Home » [NEW] หลักการใช้ Past Simple Tense -ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย | กริยา 3 ช่อง arrive – NATAVIGUIDES

[NEW] หลักการใช้ Past Simple Tense -ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย | กริยา 3 ช่อง arrive – NATAVIGUIDES

กริยา 3 ช่อง arrive: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Table of Contents

หลักการใช้

 Past Simple Tense

   

          

 1.  ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ เกิดขึ้นในอดีตและสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งมักจะมีคำหรือวลีที่บ่งบอกถึงเวลาในอดีตในประโยคเสมอ

เช่น yesterday, last…, …

ago, once, this morning, when I was… และอื่นๆ เช่น

☆ I met a beautiful girl last night.

(ฉันเจอผู้หญิงสวยคนหนึ่งเมื่อคืนนี้)

2.  ใช้แสดงถึงการกระทำที่เป็นนิสัยหรือเกิดขึ้นเป็นประจำในอดีต ซึ่งสิ้นสุดลงแล้ว โดยมักมี Adverbs of Frequency (กริยาวิเศษณ์แสดง

ความถี่)

อยู่ในประโยคด้วย เช่น often, always, sometimes และอื่นๆ ซึ่งมักจะมี Adverb of Time (กริยาวิเศษณ์แสดงเวลา)

ระบุถึงเวลาในอดีตด้วย

เช่น last month, last year และอื่นๆ เช่น

☆ I cooked every night last month.
(ฉันทำอาหารทุกคืนเมื่อเดือนที่แล้ว)
☆  He always cried when he was young.
(เขาร้องไห้เป็นประจำ ตอนเขายังเด็ก)
3.  เราสามารถใช้ “used to + Verb 1” เพื่อให้ความหมายว่า “เคย” เพื่อแสดงถึงการกระทำในอดีตได้ เช่น
☆  I used to eat a lot.
(ฉันเคยกินเยอะมาก่อน)
☆ He used to be naughty.
(เขาเคยเป็นคนเกเรมาก่อน)

ยกตัวอย่างประโยค

  • saw him a few days ago

แปลว่า ฉันเห็นเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน

อธิบาย ถ้าสังเหตุจากประโยคนี้ เราไม่ใช้คำว่า see ที่เป็นกริยาปกติ แต่เราใช้ saw ที่เป็นช่อง2 ของ see เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตว่า เห็นเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน

  • She went to market last week.

แปลว่า เธอไปตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อธิบาย อย่างในประโยคนี้ เราไม่ใช้คำว่า go เพราะเป็นการพูดถึงอดีตที่ผ่านมาในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เราใช้คำว่า went แทน ซึ่งเป็นกริยาช่องที่2 ของคำว่า go

ตาราง Irregular verbs กริยาเปลี่ยนรูปที่ใช้บ่อย

กริยา 3 ช่องมี 2 แบบอย่างที่เรารู้กัน ถ้าใครกำลังหาคำที่ใช้บ่อยเรียงตามลำดับ Top 10 คำ, Top 50 คำ ไปดูกันได้ ตามประเภทของคำกริยา 3 ช่อง ดังนี้เลย

กริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อย 10 คำ – Irregular Verbs (เปลี่ยนรูป)

ช่อง 1
ช่อง 2
ช่อง 3
ความหมาย

Buy
bought
bought
ซื้อ

Beget
begot
begot / begotten
ก่อให้เกิด

Get
got
gotten
ได้

Send
sent
sent
ส่ง

Read
read
read
อ่าน

Take
took
taken
นำไป

Forget
forgot
forgotten
ลืม

Beat
beat
beat
ตี

Eat
ate
eaten
กิน

Write
wrote
written
เขียน

กริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อย 10 คำ – Regular Verbs (เติม -ed)

ช่อง 1
ช่อง 2
ช่อง 3
ความหมาย

Answer
answered
answered
ตอบ (คำถาม) รับ (โทรศัพท์)

Arrive
arrived
arrived
มาถึง ไปถึง

Attend
attended
attended
(เข้าร่วม) ประชุม

Beg
begged
begged
ขอ

Call
called
called
เรียก โทรหา

Change
changed
changed
เปลี่ยน

Clean
cleaned
cleaned
ทำความสะอาด

Cook
cooked
cooked
ทำอาหาร

Cry
cried
cried
ร้องไห้

Dance
danced
danced
เต้นรำ

กริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อย 50 คำ – Irregular Verbs (เปลี่ยนรูป)

ช่อง 1
ช่อง 2
ช่อง 3
ความหมาย

Be
was, were
been
เป็น,อยู่,คือ

Be able
was able
been able
สามารถ

Be down
were down
been down
อ่อนตัว

Bear
bore
born
ทน

Beat
beat
beat
ตี

Beat up
beat
beaten
ซ้อม

Become
became
become
กลายเป็น

Beget
begot
begot / begotten
ก่อให้เกิด

Begin
began
begun
เริ่ม

Bend
bent
bent
หัก, งอ

Beseech
besought
besought
วิงวอน

Beset
beset
beset
โอบล้อมรอบด้าน

Break
broke
broken
แตก, หัก

Bring
brought
brought
นำมา

Buy
bought
bought
ซื้อ

Catch
caught
caught
จับ

Come
came
come
มา

Do
did
done
ทำ

Drink
drank
drunk
ดื่ม

Drive
drove
driven
ขับรถ

Eat
ate
eaten
กิน

Fall
fell
fallen
ล้ม

Feel
felt
felt
รู้สึก

Find
found
found
พบ

Fly
flew
flown
บิน, นั่งเครื่องบิน

Forget
forgot
forgotten
ลืม

Get
got
gotten
ได้

Give
gave
given
ให้

Go
went
gone
ไป

Have
had
had
มี

Hear
heard
heard
ได้ยิน

Know
knew
known
รู้จัก

Learn
learned/learnt
learned/learnt
เรียน

Leave
left
left
ออกจาก

Lose
lost
lost
ทำหาย

Make
made
made
ทำ

Meet
met
met
พบ

Read
read
read
อ่าน

Ride
rode
ridden
ขี่

See
saw
seen
เห็น

Sell
sold
sold
ขาย

Send
sent
sent
ส่ง

Sleep
slept
slept
นอน

Spend
spent
spent
ใช้จ่าย

String together
strung together
strung together
พูดรวมกัน

Take
took
taken
นำไป

Teach
taught
taught
สอน

Tell
told
told
บอก

Wear
wore
worn
สวม

Write
wrote
written
เขียน

กริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อย 50 คำ – Regular Verbs (เติม -ed)

ช่อง 1
ช่อง 2
ช่อง 3
ความหมาย

Abandon
abandoned
abandoned
ละทิ้ง

Abase
abased
abased
ลดตัว

Abbreviate
abbreviated
abbreviated
ตัดทอน

Abdicate
abdicated
abdicated
ทำให้ถอนตัว

Aberrate
aberrated
aberrated
เถลไถล

Abet
abetted
abetted
ให้กำลังใจ

Abhor
abhorred
abhorred
เกลียด

Abjure
abjured
abjured
สละ

Answer
answered
answered
ตอบ (คำถาม) รับ (โทรศัพท)

Arrive
arrived
arrived
มาถึง ไปถึง

Attend
attended
attended
(เข้าร่วม) ประชุม

Beg
begged
begged
ขอ

Call
called
called
เรียก โทรหา

Change
changed
changed
เปลี่ยน

Clean
cleaned
cleaned
ทำความสะอาด

Cook
cooked
cooked
ทำอาหาร

Cry
cried
cried
ร้องไห้

Dance
danced
danced
เต้นรำ

Deliver
deliverd
deliverd
ส่งถึงที่

Die
died
died
ตาย

Drop
dropped
dropped
(น้ำ) หยด

End
ended
ended
จบ

Fix
fixed
fixed
ซ่อม

Hate
hated
hated
เกลียด

Help
helped
helped
ช่วย

Kiss
kissed
kissed
จูบ

Lift
lifted
lifted
ยก

Listen
listened
listened
ฟัง

Live
lived
lived
อาศัยอยู่

Look
looked
looked
มอง

Love
loved
loved
รัก

Move
moved
moved
ย้าย ขยับ

Need
needed
needed
ต้องการ

Paint
painted
painted
วาดภาพ ระบายสี

Plan
planned
planned
วางแผน

Play
played
played
เล่น

Rain
rained
raind
ฝนตก

Return
returned
returned
กลับคืน

Serve
served
served
เสิร์ฟ

Shop
shopped
shopped
จ่ายตลาด

Smoke
smoked
smoked
สูบบุหรี่

Sneeze
sneezed
sneezed
จาม

Snow
snowed
snowed
หิมะตก

Stay
stayed
stayed
พักอาศัย

Stop
stopped
stopped
หยุด

Study
studied
studied
เรียน

Talk
talked
talked
สนทนา

Travel
travelled
travelled
ท่องเที่ยว

Visit
visited
visited
เยี่ยม เที่ยว

Wait
waited
waited
รอ

การตั้งคำถามใน Past simple Tense

สำหรับการตั้งคำถามใน Past simple ที่เกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมาแล้วนี้ เราจะใช้ Did สำหรับ Positive questions และ Didn’t สำหรับ Negative questions ตามด้วย Subject และ Verb infinitive (go, see, buy etc.) หรือกริยาที่เราใช้กันปกตินั่นเอง ไม่ต้องมีการเติม -ed หรือเปลี่ยนรูปใดๆทั้งสิ้น ตามโครงสร้างด้านล่างนี้

สรุป :  Did / Didn’t + Subject + Verb infinitive (go, see, buy etc.)

โครงสร้างประโยคของการตั้งคำถามใน Past Simple Tense

ยกตัวอย่าง

  • A: Did you enjoy the film last night?

B: I didn’t enjoy much. So, I went to the party instead.

A: หนังที่คุณดูเมื่อคืนสนุกไหม

B: ฉันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ฉันก็เลยไปปาตี้แทน

อธิบาย ในประโยคคำถามที่นาย A ถามนั้น เมื่อพูดถึงอดีตหรือในกรณีนี้คือ เมื่อคืนที่ผ่านมา นาย A จะใช้ Did นำหน้าประโยค + Subject + Verb ปกติ เพราะ Did ได้เป็นอดีตไปแล้ว เราจะไม่ใช้  Verb ที่เป็นอดีตซ้ำนะครับ

  • A: Didn’t you do anything at the weekend?

B: Yes, I didn’t do anything.

A: คุณไม่ได้ทำอะไรในวันหยุดเลยหรือ

B: ใช่แล้ว ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย

อธิบาย เมื่อนาย A ถามนาย B ว่า นายไม่ได้ทำอะไรในวันหยุดเลยใช่ไหมในวันหยุด แต่ในประโยคนี้มีการใช้ Didn’t แสดงว่า ต้องเป็นวันหยุดที่ผ่านมาแล้ว และตามโครงสร้างประโยคคือ Did/didn’t + Subject + ด้วย Verb Infinitive นั่นก็คือ do นั่นเอง เราไม่สามารถพูดว่า Didn’t you did อันนี้ผิดนะครับ ไม่สามารถใช้ได้

ประโยคปฏิเสธ หรือ Negative sentences ใน Past simple Tense

พูดถึงเรื่องประโยคปฏิเสธ ในประโยคชนิดนี้ จะเป็น Subject + didn’t + verb infinitive ตลอดเวลานะครับ

สรุป : Subject + didn’t + verb infinitive

โครงสร้างประโยคของ Negative sentence ใน Past simple Tense

ยกตัวอย่าง

  • They didn’t invite her to the party, so she didn’t go.

แปลว่า พวกเขาไม่ได้ชวนเธอไปปาตี้ ดังนั้น เธอจึงไม่ได้ไป

อธิบาย ในประโยคนี้พูดถึงอดีตที่ผ่านมาแล้วและเป็น negative sentence หรือ ประโยคปฏิเสธ จึงใช้ didn’t และตามด้วยกริยาแบบธรรมดาก็คือ invite และ go นั่นเอง

  • I called him but he didn’t answer me.

แปลว่า ฉันโทรหาเขา แต่เขาไม่ได้รับสายฉัน

อธิบาย ในประโยคนี้มีการใช้ Called ก่อน ซึ่งแสดงถึงอดีตที่ได้ทำไปแล้วคือการโทรหา แต่เขาไม่ได้รับสายฉันเป็น Negative เราเลยเติม didn’t ตามด้วย Verb ปกติ นั่นก็คือ answer นั่นเอง

โครงสร้าง ของ is / am / are

I
am
He / She / It / A cat
is
You / We / They / Cats
are

โครงสร้าง ของ Was / Were

I / He / She / It / A cat
was
You / We / They / Cats
were

การใช้ is am are

is am are จะใช้ใน present simple tense และ present continuous tense (ปัจจุบันกาล)  และ is am are จะต้องใช้ให้สอดคล้องกับประธานของประโยค ดังนี้ ถ้าใช้ไม่ถูกตามนี้จะผิดหลักภาษาเขา

I
am
He, She, It, A cat
is
You, We, They, Cats
are

อดีตของ am/is/are

ถ้าในประโยคนั้นเป็น verb to be (am/is/are) เราจะใช้ was/were แทน

past of am/is/are

โครงสร้างของ อดีตของ am/is/are

ยกตัวอย่าง

  • Was the weather good when you were on holiday?

แปลว่า อากาศวันนั้นดีใช่ไหม ตอนที่คุณพักผ่อนในวันหยุดของคุณ

อธิบาย ที่ต้องใช้ Was เพราะว่า กล่าวถึงอดีตที่ได้ผ่านมาแล้วตอนวันหยุดของเขา เราไม่สามารถใช้ Is the weather เพื่อพูดถึงอดีตได้ และ you ตามหลังด้วย were ซึ่งเป็นอดีตเช่นกัน ถ้าเราใช้ When you are on holiday อันนี้ผิดนะครับ

  • They weren’t able to come because they were so tired.

แปลว่า พวกเขาไม่สามารถมาได้เพราะว่าพวกเขาเหนื่อยมาก

-ขอบคุณข้อมูล https://www.enghero.com/  และ https://www.engconvothailand.com/

[Update] Tense – กาล (เวลา) | กริยา 3 ช่อง arrive – NATAVIGUIDES

Post on 16 / 02 / 20

by: English Hero

2.8K viewed

Tense คือ รูปแบบของประโยคที่มีคำกริยา แสดงระบุเวลากำกับการกระทำในขณะที่พูดหรือเรียกสั้น ๆ ในการเรียนหลักภาษาว่า Tense คือ กาล (เวลา) และเรื่อง tense มีความสำคัญอย่างมาก โดยเห็นได้บ่อยๆ คือการนำไปใช้ควบคู่กับเรื่อง กริยา 3 ช่อง

 

โครงสร้างของ 12 Tense และหลักการใช้

 Tense ใหญ่ๆจริงๆมีแค่ 3 Tense เท่านั้นเอง แต่แยกย่อยออกอีก 4 จึงรวมกันได้ 12 tense

  1. Present Tense (ปัจจุบันกาล) กล่าวถึงเรื่องราวในปัจจุบัน
  2. Past Tense (อดีตกาล)กล่าวถึงเรื่องราวในอดีต
  3. Future Tense (อนาคตกาล)กล่าวถึงเรื่องราวในอนาคต

 

1. Present Tense

1.1 Present Simple Tense

โครงสร้าง: S. + V.1(s/es)

หลักการใช้: บอกเล่าข้อเท็จจริงทั่วไป ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ …

ตัวอย่างประโยค:

  • I eat rice everyday. ฉันกินข้าวทุกวัน
  • A dog has four leg. สุนัขมีสี่ขา
  • Bangkok is the capital city of Thailand.  กรุงเทพเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย
  • My class statrs at 9.00 ชั่วโมงเรียนของฉันเริ่มเวลา 9 นาฬิกา

 

1.2 Present Continuous Tense

Tense นี้อีกชื่อหนึ่งคือ Present Progressive Tense

โครงสร้าง: S. + is, am, are + Ving

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้
  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดในอนาคตแน่ๆ

ตัวอย่างประโยค:

  • I am eating rice now.  ฉันกำลังกินข้าวอยู่ตอนนี้
  • A dog is walking. สุนัขกำลังเดิน
  • I’m going to London next week. ฉันกำลังจะไปลอนดอนสัปดาห์หน้า
  • We are visiting our granddad tomorrow. พวกเรากำลังจะไปเยี่ยมปู่พรุ่งนี้

 

1.3 Present Perfect Tense

โครงสร้าง: S. + has, have + V3

หลักการใช้:

  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินเสร็จแล้ว
  • บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินมาได้ในระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างประโยค:

  • I have eaten rice. ผมกินข้าวแล้ว (กินเสร็จแล้ว)
  • She has finished her homework. หล่อนทำการบ้านเสร็จแล้ว
  • I have eaten rice for 20 minutes. ผมกินข้าวมาแล้ว 20 นาที
  • He has lived here since 2000. เขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2000

 

1.4 Present Perfect Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + has, have +been+ Ving

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินมาได้ในระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบันคล้าย present perfect tense แต่เป็นการเน้นย้ำว่าทำอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างประโยค:

  • I have been playing foootball since ฉันเล่นฟุตบอล (อย่างต่อเนื่อง) ตั้งแต่ 8 โมง
  • She has been walking for 30 munites. หล่อนวิ่ง (อย่างต่อเนื่อง) เป็นเวลา 30 นาที
  • Toon has been running for 4 hours. ตูนวิ่ง (อย่างต่อเนื่อง) เป็นเวลา 4 ชั่วโมง)
  • He has been working here since 1999 . เขาทำงานที่นี่ (อย่างต่อเนื่อง)ตั้งแต่ปี 1999 (ไม่เคยย้ายไปไหน)

 

 

2. Past Tense

2.1 Past Simple Tense

โครงสร้าง: S. + V2

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ในอดีต ที่เกิดขึ้น ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง

ตัวอย่างประโยค:

  • I went to school yesterday. ฉันไปโรงเรียนเมื่อวานนี้
  • I ate bananas last week. ฉันกินกล้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
  • My dad washed his car last Sunday. พ่อของผมล้างรถของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว
  • She watched this movie last year. หล่อนดูหนังเรื่องนี้ปีที่แล้ว
  • Sam visited his parents five years ago. แซมไปเยี่ยมพ่อแม่ของเขาเมื่อห้าปีที่แล้ว

 

2.2 Past Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + was, were + Ving

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกขึ้นมา

ตัวอย่างประโยค:

  • I saw a big elephant while I was waling to school . ฉันเห็นช้างตัวหนึ่งขณะที่ฉันกำลังเดินไปโรงเรียน
  • We were eating dinner when dad came home. พวกเรากำลังกินข้าวเย็นอยู่ ตอนที่พ่อมาถึงบ้าน
  • The light went out when they were watching TV. ไฟดับตอนที่พวกเขากำลังดูทีวีอยู่
  • She was taking a bath when I called her. หล่อนกำลังอาบน้ำอยู่ ตอนที่ผมโทรหาหล่อน
  • Sam was driving home when it stated to rain. แซมกำลังขับรถกลับบ้าน ตอนที่ฝนเริมตก

 

2.3 Past Perfect Tense

โครงสร้าง: S. + had + V3

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดแล้วในอดีต ก่อนจะมีอีกเหตุการณ์ตามมา

ตัวอย่างประโยค:

  • I had eaten a pizza before I went to bed.ฉันได้กินพิซซ่า ก่อนที่ฉันเข้านอน (กินก่อน )
  • John called me after I had left. จอห์นโทรหาฉัน หลังจากที่ฉันได้ออกจากบ้านแล้ว
  • All people had gone home when we reached the cinema. คนได้กลับบ้านหมดแล้ว เมือเราไปถึงโรงหนัง
  • They had had dinner before they did homework. พวกเขาได้เขากินข้าว ก่อนพวกเขาทำการบ้าน
  • The train had left when we got to the station. รถไฟออกไปแล้ว ตอนที่เราไปถึงสถานี

 

2.4 Past Perfect Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + had + been +  V3

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เน้นการบอกเวลามากกว่าการกระทำ

ตัวอย่างประโยค:

  • had been waiting for the train for three hours  before it arrived. ฉันได้รอคอยรถไฟเป็นเวลา(ตั้ง) 3 ชั่วโมง (นะ) ก่อนที่มันจะมาถึง
  • We had been walking for one hour when we saw that bird.
    พวกเราได้เดิน (ตั้ง) 1 ชั่วโมง (แน่ะ) ตอนที่พวกเราเห็นนกตัวนั้น
  • They had been playing football for four hours when it started to rain.
    พวกเขาได้เล่นฟุตบอล (ตั้ง) 4 ชั่วโมง ก่อนที่ฝนเริ่มตก (วันนี้เล่นได้นาน ปกติไม่เกินชั่วโมงก็ตกแล้ว)

 

 

3 Future Tense

3.1 Future Simple Tense

โครงสร้าง: S. + will +  V1

หลักการใช้: บอกเล่า คาดการณ์เหตุการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างประโยค:

  • I will go to school tomorrow. ฉันจะไปโรงเรียนพรุ่งนี้ (คิดว่าต้องไป เดี๋ยวหมดสิทธิ์สอบ)
  • I will watch Chin Jang this evening. ฉันจะดูชินจังเย็นนี้ (เพื่อนบอกว่าสนุก จะลองดูหน่อย)
  • You will eat papaya salad tonight. คุณจะกินส้มตำคืนนี้ (รู้สึกอยากๆ กะจะตำกินสักหน่อย)
  • He will clean the car next week. เขาจะล้างรถสัปดาห์หน้า (เขาบอกมา ว่าจะล้าง)
  • She will buy a bike next month. หล่อนจะซื้อจักรยานเดือนหน้า (หล่อนว่าเดือนไปเรียนแล้วเหนี่อย)

 

3.2 Future Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + will +  be + Ving

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอนาคต

ตัวอย่างประโยค:

  • I will be reading books at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะกำลังอ่านหนังสือเวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้
  • At nine o’clock tomorrow, we will be working on farm.พรุ่งนี้เวลา 9 นาฬิกา พวกเราจะกำลังทำงานในฟาร์ม
  • At six oclock, we will be eating dinner with our granddad. เวลา 6 นาฬิกา พวกเราจะกำลังกินข้าวกับปู่ของพวกเรา
  • She will be waiting when you arrive. หล่อนจะกำลังรอคอย เมื่อคุณมาถึง

 

3.3 Future Perfect Tense

โครงสร้าง: S. + will +  have + V3

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดแล้วในอนาคต

ตัวอย่างประโยค:

  • I will have eaten breakfast at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว เวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้
  • Tomorrow morning, we will have finished our project. พรุ่งนี้เช้า พวกเราจะดำเนินโครงการของพวกเราเสร็จแล้ว
  • She will have gone when you arrive. หล่อน(คง)จะไปแล้ว เมื่อคุณมาถึง
  • I will have cleaned the floor when my mom  gets home. ฉัน(คง)จะทำความสะอาดพื้นเรียบร้อยแล้ว ตอนที่แม่มาถึง

 

3.4 Future Perfect Continuous Tense

โครงสร้าง: S. + will +  have + been + V3

หลักการใช้: บอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนิมมาได้ระยะเวลาหนึ่งในอนาคต ก่อนมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามา

ตัวอย่างประโยค

  • I will have been eating breakfast for 30 minutes at 8 o’clock tomorrow.
    ฉันจะได้กำลังกินข้าวเช้าเป็นเวลา 30 นาทีแล้ว ณ เวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้
  • At 10 o’clock tomorrow, we will have been working on farm for two hours.
    เวลา 10 นาฬิกาพรุ่งนี้ พวกเราจะได้กำลังทำงานในฟาร์ม เป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว
  • You will have been waiting for two hours when the plane arrives.
    คุณจะได้กำลังรอ เป็นเวลาสองชั่วโมง กว่าเครื่องบินจะมา

 

 

 


Iiregular Verbs กริยา3ช่อง


ต้นฉบับ ครูเชอรี่ English Bright เรียนอังกฤษในชีวิตประจำวัน
ขอบคุณครับ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Iiregular Verbs กริยา3ช่อง

คำศัพท์อังกฤษ 500 คำกริยา 3 ช่อง: กริยาช่อง1, กริยาช่อง2-3, เติม ing, เติม s,es ประโยคตัวอย่างง่าย ๆ


คำศัพท์อังกฤษ, 500 คำกริยา 3 ช่อง, กริยาช่อง1, กริยาช่อง 2, กริยาช่อง 3, การเติม ing, การเติม s,es, ประโยคอังกฤษตัวอย่างง่าย ๆ
ส่วนที่ 1
คำศัพท์อังกฤษ 500 คำกริยา 3 ช่อง Verb123 +ing+s/es พร้อมคำอ่านภาษาไทย
แยกคำกริยาตาม 10 รูปแบบ การผันรูปกริยา
ฝึกพูดอังกฤษสำเนียงอเมริกัน
สวนที่ 2
วิธีใช้กริยาใน 40 ประโยคสำเร็จรูป +120 ประโยคตัวอย่างที่ใช้บ่อย
ฝึกแต่งประโยคอังกฤษง่ายๆ
Subscribe ► shorturl.at/lrzMV
More videos ► shorturl.at/arvKX

คำศัพท์อังกฤษ 500 คำกริยา 3 ช่อง: กริยาช่อง1, กริยาช่อง2-3, เติม ing, เติม s,es ประโยคตัวอย่างง่าย ๆ

เรียนกริยา 3 ช่อง แต่ละช่องเอาไว้ทำอะไร หน้าที่ by ดร.พี่นุ้ย


ดร.พี่นุ้ย สมิตา หมวดทอง
โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ NuiEnglish
เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาฯ นักเรียนทุน ก.พ. และทุนรัฐบาลอังกฤษ
พขส.2 สถาบันพระปกเกล้า
พคบ.10 กอ.รมน.
The Startup Ready Batch3
http://www.nuienglish.com
http://www.facebook.com/nuienglish

เรียนกริยา 3 ช่อง แต่ละช่องเอาไว้ทำอะไร หน้าที่ by ดร.พี่นุ้ย

AVOID Repeating These 6 Everyday Words in Daily English Conversation – Use Advanced Alternatives


Want to avoid repeating the same words like please, sorry, tired, sad, bored and fine. I teach you advanced alternative vocab to use in conversation. Download the FREE PDF from today’s video: https://bit.ly/6AlternativesPDF
DO YOU WANT TO RECEIVE EMAILS FROM LUCY? Sign up here: https://bit.ly/EmailsFromLucy
Don’t forget to turn on subtitles if you need them! This is how I generate my subtitles (you can get a $10 subtitle coupon too): https://www.rev.com/blog/coupon/?ref=lucy (affiliate)
Visit my website for free PDFs and an interactive pronunciation tool! https://englishwithlucy.co.uk​
MY SOCIAL MEDIA:
Personal Channel: http://bit.ly/LucyBella​​​ (I post subtitled vlogs of my life in the English countryside! Perfect for listening practice!)
Instagram: @Lucy http://bit.ly/lucyinsta​​​​​​​​​​
My British English Pronunciation Course is now LIVE: https://englishwithlucy.co.uk/pronunciationcourse (use code YOUTUBE10 for a 10% discount!)
Do you want to improve your pronunciation? I have launched my British English (Modern RP) pronunciation course! I’ll train you to read phonetic transcriptions, and produce each sound that comprises modern received pronunciation. I’ll also teach you how to implement the correct use of intonation, stress, rhythm, connected speech, and much more. We’ll compare similar sounds, and look at tricky topics like the glottal stop and the dark L.
Technically, I need to mark this as an AD even though it is my own company so AD 🙂
Want to get a copy of my English Vocabulary Planners? Click here: https://shop.englishwithlucy.co.uk The best offer is the 4book bundle where you get 4 planners for the price of 3. This product is very limited don’t miss out. The English Plan will be shipped from early August, from me here in England to you across the world! We ship internationally!
Watch my explainer video here: https://bit.ly/TheEnglishPlanVideo
Practice speaking: Earn $10 free italki credit: https://go.italki.com/englishwithlucy… (ad affiliate)
Improve listening! Free Audible audiobook: https://goo.gl/LshaPp
If you like my lessons, and would like to support me, you can buy me a coffee here: https://kofi.com/englishwithlucy
FREE £26 Airbnb credit: https://www.airbnb.co.uk/c/lcondesa (ad affiliate)
Email for business enquiries ONLY: business@englishwithlucy.co.uk
Edit by Luigi luigi@2wisted.com

AVOID Repeating These 6 Everyday Words in Daily English Conversation - Use Advanced Alternatives

เพลง:เพ้อเจ้อ Ver.กริยา 3 ช่อง [สื่อการสอนภาษาอังกฤษ]


เพลง:เพ้อเจ้อ Ver.กริยา 3 ช่อง [สื่อการสอนภาษาอังกฤษ]
ทำนอง:เพ้อเจ้อ
ขับร้อง:นักเรียนกลุ่มที่ 1
เรียบเรียง:ด.ช.ปิยพัทธ์ คงฤทธิ์
ขอคุณที่รับชมนะค้าบบ🧸🧺✨

เพลง:เพ้อเจ้อ Ver.กริยา 3 ช่อง [สื่อการสอนภาษาอังกฤษ]

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่LEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ กริยา 3 ช่อง arrive

See also  interest ออกเสียงว่า แปลว่า อะไร แปลภาษาอังกฤษเป็นไทย By ENCONCEPT Dictionary | ตัวอย่าง ประโยค interested

Leave a Reply

Your email address will not be published.