Skip to content
Home » [NEW] 22 ที่เที่ยวสวยแจ่ม ที่ต้องไปให้ได้ซักครั้งของอังกฤษ | ประเทศอังกฤษ ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[NEW] 22 ที่เที่ยวสวยแจ่ม ที่ต้องไปให้ได้ซักครั้งของอังกฤษ | ประเทศอังกฤษ ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

ประเทศอังกฤษ ภาษาอังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Photo from maxpixel.freegreatpicture.com/England-London-Uk-River-Great-Britain-Thames-2393098 CC0.0

ใครที่อยากลองไปเที่ยวยุโรปดูสักครั้ง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากที่ไหนดี ก็ขอให้มาเที่ยวที่ประเทศอังกฤษกันเลย เพราะที่นี่ มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอยู่หลายแห่ง รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยอีกด้วย การเดินทางก็ค่อนข้างสะดวก เพราะเน้นในเรื่องของการใช้รถไฟเสียเป็นส่วนใหญ่ และภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ได้รวบรวม 22 ที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวอังกฤษให้ลองนำไปพิจารณากันดู

 

>> จองที่พักอังกฤษ ราคาพิเศษ กับ Traveloka <<

 

▌1. หอคอยแห่งกรุงลอนดอน (Tower of London)

ปราสาทราชวัง คุก สถานที่เก็บสมบัติ สถานที่สำรวจทางประวัติศาสตร์ ทั้งหมดรวมอยู่ในสถานที่เดียวกันซึ่งก็คือหอคอยแห่งกรุงลอนดอนนี่เอง ภายในมีอาคารสำคัญๆ มากมายที่ล้วนแต่มีประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างโหดเหี้ยม จึงไม่แปลกเท่าไรที่สถานที่แห่งนี้จะได้รับการกล่าวขานว่า “ผีดุ” ที่สุดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ White Tower หรือหอคอยสีขาว ที่สร้างขึ้นในปี 1078 ในรัชสมัยของวิลเลี่ยมผู้พิชิต นอกจากนี้ไม่ควรพลาดที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของมีค่าของราชวงศ์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎเพชร ชุดอัศวินสมัยโบราณ รวมถึงการเข้าร่วมทริปกับ Yeoman Warders อดีตทหารรักษาพระองค์ ที่ผันตัวมาเป็นไกด์นำเที่ยว

ปราสาทราชวัง คุก สถานที่เก็บสมบัติ สถานที่สำรวจทางประวัติศาสตร์ ทั้งหมดรวมอยู่ในสถานที่เดียวกันซึ่งก็คือหอคอยแห่งกรุงลอนดอนนี่เอง ภายในมีอาคารสำคัญๆ มากมายที่ล้วนแต่มีประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างโหดเหี้ยม จึงไม่แปลกเท่าไรที่สถานที่แห่งนี้จะได้รับการกล่าวขานว่า “ผีดุ” ที่สุดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ White Tower หรือหอคอยสีขาว ที่สร้างขึ้นในปี 1078 ในรัชสมัยของวิลเลี่ยมผู้พิชิต นอกจากนี้ไม่ควรพลาดที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของมีค่าของราชวงศ์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎเพชร ชุดอัศวินสมัยโบราณ รวมถึงการเข้าร่วมทริปกับ Yeoman Warders อดีตทหารรักษาพระองค์ ที่ผันตัวมาเป็นไกด์นำเที่ยว

ที่ตั้ง : London

วิธีการเดินทาง : รถไฟฟ้า Tube มาลงได้ที่สถานี Tower Hill หรือรถเมล์สาย 15 ลงสถานี Tower of London

ค่าเข้าชม : 21.50 ปอนด์

 

 

▌2. โรงอาบน้ำโรมัน และบ้านสมัยจอร์เจี้ยน (The Roman Baths and Georgian City of Bath)

ที่ตั้ง : Abbey Chambers, Abbey Churchyard, Bath

การเดินทาง : นั่งรถไฟจาก Paddington Station มาลงที่ Bath Spa ได้เลย

ค่าเข้าชม : 15 ปอนด์

 

 

▌3. สโตนเฮนจ์ (Stonehenge)

1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ยุคกลางของโลก และเป็นอนุสาวรีย์ของยุโรปที่หลายคนรู้จักกันดี จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวชมกันอยู่เสมอจนเต็มลิมิตการรับนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน สโตนเฮนจ์ประกอบไปด้วยหินขนาดใหญ่ 112 ก้อน คาดว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อ 3,000 – 1,500 ปีก่อนคริสตกาล โดยที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร และใช้วิธีอะไรในการยกหินขึ้นไปเรียงต่อกัน และด้วยความพิศวงนี้เองที่ทำให้เกิดการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้จำนวนมากในแต่ละปี

1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ยุคกลางของโลก และเป็นอนุสาวรีย์ของยุโรปที่หลายคนรู้จักกันดี จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวชมกันอยู่เสมอจนเต็มลิมิตการรับนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน สโตนเฮนจ์ประกอบไปด้วยหินขนาดใหญ่ 112 ก้อน คาดว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อ 3,000 – 1,500 ปีก่อนคริสตกาล โดยที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร และใช้วิธีอะไรในการยกหินขึ้นไปเรียงต่อกัน และด้วยความพิศวงนี้เองที่ทำให้เกิดการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้จำนวนมากในแต่ละปี

สถานที่ตั้ง : Shrewton, Wiltshire

การเดินทาง : นั่งรถไฟจากสถานี Waterloo มาลงที่ Salisbury แล้วต่อด้วยรถประจำทาง หรือนั่งรถบัสจาก Victoria Coach Station มาลงที่ Amesbury แล้วเดินต่อไปอีก 2 ไมล์

ค่าเข้าชม : 15 ปอนด์

 

 

▌4. วิหารเมืองยอร์ค (York Minster and Historic Yorkshire)

วิหารเมืองยอร์ค เป็นอาสนสถาน หรือโบสถ์สถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่สำคัญเป็นอันดับ 2 ในประเทศอังกฤษ บริเวณรอบๆ จะเป็นเมืองเก่าที่ยังมีกำแพงโบราณหลงเหลืออยู่ รายล้อมไปด้วยบ้านเมืองและร้านค้าต่าง ๆ ที่คุณสามารถเดินดูวิว และอย่าลืมไปเดินเล่นที่ Little Shambles ถนนเล็ก ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตรอกไดแอกอนในภาพยนตร์พ่อมดชื่อดังอย่าง Harry Potter อีกด้วย

ที่ตั้ง : York

การเดินทาง : นั่งรถไฟจากสถานี King’s Cross ในกรุงลอนดอน ไปลงที่สถานี York

ค่าเข้าชม : 15 ปอนด์

 

 

▌5. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ British Museum

เป็นสถานที่ไม่ควรพลาดการเข้าชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้รวมรวมสิ่งของล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างที่ไม่สามารถประเมินค่าได้จากทุกมุมโลกมาตั้งไว้ ตั้งแต่สมัยยุคเปอร์เซีย อัสสีเรียน อียิปต์ กรีก โรมัน และเอเชีย โดยภายในได้มีการแบ่งออกเป็นโซน ๆ เช่น โซนอียิปต์ก็จะมี โลงศพคลีโอพัตรา มัมมี่อียิปต์ทั้งคนและสัตว์ รวมถึงรูปสลักของอัสซีเรียน หากเป็นโซนกรีก ก็จะมี วิหารพาร์เธนอน รูปปั้นเทพีอะโฟรไดท์ โซนเอเชีย ก็จะมีพระพุทธรูปโบราณจากอินเดียและกัมพูชา รวมไปถึงเครื่องประดับโบราณจากประเทศไทย และที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ แผ่นหิน Rosetta Stone ที่เป็นต้นแบบของศิลาจารึกภาษาอียิปต์

เป็นสถานที่ไม่ควรพลาดการเข้าชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้รวมรวมสิ่งของล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างที่ไม่สามารถประเมินค่าได้จากทุกมุมโลกมาตั้งไว้ ตั้งแต่สมัยยุคเปอร์เซีย อัสสีเรียน อียิปต์ กรีก โรมัน และเอเชีย โดยภายในได้มีการแบ่งออกเป็นโซน ๆ เช่น โซนอียิปต์ก็จะมี โลงศพคลีโอพัตรา มัมมี่อียิปต์ทั้งคนและสัตว์ รวมถึงรูปสลักของอัสซีเรียน หากเป็นโซนกรีก ก็จะมี วิหารพาร์เธนอน รูปปั้นเทพีอะโฟรไดท์ โซนเอเชีย ก็จะมีพระพุทธรูปโบราณจากอินเดียและกัมพูชา รวมไปถึงเครื่องประดับโบราณจากประเทศไทย และที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ แผ่นหิน Rosetta Stone ที่เป็นต้นแบบของศิลาจารึกภาษาอียิปต์

ที่ตั้ง : Great Russell Street, London

การเดินทาง : รถไฟฟ้า Tube มาลงได้ที่ 4 สถานี คือ Goodge Street, Tottenham Court Road, Rusell Square และ Holborn แล้วเดินต่อเข้าไปในพิพิธภัณฑ์

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 

▌6สวนสัตว์เชสเตอร์ (Chester Zoo)

สวนสัตว์เชสเตอร์ตั้งอยู่ใน Upton ไม่ไกลจากเมืองเชสเตอร์มากนัก โดยสวนสัตว์เชสเตอร์เป็นสวนสัตว์ที่ว่ากันว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และมีผู้คนเข้าชมมากที่สุดในประเทศอังกฤษ ภายในมีสัตว์มากกว่า 11,000 ชนิด 400 สปีชีส์ ด้วยพื้นที่มากกว่า 125 เอเคอร์ สวนสัตว์เลยได้จัดให้มีการทัวร์โดยการใช้รถราง ซึ่งจะผ่านสถานที่สำคัญ ๆ อย่าง ที่อยู่ของชิมแปนซี นกเพนกวิน และป่าจำลองของยุโรป

ที่ตั้ง : Cedar House, Caughall Road, Chester

การเดินทาง : มีรถบัสสาย X8 ผ่าน

ค่าเข้าชม : 23.60 ปอนด์

 

 

▌7. หอนาฬิกา Big Ben

เป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอังกฤษที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวประเทศอังกฤษ ในอดีตนั้น หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวัง Westminster โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียผสมกับโกธิค สามารถบอกเวลาได้ทั้ง 4 ทิศทาง เป็นนาฬิกาบอกเวลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเครื่องบอกเวลามาตรฐานของหอดูดาวเมืองกรีนิช ผ่านสถานีวิทยุ BBC

เป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอังกฤษที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวประเทศอังกฤษ ในอดีตนั้น หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวัง Westminster โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียผสมกับโกธิค สามารถบอกเวลาได้ทั้ง 4 ทิศทาง เป็นนาฬิกาบอกเวลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเครื่องบอกเวลามาตรฐานของหอดูดาวเมืองกรีนิช ผ่านสถานีวิทยุ BBC

ที่ตั้ง : Westminster, London

การเดินทาง : รถไฟฟ้า Tube มาลงได้ที่สถานี Westminster

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 

▌8อาคารรัฐสภาแห่งลอนดอน (Houses of Parliament)

ในอดีตเคยเป็นพระราชวัง Westminster ของเชื้อพระวงศ์อังกฤษตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 มาก่อน แต่ด้วยการเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ถึง 2 ครั้ง จึงทำให้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้เป็นรัฐสภามาจนถึงปัจจุบัน ภายในเต็มประด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาม เช่น ห้องเชื้อพระวงศ์ ห้องโถง Westminster Hall ที่ไม่อนุญาตให้มีการถ่ายรูป แต่ก็คุ้มค่ากับการเข้าไปชมอย่างแน่นอน

ในอดีตเคยเป็นพระราชวัง Westminster ของเชื้อพระวงศ์อังกฤษตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 มาก่อน แต่ด้วยการเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ถึง 2 ครั้ง จึงทำให้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้เป็นรัฐสภามาจนถึงปัจจุบัน ภายในเต็มประด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาม เช่น ห้องเชื้อพระวงศ์ ห้องโถง Westminster Hall ที่ไม่อนุญาตให้มีการถ่ายรูป แต่ก็คุ้มค่ากับการเข้าไปชมอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : Westminster, London

การเดินทาง : รถไฟฟ้า Tube มาลงได้ที่สถานี Westminster

ค่าเข้าชม : 25.50 ปอนด์

 

 

▌9. มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด Oxford University

See also  [ENG SUB] ต้องดู!! เทนนิส พาณิภัค แมตช์หยุดโลก!! ศึกเทควันโด ร้องขอชีวิต | SUPER100 | isn t อ่าน ว่า

University of Oxford ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยภายในมหาวิทยาลัยก็จะประกอบไปด้วยวิทยาลัยที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมากกว่า 30 แห่ง ซึ่งแต่ละวิทยาลัยก็จะมีความแตกต่างหลากหลายในเรื่องของสาขาวิชาและหลักสูตร ที่มีชื่อเสียงได้แก่ Balliol College, Christ Church, Hertford College, New College, Worcester College, Trinity College เป็นต้น ประกอบกับระบบการศึกษาที่มีความทันสมัยของที่นี่ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกจำนวนมากเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง

ที่ตั้ง : Oxford City

การเดินทาง : สถานีรถไฟ Oxford

 

 

▌10.  อุทยานแห่งชาติ Lake District (Lake District National Park)

ด้วยพื้นที่กว้างขวางมากกว่า 900 ตารางไมล์ อุทยานแห่งชาติ Lake District จึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ภายในมีคลองที่ยาวมากกว่า 2,000 ไมล์ และมีภูเขา Scafell Pike ที่สูงที่สุดในประเทศอังกฤษ รวมทั้งยังมีกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ให้ทำภายเขตอุทยานอีกมากมาย

ที่ตั้ง : Murley Moss, Oxenholme Road, Kendal

การเดินทาง : รถไฟจาก London Euston มาลงที่สถานี Oxenholme Lake District

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 

▌11โบสถ์ Canterbury (Canterbury Cathedral)

โบสถ์แห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Canterbury และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เป็นที่อยู่ของอาร์กบิชอปแห่ง Canterbury ได้รับการสร้างขึ้นในปี ค.ศ.597 เมื่อ St. Augustine มาเป็นบิชอปคนแรก นอกจากจะเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามมากแล้ว รอบ ๆ ยังเต็มไปแหล่งท่องเที่ยว แกลเลอรี่ และคาเฟ่ต่าง ๆ อีกมากมาย

ที่ตั้ง : 11 The Precincts, Canterbury

การเดินทาง : รถไฟจาก St. Pancras ไปลงที่ Canterbury West หรือ นั่งจาก Charing Cross ไปลงที่ Canterbury East

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 

▌12. พิพิธภัณฑ์สงคราม (Churchill War Rooms)

ที่ตั้ง : Westminster, London

การเดินทาง : รถไฟ Tube มาลงที่สถานี Westminster

ค่าเข้าชม : 19 ปอนด์

 

 

▌13. โปรเจ็ค อีเดน Eden Project

โครงการ Eden Project เป็นโครงการที่ได้รวมรวมพันธุ์พืชจากทั่วโลก มีจุดเด่นอยู่ที่โดมเรือนกระจกขนาดยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายกับอิกลู ซึ่งข้างในได้บรรจุพืชมากกว่า 1,000 สายพันธุ์เอาไว้ และยังมีพื้นที่สำหรับการจัดแสดงการเจริญเติบโตของพืชให้ได้ชมกันอีกด้วย

ที่ตั้ง : Bodelva, Cornwall

การเดินทาง : รถไฟจาก Charing Cross ไปลงที่สถานี Eden นั่งรถประจำทางไปต่ออีก 30 นาที

ค่าเข้าชม : 27.50 ปอนด์

 

 

▌14. เมือง Cotswolds

พื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ไกลจากตัวเมืองลอนดอนมากนัก บริเวณสถานที่แห่งนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเนินเขาและทุ่งหญ้า และมีหมู่บ้านอังกฤษเป็นโบราณขึ้นรายล้อมเต็มไปหมด จึงทำให้มีความสวยงามและโรแมนติกเป็นอย่างยิ่ง และที่ไม่ควรพลาดชมเลยก็คือกระท่อมหินสีน้ำผึ้ง กระท่อมเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 700 ปี มีให้เห็นเฉพาะแค่ที่นี่เพียงเท่านั้น ถ้าหากต้องการเที่ยวให้ทั่วจริง ๆ แนะนำให้ซื้อทัวร์จากลอนดอนมาจะดีที่สุด

ที่ตั้ง : Alexandra Warehouse, Llanthony Road, Gloucester

การเดินทาง : รถไฟจาก Paddington Station มาลงที่ Moreton-In-Marsh

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 

▌15. ย่านโรงละคร West End Theatre

ถ้าอเมริกามี Broadway อังกฤษก็มี West End ย่านสำหรับการชมมหรสพต่าง ๆ รวมถึงละครเพลงเรื่องดังของอังกฤษ ก่อนที่จะมาเป็นโรงละคร ในอดีต สถานที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่สำหรับชนชั้นสูงอยู่อาศัยมาก่อน เพราะอยู่ไม่ไกลจากพระราชวัง Westminster มากนัก แต่ถ้าหากไม่ต้องการชมละคร ก็ยังสามารถเที่ยวชมบริเวณโดยรอบได้ เพราะมีทั้งแกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และร้านอาหารอร่อย ๆ ให้ได้ลิ้มลองกัน

ที่ตั้ง : Soho, London

การเดินทาง : รถไฟฟ้า Tube มาลงที่สถานี Leicester Square

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม ยกเว้นแต่เข้าชมภาพยนตร์ จะมีราคาตั้งแต่ 12.50 – 42.00 ปอนด์

 

 

▌16. หอศิลป์แห่งชาติ (National Gallery)

ใครที่ชื่นชอบงานศิลปะ ไม่ควรพลาดการเข้าชม หอศิลป์ ของประเทศอังกฤษเลย เพราะภายในสถานที่แห่งนี้มีการจัดแสดงภาพให้เข้าชมกันมากกว่า 2,000 ภาพ ซึ่งบางภาพก็มีความเก่าแก่มาก เทียบเท่ากับสมัยสุโขทัยของบ้านเราเลย แต่ที่เป็นไฮไลท์สุดๆ ก็คงจะเป็นภาพของลีโอนาร์โด ดาวินชี และปิกัสโซ่ และถ้าหากไปในช่วงเทศกาลพอดี บริเวณภายนอกหอศิลป์ ก็จะเป็นลานจัดแสดงคอนเสิร์ตกลางแจ้งอีกด้วย

ที่ตั้ง : Trafalgar Square, London

การเดินทาง : รถไฟฟ้า Tube มาลงที่สถานี Charing Cross

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชมใด ๆ ทั้งสิ้น

 

 

▌17. พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศลอนดอน The Royal Air Force Museum London

เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่ควรค่าแก่การเข้าชมมาก เพราะรวบรวมเครื่องบินของอังกฤษที่ได้ประจำการในสงครามโลกไว้อย่างมากมายมากกว่า 100 ลำ ภายในแบ่งการแสดงออกเป็น 5 โซน เช่น โซนประวัติศาสตร์ โซนเหตุการณ์สำคัญของเครื่องบิน โซนโรงงานผลิตเครื่องบิน โซนเครื่องบินทิ้งระเบิด และโซนที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ก็คือโซน The Battle of Britain ที่ได้จัดแสดงเครื่องบินรุ่น “สปิตไฟร์” เครื่องบินของที่เอาชนะกองทัพอากาศของนาซีที่เกรียงไกรที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2

เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่ควรค่าแก่การเข้าชมมาก เพราะรวบรวมเครื่องบินของอังกฤษที่ได้ประจำการในสงครามโลกไว้อย่างมากมายมากกว่า 100 ลำ ภายในแบ่งการแสดงออกเป็น 5 โซน เช่น โซนประวัติศาสตร์ โซนเหตุการณ์สำคัญของเครื่องบิน โซนโรงงานผลิตเครื่องบิน โซนเครื่องบินทิ้งระเบิด และโซนที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ก็คือโซน The Battle of Britain ที่ได้จัดแสดงเครื่องบินรุ่น “สปิตไฟร์” เครื่องบินของที่เอาชนะกองทัพอากาศของนาซีที่เกรียงไกรที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2

ที่ตั้ง : Grahame Park Way, London

การเดินทาง : รถไฟใต้ดิน มาลงที่สถานี Colindale

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 

▌18. ปราสาท Warwick

หากคุณต้องการที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ในสมัยยุคกลาง ว่าอัศวินและขุนนางเขามีชีวิตเป็นอยู่กันอย่างไร ต้องลองมาเที่ยวปราสาทแห่งนี้กันเลย ปราสาท Warwick ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำ Avon มีอายุมากกว่า 900 ปี ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มักจะจัดงานเทศกาลเกี่ยวกับอัศวินเพื่อเป็นการรำลึกและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวกันอยู่บ่อยครั้ง

ที่ตั้ง : Warwick Castle, Warwick

การเดินทาง : รถไฟจาก London Marylebone มาลงที่สถานี Warwick

ค่าเข้าชม : 19 ปอนด์

 

 

▌19. พิพิธภัณท์ศิลปะ Tate Modern

Tate Modern  เป็นการนำเอาอาคารเก่าขนาดใหญ่มาดัดแปลงเพื่อทำเป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะแบบโมเดิรน์ เช่น ภาพวาด งานประติมากรรม งานภาพยนตร์ งานศิลปะบนกระดาษ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานของศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง Picasso, Rothko, และ Dali อีกด้วย

ที่ตั้ง : Bankside, London

การเดินทาง : รถไฟ Tube มาลงที่สถานี Southwalk

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 

▌20. โรงละครแห่งชาติลอนดอน (National Theatre of London)

โรงละครแห่งนี้ เป็นโรงละครที่ติดอันดับ 1 ใน 3 โรงละครที่ดีที่สุดในประเทศอังกฤษ เพราะมีการแสดงแบบที่เรียกว่าสมจริงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฉาก ภาพและเสียง ส่วนละครที่นำมาแสดงนั่น ก็มักจะเป็นละครชื่อดังอย่าง แฮมเล็ต ของเช็คสเปียร์ บางครั้งก็จะมีพิน็อคคิโอ้ และโรบินฮู้ดให้ได้ชมกันด้วย และถ้าหากขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงละคร ก็จะสามารถมองวิวกรุงลอนดอนได้ทั่ว ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

โรงละครแห่งนี้ เป็นโรงละครที่ติดอันดับ 1 ใน 3 โรงละครที่ดีที่สุดในประเทศอังกฤษ เพราะมีการแสดงแบบที่เรียกว่าสมจริงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฉาก ภาพและเสียง ส่วนละครที่นำมาแสดงนั่น ก็มักจะเป็นละครชื่อดังอย่าง แฮมเล็ต ของเช็คสเปียร์ บางครั้งก็จะมีพิน็อคคิโอ้ และโรบินฮู้ดให้ได้ชมกันด้วย และถ้าหากขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงละคร ก็จะสามารถมองวิวกรุงลอนดอนได้ทั่ว ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

See also  เถื่อน Travel [EP.2] อัฟกานิสถาน ชีวิตในความขัดแย้ง วันที่ 11 มีนาคม 2560 | travel ช่อง2

ที่ตั้ง : Upper Ground, London

การเดินทาง : รถไฟ Tube มาลงที่สถานี Waterloo

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชมโรงละคร แต่ถ้าประสงค์จะดูละครเวที หรือทำกิจกรรมเวิร์คช้อปก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างหาก

 

 

▌21. ปราสาทวินเซอร์ Windsor Castle

การเดินทาง : เดินทางไปกลับจากลอนดอนได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า National Rail ต้นทางที่สถานี London Waterloo ซึ่งจะลงที่สถานี Windsor & Eton Riverside หรือสามารถมาจากสถานีต้นทาง Paddington ก็จะลงทีสถานี Windsor Castle Station

 

▌22. ชิงช้าสวรรค์ London Eye

แลนด์มาร์คของประเทศอังกฤษ ที่อยู่ไม่ไกลจากหอนาฬิกาบิ๊กเบนมากนัก  London Eye เป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่มีความสูง 135 ฟุต มีโครงเหล็กที่แข็งแรงค้ำเพียงข้างเดียว ภายในกระเช้าที่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมนั้น จะมีลักษณะเป็นแคปซูลที่จุคนได้มากถึง 20 คน การขึ้นชมครั้งหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งจะได้เห็นวิวลอนดอนแบบพาโนรามาสุดแสนประทับใจ

แลนด์มาร์คของประเทศอังกฤษ ที่อยู่ไม่ไกลจากหอนาฬิกาบิ๊กเบนมากนัก London Eye เป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่มีความสูง 135 ฟุต มีโครงเหล็กที่แข็งแรงค้ำเพียงข้างเดียว ภายในกระเช้าที่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมนั้น จะมีลักษณะเป็นแคปซูลที่จุคนได้มากถึง 20 คน การขึ้นชมครั้งหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งจะได้เห็นวิวลอนดอนแบบพาโนรามาสุดแสนประทับใจ

ที่ตั้ง : London

การเดินทาง : รถไฟ Tube มาลงที่สถานี Westminster

ค่าเข้าชม : 24 ปอนด์

 

>> จองที่พักอังกฤษ ราคาพิเศษ กับ Traveloka <<

 

น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหม กับ 22 ที่เที่ยวสวยแจ่มที่ต้องไปให้ได้ซักครั้งของประเทศอังกฤษ เพราะฉะนั้นใครที่มาเที่ยวลอนดอน ก็อย่าพลาดที่จะแวะไปเที่ยวชมกันเลยเชียว

Table of Contents

[NEW] สนใจเรียนต่อ ป.โท อังกฤษ แต่ผลภาษาไม่มี หรือเกรดน้อย ทักมาคุยกันก่อนที่ | ประเทศอังกฤษ ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

ข้อมูลประเทศสหราชอาณาจักร

ข้อมูลเรียนประเทศอังกฤษ สหราชอาณาจักร  เวลส์ และ สก๊อตแลนด์

 

ข้อมูลประเทศอังกฤษ  [ สหราชอาณาจักร]

สหราชอาณาจักร ประกอบด้วย อังกฤษ สก๊อตแลนด์  และ เวลส์ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปยุโรป และเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาต่างชาติในการไปศึกษาต่อ

 

อันเนื่องมาจากภูมิประเทศที่สวยงาม มีความเจริญทางด้านวัฒนธรรม การอุตสาหกรรม ความมีคุณภาพของการศึกษา และ การเป็นศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย 

 

»  อากาศที่อังกฤษเป็นยังไงบ้าง​
»  ชีวิตในมหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษ
»  การคมนาคมของประเทศอังกฤษ
»  เมืองท่องเที่ยวของประเทศอังกฤษ

 

สหราชอาณาจักร (UK) ย่อมาจาก United Kingdom มีชื่อเต็มว่า United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland หรือ

 

เรียกว่า Great Britain หมายถึง เกาะใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วย ประเทศอังกฤษ(England) เวลส์(Wales) และสก๊อตแลนด์(Scotland) ซึ่งรวมกันเป็นบริเตนใหญ่ และแคว้นไอร์แลนด์เหนือ(Northern Ireland)

 

 อยากไปเรียนต่อประเทศอังกฤษ เลือกเมือง เลือกระยะเวลา  
กรอกแบบฟอร์มสั้นๆ
คลิก

 

ข้อมูลประเทศอังกฤษ 

ใครๆ ก็อยากไปอังกฤษ เพราะว่าอังกฤษ เป็นประเทศหนึ่งที่รักษาวัฒนธรรม อนุรักษณ์นิยม   มีความเป็นผู้ดี ไฮโซ เป็นประเทศหนึ่งที่ คลาสสิค คนรวย ไฮโซทั่วโลกก็อยากมาเยือน 

 

มีอาคาร ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามจำนวนมาก ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่ เดินไปตามถนน ก็จะที่พบ  อาคารต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มี ความขลังและเก่าแก่มาก    เช่น ที่เมืองลอนดอน  London ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของอังกฤษมีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุด  นักท่องเที่ยว หรือ ชาวต่างชาติ เวลาไปก็จะมี แหล่งท่องเที่ยว มากมายที่ฟรี เช่น พิพิธภัณฑ์  หรือ ออกไปเดินตาม สวนสาธารณะ ร้านขายของเก่า ร้านกาแฟ

 

  

ภูมิอากาศของอังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์

 

 สหราชอาณาจักรมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ภูมิอากาศโดยทั่วไปจึงจัดอยู่ในประเทศค่อนข้างหนาวในฤดูหนาว และ มีความชื้นสูง ทำให้ฝนตกบ่อย  และคาดการณ์ได้ยากว่าฝนจะตกช่วงใดบ้าง ดังนั้นประชากรจึงมักพกร่มติดตัวตลอดเวลา ในช่วงฤดูร้อนคือ จะอยู่ในช่วง กรกฏาคม และ สิงหาคม  

 

กล่าวโดยรวมได้ว่า อังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์ เป็นประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศค่อนข้างสูง โดยไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนในบางวัน อาจมีสภาพอากาศให้ได้พบเห็นเกือบทุกรูปแบบก็ว่าได้

 

สหราชอาณาจักรมีฤดูกาลทั้งหมด 4 ฤดู คือ

1. ฤดูใบไม้ผลิ : มีนาคม – พฤษภาคม

2. ฤดูร้อน : มิถุนายน – สิงหาคม

 

3. ฤดูใบไม้ร่วง : กันยายน – พฤศจิกายน

4. ฤดูหนาว : ธันวาคม – กุมภาพันธ์

 

สหราชอาณาจักร เป็นที่ตั้งของเส้นแบ่งเขตเวลาของโลก (GMT – Greenwich Mean Time) 

ประเทศไทย   มีเวลาที่เร็วกว่า โดยเร็วกว่าประมาณ 6 ชั่วโมง (ในช่วง มีนาคม – ตุลาคม) หรือ 7 ชั่วโมง (ในช่วง ตุลาคม – มีนาคม)

 

 ใครไปอังกฤษช่วงที่เค้าเปลี่ยนเวลา ต้องปรับเวลาให้ทันเค้า ไม่งั้นอาจจะตกรถไฟ หรือ เครื่องบินได้ 

สหราชอาณาจักรจะเปลี่ยนเวลา Daylight saving จาก GMT ไปใช้ BST ( British Summer Time) ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งหมายถึงการปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ในช่วงปลายเดือน มีนาคม – ตุลาคมเวลาของอังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์  

ข้อมูลประเทศอังกฤษ   สหราชอาณาจักร

สังคมและวัฒนธรรมของอังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์

 

การแต่งตัวของนักเรียนที่ประเทศอังกฤษ

 การแต่งกายของนักศึกษาที่อังกฤษจะแตกต่างจากประเทศเราที่ต้องใส่ยูนิฟอร์มแต่นักศึกษาประเทศอังกฤษสามารถแต่งกายชุดลำลองไปเรียนได้

น้องๆนักศึกษาไทย ไปเรียนก็แต่งตัวได้ตามใจ  เหมาะสมกับ อากาศและ แฟชั่น ไม่เน้น ทางการมากนัก แต่ในบางสถานการณ์อย่างเช่น วันปฐมนิเทศ สัมภาษณ์งาน น้องๆ ก็ควรเลือกเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย สุภาพ และน่าเชื่อถือมากกว่าวันปกติทั่วไป 

ชีวิตในมหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษ

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษ น้องๆจะได้เจอกับเพื่อนต่างชาติหลากหลายประเทศ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ที่จะทำให้น้องๆได้แลกเปลี่ยนความรู้ วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน

 

ภายในมหาวิทยาลัย โรงเรียน มักจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ให้เลือกทำหลายอย่าง พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ แก่น้องๆโดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องปรึกษาแค่เรื่องการเรียนเท่านั้น

 

เมื่อมีปัญหาใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือการใช้ชีวิต น้องๆควรปรึกษา อาจารย์ หรือ ที่ปรึกษาได้ทันที โดยไม่ต้องเกรงใจ 

อาจารย์พร้อมจะช่วยเหลือน้องๆอยู่เสมอ 

 

นอกจากนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ยังมีบริการนักศึกษาต่างชาติขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่น้องๆอย่างเต็มที่ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยประเทศอังกฤษ ผู้ชายและผู้หญิงในประเทศอังกฤษจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

ข้อมูลประเทศอังกฤษ   สหราชอาณาจักร

การทักทาย

ชาวอังกฤษนิยม ทักทาย กับ คนแปลกหน้า  คนไทยไปครั้งแรกๆ อาจจะ งง กับรูปแบบการคุยกับคนแปลกหน้า  ฉะนั้นควรฝึก ทักทายคนอื่นๆ โดยใช้คำง่ายๆกับคนเดินถนนทั่วๆไป  ซึ่งมักทักกันเป็นเรื่องปกติ เช่น How are you ?  How ‘s weather ? 

การนัดหมาย เวลา

 ตรงต่อเวลา คนอังกฤษให้ความสำคัญกับการตรงต่อเวลามาก หากมีการนัดหมายหรือได้รับเชิญไปงาน หรือ นัดพบอาจารย์ น้องๆควรไปให้ถึงตามกำหนดเวลา ไม่ควรไปก่อนเวลา หรือ สายเกิน  ไป

ประชากร

ประชากรของสหราชอาณาจักรมี 65 ล้านคน โดยกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของประเทศ ดังนี้

1. อังกฤษมีประชากร ประมาณ 54 ล้านคน

2. สก๊อตแลนด์มีประชากร ประมาณ 5 ล้านคน

3. เวลส์มีประชากร ประมาณ 3 ล้านคน

4. ไอร์แลนด์เหนือมีประชากร ประมาณ 2 ล้านคน

 

ประชากรทั้งประเทศพูดภาษาอังกฤษแต่ก็มีสำเนียง แตกต่างกันไป เนื่องจาก อังกฤษ ประเทศที่มี คนที่มาจากหลาย เชื้อชาติ  ซึ่ง แม้คนอังกฤษเอง อาจจะไม่รู้โดยทันทีว่ามา จากส่วนไหนของประเทศ

ข้อมูลประเทศอังกฤษ

ระบบการปกครองของอังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์

 

ระบบการปกครองของสหราชอาณาจักร เป็นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมีพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของประเทศ

 

รัฐสภาของอังกฤษแบ่งเป็น 2 สภา คือ  1. สภาขุนนาง (House of Lords) และ 2. สภาล่าง (House of Commons)

 

 1. สภาขุนนาง (House of Lords) โดยสมาชิกสภาขุนนาง เป็นขุนนางสืบตระกูล และ  ขุนนางตั้งใหม่จากผู้มีความรู้ความสามารถ หรือ ผู้ประกอบคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ 

 

2.  สภาล่าง (House of Commons) ส่วนสภาล่างมาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี มีประมาณ 600 คน อำนาจการแต่งตั้งรัฐบาล เป็นของสภาล่าง

ส่วนสภาสูงมีหน้าที่สำคัญก็คือ การกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบระบบการเมือง การปกครองของสหราชอาณาจักร ซึ่งถือว่ามีความมั่นคงในระเบียบการปกครอง มายาวนานมากที่สุดประเทศหนึ่ง

 

ไฟฟ้าของอังกฤษ ควรซื้อตัวแปลงไฟก่อนไปไหม 

ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศ คือ ระบบ 240 V. AC 50 Hz  สรุป คือ  ไฟฟ้าเหมือนประเทศไทย แตกต่างกันที่ปลั๊กไฟ สรุปคือซื้อ ปลั้ก ไม่ต้องซื้อตัวแปลงไฟฟ้า

 

ปลั๊กไฟฟ้า  เป็นปลั๊กไฟฟ้าแบบ 3 ขา ถ้านักเรียน นักท่องเที่ยว นำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากประเทศไทย ควรซื้อแบบที่มีแบบ 3 ขา ติดตัวไปด้วย  (หาซื้อได้ตามร้านไฟฟ้า ใหญ่ที่ไทย) ที่ราคาไม่ถูกมากนัก จะได้ใช้ทนๆ 

ประปาของอังกฤษ ดื่มน้ำก๊อกได้จริงไหม 

ระบบน้ำประปาสะอาดจนสามารถดื่มน้ำจากก๊อกได้เลย เวลาคนไทยไป แรก ๆ จะไม่คุ้นชิน เรามักซื้อน้ำกินมาตลอดเวลา ฝรั่งเห็น เค้าจะมองแล้วงง ว่า นักเรียนไทยเสียเงินซื้อทำไม

โทรศัพท์ขออังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์ สหราชอาณาจักร

โทรศัพท์มือถือ ถ้านักเรียน นักท่องเที่ยว ต้องการซื้อซิมมือถือ หรือ บัตรเติมเงิน โทรศัพท์ ควรสอบถามจากร้านค้าว่า ค่ายมือถือไหน  สัญญานดี และโปรเน็ตที่สุดในเมืองนั้น ๆ 

 

เพราะ แต่ละเมืองมีสัญญานที่แรง แตกต่างกัน  และเด็กไทยมักจะใช้เน็ตมากกว่า ชาวอังกฤษ   ส่วนซิมและบัตรเติมเงิน มีจำหน่ายตามร้านขายของ มินิมาร์ท หาซื้อได้ไม่ยาก

 

 หลายค่ายมือถือ  มักมีโปรแจกซิมฟรี ที่มาพร้อมสัญญา ให้นักเรียนและนักท่องเที่ยวใช้งานระยะยาวได้   ฉะนั้น ถ้าไปเรียนต่ออังกฤษ  ยังไม่ควรรีบซื้อในวันแรกที่ไปถึงให้ถามโฮส หรือ เพื่อนก่อนจะดีที่สุด

 

การเดินทางด้วยรถไฟสะดวกที่สุด เพราะ เชื่อมต่อไปถึงเมืองใหญ่ทุกแห่ง ทั้งรถในเมือง และ รถระหว่างเมือง 

 

ระบบขนส่งมวลชนที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ รถไฟ   เพราะ สะดวกและมีเครือข่ายเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อกันกระจายทั่วประเทศ เส้นทางเดินรถไฟสายหลักระหว่างเมืองจะเริ่มจากกรุงลอนดอน เชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่ๆ รวมทั้งเมืองรอง

 

การให้บริการ เดินรถ โดยปกติจะตรงเวลา  แม่นยำตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า  รถเมล์ และ รถไฟฟ้า ใต้ดิน- บนดิน  ตรงเวลาหมด ถ้าช้า จะขึ้นป้ายแจ้งที่สถานีรถไฟฟ้านั้นๆ 

 

ทำให้การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเป็นไปตามเวลานัดหมาย 

 

นักเรียน นักศึกษา ที่อาศัยที่ประเทศอังกฤษมีสิทธิ์ขอทำบัตร Rail Card หรือ บัตรรถไฟ ระหว่างเมืองประเภทนักเรียนเพื่อ รับ ส่วนลดที่ลดเยอะ กว่าปกติหลายปอนด์ทีเดียว ได้จากสถานีรถไฟในเมืองใหญ่ๆประเทศอังกฤษ 

 

ศุลกากรของประเทศอังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์

คำแนะนำในการนำของใช้ส่วนตัวเข้าสหราชอาณาจักรนั้นต้องสำแดง ของที่มูลค่าสูง ** เช่น เงินสด  ทอง ของแบรนด์เนม  ควรสอบถาม เอเจนท์ อีกทีนึง เพราะ กฏ ระเบียบ เปลี่ยนตลอดเวลา 

 

กรณีซื้อของแบรนด์เนม กลับไทยสามารถขอ Tax refund ได้ที่สนามบิน แต่ต้องซื้อในร้านทีร่วมรายการเท่านั้น

การประกันสุขภาพ ของ อังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์

นักศึกษาไทยที่จะไปเรียน ประเทศอังกฤษ ต้องทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุในขณะศึกษาที่สหราชอาณาจักร 

 

ระบบการรักษาพยาบาลฟรี ที่เรียกว่า โครงการบริการสาธารณสุขแห่งชาติ NHS (National Health Service) ให้บริการฟรี เฉพาะการตรวจรักษาพยาบาลเบื้องต้น เช่น ปวดหัว ปวดท้อง

 

ไม่รวมการเจ็บป่วยที่ต้องมีการผ่าตัด นักศึกษาไทยและต่างชาติที่ลงทะเบียนเรียนไม่น้อยกว่า 6 เดือน และ มีความประสงค์ขอใช้บริการรักษาสุขภาพฟรีของ NHS สามารถทำได้โดยขอให้ทางสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินเรื่องสมัครให้

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ของกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ

ลอนดอน  

สนใจเรียนต่อ ป.โท อังกฤษ
แต่ผลภาษาไม่มี หรือเกรดน้อย ทักมาคุยกันก่อนที่

  

เมือง ท่องเที่ยว ของ อังกฤษ เวลส์ และ สก๊อตแลนด์ 

ลอนดอน (London)

เมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเมืองหลวงของสหราชอาณาจักร เมืองที่น่าสนใจและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ลอนดอนคือศูนย์รวมวัฒนธรรม ประเพณี ในรูปแบบที่เคร่งครัด และมีแบบแผน เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการศึกษาต่อ

 

กรุงลอนดอนเองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น รัฐสภา หอนาฬิกาบิกเบน ทราฟัลการ์สแควร์ พระราชวังบัคกิงแฮม และหอคอยลอนดอน 

 

นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมด้วยแหล่งบันเทิงและชีวิตยามค่ำคืนที่ย่านโซโห และยังเป็นแหล่งรวมของการช้อปปิ้งชั้นนำ เช่น ห้างแฮร์ล็อด และมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ เป็นต้น

 

เคมบริดจ์ (Cambridge)

เมืองเคมบริดจ์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และการศึกษา แรกเริ่มเป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง  

 

อ๊อกซ์ฟอร์ด(Oxford)

เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน  ต้นกำเนิดมหาวิทยาลัยหลายแห่ง มองแล้วขลังมาก ภายในเมืองมีสถาปัตยกรรมที่งดงามตามแบบฉบับอังกฤษหลายแห่ง

มีพิพิธภัณฑ์และหอศิลปกรรม  และ เป็น เมืองเกี่ยวข้องกับศาสนา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอน ประมาณ 80 กิโลเมตร  เป็นเมืองที่แวดล้อมด้วยทุ่งกว้างใหญ่ ทิวเขา และมีแม่น้ำเทมส์ไหลผ่าน 

 

แคนเทอร์เบอร์รี่ (Canterbury)

แคนเทอร์เบอร์รี่เป็นเมืองที่สวยงาม มีโบสถ์ที่มีความสำคัญและเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ ภายในเมืองมีศูนย์การค้าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงลอนดอน ประมาณ 95 กิโลเมตร

 

บริสโทล (Bristol)

Bristol เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจากกรุงลอน ประมาณ 190 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ มีสะพานแขวนที่สวยงามชื่อ บรูเนล

 

บอร์นมัธ (Bournemouth)

Bournemouth เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง เมืองที่มีทิวทัศน์งดงามและปราศจากมลพิษ มักจะคึกคักในช่วงซัมเมอร์ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงลอนดอนทางรถไฟ 2 ชั่วโมง  

 

บาธ (Bath)

Bath เป็นเมืองตากอากาศที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณ ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าเอวอนที่เขียวชอุ่ม มีบ่อน้ำพุร้อนสำหรับอาบน้ำแร่ Bath เป็นเมืองประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 160 กิโลเมตร

 

เบอร์มิ่งแฮม (Birmingham)

เป็นเมืองที่แวดล้อมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอังกฤษ มีหมู่บ้านที่สวยงามเหมือนภาพวาด

 

เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อคโกแลตยี่ห้อ Cadbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง 2 แห่งคือ มหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม และมหาวิทยาลัยแอสทั่น

 

แมนเชสเตอร์ (Manchester)

เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศทางตอนเหนือ แมนเชสเตอร์ เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และ การละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลที่ชาวไทยรู้จักดี คือ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด Manchester

 

ไบร์ทตันและโฮพว์ (Brighton and Hove)

เมือง Brighton and Hove สองเมืองนี้ เป็นเมืองพักตากอากาศขนาดกลาง ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทางตอนใต้ของลอนดอน Brighton and Hove

เป็นเมืองที่รวบรวมวัฒนธรรม และแหล่งบันเทิงต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน และเป็นสถานที่ซึ่งชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์

 



ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ประเทศอังกฤษ ภาษาอังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *