Skip to content
Home » [NEW] 10 บทเพลงทรงพลังเพื่อความหวังและโลกที่ดีกว่า | เพลง สิ่ง ที่ ดี ที่สุด คือ การ ได้ พบ เธอ – NATAVIGUIDES

[NEW] 10 บทเพลงทรงพลังเพื่อความหวังและโลกที่ดีกว่า | เพลง สิ่ง ที่ ดี ที่สุด คือ การ ได้ พบ เธอ – NATAVIGUIDES

เพลง สิ่ง ที่ ดี ที่สุด คือ การ ได้ พบ เธอ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

     หลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่ามนุษย์สร้างสรรค์บทเพลงออกมาตั้งแต่ยุคหิน บรรพบุรุษของเรารู้จักการเคาะจังหวะด้วยหินกับไม้ตั้งแต่อยู่ในถ้ำ รู้จักการปรบมือ เปล่งเสียงร้อง และขยับตัวตามจังหวะเพื่อความสนุกและความสุข รวมถึงบูชาสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในสมัยโบราณกาล

     จนกระทั่งได้วิวัฒนาการมาสู่ยุคใหม่ที่ดนตรีมีความซับซ้อนและมีความหมายมากขึ้น จนกลายเป็นความบันเทิงที่สามารถแสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความหมาย และเอกลักษณ์ได้มากกว่าที่เคย ทั้งยังทรงอิทธิพลกับความรู้สึกนึกคิดมากมาย บ่อยครั้งที่เราอยู่ในความเงียบงัน เสียงดนตรีนั้นยังคงดังอยู่ในใจ และก็มีบทเพลงไม่น้อยที่มีพลังมากพอที่จะสร้างความหวังให้กับมนุษย์ เพื่อเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น

     และนี่คือ 10 เพลงแห่งการเติมเต็มชีวิตจิตใจในวันที่ต้องการลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง ที่เราแนะนำให้ฟังเพื่อความอิ่มเอม

 

     ถ้าจะพูดถึงเพลงที่มีเนื้อหาดุจกวี และท่วงทำนองที่พาเราล่องลอยออกจากความทุกข์ “Across The Universe” ของวงเดอะบีเทิลส์ (The Beatles) คือหนึ่งในเพลงที่เรานึกถึง ท่อนฮุคที่เซอร์ พอล แม็กคาร์ตนีย์ (Sir Paul McCartney) ร้องไว้ว่า “Nothing’s gonna change my world” เหมือนกับเป็นการเน้นย้ำว่าหากเราตั้งมั่นในความสุข ก็ไม่มีอะไรมาทำให้เราทุกข์ใจได้ แทร็กนี้เขียนขึ้นโดยจอห์น เลนนอน (John Lennon) ร่วมกับแม็กคาร์ตนีย์ อยู่ในอัลบั้ม No One’s Gonna Change Our World และ Let It Be

     โดยเลนนอนผู้ล่วงลับเคยให้สัมภาษณ์กับ Rolling Stone ว่า “มันคือหนึ่งในเนื้อเพลงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเขียนมา แม้ไม่มีเมโลดีคุณก็สามารถอ่านมันได้ราวกับบทกวี”

     เพลงนี้คือเพลงที่ฮิตที่สุดของวงครีเดนซ์เคลียร์วอเตอร์รีไววัล (C.C.R.) มีหลากหลายศิลปินที่นำเพลงนี้ไปคัฟเวอร์ และยังมีการถกเถียงกันว่าคำว่า “Rain” ในเนื้อเพลงนี้หมายถึงระเบิดที่ถูกทิ้งมาจากเครื่องบินในสงครามเวียดนามหรือไม่ เนื่องจากเพลงนี้ออกมาเมื่อช่วงปลายปี 1970 ตรงกับช่วงที่เกิดสงครามเวียดนาม ซึ่งจอห์น โฟเกอร์ตี (John Fogerty) สมาชิกของวงและผู้เขียนเพลงนี้ได้เปิดเผยว่า เขาเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการพูดถึงปัญหาภายในวง C.C.R. ในช่วงเวลานั้น

     โดยท่อนที่ร้องว่า “I want to know, Have you ever seen the rain coming down on a sunny day.” ต้องการจะสื่อว่า ชีวิตของเรามักจะมีปัญหาเหนือความคาดหมายมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยการเรียบเรียงดนตรีและเมโลดีที่ไปในทางบวก ทำให้ “Have You Ever Seen The Rain” กลายเป็นเพลงเตือนใจให้ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท รวมถึงบอกให้เราทำใจร่มๆ ขณะเผชิญกับปัญหาที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น

     “Imagine” คือหนึ่งในเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรี และเป็นผลงานเดี่ยวที่ดังที่สุดของจอห์น เลนนอน เรียกว่าทรงพลังตั้งปล่อยออกมาเมื่อปี 1971 จนถึงปัจจุบัน โดยเนื้อหาของเพลงเป็นการชักนำให้ผู้ฟังจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีการแบ่งแยก เต็มไปด้วยสันติ ไม่มีทั้งสวรรค์หรือนรก ไม่มีการแบ่งประเทศ ไม่มีศาสนา ไม่มีการแบ่งแยกพรมแดน ไม่มีการเข่นฆ่าทำร้ายกัน แม้จะดูเหมือนฝันเฟื่อง แต่เชื่อว่าจินตนาการเหล่านี้จะเป็นจริงได้สักวัน มาพร้อมกับเมโลดีเรียบง่ายติดหู และความเพราะแบบไม่จำเจ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เพลงนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกก็คือตัวเลนนอนเอง ที่เคยเป็นหนึ่งในนักปฏิวัติเพื่อสันติภาพในช่วงทศวรรษที่ 70s โดยเขาออกมาเคลื่อนไหวด้วยบทเพลงพร้อมวลี “War Is Over”

     “เพลงนี้ต่อต้านศาสนา ต่อต้านชาตินิยม ต่อต้านประเพณีนิยม ต่อต้านทุนนิยม แต่เพราะว่าถูกเคลือบด้วยน้ำตาล มันจึงได้รับการยอมรับ” เลนนอนระบุในหนังสือ Lennon In America ของเจฟฟรีย์ จูลีอาโน (Geoffrey Giuliano)

     “ตอนที่ฉันร้องเพลงนี้ครั้งแรก ฉันนึกถึงแม่ของฉันที่เพิ่งเสียไป และเพลงนี้ทำให้ฉันผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้” กลอเรีย เกย์เนอร์ (Gloria Gaynor) ได้กล่าวถึงเพลงสร้างชื่อของเธอไว้ ดังนั้นเพลงนี้จึงเหมือนเป็นตัวแทนของสิ่งที่มันเป็นมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 1978 นั่นก็คือการเป็นเพลงที่นำมาซึ่งความหวัง ความกล้า และการให้กำลังใจทุกคนว่า ต่อให้ชีวิตจะโยนเรื่องราวร้ายๆ ใส่คุณขนาดไหน คุณก็ยังสามารถฟันฝ่าไปได้ เปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ ไม่ว่าจะเพศไหน หรืออายุเท่าไหร่ก็ตาม

     ทุกวันนี้ “I Will Survive” ยังคงเป็นเพลงที่สร้างความสุขให้กับทุกคนโดยไม่แบ่งแยกอย่างแท้จริง

     “Everything’s gonna be alright” ประโยคหนึ่งในเพลง “No Woman, No Cry” ที่โด่งดังมาตั้งแต่ปี 1975 อีกหนึ่งเพลงของบ็อบ มาร์เลย์ (Bob Marley) กับวงเดอะเวลเลอร์ส (The Wailers) ของเขา ที่ขึ้นหิ้งคลาสสิกตลอดกาล โดยชื่อเพลงนี้ไม่ได้หมายถึง ‘ไม่มีผู้หญิง ไม่ร้องไห้’ แต่ประโยค “No Woman, No Cry” ในภาษาจาเมกันมีความหมายว่า ‘อย่าเลยเธอ อย่าร้องไห้เลยนะ’ ซึ่งเนื้อหาของเพลงนี้เกิดขึ้นในเมืองเทรนช์ทาวน์ (Trenchtown) ย่านชุมชนในคิงสตัน (Kingston) เมืองหลวงของจาเมกา ที่มาร์เลย์อพยพตามคุณแม่มาใช้ชีวิต

     เพลงนี้เต็มไปด้วยถ้อยคำปลอบประโลมใจร้อยเรียงกับเรื่องราวในชีวิตของเขา ที่มาพร้อมกับดนตรีเร็กเก้สุดชิลล์ ใครได้ฟังก็ต้องหลงรัก ใครได้ร้องก็ต้องหลงใหล ราวกับมาร์เลย์กำลังบอกเราทุกคนว่าอย่าเศร้าไปเลยนะ สุขกันเถอะเรา

     5 วันหลังจากที่ Wizard of Oz (1939) ออกฉาย สงครามโลกครั้งที่สองก็เริ่มต้นขึ้น ดังนั้นเพลง “Over The Rainbow” ที่ขับร้องโดยจูดี การ์แลนด์ (Judy Garland) ผู้รับบทเป็นโดโรธี เกล (Dorothy Gale) จึงกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่สื่อถึงความหวังท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ไปโดยปริยาย

See also  ทายคำจากภาพ 6 ภาพ 6 คำ สุภาษิต สำนวนไทย | สํา น วน ไทย เกี่ยว กับ เพื่อน

     กว่า 80 ปีต่อมา ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของเธอ Judy (2019) ได้ออกฉาย เพลงดังกล่าวจึงถูกหยิบขึ้นมาขับร้องใหม่อีกครั้งโดยเรเน เซลเวเกอร์ (Renée Zellweger) ผู้รับบทจูดี การ์แลนด์ โลกจึงได้เห็นอีกหนึ่งความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในเพลงแห่งความหวังนี้ ว่าแท้จริงแล้วแทบไม่ต่างอะไรจากการเปิดบันทึกชีวิตอันหวานอมขมกลืนของเธอในวัยเด็ก ทว่ากลับยิ่งนำพาเธอและเราในฐานะคนฟังให้ไปสู่ดินแดนแห่งความหวังนั้นเข้าสักวัน

     แม้ว่าหนึ่งในเจ้าพ่อแห่งวงการบริตป๊อป (Britpop) จะแยกย้ายกันไปแล้ว แถมสองพี่น้อง โนล-เลียม กัลลาเกอร์ (Noel-Liam Gallagher) จะยังคงแซวกันหนักจนถึงทุกวันนี้ แต่หลายเพลงของโอเอซิส (Oasis) ก็ยังคงอมตะ ซึ่งหนึ่งในเพลงของวงดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ที่ช่วยเติมความหวังของเราได้ก็คือ “Stop Crying Your Heart Out” จากอัลบัม Heathen Chemistry

     ด้วยท่วงทำนองที่สอดรับกับอารมณ์กับเนื้อหาได้เป็นอย่างดี คงไม่ต้องบรรยายอะไรไปมากกว่าท่อนฮุกกินใจนี้ “Cause all of the stars are fading away. Just try not to worry, You’ll see them some day. Take what you need and be on your way, And stop crying your heart out.”

     เพลงปลุกใจนักสู้ของวงควีน (Queen) ตำนานวงร็อกโอเปราจากอังกฤษ ที่เฟรดดี เมอร์คิวรี (Freddie Mercury) ฟรอนต์แมนผู้ล่วงลับ บรรจงเขียนขึ้นมาโดยได้แรงบันดาลใจจากเสียงเชียร์ของแฟนฟุตบอลในสนาม และถูกปล่อยออกมาในปี 1977 อยู่ในอัลบั้ม News of the World ซึ่งกลายมาเป็นเพลงธีมของการแข่งขันฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา รวมถึงเป็นหนึ่งในเพลงที่ติดหูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีโลก โดยเนื้อหาของเพลงนี้เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จหลังจากการพยายามต่อสู้ล้มลุกคลุกคลานจนกลายเป็นผู้ชนะ ขณะที่ภาคดนตรีและท่วงทำนองก็เร้าใจให้เรามีพลังในการใช้ชีวิต

     นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ทางไบรอัน เมย์ (Brian May) และโรเจอร์ เทย์เลอร์ (Roger Taylor) สมาชิกวงควีนที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้จับมือกับอดัม แลมเบิร์ต (Adam Lambert) ศิลปินดังชาวอเมริกัน ดัดแปลงเนื้อเพลง “We Are The Champions” ให้กลายเป็นเพลง “You Are The Champions” ส่งกำลังใจให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางด้านสาธารณสุข และอาสาสมัคร ที่เป็นแนวหน้าต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในฐานะที่เป็นวีรบุรุษและวีรสตรีแห่งชัยชนะอีกด้วย

     ทุกครั้งที่เจอเรื่องหนักๆ และต้องการสักเพลงที่จะช่วยให้เราเงยหน้าขึ้นได้อีกครั้ง เพลง “What A Wonderful World” กับเสียงร้องทุ้มเท่ของหลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) ตำนานแจ๊ซแมน คือแทร็กที่เราเปิดฟังก่อนนอน เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาเมื่อปี 1967 เขียนขึ้นโดยเดวิด ไวส์ (David Weiss) และบ็อบ ธีเลอ (Bob Thiele) เนื้อหาเล่าถึงความปลาบปลื้มกับความงามของธรรมชาติรอบตัวที่เราอาจมองข้ามไป หากเพียงแค่เราลองพินิจพิจารณาให้ดี เราก็จะเข้าถึงความงดงามเหล่านี้ที่รายล้อมชีวิตเอาไว้ ซึ่งเพลงนี้ทำหน้าที่ในการสร้างความหวังให้กับผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเวียดนามได้อย่างอบอุ่น รวมถึงดับไฟความรุนแรงในยุคนั้นที่ยังมีการแบ่งแยกเชื้อชาติ และปัญหาทางการเมืองในอเมริกา

     (ก่อนจะขึ้นย่อหน้านี้ ผู้เขียนหยุดทำทุกสิ่ง หันไปมองต้นไม้ ฟ้าสาง เมฆก้อนเบา แล้วก็พลันตรึกตรองกับตัวเองได้ว่า “โลกนี้มันช่างสวยงาม”)

     นิวเรดิคัลส์ (New Radicals) หรือ Иew Radicals คือวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกฝั่งอเมริกาที่มีผลงานเพียงอัลบั้มเดียวในปี 1998 คือ Maybe You’ve Been Brainwashed Too ซึ่งเป็นบ้านของซิงเกิลจรรโลงใจที่มีชื่อว่า “You Get What You Give”

     เกร็กก์ อเล็กซานเดอร์ (Gregg Alexander) ตั้งใจเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนความคิดที่ว่าคนเราควรเป็นตัวของตัวเอง ไม่ควรพยายามจะเป็นแบบคนอื่น นำเสนอผ่านถ้อยคำเปรียบเปรยสละสลวยและมีอารมณ์ขัน รวมถึงการเรียบเรียงดนตรีที่ฟังทีไรก็รู้สึกดี นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยที่ระบุว่าเพลงนี้คือหนึ่งในเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดอีกด้วย

 

Table of Contents

[Update] Everytime: เพลงเปิดตัวของศิลปินอินดี้สุดร่าเริงในยุคที่เต็มไปด้วยรักจอมปลอมบนโลกออนไลน์ | เพลง สิ่ง ที่ ดี ที่สุด คือ การ ได้ พบ เธอ – NATAVIGUIDES

ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กับคอนเสิร์ต Boy Pablo Live In Bangkok ที่ Voice Space กับศิลปินสุดอินดี้อารมณ์ดีนาม บอย พาโบล (Boy Pablo) ที่น่าจะสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงของหนุ่มน้อยนอร์วีเจียนคนนี้ไปเต็มคราบ รวมถึงแฟนเพลงใหม่ๆ ที่อาจจะเพิ่งได้ดูการแสดงของเขาเป็นครั้งแรก แต่เกิดติดใจในรสชาติดนตรีแบบ ‘Happy and Melodic’ ในสไตล์ป็อปกลิ่นอายฟุ้งฝันฟังสบายและแสนติดหูที่เปิดฟังเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อ

 

Everytime

 

        ถึงแม้ภายนอกบอย พาโบล ศิลปินหนุ่มวัย 19 ปี รูปร่างสันทัด ท่าทางจะดูเนิร์ดๆ แถมยังชอบแต่งตัวแบบมีสไตล์ (ของตัวเอง) เช่น การใส่เสื้อสเวตเตอร์ตัวโคร่งหลากสีสันกับกางเกงขาสั้นเสมอต้นขา (วันดีคืนดีก็สวมเสื้อฟุตบอล) แต่บอกเลยว่าฝีมือและพรสวรรค์ทางด้านดนตรีของเขาเรียกได้ว่าไม่ธรรมดา เพราะถึงแม้อายุยังไม่เต็ม 20 ปี แต่เขาสร้างสรรค์บทเพลงด้วยตัวเองทั้งหมดจนเป็นที่ยอมรับและจับตาในหมู่นักฟังเพลงทั่วโลก โดยเฉพาะดนตรีพ็อพกลิ่นอายฟุ้งฝันฟังสบาย และแสนติดหูที่เปิดฟังเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อ ซึ่งเขาเคยให้นิยามดนตรีของตัวเองว่า ‘Happy and Melodic’

        “ครอบครัวของผมทุกคนเล่นดนตรี ส่วนผมเป็นลูกคนเล็กสุด ก็เหมือนกับคนทั่วไปที่เริ่มเล่นดนตรีจากกีตาร์หรือไม่ก็กลอง พี่ชายของผมเล่นทั้งกีตาร์ กลอง เบส และเปียโน พ่อของผมก็เล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิดเช่นกัน ตอนที่ผมยังเด็ก ผมจำได้ว่ามีวันหนึ่งที่พี่ชายเอาซีดีอัลบั้มของ The Beatles มาฟังในรถ ผมจึงถูกดึงดูดเข้าไปในโลกของสี่เต่าทองทันทีตั้งแต่ประมาณ 4 หรือ 5 ขวบ นี่แหละ หลังจากนั้น ผมก็เริ่มรู้จักวง Ramones จากพี่ชายอีก จนกระทั่งทุกวันนี้ผมก็ยังชอบทั้งสองวงนี้ (หัวเราะ)” บอย พาโบล เคยให้สัมภาษณ์กับ Cortex

        ในวัยเด็ก บอย พาโบล เติบโตมากับครอบครัวที่มีพื้นเพจากชิลี ในเมืองเบอร์เกน (Bergen) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศนอร์เวย์ (บ้านเกิดเดียวกันกับวงอินดี้ดนตรีละมุนหูอย่าง Kings of Convenience) เข้าศึกษาที่ Kongshaug Musikkgymnas ซึ่งเป็นโรงเรียนดนตรีเอกชนในเมืองออส (Os) ใกล้ๆ กับเบอร์เกน ก่อนที่จะเริ่มก่อตั้งโปรเจ็กต์ Boy Pablo ร่วมกับเพื่อนในเดือนธันวาคม ปี 2015 และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในนอร์เวย์ตอนปี 2016

        “การเติบโตในเมืองอย่างเบอร์เกนทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย ทุกอย่างที่นั่นไม่มีอะไรให้คุณต้องกังวลเลย ที่นั่นฝนตกราว 364 วันต่อปี ส่วนอีกวันหนึ่งที่เหลือของปีนั้นพระอาทิตย์จะขึ้น วันนั้นจะสดใสและมหัศจรรย์มาก ดังนั้น ผมจึงได้แรงบันดาลใจในการทำเพลงจากสิ่งเหล่านี้ ผมยังจำวันหนึ่งที่ผมกับเพื่อนออกไปนั่งชิลข้างนอกในวันที่พระอาทิตย์ขึ้นได้อยู่เลย”

