Home » [NEW] เทคนิคการใช้ Tense ทั้ง 12 แบบ เข้าใจง่าย ถูกตามหลักการใช้เป๊ะ | herแปลว่า – NATAVIGUIDES

[NEW] เทคนิคการใช้ Tense ทั้ง 12 แบบ เข้าใจง่าย ถูกตามหลักการใช้เป๊ะ | herแปลว่า – NATAVIGUIDES

herแปลว่า: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

เชื่อเลยว่า เพื่อนๆ หลายคนจะต้องคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ยาก โดยเฉพาะการเรียนเรื่อง Tense ซึ่งมีทั้งหมด 12 แบบด้วยกัน แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าถ้าเราสามารถจำเรื่อง Tense ได้ก็สบายไปครึ่งทางแล้ว เพราะมันเป็นสิ่งที่เราต้องนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียน การทำงาน และการสอบต่างๆ ดังนั้น ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มี Tense ทั้ง 12 แบบมาให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้กัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย

Table of Contents

เทคนิคการใช้ Tense ทั้ง 12 แบบ

1. Present Simple Tense (ปัจจุบัน)

โครงสร้างประโยค

ประธาน + กริยาช่องที่ 1
ถ้าประธานเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์ + กริยาช่องที่ 1 เติม s หรือ es

ตัวอย่างการใช้ 

I go… / You go… / He goes… / They go…

She sings a song. แปลว่า หล่อนร้องเพลง
He plays football. แปลว่า เขาเล่นฟุตบอล
She is not here. หรือ She isn’t here. แปลว่า หล่อนไม่อยู่ที่นี่
We are not drivers. หรือ We aren’t drivers. แปลว่า พวกเราไม่ใช่คนขับรถ

สำหรับ ประโยคปฏิเสธและคำถามเราจะใช้ Verb to do มาช่วย เช่น

You do not like apple. หรือ You don’t like apple.
She does not eat meat. หรือ She doesn’t eat meat.
Do you like it?
Does he like it?

หลักการเติม s ที่คำกริยา

เติม s หลังคำกริยานั้นๆ เช่น He eats. She sings. A tiger runs.

ถ้ากริยาลงท้ายด้วย s, sh, ch, x, o, z, ss ให้เติม es เช่น

He teaches English.
She goes away.
She brushes her teeth.

ถ้ากริยาลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es เช่น

He tries to study.
She studies English.

** หมายเหตุ ถ้าหน้า y เป็นสระ ไม่ต้องเปลี่ยน y เป็น i ให้เติม s ได้เลย เช่น

play – plays = เล่น
pay – pay = จ่าย
destroy – destroys = ทำลาย

หลักการใช้ Present Simple Tense สรุปได้ดังนี้

1.1 แสดงลักษณะความจริงอยู่เสมอ ไม่ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปเท่าใดก็ตาม เช่น

The earth moves around the sun. แปลว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์
The sun rises in the east and sets in the west. แปลว่า ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก
The earth is round. แปลว่า โลกกลม
Water freezes at 0 C. แปลว่า น้ำมีจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส

1.2 การกระทำที่เกิดขึ้นเสมอๆ เกิดขึ้นจนเป็นนิสัย มักจะมี adverb of frequency ประกอบในประโยค เช่น every day, usually, sometimes, frequently, always, naturally, generally, rarely, seldom, never etc. เป็นต้น ตัวอย่างการใช้มีดังนี้

She gets up at six o’clock. แปลว่า หล่อนตื่นนอน 6 โมงเช้า (ตื่นเวลานี้จนเป็นนิสัย)
He runs every morning. แปลว่า เขาวิ่งทุกๆ เช้า
John often drinks beer. แปลว่า จอห์นมักจะดื่มเบียร์
She never sits in front of the church. แปลว่า หล่อนไม่เคยนั่งข้างหน้าของโบสถ์เลย

1.3 แสดงเหตุการณ์หรือกิจกรรมต่างๆ ที่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เช่น

I go to Chiangmai in the afternoon. แปลว่า ฉันจะไปเชียงใหม่ในตอนบ่าย
He starts to study in five minutes. แปลว่า เขาจะเริ่มเรียนภายใน 5 นาที
The concert begins at 1.30. แปลว่า คอนเสิร์ตเริ่มเวลา 1.30 นาฬิกา

1.4 ใช้กับสุภาษิต คำพังเพย เช่น

New brooms sweep clean. แปลว่า ไม้กวาดใหม่ย่อมกวาดสะอาดกว่า
Money makes friend. แปลว่า เงินทองอาจทำให้ท่านมีเพื่อนฝูงมาก
Health is wealth. แปลว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

2. Present Continuous Tense (ปัจจุบันกำลังจะทำ)

โครงสร้างประโยค 

I + am + กริยาช่องที่ 1 เติม ing
ประธานเอกพจน์ + is + กริยาช่องที่ 1 เติม ing
ประธานพหูพจน์ + are + กริยาช่องที่ 1 เติม ing

ตัวอย่างการใช้ 

She is running.
Is he playing football now?
I am not sleeping.
They are walking.

หลักการเติม ing

คำกริยาที่ลงท้านด้วย e ให้ตัด e ทิ้งเสียก่อนแล้วเติม ing เช่น

bite > biting
come > coming
arise > arising
write > writing
take > taking

กริยาที่ลงท้ายด้วย ee ให้เติม ing เลย เช่น

free > freeing
see > seeing
flee > fleeing
agree > agreeing

กริยาที่ลงท้ายด้วย ie ให้เปลี่ยน ie เป็น y แล้วเติม ing เช่น

lie > lying
die > dying
tie > tying

กริยาพยางค์เดียว มีสระตัวเดียวและมีตัวสะกดเป็นพยัญชนะตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีก 1 ตัวก่อน แล้วเติม ing เช่น

run > running
sit > sitting
hit > hitting
get > getting
dig > digging
rob > robbing

กริยาหลายพยางค์ลงท้ายด้วยพยัญชนะ 1 ตัว หน้าพยัญชนะ มีสระหนึ่งตัว ให้เพิ่มพยัญชนะเข้าไปอีก 1 ตัว แล้วเติม ing เช่น

forget > forgetting
admit > admitting

กริยามี 2 พยางค์ ซึ่งออกเสียงหนักที่พยางค์หลังมีสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดเข้ามาอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วเติม ing เช่น

offer > offerring
refer > referring
occur > occurring
begin > beginning

คำต่อไปนี้ ใช้ได้ 2 แบบ คือ trevel, quarrel เช่น

travel > traveling (แบบอเมริกัน)
travel > travelling (แบบอังกฤษ)
quarrel > quarreling (แบบอเมริกัน)
quarrel > quarrelling (แบบอังกฤษ)

กริยาตัวอื่นๆ เติม ing ได้เลย เช่น

hear > hearing
burn > burning
bend > bending
read > reading

หลักการใช้ Present Continuous Tense สรุปได้ดังนี้

2.1 แสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะพูด และคาดว่าจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า มักมีคำเหล่านี้ คือ now, at the present time, at this moment etc. ตัวอย่างการใช้

She is eating.
Tom is running now.
We are walking.

2.2 แสดงการกระทำเริ่มก่อนพูดเป็นเวลานาน ขณะที่พูดนี้เหตุการณ์อาจไม่ได้ กำลังเกิดขึ้นจริงๆ มักมีคำว่า this week, this month etc. ตัวอย่างการใช้

I am working with my teacher this summer. แปลว่า ฉันกำลังทำงานกับครูของฉันในฤดูร้อนนี้ (ขณะที่พูดอาจทำ หรือไม่ทำอาการนี้ก็ได้)

Tom is working for an examination. แปลว่า ทอม กำลังดูหนังสือสำหรับการสอบในครั้งนี้ (ขณะพูดอาจจะไม่ได้ดูหนังสือก็ได้)

2.3 ใช้แทนอนาคตกำลังจะมาถึงในไม่ช้า หรืออนาคตอันใกล้ มักมี adverb of time (tomorrow, next week, next month etc.) ตัวอย่างการใช้

I am asking him tomorrow (= I will ask him tomorrow.) แปลว่า ฉันจะถามเขาพรุ่งนี้

He is leaving on Sunday (= He’ll leave on Sunday.) แปลว่า เขาจะออกเดินทางในวันอาทิตย์

2.4 กริยาที่ไม่นิยมใช้รูป Present Continuous Tense มีดังต่อไปนี้

กริยาแสดงความรู้สึกทางประสาททั้ง 5 ด้าน

see = เห็น/notice = สังเกต
smell = ดมกลิ่น
taste = ชิม
hear = ได้ยิน
recognize = จำได้

กริยาที่แสดงความรู้สึกทางอารมณ์ เช่น

love = รัก
like = ชอบ
dislike = ไม่ชอบ
adore = รักยิ่ง บูชา
forgive = อภัย
wish = ปรารถนา
ต้องการ care = เอาใจใส่
desire = ปรารถนา
hate = เกลียด
want = ต้องการ
refuse = ปฏิเสธ

กริยาแสดงความคิด เช่น

think = คิด
know = รู้
realize = ตระหนัก
recollect = จำได้
suppose = คิด
recall = นึกได้
expect = คาดหวัง
suppose = คิด
understand = เข้าใจ
mean = ตั้งใจ, หมายความ
believe = เชื่อ
forget = ลืม
trust = เชื่อ
remember = จำได้

กริยาอื่นๆ เช่น

seem = ดูราวกับว่า
hold = บรรจุ
belong = เป็นของ
own = เป็นเจ้าของ
contain = บรรจุ
possess = เป็นเจ้าของ
consist = ประกอบด้วย

3. Present Perfect Tense (ปัจจุบันสมบูรณ์)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + has,have + Past Participle

ตัวอย่างการใช้ 

We have eaten American foods.
She has not(hasn’t) eaten Thai foods.
Has he smoked cigarettes?

หลักการใช้ Present Perfect Tense สรุปได้ดังนี้

3.1 แสดงถึงการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต แล้วเหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน (ตอนพูด) และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต มักจะมีคำว่า since, for ตัวอย่างการใช้

See also  ตกงานกระทันหัน! ว่างงานอยู่! เจาะลึก 3 ทางออกและวิธีแก้ไข (ให้คุณได้งาน !) | EP10 | HunterB | ตกงานทําอะไรดี | Nataviguides

Dr.Helen has lived in Bangkok since 1958. แปลว่า ดร.เฮเลน อยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่ ค.ศ.1958
I have studied in America for four years. แปลว่า ฉันเคยเรียนที่อเมริกามาเป็นเวลา 4 ปี

3.2 แสดงการกระทำซึ่งเกิดขึ้นในอดีต และพึ่งเสร็จสมบูรณ์ไปไม่นาน มักมี adverb เช่น just, yet etc. ประกอบด้วย ตัวอย่างการใช้

I have just passed my friend’s house. แปลว่า ฉันพึ่งผ่านบ้านเพื่อนของฉันมา
They have already finished housework. แปลว่า พวกเขาทำงานบ้านเสร็จแล้ว

3.3 แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ผลของการกระทำนั้นยังคงมาถึงปัจจุบันขณะที่พูด ตัวอย่างการใช้

I have read this book before. แปลว่า ฉันเคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว
He has opened the door. แปลว่าเขาได้เปิดประตูแล้ว (ผลของการกระทำยังอยู่คือประตูเปิด)

3.4 เหตุการณ์ที่เคยทำซ้ำๆ กันหลายหนแล้วในอดีต อาจจะทำต่อไปในอนาคต แต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่สามารถบอกเวลาการเกิดขึ้นได้ มักมี adverb of time เช่น many times, several times ในประโยคด้วย ตัวอย่างการใช้

I have been to America many times. แปลว่า ฉันได้ไปอเมริกาหลายครั้งแล้ว
She has read this book three times. แปลว่่า หล่อนเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ 3 ครั้งแล้ว
He has eaten Thai food several times. แปลว่า เขาเคยกินอาหารไทยหลายครั้งแล้ว

4. Present Perfect Continuous Tense (ปัจจุบันสมบูรณ์กำลังกระทำ)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + has, have + been + กริยาเติม ing

ตัวอย่างการใช้ 

I have been thinking. แปลว่า ฉันกำลังคิด
They have been talking. แปลว่า พวกเขากำลังพูดกัน
She has been living here for 2 weeks. แปลว่า หล่อนอาศัยอยู่ที่นี่มา 2 สัปดาห์แล้ว
He has been studying hard all year. แปลว่า เขาเรียนหนังสือหนักมาตลอดปี

หลักการใช้ Present Perfect Continuous Tense สรุปได้ดังนี้

4.1 ใช้แสดงการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาโดยไม่ขาดตอน เช่น

John has been living in America since 1984. แปลว่า จอห์นได้มาอยู่อเมริกาตั้งแต่ปี 1984

** หมายเหตุ Present Perfect Continuous Tense นี้ ใช้เหมือน Present Perfect ต่างกัน ตรงที่ว่า Present Perfect Continuous Tense ใช้เพื่อต้องการเน้นย้ำว่าการกระทำติดต่อกันมาตลอด และกริยา ที่ใช้มักเป็นกริยาที่มีลักษณะต่อเนื่องได้ ปัจจุบันไม่ใคร่นิยมใช้มากนัก

5. Past Simple Tense (อดีตธรรมดา)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + กริยาช่อง 2

ตัวอย่างการใช้งาน 

She went home. แปลว่า เธอกลับบ้าน
I came here last night. แปลว่า ฉันมาที่นี่เมื่อคืน

หลักการใช้ Past Simple Tense สรุปได้ดังนี้

5.1 ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และจบสิ้นลงไปแล้วในอดีตเช่นกัน มักมีคำว่า once, ago, last night, last week, last year etc. ตัวอย่างการใช้

I got sick yesterday. แปลว่า ฉันป่วยเมื่อวานนี้
I lived in Phuket 3 years ago. แปลว่า ฉันอยู่ที่ภูเก็ตเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
She went to the university last week. แปลว่า หล่อนไปมหาวิทยาลัยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

5.2 แสดงเหตุการณ์ที่เป็นนิสัย ที่ทำประจำในอดีต (ปัจจุบันไม่ได้กระทำแล้ว) มักมี adverb ความถี่อยู่ด้วย เช่น always, every, frequently etc. ตัวอย่างการใช้

Chris walked every morning. แปลว่า คริสเดินทุกๆ เช้า (เป็นนิสัยในอดีต ปัจจุบันไม่ได้กระทำแล้ว)
He always woke up late last year. แปลว่า เขาตื่นนอนสายเสมอๆเมื่อปีที่แล้ว
When I was young. I listened to the radio every night. แปลว่า เมื่อฉันเป็นเด็ก ฉันฟังวิทยุทุกคืน

5.3 แสดงถึงการกระทำทั้งสองอย่างที่เกิดในเวลาเดียวกัน มักมีคำว่า as, while อยู่ด้วย ตัวอย่างการใช้

While she sang, I danced. แปลว่า ขณะที่หล่องร้องเพลง ฉันเต้นรำ
As she cooked, her son played football. แปลว่า ขณะที่หล่อนทำอาหาร ลูกชายของเธอก็เล่นฟุตบอล

6. Past Continuous Tense (อดีตกำลังกระทำ)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + was, were + กริยาเติม ing

ตัวอย่างการใช้ 

I was drinking a glass of water. แปลว่า ฉันกำลังดื่มน้ำ 1 แก้ว
They were playing football in the field. แปลว่า เขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในสนาม

หลักการใช้ Past Continuous Tense สรุปได้ดังนี้

6.1 ใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์ 2 อย่าง เกิดขึ้นในอดีต เหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้นและดำเนินอยู่ก่อนแล้ว เราจะใช้ Past Continuous และมีเหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้น จะใช้ Past Simple ตัวอย่างการใช้

While I was cooking, the telephone rang. แปลว่า ขณะฉันทำอาหารโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
We are walking along the street, it began to rain. แปลว่า พวกเรากำลังเดินไปตามถนนฝนก็เริ่มตก

6.2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอดีต ตัวอย่างการใช้

He was sleeping in the class. แปลว่า ฉันกำลังหลับในห้องเรียน
He was running in the morning แปลว่า เขากำลังวิ่งในตอนเช้า

6.3 แสดงเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ในเวลาเดียวกัน มักมีคำว่า while ในประโยค ตัวอย่างการใช้

While I was watching T.V, my brother was reading a book. แปลว่า ขณะที่ฉันดูทีวี น้องชายของฉันอ่านหนังสือ
She was sleeping while he was talking with his friends. แปลว่า หล่อนกำลังนอนหลับ ขณะที่เขากำลังพูดคุยกับเพื่อนของหล่อน

7. Past Perfect Tense (อดีตสมบูรณ์)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + had + Past Participle (กริยาช่อง 3)

ตัวอย่างการใช้ 

She had slept. แปลว่า หล่อนได้นอนหลับแล้ว
He had not worked. แปลว่า เขาไม่ได้ทำงาน
I had eaten foods before you came. แปลว่า ฉันได้รับประทานอาหารก่อนที่คุณจะมา

หลักการใช้ Past Perfect Tense สรุปได้ดังนี้

7.1 แสดงเหตุการณ์ 2 อย่าง ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีต เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อน เราจะใช้ Past Perfect Tense อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดทีหลัง เราจะใช้ Past Simple Tense ตัวอย่างการใช้

When I had finished my housework, I played T.V games. แปลว่า เมื่อฉันทำงานบ้านเสร็จฉันก็เล่น TV เกม (ทำงานบ้านเสร็จก่อนแล้วจึงเล่น)

7.2 ใช้เปลี่ยน Past Simple หรือ Present Perfect ให้เป็น Indirect Speech ตัวอย่างการใช้

Direct Speech : “I have stayed in America for 2 years.” แปลว่า หล่อนพูดว่า “ฉันเคยอยู่อเมริการมา 2 ปีแล้ว”
Indirect Speech : She said that she had stayed in America for 2 years. แปลว่า หล่อนพูดว่าหล่อนเคยอยู่อเมริกามา 2 ปีแล้ว
Direct Speech : He said “I worked in Bangkok many years.” แปลว่า เขาพูดว่า”ฉันเคยทำงานในกรุงเทพหลายปี”
Indirect Speech : He said that he had worked in Bangkok many years. แปลว่า เขาพูดว่าเขาเคยทำงานในกรุงเทพหลายปี

8. Past Perfect Continuous Tense (อดีตสมบูรณ์กำลังกระทำ)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + had been + กริยาเติม ing + กรรมหรือส่วนขยาย

ตัวอย่างการใช้ 

I had been sleeping. แปลว่า ฉันกำลังนอนหลับ
She had been waiting for two hours. แปลว่า หล่อนคอย 2 ช.ม. แล้ว
He had not (hadn’t) been walking before you came. แปลว่า เขาไม่ได้กำลังเดินก่อนคุณมา

หลักการใช้ Past Perfect Continuous Tense สรุปได้ดังนี้

8.1 ใช้คล้ายๆ กับ Past Perfect เราใช้ก็ต่อเมื่อเกิดมีเหตุการณ์ 2 อย่าง เกิดขึ้นในอดีต เพื่อเน้นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดตอน เราใช้ Past Perfect Continuous Tense แล้วเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น เราจะใช้ Past Simple Tense ตัวอย่างการใช้

She had been living in America before she moved to Bangkok. แปลว่า หล่อนอยู่อเมริการก่อนที่ย้านมาอยู่ที่กรุงเทพ
I had been waiting two hour before He arrived. แปลว่า ฉันคอยเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนที่เขามาถึง
She had been reading for several hours when I saw her. แปลว่า หล่อนกำลังอ่านหนังสือหลายชั่วโมง เมื่อฉันเห็นหล่อน

9. Future Simple Tense (อนาคต)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + will, shall(I,We), be going to + กริยาเติม ing

ตัวอย่างการใช้

I will go to see you tomorrow. แปลว่า ฉันจะไปพบคุณพรุ่งนี้
I shall go. แปลว่า ฉันจะไป
Mary will run. แปลว่า แมรี่จะวิ่ง

หลักการใช้ Future Simple Tense สรุปได้ดังนี้

9.1 ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทำในอนาคต มักมี adverb of time อยู่ด้วย เช่น to night, tomorrow, next week, next month etc. ตัวอย่างการใช้

I will see the movie tomorrow. แปลว่า ฉันจะไปดูหนังพรุ่งนี้
She is going to see the doctor next week. แปลว่า หล่อนจะไปหาหมอสัปดาห์หน้า
The plane will arrive at the airport in a few minutes.แปลว่า เครื่องบินจะมาถึงท่าอากาศยานในอีก 2-3 นาที

การใช้ be going to แทน will, shall

ใช้ be going to + กริยาช่อง 1 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจที่ได้คิดไว้ล่วงหน้าแล้วหรือเชื่อว่าเป็นจริง โดยไม่สงสัย ตัวอย่างการใช้

I am studying hard: I am going to try for scholarship. แปลว่า ฉันกำลังเรียนหนังสืออย่างหนัก ฉันพยายามเพื่อสอบชิงทุนการศึกษา
She is going to write to her parents. แปลว่า หล่อนตั้งใจว่าจะเขียนจดหมายถึงพ่อแม่ของเธอ
She has bought flour : She is going to make cake. แปลว่า หล่อนซื้อแป้งมาและจะทำเค้ก

ใช้ be going to + กริยาช่อง 1 เพื่อแสดงการคาดคะเน ตัวอย่างการใช้

I think it is going to rain. แปลว่า ฉันคิดว่าฝนจะตก (อย่างแน่นอน)

10. Future Continuous Tense (อนาคตกำลังกระทำ)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + will, shall(I,We) + be + กริยาเติม ing + กรรมหรือส่วนขยาย

ตัวอย่างการใช้ 

I shall be running. แปลว่า ฉันกำลังวิ่ง
I will be working tomorrow. แปลว่า ฉันกำลังจะทำงานพรุ่งนี้
We shall be drinking. แปลว่า เรากำลังจะดื่ม

หลักการใช้ Future Continuous Tense สรุปได้ดังนี้

10.1 แสดงเหตุการ์หรือการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเหตุการณ์นั้นกำลังดำเนินอยู่ ตัวอย่างการใช้

-At ten o’clock tomorrow morning. I will be waiting my friend. แปลว่า เวลา 10 โมงเช้าพรุ่งนี้ ฉันจะกำลังรอเพื่อน
-I will be cooking at 5 o’clock tomorrow evening. แปลว่า ฉันจะทำอาหารตอน 5 โมงเย็นพรุ่งนี้
-He will be sleeping at 4 o’clock tomorrow morning. แปลว่า เขากำลังหลับตอน 4 โมงเช้าพรุ่งนี้

10.2 ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดก่อนใช้ Future Continuous Tense ส่วนเหตุการณ์หลังใช้ Present Simple Tense ตัวอย่างการใช้

-They will be playing football when you arrive at their house. แปลว่า เขาจะกำลังเล่นฟุตบอลอยู่ เมื่อคุณมาถึงบ้านของเขา (เล่นก่อนที่คุณจะถึงบ้าน)

-When he calls to you, she will be going to the market.แปลว่า เมื่อเขาโทรมาหาคณ หล่อนกำลังจะไปตลาด

11. Future Perfect Tense (อนาคตสมบูรณ์)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + will, shall + have + กริยาช่อง 3

ตัวอย่างการใช้ 

I shall have eaten. แปลว่า ฉันจะกินอยู่แล้ว
Sri will have gone. แปลว่า ศรีจะไปอยู่แล้ว
He will have finished his work. แปลว่า เขาจะเสร็จงานของเขาอยู่แล้ว

หลักการใช้ Future Perfect Tense สรุปได้ดังนี้

11.1 ใช้เมื่อคิดว่า เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต เหตุการณ์หรือการกระทำจะสิ้นสุดลง มักมีคำเหล่านี้ เช่น by that time, by then, by tomorrow, by next year, by next week, by at ten o’clock in two hours etc. ตัวอย่างการใช้

I will have slept in three hours. แปลว่า ฉันจะนอนเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง
They will have finished the new road by next week. แปลว่า พวกเขาจะทำถนนใหม่เสร็จในสัปดาห์หน้า

11.2 ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน คาดว่าเมื่อถึงเวลานั้น เหตุการณ์หนึงจะเสร็จสมบูรณ์
เราจะใช้ Future Perfect Tense กับ เหตุการณ์นี้และจะเกิดเหตุการณ์ที่ 2 ตามมา เราจะใช้ Present Simple Tense กับประโยคนี้ ตัวอย่างการใช้

By the time you arrive, I will have finished homework. แปลว่า เมื่อเวลาที่คุณมาฉันก็ทำการบ้านเสร็จพอดี
She will have eaten foods before you came. แปลว่า หล่อนรับประทานอาหารเสร็จก่อนที่คุณจะมา
The movie will have started before we reach the theater. แปลว่า ภาพยนตร์เริ่มฉายก่อนที่พวกเราจะมาถึงโรงภาพยนตร์

12. Future Perfect Continuous Tense (อนาคตสมบูรณ์กำลังกระทำ)

โครงสร้างประโยค 

ประธาน + will, shall (I,We) + have + been + กริยาเติม ing + กรรมหรือส่วนขยาย

See also  [NEW] ทำงานไอทีต่างประเทศ แคนาดา เน็ตเวิร์ค แอดมิน โปรแกรมเมอร์ By Dream Abroad | สมัคร ทำงาน ต่าง ประเทศ - NATAVIGUIDES

ตัวอย่างการใช้ 

I shall have been working. แปลว่า เราคงจะทำงาน (ติดต่อกัน)
He will have been running. แปลว่า เขาคงจะวิ่ง (ติดต่อกัน)

หลักการใช้ Future Perfect Continuous Tense สรุปได้ดังนี้

12.1 สำหรับ Tense นี้ เน้นให้เห็นถึงการต่อเนื่องของการกระทำว่าถึงเวลานั้นในอนาคต การกระทำนั้นยังคงดำเนินอยู่ และจะดำเนินต่อไปอีก (ยังไม่หยุด) ตัวอย่างการใช้

-By ten o’clock I shall have been working without a rest. แปลว่า ถึงเวลา 10 นาฬิกา ฉันได้ทำงาน (ติดต่อกันมา) โดยไม่พัก
-When you arrive, she will have waiting for three hours. แปลว่า เมื่อคุณมาถึง หล่อนคงจะได้รอคุณ (โดยไม่หยุดรอ) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.tonamorn.com

บทความแนะนำ

[Update] ประโยคเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษ Comparative ฉบับสมบูรณ์ | herแปลว่า – NATAVIGUIDES

สำหรับผู้เรียนทานใดที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยคเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษ หรือ Comparative ต้องอ่านบทความนี้ให้จบนะคะเราจะแนะนำรายละเอียด A-Z เกี่ยวกับส่วนเนิ้อหานี้ในบทความเดียว เพราะเป็นส่วนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย

ประโยคเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษ

ในไวยาการณ์ภาษาอังกฤษประโยคเปรียบเทียบได้เอามาใช้งานบ่อยมาก นอกจากความหมายคือการเปรียบเทียบทั่วไป มันยังมีอีกความหมายหนึ่งคือเมื่อคุณอยากมุงเน้นอะไรในประโยคก็สามารถใช้ประโยคเปรียบเทียบนี้ได้เลยนะคะ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ คือ She is as beautiful as Anna, but you know what, my wife is even more beautiful than Anna.

ดังนั้นเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของตัวเองคุณต้องไม่พลาดกับส่วนไวยากรณ์ที่สำคัญคือ Comparative ประโยคเปรียบเทียบที่ประกอบด้วยสามแบบหลักๆ คือ การเปรียบเทียบขั้นปกติ ( Positive Degree) การเปรียบเทียบขั้นกว่า ( Comparative Degree) และ การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด ( Superlative Degree) 

  • การเปรียบเทียบขั้นปกติ ( Positive Degree ) ใช้เปรียบเทียบความเท่าเทียมกัน ไม่เท่าเทียมกัน เช่น long, short, small , big , fast, slow เป็นต้น
  • การเปรียบเทียบขั้นกว่า ( Comparative Degree ) ใช้เปรียบเทียบกับนาม 2 จำนวน เช่น longer, shorter, smaller, bigger , faster, slower เป็นต้น
  • การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด ( Superlative Degree ) ใช้เปรียบเทียบกับนามที่มีจำนวนตั้งแต่ 3 ขึ้นไป เช่น longest, shortest, smallest, biggest เป็นต้น

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อพูดหรือเขียน เราก็มักจะได้เปรียบเทียบระหว่าง 2 สิ่งอยู่บ่อยๆ เพื่อทำให้ผู้ที่เราสื่อสารด้วยเห็นภาพในสิ่งที่เราพูดอย่างชัดเจน ดังนั้นวันนี้  English Breaking จะแนะนำให้คุณ  A-Z เกี่ยวกับ Comparative พร้อมตัวอย่างประโยค และแบบฝึกหัดที่ดี ดังนี้

1 – การเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) ในภาษาอังกฤษ

การเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) ในภาษาอังกฤษมีโครงสร้างแบบนี้

S + V + as + (adj/ adv) + as

รูปแบบ as+ คุณศัพท์ขั้นปกติ (positive degree) + as แสดงความ เท่าเทียมกัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้

  • I’m as good in Maths as in science. แปลว่า  ฉันเก่งคณิตศาสตร์พอ ๆ กับวิทยาศาสตร์
  • Harry sings as beautifully as a singer. แปลว่า  แฮร์รี่ร้องเพลงได้ไพเราะกับนักร้อง
  • Her car runs as fast as a race car. แปลว่า  รถของเธอวิ่งเร็วเหมือนรถแข่ง
  • This picture is as colorful as the one I have ever seen. แปลว่า ภาพนี้มีสีสันสดใสที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น
  • This pencil is as long as that one. แปลว่า ดินสอแท่งนี้ยาวเท่าๆกับแท่งนั้น

นอกจากนั้นคุณอาจจะเจอการเปรียบเทียบขั้นปกติอยู่หลายรูปแบบ มีตัวเชื่อมหลายรูปแบบดังต่อไปนี้

รูปแบบ as + much หรือ many + นาม + as แสดงความเท่าเทียมกัน
เช่น
– I have as much money as you. แปลว่า ฉันมีเงินมากเท่าๆกับคุณ
– I have as many books as you. แปลว่า ฉันมีหนังสือมากเท่าๆกับคุณ

รูปแบบ the same +นาม + as แสดงความเท่าเทียมกัน
เช่น
– Malee is the same age as Ladda. แปลว่า มาลีมีอายุเท่ากับลัดดา
แต่ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ ให้ตัด as แปลว่า ออกได้เลย เช่น
– Malee and Ladda are the same age. แปลว่า มาลีและลัดดาอายุเท่ากัน

รูปแบบ Verb to be + like แปลว่าเหมือนกัน เป็นคำเชื่อมแสดงความเท่าเทียมกัน
แต่ถ้าประธานเป็น พหูพจน์ ให้ใช้ verb to be + alike
เช่น
– She is like her father. แปลว่า เธอเหมือนกับพ่อของเธอ
– Your car and mine are alike. แปลว่า รถยนต์ของคุณและของฉันเหมือนกัน

รูปแบบ verb to be + similar to + นาม, แปลว่า เหมือนกัน คล้ายกัน เป็นคำเชื่อมแสดงความเท่าเทียมกัน
เช่น
– Your bag is similar to mine. แปลว่า ถุงของเธอคล้ายกับถุงของฉัน

ถ้าในกรณีต้องการเปรียบเทียบความไม่เท่ากันมีรูปแบบดังนี้
not so + คุณศัพท์ขั้นปกติ + as
หรือ not as + คุณศัพท์ขั้นปกติ + as
เช่น
– This road is not so long as that one. แปลว่า ถนนเส้นนี้ไม่ยาวเท่าเส้นนั้น หรือ

not as + much/many + นาม + as
เช่น
– I don’t have so much money as you. แปลว่า ฉันไม่มีเงินมากเท่าคุณ หรือ.

2 – การเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree)

เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นความมากกว่าหรือน้อยกว่าของ 2 สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ใดก็ตาม โดยมีโครงสร้างประโยคแบบง่ายๆ

ในการเปรียบเทียบแบบมากกว่าคือ การเปรียบเทียบที่สูงกว่า แสดงในรูป คุณศัพท์ขั้นกว่า + than 

S + V + (Adj/Adv) + “-er” + than

เช่น

  • Jennie’s grades are higher than her sister’s.  แปลว่า ผลการเรียนของเจนนี่สูงกว่าน้องสาวของเธอ
  • Today is colder than yesterday.แปลว่า วันนี้อากาศหนาวกว่าเมื่อวาน
  • My girlfriend came later than me. แปลว่า แฟนของฉันมาช้ากว่าฉัน
  • Lindy is shorter than her younger sister. แปลว่า ลินดี้เตี้ยกว่าน้องสาว
  • My ruler is longer than yours. แปลว่า ไม้บรรทัดของฉันยาวกว่าของคุณ
  • This road is longer than that one. แปลว่า  ถนนเส้นนี้ยาวกว่าเส้นนั้น แปลว่า
  • You are taller than me. หรือ You are taller than I am. แปลว่า เธอสูงกว่าฉัน

การเปรียบเทียบที่ต่ำกว่ากัน แสดงในรูป less + positive degree + than

เราจะใช้ ‘less’ เพื่อพูดถึงบางสิ่งหรือบางอย่างที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า

เช่น

  • Walking is less tiring than running. แปลว่า การเดินเหนื่อยน้อยกว่าการวิ่ง
  • Australia is less populated than China. แปลว่า ออสเตรเลียมีประชากรน้อยกว่าจีน
  • Hamburgers are less healthy than vegetables.แปลว่า แฮมเบอร์เกอร์มีประโยชน์ต่อร่างกายน้อยกว่าผัก
  • Malee is less careful than Somchai. แปลว่า  มาลีเป็นคนที่รอบคอบน้อยกว่าสมชาย
  • It is less hot today than it was yesterday. แปลว่า วันนี้อากาศร้อนกว่าเมื่อวานนี้

เมื่อนำคุณศัพท์ขั้นกว่ามาใช้เปรียบเทียบกับคำนาม ( noun ) ด้วยกัน ให้ใช้รูปแบบดังนี้

  • fewer + นามพหูพจน์นับได้ + than = น้อยกว่า
  • less + นามนับไม่ได้ + than = น้อยกว่า
  • more + นามพหูพจน์นับได้, นามนับไม่ได้ + than = มากกว่า เช่น

เช่น

  • There are fewer students in this room than in that room. แปลว่า  มีนักเรียนในห้องนี้น้อยกว่าในห้องนั้น
  • I spent less money than you. แปลว่า  ฉันใช้จ่ายเงินน้อยกว่าคุณ
  • There are more students in this room than in that room. แปลว่า  มีนักเรียนในห้องนี้ มากกว่าในห้องนั้น
  • My mother have more money than my father. แปลว่า  แม่ของฉันมีเงินมากกว่าพ่อ

3 – การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree)

การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด ( Superlative Degree ) รูปแบบมีดังนี้ the + คุณศัพท์ขั้นสูงสุด + นาม

S + V + the + Adj/Adv + -est

เราจะสามารถใช้การเปรีบเทียบขั้นสูงกว่าในกรณีเปรียบเทียบสิ่งของตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป หรือในหมวดหมู่เดียวกันทั้งหมด ว่าสิ่งนั้นดีหรือมากที่สุดแล้ว มีโครงสร้างประโยคง่ายๆ วิธีการเปรียบเทียบ คือ เติม est หลังคำ adjective หรือ คำ adverb ขั้นธรรมดา เช่น และเติม most หน้าคำ adjective หรือ คำ adverb ขั้นธรรมดา

เช่น

  • My brother is the tallest in our family. แปลว่า พี่ชายของฉันสูงที่สุดในครอบครัวของเรา
  • Sunday is the coldest day of the month so far.แปลว่า วันอาทิตย์เป็นวันที่หนาวที่สุดในรอบเดือน
  • He runs the fastest in my city.แปลว่า เขาวิ่งเร็วที่สุดในเมืองของฉัน
  • Linda is the youngest person in my office. แปลว่า ลินดาเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในสำนักงานของฉัน
  • My house is the highest one in my neighborhood.แปลว่า บ้านของฉันเป็นบ้านที่สูงที่สุดในละแวกของฉัน
  • What is the longest river in the world? แปลว่า แม่น้ำอะไรยาวที่สุดในโลก 
  • My eldest son is 16 years old. แปลว่า ลูกชายคนโตของฉันอายุ 16 ปี
  • Jane is my best friend. แปลว่า เจนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน

หมายเหตุ: ถ้ามี possessive adjective อยู่หน้าคุณศัพท์ขั้นสูงสุดแล้ว ไม่ต้องใช้ the 

S + V + the + most + Adj/Adv

เช่น

  • Lisa is the most careful person I ever have known. แปลว่า ลิซ่าเป็นคนที่ระวังตัวมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก
  • Of all the students, she does the most quickly. แปลว่า ในบรรดานักเรียนทั้งหมดเธอทำได้เร็วที่สุด
  • This is the most difficult case we have ever encountered. แปลว่า นี่เป็นกรณีที่ยากที่สุดที่เราเคยพบมา
  • Linda is the most intelligent student in my class.แปลว่า ลินดาเป็นนักเรียนที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของฉัน

หมายเหตุ: สามารถเติม “very”  ก่อนประเด็นที่คุณจะเอาเปรียบเทียบเพื่อเน้นความแตกต่างหรือความโดดเด่น

เช่นในประโยค

  • Here is the very latest news about the accident แปลว่า นี่คือข่าวล่าสุดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ
    > เราใช้คำว่า very latest เพื่อเน้นความฮิตของข่าวนั้น

หลักการสร้างคำ adjective และคำ adverb ขั้นกว่าและขั้นสุด

4.1 – คำพยางค์เดียว ลงท้ายด้วยพยัญชนะ 2 ตัว หรือลงท้ายด้วยพยัญชนะตัวเดียวมีสระ 2 ตัว ให้เติม er และ est ได้ เช่น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายsoft   softersoftest นุ่มlonglonger    longest  ยาวdeep      deeper  deepest ลึกclear  clearer clearest   ชัดเจน , แจ่มใสfair fairer  fairest   ยุติธรรมgreat  greater  greatest   ยิ่งใหญ่sweet  sweeter    sweetest หวานquick  quickerquickest เร็ว

4.2 – คำพยางค์เดียว มีสระเดียว มีตัวสะกดเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีกตัวก่อนเติม er และ est เช่น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายwetwetterwettestเปียกthinthinnerthinnestผอมfatfatterfattestอ้วนbigbiggerbiggestใหญ่hothotterhottestร้อน

4.3 – คำ adjective หรือ adverb ที่ลงท้าย e ให้เติม r หรือ est ในขั้นกว่าและขั้นสุดตามลำดับ เช่น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายwisewiserwisestฉลาดLargeLargerLargestใหญ่ กว้างbravebraverbravestกล้าหาญsafesafersafestปลอดภัย

4.4 – คำ adjective หรือ adverb ที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ เปลี่ยน y เป็น I และเติม er หรือ est เช่น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายdrydrierdriestแห้งgreygreyergreyestสีเทา

4.5 – คำสองพยางค์ที่ลงท้ายด้วย er , le และ ow ให้เติม er และ est เช่น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายclevercleverercleverestฉลาดshallowshallowershallowestตื้นNarowNarowerNarrowestแคบbitterbiitererbitterestขมขื่น

4.6 – คำสองพยางค์ ลงเสียงหนัก (stressed) พยางค์หลังให้เติม er และ est เช่น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายpolitepoliterpolitestสุภาพprettyprettierprettiestสวย

sincere

sincerersincerestจริงใจ

4.7 – คำบางคำใช้ได้ทั้ง 2 แบบ คือ เติม er , est หรือ more , most

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายquietquieterquietestเงียบ More quietMost quiet Cheerfulcheerfulercheerfulestร่าเริง More cheerfulMost cheerful 

4.8 – คำที่ต้องเติม more most คือ คำมากกว่า 2 พยางค์ หรือคำสองพยางค์ที่ลงเสียงหนัก (stressed) พยางค์แรก

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายhopefulMore hopefulMost hopefulมีความหวังlearnedMore learnedMost learned  คงแก่เรียนCharmingMore charmingMost charmingมีเสน่ห์

4.9 – คำที่เปลี่ยนรูป

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่ม -erเพิ่ม -est ความหมายGood (well)BetterbestดีBad (badly)worseworstเลวMuch (many)Moremostมากlittlelessleastน้อยfarFarther (further)Farthest (furthest)ไกล

5 – วิธีเปลี่ยน Adjective ให้เป็น Comparative Adjective

เมื่อคุณอยากเปลี่ยนนำคำคุณศัพท์ (adj.) มาเปลี่ยนให้เป็นคำคุณศัพท์เปรียบเทียบขั้นกว่า (comparative adj.) คุณควรจดไว้หลักการเปลี่ยนใช้ได้ในสามกรณีดังต่อไปนี้

กรณีที่1. adj. + -er
ที่มักจะเจอบ่อยก็คือคำคุณศัพท์ที่มีความยาว 1-2 พยางค์ เช่น bigger (ใหญ่กว่า), smaller (เล็กกว่า) เป็นต้น ส่วนถ้าคำคุณศัพท์ลงท้ายด้วย y จะต้องตัด y ออกแล้วเติม -er เข้าไป ตัวอย่างเช่น easy => easier (ง่ายกว่า)

กรณีที่ 2. more + adj.
เมื่อคุณใช้คำคุณศัพท์ที่มีความยาว 3 พยางย์ขึ้นไป เช่น more beautiful (สวยกว่าmore difficult (ยากกว่า) เป็นต้น แต่ในบ้างกรณีก็อาจจะเจอคำคุณศัพท์ที่ยาวไม่ถึง 3 พยางค์เหมือนกัน เช่น more honest (ซื่อสัตย์กว่า), more handsome (หล่อเหลากว่า) เป็นต้น

6 – การเปลี่ยน Adjective เป็น Superlative Adjective

ก็ไม่ยากสำหรับหลักการเปลี่ยนจาก Adjective เป็น Superlative Adjective จะมีสามกรณีหลักๆ ดังนี้

กรณีที่ 1. the + adj. + -est
ใช้กับคำคุณศัพท์ที่มีความยาว 1-2 พยางค์ เช่น the greatest (ยิ่งใหญ่ที่สุด), the tallest (สูงที่สุด) เป็นต้น หากในกรณีคำคุณศัพท์ลงท้ายด้วย y จะต้องตัด y ออกแล้วเติม -est เข้าไป อย่างเช่น pretty => the prettiest (น่ารัก เป็นต้น

กรณีที่ 2. the + most + adj.
ใช้กับคำคุณศัพท์ที่มีความยาว 3 พยางย์ขึ้นไป เช่น the most expensive (แพงที่สุด), the most important (สำคัญที่สุด) เป็นต้น แต่บางที่เราก็จะเจอคำคุณศัพท์ที่ยาวไม่ถึง 3 พยางค์เหมือนกัน เช่น the most honest (ซื่อสัตย์ที่สุด), the most handsome (หล่อเหลาที่สุด) เป็นต้น

See also  [NEW] การรับทราบใบสมัครงาน(Aknowledging an Application) | จดหมาย รับ สมัคร งาน - NATAVIGUIDES

กรณีที่ 3. เปลี่ยนรูปแบบพิเศษ
กรณีที่สามคือพิเศษที่สุดเพราะจะมีการเปลี่ยนรูปไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งต้องอาศัยวิธีการท่องจำ เพื่อเห็นภาพง่ายเราดูตัวอย่างคำนี้นะคะ good => the best (ดีที่สุด), bad => the worst (แย่ที่สุด) เป็นต้น

7 – แบบฝึกหัสเกี่ยวกับ Comparative 

เพื่อได้รับความรู้เกี่ยวกับ Comparative แล้วเราลองมาทำแบบฝึกหัสกันดูว่า เราเข้าใจมากน้อยขนาดไหนนะคะ พร้อมแล้วลองเลยค่ะ อย่าพึ่งดูเฉลยนะคะ หลังจากที่คุณมีคำตอบของตัวเองแล้วสามารถเทียบกับข้อเฉลยท้ายบทนะคะ 

แบบฝึกหัสที่ 1: เลือกคำศัพท์ที่ถูกต้องเพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์และเข้าใจง่ายที่สุด

1. Mom’s watch is … than mine. (expensive)
2. She lives in a really … villa. (beautiful)
3. She is the … tennis player of Australia. (good)
4. This luggage is … than mine. (heavy)
5. He runs … than his sister. (fast)
6. Layla is … than Henry but Sophia is the … (tall/tall)
7. Kai reads … books than Daniel but Tom reads the … (many/many)
8. France is as … as London. (beautiful)
9. My brother is three years … than me. (young)
10. This was the … movie I have ever seen. (bad)
11. I speak France … now than two years ago. (fluent)
12. Could you write…? (clear)
13. Cameroon can run … than John. (fast)
14. Our team played … of all. (bad)
15. He worked … than ever before. (hard)

เฉลย

1. more expensive 
2. beautiful 
3. best 
4. heavier
5. faster
6. taller/tallest
7. more/most
8. beautiful9. younger
10. worst
11. more fluently
12. more clearly
13. faster
14. worst
15. harder

แบบฝึกหัสที่ 2: เรียงประโยคเปีรยบเทียบให้ถูกต้อง

1. Julia/ tall/ her friend.
2. A banana/ not sweet/ an apple.
3. A fish/ not big/ a elephant.
4. This dress/ pretty/ that one.
5. the weather/ not hot/ yesterday’s.
6. A rose/ beautiful/ a weed.
7. A cat/ intelligent/ a chicken.
8. Hung/ friendly/ Minh.

เฉลย

1. Julia is as tall as her friend. แปลว่า  จูเลียสูงเท่ากับเพื่อนของเธอ
2. A banana is not as sweet as an apple. แปลว่า กล้วยไม่หวานเหมือนแอปเปิ้ล
3. A fish is not as big as a elephant. แปลว่า ปลาตัวไม่ใหญ่เท่าช้าง 
4. This dress is as pretty as that one. แปลว่า ชุดนี้สวยพอ ๆ กับชุดนั้น
5. The weather is not as hot as yesterday’s. แปลว่า อากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนเมื่อวาน
6. A rose is more beautiful than a weed. แปลว่า กุหลาบสวยกว่าวัชพืช
7. A cat is more intelligent than a chicken. แปลว่า แมวฉลาดกว่าไก่
8. Hung is more friendly than Minh. แปลว่า ฮุงเป็นมิตรกว่ามิน

ห์ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ

สำหรับประโยคเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษ Comparative จำได้สามประเภทของ Comparative คือ การเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) การเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree) และ การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) เพียงแค่นี้เราก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเปรียบเทียบสิ่งต่างๆ

ได้อย่างง่ายดายแล้ว อย่าลืมติดตาม English Breaking ของเราเพื่อแชร์ความรู้ดีๆ และประสบการณ์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันนะคะ


The Wall Song ร้องข้ามกำแพง | EP.62 | พั้นช์ วรกาญจน์,ติ๊ก ชิโร่,ขนมจีน กุลมาศ | 11 พ.ย. 64 FULL EP


พบกับรายการ The Wall Song ร้องข้ามกำแพง
ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.05 น.
ทาง ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23
=========================================
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/workpoint
Website: https://www.workpointtv.com
Instagram: https://www.instagram.com/workpoint
TikTok: https://vt.tiktok.com/ZS9GDwTY

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

The Wall Song ร้องข้ามกำแพง | EP.62 | พั้นช์ วรกาญจน์,ติ๊ก ชิโร่,ขนมจีน กุลมาศ | 11 พ.ย. 64 FULL EP

