Skip to content
Home » [NEW] โครงงานภาษาอังกฤษ ( Project work in English ) | สรุป grammar ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

[NEW] โครงงานภาษาอังกฤษ ( Project work in English ) | สรุป grammar ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

สรุป grammar ภาษา อังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

โครงงานภาษาอังกฤษเป็นกิจกรรมที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสนใจของตนเอง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542

Table of Contents

โครงงานภาษาอังกฤษ(
Project work  in
English)

:

   
อีก 1

ทางเลือกของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

*  

ขจิต  ฝอยทอง


ในปัจจุบันโครงงานภาษาอังกฤษเป็นที่แพร่หลายแก่ครู-อาจารย์ที่จัดการเรียนการสอนทั้งในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา
จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (
ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2545 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22
การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
และถือว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 24  การจัดกระบวนการเรียนรู้
ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้

 1) จัดเนื้อหาสาระ
และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน

2)
ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์
และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหา

3) 
จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ฝึกปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น
รักการอ่านและเกิดความใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง

 4)
การจัดการเรียนการสอนโดยผสมสาระความรู้ด้านต่างๆได้อย่างสัดส่วนสมดุลกัน
รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม
ค่านิยมที่ดีงามและลักษณะที่พึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา

 5)
ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม
สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียน 
เกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้
รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกัน
จากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ 

 6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา
ทุกสถานที่ มีการประสานร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง
และบุคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ มาตรา 28
หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษายังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ
วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคมและในมาตรา 30
ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ
รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา 
จากพระราชบัญญัติการศึกษาดังกล่าวข้างต้นและจากประสบการณ์ของผู้เขียน
โครงงานภาษาอังกฤษทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการคิดและเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากนี้ผู้สอนสามารถบูรณาการ(Integrate)ภาษาอังกฤษให้เข้ากับสาระการเรียนรู้อื่นๆได้ 
ครู-อาจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษจะต้องรู้จักยั่วยุให้ผู้เรียนคิด
และอยากทำโครงงาน  ผู้เรียนจะเกิดทักษะทางภาษา
 ทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์
 การค้นคว้าด้วยตนเองและเกิดการพัฒนาทางด้านภาษาอังกฤษอย่างเต็มตามศักยภาพ

ความหมายของโครงงานภาษาอังกฤษ
( Definition of English Project Work
)
               
Haines ( 1989 ) กล่าวว่า โครงงานภาษาอังกฤษ คือ
การใช้กิจกรรมทักษะทางภาษาที่หลากหลาย
ซึ่งจะเน้นในเรื่องที่ผู้เรียนสนใจมากกว่าที่จะเน้นเฉพาะเรื่องการทำใบงานทางภาษา

               
Fried-Booth ( 2002 ) กล่าวว่า
โครงงานคือการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ซึ่งเริ่มต้นมาจากความต้องการของผู้เรียน
จนกระทั่งถึงผลงานที่ออกมา
               
ผู้เขียนมีความเห็นว่า โครงงานภาษาอังกฤษ คือ
กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เกิดจากความต้องการของผู้เรียน
ผู้เรียนได้ใช้ทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์
มีการพัฒนาทักษะทางด้านพุทธิพิสัย ( Cognitive Domain ) จิตพิสัย (
Affective Domain )
การค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆได้ด้วยตนเองจากประสบการณ์จริง
ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทำงานร่วมกับผู้อื่น(Collaborative)
การพัฒนาทักษะทางภาษาในด้านการฟัง(Listening)  การพูด(Speaking)
การอ่าน(Reading) และการเขียน(Writing)ภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนในการดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษ
( Phases of English Project Work)
               
การดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษ
จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สอนต้องสอนขั้นตอนในการดำเนินโครงงานว่าทำอย่างไร
ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เรียนทำเอง
ถ้าผู้สอนไม่ได้สอนขั้นตอนการทำโครงงานจะทำให้ผู้เรียนท้อและไม่อยากทำโครงงาน
เมื่อผู้เรียนสามารถดำเนินโครงงานเองได้
ผู้สอนต้องคอยเป็นที่ปรึกษาให้แก่ผู้เรียน
ผู้เขียนได้ดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษง่ายๆดังนี้
               
1. ขั้นวิเคราะห์ปัญหา ( Identification of a problem )
ผู้เรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าอะไร(What )เป็นปัญหาของผู้เรียน
อาจเป็นปัญหาของผู้เรียนเอง หรือปัญหาของชุมชนก็ได้
การตั้งปัญหาไม่ควรกว้างเกินไป 
ผู้เรียนและผู้สอนมีส่วนสำคัญในการทำให้ปัญหาแคบลง
โดยการช่วยกันถามว่าอะไรคือปัญหา
เมื่อได้ปัญหาแล้วจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
เช่นนักเรียนของผู้เขียนอยู่ในหมู่บ้านที่ผลิตสับปะรด
แต่ผลผลิตของสับปะรดต่อไร่ต่ำมาก นอกจากนี้การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
ยังเพิ่มรายจ่ายให้แก่ครอบครัวของนักเรียนด้วย
 ดังนั้นปัญหาของนักเรียนคือต้องการเพิ่มผลผลิตในไร่สับปะรดจะทำอย่างไร
โดยไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ (ดูตัวอย่างโครงงานที่ 1 )
               
2. ขั้นตั้งจุดประสงค์ของโครงงาน ( Purpose of  project work )
ผู้เรียนจะต้องตั้งจุดประสงค์ว่าเมื่อทำโครงงานแล้วได้อะไร (What )
มีผลงานในด้านทักษะทางภาษาอังกฤษ(Language Skills )
ในขั้นสุดท้ายออกมาเป็นอะไร เช่น
นักเรียนของผู้เขียนได้ทำการเพิ่มผลผลิตในไร่สับปะรด (
ดูตัวอย่างโครงงานที่ 1 ) มีจุดประสงค์คือ
การเพิ่มผลผลิตในไร่สับปะรดโดยไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
 โครงงานกลอนภาษาอังกฤษนักเรียนตั้งจุดประสงค์เพื่อการเผยแพร่กลอนเป็นภาษาอังกฤษ
ในหนังสือพิมพ์ (ดูตัวอย่างกลอนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์Bangkok post
ของนักเรียน)
               
3. ขั้นวางแผน ( Planning ) ผู้เรียนจะต้องวางแผนว่า จะทำอะไร
ทำที่ไหน และทำอย่างไร
นักเรียนของผู้เขียนได้วางแผนการนำเสนอเป็นรูปแบบโปสเตอร์ (Poster
)ภาษาอังกฤษ  การวางแผนการดำเนินการควรวางแผนอย่างละเอียด เช่น
ถ้าไปสัมภาษณ์ภูมิปัญญาชาวบ้านเกี่ยวกับสับปะรด
หรือสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในท้องถิ่น
นักเรียนต้องวางแผนว่า จะสัมภาษณ์ใคร (Who )สัมภาษณ์ที่ไหน(Where)
สัมภาษณ์ทำไม (Why) เมื่อได้ผลแล้วจะเอาคำตอบไปทำอย่างไร( How)
               
4. ขั้นดำเนินการ (Processes ) นักเรียนดำเนินการโครงงานภาษาอังกฤษ
ตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ ตามลำดับขั้นตอน( ดูตัวอย่างโครงงานที่ 1
ในขั้นกระบวนการ(Processes))
               
5. ขั้นประเมินผล (Evaluation ) การประเมินผลโครงงานภาษาอังกฤษ
ควรประเมินผู้เรียนเพื่อให้เกิดทักษะทางด้านพุทธิพิสัย ( Cognitive
Domain ) จิตพิสัย ( Affective Domain
)และทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ(Language Skills )
 การประเมินผลอาจประเมินโดยตัวนักเรียนเอง(Self-evaluation 
) ประเมินโดยเพื่อนนักเรียน(Peer-evaluation
)และประเมินโดยครู(Teacher evaluation ) 
โครงงานของผู้เขียนผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนในการประเมินโครงงานด้วย 
ทั้งจากโปสเตอร์และการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ

 

หัวข้อในการดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษ


               

การดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษไม่มีรูปแบบตายตัว 
ครูผู้สอนอาจกำหนดหัวข้อในการดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษง่ายๆก็ได้
 ผู้เขียนขอเสนอรูปแบบหัวข้อในการดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษดังนี้

1.       หัวข้อโครงงาน (Title )
2.       ชื่อผู้ทำโครงงาน(Author
)
3.       ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน(Advisor
)
4.       ที่มาของปัญหา(Statement of
the problem )
5.       จุดมุ่งหมายของโครงงาน(Object
)
6.       แผนดำเนินการ(Plan )
7.        วิธีดำเนินการ(Process
)
8.       ผลที่คาดว่าจะได้รับ(Result
)
9.       สรุป (Conclusion )
10.    เอกสารอ้างอิง (Reference
)

