Home » [Update] พจน์ของคำนาม (The Number of Nouns) ภาษาอังกฤษ | woman พหูพจน์ – NATAVIGUIDES

[Update] พจน์ของคำนาม (The Number of Nouns) ภาษาอังกฤษ | woman พหูพจน์ – NATAVIGUIDES

woman พหูพจน์: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ได้ชี้แจงให้ทราบแล้วว่าคำนามที่ใช้ในทางไวยากรณ์นั้น เราดูแต่เพียงว่านามใดเป็นนามนับได้ (Countable Noun) นามใดเป็นนามนับไม่ได้ (Uncountable Noun) เนื่องจากกระทบกับกิริยา (Verb) ในเรื่องของ “พจน์” (Number) ส่งแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ

1. เอกพจน์ (Singular Number) หมายถึง “หนึ่ง” 2. พหูพจน์ (Plural Number) หมายถึง “มากกว่าหนึ่ง” และนามนับได้ (Countable Noun) เท่านั้นที่มีรูปเป็นพหูพจน์ (Rural Number) ได้

การสร้างรูปนามพหูพจน์ (Formation of the Plural Nouns)
การสร้างรูปนามพหูพจน์โดยทั่วไป ใช้ -S เติมท้ายที่นามเอกพจน์ (Singular Number) เช่น
book – books
day    – days
cat – cats
horse – horses
dog – dogs
judge – judges
bird – birds
mouth – mouths

แต่คำนามต่อไปนี้มีการสร้างรูปพหูพจน์ที่แปลกออกไป แต่ยังสรุปเป็นกฎได้ดังนี้
1) คำที่ลงท้ายด้วย -s, -sh, -ch, -x และ -z ให้เติม -es เช่น
glass – glasses
church – churches
brush – brushes
box    – boxes

2) คำที่ลงท้ายด้วย -o และ -o อยู่หลังพยัญชนะ ให้เติม -es เช่น
negro – negroes
hero – heroes
potato – potatoes
volcano – volcanoes

หมายเหตุ กลุ่มนี้มีคำยกเว้นอยู่หลายคำซึ่งแยกเป็น 2 กรณีดังนี้
1. คำที่ลงท้าย -o แต่ -o อยู่หลังสระ ให้เติม -s เช่น
cuckoo – cuckoos
curio – curios
cameo – cameos
studio – studios
bamboo – bamboos
radio – radios
portfolio – portfolios

2. คำที่รับมาจากภาษาอื่นๆ    เช่น
paino – painos
kilo – kilos
photo – photos
memento – mementos
dynamo –    dynamos
solo    – solos
magneto –    magnetos

3. คำที่ลงท้าย -y และ -y อยู่หลังพยัญชนะให้เปลี่ยน “v” เป็น แล้วเติม -es เช่น
laiy – ladies
army – armies
story – stories
fly    – flies

หมายเหตุ คำที่ลงท้าย – y แต่ – y อยู่หลังสระ (VowelI ให้เติม -s เช่น
valley – valleys
boy    – boys
donkey – donkeys
key    – keys

4) คำที่ลงท้ายด้วย -f หรือ -fe ให้เปลี่ยน -f หรือ -fe เป็น -V แล้วเติม -es เช่น
leaf – leaves
loaf    – loaves
wife – wives
half    – halves
thief – thieves

หมายเหตุ คำต่อไปนี้เป็นคำยกเว้น (Exception) ซึ่งให้เติม -s เท่านั้น คือ
roof     gulf     cliff     reef     proof   chief   hoof   turf   safe   dwarf   grief belief

แต่มีบางคำใช้ได้ 2 รูป คือ
scarfs หรือ scarves
staffs หรือ staves
wharfs หรือ wharves
hoofs หรือ hooves

รูปพหูพจน์นอกเหนือกฎ (Irregular Nouns)
1. มีคำนามอยู่ 8 สำ ใช้วิธีการเปลี่ยนรูปพหูพจน์โดยการเปลี่ยนเสียงสระ (Vowel) ภายในคำ เช่น
man    – men (และรูปผสมของ man คือ gentleman – gentlemen)
woman – women
louse – lice
tooth    – teehth
dormouse – dormice
foot    – feet
goose – geese
mouse  – mice

2. นามบางคำมีรูปเอกพจน์ และพหูพจน์ เป็นรูปเดียวกัน เช่น sheep swine deer fish (และรูป fishes ด้วย) นอกจากนี้ รวมทั้งชื่อของสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใช้ในความหมายแสดงการล่า (hunting) หรือเป็นความหมายของเกมส์กีฬาต่างๆ เช่น
To hunt elephant, antelope etc.
To shoot wild duck, grouse etc.
To catch salmon, trout etc.

นอกจากนี้ยังมีนามรูปพหูพจน์ (ในรูปเอกพจน์) ซึ่งแสดงจำนวน (number) และแสดงการชั่งนํ้าหนัก (measurement of weight) เช่น
two dozen eggs, three hundred pounds
four thousand people, two gross of pencils
three score years, two stone of polatoes
four hundredweight of coal, 10,000 candle-power
20 horse-power, forty head of cattle
two yoke of oxen, และ
2,300,501 = two million three hundred thousand five hundred and one

หมายเหตุ
1. คำเหล่านี้ (ยกเว้น “gross”) จะต้องเติม -s ข้างท้าย เมื่อไม่มีจำนวนเลขอยู่ข้างหน้า เช่น dozens of eggs, hundreds of pounds, scores of times, hundredweights of coal

2. บางครั้งเมื่อมีจำนวนเลขอยู่ข้างหน้า อาจใช้ได้ทั้ง 2 รูป เช่น
He weighs twelve stones. หรือ He weighs twelve stone.
He is six feet tall. หรือ He is six foot tall.

คำต่อไปมีรูปเป็นพหูพจน์เท่านั้น แต่ใช้เป็นทั้งนามเอกพจน์และพหูพจน์ คือ
barracks, species, series, means, works (และรูปผสมของ “works” เช่น gas-works, iron-works etc. และรวมทั้ง Proper Noun ต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย เสียง “s” เช่น Swiss, Chinese, Japanese, Portuguese และ Viennese

3) มีคำนาม 3 คำที่ทำรูปพหูพจน์โดยการเติม -en คือ
child – children
ox – oxen
brother – brethren

หมายเหตุ ปกติรูปพหูพจน์ของ brother คือ brothers แต่รูป brethren ถูกใช้เป็นรูปพหูพจน์จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 แต่ปัจจุบันนี้รูป brethren ถูกใช้ในความหมาย “สมาชิกต่างๆ ในสมาคมเดียวกันหรืออยู่ในหลักศาสนาเดียวกัน”

รูปนามพหูพจน์ที่เป็นคำต่างประเทศ (Foreign Plurals)
มีคำจากภาษาต่างประเทศหลายคำที่ถูกนำมาใช้ในภาษาอังกฤษจึงมีรูปพหูพจน์ตามรูปเดิมของมัน คำภาษาต่างประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากภาษาลาติน (Latin) และภาษากรีก (Greek) เช่น
จากภาษาลาติน (Latin)
axis    – axes
bacillus – bacilli
medium  –    media
stratum – strata
bacterium     – bateria
locus – loci
radius – radii
corrigendum – corrigenda
addendum  – addenda
erratum – errata
larva     – larvae
nebula – nebulae

จากภาษากรีก (Greek) เช่น
Analysis – analyses
Basis – bases
Crisis – crises
hypothesis – hypotheses
thesis – theses
phenomenon – phenomena
criterion –    oriteria
oasis – oases

คำภาษาต่างประเทศบางคำถูกใช้ในภาษาอังกฤษนานแล้ว จึงมีรูปพหูพจน์ 2 รูป คือ รูปพหูพจน์จากของเดิม และรูปพหูพจน์ตามแบบอังกฤษโดยการเติม -es  เช่น
appendix    –    appendixes, appendices
formula    –    formulae, formulas
terminus    –    termini, terminuses
fungus    –    fungi, funguses
retina    –    retinae, retinas
cactus    –    cacti, cactuses
focus    –    foci, focuses
aquarium    –    aquaria, aquariums
curriculum –    curricula, curriculums
maximum    –    maxima, maximums
memorandum    – memoranda, memorandums
minimum    –    minima, minimums
sanatorium    –    sanatoria, sanatoriums
vortex    –    vortices, vortexes
automaton    –    automate, automatons

คำหลายคำรับมาจากภาฝรั่งเศส (French) และภาษาอิตาเลียน (Italian) จึงมีรูปพหูพจน์จากรูปเดิมและรูปพหูพจน์แบบอังกฤษ โดยการเติม -s เช่น

bureau – bureaux, bureaus
tableau – tableaux, tableaus
portmanteau – portmanteaux, portmanteaus
adieu    – adieux, adieus
trouseau – trouseaux, trouseaus
bandit    – banditti, bandits
libretto – libretti, librettos
soprano – soprani, sopranos
virtuoso – virtuosi, virtuosos

bureau – bureaux, bureaustableau – tableaux, tableausportmanteau – portmanteaux, portmanteausadieu – adieux, adieustrouseau – trouseaux, trouseausbandit – banditti, banditslibretto – libretti, librettossoprano – soprani, sopranosvirtuoso – virtuosi, virtuosos

See also  7 แนวทางหาเงินด้วยตัวคนเดียว | งาน อดิเรก ทํา เงิน | Nataviguides

นอกจากนี้มีคำจากภาษาต่างประเทศอีกหลายคำมีรูปพหูพจน์ตามแบบอังกฤษแล้ว เช่น
bonuses, choruses, circuses, isthmuses, omnibuses, prospectuses, areas, arenas, encyclopaedias, eras, ideas, panaceas, peninsulas, sonatas, solos, umbrellas, villas, albums, asylums, chrysanthemums, museums, irises, demons

รูปพหูพจน์ของนามผสม (Plurals of Compund Nouns)
นามผสมส่วนใหญ่ จะแสดงรูปพหูพจน์ของมันที่คำหลัก (headword) เช่น
schoolroom    – schoolrooms
housewife    –    housewives
armchair    – armchairs
washerwoman    –    washerwomen
horseman    – horsemen
tooth-brush    –    tooth-brushes

รวมทั้งนามผสมบางตัวซึ่งมิได้มีฐานเดิมจากคำนามก็ตาม เช่น
handful    – handfuls
outbreak    –    outbreaks
breakdown    – breakdowns
forget-me-not    –    forget-me-nots
drawback    – drawbacks

หรือนามผสมที่แยกเขียนเป็น 2 คำก็ตาม เช่น
ticket collector    – ticket collectors
girl guide    –    girl guides
boy friend    – boy friends
boy scout    –    boy scouts
watch repairer    – watch repairers
motor show    –    motor shows

หรือนามผสมที่มีวลี (Phrase) ขยาย เช่น
father-in-law    – fathers-in-law
passer-by    –    passers-by
commander-in-chief    – commanders-in-chief
justice-of-the-peace –    justices-of-the-peace
man-of-war    – men-of-war
governor-general    –    governors-general
looker-on    – lookers-on
court-martiel    –    courts-martial

แต่นามผสมต่อไปนี้แสดงรูปพหูพจน์ทั้ง 2 คำ เช่น
man servant    – men servants
teacher doctor    –    teachers doctors
gentleman farmer    – gentlemen farmers
Lord-justice    –    Lords-justices
woman servant    – women servants
Knight – Templar    –    Knights – Templars
man student    – men students

คำนามที่มีรูปพหูพจน์เสมอ (Nouns with no Singular Forms)
คำนามประเภทนี้ เมื่อแบ่งตามลักษณะการใช้งานในประโยคแล้ว จะแยกออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้
1. นามรูปพหูพจน์ และใช้ในลักษณะพหูพจน์
2. นามรูปพหูพจน์ แต่ใช้ในลักษณะเอกพจน์

นามรูปพหูพจน์และใช้ในลักษณะพหูพจน์ แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
1. เป็นนามเครื่องนุ่งห่ม เช่น
trousers, breeches, knickers, pants, pyjamas, shorts, drawers, clothes

2. เป็นนามเครื่องมือเครื่องใช้ที่ประกอบด้วย 2 ส่วน เช่น
scissors, shears, pliers, pineers, spectacles, glasses, tongs, bellows
คำ “pair” มักจะถูกนำมาใช้กับคำนามประเภทนี้ เช่น
a pair of trousers ฯลฯ

3. ชื่อของเชื้อโรค เช่น mumps, measles

4. ชื่อของเกมส์ต่างๆ เช่น billiards, cards, bowls, dominoes, draughts

5. คำอื่นๆ เช่น alms, riches, eaves, scales

(สำหรับการชั่งน้ำหนัก) contents (เกี่ยวกับหนังสือ ฯลฯ) goings-on, gentry, dregs, oats, credentials, tidings, soap-suds, winnings, sweepings, surroundings, ashes (จากไฟ แต่จากบุหรี่ใช้ ash) และนามต่อไปนี้ซึ่งนิยมใช้ในรูปพหูพจน์มากกว่ารูปเอกพจน์ คือ
whiskers, shavings, savings, filings

อย่างไรก็ดี ถ้าคำรูปพหูพจน์ดังกล่าวข้างต้น ถูกนำใช้ในลักษณะประกอบคำนาม (Noun Modifiers) ในรูปนามผสม จะต้องคืนร่างเป็นรูปเอกพจน์ เช่น
My trouser leg; oat cakes; a card table

นามรูปพหูพจน์แต่ใช้ในลักษณะเอกพจน์ มีดังนี้ :-
news, innings, gallows, works, physics, phonetics และรวมทั้งชื่อวิชาต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย -ics

อย่างไรก็ดี ชื่อวิชาต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย -ics อาจใช้ในลักษณะพหูพจน์ก็ได้ เช่น Politics have (has) always interested me. Mathematics is (are) well taught at that school.

รูปพหูพจน์ของคำใช้นำชื่อคน (Forms of Address)

รูปเอกพจน์
รูปพหูพจน์

สำหรับชายที่แต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงาน
Mr. Brown
Messrs. BrownThe two Mr. BrownsMr. John (Brown) and Mr. Henry Brown.หมายเหตุ  รูป Messrs. เป็นรูปย่อของ “Messieurs” ซึ่งไม่เคยถูกเขียนเต็มในภาษาอังกฤษเลย ใช้ในภาษาธุรกิจเท่านั้น เช่น Messrs. Brown and Smith Ltd.

สำหรับหญิงยังไม่ได้แต่งงาน
Miss Brown
The Misses Brown; the Miss Browns; the two Miss Brown; Miss Margaret (Brown) and Miss Lillian Brown

สำหรับหญิงที่แต่งงานแล้ว
Mrs. Brown
The two Mrs. Brown; The two Mrs. Browns

ความสัมพันธ์ระหว่างประธานกับกริยา (The Agreement between Subject and Verb)
การที่เราเรียนรู้คำนามเอกพจน์ และพหูพจน์นั้นสำคัญในภาษาอังกฤษมาก เพราะจะต้องใช้กระทบกิริยา (Verb) ฉะนั้นเมื่อรู้จักนามพหูพจน์ในรูปต่างๆ ดีแล้ว จะต้องใช้กระทบกิริยาในลักษณะต่างๆ ต่อไปนี้

1. ประธานเอกพจน์ต้องใช้กับกิริยาเอกพจน์ และประธานพหูพจน์ต้องใช้กับกิริยาพหูพจน์ เช่น
The boy is here. The boys are here.

2. ในกรณีที่ Collective Noun เป็นประธานของประโยค อาจใช้ได้ใน 2 ลักษณะดังนี้
2.1 เมื่อ Collective Noun นั้นมีความหมายเป็นรายบุคคล หรือรายตัว (Individual) จะใช้เป็นนามพหูพจน์ เช่น
The football team are having baths and are then coming back here for tea.

The Government have discussed the matter for a long time but they have shown no signs of reaching agreement.

The family are very pleased about the news of William’s success.

2.2 เมื่อ Collective Noun มีความหมายเป็นกลุ่มหรือมีความหมายรวมบุคคลต่างๆ หรือสิ่งต่างๆ เป็นหน่วยเดียว จะใช้เป็นนามเอกพจน์ เช่น
The football team is playing well.
The Government has decided to pass the bill.
That family is a very happy one.

หมายเหตุ นาม “people, police, public, clergy และ cattle” ใช้กับกิริยาพหูพจน์เสมอ เช่น
The people of Norway are called Norwegians.
The police are making enquiries about the murder.
The public are requested not to leave litter in these woods.

3) ประธาน 2 ตัวขึ้นไปที่เชื่อมด้วย “and” ใช้กิริยาพหูพจน์ เช่น
The boy and his dog are here.

หมายเหตุ ถ้าประธาน 2 ตัวที่เชื่อมด้วย “and” แต่มีความหมายเป็นคนเดียวกัน หรือชุดเดียวกัน ใช้กิริยาเอกพจน์ เช่น
Brown bread and butter is usually eaten with smoked salmen.
Whisky and soda is his favourite drink.
The secretary and accountant of the company was present.

4) ประธานบางคำมีรูปเป็นพหูพจน์แต่เป็นหน่วยของเงิน, หน่วยของเวลา หรือหน่วยของระยะทาง ใช้เป็นเอกพจน์ เช่น
Ten years is a long time.
Five thousand pounds is a lot of money.
Ten miles is a long distance.

5) ชื่อเรื่อง (Title) บางเรื่องอาจมีรูปเป็นพหูพจน์ ใช้เป็นเอกพจน์ เป็นต้น เช่น
‘Modern Painters’ is one of Ruskin’s best known books.

6) ถ้าคำนามพหูพจน์คำหลังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวลี (phrase) (= adj. phrase) ให้ถือคำนามตัวแรกเป็นหลัก (นามตัวแรกเป็นประธานที่แท้จริง) เช่น

7) คำ 2 คำ ที่เชื่อมด้วย or หรือ either…or หรือ neither…nor ให้ถือคำตัวหลังเป็นหลัก เช่น
A cigar on a cigarette is very enjoyable.
Either the teacher or the students are to blame for the bad result.
Neither he nor they are wholly right.

8) ถ้าประธานเป็น Distributive Pronoun (สรรพนามเป็นรายตัว) หรือคำนามที่ใช้ Distributive Adject ขยาย ถือว่าเป็นประธานเอกพจน์ และใช้กับ possessive ที่เป็นเอกพจน์ เช่น
Every boy in the class is present.
Each of the boys has gained a prize.
Neither answer is correct.
Everybody is doing his best.

หมายเหตุ
1. ในภาษาพูดอาจใช้ Possessive ที่เป็นพหูพจน์ในกรณีที่ไม่ระบุเพศแน่นอน เช่น
Everyone was talking at the top of their voices.
When each person comes in, they must show their ticket.

See also  [Update] PANTIP.COM : H8486391 ใครอยากไปอยู่อเมริกาพร้อมครอบครัวโดยลงทุนราว$ 40,000 ขึ้นไปบ้าง [ชีวิตในต่างแดน] | อยาก ไป อยู่ อเมริกา - NATAVIGUIDES

2. ส่วนคำ “none” ใช้ได้ทั้งเอกพจน์ และหหูพจน์ เช่น
None of us is perfect.
None of the children in his class are bored with the Lesson.
I have checked your answers and none of them are correct.

3. คำ “number” ใช้ได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์โดยสังเกต ดังนี้
3.1 ถ้าใช้ในรูป “The number of + Plural Noun” ใช้เป็นเอกพจน์ (หมายถึงจำนวนหนึ่งของสิ่งต่างๆ) เช่น
The number of students in the class is small.
3.2 ถ้าใช้ในรูป “A number of + Plural Noun” ใช้เป็นพหูพจน์ (a number of = many) เช่น
A number of students were waiting for the lesson to begin.

9) ถ้าใช้ “it” เป็นประธานในลักษณะเน้น (emphatic) กิริยาตามประธาน “it” (it ในที่นี้เป็นประธานมิใช่บุคคล (Impersonal Pronoun)
“Who broke the window?”
“It was Henry and William.”
It is they who are wrong.

10) กิริยาใน Adjective Clause ให้ถือตาม Antecedent เช่น
Ant.
This is one of the best books that have ever been written on the subject.

11) ในประโยคที่ใช้ There + BE = มี ให้ถือประธานที่แท้จริงเป็นหลัก (Adv. + V + S) เช่น
There is a cherry tree in my garden.
There are cherry trees in my garden.

12) คำ Adj. บางคำ เมื่อมี “The” อยู่ข้างหน้า จะใช้เป็นนามพหูพจน์เสมอ เช่น The rich, The poor, The wounded, The dying, The wealthy, The drowning, etc. เช่น
The rich are usually welcome to the society.

ที่มา:อาจารย์ชำนาญ  ศุภนิตย์, ดร.สัญญา  จัตตานนท์,  อาจารย์สุทิน  พูลสวัสดิ์

[NEW] ข้อสังเกตการใช้Countable and Uncountable nouns | woman พหูพจน์ – NATAVIGUIDES

Countable nouns (เค้าเทเบิล นาวสฺ) คือ ชื่อของสิ่งต่างๆ บุคคล หรืออื่นๆ ที่เราสามารถนับเป็นชิ้นเป็นอันเป็นตัวได้ เช่น เราสามารถพูดว่า
เอกพจน์
one cup (วัน คัพ) ถ้วย 1 ใบ
one egg (วัน เอ้ก) ไข่ 1 ฟอง
พหูพจน์
two cups (ทู คัพสฺ) ถ้วย 2 ใบ
five eggs (ไฟ้วฺ เอ้กสฺ) ไข่ 5 ฟอง
Uncountable nouns (อันเค้าเทเบิล นาวสฺ) คือ ชื่อของสิ่งต่างๆ ที่เราไม่สามารถนับได้ เช่น เราไม่สามารถพูดว่า
one rice X            two rices X
ข้อสังเกต จากตัวอย่างที่ยกมา Countable nouns เป็นได้ทั้งรูปเอกพจน์ (singular form ซิงกิวเลอะ ฟอม) และพหูพจน์(plural form พลูเริล ฟอม) ส่วน Uncountable nouns มีเพียงรูปเอกพจน์ไม่สามารถวางคำแสดงจำนวนนับไว้ข้างหน้าได้ และไม่มีรูปพหูพจน์
ปกติหน้าคำนามนับได้รูปเอกพจน์ เรามักจะใช้คำ อาทิ a, an, one หรีออื่นๆ
ตัวอย่าง
I’ve got an egg. ฉันมีไข่ 1 ฟอง
He has a dog. เขามีสุนัข 1 ตัว
ในกรณีของคำนามนับได้พหูพจน์ และคำนามนับไม่ได้ เราอาจจะใช้คำว่า some (ซัม) แปลว่า “มีอยู่บ้าง” วางหน้านามก็ได้ หรืออาจจะไม่ใช้คำว่า some เลยก็ได้
ตัวอย่าง
We’ve got some oranges.     เรามีส้มอยู่บ้าง
There’s some petrol.         มีน้ำมันอยู่บ้าง
We’ve got oranges.             เรามีส้ม
There’s petrol.                 มีนํ้ามัน
คำนามต่อไปนี้เป็นคำนามนับไม่ได้ ได้แก่
advice (แอ็ดไวซฺ)    คำแนะนำ
bread (เบรด)        ขนมปัง
furniture (เฟอนิเชอะ) เครื่องเรือน
hair (แฮ)            ผมบนศีรษะ
information (อินฟอเมเชิ่น) ข้อมูล
money (มันนิ)        เงิน
news (นิวสฺ)        ข่าว
weather (เวเธอะ)    อากาศ
spaghetti (สปาเก็ททิ)    สปาเก็ตตี
ฉะนั้น
He’s got a bread. (ผิด)
He’s got some bread. (ถูก)
Her hairs are lovely. (ผิด)
Her hair is lovely.(ถูก)
ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า เราไม่สามารถนับคำนามที่เป็นนามนับไม่ได้ หากประสงค์จะนับจำนวนก็มีวิธี นั่นคือให้นับจำนวนภาชนะที่บรรจุคำนามนับไม่ได้ ได้แก่ glass (กลาส) = แก้ว, packet (เพ็กเค็ท) = ห่อ, carton (คาร์ทัน) = กล่อง, bottle (บ็อทเทิล) = ขวด, litre (ลิเทรอะ) = ลิตร, can (แคน = กระป๋อง, loaf (โลฟ) = ก้อน เช่น
a glass of water (เออะ กลาส ออฟ วอเทอะ) น้ำ 1 แก้ว
two packets of rice (ทู แพ็กเค็ทสฺ ออฟ ไรซฺ) ข้าว 2 ห่อ
three cartons of milk
(ธรี คาร์ทันสฺ ออฟ มิลคฺ)
นม 3 กล่อง
A bottle of oil
(เออะ บ็อททึ่น ออฟ ออย)
น้ำมัน 1 ขวด
two cans of lemonade
(ทู แคนสฺ ออฟ เลเมอะเนด)
นํ้ามะนาว 2 กระป๋อง
A loaf of bread
(เออะ โลฟ ออฟ เบรด)
ขนมปัง 1 ก้อน
ข้อสังเกต He’s got some bread. (นับไม่ได้)
He’s got a loaf of bread. (นับได้)
There’s some milk. (นับไม่ได้)
There are three cartons of milk. (นับได้)
คำนามส่วนมากในภาษาอังกฤษจัดอยู่ในประเภทของคำนามนับได้ นั่นก็หมายถึงว่า คำนามประเภทนี้มีทั้งรูปเอกพจน์ (singular form ซิงกิวเลอะ ฟอม) และรูปพหูพจน์ (plural form พลูเริล ฟอม) ซึ่งกฎเกณฑ์ในการเปลี่ยนคำนามนับได้จากรูปเอกพจน์เป็นรูปพหูพจน์มีดังนี้
1. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ส่วนมากเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยการเติม -s เช่น a book – two books, a bus stop – three bus stops, a holiday – five holidays, a computer game – computer games ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
I haven’t read a book for ages.
ผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งมานานแล้ว
พหูพจน์
I haven’t read books for ages.
ผมไม่ได้อ่านหนังสือมานานแล้ว
เอกพจน์
We need a holiday a year.
เราต้องการวันหยุดสักครั้งหนึ่งในหนึ่งปี
พหูพจน์
We need at least three holidays a year.
เราต้องการวันหยุดอย่างน้อยที่สุดสามครั้งในหนึ่งปี
2. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย -ss, -s, -ch, -sh, -x เปลี่ยน เป็นรูปพหูพจน์ได้โดยการเติม -es เช่น a class – two classes, a bus – many buses, a Swiss watch – a few Swiss watches, a dish – two dishes, a box – three boxes ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
I’m in class 4.
ผมเรียนอยู่ชั้น ป.4
พหูพจน์
I have two classes today.
วันนี้ผมมีเรียนสองวิชา
เอกพจน์
Put that box over there.
วางกล่องใบนั้นที่โน่น
พหูพจน์
Put those boxes over there.
วางกล่องเหล่านั้นที่โน่น
3. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย -0 เปลี่ยนเป็นรูป พหูพจน์โดยการเติม -es เช่น a potato – some potatoes, a tomato – many tomatoes แต่คำนามนับได้รูปเอกพจน์บางคำซึ่งมีเป็นส่วนน้อยที่เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยเติม –s เช่น a radio – many radios, a piano – two pianos, a photo – a lot of photos ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
Is that a potato ?
นั่นใช่มันฝรั่งหัวหนึ่งหรือเปล่า
พหูพจน์
Are those potatoes?
เหล่านั้นเป็นมันฝรั่งใช่ไหม
เอกพจน์
This is my photo.
นี้เป็นรูปถ่ายของผม
พหูพจน์
These are your photos.
รูปถ่ายเหล่านี้เป็นของคุณ
4. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย “อักษรพยัญชนะ + y” เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ดังนี้คือ “อักษรพยัญซนะ + ies” นั่นคือเปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -es โดยมีข้อแม้ว่าหน้า y ต้องเป็นอักษรพยัญชนะ เช่น a country – many countries, a baby – two babies, a lady – many ladies แต่ถ้าอักษรหน้า y ของคำนามนับได้รูปเอกพจน์นั้นเป็นอักษรสระ ได้แก่ a, e, i, o, u เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ โดยการเติม -s เช่น a day – three days, a boy – a few boys, a toy – many toys ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
We visited a country in Europe.
เราได้ไปเที่ยวประเทศหนึ่งในยุโรป
พหูพจน์
We visited many countries in Europe.
เราได้ไปเที่ยวหลายประเทศในยุโรป
เอกพจน์
I wil stay here for a day.
เราจะพักอยู่ที่นี่หนึ่งวัน
พหูพจน์
I will stay here for three more days.
เราจะพักอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสามวัน
5. คำนามนับได้รูปเอกพจน์บางคำมีรูปพหูพจน์โดยไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ดังกล่าวมา ต้องอาศัยการจำหรือใช้บ่อยๆ ได้แก่ a woman – two women, a man – men, a tooth – many teeth, a mouse – a few mice, a fish – a lot of fish, a sheep – many sheep, a child – few children, a person -people, a foot – feet, a louse – a few lice, a deer – deer, an ox – two oxen ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
That child is naughty.
เด็กคนนั้นซุกซน
พหูพจน์
Those children are naughty.
เด็กๆ เหล่านั้นซุกซน
เอกพจน์
A person just arrived here.
มีคนหนึ่งเพิ่งมาถึงที่นี่
พหูพจน์
A lot of people came here.
มีหลายคนมาที่นี่แล้ว    .
คำนามนับไม่ได้
คำนามนับไม่ได้ เป็นคำนามที่เราไม่สามารถนับได้โดยตรง คำนามประเภทนี้ มักใช้เครื่องตวงวัดเป็นเครื่องมือในการนับ ฉะนั้นจึงพอสรุปกฎเกณฑ์การใช้ได้ดังนี้
1. คำนามนับไม่ได้ไม่มีรูปพหูพจน์ เช่น rain, milk, money, ice, rice, work(งาน), snow, coffee, tea, air ฯลฯ
ตัวอย่าง
ผิด Coffees are bad for your health.
ถูก Coffee is bad for your health.
กาแฟเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ผิด If you need to change moneys, go to the bank.
ถูก If you need to change money, go to the bank.
ถ้าคุณต้องการแลกเปลี่ยนเงิน จงไปที่ธนาคาร
2. หากคำนามนับไม่ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งประธาน (subject ซับเจ็ก ทฺ) ของประโยค จะต้องใช้กริยาในรูปเอกพจน์ (singular verb ซิงกิวเลอะ เวิบ)
ตัวอย่าง
ผิด Rices are the basic ingredient of Eastern cooking.
ถูก Rice is the basic ingredient of Eastern cooking.
ข้าวเป็นส่วนประกอบหลักของการปรุงอาหารในซีกโลกตะวันออก
ผิด Waters are more important than food in the desert.
ถูก Water is more important than food in the desert.
ในทะเลทราย นํ้าสำคัญกว่าอาหาร
3. ไม่สามารถใช้ a, an หรือคำที่แสดงจำนวนตัวเลขเพื่อนับคำนามนับไม่ได้
ตัวอย่าง
ผิด My sister started a work when she was sixteen.
ถูก My sister started work when she was sixteen.
พี่สาวของผมเริ่มทำงานเมื่ออายุได้ 16 ปี
ผิด Last winter we had five ices on the lakes.
ถูก Last winter we had ice on the lake.
เมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา น้ำในทะเลสาบได้กลายเป็นน้ำแข็ง
4. หน้าคำนามนับไม่ได้ เราสามารถใช้ some, much, any, a lot of, (a) little, plenty of, lots of ได้ เมื่อกล่าวถึงปริมาณของสิ่งนั้น แต่ เราไม่ สามารถใช้คำว่า many, (a) few หน้าคำนามนับไม่ได้ ได้
ตัวอย่าง
ผิด We want to buy many breads.
ถูก We want to buy some bread.
เราต้องการซื้อขนมปัง
ผิด There’s a few petrol in the car.
ถูก There’s a little petrol in the car.
มีนํ้ามันเล็กน้อยในรถยนต์
5. คำนามบางคำสามารถเป็นได้ทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้ กล่าวคือ หากเป็นคำนามนับไม่ได้จะมีความหมายทั่วๆ ไป เช่น cheese (เนยแข็ง), glass (วัสดุแก้ว), paper (กระดาษ), iron (แร่เหล็ก), hair (ผมบนศีรษะ) แต่หากเป็นคำนามนับได้จะหมายถึงชนิดนั้นหรือมีความหมายเป็นอย่างอื่นเช่น 20 different cheeses (เนยแข็งชนิดต่างๆ 20 ชนิด), glasses (แว่นตา, แก้วน้ำ), a paper (หนังสือพิมพ์), an iron (เตารีด), a hair (ผม 1 เส้น)
ตัวอย่าง
นามนับไม่ได้
I hate cheese.
ผมเกลียดเนยแข็ง
นามนับได้
I bought 20 different cheeses.
ผมได้ซื้อเนยแข็งมา 20 ชนิด
นามนับไม่ได้
It’s made of glass.
มันทำมาจากวัสดุแก้ว
นามนับได้
I had a glass of Coca-Cola.
ผมมีเครื่องดื่มโคคา-โคลา 1 แก้ว
นามนับไม่ได้
Books are made of paper.
หนังสือทำมาจากกระดาษ
นามนับได้
Buy me a paper, please.
กรุณาซื้อหนังสือพิมพ์มาให้ผมด้วย
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

See also  [NEW] 20 คำคมจากหนังดังที่ยังอยู่ในความทรงจำของทุกคน | ต่างหาก - NATAVIGUIDES

(Visited 22,812 times, 2 visits today)


FAMILY AND FRIENDS 2 UNIT 15 WELL DONE .


PLURAl . Numbers
1) PLURAL ( man men , woman women , child children )
2) Numbers ( first , second , third , fourth …)
3) The race (SONG ) Who was the first ?
4) NG ( ring , king , swing ) , NK ( bank , sink , pink )
5) A Fairground Horse ( STORY )
Subscribe to our channel https://www.youtube.com/channel/UCqrhYOthxgLwoWPrhlE4NFQ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

FAMILY AND FRIENDS 2  UNIT 15 WELL DONE .

คำพหูพจน์ที่ไม่ต้องเติม S !


สอบถามเรื่องคอร์สได้ที่ไลน์ https://lin.ee/uVp0whL (@ajarnadam) หรือโทร 02 612 9300
รายละเอียดคอร์ส https://www.ajarnadam.tv/
FB: http://www.facebook.com/AjarnAdamBradshaw
IG: https://www.instagram.com/ajarnadam
Twitter: http://twitter.com/AjarnAdam
ภาษาอังกฤษ อาจารย์อดัม AjarnAdam

คำพหูพจน์ที่ไม่ต้องเติม S !

Grammar ไม่น่าเบื่อ EP06 : คำนามเอกพจน์และพหูพจน์


เล่า Grammar แบบเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ ได้ฝึกฝนจริงจัง
ติดตามผลงานอื่นๆ ของทีมเราได้ที่
http://www.proudbookshop.com
IG : https://www.instagram.com/proudbook
Facebook : https://www.facebook.com/proudbook
twitter : https://www.twitter.com/proudbook

Grammar ไม่น่าเบื่อ EP06 : คำนามเอกพจน์และพหูพจน์

Singular and Plural I Learning the Grammar


Learning the Grammar, will only enable the students to acquire mastery over the Language. In communication usage of Grammar is important for any language. Explaining grammar with stories and passages makes a better understanding. In this DVD session we have explained basic English grammar using stories and passages which will improve your spoken and written English.

Singular and Plural I Learning the Grammar

How to Learn English: -S Endings in English


Now you can learn English quickly by yourself at home for free step by step! This video describes the various ways to use s endings in English: plural nouns, third person singular verbs, possessives, singular and plural. The video helps teachers and students understand the rules for spelling, pronunciation and grammar associated with the s endings. Great for teaching English as a Second Language (ESL) and regular students in English classes.
For more information, check out the following:
Singular vs. Plural: https://eslgold.com/grammar/singular_plural/
Simple Present Tense: https://eslgold.com/grammar/simple_present/
Subject / Verb agreement: https://eslgold.com/grammar/subject_verb_agreement/

How to Learn English:  -S Endings in English

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ woman พหูพจน์

Leave a Reply

Your email address will not be published.