ติว TOEIC : Pronoun คืออะไร? เทคนิคการใช้โดยครูดิว


✿ ถ้าพื้นฐานน้อย แนะนำหาคอร์สติวดีกว่าค่ะ! ✿
👉 สมัครคอร์ส KruDew ติว New TOEIC 2020 (ทดลองติวฟรี!) ➡️ https://bit.ly/2wR4Gmu
✿ คอร์ส KruDew ติว TOEIC มีอะไรให้บ้าง? ✿
✅Grammar ที่ใช้สอบ TOEIC ให้ครบ เริ่มสอนจากพื้นฐาน เรียนได้ทุกคนแน่นอน
✅เทคนิคช่วยจำต่างๆ จำง่าย เอาไปใช้กับข้อสอบได้จริงๆ
✅เก็งศัพท์ TOEIC ออกข้อสอบบ่อยๆ ให้ครบ ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรวบรวมเอง
✅ อัพเดทข้อสอบ New TOEIC ล่าสุด ครบ 200 ข้อ
✅สามารถสอบถามข้อหรือจุดที่สงสัยได้ตลอด
✅การันตี 750+ (ถ้าสอบแล้วไม่ถึง สามารถทวนคอร์สได้ฟรี)
📣 ถ้าไม่อยากพลาดคลิปดีๆแบบนี้ อย่าลืมกด ❤️ Subscribe ❤️กันนะคะ

ติว TOEIC : Pronoun คืออะไร? เทคนิคการใช้โดยครูดิว

Alan Walker – Faded


A new album. Join forces here: https://youtu.be/IeIPYZWgVcg
Join me on Discord here: https://discord.gg/alanwalker
△ Merch @ https://store.alanwalker.no △
Walkers! Thanks for listening. If you want to hear my newest single and the last video in the World of Walker trilogy, \”Heading Home,\” check out the official music video here: https://youtu.be/mfSU_XwEnZA \u0026 the LIVE performance here: https://youtu.be/cYxAr_NZF9E
Faded AlanWalker EDM House YouAreNotAlone
_____________________
// LYRICS // Alan Walker Faded // LYRICS //
You were the shadow to my light
Did you feel us
Another start
You fade away
Afraid our aim is out of sight
Wanna see us
Alive
Where are you now
Where are you now
Where are you now
Was it all in my fantasy
Where are you now
Were you only imaginary
Where are you now
Atlantis
Under the sea
Under the sea
Where are you now
Another dream
The monsters running wild inside of me
I’m faded
I’m faded
So lost
I’m faded
I’m faded
So lost
I’m faded
These shallow waters, never met
What I needed
I’m letting go
A deeper dive
Eternal silence of the sea
I’m breathing
Alive
Where are you now
Where are you now
Under the bright
But faded lights
You set my heart on fire
Where are you now
Where are you now
Where are you now
Atlantis
Under the sea
Under the sea
Where are you now
Another dream
The monsters running wild inside of me
I’m faded
I’m faded
So lost
I’m faded
I’m faded
So lost
I’m faded
/////////////////////////////////////////
From the beginning. Check out my other earlier songs here: https://www.youtube.com/watch?v=nO77w5KJL3s\u0026list=PLYT4vq6pQVSuiFwl8Vv4XmCpdBDc8HeO6
Also, BTS footage here, like from my recent Aviation Tour in China: https://www.youtube.com/watch?v=UsprGgsLQNs\u0026list=PLYT4vq6pQVSv_jFjvsMuxr6poP4yBU0VE
/////////////////////////////////////////
CREDITS:
Vocalist: Iselin Solheim
Video Location: Tallinn, Estonia
Video produced by: Bror Bror
Directors: Rikkard \u0026 Tobias Häggbom
D.O.P: Rikkard Häggbom
Edit and grading: Bror Bror
Actor: Shahab Salehi
_____________________________________
Facebook: http://bit.ly/AlanWalker_Facebook
Instagram: http://bit.ly/AlanWalker_Instagram
Twitter: http://bit.ly/AlanWalker_Twitter
Tiktok: alanwalkermusic
Snapchat: alanwalkermusic
Subscribe: https://www.youtube.com/user/djwalkzz?sub_confirmation=1
Make sure to subscribe and ring the bell button to get notifications 🙂
______________________________________
/// Walker Gaming ///
Website: https://walkergaming.com​
Instagram: https://www.instagram.com/w47k3rg4m1ng​
Facebook: https://m.facebook.com/w47k3rg4m1ng​
Twitch: https://www.twitch.tv/w47k3rg4m1ng​
Twitter: https://twitter.com/w47k3rg4m1ng​
TikTok: https://vm.tiktok.com/ZMebouDue
______________________________________
Vocalist: Iselin Solheim
Video Location: Tallinn, Estonia
Video produced by: Bror Bror
Directors: Rikkard \u0026 Tobias Häggbom
D.O.P: Rikkard Häggbom
Edit and grading: Bror Bror
Actor: Shahab Salehi
© 2015 Alan Walker \u0026 MER Musikk
℗ 2015 Sony Music Entertainment Sweden AB

Alan Walker - Faded

Post Malone, Swae Lee – Sunflower (Spider-Man: Into the Spider-Verse)


Own SpiderMan: Into the Spiderverse on Digital 2/26 and Bluray on 3/19
Bluray: http://sonypictures.us/ueaRau
Digital: http://sonypictures.us/Wnbe3e
\”Sunflower\” is the first single from the official soundtrack album SpiderMan™: Into the SpiderVerse (available December 14, 2018). The film opens in theaters nationwide the same day. Get the song here: https://postmalone.lnk.to/sunflowerYD
The single reteams Post Malone \u0026 Swae Lee after the two joined forces for “Spoil My Night” from the year’s biggest multiplatinum album, beerbongs \u0026 bentleys.
For more info on Post Malone:
http://www.postmalone.com
https://instagram.com/postmalone
https://twitter.com/postmalone
https://facebook.com/postmalone
For more info on Swae Lee:
https://instagram.com/swaelee
https://twitter.com/goSwaeLee
https://facebook.com/swaelee
Follow SpiderMan™: Into the SpiderVerse:
https://www.facebook.com/SpiderVerseM…
https://www.twitter.com/SpiderVerse
https://instagram.com/SpiderVerseMovie
Phil Lord and Christopher Miller, the creative minds behind The Lego Movie and 21 Jump Street, bring their unique talents to a fresh vision of a different SpiderMan Universe, with a groundbreaking visual style that’s the first of its kind. SpiderMan™: Into the SpiderVerse introduces Brooklyn teen Miles Morales, and the limitless possibilities of the SpiderVerse, where more than one can wear the mask.
Cast:
Shameik Moore
Hailee Steinfeld
Mahershala Ali
Jake Johnson
Liev Schreiber
Brian Tyree
Henry Luna
Lauren Velez
Lily Tomlin
Nicolas Cage
John Mulaney
Kimiko Glenn

© 2018 Republic Records, a division of UMG Recordings, Inc.
PostMalone SwaeLee IntoTheSpiderVerse SpiderMan Marvel MilesMorales

Post Malone, Swae Lee - Sunflower (Spider-Man: Into the Spider-Verse)

[VietSub+Effect] Until You – Shayne Ward


★ Design: Nguyễn Trung Đức
☞ Face: https://www.facebook.com/trungduc.utc
Phim: You are the apple of my eyes cho bạn nào cần

[VietSub+Effect] Until You -  Shayne Ward

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ herแปลว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published.