ข้อดีของโครงงานภาษาอังกฤษ

( The advantages of doing English
project work)
1.      
นักเรียนได้มีโอกาสเลือกในสิ่งที่นักเรียนอยากเรียน
2.     นักเรียนได้ฝึกทักษะทั้งการฟัง(Listening
) การพูด(Speaking ) การอ่าน(Reading ) และการเขียน(Writing
)ภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ(Integration )
3.      
นักเรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น ( Collaborative )
4.      
นักเรียนได้ค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเองตามความสนใจของแต่ละบุคคล
(Learner-independence )
5.      
นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริง
ตัวอย่างโครงงานภาษาอังกฤษและผลงานจากโครงงานการเขียนกลอนภาษาอังกฤษของนักเรียน


               
ปัญหาของนักเรียนคือต้องการเพิ่มผลผลิตในไร่สับปะรดโดยไม่ใช้สารเคมี
นักเรียนของผู้เขียนออกไปค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น
ค้นข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ต สอบถามผู้รู้ ค้นคว้าจากห้องสมุด 
นักเรียนกลุ่มนี้ของผู้เขียนได้เลือกสัมภาษณ์ภูมิปัญญาในท้องถิ่นและนำความรู้มาทดลอง
2 ไร่คือ ไร่ที่ 1 ใช้สารเคมีตามปกติ  ไร่ที่ 2
 ใช้น้ำมะพร้าวผสมกากน้ำตาล ผสมหอยเชอรี่(
เนื่องจากบริเวณบ้านนักเรียนมีหอยเชอรี่มาก)และใส่สารEM(Effective
Microorganism) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ 
แล้วนำมาเปรียบเทียบ 2 ไร่ ทุก 15 วัน ผลปรากฏว่าไร่ที่ 2
สับปะรดมีผลผลิตและเจริญเติบโตได้ดีกว่าไร่ที่ 1
ตัวอย่างโครงงานภาษาอังกฤษอย่างง่ายๆของนักเรียนโครงงานที่
 1
เรื่องการเพิ่มผลผลิตในไร่สับปะรด

Statement of the
problem
-A study of increasing pineapples in a
farm

 

 

Objective
           
1. To study how to increase pineapples in a farm
                              2.
To prove that using natural material can increase pineapple in a
farm


Processes
            
1. Study books and research how to increase pineapples in farms
                               
2. Write project work
                               
3. Prepare farms
                               
4. Consult with the wisdom person
                               
5. Use Golden Apple Snail , coconut juice, EM, and sugar to
fertilize the soil in controlling pineapple farm
                              
6. Compare the amount of products between two farms


Conclusion
        

Use Golden Apple Snail , coconut
juice, EM, and sugar can increase pineapples product


ตัวอย่างผลงานโครงงานการเขียนกลอนภาษาอังกฤษของนักเรียนในหนังสือพิมพ์
Bangkok post

 


My
Brother

by
Miss Rungnapa Sungkird, Grade 10
I am a little girl
I have my mother
We love the river
We will travel with my
brother


I Like
by Miss Wasana
Boomroongket, Grade 10
I like flowers
I like to go to the river
I will travel on summer
I will go with my sister

 


สรุป

การดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษนักเรียนอาจนำเสนอในรูปแบบของบอร์ดนิทรรศการ
(Wall displays ) โปสเตอร์ (Poster ) หนังสือวารสาร(Magazine )
หนังสือพิมพ์ (Newspaper ) 
การดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษไม่ใช่ปล่อยให้นักเรียนทำโครงงานโดยที่ครูผู้สอนไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย 
การดำเนินโครงงานภาษาอังกฤษนั้นครูผู้สอนมีส่วนช่วยเหลือผู้เรียน
เช่น 
ถ้านักเรียนทำโครงงานภาษาอังกฤษโดยเขียนจดหมายติดต่อกับชาวต่างประเทศ 
ครูผู้สอนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอนรูปแบบการเขียนจดหมายให้แก่นักเรียน
ยังมีความเข้าใจผิดอยู่ว่าการสอนโครงงานนั้นครูไม่ต้องสอนอะไรเลย
ซึ่งไม่เป็นความจริง
ถ้านักเรียนไม่มีความสามารถในการเขียนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
(Grammar ) 
ครูจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอนหลักการเขียนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์แก่นักเรียนก่อน 
ผู้เขียนอยากให้กำลังใจครูผู้สอนทุกท่านว่า
โครงงานภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ครูผู้สอนต้องมีความขยัน
เตรียมการสอนอย่างดีและมีการวางแผนอย่างเป็นระบบก่อนการจัดการเรียนการสอนโครงงานให้แก่นักเรียน


บรรณานุกรม


กองบรรณาธิการ.(2548).
สนุกกับภาษาอังกฤษโดยใช้แหล่งเรียนรู้. สานปฎิรูป
8(85): 34-36.
Fried-Booth. (2002). Project work. Oxford
University Press.
Haines,S.(1989) Project  for  the EFL classroom :
Resource material for teachers.
UK: Nelson.
Radzienda,T. (2004). Poet Tree in Kanchanaburi.
Bangkok post. 5 October.
Sheppard,K. , Stoller, F.( 1995). Guidelines for the integration of
student projects into ESP   classrooms.
FORUM. 33(2) pp.10-22.

*

นายขจิต
ฝอยทอง

นักศึกษาปริญญาเอก

ทุนโครงการพัฒนาอาจารย์สาขาขาดแคลน

จากคณะศิลปศาตร์และวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน

   ตัวอย่างโครงงานภาษาอังกฤษ

 

[NEW] หลักการใช้ If clause แบบเข้าใจง่ายๆ | สรุป grammar ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

If clause หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินในชื่อของ Conditional sentences (Conditional clause) ใครที่ชอบการตั้งเงื่อนไข ต้องทำความรู้จักกับเจ้านี่ไว้เลยนะครับ เพราะเจ้านี้เป็นประโยคที่บอกถึงเงื่อนไขของผู้พูด หรือเหตุการณ์สมมติ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

  • ส่วนของ main clause คือ ส่วนของประโยคหลัก เป็นประโยคที่แสดงผลของเงื่อนไขนั้นๆ
  • ส่วนของ if clause คือ ส่วนของเงื่อนไข หรือส่วนที่เป็นเหตุการณ์สมมติ

if-clause

If clause สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ หลักๆ ดังนี้

1. Type I (real conditional)

เป็น ประโยคแสดงเงื่อนไขที่สามารถเป็นความจริง หรือแสดงเงื่อนไขที่เป็นไปได้ ในปัจจุบัน หรืออนาคต

if + present simple, will-future

เช่น       If you read, you will pass the exam.

ถ้าคุณอ่านหนังสือ คุณก็จะสอบผ่าน

If I have time, I will help you.

ถ้าผมมีเวลาพอ ผมจะช่วยคุณเอง

If Bob tidies up the kitchen, Anita will clean the toilet.

ถ้าบ๊อบจัดครัวให้เป็นระเบียบ แอนนิต้าก็จะทำความสะอาดห้องน้ำ

2. Type II (unreal condition – present)

เป็นประโยคแสดงเงื่อนไขที่ไม่สามารถเป็นความจริง หรือเงื่อนไขที่ไม่สามารถเป็นไปได้ (อาจจะใช้เป็นการแนะนำ)

if + simple past, would + infinitive

เช่น If I were rich, my life would change completely.
ถ้าผมรวย ชีวิตของผมจะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ (I เป็นประธานเอกพจน์ตัวเดียวที่ต้องใช้ were ในประโยค If clause)

If I were you, I would go to the doctor.
ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไปหาหมอ (ในความเป็นจริงเราไม่สามารถเป็นคนอื่นได้ ประโยคนี้จึงเหมือนเป็นการแนะนำมากกว่า)

If I owned a lonely island, I would build a huge house by the beach.
ถ้าฉันเป็นเจ้าของเกาะส่วนตัวสักแห่ง ฉันจะสร้างบ้านหลังโตๆใกล้กับชายหาด

3. Type III (unreal condition – past)

เป็นประโยคแสดงเงื่อนไขในอดีต ที่ไม่สามารถเป็นจริงได้เลยในปัจจุบัน และเงื่อนไขนั้นตรงข้ามกันกับความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตด้วย

if + past perfect, would have + past participle

เช่น If it had been a home game, our team would have won the match.
ถ้าเราได้แข่งในบ้านของเรา ทีมของพวกเราต้องชนะแน่ๆ (แต่ความเป็นจริงทีมของพวกเราแพ้ไปแล้ว)

They would not have gone to the theater by car if the weather had been better.
พวกเขาจะไม่ขับรถไปโรงละครแน่ๆ หากอากาศดีขึ้นกว่านี้

If John had learned more words, he would have written a good report.
ถ้าจอห์นเรียนรู้คำศัพท์มากกว่านี้ เขาจะเขียนรายงานได้ดีขึ้น (ตอนนี้เขาเขียนรายงานได้ไม่ดี)

อย่างที่ได้บอกในข้างต้นที่ว่า ประโยค If clause ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนของ main clause  และส่วนของ if clause โดยทั้งสองส่วนนี้สามารถสลับตำแหน่งกันได้ แต่ถ้าส่วนของ if clause ขึ้นก่อน จะต้องมีเครื่องหมายคอมมา (,) คั่นอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าเอาส่วนของ main clause ขึ้นก่อน ก็ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมมา (,) เรื่องของเครื่องหมายคอมมาอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรื่องของการพูด แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เป็นเรื่องของการเขียน เราจะลืมเขียนไม่ได้นะครับ (ตัวตัดคะแนนเลยแหละ)

สำหรับภาษาไทยเราใช้ประโยคเงื่อนไขกันบ่อยๆอยู่แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ไปถ้าเราจะตั้งเงื่อนไขกับใครลองพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษสิครับ แล้วจะติดใจ


Banana English : สรุป Grammar ที่ชอบออกข้อสอบเข้ามหาลัย Modal Verb (Episode1) จากง่ายไปยากแบบละเอียด


อย่าลืมกด Subscribe กดไลค์เพจแล้ว เข้าไปโหลดเอกสารได้ที่ https://www.facebook.com/crystaltutor072/
เพจเฟสบุ๊ค \”Crystal Tutor คริสตัลติวเตอร์\” (จำกัดระยะเวลาในการดาวน์โหลดนะคะ)
น้องๆที่สนใจเรียนกันแบบสดๆทาง Skype หรือ Line VDO Call (รับจำกัดจำนวนผู้เรียน) ติดต่อมาได้ทาง :
Line : crystal.tutor (มีจุดระหว่าง crystal และ tutor ด้วยนะคะ)
รับสอนวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ :
ติวสอบเข้าม.1
ติวสอบเข้าม.4
ติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เช่น GAT / PAT / ONET / 9วิชาสามัญ / TUGET / SAT เป็นต้น
น้องๆนักศึกษา ที่ต้องการเสริมเกรดในระดับมหาลัย เช่น แคลคูลัส / ฟิสิกส์ / ภาษาอังกฤษ / writing / conversation / เทอร์โมไดนามิก / แมคคานิก ฯลฯ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Banana English : สรุป Grammar ที่ชอบออกข้อสอบเข้ามหาลัย Modal Verb (Episode1) จากง่ายไปยากแบบละเอียด

สรุป tense ภาษาอังกฤษ ( เข้าใจง่าย )


สรุป tense ภาษาอังกฤษ ( เข้าใจง่าย )
ครูอายจะมาสรุปเรื่อง tense ทั้ง 12 tense แบบเข้าใจง่าย
ความแตกต่างของแต่ละ tense
tense ที่ใช้บ่อย
present perfect กับ past simple
present perfect กับ present perfect continuous
กดที่นี่เพื่อ Subscribe ช่องนี้กันได้นะคะ ^^
https://www.youtube.com/channel/UCRX0VwKduaOHqlGeIdeOAUg?sub_confirmation=1
ติดต่อสปอนเซอร์
▸ Email : [email protected]
ครูอาย สอนภาษาอังกฤษ เรียนเหอะอยากสอน

สรุป tense ภาษาอังกฤษ ( เข้าใจง่าย )

🤔 เทคนิคต้องรู้! จะเก่ง Grammar ตลอดชีวิต| Magic One Page EP.11


เคยมั้ย? พยายามจะเข้าใจภาษาอังกฤษแต่ติดที่ Grammar ทุกที 😤
MagicOnePage EP. นี้ ช่วยปลดล็อคปัญหาแน่นอน!!
🔑 ไขเทคนิคการจำและใช้ Grammar โดย ครูพี่ยูริ รับรองว่าอธิบายง่าย ดูคลิปเดียวก็เข้าใจ!

คอร์สเรียนแกรมมาร์! \”Grammar ​ระเบิดราก\” 💣
สูตรสำเร็จถอนรากถอนโคนแกรมมาร์ เหมาะกับทุกวัยที่ต้องการรื้อฟื้นไวยากรณ์อังกฤษ เห็นผลจริงใน 1 เดือน คอร์สเดียวเอาอยู่!!
📚 รวมหลักไวยากรณ์อังกฤษครบ 13 หลัก ทะลุทะลวงใช้ได้ทุกสนามสอบ
🧠 จำง่าย เรียนรู้เรื่อง ด้วยเทคนิคการจำเฉพาะของ XChange การันตี ใช้ได้จริง
📘 เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการทบทวน / รื้อฟื้นไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
⌛️ เนื้อหาแน่นๆ 10 ชม. เรียนไม่อั้นใน 1 เดือน
🖥 สะดวกที่สุด​ เรียนออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุก Platform
🏡 บริการส่งหนังสือถึงหน้าบ้าน ฟรี​!!

🔥 สมัครด่วน!
☎️ 027363626
📥 Facebook inbox
[email protected] : @XChange

🤔 เทคนิคต้องรู้! จะเก่ง Grammar ตลอดชีวิต| Magic One Page EP.11

[อังกฤษ] หลักการใช้ 12 Tense พืชิต GAT ENG


ใหม่!! WINNER SHORTNOTE คอร์สเรียนออนไลน์ ติวเข้มหนังสือจากหนังสือ WINNER SHORTNOTE ให้น้องๆเตรียมพร้อมทุกสนามสอบ
⭐เนื้อหา WINNER SHORTNOTE วันนี้มาเพิ่มความรู้ เรื่อง หลักการใช้ 12 TENSE
Past
Present
Future
⭐ดูจบแล้วกดกระดิ่ง เพื่อตั้งเตือน จะได้ไม่พลาด EP ถัดไป รับรองว่าจะจัดให้ทุกวิชาเลย!
TCAS 9วิชาสามัญ ONET GAT อังกฤษ
____________________________________________________________________
ฝากหนังสือจาก WINNER STUDY นะคะ ทุกเล่มตั้งใจเขียนโดยทีม นิสิตจุฬา
เพื่อสำหรับเตรียมสอบเข้าคณะที่ใช่มหาลัย ที่ชอบ
สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.ทาง LINE @winnerstudy
🍒WINNER SHORTNOTE
ครบ8วิชา ม.46(ไทย อังกฤษ สังคม วิทย์ คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ)
ใช้ได้ทุกสนามสอบ ทั้งใน โรงเรียน GAT PAT ONET 9 วิชาสามัญ
🍒WINNER 1000Q พันคิว วิทย์
รวม1000ข้อสอบ วิทย์ 4 วิชาม.46 (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ดาราศาสตร์)
คล้ายข้อสอบจริงสุด โจทย์มี 3 ระดับ (ง่ายกลางยาก) ใช้สอบ ONET, PAT, 9 วิชาสามัญได้
เฉลยเข้าใจสุด และละเอียดมาก เหมือนได้ติวเตอร์ดีกรีจุฬาส่วนตัวตลอด 24 ชม.
ดูเพิ่มเติมได้ที่
YOUTUBE: https://www.youtube.com/channel/UCtSb…
IG: https://www.instagram.com/winnerstudyth/

[อังกฤษ] หลักการใช้ 12 Tense พืชิต GAT ENG

ติว TOEIC Grammar : เทคนิคจำ Conjunctions 12 ตัวออกสอบบ่อย!


✿ ติวสอบ TOEIC® เริ่มจากพื้นฐาน เทคนิคแกรมม่า แนวข้อสอบ TOEIC® ล่าสุด! ✿
👉 ทดลองติวฟรี! ➡️ https://bit.ly/2wR4Gmu
✿ คอร์สครูดิว ติวสอบ TOEIC® มีอะไรให้บ้าง? ✿
✅ติวเทคนิคสอบ TOEIC® รวม Grammar ที่ใช้สอบ ครบถ้วน สอนจากพื้นฐาน เรียนได้ทุกคนแน่นอน
✅เก็งศัพท์สอบ TOEIC® ออกข้อสอบบ่อย ๆ ให้ครบ ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรวบรวมเอง
✅ ติวข้อสอบ TOEIC® ล่าสุด ทั้ง Reading และ Listening
✅สามารถสอบถามข้อหรือจุดที่สงสัยได้ตลอด
✅การันตี 750+ (ถ้าสอบแล้วไม่ถึง สามารถทวนคอร์สได้ฟรี)
📣 ถ้าไม่อยากพลาดคลิปดีๆแบบนี้ อย่าลืมกด ❤️ Subscribe ❤️กันนะคะ

ติว TOEIC Grammar  : เทคนิคจำ Conjunctions 12 ตัวออกสอบบ่อย!

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ สรุป grammar ภาษา อังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *