Skip to content
Home » [NEW] การใช้คำเชื่อมในภาษาอังกฤษ « Pitukpong’s Blog | but การใช้ – NATAVIGUIDES

[NEW] การใช้คำเชื่อมในภาษาอังกฤษ « Pitukpong’s Blog | but การใช้ – NATAVIGUIDES

but การใช้: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

And (และ)ใช้เชื่อมข้อความคล้อยตาม กันสอดคล้องกันหรือเป็นไปทำนองเดียวกัน เช่น
We eat with fork and a spoon.
Tina and Tom are playing football.

Or (หรือ)
ใช้เชื่อมข้อความเพื่อเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
Is your house big or small
Would you like tea or coffee

But (แต่)
ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน เช่น
That house is beautiful but very expensive.
I can ride a bicycle but I can’t ride a horse.

Because (เพราะว่า) ใช้เชื่อมข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลกันโดย becauseจะนำหน้าประโยคที่เป็น สาเหตุ
เช่น
I like my sister because she is pretty.
She can pass the exam because she studies hard.

So (ดังนั้น)
ใช้เชื่อมข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลกันโดย so จำนำหน้าประโยคที่เป็นผล
เช่น
Cathy eats a lot so she is fat.
My sister is pretty so I like her.

Though/although (แม้ว่า) ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน เช่น
Although he ran very fast, he didn’t win the first prize.

Either….or (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2อย่าง) ถ้านำมาเชื่อมประโยคในส่วนที่เป็นประธานจะ ใช้คำกริยาตามประธานตัวหลัง เช่น
Either you or he is wrong.
You can get either this pen or that pencil.

Neither …….nor (ไม่ทั้ง 2อย่าง)
ถ้านำมาเชื่อมประโยคในส่วนที่เป็นประธานจะ ใช้คำกริยาตามประธานตัวหลัง
เช่น
Neither I nor she speaks English.

o that: (เพื่อว่า, เผื่อว่า)
ตามด้วยประโยค (Clause) เสมอ
กริยาของประโยคที่ตามหลัง so that จะต้องอยู่ในรูป may หรือ might หรือ should + Verb ช่องที่ 1 เช่น
I stepped a side “so that” she “might” go in. (ผมก้าวไปข้าง ๆ เพื่อว่าหล่อนจะได้เข้าไปข้างในได้)
ถ้าต้องการเปลี่ยนประโยค Complex Sentence ที่มี so that มาเชื่อม ไปเป็น Simple Sentence
ก็สามารถทำได้โดยใช้ in order to หรือ so as to + Verb ช่องที่ 1 ได้ เช่น
He gave up smoking “in order to (หรือ so as to)” get better. (เขาเลิกบุหรี่ก็เพื่อให้อาการ (ของเขา) ดีขึ้น)

so……that: (เสีย…จนกระทั่ง)
คำที่อยู่ระหว่าง so…that ได้แก่ Adjective (คุณศัพท์) หรือ Adverb (กริยาวิเศษณ์) เท่านั้น
แต่บางครั้งหลัง Adjective จะมีนามมาร่วมด้วยก็ได้ มีโครงสร้างดังนี้ so + [Adverb/Adjective/Adj+Noun] + that เช่น
Wichai runs “so” fast “that” I cannot overtake him.

such…..that: (เสีย…จน)
คำที่อยู่ระหว่าง such…that ได้แก่ นาม โดยมี Adjective มาขยายอยู่ข้างหน้า มีโครงสร้างดังนี้
แบบ A: such a + Adjective + นามเอกพจน์นับได้ + that เช่น
He is “such” a good boy “that” everyone likes him. (เขาเป็นเด็กดีเสียจนทุก ๆ คนชอบเขา)
such a + Adjective + นามเอกพจน์นับได้ ในแบบ A นั้นจะใช้ so…that มาแทนก็ได้ แต่ต้องเขียนโครงสร้างใหม่ คือ ให้ a มาอยู่ชิดกับนามเอกพจน์ที่นับได้ เป็นดังนี้ so + Adjective + a + นามเอกพจน์นับได้ + that เช่น
He is “so” good “a” boy “that” I like him.
(= He is “such a” good boy “that” I like him.)
แบบ B: such + [Adjective+นามพหูพจน์ / Adjective+นามนับไม่ได้] + that เช่น
They are  “such” heavy boxes “that” I can hardly lift them up.

in order to, so as to: (เพื่อที่จะ)
ตามด้วย Infinitive (กริยาช่องที่ 1) ทั้งนี้เพื่อเชื่อมเนื้อความ 2 ประโยคให้เป็นหนึ่งประโยค เช่น
I shall go on working late tonight “so as to” be free tomorrow.
(= I shall go on working late tonight. I shall be free tomorrow.)
(ผมจะทำงานต่อไปจนดึกเพื่อที่จะว่าง (ไม่ต้องทำงาน) ในวันพรุ่งนี้)

in order that: (เพื่อว่า)
in order that ต่างจาก in order to ตรงที่ว่า in order to ตามด้วย infinitive ส่วน in order that ตามด้วยประโยค (Clause) ตลอดไป
Children go to school “in order that” they may learn things.
(= Children go to school “in order to” learn things.)

lest: (มีความหมายเท่ากับ so that…not แปลว่า “เพื่อจะได้ไม่”)
ประโยคที่ตามหลัง lest ต้องใช้ should (แทน may, might) ตลอดไป และใช้ได้กับทุกบุรุษอีกด้วย เช่น
He works harder “lest” he should (may) fail. (เขาทำงานหนักขึ้น เพื่อจะได้ไม่ประสบความล้มเหลว)

as long as, so long as: (เมื่อ, ถ้า)
สันธานคู่ (Correlative Conjunction) ตัวนี้ นิยมวางไว้ต้นประโยคมากกว่ากลางประโยค และเมื่อจบประโยคข้างหน้าต้องใส่เครื่องหมาย Comma (,) ทันที เช่น
“As (so) long as” you come here in time, you will see her. (ถ้าคุณมาที่นี่ทันเวลา คุณจะพบเธอแน่)

if: (ถ้า, หาก)
คำนี้เมื่อเชื่อมประโยคจะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคทั้งสองก็ได้
ถ้าวางไว้ต้นประโยค เมื่อจบประโยคท่อนแรกให้ใส่ Comma (,) เช่น
“If” the weather holds good, we shall stay another week.
แต่ถ้าวาง if ไว้กลางประโยคทั้งสอง ไม่ต้อง Comma เช่น
We shall stay here another week “if” the weather holds good.

unless: (ถ้า…ไม่, เว้นเสียแต่ว่า…ไม่) มีความหมายเท่ากับ if…not
เมื่อนำมาเชื่อมจะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคก็ได้ เช่น
We shall go “unless” it rains.
หรือ “Unless” it rains, we shall go.
(= We shall go “if” it “does not” rain.)
ระวัง! อย่าใช้ not ในประโยคที่ตามหลัง unless เพราะ unless มีความหมายเป็นปฏิเสธ (negative) อยู่ในตัวแล้ว เช่น
ผิด: “Unless” he “does not study” harder, he will fail in the exam.
ถูก: “Unless” he “studies” harder, he will fail in the exam.

but that: (ถ้า…ไม่) มีความหมายเหมือนกับ if…not
เมื่อนำมาเชื่อมความ จะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคก็ได้ แต่ต้องตามหลังด้วยประโยค
และอย่าใช้ not ในประโยคที่ตามหลัง but that เพราะ but that มีความหมายเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว เช่น
She would have fallen “but that” I caught her. (เธอคงจะตกลงไปแล้ว ถ้าผมไม่ได้จับเธอไว้)
“But that” he is in debt, he would enter priesthood. (ถ้าเขาไม่เป็นหนี้ เขาก็คงบวช)
จำอีก: “but for + Noun” แปลว่า “ถ้า…ไม่” เหมือนกับ but that
ต่างกันแต่ว่า หลัง but that เป็นประโยค ส่วนหลัง but for เป็นนาม
“But for” my help, he should have failed last year. (ถ้าผมไม่ช่วย เขาก็คงสอบตกไปแล้วปีกลายนี้)
(= “But that” I helped him, he should have failed last year.)

inasmuch as: (เพราะ, ด้วยเหตุที่) มีความหมายเท่ากับ because
จะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคทั้งสองที่ไปเชื่อมก็ได้ เช่น
He yielded to the invader, “inasmuch as” his army was thoroughly defeated.
(เขายอมแพ้ต่อผู้มารุกราน (ข้าศึก) เพราะกองทัพของเขาถูกตีอย่างพ่ายแพ้ไป)
“Inasmuch as” he is sick, he had better go to hospital. (เพราะเขาไม่สบาย เขาก็ควรจะไปโรงพยาบาลดีกว่า)

or และ or else
or: (หรือ) ใช้เชื่อมคำ (words), วลี (phrases), ประโยค (clauses) ที่แสดงการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
เชื่อมคำ: Is it sweet “or” sour? (เปรี้ยวหรือหวาน?)
เชื่อมวลี: Is he at home “or” in the office? (เขาอยู่บ้านหรือว่าไปทำงาน?)
เชื่อมประโยค: You look after the house “or” go to work. (คุณเฝ้าบ้านหรือมิฉะนั้นก็ไปทำงาน (เลือกเอา))
ส่วน or else: (หรือมิฉะนั้น) มีความหมายเท่ากับ otherwise นิยมใช้เชื่อมประโยค (Clause) มากกว่าคำหรือวลี เช่น
I must clean it, “or else” it will be rusty. (ผมจะต้องทำความสะอาด มิฉะนั้นมันจะขึ้นสนิม)

till และ until: (จนกระทั่ง, จนกว่า)
until มักใช้กับประโยค (Clause) ที่ไปนำหน้าอีกประโยคหนึ่ง
พูดให้ง่ายเข้าก็คือ วางไว้ต้นประโยค ใช้ until (มากกว่า till ว่าอย่างงั้นเถอะ) เช่น
“Until” you told me, I had known nothing about him. (ผมไม่เคยได้รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย จนกระทั่งคุณบอกผม)
till นิยมวางไว้กลางประโยคเสียมากกว่า (แต่จะใช้ until ก็ได้) เช่น
He had never written to me “till (until)” he returned.

provided และ providing: (ถ้าหากว่า) คำทั้งสองก็เป็นสันธานอันหนึ่ง มีหน้าที่เชื่อมประโยคดุจดั่งสันธานทั่ว ๆ ไป
แต่เวลานำมาใช้ provided จะตามด้วย that เสมอ
ส่วน providing ไม่ต้องมี that เช่น
We shall go “provided that” it does not rain. (พวกเราจะไปถ้าหากว่าฝนไม่ตก)
Amy will go “providing” her friend can go together. (เอมี่จะไปถ้าหากว่าเพื่อนของเธอก็ไปด้วยกันได้)

supposing: (ถ้า, สมมติว่า)
คำนี้นิยมไว้ต้นของประโยคหน้า หรือใช้กับ Clause หน้า เช่น
“Supposing” you win the government lottery, what do you buy? (สมมติว่าคุณถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล คุณจะซื้ออะไรบ้าง?)

since: (ตั้งแต่, เพราะว่า, เนื่องจากว่า)
ถ้าแปลว่า “ตั้งแต่” ใช้เชื่อมระหว่างประโยค Present Perfect (Subject + have/has + V3) หรือ Present Simple (Subject + V1(ประฐานเอกพจน์เติมs)) กับ Past Simple (Subject + V2(เติมedบ้าง,ผันบ้าง)) เช่น
He has worked hard “since” his father died. (Present Perfect, Past Simple)
ถ้าแปลว่า “เพราะว่า, เนื่องจากว่า” ให้วางไว้หน้า Clause ของประโยคแรก เช่น
“Since” he doesn’t learn English, he can’t speak it. (เนื่องจาก (เพราะ) เขาไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษ เขาจึงพูดไม่ได้)

as soon as: (เมื่อ = when)
แต่ใช้ความหมายฉับพลันกว่า when เช่น
I shall go back “as soon as” he arrives.
อนึ่ง จะวาง as soon as ไว้หน้า Clause แรกก็ได้ แต่ต้องใส่ Comma เมื่อจบความของประโยคแรก เช่น
“As soon as” he arrives, I will tell him.

in case: (ในกรณีที่, เพราะ)
ตามด้วยประโยค (Clause)
วิธีใช้ก็เช่นเดียวกับ so that, for fear that คือ จะต้องตามด้วย may, might, should, can, could ตัวใดตัวหนึ่ง เช่น
Don’t go too near the river “in case” you “should” fall in it. (อย่าเข้าไปใกล้แม่น้ำนัก เพราะคุณอาจจะตกไปก็ได้)
ตามด้วยประโยค (Clause)
ถ้า In case วางไว้หน้า Clause แรก ไม่ต้องตามด้วย can, could, should, may, might เช่น
“In case” I “forget”, please remind me about that.
ระวัง! in case of + นาม (ไม่ใช่ประโยค) เช่น
“In case of” fire, please inform the fire-brigade. (ถ้าเกิดเพลิงไหม้ โปรดแจ้งกองดับเพลิงทราบ)

because และ because of: ทั้งสองคำแปลเหมือนกันคือ “เพราะ, เพราะว่า” แต่วิธีใช้ต่างกันคือ
because: เป็น Conjunction เชื่อมประโยคแสดงเหตุผล
หลัง because ต้องเป็นอนุประโยค (Clause) เสมอ เช่น
Jack did not come to school “because” he was ill.
because of: เป็น Preposition (คำที่ใช้เชื่อม Noun และ Pronoun เข้ากับคำอื่น ๆ ที่อยู่ในประโยค ทั้งนี้เพื่อให้ใจความของประโยคกลมกลืนสละสลวยขึ้น” ได้แก่ in, on, at, by, from, toward, into, etc.) วลี
หลัง because of ต้องมีกรรมมารับ จะเป็นสรรพนามหรือคำเสมอนามก็ได้ แต่จะเป็นประโยคไม่ได้ เช่น
She failed “because of” him.

the same…+Noun+…as: (เหมือนกับ, เช่นเดียวกันกับ)
ระหว่าง the same กับ as ให้ใส่คำนามเข้ามา เช่น
I have “the same” trouble “as” you (have). (ผมมีข้อยุ่งยากเช่นเดียวกับคุณ (มี))
ถ้านามนั้นกล่าวถึงมาแล้ว หรือผู้พูดและผู้ฟังรู้กันดีอยู่แล้วว่า หมายถึงอะไรในสิ่งที่เหมือนกัน หลัง the same ก็ไม่ใส่นามเข้ามา
This “book” is “the same as” that one. (หนังสือเล่มนี้เหมือนกับเล่มนั้น)

either of และ neither of
either of + นามพหูพจน์ = (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
ถ้าไปเป็นประธานในประโยค กริยาต้องใช้เอกพจน์ตลอดไป เช่น
“Either of you” is wrong. (เธอคนใดคนหนึ่งจะต้องผิด)
I don’t (กริยาพหูพจน์) want “either of the apples”. (ผมไม่ต้องการแอปเปิ้ลผลใดผลหนึ่ง)

neither of + นามพหูพจน์ = (ไม่ทั้งสองอย่าง)
ถ้าเป็นประธาน กริยาใช้เอกพจน์ เช่น
“Neither of the books” is of any use to me. (หนังสือทั้งสองเล่มไม่มีประโยชน์ใด ๆ แก่ผมเลย)
I want “neither of them”. (ผมไม่ต้องการทั้งสองอย่าง)

no sooner……than: (พอ…ก็)
คำนี้เป็น Conjunctive ใช้เชื่อมประโยคทั้งสองเข้าด้วยกัน
ประโยคที่ no sooner…than ไปเชื่อมมักเป็นประโยค Past Perfect (Subject + had +V3) กับ Past Simple (Subject + V2)
He had “no sooner” seen it “than” he started to run. (Past Perfect, Past Simple)
(พอเห็นเขาเริ่มออกวิ่ง)
หรือจะวาง No sooner ไว้ต้นประโยคก็ได้ เช่น
“No sooner” had he arrived “than” he was told to start back again. (Past Perfect, Past Simple)
(พอมาถึงเขาก็ได้รับคำสั่งให้ออกเดินทางกลับไปอีก)

not so…….as: (ไม่เท่ากับ)
คำนี้ความจริงก็คือ as…as นั่นเอง แต่ใช้ในประโยคปฏิเสธเท่านั้น (ส่วน as…as ใช้ในประโยคบอกเล่า) เช่น
บอกเล่า: He is “as clever as” you are. (เขาฉลาดเท่ากับคุณ(ฉลาด))
ปฏิเสธ: He is “not so clever as” you are. (เขาไม่ฉลาดเท่าคุณ

ขอขอบคุณ*—->>http://englishlearningthailand.com/error-in-conjunction-คำเชื่อมที่มักจะใช้ผิดเสมอ.htmlขอขอคุณ**—->>>

Share this:

Like this:

ถูกใจ

กำลังโหลด…

[Update] การใช้ Verbs กริยา ภาษาอังกฤษ กริยาแท้ กริยาช่วย มีกรรม ไม่มีกรรม | but การใช้ – NATAVIGUIDES

ในภาษาอังกฤษ เราจะใช้ Verb หรือคำกริยา เพื่อบอกการเคลื่อนไหวของประธาน เพื่อให้ทราบการกระทำต่างๆ ว่าใคร ทำอะไร มีรายละเอียดข้อแตกต่างสำหรับคำกริยาประเภทต่างๆ อย่างๆรบ้าง และมีวิธีการใช้อย่างไร เรียนได้จากบทความสอนภาษาอังกฤษเรื่อง Verb ในภาษาอังกฤษหน้านี้ครับ

บทเรียนที่ควรอ่านก่อน >> Part of Speech

Verbs คือคำกริยาที่แสดงอาการเคลื่อนไหวของประธาน (Subject) เพื่อให้ทราบการกระทำของประธาน แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้

1. Transitive Verbs คือ กริยาที่ยังไม่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง ต้องมีกรรมมารับจึงจะทำให้มีความหมายขึ้น
Cows eat grass. ต้องมี grass ซึ่งเป็นกรรมมารับไว้เพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์ขึ้น

2. Intransitive Verbs คือ กริยาที่มีความหมายสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง
John is swimming ไม่จำเป็นต้องมีกรรม ประโยคก็สมบูรณ์

3. Auxiliary Verbs คือ กริยาช่วย เป็นกริยาที่ช่วยให้กริยาหลักมีความหมายสมบูรณ์ขึ้นตามเหตุการณ์ต่างๆ

Tenses ของ Auxiliary Verbs

หลักการใช้ Auxiliary Verbs โดยสรุปดังนี้
1. กริยาที่ตามหลัง Auxiliary Verbs จะต้องอยู่ในรูป infinitive without to เสมอ
She can speak English.
You must go to the party.

2. ในกรณีเป็นประโยคคำถาม จะต้องนำ Auxiliary Verbs ไว้หน้าประโยค หรือ กรณีเป็นประโยคปฎิเสธจะต้องเติม not หลัง Auxiliary Verbs
She can speak English.
Can she speak English ?

3. จะใช้ Auxiliary Verbs ในการตอบคำถามแบบย่อได้
Do you want to see my uncle? Yes, I do.
หรือ No, I don’t.

4. จะใช้ในประโยค Question Tag
She can speak English, can’t she ?

5. จะใช้ในประโยคที่มี too, so, either, neither
She speaks English and so do you.
She speaks English and you do too.

สรุปการใช้ Auxiliary Verbs โดยสังเขป

หลักการใช้ must , have to , must have
1. ใช้ในความหมายที่บอกความจำเป็นต้องกระทำ ถ้าเป็นอดีตใช้ had to เป็นปัจจุบันใช้ must , has(have) to , has(have) got to และเป็นอนาคตใช้ will(shall) have to
You must finish your homework.
You have to finish your homework.

2. การคาดคะเนหรือการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว ใช้ must have + V3
John gets good grade. He must have studied hard.

หลักการใช้ can , could , could have, be able to
1.ในความหมายที่เกี่ยวกับความสามารถ ปัจจุบันใช้ can อดีต ใช้ could หรือ was(were) + able to + V. อนาคตใช้ will (shall) be able to + V.

2. ในความหมายเกี่ยวกับการขออนุญาตใช้ can เช่นเดียวกับใช้ may และ could เพื่อให้สุภาพ
Can I take your pen?

3. ในประโยคเงื่อนไขใช้ could + V. แทน would หรือ should เมื่อการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน
She could answer these questions if she studied. ( but she doesn’t)
และใช้ could have + V3 แทน would(should) have + V3 เมื่อการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต
She could have answered these questions if she had studied. ( but she didn’t)

หลักการใช้ may , might , may have , might have
1. ในความหมายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ may บอกความน่าจะเป็นไปได้ในอนาคตอาจจะใช้ might แทน และ might บอกความสงสัยมากกว่า may
เช่น It may rain today. You should take an umbrella.
มันอาจจะฝนตกวันนี้ คุณควรนำร่มมาด้วย
I think you should take an umbrella. It might rain today.
ผมคิดว่าคุณควรพกร่มมา ผมน่าจะตกในวันนี้
ถ้าสังเกตดูแล้ว might จะแสดงว่าผู้พูดรู้สึกว่าฝนน่าจะตกมากกว่า การใช้ may

2. ในความหมายเกี่ยวกับการขอยืม , ขอร้อง , ขออนุญาต ใช้may หรือ ต้องการให้สุภาพยิ่งขึ้น ใช้ might
May I borrow your notebook ?
May I play with your dog ?

หลักการใช้ should, ought to
1. ใช้ should ในประโยคอนาคตที่แสดงการคาดหมาย สิ่งต่างๆ จะคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
John should arrive this airport at eight o’clock.
2. ใช้ should, ought to แสดงการแนะนำหรือแสดงสิ่งที่จะต้องทำในปัจจุบันหรืออนาคต
– You should finish your homework before your father comes here.
– You ought to finish your homework before your father comes here.


And, But, So, Or, Because (conjunctions) + getting ~er \u0026 ~er | Learn English – Mark Kulek ESL


Learn English. Learn Conjunctions: And (in addition), But (however, despite this), So (cause/reason), Or (choices), Because (give reasons). My Playlists: https://studio.youtube.com/channel/UC9VWyvdF91McG6kt27MeKA/playlists A focus on these important patterns and vocabulary for everyday situations. Plus bonus content: Getting ~er and ~er to emphasize the degree or speed of a change. Each sentence is illustrated for better understanding. You will be able to listen to Mark Kulek and also practice on your own for English speaking practice. This is an interactive listening and speaking video. Have fun learning these important interjections and speak English now.
English in use:
He is 10 and she is 12. Are they siblings?
My mom and dad are teachers. Do you want to be a teacher?
Tim plays both tennis and golf. He’s athletic.
It is sunny and hot, but I like it. I prefer it cooler.
I love coffee, but she loves tea. Is it a problem?
She’s 50, but she looks much younger. I agree.
He lost his key so he can’t get in. He needs a locksmith.
I’m hungry so let’s get something to eat. Sounds good to me.
It’s going to rain so let’s skip the beach. Are you sure?
Would you like coffee or tea? Coffee, please.
Do you play the guitar or the drums? I play the drums.
Who’s taller, Joe or Tom? I think Tom is taller.
She isn’t at school because she’s sick. I hope she feels better soon.
They are dancing because they are happy. That’s a crazy dance.
Because it’s sunny, the park is crowded. Yep, let’s do something else.
My work is getting harder and harder.
Summers are getting hotter and hotter.
Computers are getting faster and faster.
We are getting closer and closer.
My savings are getting lower and lower.
I’m getting hungrier and hungrier.
The baby is getting louder and louder.
The dog is getting cleaner and cleaner.
▶️ LiveStream Classes every Tuesday at 5 p.m. and Friday at 10 a.m. all times are (Japan Asia/Tokyo)
✅ Join Mark’s Channel https://www.youtube.com/channel/UC9VWyvdF91McG6kt27MeKA/join
📕 Mark’s book: 50 Very Short Conversations https://www.amazon.com/gp/product/B087JHNLPM?ref_=dbs_dp_rwt_sb_tpbk\u0026binding=paperback
Ⓜ️ Mark’s Store https://teespring.com/stores/markkulek
🌀Get Worksheets and Flashcards at MarkKulek.com
💟 Help Support Mark on Patreon: https://www.patreon.com/MarkKulek
🆒 Facebook Group MarkKulek English Speaking Practice https://www.facebook.com/groups/117644158908032/

Be sure not to miss a single video, please subscribe:
https://www.youtube.com/c/MarkKulek
Make Sure to see Mark’s Playlists: https://www.youtube.com/view_all_playlists
For those of you who are interested in teaching English to young learners. Please have a look at my blog:
Sharing My Whiteboard. http://sharingmywhiteboard.blogspot.jp

About Mark Kulek’s Channel:
This channel is designed for students, teachers and anyone wanting to learn English. Improve your American Accent / spoken English and real life English conversation as the basis for teaching how to speak English and how to sound American improve listening comprehension skills. Study English vocabulary and English phrases such as phrasal verbs, as well as common expressions in English. Learn American idioms and American slang.
Mark’s videos are vocabularybased for conversation practice. Each video is themed to provide context for learning. To insure success, every video is designed with open slots for vocabulary substitution practice. These patterns allow students to practice on their own and teachers can have their class practice together as a group.
These videos also work great for icebreakers and class discussions.
Please have fun and speak English now!
Thank you for your support.
Study real English conversation to understand how American’s speak and build your vocabulary.

MarkKulekESL

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

And, But, So, Or, Because (conjunctions) + getting ~er \u0026 ~er | Learn English - Mark Kulek ESL

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.2 เรื่อง การใช้คำสันธาน (conjunction) เช่น and/ but/ or/ before/ after


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.2 เรื่อง การใช้คำสันธาน (conjunction) เช่น and/ but/ or/ before/ after

คำที่ใช้แทน คำว่า But มีคำไหนอีกบ้าง | Eng ลั่น [by We Mahidol]


เบื่อไหมที่ใช้แต่คำว่า “but” ยังมีคำ Synonyms อื่น ๆ ที่สามารถเป็นคำเชื่อมของประโยคที่มีความหมายขัดแย้งกัน ที่เหมือนกับคำว่า “but” เลย
วันนี้พี่คะน้า รุ่นพี่วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล ได้รวบรวมคำต่าง ๆ ที่สามารถใช้แทนคำว่า “but” เพื่อให้การเขียนหรือการพูดภาษาอังกฤษของเราจะได้หลากหลายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
WeMahidol Mahidol Engลั่น But
YouTube : We Mahidol
Facebook : http://www.facebook.com/wemahidol
Instagram : https://www.instagram.com/wemahidol/
Twitter : https://twitter.com/wemahidol
TikTok : https://www.tiktok.com/@wemahidol
มหาวิทยาลัย มหิดล Mahidol University : https://www.mahidol.ac.th/th/
Website : https://channel.mahidol.ac.th/

คำที่ใช้แทน คำว่า But มีคำไหนอีกบ้าง | Eng ลั่น [by We Mahidol]

Click [by Mahidol] Preposition – Part 1 (by, in) – by กับ in ใช้ให้ถูก หมายความว่าอะไรได้บ้าง


มาทำความรู้จักกับ Preposition ให้ลึกมากขึ้นกับรายการ Click ผลิตโดยมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเริ่มจากตัว by และ in กันก่อน (แล้ว proposition ตัวอื่น ๆ จะทยอยตามมาในตอนถัดไป) ในตอนนี้ครูคริสแยกมาให้แล้วว่า by กับ in สามารถใช้ได้ในกรณีใดบ้าง พร้อมตัวอย่างประโยคมากมายที่อยากให้ดูและฝึกพูดตามกัน แล้วอย่าลืมเอาไปใช้ให้ถูกต้องด้วย เพราะ by ไม่ได้แปลว่า “โดย” เพียงอย่างเดียว และ in ก็ไม่ได้แปลว่า “ใน” เสมอไป แต่จะแปลว่าอะไรได้บ้าง และควรนำไปใช้ในสถานการณ์ไหน ต้องมาดูกัน และที่ขาดไม่ได้ก็คือ มุกตลกของครูคริสที่นำมาจากสถานการณ์จริงของคนไทยที่พูดกับฝรั่งแล้วเกิดเข้าใจผิดกันขึ้นจริง ๆ บางคำ เราเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะ เรียกได้ว่า ดูไปขำกันไปตลอดตอนเลยทีเดียว
พบเคล็ดลับวิชาภาษาอังกฤษที่ไม่มีในตำราเรียน อยากได้ความรู้ ดูสนุก เข้าใจง่าย ติดตามได้ในรายการ Click ออกอากาศช่อง Mahidol Channel ทาง CTH ช่อง 118
Facebook : http://www.facebook.com/mahidolchannel
Website : http://channel.mahidol.ac.th

Click  [by Mahidol] Preposition - Part 1 (by, in) - by กับ in ใช้ให้ถูก หมายความว่าอะไรได้บ้าง

Too, Also, As Well, But กับ Though ใช้อย่างไร


สอบถามเรื่องคอร์ส Line: Aj.Adam, Info.Hollywood, KhunBaiTuey
โทร 02 612 9300, 081 353 7810, 089 422 4546
สนใน sponsor คลิปอาจารย์อดัมติดต่ออีเมล [email protected] หรือโทร 02 612 9300
เรียนกับอดัม: http://www.facebook.com/hollywoodlearning
สาขาเชียงใหม : http://www.facebook.com/hollywoodlearningcm
เรียนออนไลน์กับอดัม: http://www.ajarnadam.tv
FBของอดัม: http://www.facebook.com/AjarnAdamBradshaw
Twitter: http://twitter.com/AjarnAdam
FBของซู่ชิง: http://www.facebook.com/jitsupachin
YouTube ของซู่ชิง: http://www.youtube.com/user/jitsupachin
Twitter ซูชิง: http://twitter.com/Sue_Ching

Too, Also, As Well, But กับ Though ใช้อย่างไร

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ but การใช้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *