Home » [NEW] หลักการใช้ Past Simple Tense ง่ายมากๆ ใช้กริยาเดียวกันหมดเลย – NSRU BLOG | ประโยค บอก เล่า past simple – NATAVIGUIDES

[NEW] หลักการใช้ Past Simple Tense ง่ายมากๆ ใช้กริยาเดียวกันหมดเลย – NSRU BLOG | ประโยค บอก เล่า past simple – NATAVIGUIDES

ประโยค บอก เล่า past simple: คุณกำลังดูกระทู้

Past Simple Tense คืออะไร มีหลักการใช้อย่างไร และโครงสร้างของประโยคเป็นอย่างไร : Past Simple Tense คือ อดีตกาลธรรมดา เอาไว้เล่าเรื่องราวหรือเหตุการณ์ในอดีต โครงสร้างของประโยคก็ง่ายๆคือ ประธานตามด้วยกริยาช่อง 2 ไม่ว่าประธานตัวใดก็ตาม

past simple tense

Table of Contents

past simple tense คืออะไร

  • Past  พาสท แปลว่า อดีต
  • Simple  ซิ๊มเพิล  แปลว่า ธรรมดา
  • Tense เท็นส์ แปลว่า กาล
  • Past Simple Tense  คือ อดีตกาลธรรมดา  บ้างก็เรียก Simple Past

โครงสร้าง past simple tense

  • S + V 2 (Subject + Verb ช่อง 2)
  • ประธาน + กริยาช่อง 2

SubjectVerb (2)I, You, He, She, It, We,theyatewentdrank

หลักการใช้ past simple tense

Past Simple Tense ถือว่าง่ายที่สุดเลยเพราะการเล่าเรื่องในอดีต ภาษาอังกฤษนั้น ประธานทุกตัวใช้กริยาช่องสองเหมือนกัน (เว้น was ใช้กับประธานเอกพจน์, were ใช้กับประธานพหูพจน์) ให้จำหลักสำคัญของ Tense นี้ไว้ว่า เป็นการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต และก็จบลงไปแล้วด้วย ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

1. ใช้เล่าเหตุการณ์ในอดีต ที่จะระบุเวลากำกับ หรือรู้กันดีว่ามันเกิดในอดีต

1.1 เล่าเหตุการณ์ที่มีเวลากำกับ คำกำกับเวลาที่พบบ่อย ได้แก่

– yesterday  เย็สเตอเด  เมื่อวาน
– last + เวลา/ วัน/ สัปดาห์/ เดือน/ฤดู/  ปี เช่น

  • last hour ลาสท เอาเวอะ ชั่วโมงที่แล้ว
  • last night ลาสทไนท คืนที่แล้ว
  • last Monday ลาสท มันเด จันทร์ที่แล้ว  last Tuesday อังคารที่แล้ว……
  • last month ลาสท มันธ เดือนที่แล้ว
  • last Christmas ลาสท คริสมัส คริสต์มาสที่แล้ว
  • last Summer ลาสท ซัมเมอะ หน้าร้อนที่แล้ว Last winter ลาสท วินเทอะ หน้าหนาวที่แล้ว
  • last year ลาสท เยีย ปีที่แล้ว

– วินาที / นาที/ ชั่วโมง/ วัน/ สัปดาห์/ เดือน/ ปี + ago เช่น

  • ten seconds ago เท็น เซเคินส อะโก สิบวินาทีที่แล้ว
  • Five minutes ago ไฟฟ มินนิทส อะโก ห้านาทีที่แล้ว
  • Three day ago ธรีเดส อะโก สามวันที่แล้ว
  • Two weeks ago สองสัปดาห์ที่แล้ว
  • one month ago หนึ่งเดือนที่แล้ว (เท่ากับ last month)
  • four years agoฟอเยียส อะโก สี่ปีที่แล้ว

ตัวอย่างประโยค past simple tense

ประโยคบอกเล่า

ประโยคบอกเล่าใน past simple tense คือ ประธานตามด้วยกริยาช่อง 2 กับประธานทุกตัว

saw Jane at the bank yesterday. ฉันพบเจนที่ธนาคารเมื่อวาน

went to Jim’s party lastnight. ฉันไปงานเลี้ยงของจิมคืนที่แล้ว

We studied math last Friday. พวกเราเรียนคณิตวันศุกร์ที่แล้ว

He bought a radio last month. เขาซื้อวิทยุเดือนที่แล้ว

She came to my house last year. หล่อนมาบ้านฉันปีที่แล้ว

It rained two days ago. ฝนตกสองวันที่แล้วThey ate dinner two hours ago.

พวกเขากินอาหารเย็นสองชั่วโมงที่แล้วJane met Jo ten days ago. เจนพบโจสิบวันที่แล้ว

The bus arrived thirty minutes ago. รถบัสมาถึงสิบนาทีที่แล้ว

cleaned my room two weeks ago. ผมทำความสะอาดห้องสองสัปสัปดาห์ที่แล้ว

My dog died two years ago. หมาฉันตายสองปีที่แล้ว

was at school yesterday. ฉันอยู่ที่โรงเรียนเมื่อวาน

They were at home last weekend. พวกเขาอยู่บ้านเมื่อวันอยุดสุดสัปดาที่แล้ว

We had two cups of coffee this morning. พวกเราดื่มกาแฟสองถ้วยเมื่อเช้านี้

ประโยคปฏิเสธ

ประโยคปฏิเสธใน past simple tense ให้เอา did not  หรือ didn’t นำหน้ากริยาหลัก และกริยาหลักให้เปลี่ยเป็นช่องที่ 1 โดยไม่ต้องเติม s หรือ es

din’t see Jane at the bank yesterday. ฉันไม่ได้พบเจนที่ธนาคารเมื่อวาน

didn’t go to Jim’s party lastnight. ฉันไม่ได้ไปงานเลี้ยงของจิมคืนที่แล้ว

We did not study math last Friday. พวกเราไม่ได้เรียนคณิตวันศุกร์ที่แล้ว

See also  [Update] ประโยคเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษ Comparative ฉบับสมบูรณ์ | การ เปรียบเทียบ comparison - NATAVIGUIDES

He did not buy a radio last month. เขาไม่ได้ซื้อวิทยุเดือนที่แล้ว

She didn’t come to my house last year. หล่อนไม่ได้มาบ้านฉันปีที่แล้ว

ประโยคคำถาม

ประโยคคำถามใน past simple tense ให้เอา Did  น้ำหน้าประโยค หรือ Didn’t ถ้าเป็นคำถามแบบปฏิเสธ และกริยาหลักให้ใช้ช่องที่ 1 โดยไม่ต้องเติม s หรือ es

Did you see Jane at the bank yesterday. คุณได้พบเจนที่ธนาคารเมื่อวานไหม
Yes, I did. ใช่่ ฉันได้พบ

Did you go to Jim’s party lastnight. คุณได้ไปงานเลี้ยงของจิมคืนที่แล้วไหม
No, I didn’t. ไม่ ฉันไม่ได้ไป

Did they study math last Friday. พวกเราได้เรียนคณิตวันศุกร์ที่แล้วไหม
Yes, they did. ใช่ พวกเขาเรียน

Didn’t he not buy a radio last month. เขาไม่ได้ซื้อวิทยุเดือนที่แล้วใช่ไหม
Yes, he did. ใช่ เขาซื้อ

Didn’t she come to my house last year. หล่อนไม่ได้มาบ้านฉันปีที่แล้วใช่ไหม
No, she didn’t. ไม่หล่อนไม่ได้มา

1.2 เล่าเหตุการณ์ที่ไม่มีเวลากำกับก็ได้แต่รู้กันดีว่าพูดถึงเรื่องในอดีต เช่น

Sam : Did you go to the party lastnight. คุณไปงานปาร์ตี้ใช่ไหมคืนที่แล้ว (มีคำว่า last อดีตแน่นอน)

Sim: Yes. It was the great party. I saw Jim and Jo. I drank a lot of cola and ate  lots of pizza.
ใช่ มันเป็นปาร์ตี้ที่ยอดเยี่ยม ฉันเห็นจิมและโจ ฉันดื่มน้ำอัดลมเยอะมาก และฉันกินพิซซ่าเยอะมาก

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าซิมไม่ได้ใช้เวลาระบุเหตุการณ์ในอดีตเลย ทั้งนี้คนถามได้ระบุแล้วเรียบร้อยนั่นเอง

คำบ่งบอกความถี่ เช่น always,  sometimes, never เป็นต้น

  • She always went to school late last month.
    หล่อน ไป โรงเรียน สาย เสมอ เมื่อเดือน ที่แล้ว (เดือนนี้ไม่มาสายแล้ว)
  • We sometimes watched movies at home last year.
    เรา ดู หนัง ที่ บ้าน เป็นบางครั้ง เมื่อปี ที่แล้ว (ปีนี้ไปดูที่โรงหนังอย่างเดียว)
  • I never read books in the evening last month.
    ฉัน ไม่เคย อ่าน หนังสือ ใน ตอนค่ำ เมื่อเดือน ที่แล้ว (เดือนนี้ต้องอ่านเพราะใกล้สอบแล้ว)

3. ใช้เล่านิทาน ส่วนใหญ่จะมีคำว่า Long time ago หรือ Once upon a time (นานมาแล้ว)

ตัวอย่างการใช้ Past Simple Tense ในนิทาน

THE LITTLE MERMAID ตำนานรักธิดาสมุทร

The sea king lived in under the sea.

ราชาแห่งท้องทะเลอาศัยอยู่ในทะเล

His palace was made of shells and sparkling stones.

ปราสาทของเขาทำจากเปลือกหอยและที่ที่เปล่งประกายแวววับ

His mother and six daughters also lived with him.

แม่และลูกสาวของเขาก็อาศัยอยู่กับเขาด้วย

All his daughters were beautiful but his young daughter was the most beautiful.

ลูกสาวทุกคนของเขาสวย แต่ลูกสาวคนเล็กสวยที่สุด

She was not like the others. Her sisters liked to play.

เธอไม่เหมือนคนอื่น พี่ๆของเธอชอบเล่น

But she liked to listen to stories.

JACK AND THE BEANSTALK แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์

Once upon a time there was a boy called Jack.

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มี เด็กชาย คนหนึ่ง ชื่อว่า แจ๊ค

He lived with his mother.

เขา อาศัยอยู่ กับ แม่ ของเขา

They were very poor.

พวกเขา จน มาก

All they had was a cow.

สิ่งที่ พวกเขา มี คือ วัว หนึ่งตัว

One morning, Jack’s mother told Jack to take their cow to market and sell her.

เช้าวันหนึ่ง แม่ของแจ็ค บอก แจ็ค ให้ เอา วัว ไปตลาด และขาย มัน

On the way, Jack met a man. He gave Jack some magic beans for the cow.

ขณะเดินทาง แจ็ค พบ ชาย คนหนึ่ง เขา ให้ เมล็ดถั่ว วิเศษ แก่แจ็ค เพื่อแลก วัว

Jack took the beans and went back home.

Time Line เส้นเวลา ใน Past Simple Tense

มาดูไทม์ไลน์กันเลยครับ ที่บอกว่า present simple tense ใช้ “บอกกล่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึนในอดีต” นั้นเป็นเช่นไร

  • สีดำคือ อดีตที่หมองหม่น
  • สีส้มคือปัจจุบันที่สดใส
  • สีชมพู คือ อนาคตที่เรืองรองผ่องอำไพ
  • ลูกศรสีขาวไซร้คือเหตุการณ์
  • จุดสีแดงคือ เวลาในอดีต  สังเกตจุดสีแดงให้ดีนะครับ มันมีแค่จุดเดียว และมันจะอยู่ตรงไหนก็ได้ ขอให้เป็นอดีต นับตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่แล้วเป็นต้นไป และไม่เกี่ยวข้องกับปัจจุบันแล้วเด็ดขาด

สรุปว่าถ้านักเรียนต้องการสื่อเรื่องราวอะไรสักอย่าง ที่มันเป็น “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่งในอดีต” ให้ใช้ Past Siple Tense อดีตกาลธรรมดา

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก: https://ภาษาอังกฤษออนไลน์.com/หลักการใช้-past-simple-tense/

[Update] การใช้ประโยคอธิบายเหตุการณ์ในอดีต (Past simple tense) | ประโยค บอก เล่า past simple – NATAVIGUIDES

เนื้อหาเรื่อง การใช้ประโยคอธิบายเหตุการณ์ในอดีต 

(Past simple tense)

Past Simple Tense คือประโยคที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว และจบลงแล้ว   ขอให้สังเกตความแตกต่างระหว่างประโยคที่ที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับประโยคที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและจบลงแล้ว ในอดีต

 ประโยค present tense : I get up at 6.30 am. everyday.

(ฉันตื่นนอนเวลาหกโมงครึ่งทุกวัน)

ประโยค past tense : I got up at 8.00 am. yesterday.

(เมื่อวานนี้ ฉันตื่นนอนแปดโมงเช้า)

จากประโยคสองประโยคข้างบน จะเห็นว่า มีความแตกต่างกันสองส่วนคือ

 ประโยค

Present tense

Past tense

คำกริยา

get

got

คำที่บอกเวลา

everyday

yesterday

โครงสร้าง  S + V2 +ส่วนขยาย

I

went out  last night.

We

cooked yesterday.

He/she it

moved out two weeks ago

You

worked late last week.

They

left the day before yesterday.

 

 คำหรือวลีที่ใช้ใน past tense

คำบอกเวลา เช่น

            yesterday (เมื่อวานนี้) the day before yesterday    (เมื่อวานซืนนี้)

last week  (หรือคำอื่นๆที่ ใช้ last นำหน้า  เช่น last year,  last month, etc.)

four weeks ago (หรือคำอื่นๆที่ ใช้ ago ลงท้าย  เช่น ten years ago, two
hours ago, etc.)

คำเหล่านี้มักจะวางไว้ท้ายประโยค  หรืออาจ วางไว้หน้าประโยคก็ได้    เช่น

            I washed my car  two weeks ago.หรือ Two weeks ago,I washed my car .

(ฉันล้างรถเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว)

            She went to Korea last month.   หรือ  Last month, She went to Korea.

(หล่อนไปเกาหลีเมื่อเดือนที่แล้ว)

หลักการใช้
          1. ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และสิ้นสุดแล้ว มี  คำหรือวลีที่
บอกเวลาในอดีตกำกับด้วย เช่น
I saw you yesterday. (ฉันเห็นคุณเมื่อวานนี้)                                      ประธาน    –   I         กริยา – saw            คำหรือวลีที่ บอกเวลา   – yesterday.

He worked in Paris last year. (เขาทำงานที่ปารีสเมื่อปีที่แล้ว)  ประธาน    –  He         กริยา – worked     คำหรือวลีที่ บอกเวลา   – last year
2. ใช้อธิบายเหตุการณ์หนึ่งซึ่งกระทำเป็นประจำในอดีต แต่บัดนี้ไม่ได้ทำอีก เช่น
                When I was young, I walked to school everyday.
               (เมื่อฉันยังยังเด็ก ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน) ปัจจุบันนี้เขาไม่ได้เดินไปโรงเรียนแล้ว    When I  was young –  เป็นข้อความที่บอกเวลาในอดีต   ข้อความนี้เรียกว่า dependent clause ซึ่งเป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์ในตัวเองต้องพึ่งพาประโยคอื่น จึงจะมีความหมายสมบูรณ์  ไม่สามารถใช้เพียงลำพังได้  คำกริยาที่ใช้ในข้อความนี้ ต้องอยู่ในรูปของ อดีต (“was” เป็น รูป อดีต ของ “is”)  ส่วน ประโยคหลัก     “I walked to school everyday”  –  I   ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค     walked to  (เดินไปยัง) เป็นกริยาที่บอกการกระทำในอดีต    school (โรงเรียน) ทำหน้าที่เป็นกรรม     everyday (ทุกวันในอดีต)   ทราบจากข้อความที่บอกว่า  When I was young.
การกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต คือในเวลาที่ล่วงเลยมาแล้ว โดยปกติเราจะพบ Adverbs of Time ที่บอกเวลาอดีตกำกับไว้เสมอ เช่น
  yesterday  (เมื่อวานนี้)      this morning  (เมื่อเช้านี้)     the day before yesterday (เมื่อวานซืนนี้)

คำที่ขึ้นต้นด้วย “last”   เช่น  last night ( เมื่อคืนที่แล้ว)    last week   (สัปดาห์ที่แล้ว)    last month  (เดือนที่แล้ว)  last Saturday  (วันเสาร์ที่แล้ว)           last January  (เดือนมกราคมที่แล้ว)
                        คำที่ลงท้ายด้วย “ago”  เช่น  a month ago (เมื่อเดือนที่ผ่านมาแล้ว)                  two years ago  (สองเดือนที่ผ่านมาแล้ว)          five hours ago  (ห้าชั่วโมงที่ผ่านมาแล้ว)            six weeks ago (หกสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว)    a moment ago   (เมื่อสักครู่นี้)  เวลาซึ่งเป็นปี ค.ศ. ในอดีต    ขึ้นต้นด้วย  “in”   เช่น    in 1999                                 

รูปประโยคบอกเล่า  (Affirmative Sentence)
ประธาน + กริยาช่องที่ 2 (โดยการเปลี่ยนรูป หรือ เติม ed)

Present Simple
Past Simple

He plays football every day
He played football yesterday.

walk to work every day.
walked to work ten years ago.

She washes her clothes herself every day.
She washed her clothes herself last year.

หลักการเติม ed ที่คำกริยา

1. กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย เช่น

love – loved = รัก                   move – moved= เคลื่อน

hope – hoped = หวัง

2. กริยาที่ลงท้าย ด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น I แล้วเติม ed เช่น

cry – cried = ร้องไห้             try – tried = พยายาม

marry – married = แต่งงาน

ข้อยกเว้น ถ้าหน้า y เป็นสระ ให้เติม ed ได้เลย เช่น

play – played = เล่น            stay – stayed = พัก , อาศัย

enjoy – enjoyed = สนุก        obey – obeyed = เชื่อฟัง

3. กริยาที่มีพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียวให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น

plan – planned = วางแผน     stop – stopped = หยุด

beg – begged = ขอร้อง

4. กริยาที่มี 2 พยางค์ แต่ลงเสียงหนักพยางค์หลัง และพยางค์หลังนั้น มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น

concur – concurred = ตกลง, เห็นด้วย          occur – occurred = เกิดขึ้น

refer – referred = อ้างถึง                           permit – permitted = อนุญาต

 ถ้าออกเสียงหนักที่พยางค์แรก ไม่ต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้ายเข้ามา เช่น

cover – covered = ปกคลุม                        open – opened = เปิด

5. นอกจากกฏที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อต้องการให้เป็นช่อง 2 ให้เติม ed ได้เลย เช่น

walk – walked = เดิน                              start – started = เริ่ม

worked – worked = ทำงาน

ประโยคคำถาม (Interrogative)   

            1. ประโยคที่มีกริยา verb to be ( was, were )    เมื่อต้องการเปลี่ยนประโยคประเภทนี้ให้เป็น คำถาม ให้ย้าย verb to beมาวางไว้หน้า  แล้วใส่เครื่องหมาย “?” ท้ายประโยค  เช่น

ประโยคบอกเล่า

ประโยคคำถาม

He was  at school yesterday.
Was he at school yesterday?

They were at home   yesterday.
Were they were at home   yesterday ?

2. ประโยคประเภทอื่นๆที่ไม่อยู่ในกฎข้อ 1  เมื่อต้องการทำเป็น past tense ให้ใช้กริยา “Did” มาช่วย  และเมื่อใช้กริยา “Did” มาช่วยแล้ว  กริยาเดิมในประโยคคำถามต้องเปลี่ยนรูปให้เป็นกริยาช่องที่ 1 ด้วย
                          Did + ประธาน + กริยารูปเดิม+ ส่วนขยาย

ประโยคบอกเล่า

ประโยคคำถาม

He walked to work yesterday.
Did he walk to work yesterday?

They worked late last night.
Did they work late last night?

Rob did the exercise last week.
Did Rob do the exercise last week?

สำหรับตัวอย่างในประโยคสุดท้าย คำกริยา “ did ” เป็นกิริยาช่วย ในการเปลี่ยนประโยคให้เป็น past tense นั้น ไม่มีคำแปล  แต่ “ did ” ซึ่ง เป็นกริยาแท้ในประโยคบอกเล่า มีความหมายว่า  “ ทำ ” เมื่อใช้ “ did ” มาช่วยแล้ว ” “ did ” ซึ่ง เป็นกริยาแท้ต้องเปลี่ยนกลับไปเป็น “ do”

 ประโยคปฏิเสธ (Negative)   

สำหรับประโยคแบบที่ 1  ให้เติม  “not” หลังกริยาได้เลย  เช่น

ประโยคบอกเล่า

ประโยคปฏิเสธ

He was at work yesterday.
He was not at work yesterday.

They were at the party last night.
They were not at the party last night.

ในประโยคปฏิเสธ, was not  หรือ were not สามารถเขียนแบบย่อได้
            was not   เขียนย่อได้ เป็น   wasn’t          were not  เขียนย่อได้ เป็น  weren’t           

ส่วนประโยคแบบที่ 2 ให้ใช้กริยา “ did ” เข้ามาช่วย แล้วเติม “not” ท้ายคำว่า  “ did ” (หรือใช้รูปย่อ : didn’t  ก็ได้)
ประธาน + didn’t + กริยารูปเดิม+ ส่วนขยาย

ประโยคบอกเล่า

ประโยคปฏิเสธ

ประโยคคำถาม

He walked to work yesterday.
He didn’t walk to work yesterday.
Did he walk to work yesterday?

They worked late last night.
They didn’t work late last night.
Did they work late last night?

  


สรุปวิธีใช้ Past Simple Tense แบบเข้าใจง่ายๆ


สรุปวิธีใช้ Past Simple Tense แบบเข้าใจง่ายๆ
คลิปนี้แยกมาจากคลิป \”Past Simple Tense ใช้ตอนไหน \u0026 แบบฝึกหัดท้ายบท\” เพื่อให้สะดวกแก่ผู้ชมที่ต้องการแยกศึกษาเฉพาะหลักการใช้ในคลิปเดียวค่ะ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

สรุปวิธีใช้ Past Simple Tense แบบเข้าใจง่ายๆ

Past simple VS Past continuous ใช้กับอดีตทั้งคู่ แต่ใช้ต่างกันยังไง | Eng ลั่น [by We Mahidol]


Past simple กับ Past continuous ใช้กับอดีตทั้งคู่ แต่ใช้ต่างกันยังไง?
หลายคนมักสับสนกับ 2 tense นี้
Past simple ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น I studied for exams.
Past Continuous ใช้เฉพาะเจาะจงเวลา เน้นความต่อเนื่องของเหตุหารณ์ เช่น I was studying for exams.
วันนี้พี่คะน้า รุ่นพี่วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล จะมาสรุปความแตกต่างให้ทุกคนฟังแบบเข้าใจง่าย ไปดูกัน
WeMahidol Mahido Engลั่น PastSimple PastContinuous
YouTube : We Mahidol
Facebook : http://www.facebook.com/wemahidol
Instagram : https://www.instagram.com/wemahidol/
Twitter : https://twitter.com/wemahidol
TikTok : https://www.tiktok.com/@wemahidol
มหาวิทยาลัย มหิดล Mahidol University : https://www.mahidol.ac.th/th/
Website : https://channel.mahidol.ac.th/

Past simple VS Past continuous ใช้กับอดีตทั้งคู่ แต่ใช้ต่างกันยังไง | Eng ลั่น [by We Mahidol]

past simple tense ประโยคบอกเล่า คำถาม ปฏิเสธ หลักการใช้ ข้อสอบออกอะไร by ดร.พี่นุ้ย


เรียนภาษาอังกฤษ
ดร.พี่นุ้ย สมิตา หมวดทอง
โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ NuiEnglish
เกียรตินิยมอันดับ 1 อักษร จุฬาฯ
นักเรียนทุน ก.พ. และทุนรัฐบาลอังกฤษ
พสบ. 26 กองทัพบก
พขส.2 สถาบันพระปกเกล้า
FA 7 สถาบันพระปกเกล้า
พคบ.10 กอ.รมน
กรรมการสงเคราะห์ สถานพินิจสมุทรสาคร
The Startup Ready Batch3
SIP 44 ธนาคารกรุงเทพ
http://www.nuienglish.com
http://www.facebook.com/nuienglish

past simple tense ประโยคบอกเล่า คำถาม ปฏิเสธ หลักการใช้ ข้อสอบออกอะไร by ดร.พี่นุ้ย

ประโยคบอกเหล้า – วงล่องลอย [Official MV]


