Home » [NEW] Grammar: หลักการใช้ Present Simple Tense : เรื่องจริงในชีวิตประจำวัน | affirmative คือ – NATAVIGUIDES

[NEW] Grammar: หลักการใช้ Present Simple Tense : เรื่องจริงในชีวิตประจำวัน | affirmative คือ – NATAVIGUIDES

affirmative คือ: คุณกำลังดูกระทู้

Table of Contents

การศึกษาเรื่องโครงสร้างประโยคของ Tense ต่าง ๆ ทำให้สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่กำลังกล่าวถึงอยู่นั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด ซึ่งช่วยป้องกันการสื่อสารที่ผิดพลาด วันนี้เราจะเริ่มเรียน Tense พื้นฐานอย่าง Present Simple Tense กันก่อน ไปลุยกันเลย!

ลักษณะการใช้ Present Simple Tense

Present แปลว่า ปัจจุบัน ดังนั้น Present Simple Tense จึงเป็นประโยคที่มีโครงสร้างแบบง่าย ๆ เพื่อใช้พูดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันนั่นเอง โดยมีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

1. ใช้เพื่อพูดถึงความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน หรือความเป็นจริงตามธรรมชาติ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นอดีตหรืออนาคตก็ตาม เช่น

    When the earth moves around itself, it makes Day and Night.
    (เมื่อโลกหมุนรอบตัวเอง มันทำให้เกิดกลางวันกลางคืน)

    Durian is the king of fruit.
    (ทุเรียนเป็นราชาผลไม้)

2. ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ นิสัย หรือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เป็นประจำทุกวัน เช่น

    I walk to school every day.
    (ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน)

    Nuda always help other people so everyone loves her.
    (นุดาช่วยเหลือคนอื่นเป็นประจำ ดังนั้นทุกคนจึงรักหล่อน)

3. ใช้เพื่อให้คำแนะนำหรือการบอกทิศทาง เช่น

    Turn off the television before going to bed.
    (ปิดโทรทัศน์ก่อนเข้านอน)

    You go straight for 300 meters, then the destination is on your left.
    (คุณเดินตรงไป 300 เมตรและจุดหมายปลายทางจะอยู่ทางซ้ายมือของคุณ)

รูปประโยคของ Present Simple Tense

ดังที่ได้กล่าวข้างต้นว่า Present Simple Tense คือประโยคที่บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เช่น ฉันว่ายน้ำทุก ๆ วัน โดยรูปประโยคของ Present Simple Tense มีรูปแบบดังต่อไปนี้

1. ประโยคบอกเล่า

โครงสร้างของประโยคบอกเล่า :  Subject + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา)
ทั้งนี้คำกริยาช่องที่ 1 นั้นจะมีการเติม s หรือ es ถ้าหากประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (He, She, It) แต่ถ้าประธานเป็น I, You หรือประธานพหูพจน์ (You (หลายคน), We, They) ให้คงรูปคำกริยานั้น ๆ ไว้เช่นเดิม เช่น

I go to university by bus every morning.
(ฉันไปมหาวิทยาลัยโดยรถโดยสารประจำทางทุกเช้า)
**ประโยคนี้ประธานคือ I แม้จะเป็นเอกพจน์แต่เป็นข้อยกเว้น ดังกริยา go จึงไม่ต้องเติม s หรือ es

He plays guitar very well.
(เขาเล่นกีตาร์เก่งมาก)
**ประโยคนี้ประธานคือ He เป็นเอกพจน์ กริยาคือ play จึงต้องเติม s

They enjoy playing the football.
(พวกเขาสนุกกับการเล่นฟุตบอล)
**ประโยคนี้ประธานคือ They เป็นพหูพจน์ กริยาคือ enjoy จึงไม่ต้องเติม s หรือ es

ความรู้เพิ่มเติม : หลักการเติม s,es นั้นง่ายนิดเดียว คือ คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ch, o, s, ss, sh, x ให้เติม es เมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (He, She, It) เช่น

She washes her car.
ประธานของประโยคคือ She ซึ่งเป็นเอกพจน์ คำกริยาคือ wash ที่ลงท้ายด้วย sh จึงต้องเติม es ต่อท้าย

ส่วนคำกริยาอื่น ๆ ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วยพยัญชนะทั้ง 6 ตัวนั้น ให้เติม s หลังคำกริยาในประโยคที่มีประธานเป็นเอกพจน์ได้เลย เช่น

My mom cooks some food for me.
ประธานของประโยคคือ My mom ซึ่งเป็นเอกพจน์ เราใช้ She แทน My mom ได้ คำกริยาคือ cook ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วยพยัญชนะตามกฎ จึงเติม s ได้ทันที

และถ้าหากคำกริยานั้นลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es ท้ายคำกริยานั้น เช่น study – studies, fly – flies, carry – carries เป็นต้น แต่มีข้อยกเว้นคือ ถ้าหากหน้า y เป็นสระ (A, E, I, O, U) ให้เติม s ได้ทันที เช่น play – plays, buy – buys, stay – stays

2. ประโยคคำถาม

โครงสร้างของประโยคคำถามใน Present Simple Tense มีสองรูปแบบคือ

แบบที่ 1 : Verb to be + Subject + Object/ส่วนขยาย + (คำบอกเวลา) ?
ใช้เมื่อในประโยคนั้นมี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น

She is my sister.   —>   Is she your sister ? (หล่อนเป็นน้องสาวคุณหรือเปล่า?)
เมื่อเห็น V. to be ในประโยคให้นำ V. to be ขึ้นต้นประโยคนำหน้าประธานได้เลย เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็นประโยคคำถาม (และอย่าลืมเปลี่ยนคำสรรพนามด้วยนะคะ จาก my เป็น your)

แบบที่ 2 : Verb to do + Subject + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา)?
ใช้เมื่อประโยคนั้นไม่มี V. to be จึงต้องนำ V. to do ได้แก่ do กับ does เข้ามาช่วย โดยขึ้นต้นประโยคนำหน้าประธาน ซึ่งมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันคือ Do ใช้นำหน้า I, You และประธานที่เป็นพหูพจน์ (You, We, They) ส่วน Does ใช้นำหน้าประธานที่เป็นเอกพจน์ (He, She, It) และคำกริยาคงรูปช่องที่ 1 เหมือนเดิมโดยไม่ต้องเติม s, es เช่น

They play football every evening.   —>   Do they play football every evening? (พวกเขาเล่นฟุตบอลทุกเย็นหรือเปล่า?)
ประโยคนี้ไม่มี V. to be อยู่ในประโยค จึงนำ V. to do มาใช้ขึ้นต้นประโยคนำหน้า they ซึ่งเป็นประธานพหูพจน์

That cat eats fish.   —>   Does that cat eat fish ? (แมวตัวนั้นกินปลาหรือเปล่า?)
ประโยคนี้ไม่มี V. to be อยู่ในประโยค จึงนำ V. to do นั่นก็คือ does มาใช้ขึ้นต้นประโยคนำหน้า that cat หรือก็คือ it ซึ่งเป็นประธานเอกพจน์ โดยคำกริยาคือ eat มีการตัด s ออกในประโยคคำถาม

3. ประโยคปฏิเสธ

รูปแบบประโยคปฏิเสธใน Present Simple Tense มีสองรูปแบบคล้ายกับรูปแบบประโยคคำถามคือ

See also  [NEW] three times ในพจนานุกรม ไทย - อังกฤษ-ไทย | twice a week แปล ว่า - NATAVIGUIDES

แบบที่ 1 : Subject + Verb to be + not + Object/ส่วนขยาย + (คำบอกเวลา)
ใช้เมื่อในประโยคนั้นมี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น

I am your servant.   —>   I am not your servant. (ฉันไม่ได้เป็นคนรับใช้ของคุณ)
เมื่อเห็น V. to be ในประโยคให้เติม not ไว้หลัง V. to be ได้ทันที เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็นประโยคปฏิเสธ

แบบที่ 2 : Subject + Verb to do + not + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา)
แบบที่สองใช้เมื่อประโยคนั้นไม่มี V. to be จึงต้องนำ V. to do ได้แก่ do กับ does เข้ามาช่วยแล้วตามหลังด้วย not เพื่อบอกความปฏิเสธ ส่วนคำกริยาให้คงรูปช่องที่ 1 เหมือนเดิมโดยไม่ต้องเติม s,es เช่น

He watches television at home.   —>   He does not watch television at home. (เขาไม่ได้ดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน)
ประโยคนี้ไม่มี V. to be อยู่ในประโยค จึงนำ V. to do นั่นก็คือ does มาเป็นกริยาช่วยและตามด้วย not เพื่อบอกรูปปฏิเสธ ส่วนคำกริยาเมื่ออยู่ในรูปปฏิเสธแล้วให้ตัด s,es ทิ้งคงเหลือคำกริยาช่องที่ 1 รูปเดิม

คำบอกเวลาใน Present Simple Tense

ในประโยค Present Simple Tense มักจะมีคำบอกเวลาซึ่งเป็น Adverbs of Frequency ปรากฎอยู่ในประโยคเพื่อบอกความถี่ของเหตุการณ์หรือการกระทำนั้น ๆ ได้แก่
 

Adverbs of Frequency

คำบอกเวลา

Always

สม่ำเสมอ, เป็นประจำ

Frequently

บ่อย ๆ

Often

บ่อย ๆ

Usually

โดยปกติ

Hardly

แทบจะไม่เคย

Never

ไม่เคย

Rarely

แทบจะไม่เคย

Seldom

นาน ๆ ครั้ง

Sometimes

บางครั้ง

 

และนอกจากตัวอย่างคำบอกเวลาที่พบบ่อยใน Present Simple Tense แล้ว ยังอาจพบคำว่า every + … เช่น every month, every morning, every Saturday เพื่อบอกความถี่ของเหตุการณ์หรือการกระทำก็ได้ เช่น

My teacher always drinks coffee in the morning.
(ครูของฉันดื่มกาแฟในตอนเช้าเป็นประจำ)

Nadech usually gets up at 7 o’clock.
(โดยปกติณเดชตื่นนอนตอนเจ็ดโมง)

Narong hardly reads books so he doesn’t pass the exam.
(ณรงค์แทบจะไม่เคยอ่านหนังสือ ดังนั้นเขาจึงสอบตก)

It seldom rains in this part of the country.
(ฝนตกนาน ๆ ครั้งในพื้นที่นี้ของประเทศ)

I feel like she’s selfish sometimes.
(ฉันรู้สึกว่าหล่อนเห็นแก่ตัวในบางครั้ง)

Kimmy hangs out with her friends every Saturday night.
(คิมมี่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอทุกคืนวันเสาร์)

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับสรุปหลักการใช้ Present Simple Tense แบบง่าย ๆ ที่นำมาฝากกัน อย่าลืมลองนำหลักการและทริคต่าง ๆ ที่นำมาฝากไปใช้กันดูนะคะ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสื่อสารได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และสามารถนำไปใช้เป็นจุดสังเกตเมื่อต้องเจอข้อสอบหรือแบบฝึกหัดได้อีกด้วย Please often review this lesson everyday กันนะคะ ^^

 

 

 

[Update] Affirmative and Negative Agreement | affirmative คือ – NATAVIGUIDES

In daily-life language use, there is a lot of work that is done by one person and repeated the same action by another person. In this case, we need to use particular words or formula to express the words in most appropriate and precise way. So, we use different words and rules to avoid unnecessary repetition of words which is known as Affirmative and Negative Agreement.

Affirmative Agreement:

When mentioning that one person or thing does something and again that another does the same, we use the word so or too. By using conjunction and, followed by a simple statement using so or too we can avoid unnecessary repetition of words from the affirmative sentences. The array of this statement will rely on whether so or too is used.

1. In the main clause, if a form of the verb be is used then the same tense of the verb be will be used in the simple statement that follows.

  Affirmative statement + and +  
 subject + verb (be) + too  

  (be)
 so + verb (be) + subject

Examples: 

– I am happy. You are happy.
– I am happy, and you are too.
– I am happy, and so are you.

2. In the main clause, when a compound verb (auxiliary + verb), for example, will go, should do, has done, have written, must examine, etc. comes, the auxiliary of the main verb is used in the simple statement, and the subject and verb must agree.

  Affirmative statement (compound verb) + and +   
 subject +  only auxiliary + too    

 
 so +  only auxiliary + subject     

 Examples:

– They will work in the lab tomorrow. You will work in the lab tomorrow.
– They will work in the lab tomorrow, and you will too.
– They will work in the lab tomorrow, and so will you.

3. In the main clause, when any verb except be comes without any auxiliaries, the auxiliary do, does, or did is used in the simple statement. The tense must be the same and the subject and verb must agree.

  Affirmative statement + and +   
subject + do, does, or did + too  

See also  #ขอคืนเงินประกันสังคมชราภาพ#บำเหน็จ บำนาญชราภาพก่อนอายุ 55 ปี ได้ไหม! หากตกงาน! หรือลาออก? | ขอ เงิน ประกัน สังคม คืน | Nataviguides

  (single verb except be) 
so + do, does, or did + subject  

 Examples:

– Jane goes to that school. My sister goes to school.
– Jane goes to school and my sister does too.
– Jane goes to school and so does my sister.

Additional examples:

He has been seen her plays, and

the girls have too

.
He has been seen her plays, and

so have the girls

.

I will be in New Mexico in August, and

they will too

.
I will be in New Mexico in August, and

so will they

.

We are going to the movies tonight, and

Sam is too

.
We are going to the movies tonight, and

so is Sam

.

John went to the mountain on his vacation, and

we did too

.
John went to the mountain on his vacation, and

so did we

.

She will wear a costume for the party, and

we will too

.
She will wear a costume for the party, and

so will we

.

Ronaldo was a famous player, and

Messi was too

.
Ronaldo was a famous player, and

so was Messi

.

Negative Agreement

Either and neither in simple sentence function much like so and too in affirmative sentences. They are used to mention negative agreement. For this, the same rules for auxiliaries, be and do, does, or did apply.

  Negative Sentence + and +   
 subject + negative auxiliary + either  

 
 neither + positive auxiliary + subject  

 Examples:

– Matthews hasn’t seen the new movie yet. I haven’t seen the new movie yet.
– Matthews hasn’t seen the new movie yet, and I haven’t either.
– Matthews hasn’t seen the new movie yet, and neither have I.

– I didn’t see Mary this morning. John didn’t see Mary this morning.
– I didn’t see Mary this morning, and

John didn’t either

– I didn’t see Mary this morning, and

neither did John

.

– Roxeta hasn’t seen the movie yet. I haven’t seen the movie yet.
– Roxeta hasn’t seen the movie yet, and

I haven’t either

.
– Roxeta hasn’t seen the movie yet, and

neither have I

.

 Additional examples:

We can’t study in the library, and

neither can they

.
We can’t study in the library, and

they can’t either

.

John shouldn’t run so fast, and

neither should you

.
John shouldn’t run so fast, and

you shouldn’t either

.

Your class hasn’t begun yet, and

mine hasn’t either

.
Your class hasn’t begun yet, and

neither has mine

.

I don’t like tennis, and

she doesn’t either

.
I don’t like tennis, and

neither does she

.

I am not interested in reading that book, and

neither is she

.
I am not interested in reading that book, and

she isn’t either

.

I can’t stand listening to that music, and

Helena can’t either

.
I can’t stand listening to that music, and

neither can Helena

.

The scientist isn’t too happy with the project, and

neither have his assistants

.
The scientist isn’t too happy with the project, and

his assistants haven’t either

.

 


Present Simple Affirmative form


Created using Powtoon Free sign up at http://www.powtoon.com/youtube/ Create animated videos and animated presentations for free. PowToon is a free tool that allows you to develop cool animated clips and animated presentations for your website, office meeting, sales pitch, nonprofit fundraiser, product launch, video resume, or anything else you could use an animated explainer video. PowToon’s animation templates help you create animated presentations and animated explainer videos from scratch. Anyone can produce awesome animations quickly with PowToon, without the cost or hassle other professional animation services require.

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Present Simple Affirmative form

Past Simple Tense be – was / were: Fun \u0026 Interactive English Grammar ESL Video


Teach your beginner students the past simple tense be: was/were with this original \u0026 innovative video and introduce your learners to timelines.
If you love our videos, please support us at Patreon: https://www.patreon.com/oomongzu
WEBSITE: http://oomongzu.com
For more creative, engaging and interactive animated grammar teaching ESL videos, please visit our website.
For the “No Music” version of this ESL video, please click here: https://www.youtube.com/watch?v=9TYJn8v9dr8
Title of English / ESL Video:
Past Simple Tense be: was/were
Target English Grammar:
Past simple tense be: was/were
Student Proficiency Level:
Beginner level grammar
Suggested Courses:
General English
Instructions:
– Play the video in class after delivering a warmup activity first.
– Pause the video whenever the narrator asks students a question to give students time to answer. For example, after elicitations and concept checking questions (CCQs).
Summary of English Grammar: Past Simple Tense be – was/were
Approximate chronological order:
Rules and Explanation:
Elicitation of positive example sentence: He was short.
Elicitation of negative example sentence: He wasn’t short.
Pause the video after the question to give students time to answer.
Meaning / Function (Definition):
We use the simple past to talk about the past.
Affirmative and Negative Sentences:
wasn’t = was not (contraction)
Positive and Negative Examples:
– Positive example sentence: I was a police officer.
Negative example question: I wasn’t a police officer.
– Positive example sentence: She was beautiful.
Negative example question: She wasn’t beautiful.
– Positive example sentence: It was expensive!
Negative example question: It wasn’t expensive!
– Positive example sentence: We were at home.
Negative example question: We weren’t at home.
– Positive example sentence: They were in Russia.
Negative example question: They weren’t in Thailand
Form / Structure:
Singular vs. Plural:
The simple past of “be” has two forms: was and were.
Elicit from students: Which one is singular and which one is plural? (Was is singular and were is plural.)
But sometimes English doesn’t always follow the rules. The pronoun you can be singular or plural, but we use were for both singular you and plural you.
– Positive example sentence: You were late to school.
Negative example question: You weren’t late to school.
Wh Question:
– Example question: Why were you late to school?
Yes/No Question Form:
– Example question: Were you late to school?
The short answer for a yes/no question is:
Yes, I was.
No, I wasn’t.
Further Example Wh Questions and Yes/No Questions:
When were they in Russia?
Were they in Russia?
The short answers are:
Yes, they were.
No, they weren’t.
How much was it?
Was it expensive?
(Elicit) And what are the short answers?
Yes, it was.
No, it wasn’t.
Summary:
The negatives are:
was = wasn’t
were = weren’t
was is singular.
were is plural and for you.
The short answers to yes/no questions are:
Yes, + subject + was/were.
No, + subject + wasn’t/weren’t.

See also  [NEW] 108 ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานง่ายๆ ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจําวัน มีคำอ่าน แปล! | ที่ หนึ่ง ภาษา อังกฤษ - NATAVIGUIDES

Past Simple Tense be - was / were: Fun \u0026 Interactive English Grammar ESL Video

Verb to be: Affirmative, Negative and Questions วันที่ 3 ก.ค. 63


วิชา : ภาษาอังกฤษ
วันที่ : 19 พ.ค. 63
เรื่อง : Verb to be: Affirmative, Negative and Questions
ผู้สอน : นายวิทยา ศรีสร้อย

Verb to be: Affirmative, Negative and Questions  วันที่  3 ก.ค. 63

หลักการใช้ present simple tense ฉบับเข้าใจง่ายสุดๆ


เรียนคอร์สออนไลน์: http://www.learningtreeuk.com
ติดตามทางเฟสบุ๊ค: http://www.facebook.com/learninguk
ติดต่อสอบถาม: https://line.me/R/ti/p/%40ttw7272u
และไลน์ของครูพิม pimolwan1984

หลักการใช้ present simple tense ฉบับเข้าใจง่ายสุดๆ

I Was, You Were (\”To Be\” Past Simple Song) – Rockin’ English


Animated musical English lesson teaching the verb \”to be\” in simple past tense. Sing along, learn English and rock!
Lyrics:
Yesterday, last week
yesterday, last week
I was, you were
He, she and it was
We were
You Were
They were
I was and you were
Yesterday, last week
yesterday, last week
I was, you were
He, she and it was
We were
You Were
They were
I was and you were

I Was, You Were (\

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ affirmative คือ

Leave a Reply

Your email address will not be published.