Skip to content
Home » [Update] บทเรียน รายวิชา การแปลเบื้องต้น 1 | ethnic แปลว่า – NATAVIGUIDES

[Update] บทเรียน รายวิชา การแปลเบื้องต้น 1 | ethnic แปลว่า – NATAVIGUIDES

ethnic แปลว่า: คุณกำลังดูกระทู้

ตัวอย่างการแปลข่าว

กลุ่มทนายต้องการให้ตรวจสอบทรัพย์สินผู้ตัดสิน

Group wants judges’ assets examined

Writer: BangkokPost.com

Published: 24/09/2009 at 03:58 PM

A group of independent lawyers on Thursday petitioned the National Anti-Corruption Commission to examine the assets and liabilities of the nine judges who gave the verdict that cleared all 44 defendants in the rubber saplings procurement case.

กลุ่มทนายอิสระวอนให้คณะกรรมมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้ตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้พิพากษาคดีเก้าคนที่ตัดสินให้จำเลย 44 คนพ้นจากคดีประมูลกล้ายาง

petition อ้อนวอน

asset ทรัพย์สิน

liability หนี้สิน

verdict คำตัดสินของคณะลูกขุน

defendant จำเลย

sampling ต้นอ่อนของต้นไม้

procurement การประมูล

Mr Picha said the not guilty verdict handed down by the Supreme Court’s Criminal Division for Holders of Political Positions on Sept 21 had aroused suspicion among people in society.

นายพิชากล่าวว่า คำตัดสินของแผนกคดีอาญาของศาลฎีกาให้นักการเมืองพ้นผิดกระตุ้นให้สังคมเกิดความสงสัย

guilty ความผิด

arouse กระตุ้น

suspicion สงสัย, เคลือบแคลง

He said on Sept 8, People’s Alliance for Democracy leader Sondhi Limthongkul said in an interview with the media that some of the defendants would try to bribe some of the judges and predicted that the judges would vote 8-1 to clear the defendants of all charges.

เขากล่าวว่า ผู้นำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อว่า จำเลยบางคนพยายามติดสินบนผู้พิพากษาบางคนให้ตัดสินให้ได้คะแนนโหวด 8 ต่อ 1 เพื่อให้จำเลยพ้นผิด

bribe ติดสินบน

charge คดี

He said since Article 39 (12) of the NACC Act requires court judges to declare their assets and liabilities every three years, his group of lawyers wanted to know whether the nine judges handling the rubber saplings case had properly done so.

เนื่องจากกฎ ปปช. มาตรา 39 (12) เรียกร้องให้ผู้พิพากษาศาลแจ้งทรัพย์สินและหนี้สินทุกๆ สามปี กลุ่มทนายต้องการรู้ว่าทผู้พิพากษาเก้าคนที่ตัดสินคดีกล้ายางได้แจงทรัพย์สินแล้วหรือยัง

declare แจ้ง

Article มาตรา

Mr Picha said he had earlier submitted a similar petition to the president of the Supreme Court.

นายพิชากล่าวว่าเขาได้ยื่นคำร้องไปยังประธานศาลฎีกาก่อนหน้านี้แล้ว

submit ยื่น, เสนอ

เศรษฐกิจโต 4 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 4

4% Q4 growth seen

Writer: Bangkokpost.com

Published: 23/09/2009 at 08:22 PM

Economic growth is expected to rise to at least 4% year-on-year by the fourth quarter, said Ekniti Nitithanprapat, a spokesman for the Finance Ministry.

นายเอกนิษฐ์ นิธิตันประพัฒน์ โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจจะโตอย่างน้อย 4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในไตรมาสที่ 4

quarter ไตรมาส

year-on-year เทียบกับปีต่อปี (ปีนี้กับปีึก่อนหน้า)

The economy is still projected to contract in the third quarter, with the ministry forecasting a 4% year-on-year decline.

เศรษฐกิจยังคงหดตัวลดลง 4% ตามการคาดการณ์ของกระทรวงการคลังในไตรมาสที่ 3

contract หดตัว

forecast ทำนาย

decline ลาดลง

But Dr Ekniti said there were clear signs that the economy had turned the corner, whether it be in terms of exports, tax revenues or manufacturing activity.

ดร.เอกนิษฐ์กล่าวว่ามีสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจได้กลับตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนของผู้ส่งออก, การจัดเก็บภาษีและกิจกรรมการผลิต

turn the corner กลับตัว

export ส่่งออก

tax revenue การจัดเก็บรายได้

manufacture การผลิต

activity กิจกรรม

The economy contracted 7.1% year-on-year for the first quarter and 4.9% year-on-year in the second. The Fiscal Policy Office, a unit of the Finance Ministry, in June projected a contraction of 2.5-3.5% for 2009.

เศรษฐกิจหดตัว 7.1% ในไตรมาสแรกและ 4.9% ในไตรมาสที่สอง เทียบปีต่อปี สำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของกระทรวงการคลัง คาดว่าจะมีการหดตัว 2.5-3.5% ในเดือนกรกฎาคม

The fourth quarter of 2008 represented the worst of the global crisis, marked by the collapse of Lehman Brothers, AIG and other financial institutions. But massive stimulus measures by governments restarted global economic growth.

ในไตรมาสที่สี่ ของปีก่อนแสดงถึงความเลวร้านของเศรษฐกิจโลก เห็นได้จากการล่มสลายของเลห์แมน บราเธอร์ส เอไอจีและสถาบันการเงินอื่นๆ แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลก็ทำให้เศรษฐกิจของโลกเติบโตได้

colapse ล่มสลาย

financial institution สถาบันการเงิน

stimulus กระตุ้น

measure มาตรการ

Dr Ekniti noted that value-added tax revenue, a proxy for domestic consumption, had rebounded to 36-37 billion baht per month compared with 31-32 billion earlier this year.

การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของการบริโภคในประเทศ มีการรีบาวน์ขึ้นเป็น 36-37 พันล้านบาทต่อเดือนเมื่อต้นปี

domestic ในประเทศ

consumption การบริโภค

rebound การกระเด้งขึ้น

Auto sales have also shown improvement, while unemployment has dropped from 800,000 in the first quarter to only 500,000, or 1.2% of the labour force.

การขายรถยนต์ก็เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดคนว่างงานลดลงจาก 800,000 คนในไตรมาสแรกเหลือแค่ 500,000 หรือ 12%

labour, labor แรงงาน

unemployment การว่างงาน

auto ในที่นี้หมายถึง รถยนต์

อาการไข้ของในหลวงทุเลา

King’s fever easing, doctors say

Writer: AFP แปลจาก bangkokpost.com

Published: 23/09/2009 at 12:01 AM

His Majesty the King was in hospital for a fourth day on Tuesday where his fever eased further, the palace said.

อาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดีขึ้นหลังจากทรงประทับอยู่ในโรงพยาบาลเป็นวันที่สี่

ease ทุเลา ดีขึ้น

fever เป็นไข้

Thailand’s widely-revered King Bhumibol Adulyadej has remained in a Bangkok hospital for a fourth day after being diagnosed with a fever, fatigue and loss of appetite.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชซึ่งเป็นที่รักของชาวไทยยังคงประทับอยุ่ในโรงพยาบาลในกรุงเทพเป็นวันที่สี่หลังจากได้ัรับการวินิจฉัยอาการไข้ เหนื่อยและเบื่อพระกระยาหาร

remain ยังคง

revere เป็นที่เคารพนับถือ

diagnose วินิจฉัย

fatigue เหนื่อย

The 81-year-old king has been in hospital since Saturday night when he was put on a drip and given antibiotics after being diagnosed with fever, fatigue and loss of appetite.

ในหลวงทรงประทับในรพ.ตั้งแต่คืนวันเสาร์หลังจากทางโรงพยาบาลให้ยาปฏิชีวนะหลังจากตรวจโรค

drip หยด

antibiotic ยาปฏิชีวนะ

“Over the past 24 hours His Majesty’s fever reduced. But he still has a lack of appetite and the medical team is still giving him antibiotics and nutrients intravenously,” the Royal Household Bureau said in a statement read on television

“ผ่านไป 24 ชม. อาการไข้ของในหลวงทรงลดลง แต่ยังคงทรงเบื่อพระกระยาหารและทางคณะแพทย์ยังคงให้ยาปฏิชีวนะและให้ธาตุอาหารในทางเส้นเลือด” สำนักพระราชวังกล่าวแถลงการณ์ทางทีวี

 

nutrient ธาตุอาหาร

intravenously ทางเส้นเลือด

The ex-wife of Thaksin Shinawatra, Thailand’s deposed former prime minister, went to the hospital on Tuesday with a bunch of white flowers to offer her wishes for the king’s recovery, witnesses said.

ภรรยาของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้เข้าเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยช่อดอกไม้สีขาวและถวายพระพรให้ในหลวงทรงหายประชวรด้วย

ex-wife อดีตภรรยา

depose ถูกขับไล่

recovery ฟื้นฟู

bunch ช่อ

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

รัฐบาลปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

Govt cracks down on pirated goods

Writer: Bangkokpost.com

Published: 21/09/2009 at 08:57 PM

Buyers and users of pirated products will be fined 1,000 baht per case, while commercial building owners and landlords, as well as website owners, who turn a blind eye to sales of pirated goods will face a fine of as much as 300,000 baht under a new draft law aimed at clamping down on intellectual-property violations.

ผู้ซื้อและผู้ใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกปรับ 1000 บาทต่อคดี คณะที่เจ้าของอาคารพาณิชย์และเจ้าของที่รวมถึงเจ้าของเว็บไซต์ หากปิดหูปิดตาในการซื้อขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกปรับสูงถึง 300,000 บาทภายใต้กฎหมายใหมเพื่อจำกัดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

pirated good สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

clamp down จำกัด

intellectual-property ทรัพย์สินทางปัญญา

violation การละเมิด

Deputy Commerce Minister Alongkorn Ponlaboot said the ministry will soon propose the amendments to the Trademark Act and Copyright Act for cabinet consideration and approval.

นายอลงกรณ์ พลบุตร รอง รมต.พาณิชย์กล่าวว่าทางกระทรวงจะยื่นแก้ไขกฎหมายการค้าและลิขสิทธิ์ให้ครม.พิจารณาและอนุมัติ

propose ยื่นข้อเสนอ

amendment cdhw-

cabinet คณะรัฐมนตรี

approval อนุมัติ

Under the draft legislation, users and processors of counterfeit goods including computer software, music and movies would be subject to a fine of not more than 1,000 baht, while commercial-building lessors, owners and landlords would face fines ranging from 30,000 baht to 300,000 baht.

ภายใต้กฎหมายฉบับร่าง ผู้ใช้และผู้ดำเนินการปลอมแปลงสินค้ารวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์, ดนตรีและภาพยนต์จะต้องถูกปรับไม่มากกว่า 1000 บาท และผู้ให้เช่าอาคาร, เจ้าของ, เจ้าของที่จะถูกปรับระหว่าง 30,000-300,000 บาท

legislation การออกกฎหมาย

draft ฉบับร่าง

processor ผู้ดำเนินการ

counterfeit ปลอมแปลง

lessor ผู้ให้เช่า

landlord เจ้าของที่

The penalty would also cover website owners operating or providing e-commerce services for pirated goods.

บทลงโทษนี้ครอบคลุมเจ้าของเว็บไซต์ที่ดำเนินการและจัดหาบริการทางอีคอมเมิร์ซสำหรับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

penalty โทษ

The draft amendments are aimed at protecting intellectual property and promoting Thailand’s development as a creative economy, said Mr Alongkorn.

การแก้ไขกฎหมายเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้เป็นเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์

 

 

 

 

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

หม่องได้ที่สามพับจรวด

Mong takes third in origami flight

Published: 20/09/2009 at 08:51 PM

แปลจาก bangkokpost.com

Chiba, Japan – Mong Thongdee, the stateless boy representing Thailand in a paper plane flight competition, took third place in his solo event after winning the team event on Saturday.

เมืองชิบะ ญี่ปุ่น หม่อง ทองดี เด็กไร้สัญาติที่เป็นตัวแทนของไทยในการแข่งันเครื่องบินกระดาษ ได้ที่สามประเภทเดี่ยวหลังจากชนะแบบทีมเมื่อวันเสาร์

stateless ไร้สัญชาติ

represent เป็นตัวแทน, แสดง

competition (อ่านว่า คอม (คัม) เผอะ-ทิ-ฉึ่น ไม่ใช่คอมเพ็ทถิชั่น) การแข่งขัน

solo ประเภทเดี่ยว team ประเภททีม

take (ลำดับ) place ได้ (ลำดับที่)
Mong, the 12-year-old boy from the northern province of Chiang Mai, is scheduled to return home on Monday.

หม่อง เด็กอายุ 12 ขวบจากจังหวัดเชียงใหม่ มีกำหนดการกลับบ้านในวันจันทร์

schedule กำหนดการ

His paper plane stayed aloft for 10.53 seconds, taking third place in the individual event for competitors aged 12 years old. On Saturday, Mong was part of a three-person team, including two adults. His team won the champion with Mong’s paper plane flying for 11 seconds.

เครื่องบินกระดาษของเขาบินสูงขึ้นไปเป็นเวลา 10.53 วินาที ได้ที่สามในประเภทเดี่ยวในการแข่งขันของบุคคลอายุ 12 ขวบ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หม่องเข้าร่วมทีมสามคน ซึ่งมีผู้ใหญ่อีกสองคน ทีมของเขาได้แชมป์โดยเครื่องบินกระดาษของหม่องบินได้ 11 วินาที

aloft สูงขึ้นไป

individual ส่วนตัว, โดยบุคคล

adult ผู้ใหญ่

Born to ethnic Burmese parents in Thailand, Mong, a Prathom 4 (Grade 4) student at Ban Huay Sai School in Chiang Mai, entered the limelight when he was refused travel papers by the minister of interior on Sept 2, on the grounds he was a security risk.

พ่อแม่ของหม่องเป็นชาวพม่าที่มาอยู่ในประเทศไทย หม่องเรียนประถม 4 ที่โรงเรียนบ้านห้วยทรายในเชียงใหม่ หม่องเป็นที่สนใจของผู้คนเมื่อเขาถูกกระทรวงมหาดไทยปฏิเสธให้เข้าแข่งขันเครื่องบินกระดาษเมื่อวันที่ 2 กันยายน เนื่องจากเหตุผลทางด้านความปลอดภัย

ethnic เผ่าพันธุ์

enter the limelight, in the limelight เป็นจุดสนใจ

refuse ปฏิเสธ

Newspaper stories and a countrywide outrage forced the minister to change his mind, and Prime Minister Abhisit Vejjajiva personally stepped in to help to arrange the temporary papers necessary to send Mong to Japan. Because his parents are both foreigners, Mong’s birth cannot be officially registered either in Thailand, and Burma refuses to accept back any refugees.

เรื่องราวในหนังสือพิมพ์และความขุ่นเคืองทั่วประเทศทำให้รมต.เปลี่ยนใจ นายกฯ อภิสิทธิ์ เข้ายื่นมือเข้าช่ยเหลือจัดการเรื่องเอกสารชั่วคราวที่จำเป็นเพื่อให้ด.ช.หม่องได้ไปญี่ปุ่น เพราะทั้งพ่อและแม่เป็นชาวต่างด้าว จึงไม่สามารถลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของการเกิดของหม่องได้ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือพม่าที่ปฏิเสธการรับตัวกลับของผู้อพยพ

outrage ความโกรธแค้น

temporary ชั่วคราว

paper ในที่นี้แปลว่า เอกสาร

refugee ผู้อพยพ

ขำขันวันเสาร์

Air Travel – Trapped near the window seat

A little guy gets on a plane and sits next to the window.

หนุ่มตัวเล็กขึ้นเครื่องบินและนั่งที่ติดหน้าต่าง

A few minutes later, a big, heavy, strong mean-looking, hulking guy plops down in the seat next to him and immediately falls asleep.

ไม่กี่นาทีต่อมา ชายหนุ่มร่างแข็งสูงใหญ่เหมือนยักษ์ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ถัดจากเขา และหลับในทันที

hulk อุ้ยอ้าย

plop down หย่อน

The little guy starts to feel a little airsick, but he’s afraid to wake the big guy up to ask if he can go to the bathroom. He knows he can’t climb over him, and so the little guy is sitting there, looking at the big guy, trying to decide what to do.

หนุ่มตัวเล็กเริ่มปั่นป่วนในกระเพาะ แต่ก็ไม่กล้าปลุกเจ้ายักษ์เพื่อขอตัวไปห้องน้ำ เขารู้ว่าตัวเองไม่สามารถปีนข้ามเจ้ายักษ์ไปได้ จึงนั่งนิ่งๆ มองดูเจ้ายักษ์ ขณะกำลังตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป

Suddenly, the plane hits an air pocket and an uncontrollable wave a nausea passes through the little guy.

ทันใดนั้น เครื่องบินตกหลุมอากาศและเขาก็ไม่สามารถควบคุมอาการคลื่นไส้ของตัวเองได้อีก

nausea อาการคลื่นไส้

He can’t hold it in any longer and throws up all over the big guy’s chest.

ทนไม่ไหวแล้ว เขาจึงอ้วกใส่ออกของเจ้ายักษ์

any longer ไม่.. อีกต่อไป (ต้องใช้เป็นประโยคปฏิเสธ)

chest หน้าอก

About five minutes later the big guy wakes up, looks down, and sees the vomit all over him.

ห้านาทีต่อมา เจ้ายักษ์ตื่นขึ้น มองลงไปที่หน้าอกตัวเอง เห็นอ้วกกระจายเต็มตัว

vomit อ้วก

“So,” says the little guy, “are you feeling better now?”

เจ้าหนุ่มร่างเล็กกล่าว “เ่อ่อ ดีขึ้นรึยังล่ะครับ คุณ”

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

ประชาชนถูกสังหารกว่า 80 ชีวิตจากการโจมตีในเยเมน

More than 80 killed in Yemen raid

Writer: AFP

Published: 17/09/2009 at 10:51 PM

More than 80 civilians were killed when an air raid blasted a makeshift camp of displaced people in northern Yemen, witnesses said on Thursday, as the army pursued its offensive on Shiite rebels.

พลเรือนกว่า 80 คนถูกสังหารด้วยระเบิดจากการโจมตีทางอากาศในแคมป์ชั่วคราวของผู้อพยพในเยเมนทางตอนเหนือ ขณะที่กองทัพไล่ล่าพวกกบฎ Shiite

civilian พลเรือน

raid โจมตี

blast ระเบิด

makeshift ชั่วคราว, ทดแทน

displace people ผู้อพยพ, โดนไล่

rebel กบฎ

A “warplane targeted displaced families who had gathered under trees in the area of Adi,” in Amran province, the scene of heavy fighting between the army and the rebels, the witness said.

See also  ความหมายเดียวกัน แต่เรียกต่างกัน British English และ American English | Eng ลั่น [by We Mahidol] | คําศัพท์ภาษาอังกฤษ ความหมายดีๆ | ความรู้ภาษาต่างประเทศที่เป็นประโยชน์

“เครื่องบินรถมีเป้าหมายถล่มครอบครัวผู้อพยพที่รวมตัวกันใต้ต้นไม้ในพื้นที่ Adi” ในจังหวัด Amran มีการต่อสู้อย่างหนักระหว่างกองทัพกับพวกกบฎ

scene ภาพที่เห็น

gather รวบรวม

Another witness told AFP “at least 87 were killed” in the attack, which was acknowledged by a Yemeni official.

พยานอีกคนซึ่งได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่เยเมนกล่าวว่า “ถูกฆ่าตายอย่างน้อย 87 ศพ” ในการโจมตี

“The jet fighter targeted Huthi (rebels) who were firing (while hiding) among the displaced people,” the official told AFP, while declining to comment on the death toll.

“เครื่องบินเจ็ทมุ่งเป้ามาที่ Huthi (กบฎ) ที่กำลังยิง (ขณะำกำลังซ่อนตัว) อยู่ในฝูงผู้อพยพ” เจ้าหน้าที่กล่าวกับเอเอฟพี ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิต

toll จำนวนผู้เสียชีวิต

decline ปฏิเสธ,

comment ให้ความเห็น

A rebel statement condemned the attack, accusing the Sanaa government, which has vowed to crush the five-year-old rebellion, of committing a massacre.

พวกกบฎแถลงการณ์วิจารณ์การโจมตีในครั้งนี้ โดยกล่าวโทษรัฐบาล Sanaa ซึ่งสาบานที่จะถล่มพวกกบฎซึ่งตั้งมาห้าปี โดยมอบหมายให้ฆาตกรรมหมู่

condemn วิจารณ์อย่างรุนแรง

accuse กล่าวโทษ

vow สาบาน

crush บดขยี้

rebellion กบฎ

massacre ฆาตกรรมหมู่

“The bloodthirsty authorities have committed a new massacre,” the statement said.

“เจ้าหน้าที่กระหายเลือดได้รับมอบหมายให้ฆาตกรรมหมู่ครั้งใหม่”

It said that at noon (0900 GMT) on Wednesday MiG warplanes had targeted displaced people gathering along the Barata road, close to Adi village near Harf Sufyan, which lies on the route linking Saada to the capital.

เมื่อเวลา 09.00 (เวลามาตรฐานโลก) เมื่อวันพุธ เครื่องบินมิกได้ยิงคนอพยพที่อยู่รวมกันตามถนน Barata ติดกับหมู่บ้าน Adi ใกล้ Harf Sufyan ซึ่งทอดยาวไปตามเส้นทางที่เชื่อม Saada กับเมืองหลวง

Somali pirates still holding 20 Filipinos

สลัดโซมาเลียยังคงจับตัว 20 ฟิลิปปิืนส์

Writer: AFP (www.bangkokpost.com)

Published: 15/09/2009 at 10:01 PM

Twenty Filipino sailors remain in the hands of Somali pirates, the government said on Tuesday, a day after the release of 22 seamen from a Greek-owned merchant vessel who had been held for five months.

ลูกเรือชาวฟิลิปปิส์ 20 คนยังคงอยู่ในมือของโจรสลัดโซมาเลีย รัฐบาลกล่าวเมื่อวันอังคารหลังจากมีการปล่อยคนที่อยู่ในเรือ 22 คนจากเรือสินค้าที่ชาวกรีกเป็นเจ้าของ หลังจากที่ถูกจับเป็นเวลาห้าเดือน

pirate โจรสลัด (คนที่ทำซีดีเถื่อน หรือพวกที่ละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า ก็เรียกว่า pirate เหมือนกันครับ)

release ปล่อย

merchant พ่อค้า

vessel เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่

The Department of Foreign Affairs said it was working to help the repatriation of the 22 freed sailors whose ordeal began on April 14 when the MV Irene was hijacked while sailing through the Gulf of Aden.

กรมการต่างประเทศกล่าวว่าการช่วยเหลือกลาสี 22 คนที่ถูกทรมานเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ให้เป็นอิสระและส่งตัวกลับประเทศได้ผล (เรือ MV IRene ถูกจี้ขณะที่แล่นผ่านอ่าว Aden)

repatriation ส่งกลับประเทศ

freed ถูกปล่อยเป็นอิสระ

ordeal ถูกทรมาน, ซ้อม

It said the local agency that recruited the Filipinos had informed the government that negotiations for their release had been successful, but gave no details as to whether a ransom had been paid.

ตัวแทนในท้องถิ่นที่ได้รับชาวฟิลิปปินส์เข้าทำงานได้แจ้งให้รัฐบาลรู้ว่าการเจรจาให้ปล่อยตัวพวกเขาประสบความสำเร็จ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าได้จ่ายค่าไถ่ไปหรือไม่

recruit รับคนเข้าทำงาน

inform แจ้งรายละเอียด

negotiation การเจรจา

ransom ค่าไถ่

Filipino sources said last month that the pirates were demanding 2.8 million dollars to free MV Irene and its crew.

แหล่งข่าวฟิลิปปินส์กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า โจรสลัดร้องขอเงินจำนวน 2.8 ล้านดอลล่าร์เพื่อปล่อยเรือ MV Irene และลูกเรือ

crew ลูกเรือ

As a policy, the Philippine government does not pay ransom to kidnappers, but it has given shipowners a free hand in negotiating for the release of abducted Filipino seamen.

นโยบายของรัฐบาลฟิลิปปินส์จะไม่จ่ายค่าไถ่ให้กับพวกลักพาตัว แต่จะให้อิสระกับเจ้าของเรือในการเจรจาให้ปล่อยตัวลูกเรือที่ถูกลักพาตัว

there were now 20 Filipinos still in the hands of Somali pirates. Seventeen of them were seized on the Win Far 161 when it was hijacked on April 6 and three from the MV Charelle were taken hostage on June 13.

ยังมีลูกเรือชาวฟิลิปปินส์อีก 20 คนอยู่ในเงื้อมมือของโจรสลัดโซมาเลีย สิบเจ็ดคนถูกจับในเรือ Win Far 161 ซึ่งถูกจี้เมื่อวันที่ 6 เม.ย. และอีกสามคนจาก MV Charelle ที่ถูกจับเป็นประกันในวันที่ 13 ก.ค.

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

ซาร์โกซี่ผลักดันภาษีคาร์บอน

Sarkozy pushes ahead with carbon tax

(คาร์บอนในที่นี้คือ คาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกร้อน)

Writer: AFP

Published: 10/09/2009 at 11:01 PM

French President Nicolas Sarkozy on Thursday unveiled a new carbon tax to help combat global warming, calling it a “fiscal revolution”.

ประธานาธิบดี นิโคลัส ซาร์โกซี่เผยว่าภาษีคาร์บอนใหม่จะช่วยต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน ซึ่งเรียกว่า “การปฏิวัติงบประมาณ”
unveil เผย
global warming โลกร้อน
combat ต่อสู้

The new levy on oil, gas and coal consumption by households and businesses will come into effect next year, making France the biggest economy yet to impose a straight-up carbon tax.

การจัดเก็บภาษีการบริโภคน้ำมัน แก๊ส และถ่านหินตามบ้านเรือนและธุรกิจจะเห็นผลในปีหน้า ทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีการกำหนดภาษีคาร์บอนที่แม่นยำที่ใหญ่ที่สุด

comsumption การบริโภค

household บ้านเรือน

come into effect มีผล

impose กำหนด

straight-up แม่นยำ

Sarkozy set the new carbon tax at 17 euros (25 dollars) per tonne of carbon dioxide (CO2) and said it would be gradually increased to penalise only those who refuse to abandon their wasteful ways.

ซาร์โกซี่ตั้งภาษีคาร์บอนใหม่ไว้ที่ 17 ยูโร (25 ดอลล่าร์) ต่อคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งตัน และกล่าวว่าจะมีการเพิ่มบทลงโทษทีละน้อยต่อผู้ที่ทิ้งของเสียไม่เป็นที่เป็นทาง

gradually ทีละน้อย

penalise ทำโทษ

abandon ละทิ้ง

wasteful ของเสีย

The carbon tax will not apply to electricity which in France is produced mostly from nuclear reactors that are not a major source of greenhouse gas emissions.

ภาษีคาร์บอนใหม่จะไม่ใช้กับไฟฟ้าที่ฝรั่งเศสผลิตขึ้นจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ซึ่งไม่ใช่แหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก

apply นำมาใช้

reactor เครื่องกำเนิดปฏิกิริยา

greenhouse เรือนกระจก (ในที่นี้คือ greenhouse effect ปฏิกิริยาเรือนกระจก)

emission การกระจายรังสี

France has been engulfed for weeks in a fierce debate over the carbon tax, with some of the government’s right-wing supporters fearing the new levy will trigger a backlash at a time when families find themselves strapped for cash.

ฝรั่งเศสมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรงเรื่องภาษีคาร์บอนมาหลายสัปดาห์แล้ว ผู้สนับสนุนฝ่ายขวาของรัฐบาลกลัวว่าการจัดเก็บภาษีแบบใหม่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านเมื่อหลายครอบครัวรู้ว่าตัวเองจะต้องเสียเงิน

debate การอภิปราย

engulf ปกคลุม

fierce รุนแรง

backlash ปฏิกิริยาที่ไม่ดี

strapped ถูกเฆี่ยน

France has set a target of slashing its CO2 emissions by 75 percent by 2050 and support for environmentally-friendly measures generally runs strong among the French.

ฝรั่งเศสตั้งเป้าลดการกระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 75 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2050 และดำเนินมาตรการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน

slash ลด

emission การกระจายรังสี

measure มาตรการ

run ในที่นี้แปล่า ดำเนินการ

 

Finland was the first European country to impose a carbon tax, in 1990, followed a year later by Sweden and later Denmark.

ฟินแลนด์เป็นประเทศในยุโรปประเทศแรกที่กำหนดการจัดเก็บภาษีคาร์บอนในปี 1990 ปีต่อมา สวีเดนและเดนมาร์คก็จัดเก็บภาษีนี้ด้วยเช่นกัน

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552

หญิงซูดานโดนจำคุกฐานใส่กางเกง

Sudan woman trouser wearer jailed

Writer: AFP

Published: 7/09/2009 at 10:17 PM

Sudanese woman journalist Lubna Ahmed al-Hussein was sent to jail after refusing to pay a 200-dollar fine imposed on Monday for wearing trousers deemed “indecent,” one of her lawyers said.

หนึ่งในทนายของนักข่าวหญิงชาวซูดาน Lubna Ahmed al-Hussein กล่าวว่าเธอถูกส่งตัวเข้าคุกหลังจากปฏิเสธจ่ายเงินค่าปรับ 200 ดอลล่าร์ในวันจันทร์ในคดีใส่กางเกงขายาวที่เป็นที่เข้าใจว่า “หยาบคาย”

impose กำหนดให้

deem เข้าใจว่า

indecent หยาบคาย

“She has been taken to the women’s prison in Omdurman,” the twin city of Khartoum, Kamal Omar told AFP.

“เธอถูกนำเข้าคุกหญิงใน Omdurman” เมืองคู่แฝดของ Khartoum

Earlier on Monday, a Khartoum court spared Hussein a whipping for wearing “indecent” trousers but instead fined her 500 Sudanese pounds (200 dollars).

เช้าตรู่วันจันทร์ ศาลเมือง Khartoum ได้อภัยโทษแก่นาง hussein ในข้อหา “หยาบคาย (น่าจะแปลว่า ไม่เหมาะสม)” โดยการใส่กางเกง แต่จะต้องปรับนางเป็นจำนวนเงิน 500 ปอนด์ (ซูดาน)

spare ยกโทษให้

court ศาล

instead แทนที่

“I won’t pay. I’d rather go to prison,” Hussein told AFP by telephone before she was taken to jail, though her lawyers said they would try to persuade her to pay up.

“ฉันไม่จ่าย ฉันน่าจะเข้าคุกมากกว่า” นางฮุสเซนบอกแก่เอเอฟพีทางโทรศัพท์ก่อนที่จะถูกนำตัวเข้าคุกถึงแม้ว่าทนายของเธอจะกล่าวว่าพวกเขาจะพยายามโน้มน้าวเธอให้จ่ายค่าปรับ

persuade ชักชวน, โน้มน้าว

Under Sudanese law, she could have been sentenced to a maximum of 40 lashes for “indecency” under Islamic principles after being arrested with 12 other women wearing trousers in a Khartoum restaurant in July.

ภายใต้กฎหมายของซูดาน เธอน่าจะถูกตัดสินให้โดนเฆี่ยน 40 ที โทษฐาน “หยาบคาย” ภายใต้กฎของอิสลามหลังจากถูกจับกุมพร้อมกับหญิงคนอื่นอีก 12 คนที่ใส่กางเกงในภัตตาคาร Khartoum ในเดือน ก.ค.

sentence ตัดสิน

lash เฆี่ยน

principle กฎ

Women in trousers are not a rare sight in Sudan but the authorities can take offence at trousers which reveal too much of a woman’s shape, leading to accusations from rights groups that judgement is arbitrary.

ผู้หญิงที่ใส่กางเกงไม่ค่อยมีให้เห็นในซูดาน แต่เจ้าหน้าที่สามารถกล่าวหาผู้หญิงที่ใส่กางเกงได้หากอวดรูปทรงมากเกินไป ทำให้เกิดการกล่าวหาจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่าเป็นการตัดสินตามอำเภอใจ

authority เจ้าหน้าที่

take offence กล่าวหา

reveal เผย

accusation กล่าวหา

arbitrary โดยพละการ, ตามอำเภอใจ

 

อิหร่านได้ รมต.หญิงคนแรก

Iran gets first woman minister

Writer: AFP

Published: 3/09/2009 at 10:51 PM

Iran’s parliament on Thursday backed a cabinet proposed by President Mahmoud Ahmadinejad that includes the Islamic republic’s first woman minister and a man wanted in connection with the bombing of a Jewish community centre in Argentina.

รัฐสภาอิหร่านสนับสนุนให้มีการเลื่อนประชุม ครม.โดยปธน. Mahmoud Ahmadinejad ซึ่งรวมถึงนายกฯหญิงคนแรกของสาธารณรัฐอิสลามิกและชายที่เป็นที่ต้องการตัวในกรณีเชื่อมโยงกับการระเบิดศูนย์กลางชุมชนชาวยิวในอาร์เจนตินา

parliament รัฐสภา

cabinet คณะรัฐมนตรี

back สนับสนุน, หนุนหลัง

propose เลื่อน

community ชุมชน

The conservative-dominated assembly approved 18 of 21 nominees, propelling Ahmadinejad into his second four-year term as Iran battles its worst crisis since the hardliner’s re-election in June.

การประชุมสภาได้เสียงอนุมัติตัวแทน 18 จาก 21 เสียง ได้ผลักดันให้นาย Ahmadinejad ดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่สองเนื่องจากอิหร่านได้ต่อสู้กับวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายตั้งแต่การเลือกตั้งใหม่ของพวกนักการเมืองหัวรุนแรงในเดือนมิถุนายน

assembly การประชุมสภา

nominee ผู้ท้าชิง, ตัวแทน, ผู้ได้รับเลือก

propel ผลักดัน

crisis วิกฤต

hardliner นักการเมืองหัวรุนแรง

The candidates who failed to secure the required majority of votes were two other women nominees and Ahmadinejad’s pick for energy minister.

ผู้สมัครที่ไม่ได้รับการโหวตจากเสียงส่วนใหญ่คือผู้เข้าสมัครผู้หญิงอีกสองคนและตัวแทนของนาย Ahmadinejad สำหรับทำหน้าที่เป็นรมต.พลังงาน
candidate ผู้สมัคร
fail ล้มเหลว
majority หลัก, ส่วนใหญ่
vote การลงคะแนน

Highlighting Iran’s often maverick status, nearly 80 percent of lawmakers approved Ahmad Vahidi — wanted by Argentina as a suspect in a 1994 Buenos Aires bombing that killed 85 people and wounded 300 — as defence minister.

สภานิติบัญญัติ 80 เปอร์เซ็นต์ลงคะแนนเสียงให้นาย Ahmad Vahidi ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของอาร์เจนติน่าในฐานะผู้ต้องสงสัยระเบิดกรุงบัวโนสไอเรสในปี 1994 ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไป 85 คน และบาดเจ็บ 300 คน ให้ทำหน้าที่เป็นรมต.กลาโหม

lawmaker สภานิติบัญญัติ

defence minister รมต.กลาโหม

suspect สงสัย

wound บาดเจ็บ

The first woman to join a cabinet in the Islamic republic will be Marzieh Vahid Dastjerdi at the health ministry.

ผู้หญิงคนแรกที่ได้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีในสาธารณรัฐอิสลามิกจะเป็นนาง Marzieh Vahid Dastjerdi ทำหน้าที่ รมต.สาธารณสุข

A gynaecologist and former MP, Dastjerdi, 50, was approved despite never having held an executive job in government.

นาง Dastijerdi เป็นผู้ชำนาญโรคของสตรีและอดีต ส.ส. วัย 50 ได้รับการอนุมัติทั้งๆที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านบริหารในรัฐบาลมาก่อน

MP ย่อมาจาก Member of Paliament สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

gynaecologist ผู้เชี่ยวชาญโรคสตรี

former คนก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขำขันวันเสาร์

The FBI Recruitment Process

กระบวนการสรรหาของ FBI

The FBI had an opening for an assassin. After all the background checks, interviews, and testing were done there were 3 finalists.

เอฟบีไอเปิดรับนักฆ่า หลังจากตรวจสอบเบื้องหลังประวัติ สัมภาษณ์และทดสอบแล้วได้ผู้เข้ารอบสุดท้าย 3 คน

// Two men and a woman.
ชายสองคนและผู้หญิงหนึ่งคน

For the final test, the FBI agents took one of the men to a large metal door and handed him a gun.

การทดสอบขั้นสุดท้าย เจ้าหน้าที่เอฟบีไอนำชายคนหนึ่งไปที่ประตูเหล็กบานใหญ่และยื่นปืนให้เขา

“We must know that you will follow your instructions no matter what the circumstances. Inside the room you will find your wife sitting in a chair. Kill Her.”

“เราต้องรู้ว่าคุณจะทำตามคำสั่งของเราไม่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะยังไง ในห้องคนจะพบว่าภรรยาของคุณนั่งอยู่บนเก้าอี้ ฆ่าหล่อนซะ”

The man said, “You can’t be serious, I could never shoot my wife.” The agent said, “Then you’re not the right man for this job. Take your wife and go home.”

ชายหนุ่มกล่าว “ล้อเล่นน่ะ ผมไม่น่าจะยิงหล่อนได้” เจ้าหน้าที่กล่าว “ยังงั้นคุณก็ไม่เหมาะกับงานนี้ นำภรรยาของคุณกลับไปซะ”

The second man was given the same instructions. He took the gun and went into the room. All was quiet for about 5 minutes. The man came out with tears in his eyes, “I tried, but I can’t kill my wife.”

ชายคนที่สองถูกนำมาด้วยคำแนะนำเดิม เขาถือปืนและเข้าไปในห้อง บรรยากาศเงียบเป็นเวลาเกือบ 5 นาที เขาออกมาพร้อมกับน้ำตารื้นที่ดวงตา “ผมพยายามแล้ว แต่ผมฆ่าภรรยาของผมไม่ได้”

The agent said, “You don’t have what it takes. Take your wife and go home.”

เจ้าหน้าที่กล่าว “คุณไม่ต้องทำแล้ว นำภรรยาคุณกลับบ้านไปซะ”

Finally, it was the woman’s turn. She was given the same instructions, to kill her husband. She took the gun and went into the room. Shots were heard, one after another.

สุดท้าย ถึงคราวของผู้หญิง เธอได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีของเธอ เธอถือปืนและเข้าไปในห้อง มีเสียงปืนดังขึ้นไม่ขาดสาย

They heard screaming,, banging on the walls. After a few minutes, all was quiet. The door opened slowly and there stood the woman. She wiped the sweat from her brow.

See also  แก๊งแฟนเก่าทมิฬบุกบ้านสาวลากเด็กม.6 แทงดับ พ่อเผยหึงมั่วจงใจปักมีดเสียบอก|ทุบโต๊ะข่าว|15/11/64 | 18+นักเรียน

พวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้อง, เสียงกระแทกกับผนัง หลังจากนั้นไม่กี่นาที ทุกอย่างก็เงียบ ประตูเปิดอย่างช้าๆ ร่างของผู้หญิงปรากฎขึ้น ปาดเหงื่อออกจากคิ้ว

“This gun is loaded with blanks” she said. “I had to beat him to death with the chair.”

“พวกคุณใส่กระสุนกระดาษไว้ในปืน” “ชั้นเลยต้องตีเขาให้ตายด้วยเก้าอี้”

 

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ขำขันวันเสาร์

Just Wondering (แค่สงสัย) แต่แสบ

A young punker gets on the cross-town bus. He’s got spiked, multi-colored hair that’s green, purple and orange. His clothes are a tattered mix of rags, his legs are bare and he’s without shoes.

พั๊งก์หนุ่มนั่งรถบัสข้ามเมือง เขาทำผมเป็นปุ่มแหลม ย้อมผมหลากสี คือ เขียว ม่วง และส้ม เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเหมือนผ้าขี้ริ้ว และไม่มีรองเท้าใส่

spike ปุ่มแหลมยาว

tatter เหมือนผ้าขี้ริ้ว หลุดลุ่ย

rag ผ้าขี้ริ้ว

bare เปล่า, เปลือย

His face and ears are riddled with pierced jewelry and his earrings are big bright feathers.

ใบหน้าและหูของเขาถูกเจาะและถูกร้อยด้วยเครื่องประดับและตุ้มหูทำด้วยขนนกสีเจิดจ้าอันใหญ่

riddle เจาะ

pierce แทง

He sits down in the only vacant seat, directly across from an old man who just glares at him for about ten miles.

เขานั่งลงที่ว่างเดียวตรงข้ามกับชายแก่ที่จ้องมองเขามาตั้งกะเชียงใหม่

glare at จ้อง

vacant, vacancy ว่าง

Finally the punk gets self conscious and spits at the old man: “What ‘er you starin’ at you old fart, didn’t you ever do anything wild when you were young?!”

ในที่สุด นายพั๊งก์ซึ่งสงสัยว่าจะรู้ตัว และถ่มน้ำลายใส่ชายแก่ “จ้องอั๊วะทำไมวะ ไอ้แก่ ไม่เคยทำอะไรกุ๊ยๆยังงี้เมื่อตอนวัยรุ่นอ๊ะไง”

conscious สำนึก

stare at จ้อง

old fart คำด่าว่าคนแก่โง่ๆ เชยๆ

Without missing a beat the old man replies: “Yeah. Back when I was in the Navy I got real drunk in Singapore and screwed a parrot. I thought maybe you were my son.”

โดยไม่ลังเล ชายแก่ตอบว่า “ช่ายๆ ย้อนกลับไปสมัยชั้นเป็นทหารเรือนะ ชั้นอยู่ที่สิงคโปร์ แล้วเมาว่ะ แล้วชั้นก็ไปทำมิดีมิร้ายกะนกแก้ว ชั้นคิดว่าแกน่ะ อาจจะเป็นลูกชั้นก็ได้นะ”

without missing a beat โดยไม่ลังเล

reply ตอบ

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ขำขันวันเสาร์

Funny Answering Machine Response

เครื่องตอบรับอัตโนมัติอย่างขำ

Hi. This is John:

If you are the phone company, I already sent the money.

If you are my parents, please send money.

If you are my financial aid institution, you didn’t lend me enough money.

If you are my friends, you owe me money.

If you are a female, don’t worry, I have plenty of money.

สวัสดี นี่จอห์น

ถ้าคุณเป็นบริษัทให้บริการโทรศัพท์ ผมจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว

ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ของผม กรุณาส่งเงินมาด้วย

ถ้าคุณเป็นสถาบันที่ช่วยเหลือทางการเงินของผม คุณให้เงินผมกู้ไม่พอ

ถ้าคุณเป็นเพื่อนของผม คุณติดเงินผมอยู่นะ

ถ้าคุณเป็นสาวๆ ไม่ต้องห่วง ผมมีเงินเยอะเลย

********************************

Excuses for speeding

This Middle aged man was going through his mid-life crisis so he went out and bought him a new bright red BMW. So he decided to take his new BMW on a test drive down the interstate one day.

ชายวัยกลางคนกำลังจะทำเรื่องแย่ๆในวัยกลางคนด้วยการทดสอบความเร็วของบีเอ็มดับบลิวสีแดงสดคันใหม่เอี่ยมระหว่างทางเชื่อมรัฐในวันหนึ่ง

crisis วิกฤตการณ์

He got up to about 85 mph and all of a sudden he saw this highway patrolman with his blue lights and siren blaring coming toward him. He decided he and his new BMW would outrun the officer. So the man sped up to 95 mph,and then to 105 mph, but the patrolman was still coming.

เขาขับรถด้วยความเร็ว 85 ไมลต่อชั่วโมง และเห็นตำรวจทางหลวงเปิดไฟและไซเรนใส่เขา เขาตัดสินใจเหยียบคันเร่งหนีด้วยความเร็ว 95 ไมล์ต่อชม. และเป็น 105 ไมล์ แต่ตำรวจก็ยังตามทัน

highway patrolman ตำรวจทางหลวง

outrun วิ่ง ขับด้วยความเร็วที่มากกว่า

The man finally came to his senses and said to himself, “This is crazy, I could go to jail for this,” so he pulled over.

สุดท้าย จึงคิดขึ้นมาได้พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า “นี่มันเรื่องโง่ๆแท้ เราอาจติดคุกเพราะเรื่องนี้” เขาจึงจอดรถ

pull over จอดรถ

The patrolman came to the car and told the man, “It has been a long day and I am tired. If you can give me an excuse no one else has ever given me I will let you go.”

ตำรวจเดินมาหาเขา “ไอ้ที่ขับรถกวดคุณมาเนี่ย ผมเหนื่อยมากเลยรู้ไม๊ เอาล่ะ ถ้าคุณมีเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายผมว่าทำไมถึงต้องขับรถเร็วขนาดนั้น และเหตุผลนั้นไม่เหมือนใคร ผมจะปล่อยคุณไป”

So the man told the officer, “Last night my wife ran off with a patrolman and when I seen you chasing me I thought you were trying to bring her back.”

เขาจึงตอบตำรวจว่า “เมื่อคืนเนี๊ย เมียผมหนีไปกับตำรวจทางหลวงเหมือนคุณนี่แหละ แล้วผมก็เห็นคุณไล่ผมมา ผมก็นึกว่าคุณพยายามเอาเมียผมมาคืนน่ะซี”

The officer looked at the man and said, “Have a nice day.”

ตำรวจมองเขาอีกครั้งพร้อมพูดว่า “โชคดีนะ”

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ไต้หวันรีบช่วยเหลือชาวบ้านอย่างรีบเร่ง

Taiwan scrambles to rescue villagers

ไต้หวันรีบช่วยเหลือชาวบ้านอย่างรีบเร่ง
scramble ช่วยอย่างรีบเร่ง

Writer: AFP

Published: 13/08/2009 at 02:35 AM

Taiwan began airlifting nearly 1,000 people found alive in a cluster of villages flattened by muddy landslides, as survivors recounted the horror of watching their homes vanish.

ไต้หวันเริ่มช่วยยกผู้คน 1,000 คนทางอากาศหลังจากหมู่บ้านถูกถล่มด้วยโคลนถล่ม ขณะที่ผู้รอดชีวิตได้แต่เฝ้ามองบ้านของตนหายไปอย่างหวัดกลัว

survivor ผู้รอดชีวิต

flatten ถล่ม, ทำลายบ้านเรือน

vanish หายไปกับตา

The island-wide death toll from Typhoon Morakot rose to 107 early Thursday following Taiwan’s worst flooding in half a century over the weekend, with entire villages submerged in water and mud.

ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นมรกตในเกาะไต้หวันเพิ่มขึ้นเป็น 107 รายจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ร้ายแรงที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ ทั้งหมูบ้านจมในน้ำและโคลน

submerge จม

toll ยอดผู้เสียชีวิต

Meanwhile, eye-witnesses described the devastation wrought on one of three villages in southern Taiwan, Hsiaolin, as survivors were ferried out by helicopter.

ขณะเดียวกัน พยานที่เห็นเหตุการณ์อธิบายว่าความเสียหายได้เข้ามาถล่มหนึ่งในสามหมู่บ้านในไต้หวันทางภาคใต้ ขณะที่ผู้รอดชีวิตได้ถูกขนถ่ายออกมาทางเฮลิคอปเตอร์

devastation ความเสียหาย

wrought (V.ช่องสองของ wreak) ทำให้เกิดความเสียหาย

“I saw the mountain crumbling in seconds almost like an explosion and bury half of our neighbourhood,” said Huang Chin-bao, 56.

ผมเห็นภูเขาถล่มลงไปภายในไม่กี่วินาที เกือบเหมือนการระเบิดและฝังร่างเพื่อนบ้านของผมไปครึ่ง

crumble แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

explosion ระเบิด

As the military rescue operation stepped up, Major-General Richard Hu said: “We have found around 700 people alive in three villages last night and 26 more this morning. We are deploying 25 helicopters to evacuate them.”

เมื่อทหารช่วยชีวิตเริ่มดำเนินการ นายพล ริชาร์ด ฮู กล่าวว่า “เราพบคนประมาณ 700 คนอาศัยในสามหมู่บ้านเมื่อคืนนี้และอีก 26 คนในเช้านี้ เราได้ใช้ เฮลิคอปเตอร์เพื่อช่วยเหลือพวกเขา”

deploy เคลื่อนย้ายกำลังพลเข้าประจำการ

The typhoon has caused losses of at least nine billion Taiwan dollars (281 million US) for agriculture and another 570 million dollars in lost tourism after ravaging the island’s scenic mountain and hot spring regions.

ไต้ฝุ่นทำให้เกิดการสูญเสียอย่างน้อยเก้าพันล้านดอลล่าร์ไต้หวันสำหรับภาคการเกษตรและ 570 ล้านดอลล่าร์ในการสูญเสียการท่องเที่ยวหลังจากเกิดความเสียหายจากภูมิทัศน์ของภูเขาและพื้นที่น้ำพุร้อน

ravage ความเสียหาย

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ขำขันวันเสาร์

So You Wanna Take The Day Off?

ยังต้องการวันหยุดกันอีกหรือ

So you want a day off? Let’s take a look at what you are asking for!

คุณต้องการวันหยุดใช่ไหม? ดูนี่ก่อนที่จะร้องขอ

// // There are 365 days this year.
มีวันทั้งหมด 365 วันในหนึ่งปี

There are 52 weeks per year in which you already have 2 days off per week, leaving 261 days available for work.

มี 52 สัปดาห์ต่อปีที่คุณมีวันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์ ทำให้คุณมี 261 วันที่จะทำงาน

Since you spend 16 hours each day away from work, you have used up 170 days, leaving only 91 days available.

เนื่องจากคุณใช้เวลาไป 16 ชม. ต่อวันที่ไม่ต้องทำงาน เท่ากับ 170 วัน เหลือเวลาแค่ 91 วันที่จะทำงาน

You spend 30 minutes each day on coffee break. That accounts for 23 days each year, leaving only 68 days available.

คุณใช้เวลา 30 นาทีต่อวันในเวลากาแฟ คิดเป็น 23 วันต่อปี เหลือ 68 วันทำงาน

With a one hour lunch period each day, you have used up another 46 days, leaving only 22 days available for work.

เวลาอาหารกลางวันๆละ 1 ชม. คุณใช้เวลาไปแล้ว 46 วัน เหลือเวลาทำงาน 22 วันต่อปีสำหรับทำงาน

You normally spend 2 days per year on sick leave. This leaves you only 20 days available for work.

คุณมักจะใช้เวลา 2 วัน ลาป่วย ทำให้คุณเหลือ 20 วันสำหรับทำงาน

We are off for 5 holidays per year, so your available working time is down to 15 days.

เราใช้วันหยุด 5 วันต่อปี ดังนั้น คุณเหลือเวลาทำงาน 15 วัน

We generously give you 14 days vacation per year which leaves only one day available for work and I’ll be damned if you’re going to take that day off!

ปกติเราให้วันหยุดคุณ 14 วันต่อปี ซึ่งทำให้เรามีเวลาแต่วันเดียวในการทำงาน และ จะเรียกร้องวันหยุดกันอีกหรือ

Share this:

Like this:

ถูกใจ

กำลังโหลด…

[NEW] กลุ่มชาติพันธุ์ : ไทใหญ่ | ethnic แปลว่า – NATAVIGUIDES

  • ประวัติ/ที่มาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ :

              ในประเทศไทย จังหวัดที่มีชาวไทใหญ่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน รองลงมาคือเชียงใหม่ เชียงราย และจังหวัดอื่น ๆ มีบ้างประปราย เช่น นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก นครนายก  (วีระพงศ์ มีสถาน 2544:13) แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยไม่มีนโยบายจัดการที่ชัดเจนกับกลุ่มชนนี้ ทำให้กลุ่มชาวไทใหญ่รู้สึกถึงความไม่มั่นคงทั้งในเรื่องความปลอดภัยและที่พักพิง ส่งผลให้ชาวไทใหญ่จำนวนมากย้ายถิ่นทะลักเข้าสู่เมืองใหญ่ต่าง ๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครที่เปรียบเสมือนแหล่งรวมชาติพันธุ์หลากหลายซึ่งหลั่งไหลเข้ามาทำมาหากิน (ปิลันธน์ ไทยสรวง 2559 ออนไลน์) ปัจจุบันคนไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจึงมีความแตกต่างทั้งช่วงระยะเวลาที่เข้ามา เหตุผลที่อพยพ อายุ การศึกษา สถานภาพทางทะเบียนบ้านในประเทศไทย และบริบทพื้นที่ที่ชาวไทใหญ่เข้ามาอาศัยว่าจะเอื้อต่อการรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมความเป็นไทใหญ่ได้มากน้อยเพียงใด และปรับตัวอย่างไรได้บ้าง

              ปัจจุบันชาวไทใหญ่มีถิ่นฐานที่อยู่กระจัดกระจายในประเทศต่าง ๆ มากมาย ทั้งในเขตรัฐฉานในภาพเหนือของพม่า ในมณฑลยูนานของสาธารรัฐประชาชนจีน ในรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย ในภาคเหนือของประเทศลาว เป็นต้น ส่วนในประเทศไทยนั้นยังไม่มีการทำแบบสำรวจที่ครอบคลุมชัดเจนว่ามีประชนชาวไทใหญ่อยู่ในพื้นที่ไหนบ้างของไทย โดยเฉพาะจำนวนประชากรที่ไม่มีการระบุแน่ชัด มีเพียงการศึกษาชาวไทใหญ่เป็นกรณี ๆ ไปในแต่ละพื้นที่ แต่ในภาพรวมที่มีชาวไทใหญ่อาศัยอยู่หนาแน่นในประเทศไทยก็คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ และมีชาวไทใหญ่ที่เป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติอยู่ตามเมืองเศรษฐกิจสำคัญของไทยอย่าง กรุงเทพฯ และอื่น ๆ อีกมาก

     

    ประวัติการตั้งถิ่นฐาน และสภาพแวดล้อมของการตั้งถิ่นฐาน

              ชาวไทใหญ่ได้มีการอพยพเข้ามาในบริเวณภาคเหนือ (ล้านนา) ตั้งแต่อดีต เนื่องจากชาวไทใหญ่มีบทบาทในด้านการค้าขายทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาของ ปานแพร เชาวน์ประยูร (2550) ได้อธิบายถึงการตั้งชุมชมของชาวไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่จากอดีตและปัจจุบัน ดังนี้

              1. ชุมชนชาวไทใหญ่ในอดีต ชาวไทใหญ่ในอดีตมีการอพยพเข้ามาในเชียงใหม่ตั้งแต่ยุคสมัยพระเจ้ากาวิละปกครองนครเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2325 มีการรวบรวมกำลังคนจากเมืองต่าง ๆ เรียกว่ายุค “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” โดยเข้าไปตั้งถิ่นฐานบริเวณด้านเหนือของเมืองเชียงใหม่ คือ บริเวณประตูช้างเผือก มีสถานที่สำคัญของชาวไทใหญ่ คือ วัดกู่เต้า ซึ่งเป็นวัดนิกายตามความศรัทธาของชาวไทใหญ่ นอกจากในเมืองเชียงใหม่แล้ว ชาวไทใหญ่ยังกระจายไปตั้งถิ่นฐานในบริเวณรอบนนอกด้วย เช่น ชุมชนบ้านโปง (ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย) ชุมชนบ้านกาด (ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง) ชุมชนบ้านลาน (ตำบลม่อนขิน อำเภอฝาง) บ้านเวียงหวาย (อำเภอฝาง) ตำบลเวียงแหง และตำบลเปียงหลวง นอกจากนั้น ชาวไทใหญ่ยังกระจายไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีชาวไทใหญ่อาศัยกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งถือเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของชาวไทใหญ่ เนื่องจากในอดีตไม่มีความเข้มงวดในด้านเขตแดน  คนไทใหญ่เดินทางข้ามไปมา ตั้งบ้านเรือนได้อย่างอิสระกว่ายุครัฐชาติสมัยใหม่ 

              2. ชุมชนชาวไทใหญ่เคลื่อนย้ายในปัจจุบัน ชาวไทใหญ่ที่อพยพเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา บางกลุ่มมีการสร้างเครือข่ายข้ามพรมแดนระหว่างชาวไทใหญ่ด้วยกันเอง ดังนั้นผู้ที่อพยพเข้ามาจึงเข้ามาอาศัยอยู่กับเครือข่ายของตนเองที่มีอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ในเมืองเชียงใหม่ที่มีชาวไทใหญ่อาศัยอยู่มาก ได้แก่ ชุมชนวันกู่เต้าและวัดป่าเป้า เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชาวไทใหญ่ นอกนั้นชาวไทใหญ่ที่ไม่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ญาติพี่น้อง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่เข้ามาเป็นแรงงาน โดยเฉพาะการก่อสร้าง หรือการทำงานในโรงงาน มักอาศัยอยู่บริเวณสถานที่ก่อสร้าง และมีการย้ายที่อยู่อาศัยไปตามลักษณะงาน การตั้งถิ่นฐานจึงไม่เป็นหลักแหล่งดังเช่นกลุ่มที่เข้ามาก่อน สำหรับพื้นที่รอบนอกเมืองเชียงใหม่นั้น ก็ยังคงมีชาวไทใหญ่อาศัยอยู่หลายพื้นที่ เช่น อำเภอเวียงแหง อำเภอแม่อาย และอำเภออื่นๆ  (ปณิธิ อมาตยกุล, 2547)

    ชาวไทใหญ่ในอำเภอเวียงแหงในวันออกพรรษา

    ที่มา: สมคิด แสงจันทร์ 2557

              3. ชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่อย่างถูกกฎหมาย มีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเข้ามาในประเทศไทยก่อนปี พ.ศ. 2521 ได้รับสิทธิการโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทย ส่วนใหญ่มีครอบครัว โดยบุตรหลานได้สัญชาติไทยเช่นกัน ชาวไทใหญ่กลุ่มนี้โดยพื้นฐานแล้ว เป็นกลุ่มที่มีความรู้ มีการศึกษา ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรืออุดมศึกษา มีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ เมื่ออพยพเข้ามาจึงสามารถประกอบอาชีพที่ต้องใช้ทักษะความรู้ได้ เช่น พนักงานเสนอขายสินค้าของที่ระลึก มัคคุเทศก์ และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับไทใหญ่ (NGOs) เป็นต้น มีรายได้ประมาณ 5,000-10,000 บาทต่อเดือน ชาวไทใหญ่กลุ่มนี้จะไม่ตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มใหญ่ แต่จะอาศัยอยู่กระจัดกระจายในจังหวัดเชียงใหม่ ในอำเภอเมือง อำเภอหางดง อำเภอแม่ริม อำเภอสันทราย และอำเภออื่นๆ

              4. ชาวไทใหญ่ที่เข้ามาทำงาน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาหลังปี พ.ศ. 2521 เพื่อเข้ามาทำงาน มีทั้งกลุ่มคนที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย นอกจากนั้นบางส่วนอพยพเข้ามาพร้อมครอบครัว บางส่วนมาแต่งงานสร้างครอบครัวกับคนไทย ส่วนเด็กผู้ชายที่อพยพเข้ามา มักจะบวชเป็นสามเณรเพื่อศึกษาต่อในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ กลุ่มที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย ส่วนใหญ่จะทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาด ลูกจ้างในร้านค้า โรงงานทอผ้า โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า รายได้ประมาณ 700-2,000 บาทต่อเดือน และยังมีบางส่วนที่ประกอบอาชีพค้าขาย รายได้ไม่แน่นอน ประมาณ 200-500 บาทต่อวัน นอกจากนั้นกลุ่มที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่ทำงานด้านก่อสร้าง บางส่วนเป็นลูกจ้างในสวนผลไม้ มักได้รับค่าตอบแทนเป็นรายวัน ประมาณ 35-120 บาทต่อวัน

              กลุ่มที่ประกอบอาชีพรับจ้างต่างๆ มักจะอาศัยอยู่กับนายจ้าง หรือสถานที่ที่นายจ้างจัดไว้ให้ จะไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่จะกระจัดกระจายกันไปตามลักษณะของการประกอบอาชีพ ส่วนชาวไทใหญ่ที่ประกอบอาชีพก่อสร้าง มักจะพักอาศัยรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่บริเวณใกล้เคียงที่ทำงาน ลักษณะที่อยู่อาศัยจะสร้างเป็นกระท่อมเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย

     

    การอพยพเคลื่อนย้าย

              การอพยพเคลื่อนย้ายของชาวไทใหญ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น พื้นที่ที่สำคัญที่ชาวไทใหญ่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ปัจจัยผลักดันและปัจจัยดึงดูดที่ทำให้แรงงานไทใหญ่อพยพเข้ามาทำงานในประเทศไทยนั้น สามารถสรุปได้ดังนี้

              ปัจจัยผลักดันการอพยพเคลื่อนย้าย

              อัมพร จิรัฐติกร (2558:26-32)  สรุปถึงปัจจัยผลักดันแรงงานไทใหญ่ที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ประกอบไปด้วยปัจจัยผลักดัน 3 ประการ ได้แก่

              ปัญหาของการสู้รบ มาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างชนกลุ่มน้อยและรัฐบาลพม่า ในระยะแรกเป็นการอพยพย้ายถิ่นจากรัฐฉานเข้ามายังประเทศไทยหลังจากที่กองกำลังกู้ชาติล่มสลายลง ทำให้อดีตกองกำลังกู้ชาติต่าง ๆ ไปจนถึงแรงงานตามฤดูกาล และพ่อค้าหาบเร่ ส่วนหนึ่งเดินทางมาลงหลักปักฐานตามชายแดนประเทศไทยและในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็ยังถือว่ามีจำนวนไม่มากนัก ทว่าต่อมาจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้เกิดการอพยพของประชาชนจำนวนมาก คือ ในช่วงปี พ.ศ. 2539-2541 หลังจากรัฐบาลพม่าประกาศนโยบายบังคับย้ายถิ่น เนื่องจากรัฐบาลพม่าต้องการนำที่ดินไปสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ โดยมีหมู่บ้านในบริเวณภาคกลางของรัฐฉานกว่า 1,400 แห่ง ต้องย้ายออกจากถิ่นฐานไปยังพื้นที่ใหม่ที่รัฐบาลเตรียมไว้ จากสถานการณ์ดังกล่าวมีประชาชนกว่า 300,000 คน ถูกบังคับย้ายถิ่นฐาน ซึ่งชาวไทใหญ่กว่า 80,000 คน อพยพเข้ามาลงหลักปักฐานในประเทศไทย นอกจากนโยบายบังคับย้ายถิ่นแล้ว นโยบายการเกณฑ์ทหารของกลุ่มกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่หลายๆ กลุ่ม ที่ขอให้ชาวบ้านที่มีลูกชายไปเป็นทหาร ดังนั้นหลายครอบครัวจึงตัดสินใจส่งลูกชายอพยพเข้ามาเป็นแรงงานในประเทศไทย

              ปัญหาทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่การทำรัฐประหารของนายพลเนวิน ปี พ.ศ. 2502 เป็นต้นมา ได้นำรูปแบบเศรษฐกิจสังคมนิยมมาใช้ ส่งผลให้เศรษฐกิจของพม่าตกต่ำอย่างมาก อันเนื่องมาจากการถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก รวมถึงการสู้รบภายในประเทศ เป็นแรงผลักดันให้ชาวไทใหญ่จำนวนมากอพยพเข้ามาเป็นแรงงานในประเทศไทย เช่นเดียวกับการศึกษาของ พิทยา ฟูสาย และคณะ (2553) ที่ระบุถึงปัจจัยผลักดันทางด้านเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากความรุนแรงของรัฐบาลทหารพม่า หรือจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลพม่า เช่น โครงการ Contract Farming (ภายใต้ชื่อ “ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง”) โครงการทำเมืองแร่ ที่เกณฑ์แรงงานชาวไทใหญ่มาก่อสร้าง และเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างเขื่อน และโครงการปลูกพืชเศรษฐกิจ การยึดที่ดินและบังคับแรงงานปลูกละหุ่งน้ำมันเพื่อผลิตไบโอดีเซล  เป็นต้น

              การขยายตัวของเครือข่ายข้ามพรมแดน ปัจจัยนี้แม้ไม่ได้เป็นปัจจัยผลักดันโดยตรง แต่ก็มีส่วนเอื้อให้เกิดการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยได้สะดวกขึ้น คือเครือข่ายข้ามพรมแดน โดยเฉพาะเครือข่ายแบบเครือญาติที่คอยช่วยเหลือในการเดินทาง ที่อยู่อาศัย รวมถึงการตัดสินใจที่จะเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ จากการศึกษาของอัมพร จิรัฐติกร (2558) พบว่าแรงงานจำนวนหนึ่งอายุวัยทำงานหรือคนหนุ่มสาวจะอพยพเข้ามาก่อน จากนั้นจะชักชวนพ่อแม่พี่น้องอพยพเข้ามาภายหลัง (อัมพร จิรัฐติกร 2558:32)

              ในงานศึกษาของ สมคิด แสงจันทร์ (2559) ช่วยอธิบายให้เห็นเครือข่ายข้ามแดนในรูปแบบต่าง ๆ ของชาวไทใหญ่ที่นอกเหนือไปจาก “เครือข่ายแบบเครือญาติ” ซึ่งเป็นเครือข่ายข้ามแดนในยุคแรก ๆ ของการอพยพเข้ามาในประเทศไทยคือช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่ทำให้แรงงานสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ เครือข่ายเช่นนี้มีผลทำให้การรวมกลุ่มของคนที่อพยพเข้ามาแตกต่างจากเครือข่ายแบบเครือญาติซึ่งสมาชิกกลุ่มมักจะเป็นคนในชุมชนเดียวกันเป็นครอบครัวเดียวกัน และอยู่ภายใต้การดูแลของผู้นำในชุมชน แต่การเข้ามาของสื่อออนไลน์ทำให้เกิดชุมชนและการรวมกลุ่มของคนไทใหญ่ในประเทศไทยมีความหลากหลายของผู้คนที่มาจากหลายพื้นที่หลายเมืองในรัฐฉานหรือชุมชนชายแดน ทั้งนี้การรวมกลุ่มของคนไทใหญ่ที่ไม่ได้เข้ามาเพราะเครือญาติอาจจะเป็นเรื่องของการมีความชอบหรือรสนิยมร่วมกัน เช่น กลุ่มนักร้อง กลุ่มนักดนตรี ทีมฟุตบอล รวมไปถึงการรวมกลุ่มภายใต้องค์กรทางสังคมต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การอพยพของชาวไทใหญ่มีความสะดวกมากขึ้น (สมคิด แสงจันทร์ 2559:67-68)

              ปัจจัยดึงดูด

              รัฐฉานซึ่งเป็นรัฐที่มีชาวไทใหญ่อยู่เป็นจำนวนมากมีชายแดนติดกับไทยในหลายจังหวัด การเคลื่อนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยของคนไทใหญ่ในแต่ละจังหวัดก็มีปัจจัยดึงดูดที่แตกต่างกัน ในกรณีนี้ผู้ศึกษาขอยกตัวอย่างปัจจัยดึงดูดของจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

              ปัจจัยดึงดูดของจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ มีพลเมืองจำนวนมาก จึงต้องการแรงงานจำนวนมาก ทั้งภาคการเกษตร ภาคการก่อสร้าง และภาคการบริการ อีกทั้งจังหวัดเชียงใหม่ยังมีพรมแดนติดกับรัฐฉาน ส่งผลเดินทางข้ามพรมแดนได้สะดวก ในแง่ของภาษาและวัฒนธรรมมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งชาวไทใหญ่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่ได้ จึงทำให้ในจังหวัดเชียงใหม่มีแรงงานชาวไทใหญ่อาศัยอยู่จำนวนมาก (อัมพร จิรัฐกร, 2558:26-32)

               ปัจจัยดึงดูดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลักษณะทางสังคมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความหลากหลายทางด้านชาติพันธุ์ มีกลุ่มไทใหญ่ที่อาศัยอยู่แล้ว จึงทำให้ชาวไทใหญ่ที่อพยพเข้ามาไม่ต้องปรับตัวมากนักเมื่อเทียบกับการอพยพไปจังหวัดอื่น ๆ และค่าจ้างสูงกว่าประเทศของตน นอกจากนั้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพรมแดนติดกับประเทศพม่าทำให้การเดินทางเข้ามาโดยง่าย มีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต ไม่มีความรุนแรง หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งนโยบายการผ่อนปรนของรัฐไทยในการจัดการแรงงานข้ามชาติ (พิทยา ฟูสาย และคณะ, 2553)

     

     ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมชาวไทใหญ่ในประเทศไทย 

              การศึกษากลุ่มคนไทใหญ่ในเชิงมิติทางประวัติศาสตร์ในยุครัฐชาติ อาจแบ่งได้เป็นสองทางคร่าว ๆ คือ ประวัติศาสตร์และพัฒนาการทางการเมืองของประเทศพม่า และอีกด้านหนึ่งคือพัฒนาการทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับชายแดนและการจัดการกับประชากรในประเทศไทย ในด้านการพัฒนาการทางการเมืองของประเทศพม่านั้น สังคมไตยุคจารีตเป็นสังคมเกษตรกรรม แรงงานเพื่อการผลิตเป็นสิ่งจำเป็น ช่วงอายุของคนหนุ่มจึงเป็นช่วงที่ยาวนานกว่าช่วงอื่น หน้าที่ทางสังคมของคนไตมักสัมพันธ์กับเพศและช่วงอายุ ในงานศึกษาเรื่อง สังคมและวัฒนธรรมไทบ้านใหม่หมอกจ๋าม  ของนงนุช จันทราภัย และเรณู วิชาศิลป์ (2541) กล่าวถึงเพศ และ วัยของชาวไตบ้านใหม่หมอกจ๋ามว่า เพศและวัยเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดระบบช่วงวัย (Age – grade system) ในสังคมไต การเป็นสมาชิกในกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้สมาชิกต่างผ่านกระบวนการการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) และมาตรการควบคุมทางสังคม (Social Control) ตามลำดับช่วงวัยของตน การจัดระบบช่วงวัยจึงเป็นกลไกในการผลิตสมาชิกให้เหมาะสมกับระบบสังคมเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก สมาชิกของสังคมจะถูกจำแนกกลุ่มตามแรงงานและสติปัญญา เพื่อพัฒนาไปสู่วัยที่สูงกว่า ระบบช่วงวัยจึงมีความสำคัญต่อการสร้างคุณสมบัติและเอกลักษณ์ของการเป็นสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ (นงนุช จันทราภัย, เรณู วิชาศิลป์ 2541: 306)

              การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมครั้งใหญ่ในรัฐฉาน เกิดขึ้นหลังจากที่อังกฤษยึดพม่าทั้งหมดรวมทั้งรัฐฉานได้อย่างเบ็ดเสร็จในปี พ.ศ. 2429 รัฐบาลอังกฤษใช้วิธีการแบ่งแยกกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ออกเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการปกครอง ภายใต้อาณานิคม อังกฤษได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่รัฐฉานสองประการ ประการแรก คือ รูปแบบการปกครองแบบรัฐชาติสมัยใหม่ โดยช่วงทศวรรษที่ 2460 อังกฤษได้เปลี่ยนรูปการปกครองในรัฐฉานใหม่ รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ กว่า 33 หัวเมือง สถาปนาโครงสร้างการปกครองรัฐฉานรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “สหพันธรัฐฉาน” (Federated Shan State) จัดตั้งสภาผู้นำแห่งสหพันธรัฐฉาน (Federal Council of Shan Chiefs) ขึ้นเป็นหน่วยปกครองหลักมีสมาชิกสภาประกอบไปด้วยเจ้าฟ้าเมืองต่าง ๆ ทำหน้าที่ดูแลกิจการภายในและงบประมาณของรัฐ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลอังกฤษ การปกครองแบบรัฐสมัยใหม่ของอังกฤษทำให้ความเป็น “รัฐฉาน” ในทางการเมืองการปกครองเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น สร้างสำนึกทางชาติพันธุ์ที่ไปไกลกว่ายุคจารีตที่สำนึกทางชาติพันธุ์นั้นเชื่อมโยงเฉพาะเมืองต่าง ๆ อย่างเป็นเอกเทศ ผ่านตำนานเรื่องเล่าประจำเมือง ไม่ได้เชื่อมโยงกับความเป็นชาติพันธุ์ไตโดยรวมเหมือนรัฐฉาน.

              ประการที่สอง คือ ความทันสมัย การศึกษา การค้าเสรี การคมนาคม และเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ  รัฐบาลอังกฤษได้ตัดถนน สร้างทางรถไฟ โรงเรียน โรงพยาบาล นำวัฒนธรรมตะวันตกมาเผยแพร่ อังกฤษเปิดบริษัทค้าไม้สัก ทำเหมืองแร่ โดยแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้กับพวกเจ้าฟ้า และค่าจ้างให้กับชนชนชั้นแรงงานในรัฐฉาน ดังนั้นภายใต้การปกครองของอังกฤษที่ยาวนานกว่า 70 ปี จึงเป็นช่วงของการปะทะสังสรรค์ระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและวัฒนธรรมท้องถิ่นของไต วิถีชีวิตของคนไต เคลื่อนจากสังคมเกษตร เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

              ในระดับชาวบ้านธรรมดา สิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเขาในช่วงอาณานิคม ไม่ใช่การศึกษา เนื่องจากการศึกษายังกระจุกอยู่กับชนชั้นปกครองเท่านั้น แต่เป็นระบบเศรษฐกิจการค้าสมัยใหม่โดยเฉพาะการค้าไม้และสินแร่จากการพัฒนาระบบการคมนาคมที่สะดวกสบายมากขึ้ส่ผลให้กิจกรรมการค้ารุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก เกิดคาราวานพ่อค้าไต หรือ พ่อค้าวัวต่าง  ที่ออกเดินทางไปค้าขายยังที่ต่าง ๆ กลายเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ทำให้คนหนุ่มคนสาวในยุคนั้นหลายคนสนใจ (ดูใน วราภรณ์ เรืองศรี 2557, นิติ ภวัครพันธุ์ 2558) การเปลี่ยนรูปแบบการปกครองไปสู่รัฐชาติสมัยใหม่ และการเปิดรับความทันสมัยทำให้สังคมและวัฒนธรรมต่าง ๆ ของรัฐฉานเปลี่ยนไป เป็นสังคมที่เปิดกว้างผสมผสานระหว่างความทันสมัยและจารีตนิยม

              ต่อมายุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ในพม่าทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐฉาน ตกลงทำสัญญาปางโหลงกับรัฐพม่าและรัฐชาติพันธุ์อื่น ๆ เพื่อขอเอกราชจากอังกฤษภายใต้เงื่อนไขว่า รัฐฉานมีสิทธิแยกตัวออกจากสหภาพได้หากอยู่ร่วมกันครบ 10 ปี สิทธิการแยกตัวนี้ถูกที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกของสหภาพพม่า (พ.ศ. 2491-2505) กระนั้นก็ตาม ภายใต้สหภาพพม่า นโยบายการบริหารสหภาพบางประการสร้างผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์ไม่น้อย จากฐานคิดเรื่องการหลอมรวมชนในชาติให้เป็นเอกภาพ ละเลยความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่มี ทำให้ปัญหาความขัดแย้งทางด้านชาติพันธุ์เริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการเมืองในระดับโลกที่กำลังขับเคี่ยวกันภายใต้บรรยากาศของสงครามตัวแทนระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย (เสรีนิยม)  กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ (สังคมนิยม) พม่ากับรัฐฉานกลายเป็นสมรภูมิในการขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ด้วยสารพันปัญหาทั้งภายในและภายนอกที่เกิดขึ้น สหภาพพม่าจึงกลายเป็นสมรภูมิรบทั้งจากกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มมหาอำนาจ

              ต่อมาในช่วงเผด็จการทหาร (พ.ศ. 2505 – 2553) ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง เผด็จการทหารปรับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศมาเป็นสังคมนิยมภายใต้ชื่อว่า “สังคมนิยมวิถีพม่า” (The Burmese Way to Socialism) แล้วยึดกิจการต่าง ๆ ของภาคเอกชนมาเป็นของรัฐ ส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจสังคมการเมืองของพม่าพังทลายลงทันที ในรัฐฉานเองเกิดขบวนการกู้ชาตินำโดยกลุ่มทหาร นักศึกษา พระสงฆ์ รวมถึงชาวบ้านธรรมดา ทางรัฐบาลทหารพม่าใช้ยุทธวิธีทางการทหารเข้าปราบปราม ในการตัดกำลังของกองกำลังกู้ชาติกลุ่มต่าง ๆ ด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนทางเพศ การเกณฑ์ทหาร การบังคับโยกย้ายถิ่นฐานและใช้แรงงานทาส รัฐฉานจึงไม่ใช่ดินแดนที่น่าอยู่สำหรับชาวไตบางกลุ่ม การอพยพโยกย้ายเข้ามาในประเทศไทยจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

              มูลนิธิสิทธิมนุษยชนชาวไต (Shan Human Right Foundation – SHRF) รายงานว่า ในปี พ.ศ. 2539 ผู้นำของพม่าได้ใช้กำลังบังคับประชาชนจากหมู่บ้านในภาคกลางของรัฐฉานกว่า 1,400 แห่งให้ย้ายออกจากถิ่นที่อยู่อาศัย ชาวไตที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรถูกบังคับให้ย้ายออกจากที่ทำกินเดิมเพื่อไปอยู่ที่ใหม่ในเมืองที่รัฐบาลตระเตรียมไว้ให้ ทำให้สูญเสียที่ทำกินและทรัพย์สินที่เคยครอบครอง ประมาณว่าในปีนั้นมีประชาชนจากรัฐฉานมากกว่า 300,000 คนถูกบังคับย้ายถิ่น และระหว่างปี พ.ศ. 2539-2540 ประมาณว่ามีชาวไตถึง 80,000 คน หนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย (SWAN,2546)

              ต่อมาในยุครัฐบาลกึ่งพลเรือนกึ่งทหารในปัจจุบัน (พ.ศ. 2553-ปัจจุบัน) พม่าได้ปฏิรูปประเทศเปลี่ยนการปกครองจากเผด็จการทหารมาเป็นการปกครองกึ่งทหารกึ่งพลเรือน เปิดประเทศและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ในลักษณะกึ่งปิดกึ่งเปิดทางการปกครองเช่นนี้และการเข้ามาของทุนต่างชาติ ได้ก่อให้เกิดปัญหาร่วมสมัยคือ การเข้ามาตักตวงทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การทำเหมือง การทำเขื่อน  นำมาสู่การยึดที่ดินของชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งเป็นเขตที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ แต่การเปิดประเทศและการกำลังจะพัฒนาไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ก็ทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวทางสังคมได้อย่างอิสระมากขึ้น

              ส่วนพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของคนไทใหญ่ในประเทศไทยนั้น คนไทใหญ่จำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนล้านนาและบางส่วนในประเทศไทยมาตั้งแต่ก่อนยุครัฐชาติ คนกลุ่มนั้นก็ผสมกลมกลืนกลายเป็นพลเมืองไทยได้ไม่ยาก เพราะมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันทั้งทางภาษา ศาสนา วัฒนธรรม รวมถึงอาหารการกิน

              หากนับในช่วงหลังยุครัฐชาติ ช่วงปี พ.ศ. 2501 เป็นช่วงที่ความขัดแย้งทางด้านชาติพันธุ์ในพม่าเริ่มบานปลาย ในรัฐฉานเริ่มมีกลุ่มกองกำลังกู้ชาติจำนวนหนึ่งเกิดขึ้นเพื่อต่อสู้เรียกร้องเอกราชจากพม่า กองกำลังเหล่านี้เข้ามาอาศัยชายแดนไทย – พม่า เป็นฐานบัญชาการ ประกอบกับรัฐไทยในขณะนั้นต้องการป้องกันการเข้ามาของคอมมิวนิสต์จากจีน จึงได้อาศัยกองกำลังกู้ชาติไตเป็นรัฐกันชน  (Buffer state) ตั้งแต่ชายแดนจังหวัดเชียงราย เรื่อยไปถึงชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยาวนานกว่า 40 ปี เป็นช่วงที่ชายแดนไทย-พม่าเต็มไปด้วยภัยสงครามระหว่างกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลเผด็จการพม่า นอกจากนั้นยังมีปัญหายาเสพติดที่ระบาดหนัก  และปัญหาการทะลักเข้ามาของผู้อพยพจากพม่า พื้นที่ชายแดนจึงเต็มไปด้วยชุมชนของผู้อพยพและค่ายลี้ภัย

              การที่กองกำลังกู้ชาติไตเข้ามาอาศัยบริเวณชายแดนเป็นฐานบัญชาการนั้น ได้ก่อให้เกิดชุมชนชาวไตอพยพหลายชุมชนขึ้นทั้งฝั่งไทยและพม่า เพื่อรองรับครอบครัวของทหารและชาวบ้านที่อพยพหนีภัยสงครามเข้ามา ชุมชนเหล่านี้บางแห่งมีสถานะเป็นรัฐซ้อนรัฐไม่อยู่ในการควบคุมทั้งจากรัฐไทยและรัฐพม่า บางพื้นที่ถูกประกาศเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นตรงต่อทั้งรัฐไทยและรัฐพม่า แต่อยู่ในการควบคุมของกองทัพ ที่สามารถจัดองค์กรทางการเมืองและวัฒนธรรมของตนเองขึ้นมาได้ เช่น โรงเรียน โรงพิมพ์ โรงพยาบาล ศูนย์ฝึกทหาร  นอกจากนั้นยังมีชาวไตอพยพอีกจำนวนมากที่กระจายตัวอยู่ตามชายแดนจังหวัดเชียงใหม่ เช่น อำเภอเชียงดาว อำเภอฝาง อำเภอไชยปราการ อำเภอแม่อาย และอำเภอเวียงแหง ใช้ชีวิตร่วมกับคนไทยและกลุ่มคนอื่น ๆ บริเวณชายแดน หรือสร้างชุมชนของตนเองขึ้นมาใหม่ในที่รกร้างว่างเปล่าตามชายแดน ชาวไตอพยพกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากกองกำลังกู้ชาติมากนัก เนื่องจากไม่ได้อยู่ในพื้นที่ควบคุมของกองกำลังกู้ชาติ ทำให้ผู้อพยพจำนวนมากสามารถกลมกลืนเข้ากับชุมชนชายแดนของไทยได้ เนื่องจากมีภาษาและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นชุมชนที่อพยพเข้ามา สถานทางบุคคล การศึกษา ช่วงชั้นอายุ ที่มีความแตกต่างกันของผู้อพยพมาทำให้วิถีชีวิตของคนผู้อพยพแต่ละคนในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน

              เราจะเห็นการศึกษาวิถีชีวิตของคนไทใหญ่ได้จากงานศึกษาเช่น “กระบวนการสร้างอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของชาวไทใหญ่ชายแดนไทย-พม่า กรณีศึกษาหมู่บ้านเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่” ของวันดี สันติวุฒิเมธี (2545) เป็นงานศึกษาเกี่ยวกับชุมชนชาวไตอพยพที่ให้รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนได้ระเอียด ระหว่างปี พ.ศ. 2501 – 2544 และงานศึกษาเรื่อง สังคมและวัฒนธรรมไทบ้านใหม่หมอกจ๋าม ของนงนุช จันทราภัย และเรณู วิชาศิลป์ (2541) มักฉายภาพให้เห็นถึงพัฒนาการของการโยกย้ายตั้งถิ่นฐาน การปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทย รวมทั้งการปรับตัวทางวัฒนธรรม ประเพณีและอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของพวกเขา หลังจากนั้นการศึกษาเกี่ยวกับคนไทใหญ่ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมาได้ขยับมาศึกษาชาวไทใหญ่ที่อพยพเข้ามาเป็นแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

              อาจจะกล่าวได้ว่าตอนนี้มีประชากรไทใหญ่อยู่ในประเทศไทยอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มหนึ่งคือคนไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้มานานตั้งแต่ยุคจารีต มาจนถึงยุคก่อนรัฐชาติ และยุคก่อตัวของรัฐชาติ ซึ่งคนไทใหญ่กลุ่มนี้บางส่วนได้ผสมกลมกลืนเข้ากับสังคมวัฒนธรรมไทย จนกลายเป็นพลเมืองไทยไปหมดแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นลูกหลานของคนไทใหญ่ในยุคแรก ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มคนไทใหญ่ที่อพยพมาหลังยุคสร้างชาติในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา คนไทใหญ่กลุ่มนี้บางส่วนยังมีความเชื่อมโยงกับไทใหญ่ในพม่า บางส่วนสามารถสามารถตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยได้แล้ว และบางส่วนยังดำรงชีพด้วยการเป็นแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

              ชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่อย่างถูกกฎหมาย มีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเข้ามาในประเทศไทยก่อนปี พ.ศ. 2521 ได้รับสิทธิการโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทย ส่วนใหญ่มีครอบครัว โดยบุตรหลานได้สัญชาติไทยเช่นกัน ชาวไทใหญ่กลุ่มนี้โดยพื้นฐานแล้ว เป็นกลุ่มที่มีความรู้ มีการศึกษา ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรืออุดมศึกษา มีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ เมื่ออพยพเข้ามาจึงสามารถประกอบอาชีพที่ต้องใช้ทักษะความรู้ได้ เช่น พนักงานเสนอขายสินค้าของที่ระลึก มัคคุเทศก์ และองค์อิสระที่เกี่ยวข้องกับไทใหญ่ (NGOs)  มีรายได้ประมาณ 5000-10,000 บาทต่อเดือน ชาวไทใหญ่กลุ่มนี้จะไม่ตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มใหญ่ แต่จะอาศัยอยู่กระจัดกระจายในจังหวัดเชียงใหม่ ในอำเภอเมือง อำเภอหางดง อำเภอแม่ริม อำเภอสันทราย และอำเภออื่นๆ

              ชาวไทใหญ่ที่เข้ามาทำงาน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาหลังปี พ.ศ. 2521 เพื่อเข้ามาทำงาน มีทั้งกลุ่มคนที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย นอกจากนั้นบางส่วนอพยพเข้ามาพร้อมครอบครัว บางส่วนมาแต่งงานสร้างครอบครัวกับคนไทย ส่วนเด็กผู้ชายที่อพยพเข้ามามักจะบวชเป็นสามเณรเพื่อศึกษาต่อในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ กลุ่มที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย ส่วนใหญ่จะทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาด ลูกจ้างในร้านค้า โรงงานทอผ้า โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า รายได้ประมาณ 700-2,000 บาทต่อเดือน และยังมีบางส่วนที่ประกอบอาชีพค้าขาย รายได้ไม่แน่นอน ประมาณ 200-500 บาทต่อวัน นอกจากนั้นกลุ่มที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่ทำงานด้านก่อสร้าง บางส่วนเป็นลูกจ้างในสวนผลไม้ มักได้รับค่าตอบแทนเป็นรายวัน ประมาณ 35-120 บาทต่อวัน

              กลุ่มที่ประกอบอาชีพรับจ้างต่าง ๆ มักจะอาศัยอยู่กับนายจ้าง หรือสถานที่ที่นายจ้างจัดไว้ให้ ไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่จะกระจัดกระจายกันไปตามลักษณะของการประกอบอาชีพ ส่วนชาวไทใหญ่ที่ประกอบอาชีพก่อสร้าง มักจะพักอาศัยรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่บริเวณใกล้เคียงที่ทำงาน ลักษณะที่อยู่อาศัยจะสร้างเป็นกระท่อมเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย

              บริบทด้านประชากร 

              อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า การจัดทำข้อมูลเกียวกับประชากรชาวไทใหญ่ในประเทศไทยนั้นยังไม่มีความชัดเจนเนื่องจากชาวไทใหญ่ที่อพยพมาอยู่นานจนกลายเป็นพลเมืองไทยแล้ว ในส่วนของชาวไทใหญ่ที่เป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาตินั้น ถือเป็นกลุ่มที่มีการทำสถิติข้อมูลด้านประชากรเป็นระบบมากที่สุด แต่เนื่องจากการอพยพเข้ามาเป็นแรงงานของชาวไทใหญ่ที่มีทั้งแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ทำให้ตัวเลขจากข้อมูลเองก็ยังไม่สามารถระบุจำนวนประชากรที่ชัดเจนได้เช่นกัน เนื่องจากการจัดทำฐานข้อมูลของรัฐไทยไม่ได้จำแนกกลุ่มต่าง ๆ ที่อพยพเข้ามาตามกลุ่มชาติพันธุ์แต่เรียกรวมเป็นระดับประเทศ การคำนวณประชากรของชาวไทใหญ่ในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องซัลซ้อนและยากต่อการจัดทำข้อมูลอย่างมาก ส่วนใหญ่ข้อมูลที่ออกมามักเป็นการสำรวจคร่าว ๆ และการคาดการณ์เช่นในงานของ อัมพร (2588) คาดการณ์จำนวนชาวไทใหญ่ในเชียงใหม่เฉพาะที่เข้ามาเป็นแรงงานว่ามีมากถึง 200,000 คน คิดเป็นสัดส่วนแรงงานอพยพ 1 คน ต่อประชากรเชียงใหม่ถึง 6 คน (อัมพร จิรัฐติกร 2558: 32)

     


  • FINN. // The project \”The Ethnic Origins Of Beauty\”.


    The interview with a representative of Finnish people for the project \”The Ethnic Origins of Beauty\”
    РУССКАЯ ВЕРСИЯ: https://www.youtube.com/watch?v=h9I2g_WEyFk\u0026list=PLWHPZn_zI3_ZlsfB5EM6MmkmzO3Gszc\u0026index=39
    VERSION FRANÇAISE: https://www.youtube.com/watch?v=9ZVfxxiPvTA\u0026index=15\u0026list=PLWHPZn_zI3_ZcyJT77NUETxCGodQnel3n
    © NBRECstudio
    © Les origines de la beauté
    Music:© Vladislav Shvec My_Kantele
    Help the project \”The Ethnic Origins of Beauty\” to continue their mission, make a donation:
    https://www.donationalerts.com/r/les_origines
    ___________________________________________________
    \”The Ethnic Origins of Beauty (Les origines de la beauté) is a nonprofit, artistic, documentary and research project about the ethnic diversity of mankind, presented through the beauty of women of all ethnic groups of the world.
    The aim of this project is to show the real scale of ethnocultural diversity in a full, systematic and creative way; to illustrate each and every distinctive ethnicity, however small it is, and whatever its political status.
    Only ethnicities put on the base of the project, and not countries, to show the multinational picture of the world vividly, which we do not see when focusing only at racial or national typologies that are characteristic for various international competitions or other events. Limiting only by civil affiliation, 90% of existing peoples stay uninvolved, because they are not presented as independent countries.
    The project includes photoportraits and videointerviews of young women representing their ethnicity with accompanying informational note about every people. With the accumulation of the material, it will be published, first of all, on the project’s interactive internet platforms (websites, social media, etc). During the realisation and at the end of the project, different exhibitions will be organised; books, DVD and others will be published to promote this initiative.
    The beauty of a woman and her peacekeeping nature are used in this project as a peace envoy, which unites all the faces of the human race and calls people to know themselves and the people around them.
    The project \”The Ethnic Origins of Beauty\” received the acknowledgment of UNESCO and was first presented at an exhibition devoted to international women’s day in March 2014, at its Parisian headquarters.
    © Les origines de la beaute
    All rights reserved
    The reposting of the information and photos of the website is allowed only with the notion of the project name, the name of the author and reference to the website or the official Facebook page of the project:
    CONTACTS for the participation and support of the project:
    The Association for support to the project \”The Ethnic Origins of Beauty\”
    65, rue de Rennes
    Paris 75006, France
    Теl.: +33668656824
    +33182099869
    Email: [email protected]
    Official website: www.lesoriginesdelabeaute.com
    Facebook: https://www.facebook.com/pages/Lesoriginesdelabeaut%C3%A9/444900195589145
    INSTAGRAM: lesoriginesdelabeaute
    YouTube: https://www.youtube.com/channel/UCSi9LpPZR7CUZMJknep7QQ
    Flickr: https://www.flickr.com/photos/[email protected]/sets/72157636703322835/

    นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

    FINN. // The project \

    Race, Ethnicity, and Culture


    Using jelly beans to explain the difference between race, ethnicity, and culture.
    This video was made for my Child Development students but is applicable to other fields that use these terms.

    Race, Ethnicity, and Culture

    Loạt trò chơi ngoài trời Nastya Katya và Max dành cho trẻ em


    Nastya Katya và Max chơi với các trò chơi và đồ chơi yêu thích của trẻ em. Bộ sưu tập tốt nhất của những câu chuyện trò chơi ngoài trời thú vị cho trẻ em. Nastya có nhiều bạn bè và họ giả vờ chơi vào dịp Halloween và thực hiện các hoạt động vui nhộn. Nastya và cha đi trong công viên giải trí khác nhau và chơi với bạn bè và tạo ra những câu chuyện hài hước với đồ chơi. Xem một bộ truyện Việt Nam mới cho trẻ em.
    Subscribe to Like Nastya VNM https://is.gd/ah8Ar9
    INSTAGRAM https://www.instagram.com/likenastya/
    TikTok https://vm.tiktok.com/pY1S2D/

    Loạt trò chơi ngoài trời Nastya Katya và Max dành cho trẻ em

    알리와 아드리아나 손가락 가족 노래 유아를위한 교육 비디오 Adriana \u0026 Daddy Finger Nursery Rhymes | Learn Colors With Lollipops


    알리와 아드리아나 손가락 가족 노래 유아를위한 교육 비디오 Adriana and Ali play Daddy Finger family Nursery Rhymes | Learn Colors With Lollipops

    알리와 아드리아나 손가락 가족 노래 유아를위한 교육 비디오 Adriana \u0026 Daddy Finger Nursery Rhymes | Learn Colors With Lollipops

    🌎 Cultural Diversity | Cultural Identity | Racial Identity | Ethnic Identity | Why is it Important?


    🎀🌿 Welcome to My Identity Mag 🌿🎀
    Find out about cultural, racial, and ethnic identity. In this video we’ll explore the following: cultural awareness, cultural appreciation, cultural identity, what is cultural diversity and why is it important, what is cultural diversity, what is the meaning of cultural, what is cultural heritage, what is cross cultural understanding, what is the meaning of cultural, what is racial identity, what is race, what is race and ethnicity, what is the human race, what is ethnicity, what is ethnic identity, what is an ethnic group, and what does ethnicity mean.
    ✅SUBSCRIBE to My Identity Mag
    https://www.youtube.com/channel/UCcoOdF9k1iCLSxusZa_9Fug
    ✅Don’t Forget to LIKE 👍 SUBSCRIBE 🔔️️️ SHARE ↗️
    Follow us
    __________________________________
    Facebook:
    https://www.facebook.com/myidentitymag
    Instagram:
    @myidentitymag
    Twitter:
    https://twitter.com/MyIdentityMag
    LinkedIn:
    https://www.linkedin.com/in/myidentitymag8aa284220/
    Website:
    www.myidentitymag.com
    ____________________________
    Shop:
    Amazon
    https://www.amazon.com/s?rh=n%3A7141123011%2Cp_4%3AI+Love+My+Identity\u0026ref=mh_bl_sl_s_ap_mw_7141123011
    Facebook
    https://www.facebook.com/myidentitymag/shop/?ref_code=view_shop_cta\u0026ref_surface=page
    Myidentitymag.com
    https://www.myidentitymag.com/shop

    ▶️WATCH MORE VIDEOS
    1. Who Are Native Americans?| Native Americans in the United States | Native American Culture History
    https://youtu.be/nzWR_oFYZdk
    2. WHAT IS BICULTURAL IDENTITY AND MULTICULTURALISM
    https://youtu.be/nPWJKdSFxaM
    3. Interesting Facts about Food Culture and Traditions of Germany
    https://youtu.be/PBnY5JFbrS8
    4. ❤️Beautiful Relaxing Music | Peaceful Music \u0026 Relaxing Music | Peaceful Music | My Identity Mag
    https://www.youtube.com/watch?v=aBc6yY8F7yM
    5. 😴Deep Sleep Music, Healing Music, Meditation Music, Sleep Music, Relaxing Music | My Identity Mag
    https://www.youtube.com/watch?v=cjKvZres3fY
    6. 🔥Relaxing Fireplace Sounds | Burning Fireplace \u0026 Crackling Fire Sounds | My Identity Mag
    https://www.youtube.com/watch?v=Wcv0gM9_6_Y\u0026t=191s
    ✔️ Playlist :
    https://www.youtube.com/watch?v=Wcv0gM9_6_Y\u0026list=PL_dE7gZsUgTJMyfOtQ4_v0AhalNtlYb
    https://www.youtube.com/watch?v=c2oO7nz2EKo
    CulturalDiversity
    Identity
    RacialIdentity
    EthnicIdentity
    culturalidentity
    diversity
    unityday
    nationalunityday
    culturematters
    culture tiktok
    culture
    diversitymatters
    culturenotcostume
    diversityawarenessmonth
    diversityday
    diversityuniteart
    unity
    unityinthecommunity
    unitytips
    culturalidentity
    culturaldiversity
    unityispower
    unityiswealth
    diversitymatters
    diversityisbeautiful
    diversityandinclusionsal
    diversityoflife
    diversityintheworkplace
    diversityequityinclusion
    culturalarts
    cultrueresponsible
    culturale
    culturaldiplomacy
    culturalchange
    culturalcentre
    myidentity
    myidentitymag
    myidentitymag.com
    racialjustice
    racialequality
    racialequity
    racialprofiling
    racialtrauma
    racialinequality
    racialidentity
    racialreconciliation
    ethnicitytag
    ethnicvoyage
    ethnicitytag
    culturaldiversity diversity culture art diversityandinclusion inclusion global culturalawareness contemporaryart community culturalarts arts artoftheday diversitymatters artsradio artsadvocacy travel color culturalintelligence equality publicradio artsnews instaart instagramart c intercultural slicedfruit modernart multicultural bhfyp
    crosscultural cultures natcreole leadership people diversityisbeautiful melbourne diversitytraining culturalheritage visualart artcollector photography crossculturaltraining painting artexhibition humanresources hrconsulting culturaldifferences staffing cultural staffingfirm s india washington thehrsource employer hrstaffing diversityworkplace organization hrservices

    🌎 Cultural Diversity | Cultural Identity | Racial Identity | Ethnic Identity | Why is it Important?

    นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่LEARN FOREIGN LANGUAGE

    ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ethnic แปลว่า

    See also  บอกความรู้สึกในใจกับแฟน | บอก ความ รู้สึก กับ แฟน

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *