Home » [Update] พื้นฐานภาษาอังกฤษ-Pronoun   (คำสรรพนาม) | คํานําหน้าชื่อภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[Update] พื้นฐานภาษาอังกฤษ-Pronoun   (คำสรรพนาม) | คํานําหน้าชื่อภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

คํานําหน้าชื่อภาษาอังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Pronoun   (คำสรรพนาม)    คือคำที่มีไว้สำหรับ(พูด,เขียน)แทนชื่อของคน,สัตว์,สิ่งของ,และสถานที่เพื่อป้องกันมิให้กล่าวชื่อนั้นซ้ำๆซากๆ ซึ่งเป็นการฟังไม่ไพเราะ

Pronoun   มีอยู่ 8 ชนิดด้วยกันคือ

  1. Personal Pronoun บุรุษสรรพนาม
  2. Possessive  Pronoun  สามีสรรพนาม
  3. Definite   Pronoun  นิยมสรรพนาม
  4. Indefinite  Pronoun  อนิยมสรรพนาม
  5. Interrogative  Pronoun   ปฤจฉาสรรพนาม
  6. Relative  Pronoun  ประพันธ์สรรพนาม
  7. Reflexive  Pronoun  สรรพนามสะท้อนหรือเน้น
  8. Distributive Pronoun  วิภาคสรรพนาม
  9. 1. Personal Pronounบุรุษสรรพนาม คือสรรพนามที่ใช้แทนชื่อของผู้พูด, ผู้ฟัง, และผู้ที่ถูกกล่าวถึง  ซึ่งมีอยู่ 2  พจน์  3  บุรุษ คือ

 

 

เอกพจน์

พหูพจน์

บุรุษที่     1

I

we

บุรุษที่     2

you

you

บุรุษที่     3

he,   she,    it

the

 

 

Personal   Pronoun   แบ่งได้  5  รูป คือ

รูปที่  1

รูปที่ 2

รูปที่ 3

รูปที่  4

รูปที่ 5

I

Me

My

mine

myself

We

us

Our

ours

ourselves

You

you

Your

yours

yourself

He

him

his

his

himself

she

her

Her

hers

herself

It

It

its

its

itself

they

them

there

theirs

themselves

 

  1. Possessive Pronoun สามีสรรพนาม   คือสรรพนามที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งก็คือบุรุษสรรพนามรูปที่  4  นั่นเอง  เวลาใช้ไม่ต้องมีนามตามหลัง  มีหน้าที่ 3 อย่างคือ

2.1     เป็นประธานของกิริยาในประโยค  เช่น Your   book  is green,  mine is red.

2.2     เป็นส่วนสมบูรณ์ของกิริยา   เช่น  this  pencil is mine, that one is your.

2.3     ใช้เรียงตามหลังบุรพบท(คำเชื่อมคำ) เพื่อเน้นความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนขึ้นได้เช่น  A   friend  of  yours  was  killed  last  night.    

  1. 3.  Definite Pronounนิยมสรรพนาม  คือสรรพนามที่ชี้เฉพาะและใช้แทนนามได้ ที่นิยมใช้แพร่หลายมีอยู่ 6 ตัวคือ  (รวมทั้ง which ด้วย)

                    this,   that,   one      3   ตัวนี้ใช้แทนนามที่เป็นเอกพจน์.

                   These,    those,  ones   3    ตัวนี้ใช้แทนนามที่เป็นพหูพจน์.

*นิยมสรรพนามนี้ ทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมของกิริยาในประโยคได้ตามแต่ จะ ใช้งาน.

  1. 4.   Indefinite pronounอนิยมสรรพนาม คือสรรพนามที่ใช้แทนนามได้ทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจงว่าแทนคนนั้นคนนี้โดยตรง  (ตรงข้ามกับ Definite Pronoun)  ได้แก่คำว่า  some,  any,  all,  someone,  somebody,  anybody,  few,  everyone,  many,  nobody,   everybody,  other……etc.

*ข้อสังเกต ทั้งนิยมสรรพนามและอนิยมสรรพนาม  ถ้าใช้โดยมีคำนามอื่นตามหลังจะกลายเป็นคำคุณศัพท์ไป  แต่ถ้าใช้โดยไม่มีคำนามอื่นตามหลังจึงจะเป็นนิยมสรรพนามหรืออนิยมสรรพนาม.

  1.  5. Interrogative pronounปฤจฉาสรรพนาม  คือสรรพนามที่ใช้เป็นคำถาม  และต้องไม่มีนามตามหลังด้วยจึงจะเรียกว่าเป็นปฤจฉาสรรพนาม  ได้แก่    Who  ,  whom,  whose  ,  what,  which     ซึ่งมีวิธีใช้ดังนี้.
  • Who   (ใคร)   ใช้ถามถึงบุคคลและเป็นประธานของกิริยาในประโยคได้ บางครั้งก็เป็นกรรมได้ เช่น.   Who   is  standing   there  ? ใครกำลังยืนอยู่ที่นั่น?.
  • Whom (ใคร)  ใช้ถามถึงบุคคลและเป็นกรรมของกิริยาหรือบุรพบท  (บางครั้งใช้ Who แทน).เช่น Whom  do  you  love ?  คุณรักใคร ?.
  • Whose (ของใคร)  ใช้ถามถึงเจ้าของ  และต้องเป็นบุคคลเท่านั้น เช่น.  Whose  is  the  car ?  รถคันนี้เป็นของใคร
  • What (อะไร)   ใช้ถามถึงสิ่งของเป็นได้ทั้งประธานและกรรม  เช่น:-

                       –  ถ้าเป็นประธานต้องไม่ใช้กริยาอะไรมาช่วยทั้งสิ้น เช่น What  delayed  you ?  

                          อะไรทำให้คุณล่าช้า.

–  ถ้าเป็นกรรมต้องมีกริยาช่วยตัวอื่นมาร่วมด้วย และวางไว้หลัง What เช่น What  

    do you want ?