 

        ปี 2017 กลายเป็นปีแห่งการก้าวกระโดดของ บอย พาโบล อย่างแท้จริง เมื่อเขาอัพโหลดวิดีโอเพลง ‘Everytime’ (ตัววิดีโอก็ฮามากๆ เหมือนกับการเอากล้องวิดีโอจับใส่มือใครสักคนแล้วขอให้ถ่ายพวกเขาเล่นดนตรีกลางแดดจ้าสดใสริมแม่น้ำ) ลงในยูทูบ ทีแรกตัววิดีโอมีผู้รับชมเพียงไม่กี่พัน ก่อนที่จะเริ่มกลายเป็นไวรัล เมื่อมันถูกตั้งกระทู้ในเรดดิต (reddit) จนมียอดทะยานสู่ 25,000 วิว และกลายเป็นคลิปแนะนำตามระบบอัลกอริทึมของยูทูบในช่วงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ทำให้เกิดกระแสการคลิกเข้าชมทะยานสู่หลายล้านครั้ง

        “ผมคิดว่ามันทั้งประหลาด เจ๋ง และดูง่อยๆ ในเวลาเดียวกัน ที่ถูกเลือกโดยอัลกอรึทึม สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ใหม่มาก แต่ก็เป็นวิธีที่เจ๋งในการทำให้คนสังเกต ยังไงก็ตาม ถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับพวกเราทั้งวงแหละ” เขากล่าว

        หลังจากนั้นชื่อของ บอย พาโบล จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก ไม่ใช่แค่ในนอร์เวย์ แต่กระจายไปทั่วโลก ทั้งทวีปอเมริกา ยุโรป ไล่มาจนถึงเอเชีย หากย้อนกลับไป ใครจะเชื่อว่าหนุ่มตัวเล็กสุดแฮปปี้จากเมืองเล็กๆ ในยุโรปที่ไกลโพ้นจะกลายมาเป็นศิลปินที่ถูกแนะนำว่าต้องฟังให้ได้จากเว็บไซต์ดนตรีชื่อดังหลายต่อหลายแห่ง และมีทัวร์คอนเสิร์ตไปหลายทวีปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

        เรื่องราวของเขาทำให้เรานึกไปถึงท่อนหนึ่งในเพลงเปิดตัวเขาอย่าง Everytime จาก EP อัลบั้ม Soy Pablo ที่ร้องไว้ว่า ‘She doesn’t know who he is’ แต่วันนี้อาจต้องเปลี่ยนเป็น ‘Everybody know who he is’ เสียแล้ว

 

 

As you can see she hasn’t met him yet

She already fell in love I bet

Her keyboard gets slammed by her fingers

But he replies with ‘ok’ every time, every time

‘อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ เธอยังไม่เคยพบกับเขาเลย แต่พนันได้เลยว่าเธอตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว นิ้วมือเธอพรมลงบนแป้นพิมพ์ข้อความหาเขา แต่คำตอบที่กลับมาเพียงแค่ ‘โอเค’ ทุกครั้ง และเป็นเช่นนั้นเสมอ’

 

        ซิงเกิลนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวที่เผชิญกับรักป่วยๆ และหมดท่า หลังจากพยายามที่จะได้รับความสนใจจากเด็กหนุ่มผู้ไม่ยี่หระต่อความรัก ซึ่งเป็นเพลงที่เขียนจากเรื่องราวของเขาเอง ในช่วงวัยที่ยังเด็กกว่านี้ กับประสบการณ์ในการเล่น Roblox ของเขา (Roblox คือแพลตฟอร์มการสร้างเกมออนไลน์หลายผู้เล่นที่ให้ผู้ใช้ได้ออกแบบเกมของตัวเอง และเล่นเกมประเภทต่างๆ มากมายที่สร้างขึ้นโดยนักพัฒนาหรือผู้ใช้คนอื่นๆ เป็นศูนย์รวมของเครือข่ายสังคมในโลกของเกมเสมือนจริงที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบของบล็อกต่างๆ ที่คล้ายกับเลโก้)

See also  [Update] คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน คำแปล มากกว่า 1000 คำ โดย อาจารย์ต้นอมร | 4 แยก ภาษา อังกฤษ - NATAVIGUIDES

        ซึ่งผู้เล่นหญิงสาวรายหนึ่งที่เขาได้พบนั้นแสดงความหมกมุ่นกับเขาเป็นอย่างมาก และเริ่มเรียกเขาว่าแฟน ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ยังไม่เคยพบกันในโลกแห่งความเป็นจริง ในขณะที่หญิงสาวตกหลุมรักเด็กชายเป็นอย่างมาก เธอพยายามส่งข้อความหาเขาทุกครั้ง แต่คำตอบของเด็กชายมีเพียงแค่ ‘โอเค’ ซึ่งแสดงถึงความไม่แยแส และไม่สนใจอยู่กลายๆ

 

She doesn’t know who he is

No, she doesn’t know what he’s up to, ohh

She doesn’t know who he is

‘เธอไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร เธอไม่รู้กระทั่งเขาทำอะไร เธอไม่รู้เลยจริงๆ’

 

        เนื้อเพลงท่อนนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่าความรักออนไลน์ก็เป็นเช่นนี้ เมื่อหญิงสาวหลงรักเขาในโลกเสมือน อาจจะเป็นเพียงแค่รูปภาพโปรไฟล์เท่านั้น แต่เธอก็ไม่ได้รู้จักเขาจริงๆ ไม่รู้จักตัวตนเขาด้วยซ้ำว่าเป็นเช่นไร นี่อาจเป็นผลจากการที่เด็กหนุ่มตอบกลับมาเพียงแค่คำว่า โอเค แต่หลีกเลี่ยงที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเขา หรือชีวิตทั่วไปของเขา ดังนั้น เธอไม่มีทางรู้เลยว่าหลังแป้นพิมพ์นั้น เขาคือใครและเป็นอย่างไรกันแน่

        ยังไม่คำนึงถึงเรื่องที่ว่า ตัวตนจริงๆ ของเขา (หรือเธอ) นั้น อาจจะไม่ใช่คนคนเดียวกับที่ถูกสร้างขึ้นมาในโลกเสมือนก็เป็นได้

 

He doesn’t see her

He sees right through her, ohh

‘เขามองไม่เห็นเธอ ราวกับมองทะลุผ่านตัวเธอไป’

 

        ถึงแม้ความรู้สึกหลงรักของหญิงสาวที่มีต่อเขาจะหนักแน่นและรุนแรงมากเพียงใด แต่เด็กชายก็ไม่เคยสังเกตเห็นการมีอยู่ของเธอแม้แต่น้อย สิ่งนี้คล้ายกับการสะท้อนถึงความสัมพันธ์แบบด้านเดียว หรือพูดง่ายๆ ก็คือการปรบมือข้างเดียว ซึ่งมักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ในโลกโซเชียลปัจจุบัน

She doesn’t know who he is

No, she doesn’t know what he’s up to, ohh

Her heart gets broken every time, every time

‘เธอไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร เธอไม่รู้กระทั่งเขาทำอะไร หัวใจของเธอแตกสลายทุกครั้งไป’

 

        สิ่งนี้อาจสะท้อนได้สองแง่ ในแง่แรกคือเธอต้องผิดหวังทุกครั้งที่พิมพ์ข้อความหาเขา เพราะคำตอบสั้นๆ มีเพียงคำตอบเดียวกลับมาเสมอว่า โอเค และอีกแง่หนึ่ง Everytime ในเนื้อเพลงอาจหมายความว่า เรื่องราวทำนองนี้เคยเกิดขึ้นกับเธอมาแล้วก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายครา นั่นอาจสรุปได้ว่า เธอต่างหาก ที่กำลังค้นหาความรักอยู่ในสถานที่ที่ไม่ถูกต้อง (โลกออนไลน์)

 

She doesn’t know who he is

She doesn’t know who she is

‘เธอไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร’

 

        ท่อนจบท้ายของเพลงที่เราชอบการเล่นคำมากๆ หญิงสาวถูกผูกติดหัวใจไว้กับเด็กชายที่เธอไม่รู้จักตัวตนเขาเลยสักนิด นั่นทำให้เธอกลายเป็น ‘คนอื่น’ ในสายตาของเด็กชายคนนั้น จนอาจกล่าวได้ว่าเธอเองหลงทางในโลกเสมือนเสียจนไม่รู้ด้วยซ้ำแล้วว่าตัวตนจริงๆ ของเธอเป็นใครกันแน่

        เรื่องราวความรักออนไลน์ครั้งนี้ เธอใช้พลังงานและความพยายามอย่างมากในการทำความรู้จักเขาในฐานะคนคนหนึ่ง (สังเกตได้จากเนื้อเพลงท่อนแรกที่บอกว่า Her keyboard gets slammed by her ffiingers) ถึงแม้ว่าอาจผิดหวัง ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่สนใจ แต่ในทางหนึ่ง ความพยายามครั้งนี้อาจก่อให้เกิดคำถามมากมายต่อตัวเธอเองที่อาจกลายเป็นคำตอบให้เธอสักวันก็ได้ว่า สุดท้ายแล้วเธอเป็นใครกันแน่

        ความจริงประสบการณ์ของ บอย พาโบล เองก็ไม่ต่างจากหลายๆ คนที่ประสบในโลกเสมือนยุคโซเชียล เราสามารถตกหลุมรักกับอีกคนที่ไม่รู้จักในอีกฟากฝั่งของจอมือถือได้อย่างแปลกประหลาด ทั้งที่อาจไม่เคยเจอมาก่อน แต่อย่าลืมว่าในโลกโซเชียล ทุกคนสามารถแสร้งปลอมเป็นใครก็ได้ ทางที่ดีที่สุดจงระลึกไว้เสมอว่าอย่าเอาชีวิตและตัวตนทั้งหมดไปทิ้งไว้ข้างในนั้น ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องผิดหวัง หรือร้ายแรงที่สุดคือต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่าง… ทุกคราไป

 

Recommended Tracks

01 Track: Losing You Album: Soy Pablo Released: 2018

02 Track: T-shirt Album: Soy Pablo Released: 2018

03 Track: tkm Album: Soy Pablo Released: 2018


สิ่งที่ดีที่สุด…คือการได้พบเธอ BB


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

สิ่งที่ดีที่สุด...คือการได้พบเธอ BB

คนผ่านทาง Nursery Sound


คนผ่านทาง Nursery Sound

สิ่งที่ดีที่สุด


สิ่งที่ดีที่สุด

สิ่งที่ดีที่สุด – Nink นิ้ง คาราโอเกะ


จัดทำเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
หากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน กรุณาแจ้งมายังช่องได้เลยนะครับทางช่องจะทำการลบคลิปนั้นๆ ออกทันทีภายใน 24 ชั่วโมง

สิ่งที่ดีที่สุด - Nink นิ้ง คาราโอเกะ

เพลงสิ่งที่ดีที่สุด…คือการได้พบเธอ แปลอังกฤษ the best thing… that is to have met you


เพราะความรักของเราสองคนเหมือนปาฐิหาริย์ ชีวิตผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่สิ่งที่ดีที่สุดของการผ่านมาพบและไม่ยอมจากไปก็คือ การได้พบเธอ

เพลงสิ่งที่ดีที่สุด...คือการได้พบเธอ แปลอังกฤษ  the best thing... that is to have met you

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ เพลง สิ่ง ที่ ดี ที่สุด คือ การ ได้ พบ เธอ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *