Home » [Update] การใช้งาน IF – Clauses ในแบบต่างๆ | first of all การใช้ – NATAVIGUIDES

[Update] การใช้งาน IF – Clauses ในแบบต่างๆ | first of all การใช้ – NATAVIGUIDES

first of all การใช้: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Conditional sentences หรือที่หลายคนรู้จักในนาม if-clause คือ ประโยคเงื่อนไข ประกอบด้วยประโยคย่อย สองประโยค ประโยคหนึ่งขึ้นต้นด้วยคำว่า If กับอีกประโยคหนึ่งมีหน้าตาเหมือนประโยคสมบูรณ์ทั่วไป สังเกตว่า ประโยคสองประโยคนี้สลับที่กันได้ จะยกประโยคไหนขึ้นต้นก็ได้ แล้วแต่การเน้นและความหมาย

conditional-clauses

1. ZERO Conditional Sentences

วิธีใช้: ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริง

Zero conditional sentences ใช้สำหรับพูดถึงความจริงทั่วไป โดยใช้ present simple ในประโยคทั้งสองประโยค (ประโยคหนึ่งจะอยู่ในรูปของ if-clause ส่วนอีกประโยคจะอยู่ในรูปของ main-clause ค่ะ)

  • If + present simple, …. present simple. (คนไทยมักจะเขียนว่า If + subject + V1, subject + V1)

ประโยคแบบ zero conditional sentences ใช้พูดถึงกรณีที่ถ้าเกิดสิ่งหนึ่ง ต้องเกิดอีกสิ่งหนึ่งเสมอ เช่น If water reaches 100 degrees, it boils. เมื่ออุณหภูมิน้ำสูงเท่ากับ 100 องศาเซลเซียส น้ำจะเดือดเสมอ หรือ If I eat peanuts, I am sick. ถ้าฉันกินถั่วลิสงฉันจะแพ้ ซึ่งประโยคลักษณะนี้ เราจะใช้คำว่า when (เมื่อ) แทน if ก็ได้

ตัวอย่างเพิ่มเติม

  • If people eat too much, they get fat. ถ้ากินมากจะอ้วน
  • If you touch a fire, you get burned. ถ้าแตะไฟก็จะโดนลวก
  • People die if they don’t eat. คนเราจะตายถ้าไม่กินอาหาร
  • You get water if you mix hydrogen and oxygen. ถ้ารวมไฮโดรเจนกับอ๊อกซิเจนจะได้น้ำ
  • Snakes bite if they are scared. งูจะกัดเวลารู้สึกกลัว
  • If babies are hungry, they cry. ทารกจะร้องไห้ถ้ารู้สึกหิว

Zero conditional sentences จะใช้พูดถึงเรื่องจริงทั่วๆไป แต่ conditional sentences แบบต่อไปจะพูดถึงเหตุการณ์เฉพาะค่ะ

 

2. FIRST Conditional Sentences

วิธีใช้ ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน

First conditional sentences ใช้สำหรับพูดว่าถ้าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น อีกสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้น โดยใช้ If + present simple แล้วตามด้วย future simple

  • if + present simple, … will + infinitive (คนไทยมักจะเขียนว่า If + subject + V1, subject + will/be going to + V1)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์เฉพาะซึ่งอาจเป็นไปได้ หรือผู้พูดคิดว่าจะเกิดขึ้น เช่น

  • If it rains, I won’t go to the park. ถ้าฝนตก ฉันจะไม่ไปสวนสาธารณะ
  • If I study today, I‘ll go to the party tonight. ถ้าวันนี้ฉันอ่านหนังสือ คืนนี้จะไปปาร์ตี้
  • If I have enough money, I‘ll buy some new shoes. ถ้ามีเงินพอ ฉันจะซื้อรองเท้าใหม่
  • She‘ll be late if the train is delayed. เธอจะไปสายถ้ารถไฟมาช้า
  • She‘ll miss the bus if she doesn’t leave soon. เธอจะไม่ทันรถเมล์ถ้าไม่ออกจากบ้านตอนนี้
  • If I see her, I‘ll tell her. ถ้าพบเขาฉันจะบอกเขา

Zero conditional กับ first conditional ต่างกันตรงที่ใช้กับสถานการณ์คนละประเภทดังได้กล่าวไปแล้ว ดูตัวอย่างชัดๆอีกทีนะคะ

 

Zero conditional: If you sit in the sun, you get burned. (ใครก็ตามที่) นั่งตากแดดจะผิวไหม้

First conditional: If you sit in the sun, you’ll get burned. ถ้าเธอนั่งตากแดดผิวเธอจะไหม้นะ

 

3. SECOND Conditional Sentences

วิธีใช้ ใช้กับเหตุการณ์ที่ตรงข้ามความจริงในปัจจุบัน หรือ อนาคต

First conditional ใช้พูดถึงสิ่งที่ผู้พูดคาดคะเนว่าจะเกิดขึ้น แต่ Second conditional จะใช้พูดถึงสิ่งที่ผู้พูดคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เช่น

First conditional: If she studies harder, she’ll pass the exam. ถ้าเธอตั้งใจเรียนมากขึ้นเธอจะสอบผ่าน (คิดว่าเป็นไปได้)

Second conditional: If she studied harder, she would pass the exam. ถ้าเธอตั้งใจเรียนมากขึ้นเธอคงสอบผ่าน (แต่ผู้พูดไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ คือ คิดว่าเธอคงไม่ตั้งใจมากขึ้น และเธอคงสอบไม่ผ่าน)

ประโยคแบบ second conditional นี้ใช้ If + past simple คู่กับ would + infinitive ค่ะ

  • if + past simple, …would + infinitive

(สังเกต ว่าอนุประโยคที่ต่อหลัง if ถ้าคำกิริยาเป็น verb to be จะใช้ were ได้กับประธานทุกตัว เช่น If I were you… ถ้าฉันเป็นเธอ… แต่จะใช้ was ตรงตามประธานก็ได้ค่ะ)

วิธีใช้

– ใช้พูดถึงความใฝ่ฝันว่าอยากให้เกิดขึ้นในอนาคตแต่อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ เช่น

  • If I won the lottery, I would buy a big house. ถ้าถูกล็อตเตอรี่จะซื้อบ้านหลังใหญ่ (ซึ่งคิดว่าคงไม่ถูกล็อตเตอรี่หรอก)
  • If I met the Queen of England, I would say hello. ถ้าได้พบราชีนีอังกฤษฉันจะกล่าวสวัสดี
  • She would travel all over the world if she were rich. เขาจะเที่ยวรอบโลกถ้ามีเงินมากๆ
  • She would pass the exam if she ever studied. เธอคงจะสอบผ่านหรอกถ้าเธอได้เคยอ่านหนังสือบ้าง (ซึ่งจริงๆไม้อ่านเลย)

 

– ใช้พูดถึงเหตการณ์ในปัจจุบันที่เป็นไปไม่ได้เลย ไม่จริงเลย เช่น

 

  • If I had his number, I would call him. ถ้ามีเบอร์เขาฉันจะโทรหาเขา (แต่จริงๆฉันไม่มีเบอร์เขา)
  • If I were you, I wouldn’t go out with that man. ถ้าฉันเป็นเธอฉันจะไม่ไปเที่ยวกับเขา

 

ประโยค second conditional ต่างกับ first conditional ตรงที่แบบนี้มีความเป็นไปได้น้อยมาก เช่น

 

Second conditional: If I had enough money I would buy a house with twenty bedrooms and a swimming pool. ถ้ามีเงินพอฉันจะซื้อบ้านที่มีห้องยี่สิบห้องกับสระว่ายน้ำ (ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เป็นแค่ฝัน)

 

First conditional: If I have enough money, I’ll buy some new shoes. ถ้ามีเงินพอฉันจะซื้อรองเท้าใหม่ (มีความเป็นไปได้มากกว่ามาก)

 

4. THIRD Conditional Sentences

วิธีใช้ ใช้กับเหตุการณ์ที่ตรงข้ามความจริงในอดีต

ประโยค conditional แบบสุดท้ายใช้ If + past perfect (subject + had + V3) คู่กับ would have + V3 ค่ะ

  • if + past perfect, …would + have + past participle

ประโยคแบบนี้ใช้พูดเกี่ยวกับอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ว่าถ้าเกิดขึ้นแล้วจะเป็นอย่างไร

  • If she had studied, she would have passed the exam. ถ้าเขาอ่านหนังสือ เขาคงสอบผ่านไปแล้ว (ซึ่งจริงๆผู้พูดรู้ว่าไม่ได้อ่านและสอบตก)
  • If I hadn’t eaten so much, I wouldn’t have felt sick. ถ้ากินไม่มากฉันคงไม่ป่วย (แต่จริงๆฉันกินเยอะ จึงป่วย)
  • If we had taken a taxi, we wouldn’t have missed the plane. ถ้าเราขึ้นแท็กซี่มาเราคงไม่ตกเครื่องบิน
  • She wouldn’t have been tired if she had gone to bed earlier. เธอจะไม่เพลียถ้าเข้านอนเร็วกว่านี้
  • She would have become a teacher if she had gone to university. เธอคงจะเป็นครูถ้าเธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
  • He would have been on time for the interview if he had left the house at nine. เขาคงมาสัมภาษณ์ทันเวลาถ้าออกจากบ้านตอนเก้าโมง

 

5. MIXED Conditional Sentences

นอก จากนั้นยังมีการนำ conditional sentences สองแบบมาผสมกันอีกด้วยค่ะ โดยมากใช้เวลาพูดถึงสิ่งที่ไม่เป็นความจริงในอดีตที่มีความสัมพันธ์กับ ปัจจุบัน เช่น

  • She would be a rich widow now if she’d married him. เธอคงจะได้เป็นแม่หม้ายเศรษฐีไปแล้วถ้าเธอแต่งงานกับเขา (ตอนนั้นไม่แต่งกับเขา ตอนนี้เลยไม่ได้เป็นแม่หม้ายเศรษฐี)
  • If I’d studied law, I’d be an attorney now. ถ้าตอนนั้นเรียนนิติตอนนี้ฉันก็คงจะเป็นทนายความแล้ว

หากน้องคนไหนอ่านแล้วสงสัยอะไร เมลมาถามหรือทิ้งคำถามไว้ที่ Webboard สถาบันได้เลยนะคะ ^^

IELTS Institute Team

Table of Contents

[Update] Tips: หลักการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการประชุม | first of all การใช้ – NATAVIGUIDES

ปัจจุบันภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาสากลที่ใช้กันโดยทั่วไปในชีวิตประจำวันและการทำงาน วันนี้จึงขอเสนอหลักการง่าย ๆ ในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการประชุม ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการทำงานและการติดต่อธุรกิจ ดังนี้ค่ะ

ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้เรื่องหลักการในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการประชุม เราลองมาเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มักใช้บ่อย ๆ ในการประชุมกันก่อนนะคะ

1. Discussion  =   การหารือหรือการอภิปราย
2. Root cause   =   สาเหตุของปัญหา
3. Issues  =   ประเด็น
4. Weekly meeting   =   การประชุมประจำสัปดาห์
5. Annual meeting  =   การประชุมประจำปี
6. Shareholder meeting  =   การประชุมผู้ถือหุ้น
7. Agenda  =  หัวข้อเรื่องที่จะพูดในการประชุม
8. Conference room   =   ห้องประชุม
9. Minutes   =  บันทึกการประชุม
10. Vote for   =   จำนวนผู้เห็นด้วย
11. Opposed   =   จำนวนผู้ไม่เห็นด้วย
12. Abstained  =   จำนวนผู้ไม่ออกเสียง

 

หลักการง่าย ๆ ในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการประชุม

1. การเปิดการประชุมและทักทายผู้เข้าร่วมประชุม

การเปิดประชุมและทักทายผู้เข้าร่วมประชุมอาจทำได้โดยประธานในการประชุมหรือผู้ที่จะนำเสนอเรื่องเป็นคนแรกในการประชุม ซึ่งสามารถใช้ประโยคและวลีต่อไปนี้

Good morning/afternoon …
Since everyone is here, let’s get started …   —>   เมื่อครบทุกคนแล้ว พวกเราไปเริ่ม … กันเถอะ

Ex. Since everyone is here, let’s get started the meeting.
     (เมื่อครบทุกคนแล้ว พวกเราไปเริ่มการประชุมกันเถอะ)

Let’s begin …   —>   เริ่ม … กันเถอะ

Ex. Let’s begin meeting
     (เริ่มการประชุมกันเถอะ)

First of all, I really appreciate your presence here today.   —>   อันดับแรก ผม/ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งกับการมาเข้าร่วมประชุมของพวกคุณในวันนี้
First, I’d like to welcome everyone.   —>   อันดับแรก ผม/ดิฉันขอต้อนรับทุกคน
I’d like to thank everyone for coming today.   —>   ผม/ดิฉันขอขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้

2. การแนะนำตัวเองและแนะนำตัวผู้เข้าร่วมประชุม

ก่อนเริ่มการประชุมเราควรมีการแนะนำตนเองและทำความรู้จักกับผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้การประชุมเกิดความเป็นกันเองมากขึ้นและจะได้ทราบว่ามีใครที่ไม่ได้มาเข้าร่วมการประชุม

I’m … (เติมชื่อของตนเองลงไป)
Let’s go around the room and introduced ourselves quickly …   —>   เรามาเริ่มแนะนำตนเองกันอย่างเร็ว ๆ วนไปรอบห้อง
Let’s go around the table and introduced ourselves …   —>   เรามาเริ่มแนะนำตนเองวนไปรอบโต๊ะ

(Someone) sends apologies. He/she couldn’t make it this morning/afternoon … ใช้เมื่อการแนะนำตัวเสร็จสิ้นและต้องการบอกรายชื่อผู้ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมการประชุม โดยเปลี่ยนชื่อและเวลาตามความเป็นจริง

Ex. Somsri sends apologies. She couldn’t make it this morning.
     (สมศรีฝากมาขอโทษว่าหล่อนไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ในเช้านี้)

3. การนำเสนอวาระการประชุม

ก่อนเริ่มการประชุมควรมีการนำเสนอวาระการประชุมทุกครั้ง เพื่อจะได้ทราบถึงขอบเขตการประชุมในครั้งนี้และเป็นการตรวจสอบว่าได้ตกหล่นประเด็นใดไปหรือไม่ การประชุมในครั้งนี้มีประเด็นครบถ้วนแล้วหรือยัง โดยอาจใช้ประโยคในการนำเสนอวาระการประชุมดังนี้

So let’s start with the first item on the agenda …   —>    ดังนั้นเรามากันที่หัวข้อแรกในการประชุมกันเถอะ …
Our goal today is to …   —>   จุดหมายของการประชุมในวันนี้คือ…

Ex. Our goal today is to discuss about our new project.
     (จุดหมายของการประชุมในวันนี้คือหารือเกี่ยวกับโครงการใหม่ของเรา)

We have a few items to discuss today. The first is … The second is …   —>   เรามีประเด็นสองสามเรื่องที่จะต้องอภิปรายกันในวันนี้ ประเด็นแรกคือ … ประเด็นที่สองคือ …

Ex. We have a few items to discuss today. The first is increasing the number of employees. The second is new project’s budget.
     (เรามีประเด็นสองสามเรื่องที่จะต้องอภิปรายกันในวันนี้ ประเด็นแรกคือ การเพิ่มจำนวนพนักงาน ประเด็นที่สองคือ งบประมาณของโครงการใหม่)

We’re here to discuss …   —>   พวกเรามาอยู่ที่นี่เพื่อหารือเรื่อง …

Ex. We’re here to discuss about providing the education for workers.
     (เรามาประชุมกันในวันนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับการให้การศึกษาแก่คนงาน)

At the end of our discussion today, we should have a decision on …   —>    ในตอนท้ายของการอภิปรายในวันนี้ พวกเราจะต้องตัดสินใจว่า …

Ex. At the end of our discussion today, we should have a decision on increasing budget for our new project.
     (ในตอนท้ายของการอภิปรายในวันนี้ พวกเราจะต้องตัดสินใจกับการเพิ่มงบประมาณโครงการใหม่ของเรา)

4. การสอบถามความคิดเห็นหรือข้อมูลจากผู้อื่น

การประชุมในแต่ละครั้งเป็นการประชุมเพื่อชี้แจงและร่วมหารือในประเด็นใดประเด็นหนึ่งร่วมกัน ดังนั้นการสอบถามความคิดเห็นหรือข้อมูลจากผู้อื่นจึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการประชุม โดยอาจใช้ประโยคดังต่อไปนี้

What does everyone think?   —>    ทุกคนคิดเห็นอย่างไร?
What are your thoughts on …   —>    คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับ …?
Tom, would you like to offer any information on this?   —>    ทอม คุณต้องการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า?
I’d like to hand it over to Cindy, who can share her thoughts about …   —>    ผม/ดิฉันขอยกหน้าที่ต่อให้ซินดี้ ซึ่งเธอจะมาแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับ …

5. การสรุปประเด็นสำคัญและการตัดสินใจในการประชุม

ในตอนท้ายของการประชุมจะต้องมีการสรุปประเด็นสำคัญในแต่ละหัวข้อที่ได้ชี้แจงหรือหารือร่วมกันในการประชุม รวมถึงการสรุปความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่หรือผลการตัดสินใจต่อประเด็นต่าง ๆ ในการสอบถามความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมการประชุม

After discussing our options, it’s time for a final decision.   —>    หลังจากการหารือประเด็นต่าง ๆ ของเรา ตอนนี้ถึงเวลาที่จะสรุปการตัดสินใจสุดท้าย
Let’s put it to a vote – all in favor, raise your hand.   —>    เรามาโหวตกันเถอะ ใครเห็นด้วยให้ยกมือขึ้น
It seems clear from our discussion that everyone is opposed/in favor of …   —>    ดูเหมือนจะชัดเจนจากการหารือว่าทุกคนไม่เห็นด้วย/เห็นด้วยกับ …

6. การปิดการประชุม

เมื่อใกล้ครบกำหนดเวลาการประชุมหรือการหารือเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ได้ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่ทำหน้าที่ดำเนินการประชุมอาจจะใช้ประโยคในการเริ่มปิดการประชุมดังนี้

We’re getting close to our time, so let’s wrap it up.   —>    ใกล้ครบกำหนดเวลาการประชุม ดังนั้นเรามาสรุปการประชุมกันเถอะ
Any final thoughts before we close the meeting?   —>    ใครมีความคิดเห็นอะไรอีกหรือเปล่า ก่อนที่เราจะปิดการประชุม?
It looks like we’ve covered our main points …   —>    ดูเหมือนว่าเราได้ครอบคลุมประเด็นหลักเรียบร้อยแล้ว …
I’d like to thank everyone for sharing their time today.   —>    ผม/ดิฉันขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาในวันนี้
I look forward to seeing you all at our next meeting.   —>    ผม/ดิฉันหวังว่าจะได้พบพวกคุณทุกคนในการประชุมครั้งถัดไป

See also  เป็นคนผอม แต่อยากทำแบรนด์เสื้อผ้าคนอ้วนจะทำได้มั้ย???? | อยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง | Nataviguides

เป็นอย่างไรบ้างคะ? สำหรับคำศัพท์และการใช้ภาษาอังกฤษในการประชุมมีหลักการง่าย ๆ ซึ่งนำไปใช้ได้ไม่ยากเลย ลองนำไปฝึกใช้พูดกันดูนะคะจะได้ดูเป็น Professional ในการเข้าร่วมการประชุมในครั้งถัดไป Ppalmpalmm หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครหลายคนที่อาจต้องใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานหรือการประชุมนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^^

 

 


ติว TOEIC: Correlative Conjunction (คำเชื่อมที่มาเป็นคู่ๆ) มีอะไรบ้าง? มาดูกันเลยค่ะ


Correlative Conjunctions ได้แก่พวก either or, neither nor, not only but also, both and ซึ่งมักจะมาเป็นคู่ๆ ดังนั้นในข้อสอบ TOEIC ถ้าเจอเรื่องนี้จะมีวิธีสังเกตยังไงบ้าง ตามครูดิวมาดูเลยค่ะ

✿ คอร์สครูดิว ติว TOEIC มีอะไรให้บ้าง? ✿
✅ติวเทคนิค TOEIC Grammar ที่ใช้สอบ ครบถ้วน สอนจากพื้นฐาน เรียนได้ทุกคนแน่นอน
✅เก็งศัพท์ TOEIC ออกข้อสอบบ่อยๆ ให้ครบ ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรวบรวมเอง
✅ ติวข้อสอบ New TOEIC ล่าสุด ทั้ง TOEIC Reading และ Listening
✅สามารถสอบถามข้อหรือจุดที่สงสัยได้ตลอด
✅การันตี 750+ (ถ้าสอบแล้วไม่ถึง สามารถทวนคอร์สได้ฟรี)
📣 ถ้าไม่อยากพลาดคลิปดีๆแบบนี้ อย่าลืมกด ❤️ Subscribe ❤️กันนะคะ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ติว TOEIC: Correlative Conjunction (คำเชื่อมที่มาเป็นคู่ๆ) มีอะไรบ้าง? มาดูกันเลยค่ะ

Speaking Cartoon | 45 minutes Kids Dialogues | Easy conversation | Learn English for Kids


http://www.youtube.com/user/EnglishSingsing9
Speaking Cartoon | 45 minutes Kids Dialogues | Easy conversation | Learn English for Kids | Collection of Easy Dialogue
★ Subscribe us on YouTube: http://goo.gl/gDa963
★ More Our Compilation: https://goo.gl/Ghy0W5
Click on the link below to see each video in this compilation video.
The each video, that has sound \u0026 mute version, is accompanied by English subtitles.
01_What’s this? What’s that? : 00:03
https://goo.gl/rWtxEc
02_What color is it? It’s red. : 01:15
https://goo.gl/p8FOkm
03_It’s green and white. It’s raining. : 02:03
https://goo.gl/NH6Cqj
04_What time is it? Time for breakfast. : 02:48
https://goo.gl/Q6eakx
05_Time for lunch. What time is it? : 03:45
https://goo.gl/8mynjx
06_What day is it today? It’s Wednesday. : 04:33
https://goo.gl/hcoJcu
07_How old are you? I’m five years old. : 05:17
https://goo.gl/4Su6m8
08_How many bears? Three bears. : 06:12
https://goo.gl/MVoa6p
09_How much is it? I want it. : 07:27
https://goo.gl/RC9SEg
10_Who is he? Who is she? : 08:41
https://goo.gl/NSUPfO
11_Whose bike is this? What a nice bike! : 09:56
https://goo.gl/Jwi031
12_Can I Speak to Sally? Speaking. : 10:46
https://goo.gl/LrVQwK
13_May I speak to Kate? I’ll call back later. : 11:58
https://goo.gl/qGuf0g
14_May I take your order? I’d like a pizza and spaghetti. : 12:58
https://goo.gl/X86wCI
15_May I take your order? Anything else? For here or to go. : 13:39
https://goo.gl/kQaL4j
16_Help yourself. May I have some more? : 14:29
https://goo.gl/0kKn5M
17_Good morning. How are you? : 15:41
https://goo.gl/UgaCbo
18_Nice to meet you. I’m great. : 16:22
https://goo.gl/suLwDL
19_What’s wrong? I have a toothache. : 17:13
https://goo.gl/bBzrQu
20_Watch out! Are you okay? : 18:00
https://goo.gl/0QjdXO
21_How was your summer vacation? It was great. : 18:47
https://goo.gl/nyGvib
22_Do you have crayon? You’re welcome. : 19:59
https://goo.gl/jlXPXc
23_Do you like cheese? Do you like ham? : 21:02
https://goo.gl/xaGsGJ
24_I like soccer. Let’s go! : 22:33
https://goo.gl/BwV0HO
25_Let’s go camping. Let’s go fishing. : 23:40
https://goo.gl/zbOel4
26_What are you doing? I’m making cookies. : 24:51
https://goo.gl/X86wCI
27_What are you doing? I’m jumping. : 25:59
https://goo.gl/4ZZxQ6
28_What’s he doing? He’s dancing. : 27:29
https://goo.gl/YUj0RG
29_What did you do? We went to the park. : 28:17
https://goo.gl/kqVfRR
30_What’s your favorite subject? My favorite subject is P.E. : 29:31
https://goo.gl/CekgrT
31_What does she look like? She has short curly hair. : 30:37
https://goo.gl/2whHE0
32_Where is my cap? Where is it? : 31:40
https://goo.gl/afzpwp
33_Where is my pencil? It’s on the chair. : 32:24
https://goo.gl/VgmAqE
34_Where is it? Go straight. : 33:03
https://goo.gl/epYDec
35_Where is the post office? Go straight. : 33:53
https://goo.gl/mJpVwH
36_Where is the restroom? Go straight and turn left. : 34:40
https://goo.gl/KM3NFA
37_It’s snowing. Do you like snow? : 35:33
https://goo.gl/i1xRiE
38_Put on your coat. It’s cold and windy. : 36:48
https://goo.gl/SPlLxm
39_Put on your pants. Is this yours? : 37:20
https://goo.gl/Najvzp
40_Wash your hands. Let’s eat pizza! : 38:37
https://goo.gl/erG5mc
41_Happy birthday! This is for you. : 39:18
https://goo.gl/1DU33X
42_What a wonderful! What a nice day! : 40:46
https://goo.gl/KUxwPp
43_What a big tree! Don’t touch that! : 41:49
https://goo.gl/vOlfcL

Thanks for checking out the \”English Singsing\”.
© Amanta Inc.

Speaking Cartoon | 45 minutes Kids Dialogues | Easy conversation | Learn English for Kids

Learning a language? Speak it like you’re playing a video game | Marianna Pascal | TEDxPenangRoad


Marianna Pascal shows how the secret to speaking a new language with confidence is all about attitude, not ability.
Marianna Pascal helps professionals achieve greater success in life by communicating effectively in English. Marianna began her career as an actor and performed across her native Canada in film television and on stage for 15 years. Today, Marianna improves the way employees relate to their bosses, clients, colleagues and other key stakeholders. Marianna is also the Official Communication Trainer for Miss Malaysia World.
An awardwining speaker, Marianna is known for her humorous speech on Youtube titled \”Local English or Standard English\” which has been seen by over a million people worldwide. Marianna is also the author of the bestselling book series English Fast \u0026 Easy. The most recent was 2 on Borders’ BestSelling List for nonfiction.

See also  [NEW] ฝึกภาษาอังกฤษใน Netflix กับ "5 ซีรีส์และหนังภาษาอังกฤษ" | ฝึกภาษาอังกฤษ netflix - NATAVIGUIDES

This talk was given at a TEDx event using the TED conference format but independently organized by a local community. Learn more at http://ted.com/tedx

Learning a language? Speak it like you’re playing a video game | Marianna Pascal | TEDxPenangRoad

Jordan Peterson’s Eye Opening Speech — Unexpected Truth


Jordan Peterson is a Canadian professor of psychology, clinical psychologist, YouTube personality, and author. Jordan Peterson began to receive widespread attention in the late 2010s for his views on cultural and political issues, often described as conservative. Jordan Peterson’s life advices will leave you speechless when taken seriously. We hope this motivation from Jordan Peterson will help you in your life.
For more Jordan Peterson, check out his bestseller book \”12 Rules for Life\” here: https://amzn.to/3ob0HaO

☀︎ Subscribe to Motivation Core → https://www.youtube.com/channel/UCSLUrcByUa6L641WPik31RQ?sub_confirmation=1
Thank you for watching!
jordanpeterson motivation inspiration
✔ Speaker – Jordan B Peterson:
Website: https://jordanbpeterson.com/
12 Rules for Life Tour: https://jordanbpeterson.com/events/
Blog: https://jordanbpeterson.com/blog/
Podcast: https://jordanbpeterson.com/podcast/
Reading List: https://jordanbpeterson.com/greatbooks/
Twitter: https://twitter.com/jordanbpeterson
Instagram: https://www.instagram.com/jordan.b.peterson/
Facebook: https://www.facebook.com/drjordanpeterson
All right belong to | Sources:
→ [Jordan B Peterson] – April 2019 Q and A: https://www.youtube.com/watch?v=rgivGzjZixM
→ [Jordan B Peterson] – 2014 Personality Lecture 11: Existentialism: Viktor Frankl: https://www.youtube.com/watch?v=zooE5GE81TU\u0026t=2s
Copyright info:
I do not own the rights to this content. They have, in accordance with fair use, been repurposed with the intent of educating and inspiring others.
I must state that in NO way, shape or form am I intending to infringe rights of the copyright holder. Content used is strictly for research/reviewing purposes and to help educate. All under the Fair Use law.
I don’t own any copyright concerning the extractsused in this video. But I allow myself to use them in order to help people in motivational form. If any owners would like me to remove the video I have no problem with that, just send me a letter: motivationcoreinfo@gmail.com.
All right belong to Jordan B Peterson.
I hope you enjoyed this Jordan Peterson Motivation, a lot of work has been put into it.

Jordan Peterson's Eye Opening Speech — Unexpected Truth

F*ck Compassion: Build Better Boundaries First.


Fck Compassion: Build Better Boundaries First. Kevin reacts to Mike Tysons compassion principles found in the video \”He’s not your enemy, he’s your master\” which may cater towards enabling narcissistic abuse rather than stopping it.
=====================
GET THE HELP YOU NEED:
Private Consultations:
Appointment Scheduling https://jointheroyalwe.com/appointments
Official Website https://jointheroyalwe.com/
============================
JOIN THE ROYAL WE COMMUNITY:
Monday Night Live Chat https://www.youtube.com/channel/UCslDOe8gV49Kg_j374OJVw?view_as=subscriber
Saturday Morning Fellowship https://www.youtube.com/channel/UCOdSOLD7yyDVmDNdQa0nveA?view_as=subscriber
Relationship Red Flags Forum https://www.reddit.com/r/RelationshipRedFlags/
Instagram https://www.instagram.com/jointheroyalwe/
====================
How To Give Back:
Tip Jar https://paypal.me/JoinTheRoyalWe?locale.x=en_US
========================
Learn More About The Royal We:
Official Website https://jointheroyalwe.com/

========================
📚How Do You Know If Your Dealing With Narcissistic Abuse👇
Emotional / psychological abuse is a behavior your partner uses to control you or damage your emotional wellbeing. It can be verbal or nonverbal:
▶︎ Namecalling, mocking, intimidation and making humiliating remarks or gestures.
▶︎ Yelling in your face or standing is a menacing way.
▶︎ Placing little value on what you say.
▶︎ Interrupting, changing topics, not listening or responding, and twisting your words.
▶︎ Putting you down in front of other people.
▶︎ Saying negative things about your friends and family.
▶︎ Preventing or making it difficult for you to see friends or relatives
Cheating or being overly jealous.
▶︎ Shifting responsibility for abusive behavior by blaming others or saying you caused it.
▶︎ Monitoring your phone calls, texts, car and computer use.
Additional Daily Support
Facebook Support Group 👇 https://www.facebook.com/groups/TheRoyalWeNarcissisticAbuseSupportGroup/
hotbox miketyson compassion boundaries podcast nocontact

F*ck Compassion: Build Better Boundaries First.

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ first of all การใช้

Leave a Reply

Your email address will not be published.