่อย
กริยาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ verb
ภาษาอังกฤษใช้บ่อย,
กริยาอังกฤษ,
คำกริยาภาษาอังกฤษใช้บ่อย,
คำกริยาอังกฤษ,
คำกริยาภาษาอังกฤษ,
กริยาอังกฤษใช้บ่อย,

100 คำกริยาภาษาอังกฤษverb ที่ใช้บ่อย

สัตว์ ภาษาอังกฤษ Animals


สัตว์ ภาษาอังกฤษ Animals
ภาษาอังกฤษ คำศัพท์ สัตว์

สัตว์ ภาษาอังกฤษ Animals

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 500 คำ พื้นฐาน ในชีวิตประจำวัน สำหรับเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ฝึกฟัง ฝึกพูด ด้วยตัวเอง


💖 ถ้าอยากให้กำลังใจ มาสมัครสมาชิกกันนะครับ 💖
กดตรงนี้ 👉 https://www.youtube.com/channel/UCaiwEWHCdfCi23EYN1bWXBQ/join
คำศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 500 คำ พร้อมคำอ่าน คำแปล สำหรับฝึกฟัง ฝึกพูด ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับผู้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง กดเพื่อไปยังคำศัพท์หมวดต่างๆ ดังนี้
0:00 คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 500 คำ ในชีวิตประจำวัน
0:45 คำศัพท์ ในชั้นเรียน ห้องเรียน
8:32 คำศัพท์วัน เดือน ปี และการพูดถึงวันต่างๆ
13:36 คำศัพท์ สีต่างๆ
16:22 คำศัพท์ข้าวของเครื่องใช้
19:09 คำศัพท์สิ่งของในห้องนอน
21:52 คำศัพท์ของใช้ในห้องน้ำ
24:10 คำศัพท์เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย
31:19 คำศัพท์ครอบครัว
36:41 คำศัพท์ที่ใช้บรรยายลักษณะของคน
43:30 คำศัพท์ร่างกาย
48:54 คำศัพท์พูดถึงอาการบาดเจ็บ
52:49 คำศัพท์สำหรับบอกตำแหน่งที่ตั้ง ทิศทาง
ซึ่งเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้ ที่ควรรู้ สามารถเปิดฟังก่อนนอน หรือเปิดฟังเพื่อเป็นการเรียนภาษาอังกฤษขณะนอนหลับได้ เปิดฟังขณะอยู่บนรถหรือกำลังขับรถได้ เป็นการท่องศัพท์ เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติ จำคำศัพท์ได้ดี
วิดีโอ ฝึกพูด 100 ประโยคพื้นฐานภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
https://youtu.be/lv9kTysYoIw
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี! คลิก: https://www.tonamorn.com/
แจกศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1,000 คลิก: https://www.tonamorn.com/vocabulary
สอน การแต่งประโยคภาษาอังกฤษ
https://www.tonamorn.com/learnenglish/writesentences/
เรียนภาษาอังกฤษ จากภาพสวยๆ บนอินสตาแกรม
https://instagram.com/ajtonamorn

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 500 คำ พื้นฐาน ในชีวิตประจำวัน สำหรับเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ฝึกฟัง ฝึกพูด ด้วยตัวเอง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่องสัตว์ต่างๆ พร้อมวีดีโอรูปภาพและคำอ่าน | เหมาะสำหรับอนุบาลและเด็กเล็ก


คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในหมวดสัตว์ต่างๆ พร้อมวีดีโอรูปภาพและคำอ่าน | เหมาะสำหรับอนุบาลและเด็กเล็ก
เพื่อเสริมทักษะความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ
วิชาการทั้ง คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และอื่นๆๆอีกมากมาย
อย่าลืมกดติดตาม Subscribe WAWA kids art กันนะค่ะ
เกมทายประโยชน์ของสัตว์ตามคำใบ้ https://youtu.be/YpSoUZLTOv0
เกมทายสัตว์พาหะนำโรคตามคำใบ้ https://youtu.be/L0AMS3lsg8Y
เล่นทำอักษร ก ไก่ ฮ นกฮู ด้วยแป้งโด การ์ตูนน่ารักๆ หัดอ่าน พยัญชนะไทย | Learn Thai Alphabet https://youtu.be/bxRPh7p_z24
Play ice cream cups, learn colors, count numbers.เล่นถ้วยไอสครีม เรียนรู้สี นับเลข คำศัพท์ภาษาอังกฤษ https://youtu.be/ya60cjKLCVg
Learn color through art Win surprise eggs. เรียนรู้สีผ่านงานศิลปะ ลุ้นไข่เซอร์ไพรส์ เรียนรู้คำศัพท์ https://youtu.be/4feixRAqFdY
เกมทายพืชผักสวนครัวตามคำใบ้ https://youtu.be/utGeGU2sVUA
เสียงสัตว์ 50 เสียง พร้อมวีดีโดรูปภาพประกอบ https://youtu.be/ysWyXa3sHVo

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่องสัตว์ต่างๆ พร้อมวีดีโอรูปภาพและคำอ่าน | เหมาะสำหรับอนุบาลและเด็กเล็ก

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ หาคําอ่านภาษาอังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.