  • Which  (สิ่งไหน อันไหน)  ใช้ถามถึงสัตว์, สิ่งของ, เป็นได้ทั้งประธานและกรรม เช่น  ถ้าเป็นประธานไม่ต้องใช้กริยาอื่นมาช่วย  Which  is  the  best?  อันไหนดีที่สุด ?.(อนึ่งปฤจฉาสรรพนาม Whose ,which,  what นี้  ถ้าใช้โดยมีนามอื่นตามหลังก็เป็นคุณศัพท์ไป   ถ้าไม่มีนามอื่นตามหลังจึงจะเป็นปฤจฉาสรรพนาม)   
  1. 6. Relative  Pronounประพันธ์สรรพนาม  คือสรรพนามที่ใช้แทนที่อยู่ข้างหน้า และในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เชื่อมประโยค ซึ่งอาจเป็นประธานของประโยคหลังได้ด้วย  ได้แก่ Who,  Whom,   Whose, Which,  Where,  what,  when, why,  that .
  • Who  (ผู้ซึ่ง)  ใช้แทนนามที่เป็นบุคคลและบุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้กระทำด้วย เช่น The  man  who  came  here  last  week  is  my  cousin.  ชายผู้ซึ่งมาที่นี่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน.
  • Whom (ผู้ซึ่ง)  ใช้แทนนามที่เป็นบุคคลและบุคคลนั้นต้องเป็นผู้ถูกกระทำด้วย เช่น The  boy  whom  you  saw  yesterday  is  my  brother. เด็กชายผู้ซึ่งคุณพบเมื่อวานนี้เป็นน้องชายของผม.
  • Whose(ผู้ซึ่ง…..ของเขา)   ใช้แทนนามที่เป็นบุคคลเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของนามที่ตามหลัง ดังนั้นเมื่อมี Whose ก็ต้องมีนามตามหลัง Whose เสมอ  เช่น  The  girl  whose  father  is  a  teacher  goes  to  school  every  day.   เด็กหญิงผู้ซึ่งพ่อของเขาเป็นครูนั้นไปโรงเรียนทุกวัน.(เป็นคำแสดง ความ เป็นเจ้าของ Father).
  • Which  (ที่,ซึ่ง)  ใช้แทนนามที่เป็นสัตว์ สิ่งของ เป็นได้ทั้งประธานและกรรม   The  animal            which  has  wing  is  a  bird.  สัตว์ที่มีปีกนั้นคือนก(เป็นประธานของอนุประโยค  has  wings) The  kitten  which  I  gave  to  my  aunt  is  very  naughty.  ลูกแมวซึ่งฉันให้แก่คุณป้าของฉันไปนั้นซุกซนมาก.(เป็นกรรมของกริยา  gave  ในอนุประโยค  I gave  to  my  aunt).
  • Where (อันเป็นที่)  ใช้แทนนามที่เป็นสถานที่ เป็นได้ทั้งประธานและกรรม เช่น  The  night  club is  the  place  where  is  not  suitable  for children. ไนท์คลับเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ(เป็นประธานของอนุประโยค is  not  suitable  for  children )  The  hotel  is  the  place  where  I  like  best .  โรงแรมเป็นสถานที่ที่ผมชอบมากที่สุด.(เป็นกรรมของ like).
  • What (อะไร,สิ่งที่)  ใช้แทนนามที่เป็นสิ่งของ นามที่ What ไปแทนทำหน้าที่เป็นประพันธ์สรรพนามนั้นไม่ต้องปรากฏให้เห็นอยู่ข่างหน้าเหมือนประพันธ์สรรพนามตัวอื่น ทั้งนี้เพราะถูกละไว้ในฐานะที่เข้าใจแล้ว เช่น I  know  what  is  in  the  box.  ฉันรู้ว่าอะไรอยู่ในกล่องใบนี้.
  • When (เมื่อ,ที่)  ใช้แทนนามที่เกี่ยวกับเวลา ,วัน,  เดือน,ปี  เช่น  Sunday  is  the  day  when  we  don’t  work.  วันอาทิตย์คือวันที่เราไม่ทำงาน.
  • Why (ทำไม)   ใช้แทนนามที่เป็นเหตุผล  (ส่วนมากใช้แทน reason ) เช่น This  is  the  reason  why  I  go  to  Hong  Kong. นี้คือเหตุผลที่ว่า ทำไมผมจึงไปฮ่องกง. 
  • That  (ที่,ซึ่ง)   ใช้แทนคน, สัตว์, สิ่งของ, และสถานที่ได้ แต่ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ 4  ประการอย่างใดอย่างหนึ่ง  อันได้แก่  :-
  1.  เป็นนามที่มีคุณสมบัติสูงสุดมาขยายอยู่ข้างหลัง เช่น  He is the tallest  man  that  I   have  ever seen. เขาเป็นคนสูงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา.   
  2. เป็นนามที่มีเลขจำนวนนับที่มาขยายอยู่ข้างหน้า  เช่น China  is  the  first  country  that  I am  going  to  visit. จีนเป็นประเทศแรกที่ข้าพเจ้าจะไปเที่ยว.
  3. เป็นนามที่มีคุณศัพท์บอกปริมาณมาขยายอยู่ข้างหน้า เช่น She has much money  that  she  give  me.  หล่อนมีเงินอยู่มากที่หล่อนจะให้ผม. 
  4.  เป็นสรรพนามผสมต่อไปนี้ตัวใดตัวหนึ่งปรากฏอยู่แล้ว คือsomeone,  somebody,  something,  anyone,  anything,  anybody,  anyone,  everything,  no  one,  nothing,  etc.  เช่น    There  is  nothing that  I can  do  for  you.   ไม่มีอะไรที่ผมจะช่วยคุณได้.
  5. 7.  Reflexive   Pronounสรรพนามสะท้อนหรือเน้น  ได้แก่บุรุษสรรพนามที่ 5  นั่นเอง  อันได้แก่   myself,  yourself,  ……. Themselves.   เวลาใช้มีวิธีใช้  4  อย่างคือ  :-
  6. เรียงไว้หลังประธาน  เมื่อต้องการเน้นว่าประธานเป็นผู้กระทำกิจนั้นด้วยตนเอง เช่น  I   myself  study  English.   ผมเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง.
  7. เรียงไว้หลังกริยา เมื่อบอกว่าผลการกระทำนั้นเกิดจากผู้กระทำเองเช่น   I  will  punish  myself  if  I do  mistakes  ผมจะลงโทษตัวเอง  หากผมทำผิด. 
  8. เรียงไว้หลังกรรม  เมื่อต้องการเน้นกรรมนั้นเช่น   I   spoke   to  the  President   himself .  ผมได้พูดกับตัวท่านประธานาธิบดีเอง.
  9. เรียงไว้หลังบุรพบท by วางไว้สุดประโยคทุกครั้งไป เมื่อต้องการแสดงว่าประธานผู้นั้นกระทำกิจนั้นโดยลำพังคนเดียว เช่น   Pranee makes her dress by herself.
  10. 8.  Distributive   Pronounวิภาคสรรพนาม   คือสรรพนามที่ใช้แทนคำนามในการแบ่งหรือจำแนกออกเป็นครึ่งหนึ่ง, สิ่งหนึ่ง, หรือตัวหนึ่ง  วิภาคสรรพนามที่นิยมใช้กันมากคือ
See also  [Update] English ESL Present perfect simple tense Powerpoint presentations - Most downloaded (70 Results) | present perfect simple tense - NATAVIGUIDES

each   แต่ละ,  either   คนใดคนหนึ่ง,   neither  ไม่ใช่ทั้งสอง  หรือไม่ใช่ทั้งสอง  เช่น

  There  are  ten  boy each   has  one  hundred  bath.   มีเด็กอยู่ 10  คน  แต่ละคนมีเงินอยู่คนละ  100  บาท.

*   ข้อสังเกต   วิภาคสรรพนามถ้าใช้ลอยๆเป็นสรรพนาม  แต่ถ้าใช้โดยมีนามอื่นตามหลังจะเป็นคุณศัพท์     

                      

Article

                 Article   คือ คำที่ใช้นำหน้านาม    คือคำนามในภาษาอังกฤษทุกตัว เวลาพูด-เขียนจะต้องมี Article นำหน้าทั้งสิ้น(ยกเว้นบางตัวที่จะกล่าวต่อไป) 

                   Article  มีอยู่ 2 ชนิดคือ

  1. Indefinite Article คือคำนำหน้านามแล้วมีความหมายทั่วไป  อันได้แก่  A  , An.
  2. Definite Article คือคำนำหน้านามแล้วมีความหมายชี้เฉพาะ  ได้แก่  The .

                                 

หลักทั่วไปของการใช้   A

                  คือเมื่อ  A  นำหน้านามใดนามนั้นต้องมีลักษณะครบ  4  ประการ อันได้แก่

  1. เป็นนามเอกพจน์
  2. เป็นนามนับได้
  3. เป็นนามที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ
  4. เป็นนามที่มีความหมายทั่วไป เช่นa book, a man, a bus, a pen

*  ข้อยกเว้น  ห้ามใช้  A นำหน้า  คือนามบางตัวที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ  แต่อ่านออกเสียงสระที่อยู่ถัดไป  นามตัวนั้นให้ใช้  AN  นำหน้าแทน  (มี   H  เท่านั้น)

หลักทั่วไปของการใช้  AN

     คือเมื่อ  AN  นำหน้านามใด  นามนั้นจะต้องมีลักษณะครบ 4  ประการ คือ

  1. เป็นนามเอกพจน์
  2. เป็นนามนับได้
  3. เป็นนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ คือ   A ,  E ,  I ,  O ,  U.
  4. เป็นนามที่มีความหมายทั่วไป

               *  ข้อยกเว้น   ห้ามใช้   AN  นำหน้าคือ  นามบางตัวที่ขึ้นต้นด้วยสระ  แต่อ่านออกเสียงเป็นพยัญชนะ”ย”  นามตัวนั้นให้ใช้  A  นำหน้าแทน  (มี   U  และ  E  เท่านั้น).

