Home » [NEW] Pronoun คืออะไร? มีทั้งหมดกี่แบบ ใช้ยังไงบ้าง? มาดูกัน! | everybody กับ everyone ต่างกันยังไง – NATAVIGUIDES

[NEW] Pronoun คืออะไร? มีทั้งหมดกี่แบบ ใช้ยังไงบ้าง? มาดูกัน! | everybody กับ everyone ต่างกันยังไง – NATAVIGUIDES

everybody กับ everyone ต่างกันยังไง: คุณกำลังดูกระทู้

PRONOUN คือ อะไร?

หลายคนตอบได้ว่า “คำสรรพนาม” ไง ง่ายๆ ไม่เห็นต้องถาม แต่! ที่ต้องถามเพราะคนส่วนใหญ่เวลาเจอข้อสอบ คำถามที่วัดเรื่องนี้ ยังจะมีความงงๆ ว่าควรใช้ Pronoun แบบไหน? คำนี้ กับคำนี้เหมือนกันมั้ยนะ? แม้คำถามจะง่ายแค่ไหน แต่ถ้าไม่แม่นซักที ก็เสียคะแนนเอาได้ง่ายๆ เลยนะ 
 

ข้อสอบ TOEIC วัด Pronoun ยังไง?

ก่อนไปรู้จักกับ Pronoun ทั้ง 5 ลองทำโจทย์ข้อนี้ดูก่อน ถ้าทำได้ –ลองอธิบายให้ตัวเองฟังดูว่าที่เลือกตอบข้อนั้นๆ เพราะอะไร? 
เสร็จแล้วลองอ่านต่อไปว่าที่เราเข้าใจมันถูกมั้ยนะ?

While some countries have made huge investments in the Caribbean lately, others have reduced _____.
(A) themselves
(B) their
(C) they
(D) theirs

สรุป Pronouns ทั้ง 5 แบบ

Subject Pronoun
Object Pronoun
Possessive Adjective
Possessive Pronoun
Reflexive Pronoun

I
me
my
mine
myself

you
you
your
yours
yourself

he
him
his
his
himself

she
her
her
hers
herself

it
it
its

itself

we
us
our
ours
ourselves

they
them
their
theirs
themselves

 

 

 

 

มาไขความกระจ่างเรื่อง Pronoun แต่ละแบบที่ออก สอบ TOEIC กัน และช่วงท้ายจะเอาแนว “ข้อสอบ TOEIC  พร้อมเฉลย” เรื่องนี้มาให้ลองทำกันดูด้วย 

ดูจากตารางด้านบนแล้ว Pronoun “เหมือนจะ” ไม่ยาก แต่ถ้าลองถามว่า “แต่ละแบบใช้ต่างกันยังไง?” หลายคนจะตอบไม่ค่อยได้ ไม่มั่นใจบ้าง ป้ะ! ค่อยๆ ไปดูทีละแบบกันดีกว่า

Subject Pronoun

I  –  You  –  We  –  They   –  He  –  She  –  It

ตามชื่อเลย คือ Pronoun ที่ทำตัวเป็น Subject (ประธาน) ของประโยคนั้นๆ ปกติมักจะใช้ขึ้นต้นประโยคเลย เช่น

  • He is not certain whether to invest in the property market.
  • I invited him to the meeting but he declined.
  • We bought both sofas from a big furniture warehouse out of town.

และอีกกรณีหนึ่งคือใช้เพื่อหลีกเลี่ยง “ความจำเจ” ในการพูดถึงประธานเดิม (ที่เคยกล่าวถึงไปแล้ว) ก็สามารถใช้ Subject Pronoun มาแทนได้เช่น

  • If James was here now, he’d know what to do.
    (James = he)
  • This table is broken and it needs to be repaired.
    (This table = it)

โครงสร้างของ Subject Pronoun ในประโยคพื้นฐานก็คือ = Subject Pronoun + Verb

 

Object Pronoun

me  –  you  –  us  –  them  –  him  –  her  –  it

ทำนองเดียวกันเลย คือเป็น Pronoun ที่ทำตัวเป็น Object (กรรม) ของประโยค เช่น

  • His passport was confiscated by the police to prevent him from leaving the country.
  • The company invited me to join the management team.
  • We really appreciate all the help you gave us last weekend.

และสามารถใช้ในกรณีที่พูดถึง Object ตัวเดิมอีกรอบได้ เช่น

  • Babies are curious about everything around them.
    (Babies = them)
  • Don’t bother drying the pan – just leave it to drain.
    (the pan = it)

โครงสร้างของ Object Pronoun ในประโยคคือ = Subject + Verb + Object Pronoun

 

Possessive Adjective

my  –  your  –  our  –  their  –  his  –  her  –  its

กลุ่มนี้ที่ต้องเรียกว่าเป็น Adjective เพราะว่ามันมักวางหน้าคำนามนั่นเอง (ขยายคำนาม) ว่าอะไร ของใคร เช่น

  • I’d like to talk to her supervisor about her performance.
  • Customs stopped us and checked our bags for alcohol and cigarettes.
  • She thanked the staff for their dedication and enthusiasm.

โครงสร้างของ Possessive Adjective คือ = Possessive Adjective + Noun

See also  วิธีเลือกหุ้นส่วนธุรกิจ | วิธีหาเงินและทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ EP6 | หาหุ้นส่วน | Nataviguides

*ซึ่งทั้งก้อน สามารถไปปรากฎในประโยคเป็น Subject หรือ Object ก็ได้ เช่น

  • Everyone has their own ideas about the best way to bring up children.
    (ทำหน้าที่เป็น Object ของ has)
  • Our new house is heaps bigger than our last one.
    (ทำหน้าที่เป็น Subject ของประโยค)

 

Possessive Pronoun

mine  –  yours  – ours  –  theirs  – his  –  hers

เป็น Pronoun ที่แสดงความเป็นเจ้าของเหมือนกัน โดยจะไม่ได้วางไว้หน้าคำนาม แต่จะใช้แทนคำนามไปเลย ตัวอย่างประโยคเช่น

  • Your son is the same age as mine.
    (mine = my son)
  • Yours is the room on the top floor, on the left.
    (yours = your room)
  • Nicky and I both have red hair but hers is lighter than mine.
    (hers = her hair, mine = my hair)

จากตัวอย่างจะเห็นว่าการใช้ Possessive Pronoun นั้นสามารถใช้แทนคำนามในตำแหน่ง Subject หรือ Object ก็ได้ และนอกจากนี้ยังมีโครงสร้างการใช้แบบตามหลัง of ได้ด้วย เช่น

  • Susan is a friend of mine.
  • I think she’s a relation of theirs.

 

Reflexive Pronoun

myself  –  yourself  –  ourselves  –  themselves  –  himself  –  herself  –  itself

กลุ่มนี้มักจะใช้ในตำแหน่ง Object ในกรณีที่ Object นั้นๆ เป็นสิ่งเดียวกับ Subject ของประโยค  ตัวอย่างประโยคเช่น

  • I am teaching myself to play the piano.
    (myself – I คนเดียวกัน)
  • She kept telling herself that nothing was wrong.
    (herself – she คนเดียวกัน)
  • It was so noisy that we couldn’t hear ourselves speak.
    (ourselves – we คนเดียวกัน)

และสามารถใช้เพื่อบอกว่ากระทำ “ด้วยตัวเอง” คนเดียว ไม่มีใครช่วย โดยใช้ตามหลัง by เช่น

  • He lived by himself in an enormous house.
  • I prepared the whole meal by myself.

หรือใช้เน้นความหมายถึงคน หรือสิ่งที่เรากำลังพูดถึงในประโยค เช่น

  • The director of the company wrote to us himself to apologize for the dreadful service.
    (เน้นว่าผู้อำนวยการเขียนจดหมายขอโทษด้วยตัวเองเลยนะ)
  • They themselves had no knowledge of what was happening.
    (เน้นที่พวกเขา – กรณีนี้ใช้เป็น Subject ได้เมื่อมาคู่กับ N./Pronoun เพราะใช้เน้นประธาน)

 

✿ พื้นฐานน้อย เตรียมสอบ TOEIC ยังไง? 

ถ้าพื้นฐานอ่อนมาก หรือไม่มีพื้นเลย ไม่แนะนำให้อ่านเองค่ะ เพราะจะเสียเวลาเตรียมตัวนาน แถมอาจจะเตรียมสอบได้ไม่ดี เพราะไม่รู้ว่าจับจุดถูกรึเปล่า

แนะนำให้หาคนช่วยติวให้ โดยที่ต้องเน้นเรื่องดังนี้ค่ะ

  • ปูพื้นฐาน Grammar ให้แม่นๆ เพราะจะช่วยในการฟัง และอ่านบทความต่างๆ ให้เข้าใจมากขึ้น
  • รู้ศัพท์ที่ออกบ่อยๆ เน้นจำเฉพาะคำที่ออกสอบบ่อย พร้อมพวกโครงสร้างการใช้ศัพท์ต่างๆ
  • ควรฝึกจากแนวข้อสอบจริงๆ จะพัฒนาเร็ว ทำให้ชินกับข้อสอบมากขึ้น
  • แนะนำให้หาคนช่วยติว เพราะถ้าพื้นฐานน้อยเราจะไม่รู้ว่าควรเริ่มจากอะไร เก็งตรงไหนบ้าง

 

 

✿ สรุปแกรมม่า TOEIC ออกสอบ ครบ จบในเล่มเดียว สั่งซื้อได้เลย! ✿ 
 

กดสั่งซื้อหนังสือสรุป TOEIC Grammar ทาง Shopee

หนังสือสรุปแกรมม่า TOEIC รวมหัวข้อ TOEIC Grammar ออกสอบ

 

กดสั่งซื้อหนังสือสรุป TOEIC Grammar ทาง Facebook

หนังสือสรุปแกรมม่า TOEIC รวมหัวข้อ TOEIC Grammar ออกสอบ

 

✿ คอร์ส KruDew ติว TOEIC มีให้ครบทุกอย่าง! 

ติว TOEIC ครูดิว พร้อมลองทำข้อสอบเหมือนจริง

ติว TOEIC กับครูดิว ดียังไง?

  • คอร์สติว TOEIC ของครูดิวนั้น เรียน Online
  • แบ่งบทเรียนชัดเจน เรียนง่ายไม่งง คลิ๊กเลือกบทเรียนที่ต้องการได้ทันที
  • สามารถหยุด, เล่นซ้ำบทเรียนที่ต้องการได้แบบไม่อั้น! (ตลอดระยะเวลาคอร์ส)
  • อัพเดทข้อสอบ New TOEIC ใหม่ล่าสุด! ครบชุด!
  • มีไฟล์ E-Book (PDF) ประกอบการเรียนให้ดาวน์โหลด (และมีหนังสือเรียนเป็นเล่มส่งให้ถึงบ้าน)
  • เรียนเวลาไหนก็ได้ อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ แค่มี Internet
  • หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบทเรียน สามารถส่งคำถามหาทีมงานได้
  • การันตีคะแนน 750+ (หากสอบแล้วไม่ถึง สามารถแจ้งทวนคอร์สได้ฟรี!)

 

ทดลองติว TOEIC ฟรีได้ที่ >>> คอร์ส KruDew TOEIC 

 

ลองทำข้อสอบ TOEIC เรื่อง Pronouns

ลองไปทดสอบความรู้กันดูหน่อยดีกว่า (แนวข้อสอบ TOEIC — ลองทำก่อนนะ เฉลยอยู่ด้านล่าง) 

1. The board of directors thanked Ruby Lin for _____efforts in organizing the shareholder’s meeting.

(A) her
(B) she
(C) herself
(D) hers

2. Jettizon Company expects that the new e-mail system will not affect _____ clients.

(A) it
(B) their
(C) its
(D) them

 

3. Unfortunately, replacing the copy machine will cost more than _____ had anticipated.

(A) us
(B) ours
(C) we
(D) our

 

4. While some countries have made huge investments in the Caribbean lately, others have reduced _____.

(A) themselves
(B) their
(C) they
(D) theirs

See also  [Update] 30 วิธีพูด beautiful เป็นภาษาอังกฤษด้วยคำอื่นๆ | ชื่อ กิ ล เท่ ๆ ภาษา อังกฤษ - NATAVIGUIDES

 

5. Mr. Takara has decided to employ a payroll service because it is becoming too difficult to manage the payroll accounts _____.

(A) himself
(B) him
(C) he
(D) his
 

เฉลย

1. ตอบ (A) her เพราะด้านหลังมี  efforts เป็น N. แสดงว่าด้านหน้าคำที่จะมาขยาย แสดงความเป็นเจ้าของได้คือ Possessive Adjective

2. ตอบ (C) its เหมือนกับข้อที่แล้ว มีคำนาม clients แสดงว่าด้านหน้าต้องเป็น Possessive Adjective แต่ข้อนี้ต้องดู Subject ด้วยคือ Jettizon Company เป็นเอกพจน์ ดังนั้นต้องใช้ its (ใช้ their ไม่ได้นะ)

3. ตอบ (C) we เพราะหลังช่องว่างเป็น V. (had anticipated) แสดงว่ายังขาดประธานอยู่ ซึ่ง Pronoun ที่จะมาเป็นประธานได้ก็คือ Subject Pronoun คือ we นั่นเอง

4. ตอบ (D) theirs ข้อนี้ตำแหน่งของช่องว่างตามหลัง S (others) และ V (have reduced) อยู่ แสดงว่าต้องเป็น Object แต่จะเลือก theirs หรือ  themselves ดี? – ต้องตอบ theirs นะ เพราะความหมายคือมีพูดถึงในท่อนแรกว่า “some countries have made hugh investments” แต่ others have reduced____ (ลดอะไร? ก็ต้องลดการลงทุนเหมือนที่กล่าวถึงในท่อนแรกสิ) แสดงว่าใช้ theirs เพื่อหมายถึง their investments นั่นเอง ถ้าใช้ themselves ความหมายจะเปลี่ยนไปเลยคือ ประเทศอื่นๆ ได้ลดด้วยตัวพวกเขาเอง — ลดอะไรก็ไม่รู้ =.=”

5. (A) himself ข้อนี้เป็นการเน้น ซึ่งประธานเป็นคนเดียวกัน เพราะเขาบอกว่า Mr. Takara ตัดสินใจใช้บริการเรื่องการจ่ายเงินเดือน เพราะว่ามันเริ่มยากเกินไปที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเขาเอง

 

 

 

 

 

[Update] Indefinite pronoun คืออะไร มีการใช้อย่างไร | everybody กับ everyone ต่างกันยังไง – NATAVIGUIDES

ถ้าถามว่าเพื่อนๆรู้มั้ยว่า indefinite pronoun คืออะไร หลายคนก็คงจะส่ายหัวตามๆกัน แต่ถ้าถามว่ารู้จักคำอย่าง everybody, something หรือ anyone มั้ย หลายๆคนก็คงจะร้องอ๋อ

ใช่แล้วครับ indefinite pronoun ก็คือคำเหล่านี้ที่พวกเราหลายคนคุ้นเคยกันนั่นเอง ซึ่งถ้าใครอยากรู้จัก indefinite pronoun ให้ดีกว่านี้ ก็ตามไปดูเนื้อหาที่ชิววี่เรียบเรียงไว้ได้เลย

Indefinite pronoun คืออะไร

Indefinite pronoun คือคำสรรพนามที่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเป็นคนไหน สิ่งไหน หรือสถานที่ไหน อย่างเช่น anybody, anyone, anything, anywhere, everybody, somebody, both, all, none เป็นต้น

(Indefinite แปลว่า “ไม่เจาะจง” ส่วน pronoun แปลว่า “คำสรรพนาม” ซึ่งก็คือคำที่ใช้แทนคำนามนั่นเอง)

Indefinite pronoun มีคำว่าอะไรบ้าง

คำตระกูล every-
Everybody, everyone, everything, everywhere

คำตระกูล some-
Somebody, someone, something, somewhere, some

คำตระกูล any-
Anybody, anyone, anything, anywhere, any

คำปฏิเสธ
Nobody, no one, nothing, neither, none

คำอื่นๆ
Another, other, each, one, both, either, little, few, much, many, most, more

คำเหล่านี้หลายคำสามารถใช้ได้หลากหลายหน้าที่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็น indefinite pronoun เสมอไป (เช่น คำว่า some สามารถทำหน้าที่เป็น determiner ได้ด้วย)

ทั้งนี้ รายการคำนี้ไม่ได้รวม indefinite pronoun ไว้ทั้งหมด ยังมีคำภาษาอังกฤษคำอื่นที่สามารถใช้เป็น indefinite pronoun ได้อีก

การใช้ indefinite pronoun

วิธีใช้ indefinite pronoun ก็เหมือนกับการใช้ pronoun ชนิดอื่นๆ ซึ่งก็คือเราจะใช้มันแทนที่คำนาม โดยจะต้องดูความหมายของคำให้เหมาะสม

เรามาดูการใช้ indefinite pronoun ตัวที่ใช้บ่อยๆ พร้อมทั้งตัวอย่างประโยค แบบแยกตามหมวดหมู่กัน

1. ใช้กล่าวรวมทั้งหมด

ในการกล่าวรวมสิ่งใดทั้งหมด เราจะใช้คำว่า everyone, everybody, everything, everywhere, both และ all

(คำตระกูล every- แม้จะใช้กล่าวรวมหลายๆสิ่ง แต่ก็ถือเป็นคำเอกพจน์ การใช้กับประโยคบาง tense อย่าง present simple tense เราจะต้องใช้กับคำกริยารูปเอกพจน์ เช่น is, does, has, คำกริยาที่เติม s/es ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่หลายๆคนมักจะพลาดเวลาทำข้อสอบ เพราะดันไปคิดว่าคำตระกูล every- เป็นคำพหูพจน์)

Everyone และ everybody แปลว่า “ทุกคน” เป็นเอกพจน์

Everyone/everybody is checking their phones.
ทุกคนกำลังเช็คโทรศัพท์ของตัวเอง

Everything แปลว่า “ทุกสิ่ง, ทุกอย่าง” เป็นเอกพจน์

Everything is possible.
ทุกอย่างนั้นเป็นไปได้

Everywhere แปลว่า “ทุกที่” เป็นเอกพจน์

Everywhere is a runway.
ทุกๆที่ถือเป็นรันเวย์

Both แปลว่า “ทั้งคู่” เป็นพหูพจน์

Both are correct.
ถูกทั้งคู่

All แปลว่า “ทั้งหมด” เป็นได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์
เราจะใช้ all เป็นเอกพจน์ เมื่อกล่าวถึงสิ่งใดโดยรวม
เราจะใช้ all เป็นพหูพจน์ เมื่อกล่าวถึงทุกคนหรือทุกสิ่งในกลุ่ม

Is everything okay?
ทุกอย่างโอเคดีมั้ย
All is well.
ทุกอย่างโอเคดี
(โดยรวมแล้ว ทุกอย่างโอเคดี)

How are your kids?
ลูกๆคุณเป็นยังไงบ้าง
All are well.
ทุกคนโอเคดี
(กล่าวถึงลูกทุกคนว่าสบายดี)

2. ใช้กล่าวถึงแค่บางสิ่ง

ในการกล่าวถึงบางสิ่ง เราจะใช้ someone, somebody, something, somewhere และ some

Someone และ somebody แปลว่า “บางคน” เป็นเอกพจน์

Someone/somebody is waiting for you.
มีใครบางคนรอคุณอยู่

Something แปลว่า “บางสิ่ง, บางอย่าง” เป็นเอกพจน์

Something makes me sad.
บางสิ่งทำให้ฉันรู้สึกเศร้า

Somewhere แปลว่า “บางที่” เป็นเอกพจน์

Somewhere up ahead is a sharp turn.
ข้างหน้าซักที่จะเป็นจุดหักเลี้ยว

Some แปลว่า “บางส่วน, จำนวนหนึ่ง” เป็นได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์

Most animal feed is from plants, but some is from animals.
อาหารสัตว์ส่วนใหญ่มาจากพืช แต่บางส่วนก็มาจากสัตว์

See also  [NEW] หางาน ต่างประเทศ สมัครงานต่างประเทศ | งานต่างประเทศด่วน - NATAVIGUIDES

Most apples here are red, but some are green.
แอปเปิลที่นี่ส่วนใหญ่มีสีแดง แต่บางส่วนก็มีสีเขียว

3. ใช้สื่อว่าสิ่งใดก็ได้

ในการสื่อว่าสิ่งใดก็ได้ เราจะใช้ anyone, anybody, anything, anywhere และ any

Anyone และ anybody แปลว่า “ใครๆ, ใครก็ตาม” เป็นเอกพจน์

Anyone/anybody is welcome.
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ยินดีต้อนรับ

Anything แปลว่า “สิ่งใด, อะไรก็ตาม” เป็นเอกพจน์

Anything is possible.
อะไรก็เป็นไปได้

Anywhere แปลว่า “ที่ใด, ที่ไหนก็ตาม” เป็นเอกพจน์

She doesn’t have anywhere to live.
เธอไม่มีที่ไหนให้อยู่

Any แปลว่า “ใดๆ, เลย” เป็นได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์

I looked around for toilet paper, but there wasn’t any.
ฉันมองหากระดาษทิชชู่ แต่มันไม่มีเลย

I looked around for pens, but there weren’t any.
ฉันมองหาปากกา แต่มันไม่มีเลย

4. ใช้บอกว่าไม่มี

ในการบอกว่าไม่มี เราจะใช้ no one, nobody, nothing, neither และ none

No one และ nobody แปลว่า “ไม่มีใคร” เป็นเอกพจน์

Nobody want to be lonely.
ไม่มีใครอยากโดดเดี่ยว

No one want to be lonely.
ไม่มีใครอยากโดดเดี่ยว

Nothing แปลว่า “ไม่มีสิ่งใด” เป็นเอกพจน์

Nothing is impossible.
ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้

Neither แปลว่า “ไม่ทั้งคู่” เป็นเอกพจน์

Neither is correct.
ไม่ถูกทั้งคู่

None แปลว่า “ไม่มี” เป็นได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์

There is a lot of beautiful jewelry available these days, but none is cheap.
ทุกวันนี้มีเครื่องเพชรสวยๆให้เลือกมากมาย แต่ไม่มีอันไหนราคาถูกเลย

There are many running shoes available these days, but none are cheap.
ทุกวันนี้มีรองเท้าวิ่งให้เลือกมากมาย แต่ไม่มีอันไหนราคาถูกเลย

จบแล้วนะครับกับ indefinite pronoun ทีนี้เพื่อนๆก็คงจะรู้กันแล้วว่า indefinite pronoun คืออะไร และใช้ยังไง ถ้ายังไงก็อย่าลืมทบทวนและนำไปฝึกใช้กันด้วยนะ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time


การใช้ every


Every (เอฟ ริ) แปลว่า ทุกๆ แต่ละ ทั้งหมด
Every จะใช้กับคำนามเอกพจน์
Every กับ Each ต่างกันตรงที่
1. every จะใช้กับอะไรที่เป็นกลุ่นก้อน จำนวนเยอะ ส่วน Each จะใช้กับจำนวนน้อย ทีละชิ้น
2. every จะสามารถเขียนติดกับคำบางคำได้ เช่น Everything, Everyone แต่ Each เขียนติดกันไม่ได้
Every one กับ Everyone ใช้ไม่เหมือนกันตรงที่
Every one สามารถใช้ได้กับทุกสิ่ง ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ
ส่วน Everyone จะสามารถใช้กับคนเท่านั้น

จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้
ติดตาม Facebook และ Instagram : The Happy Time with Q
หากผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขออภัยมานะที่นี้ด้วยค่ะ 😀

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

การใช้ every

การใช้ Because กับ Because of ต่างกันยังไง l ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเบื้องต้น


เรียนรู้ หลัก การใช้ Because กับ Because of ต่างกันยังไง พร้อมกับตกตัวอย่างประโยคการใช้ because กับ because of เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน
เยี่ยมชม Blog ของเรา: https://goo.gl/JthDFX
ติดตามช่องของเราได้ที่: https://goo.gl/Svd65u
============================================
แหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำหรับเด็กๆ เพิ่มเติม
============================================
ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ: https://goo.gl/EUg17d
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน: https://goo.gl/cFosez
เพลงภาษาอังกฤษสำหรับอนุบาล: https://goo.gl/pv6srr
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษ: http://bit.ly/2nYNBAx
คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับอนุบาล: http://bit.ly/2nYJBA2
เกมส์ผ่อนคลายสมอง: https://goo.gl/TE4kJS
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สัตว์ต่างๆ: https://goo.gl/o7LmPY
เพลงภาษาอังกฤษสำหรับอนุบาล: https://goo.gl/nxPQEj
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ รูปร่าง รูปทรงเรขาคณิต: https://goo.gl/qpbF3q
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สี color: https://goo.gl/ZuE2YB
เกมส์ฝึกภาษาอังกฤษ: https://gooXgl/Z7uE8G
แอพเรียนภาษาอังกฤษ: http://bit.ly/2nsZE7Y

การใช้ Because กับ Because of ต่างกันยังไง l ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเบื้องต้น

[ENG CC] จีนกับไต้หวัน ต่างกันยังไง ?? Biggest differences between China and Taiwan | PetchZ


ตั้งแต่ลงคลิปแรกไป ( 10 ประโยค เอาตัวรอดในจีน/ไต้หวัน https://youtu.be/YUPGP1Dwmrc )
ก็มีหลายคนถามเพชรเข้ามาว่า จีนกับไต้หวัน แตกต่างกันยังไง ?
ตามด้วยคำถามที่ว่า เขาคุยกันรู้เรื่องมั้ยคะ? เขาเขียนไม่เหมือนกันหรอครับ? ทำไมล่ะ?
คลิปนี้ก็เลยพาพี่เดวิด หนุ่มไต้หวันแท้ๆ มานั่งคุยกันค่ะ
ถ้าชอบกด Like ถ้าใช่กด Subscribe กดกระดิ่งกันด้วยน้า
และถ้าคลิปนี้เป็นประโยชน์ อย่าลืม share ส่งต่อให้เพื่อนๆด้วยนะคะ
จีน ไต้หวัน
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
ติดตามกันได้ที่ | Follow me ♡
♡ ig: PetchZ ( https://www.instagram.com/petchz/ )
♡ fb page: PetchZ ( https://www.facebook.com/petchz/ )
♡ tiktok : PetchZ_tiktok ( https://www.tiktok.com/@petchz_tiktok )
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
ติดต่องาน | For work ♡
petchz.official@gmail.com
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

[ENG CC] จีนกับไต้หวัน ต่างกันยังไง ??  Biggest differences between China and Taiwan | PetchZ

Who กับ Whom ใช้ต่างกันอย่างไร


เรียนกับอดัม: http://www.facebook.com/hollywoodlearning
เรียนออนไลน์กับอดัม: http://www.ajarnadam.tv
FBของอดัม: http://www.facebook.com/AjarnAdamBradshaw
Twitter: http://twitter.com/AjarnAdam
FBของซู่ชิง: http://www.facebook.com/jitsupachin
YouTube ของซู่ชิง: http://www.youtube.com/user/jitsupachin
Twitter ซูชิง: http://twitter.com/Sue_Ching

Who กับ Whom ใช้ต่างกันอย่างไร

Guy หรือ Guys คืออะไร? | Tina Academy Ep.76


♡ดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.tinaacademy.com/books
♡ ติดต่อซื้อหนังสือ Line ID: ShopTina
♡ รายละเอียดคอร์สสอนภาษา https://www.tinaacademy.com
♡ Subscribe จะได้ไม่พลาดคลิปทุกๆสัปดาห์
https://www.youtube.com/tinathanchannel/
♡ Instagram: https://www.instagram.com/tinathancha…
♡ Facebook: https://www.facebook.com/tinathanchannel
♡ Line ID: @hxr4999x https://line.me/R/ti/p/%40hxr4999x

Guy หรือ Guys คืออะไร? | Tina Academy Ep.76

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ everybody กับ everyone ต่างกันยังไง

Leave a Reply

Your email address will not be published.