เพลง : ประโยคบอกเหล้า
ศิลปิน : วงล่องลอย
คำร้อง : แบงค์ ล่องลอย (ปัญญาวิทย์ นัจสิทธิ์)
ทำนอง : แบงค์ ล่องลอย (ปัญญาวิทย์ นัจสิทธิ์)
เรียบเรียง : วงล่องลอย,สุเทพ หะขุนทด
ดนตรี : อัดสดทุกชิ้น
เสียงประสาน : วงล่องลอย
Record room : Kumpapan record
Produced : สุเทพ หะขุนทด
Mixed Down : จุมภฏ ธรรมธารทอง
Mastered : Stucools Mastering Studio
ติดต่องานเเสดง 0650959222 , 0833512747 , 0819758239
เนื้อเพลง
ตื่นมาบนโลกกับความเวียนวน
ที่ต้องทุกทนกับคนกับคนที่ใจวนเวียน
จากคนที่เคยร่วมทุกข์ ร่วมสุขร่วมเตียงวันนี้ไม่มีอีกแล้ว
ออกตามหาวิธีลืมเขา จะทำทุกอย่างให้เราไม่คิดกลับไป
แต่ยิ่งทำเท่าไร แต่ใจ กลับยิ่งคิดถึงเขา
มีบางอย่างหลายคนมองต่างกันไป
เล่าในแก้วใสๆมันจะทำให้ลืมได้จริงๆหรือ
เมาหนักๆ เช้ามายังทรมาณ
หัวหนักๆสายๆ ยังมีอาการ
โอ้ยมันหนักข้าวปลา ไม่รับประทาน
แฮงค์ ทรมาณอย่างนี้ โอ้…โอ
รักมากไปก็ต้องเจ็บช้ำ
แต่เจ็บเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้จักจำ
เหมือนทีเรา มาเมามาชนแก้วกัน
แม้รู้ว่ามันต้องทรมาณ
มีบางอย่างหลายคนมองต่างกันไป
เหล้าในแก้วใสๆมีอะไรอีกมุมให้ได้รู้
เมาหนักๆเช้ามายังทรมาณ
หัวหนักๆสายๆ ยังมีอาการ
โอ้ยมันหนักข้าวปลา ไม่รับประทาน
แฮ๊งหนักๆ แฮ๊งจนเสียงานเสียการ
เจ็บกับอกหักก็เพราะรัก เธอมากไป
ยอมเสียหลักเสียคน เสียตัวเสียใจ
เป็นการบ่งบอกว่าอะไรที่มากไป
จะช้ำทรมาณอย่างนี้. โอ้ว… ทุกทีไป
เมายังไง หนักแค่ไหน อย่างไร เดี๋ยวมันก็ส่าง
รักยังไง เจ็บเท่าไหร่ แค่ไหน เดี๋ยวมันก็จาง
Solo
เมาหนักๆเช้ามายังทรมาณ
หัวหนักๆสายๆ ยังมีอาการ
โอ้ยมันหนักข้าวปลา ไม่รับประทาน
แฮงค์หนักๆ แฮค์จนเสียงานเสียการ
เจ็บกับอกหักก็เพราะรัก เธอมากไป
ยอมเสียหลักเสียคน เสียตัวเสียใจ
เป็นการบ่งบอกว่าอะไรที่มากไป
จะช้ำทรมาณอย่างนี้. โอ้ววว.
เมาหนักๆเช้ามายังทรมาณ
หัวหนักๆสายๆ ยังมีอาการ
โอ้ยมันหนักข้าวปลา ไม่รับประทาน
แฮงค์หนักๆ แฮงค์จนเสียงานเสียการ
เจ็บกับอกหักก็เพราะรัก เธอมากไป
ยอมเสียหลักเสียคน เสียตัวเสียใจ
เป็นการบ่งบอกว่าอะไรที่มากไป
จะช้ำทรมาณอย่างนี้. โอ้ว… ทุกทีไป
ประโยคบอกเหล้า เออน่าเรคคอร์ด ไม่จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ อารมณ์โปรดักชั่น
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
🎧 ประโยคบอกเหล้า วงล่องลอย
Digital Download 49228231
AppleMusic :: https://itunes.apple.com/th/album/1458712046
Spotify :: https://open.spotify.com/track/4aZPavdOn0m2sc9sJvik2j?si=FKsOqn1tSHeXyfJHbHDpEg
JOOX :: https://www.joox.com/th/album/6597628
Tidal :: https://tidal.com/track/107095543
TrueMusic :: https://www.truemusic.com/mcservice/sharelink/index.jsp?ContentType=5\u0026ContentID=6010511000612914\u0026K=MjU1MzMwNTY%3D
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook
https://m.facebook.com/EurnarRecord/
ทีมงานถ่ายทำ
https://www.facebook.com/ArromProduction1711852792440412/

ประโยคบอกเหล้า - วงล่องลอย [Official MV]

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.2 เรื่อง Past Tense ที่มี Time expressions ในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.2 เรื่อง Past Tense ที่มี Time expressions ในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ประโยค บอก เล่า past simple

Leave a Reply

Your email address will not be published.