           นามต่อไปนี้ห้ามใช้ทั้ง A  และ AN  นำหน้าเด็ดขาด

  1. นามที่นับไม่ได้ทุกชนิด
  2. นามพหูพจน์ทุกชนิด

                      

หลักทั่วไปของการใช้  THE

          คำว่า The แปลว่า นั้น,นี้ คือเป็นการชี้เฉพาะถึงสิ่งที่รู้กันอยู่แล้ว   ซึ่ง The ใช้นำหน้านามได้ทุกชนิด ทุกประเภท  นั่นคือ

  1. เป็นนามเอกพจน์   ก็ใช้  The  นำหน้าได้
  2. เป็นนามพหูพจน์   ก็ใช้  The  นำหน้าได้
  3. เป็นนามที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ  ก็ใช้  The  นำหน้าได้
  4. เป็นนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ    ก็ใช้  The  นำหน้าได้ (แต่ให้อ่านว่า ดิ )
  5. เป็นนามที่นับได้  ก็ใช้  The  นำหน้าได้
  6. เป็นนามที่นับไม่ได้  ก็ใช้  The  นำหน้าได้
  7. แต่นามที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะต้องมีความหมายชี้เฉพาะเจาะจงเท่านั้น เช่น.

            The water in the bottle is very poor. น้ำที่อยู่ในขวดนี้เย็นมาก.

            นามต่อไปนี้ห้ามใช้ the  นำหน้า

  1. นามที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ
  2. นามที่ระบุไว้ในหัวข้อว่าห้ามใช้  the  นำหน้า (ซึ่งมีข้อห้ามมากมายแต่จะไม่กล่าวถึง เช่น อาการนาม,ชื่อเฉพาะของคน,ชื่อถนน ,ชื่อวัน, เดือน, ปี, ลัทธิ,ศาสนา เป็นต้นซึ่ง ห้ามใช้ ทั้ง a, an,และthe นำหน้า)

     * อนึ่งแม้ลักษณะของประโยคจะไม่มีคำบ่งชี้เฉพาะเอาไว้  แต่ถ้านามนั้นเป็นที่รู้จักกันดีระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง  ก็ให้ใช้ the  นำหน้าได้ เช่น

When you go out, don’t forget to close a door. เมื่อคุณออกไปข้างนอก อย่าลืมปิดประตู(บานไหนก็ได้)นะ.

When you go out, don’t forget to close the door. เมื่อคุณไปข้างนอก อย่าลืมปิดประตู(บานนั้น)นะ.

การใช้  a, an, the แบบระคน

–       ถ้านามนั้นไม่มีบุรพบทวลีหรืออนุประโยคมาขยายอยู่ข้างหลังให้ใช้    a,  an   ทันที เช่น

A boy like to see monkey. เด็กชอบดูลิง.

See also  [NEW] Các be going to là thì gì | be going to - NATAVIGUIDES

–       ถ้านามนั้นมีบุรพบทวลีหรืออนุประโยคมา ขยายอยู่ข้างหลัง ให้ใช้    the   ทันที เช่น

The man in this room is our teacher. ผู้ชายที่อยู่ในห้องนี้เป็นครูของเรา.

           * มีหลักพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ  นามใดก็ตามที่เป็นเอกพจน์นับได้  ที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ ให้เติม a  , an  ทันที  แต่ถ้านามนั้นถูกยกขึ้นมากล่าวอีกเป็นครั้งที่   2  ให้เติม   the   ทันทีเช่น

   A black cat, the cat is fat. แมวตัวหนึ่งสีดำ แมวตัวนั้นอ้วน

*   อนึ่งยังมีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับคำนามบางตัวว่านามตัวใดใช้เฉพาะ a, an และนามตัวใดใช้เฉพาะ the   ซึ่งเป็นคำนามพิเศษ แต่ในที่นี้จะไม่กล่าวถึง

 

[NEW] | คํานําหน้าชื่อภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

เรื่องชื่อในภาษาอังกฤษเป็นอีกหัวข้อที่หลายๆคนงงกัน ตอนไหนเราต้องใช้ชื่อจริง ตอนไหนต้องใช้นามสกุล ตอนไหนใช้ชื่อเล่นได้ ชื่อกลางคืออะไร ตอนไหนต้องใช้คำนำหน้าชื่ออะไร

ใครที่มีข้อสงสัยเหล่านี้อยู่ในหัวก็สามารถวางใจได้ เพราะในบทความนี้ ชิววี่ได้รวบรวมคำอธิบายต่างๆเกี่ยวกับชื่อและคำนำหน้าชื่อในภาษาอังกฤษ ให้เพื่อนๆได้ทำความเข้าใจกัน ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

คำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษภาษาไทยMissเด็กหญิง, นางสาวMrs.นางMr.นายMaster*เด็กชายBuddhist Monkพระสงฆ์Rev.บาทหลวงMom Luang (M.L.)หม่อมหลวงMom Rajawong (M.R.)หม่อมราชวงศ์Mom Chao (M.C.)หม่อมเจ้าEmeritus Professorศาสตราจารย์เกียรติคุณProfessor (Prof.)ศาสตราจารย์Assistant Professor (Asst. Prof.)ผู้ช่วยศาสตราจารย์Associate Professor (Assoc. Prof.)รองศาสตราจารย์

ข้อมูลในตารางดัดแปลงมาจากกรมกงสุล กระทรวงต่างประเทศ

*สมัยก่อนจะใช้ master กับเด็กผู้ชาย แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครใช้กันแล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ mister (Mr.) กับทั้งผู้ใหญ่และเด็กผู้ชายเลย

คำนำหน้าชื่อ Ms. คืออะไร

นอกจากในตารางแล้ว
ยังมีคำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษอีกอันคือ Ms. (อ่านว่า
miz) ที่สามารถใช้ได้กับผู้หญิงทั้งที่แต่งงานแล้วหรือยังไม่ได้แต่งงาน
มักใช้ในเชิงธุรกิจ หรือในกรณีที่เราไม่แน่ใจว่าเค้าแต่งงานรึยัง

ทำไมบางที่ใช้ Mr. แต่บางที่ก็ใช้ Mr จำเป็นต้องใส่จุดมั้ย

ถ้าเป็น American English จะนิยมใช้จุด (เช่น Mr. และ Mrs.) ส่วน British English จะนิยมละจุดไว้ (เช่น Mr และ Mrs) การเลือกว่าจะใช้จุดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ในภูมิภาคไหน ติดต่อกับใคร หรือองค์กรที่เราอยู่ยึด style guide (ระเบียบการใช้ภาษา) ของอะไร

สรุปการใช้คำนำหน้าชื่อ

ในกรณีที่เป็นทางการ เราจะใช้

  • Mr. + last name ใช้เรียกผู้ชาย
  • Miss + last name ใช้เรียกผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน
  • Mrs. + last name ใช้เรียกผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว
  • Ms. + last name ใช้เรียกผู้หญิงที่แต่งงานแล้วหรือยังก็ได้ มักใช้ในทางธุรกิจ เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ถ้าเราไม่รู้ว่าเค้าแต่งงานแล้วหรือยัง
  • อาจใช้คำหน้าชื่ออื่นแทนตามความเหมาะสม เช่น Prof. + last name

ระบบชื่อภาษาอังกฤษ

DonaldJohnTrumpชื่อจริง
First name
Given name
Real nameชื่อกลาง
Middle nameนามสกุล
Last name
Surname
Family name

คำว่า full name หมายถึงชื่อเต็มทั้งหมด ซึ่งในตัวอย่างนี้คือ Donald John Trump

ชื่อจริง

  • ภาษาอังกฤษเรียก first name, given name หรือ real name
  • มักใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ เช่น ใช้เรียกชื่อเพื่อน คนสนิท

ชื่อกลาง

  • ภาษาอังกฤษเรียก middle name
  • ไม่ค่อยได้ใช้ เมื่อเทียบกับชื่อจริงและนามสกุล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือประธานาธิบดีของอเมริกา Donald Trump หลายๆคน (โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่ชาวอเมริกัน) ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อกลางของเค้าคือ John
  • ในการใช้ บางทีก็จะย่อเหลือแค่ตัวอักษรตัวแรก เช่น Donald J. Trump
  • บางคนก็มีชื่อกลางมากกว่าหนึ่งชื่อ บางคนก็ไม่มีชื่อกลางเลย

นามสกุล

  • ภาษาอังกฤษเรียก last name, surname หรือ family name
  • มักใช้สื่อถึงความเป็นครอบครัวเดียวกัน เช่น ลูกจะใช้นามสกุลตามพ่อแม่ หรือฝ่ายหญิงอาจเปลี่ยนนามสกุลตามฝ่ายชายเมื่อแต่งงาน
  • มักใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ หรือเพื่อความสุภาพ เช่น ใช้เรียกเจ้านาย ใช้ในทางธุรกิจ ในพิธีการต่างๆ โดยต้องใช้ร่วมกับคำนำหน้าชื่อ อย่างเช่น Mr. Trump

ชื่อเล่น

  • ภาษาอังกฤษเรียก nickname
  • ในไทย ทุกคนจะถูกตั้งชื่อเล่นตั้งแต่เกิด และมักจะเรียกชื่อเล่นกันเป็นหลัก แต่ในภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเหมือนในไทย เราอาจใช้ชื่อเล่นในกรณีที่สนิทกัน หรือเจ้าตัวต้องการให้เรียกด้วยชื่อเล่น
  • ชื่อเล่นในภาษาอังกฤษ อาจเป็นชื่อที่ย่อจากชื่อจริง (เช่น Elizabeth -> Beth) เพื่อให้เรียกง่ายขึ้น หรือเป็นฉายาหรือชื่อสั้นๆที่คนรู้จักตั้งให้ก็ได้

ลำดับการเขียน

การเขียนจะเรียงลำดับคล้ายไทย คือ ชื่อจริง + ชื่อกลาง (ถ้ามี) + นามสกุล เช่น Donald John Trump หรือ Donald Trump (กรณีที่ไม่ใช้ชื่อกลาง)

แต่สำหรับบางกรณี อย่างในเปเปอร์งานวิจัย หรือเอกสารรายชื่อของบางที่ เราอาจเขียนโดยเอานามสกุลขึ้นก่อน ซึ่งจะต้องใช้คอมม่า (,) คั่นระหว่างชื่อจริงกับนามสกุล เช่น Trump, Donald

การเรียกชื่อในภาษาอังกฤษ

คุยกับคนรู้จักในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ ให้ใช้ชื่อจริง

Hi, Donald, how are you?
สวัสดีโดนัลด์ เป็นยังไงบ้าง

ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ ถ้าซี้กันมาก หรือเจ้าตัวต้องการให้เรียกชื่อเล่น เราก็สามารถใช้ชื่อเล่นได้

Hello, Beth, where are you going?
สวัสดีเบธ จะไปไหน

See also  [Update] วิธีแก้แฟน เมื่อไม่สนใจเรา ไม่โทรหา | เมื่อ แฟน ไม่ สนใจ - NATAVIGUIDES

การถามถึงคนที่เราไม่รู้ว่าคู่สนทนารู้จักรึเปล่า ให้ใช้ทั้งชื่อและนามสกุล

Do you know Donald Trump?
คุณรู้จักโดนัลด์ทรัมป์รึเปล่า

ใช้คำนำหน้าชื่อพร้อมนามสกุลในสถานการณ์ที่เป็นทางการ

Mr. Trump, it’s my pleasure to meet you.
คุณทรัมป์ ยินดีที่รู้จักนะครับ/คะ

ทีนี้เพื่อนๆก็คงจะเข้าใจระบบชื่อและการใช้คำนำหน้าชื่อในภาษาอังกฤษกันมากขึ้นแล้วนะครับ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time


articles คำนำหน้านาม a anใช้อย่างไร


แนะนำเรื่อง คำนำหน้านาม Determiners ชนิดต่างๆ เบื้องต้น และ articles คำนำหน้านาม a anใช้อย่างไร

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

articles คำนำหน้านาม a anใช้อย่างไร

Article (a,an ,the) คำนำหน้านาม| สรุปแกรมม่า 5 นาที | 5 minutes English


ง่ายๆเพียง 5 นาที เรียนภาษาอังกฤษเริ่มต้นจากพื้นฐาน article คือคำนำหน้านาม a, an, the สรุป grammar 5 นาที

Article (a,an ,the) คำนำหน้านาม| สรุปแกรมม่า 5 นาที | 5 minutes English

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่องสัตว์ต่างๆ l พร้อมรูปและคำอ่าน l คำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


วีดีโอสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ มาพร้อมกับรูปสัตว์ คำอ่าน คำแปล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ เรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่องสัตว์ต่างๆ l พร้อมรูปและคำอ่าน l คำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

Grammar 5 นาที : Article ( a,an,the) : คำนำหน้านาม


เนื่องในโอกาสวันพ่อในปี 2557 นี้ จึงอยากทำดีเพื่อพ่อโดยจัดทำวีดีโอให้ความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ โดยจัดทำเป็นเนื้อหาสั้นๆ ตอนละประมาณ 5 นาที โดยใช้ชื่อว่า \”Grammar 5 นาที\” หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ชมนะคะ สามารถติดตามได้ที่ Facebook : Miss Noon
On the 5th of December is Father’s day in Thailand, since 2014 I would like to make the goodness for our father of Thailand so I make the videos about grammar for Thais who interested in English which the topic is \”Grammar 5 mins\” contact on Facebook : Miss Noon

Grammar 5 นาที : Article ( a,an,the) : คำนำหน้านาม

#How to address people วิธีการใช้คำนำหน้าชื่อเป็นภาษาอังกฤษ #9


Address people (แอด เดรส พี เพิ่ล )= คำนำหน้าชื่อ , คำนำหน้านาม
Sir (เซ่อร์)= ท่าน , คุณผู้ชาย
ตัวอย่าง Jay : Excuse me sir! Do you know what time is it?
(เจย์: อิ่ก คิวซ์ มี เซอร์! ดู ยู โหน๋ว วอท ทาม อี๊ท อิท?)
เจ: ขออภัยครับ คุณรู้ไหม ตอนนี้เวลากี่โมงแล้ว.

Dav : It’s 6 p.m. (อิทสึ ซิกส์ พี เอ็ม)
เดฟ : มันเป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว
Miss (Ms) อ่านว่า มิส แปลว่า นางสาว (ใช้สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว)
Mister (Mr) อ่านว่า มิสเตอร์ แปลว่า นาย (ใช้เรียกผู้ชาย)
Missis (Mrs) อ่านว่า มิสซิส แปลว่า นาง (ใช้สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว) ตัวอย่าง Ms. : Excuse me Mr.Bond.
Mr. : Yes
Ms.: You have a meeting with Mr.and Mrs.Smith at2 p.m.
Mr. : Thank you Ms. Laxi for reminding me.
Ms. : No problem Sir.

คำเรียกใช้คำนำหน้านามอื่นๆ เช่น
Ma’am อ่านว่า แหม่ม ใช้เรียกแทนความหมายว่า คุณผู้หญิง
Madam อ่านว่า มาดาม ใช้เรียกผู้หญิงสูงอายุแปลว่าคุณผู้หญิงเช่นกัน
Professor อ่านว่า โปรเฟสเซ่อะ แปลว่า ศาสตราจารย์
Doctor อ่านว่า ด๊อกเถ่อะ แปลว่า คุณหมอ
Lady อ่านว่า เลดี้ แปลว่า สุภาพสตรี
Gentleman อ่านว่า เจนเทิ่ลแมน แปลว่า สุภาพบุรุษ
๑๑เรียนภาษาอังกฤษฟรีกับเราที่ www.Goblackboard.com 🙂 ๑๑
Learn how to speak English FREE with us at :
http://www.goblackboard.com
http://www.fackboock.com/goblackboard

#How to address people วิธีการใช้คำนำหน้าชื่อเป็นภาษาอังกฤษ #9

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ คํานําหน้าชื่อภาษาอังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.