Skip to content
Home » [NEW] หลักการใช้ is am are การเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นปฏิเสธ คำถาม มีหลักการดังนี้ | yes i am แปลว่า – NATAVIGUIDES

[NEW] หลักการใช้ is am are การเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นปฏิเสธ คำถาม มีหลักการดังนี้ | yes i am แปลว่า – NATAVIGUIDES

yes i am แปลว่า: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

106

SHARES

Facebook

Twitter

is am are แปลว่า เป็น อยู่ คือ แต่บางทีก็ไม่ต้องแปลนะครับ แบบไหนแปลว่าเป็นหรือคือ แบบไหนแปลว่าอยู่ และแบบไหนที่ไม่ต้องแปล เดี๋ยวมาไล่เรียงกันทีละตัวกันเลย

Table of Contents

หลักการใช้ is am are

การใช้ is am are

ความหมายของ is am are

  • is am are + สถานที่ แปลว่า อยู่
    I am at home. ฉัน อยู่ ที่ บ้าน
  • is am are + คำนาม แปลว่า เป็น หรือ คือ
    I am a boy. ฉัน เป็น เด็กผู้ชาย
  • is am are + คำคุณศัพท์ ไม่ต้องแปล
    I am beautiful. ฉัน สวย

 is am are จำง่ายๆว่า หนึ่งคนใช้ is หลายคนใช้ are ส่วน I ใช้ am

โครงสร้าง is am are

I
am
He, She, It, A cat
is
You, We, They, Cats
are

หลักการใช้ is am are

Is Am Are ใช้ใน Tense ต่างๆ ซึ่งการจะแปลความหมายนั้นต้องพึงระวังนิดหนึ่ง เพราะบางทีมันเป็นแค่กริยาช่วย ซึ่งไม่ต้องแปลแต่อย่างใด มาดูหลักการนำไปใช้กันเลย

1. ใช้ใน Present Simple Tense   

  • is am are แปลว่า เป็น อยู่ คือ  
  • ประธาน+ is, am, are 

I am a student. ผมเป็นนักเรียน (student = นาม)
He is in the room. เขาอยู่ในห้อง (room = นาม)
We are tigers. พวกเราคือเสือ (tigers = นาม)

  • แต่บางครั้ง is am are ไม่ต้องแปล  (ประธาน+ is, am, are, + คุณศัพท์

I am tall. ผมสูง (tall = คุณศัพท์)
She is short. หล่อน เตี้ย ( short= คุณศัพท์)
They are smart. พวกเขาเทห์ ( smart=คุณศัพท์)

2. ใช้ใน Present Continuous  (เรียนรู้เต็มๆในเรื่อง Present continuous)

  • is am are อย่าแยกแปล ให้แปลควบกับคำกริยาที่เติม ing  แปลว่า กำลัง…
  • ประธาน+ is, am, are  + กริยาเติม ing

I am eating. ผม กำลังกิน
He is running. เขา กำลังวิ่ง
We are swimming. พวกเรากำลังว่ายน้ำ

3. ใช้ใน Passive Voice ของ Present Simple Tense (บทเรียนขั้นสูง)   

  • is am are อย่าแยกแปล ให้แปลควบกับคำ กริยาช่อง 3 แปลว่า ถูก…
  • ประธาน+ is, am, are + กริยาช่อง 3

Rice is grown by Thai people.
ข้าวถูกปลูกโดยคนไทย

Rice is grown in China, India, Thailand, Vietnam etc.
ข้าวถูกปลูกในประเทศจีน อินเดีย ไทย เวียดนาม และอื่นๆ

การย่อรูป

I am = I’m ( ไอ แอม = ไอม)
I am not = I’m not (ไอ แอม น็อท = ไอม น็อท)

He is = He’s (ฮี อิส = ฮีส)
He is not = He’s not/ He isn’t ( ฮี อิส น็อท = ฮีส น็อท / ฮี อิสเซินท)

She is = she’s (ชี อิส = ชีส)
She is not = She’s not/ She isn’t (ชี อิส น็อท = ชีส น็อท/ ชี อิสเซินท)

It is = It’s (อิท อิส = อิทส)
It is not = It’s not/ It isn’t (อิท อิส น็อท = อิทส น็อท / อิท อิสเซินท)

You are = You’re (ยู อา = ยัว)
You are not = You’re not / You aren’t (ยู อา น็อท = ยัว น็อท / ยู อ้านท)

We are = We’re (วี อา = เวีย)
We are not = We’re not / We aren’t (วี อา = เวีย น็อท / วี อ้านท)

They are = They’re (เด อา = แด)
They are not = They’re not / They aren’t  (เด อา น็อท = แด น็อท / เด อ้านท)

ประโยคบอกเล่า

  • ประโยคบอกเล่าจะเป็นโครงสร้างธรรมดา คือ ประธาน + is, am, are + ส่วนขยาย (นาม, คุณศัพท์)

โครงสร้าง

I
am
a doctor.
He, She, It, A cat
is
tall.
You, We, They, Cats
are
from Thailand.

I am a doctor. ผมเป็นหมอ

He is smart. เขาเท่ห์
She is a girl. หล่อนเป็นผู้หญิง
It is a dog. มันเป็นหมา
A cat is black. แมวสีดำ

You are my friend. คุณเป็นเพื่อนของฉัน
We are from Thailand. พวกเรามาจากประเทศไทย
They are students. พวกเขาเป็นนักเรียน
Cats are white. แมวสีขาว

ประโยคบอกปฏิเสธ

  •  โครงสร้างปฏิเสธคล้ายประโยคบอกเล่า เพียงแค่เอาคำว่า not มาวางหลัง is, am, are
I
am
not
a doctor.
He, She, It, A cat
is
not
tall.
You, We, They, Cats
are
not
from Thailand.

I am not a doctor. ผมไม่เป็นหมอ

He is not smart. เขาไม่เท่ห์
She is not a girl. หล่อนไม่เป็นผู้หญิง
It is not a dog. มันไม่เป็นหมา
A cat is not black. แมวไม่สีดำ

You are not my friend. คุณไม่เป็นเพื่อนของฉัน
We are not from Thailand. พวกเราไม่มาจากประเทศไทย
They are not students. พวกเขาไม่เป็นนักเรียน
Cats are not white.  แมวไม่สีขาว

ประโยคคำถาม  Yes / No Question

การทำประโยคคำถามง่ายๆเอง เพียงแค่เอาคำว่า Is, Am, Are มาวางไว้หน้าประโยคแค่นั้นเองและอย่าลืมเติมเครื่องหมายคำถามท้ายประโยคด้วยนะครับ

ประโยคคำถามแบ่งออกเป็นสองประเด็นคือ ถามในรูปแบบบอกเล่า และถามรูปแบบปฏิเสธ

1. การถามในรูปแบบบอกเล่า

Am
I
a doctor?
Is
he, she, it, a cat
tall?
Are
you, we, they, cats
from Thailand?
  • Am I a doctor? ผมเป็นหมอใช่ไหม
    Yes, you are. /No, you aren’t. ใช่ คุณเป็นหมอ / ไม่ คุณไม่เป็นหมอ
  • Is he smart? เขาเท่ห์ใช่ไหม
    Yes, he is. / No, he isn’t.  ใช่ เขาเท่ห์ / ไม่ เขาไม่เท่ห์
  • Is she a girl? หล่อนเป็นผู้หญิงใช่ไหม
    Yes, she is. / No, she isn’t. ใช่ หล่อนเป็นผู้หญิง / ไม่หล่อนไ่ม่เป็นผู้หญิง
  • Is it a dog? มันเป็นหมาใช่ไหม
    Yes, it is. / No, it isn’t. ใช่ มันเป็นหมา / ไม่ มันไม่เป็นหมา
  • Is a cat black? แมวสีดำใช่ไหม
    Yes, a cat is. / No, a cat isn’t. ใช่ แมวสีดำ / ไม่ แมวไม่สีดำ  หรือ
    Yes, it is. / No, it isn’t. ใช่ มันสีดำ / ไม่ มันไม่สีดำ
  • Are you my friend? คุณเป็นเพื่อนของฉันใช่ไหม
    Yes, I am. / No, I’m not. ใช่ผมเป็นเพื่อนคุณ / ไม่ ผมไม่เป็นเพื่อนคุณ
  • Are we from Thailand? พวกเรามาจากประเทศไทยใช่ไหม
    Yes, we are. / No, we aren’t. ใช่ เรามาจากประเทศไทย / ไม่ เราไม่มาจากประเทศไทย
  • Are they students? พวกเขาเป็นนักเรียนใช่ไหม
    Yes, they are. / No, we aren’t. ใช่ พวกเขาเป็นนักเรียน / ไม่ พวกเขาไม่เป็นนักเรียน
See also  💟 รวมเพลงภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก |เพลงสำหรับอนุบาล🤸‍♂️ | แปลภาษาอ

2. การถามในรูปแบบปฏิเสธ

การถามในรูปปฏิเสธแบ่งออกอีกสองประเด็นคือ ในรูปแบบเต็ม และรูปแบบย่อ

  • รูปแบบเต็ม
Am
I
not
a doctor?
Is
he, she, it, a cat
not
tall?
Are
you, we, they, cats
not
from Thailand?
  • รูปแบบย่อ
Am
I
not
a doctor?
Isn’t
he, she, it, a cat
tall?
Aren’t
you, we, they, cats
from Thailand?
  • Am I not a doctor? ผมไม่เป็นหมอใช่ไหม
    Yes, you are. /No, you aren’t. ใช่ คุณเป็นหมอ / ไม่ คุณไม่เป็นหมอ
  • Isn’t he smart? เขาไม่เท่ห์ใช่ไหม
    Yes, he is. / No, he isn’t.  ใช่ เขาเท่ห์ / ไม่ เขาไม่เท่ห์
  • Is she not a girl? หล่อนไม่เป็นผู้หญิงใช่ไหม
    Yes, she is. / No, she isn’t. ใช่ หล่อนเป็นผู้หญิง / ไม่หล่อนไ่ม่เป็นผู้หญิง
  • Is it not a dog? มันไม่เป็นหมาใช่ไหม
    Yes, it is. / No, it isn’t. ใช่ มันเป็นหมา / ไม่ มันไม่เป็นหมา
  • Isn’t a cat black? แมวไม่สีดำใช่ไหม
    Yes, a cat is. / No, a cat isn’t. ใช่ แมวสีดำ / ไม่ แมวไม่สีดำ  หรือ
    Yes, it is. / No, it isn’t. ใช่ มันสีดำ / ไม่ มันไม่สีดำ

*** ไม่ว่าคำถามจะเป็นอย่างไร ถ้าใช่ก็บอกว่าใช่ ถ้าไม่ใช่ก็บอกว่าไม่ เช่น แมวตัวนี้สีขาว แล้วมีคนถามว่า

Is a cat black? แมวสีดำใช่ไหม
No, it isn’t. ไม่ มันไม่ใช่สีดำ

Isn’t a cat black? แมวไม่ใช่สีดำใช่ไหม
No, it isn’t. ไม่ มันไม่ใช่สีดำ
ห้ามตอบ yes นะครับ ถ้าตอบ yes จะหมายความว่ามันมีสีดำ

ประโยคคำถาม Wh- Question

ให้เอาคำเหล่านี้ (Who, What, Where, When, Why, How) นำหน้าประโยค ตามด้วย  is, am, are

Who is that? นั่นคือใคร
That is a doctor. นั่นคือหมอ

What is it? มันคืออะไร
It is a dog. มันคือหมา

Where is my pen? ปากกาของฉันอยู่ไหน
It’s on the table. มันอยู่บนโต๊ะ

When is your birthday? วันเกิดของคุณเมื่อไหร่
It’s in July. มันอยู่ในเดือนกรกฎาคม

Why is the world round? ทำไมโลกกลม
I don’t know. ฉันไม่รู้

How are you? คุณเป็นอย่างไร
I’m O.K. ฉันสบายดี

ขอ 5 ดาวให้บทเรียนด้วยครับผม…

คลิกดาวดวงที่ขวามือสุดเลยครับครับ…

Average rating 4.6 / 5. Vote count: 501

ยังไม่มีใครให้ดาว คุณคือคนแรก….

[Update] หลักการใช้คอมม่า (Comma) ในภาษาอังกฤษ | yes i am แปลว่า – NATAVIGUIDES

คอมม่า (,) เป็นเครื่องหมายวรรคตอนที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษ แต่ถึงแม้จะถูกใช้บ่อย หลายๆคนก็ยังคงสับสนอยู่ดี ว่าเราควรใช้คอมม่าตอนไหนและต้องใช้อย่างไรบ้าง

สำหรับคนที่สงสัย ในบทความนี้ ชิววี่ก็ได้เรียบเรียงเนื้อหาการใช้คอมม่าในภาษาอังกฤษ มาให้เพื่อนๆได้เรียนรู้กันได้อย่างง่ายๆแล้ว ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

คอมม่าคืออะไร

คอมม่า (comma) เป็นเครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ ทำหน้าที่แยกคำ วลี หรือประโยค เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านจับใจความได้ง่ายและถูกต้องมากขึ้น

ถ้าเปรียบเทียบคอมม่ากับเครื่องหมายจุด (.) ที่ใช้ปิดท้ายประโยค หรือที่เรียกว่า period เครื่องหมายทั้ง 2 ตัวนี้จะเป็นตัวบอกการเว้นจังหวะในการอ่านและพูดเหมือนกัน แต่เครื่องหมายคอมม่าจะเป็นตัวบอกจังหวะการเว้นที่สั้นกว่า

หลักการใช้คอมม่า

ใครที่มีข้อสงสัยว่าเราต้องใช้คอมม่าในกรณีไหนและต้องใช้ยังไงบ้าง ก็ไปดูหลักการใช้คอมม่าทั้ง 11 ข้อกันเลย

1. ใช้คอมม่าหน้าคำเชื่อมที่เชื่อม independent clause

Independent clause (ประโยคใจความสมบูรณ์) คือประโยคที่มีทั้งประธานและคำกริยา ตัวประโยคจะมีใจความสมบูรณ์ในตัวมันเอง เช่น

I am a student. (ฉันเป็นนักเรียน) – ถือเป็น independent clause เพราะมีทั้งประธานและคำกริยา
Feel good (รู้สึกดี) – ไม่ใช่ independent clause เพราะไม่มีประธาน
Big black cat (แมวสีดำตัวใหญ่) – ไม่ใช่ independent clause เพราะไม่มีคำกริยา

ส่วนคำเชื่อมในที่นี้จะต้องเป็น coordinating conjunction ซึ่งก็คือคำเชื่อมที่ให้น้ำหนักกับ 2 สิ่งที่ถูกเชื่อมเท่าๆกัน โดยอาจใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคก็ได้ coordinating conjunction มีทั้งหมด 7 ตัวคือ for, and, nor, but, or, yet, so (เมื่อนำอักษรแรกมาต่อกันจะได้เป็น FANBOYS ใช้ช่วยให้ท่องจำได้ง่ายขึ้น)

หากเราเชื่อม independent clause 2 ประโยคด้วย coordinating conjunction เราจะต้องใช้คอมม่าหน้า coordinating conjunction

โครงสร้างการใช้

independent clause + , + coordinating conjunction + independent clause

ตัวอย่างประโยค

He didn’t speak to anyone, and nobody spoke to him.
เขาไม่ได้พูดกับใคร และก็ไม่มีใครพูดกับเขา

I wanted to stay home, but my wife wanted to go shopping.
ฉันอยากอยู่บ้าน แต่ภรรยาของฉันอยากไปช้อปปิ้ง

เราจะไม่ใช้คอมม่า ถ้าข้างหน้าหรือข้างหลัง coordinating conjunction ไม่ใช่ independent clause

She brushed her teeth and washed her face.
เธอแปรงฟันและล้างหน้า
(washed her face ไม่ใช่ independent clause)

I am not a writer but an editor.
ฉันไม่ใช่นักเขียน แต่เป็นบรรณาธิการ
(an editor ไม่ใช่ independent clause)

2. ใช้คอมม่าเมื่อขึ้นต้นประโยคด้วย dependent clause

Dependent clause คือประโยคที่มีใจความไม่สมบูรณ์ เวลาใช้จะต้องใช้ร่วมกับประโยคอื่น ในที่นี้เราจะแบ่งออกเป็น 3 กรณี

1. Participial phrase

เมื่อประโยคขึ้นต้นด้วยวลีจำพวก participial phrase ซึ่งก็คือวลีที่ขึ้นต้นด้วย v. + ing หรือ v. ช่อง 3 เราจะต้องใช้คอมม่าคั่นหลังวลีนั้น

โครงสร้างการใช้

participial phrase + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Being the only son in the family, his family have high hopes for him.
ด้วยการที่เขาเป็นลูกชายคนเดียวในครอบครัว ครอบครัวของเขาจึงตั้งความหวังกับเขาไว้สูง

Bitten by my own dog, I was very disappointed.
การโดนกัดโดยหมาของตัวเองทำให้ฉันรู้สึกผิดหวังมาก

2. Adverbial phrase

แต่ถ้าประโยคขึ้นต้นด้วย adverbial phrase ซึ่งก็คือวลีที่ทำหน้าที่เป็น adverb เราอาจใช้คอมม่าหรือไม่ใช้ก็ได้ (ถ้า adverbial phrase ยาว หรือเราต้องการเน้น adverbial phrase นั้น เราจะนิยมใช้คอมม่า)

ตัวอย่าง adverbial phrase เช่น
At 6 o’clock
After the show
In the middle of Bangkok

โครงสร้างการใช้

adverbial phrase + (,) + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

In 2020 there is a pandemic affecting the world.
ในปี 2020 มีโรคระบาดที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก

When I was six, I lived in Chiang Mai with my mom.
ตอนฉันอายุหกขวบ ฉันอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่กับแม่ของฉัน

3. Sentence adverb

ถ้าประโยคขึ้นต้นด้วย sentence adverb ซึ่งก็คือคำจำพวก adverb ที่ทำหน้าที่ขยายทั้งประโยค เราจะใช้คอมม่าคั่นหลัง sentence adverb นั้น

โครงสร้างการใช้

sentence adverb + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Honestly, I am not angry.
ตรงๆเลยนะ ฉันไม่ได้โกรธ

Clearly, this plan isn’t working.
เห็นได้ชัดว่าแผนนี้ใช้ไม่ได้ผล

3. ใช้คอมม่าคั่นวลีหรือคำกลางประโยคที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

เราจะใช้คอมม่าคั่นวลีหรือคำที่อยู่กลางประโยค ถ้าวลีหรือคำนั้นทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับประโยค (แม้ตัดออกไป ใจความหลักของประโยคก็ยังเหมือนเดิม)

โครงสร้างการใช้

ประโยคส่วนที่ 1 + , + วลี/คำที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม + , + ประโยคส่วนที่ 2

ตัวอย่างประโยค

Tim, unlike Joe, is very polite.
ทิมเป็นคนสุภาพมาก ไม่เหมือนกับโจ

King Crab restaurant, which Anne recommended, is fantastic.
ร้านอาหารคิงแครบที่แอนแนะนำนั้นดีมาก

แต่ถ้าวลีหรือคำนั้นจำเป็นสำหรับประโยค ถ้าตัดออกแล้วใจความเปลี่ยน เราก็จะไม่ใช้คอมม่า

People who exercise regularly tend to be more happy.
คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมักจะมีความสุขมากกว่า
(ถ้าตัด who exercise regularly ทิ้ง ความหมายจะเปลี่ยนเป็น “คนจะมีความสุขมากกว่า” ซึ่งมีใจความผิดไปจากเดิม)

The restaurant that Anne recommended is fantastic.
ร้านอาหารที่แอนแนะนำนั้นดีมาก
(ถ้าตัด that Anne recommended ทิ้ง ความหมายจะเปลี่ยนเป็น “ร้านอาหารดีมาก” ซึ่งมีใจความผิดไปจากเดิม คือเราจะไม่รู้ว่าหมายถึงร้านไหน)

วลีที่ขึ้นต้นด้วย that มักจะจำเป็นสำหรับประโยค เรามักจะไม่ใช้คอมม่าครอบส่วนนั้น

4. ใช้คอมม่าแยกรายการคำตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป

ถ้าเรามีรายการคำตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป เราจะต้องคั่นแต่ละรายการด้วยคอมม่า ยกเว้นรายการสุดท้าย เราจะคั่นด้วยคอมม่าหรือไม่ก็ได้

โครงสร้างการใช้

รายการหนึ่ง, รายการสอง(,) and รายการสุดท้าย

ตัวอย่างประโยค

He is tall, dark, and handsome.
หรือ He is tall, dark and handsome.
เขาทั้งสูง เข้ม และหล่อ

She needs salt, pepper, and other seasonings at the grocery store.
หรือ She needs salt, pepper and other seasonings at the grocery store.
เธอต้องการเกลือ พริกไทย และเครื่องปรุงอย่างอื่นที่ร้านขายของ

5. ใช้คอมม่าคั่นระหว่าง coordinate adjectives

Coordinate adjectives คือคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนามคำเดียวกันและมีความสำคัญเท่าๆกัน สามารถสลับที่กันได้ ตัวอย่างเช่น

เราสามารถใช้ได้ทั้ง long, narrow path
และ narrow, long path
คำว่า long และ narrow ในที่นี้จะถือเป็น coordinate adjectives

See also  40 ประโยคในชีวิตประจำวัน ☀ ตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน ⭐ | ตั้งแต่ ถึง ภาษา อังกฤษ

เราสามารถใช้ big black bear
แต่ไม่สามารถใช้ black big bear
คำว่า big และ black ไม่ถือเป็น coordinate adjectives (การใช้ adjective ขนาดจะต้องมาก่อนสี)

โครงสร้างการใช้

coordinate adjective 1 + , + coordinate adjective 2 + คำนาม

ตัวอย่างประโยค

The happy, lively cat is playing with the ball.
แมวที่มีความสุขสดใสกำลังเล่นกับลูกบอล

My roommate is a cheerful, kind girl.
รูมเมทของฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ร่าเริงและใจดี

ทั้งนี้ เราสามารถใช้ and เชื่อมระหว่าง coordinate adjectives แทนคอมม่าก็ได้เช่นกัน อย่างเช่น My roommate is a cheerful and kind girl.

6. ใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำพูดกับวลีที่กำกับ

ในภาษาอังกฤษ เวลาเราเขียนประโยคที่เป็นคำพูด เราจะใช้เครื่องหมาย “-” ครอบประโยคคำพูดนั้น อย่างเช่น Anne said, “I feel sick.” ซึ่งแปลว่า แอนพูดว่า “ฉันรู้สึกป่วย”

สังเกตว่า เราจะใช้คอมม่าคั่นระหว่างวลีที่เข้ามากำกับ ซึ่งก็คือ Anne said และประโยคที่เป็นคำพูด ซึ่งก็คือ “I feel sick.”

ทั้งนี้ วลีที่กำกับนั้นอาจจะอยู่หน้า อยู่กึ่งกลาง หรืออยู่หลังประโยคที่เป็นคำพูดก็ได้

โครงสร้างการใช้

  • วลีกำกับ, “ประโยคคำพูด”
  • “ประโยคคำพูด,” วลีกำกับ, “ประโยคคำพูด”
  • “ประโยคคำพูด,” วลีกำกับ

ตัวอย่างประโยค

He answered, “She is not here.”
เขาตอบ “เธอไม่ได้อยู่ที่นี่”

“I think,” she said, “Joe can help.”
“ฉันคิดว่า” เธอพูด “โจสามารถช่วยได้”

“It is raining,” Tim said.
“ฝนกำลังตก” ทิมพูด

ในกรณีที่วลีกำกับอยู่ข้างหลังประโยคคำพูด ถ้าประโยคคำพูดลงท้ายด้วยเครื่องหมายตกใจ (!) หรือเครื่องหมายคำถาม (?) เราจะไม่ต้องใช้คอมม่า

“Stop playing video game!” mom yelled.
“หยุดเล่นเกมได้แล้ว” แม่ตวาด

“Are you alright?” Ben asked.
“คุณโอเคมั้ย” เบ็นถาม

บางคนอาจสงสัยว่า เราต้องใส่คอมม่าไว้ในหรือนอกเครื่องหมาย “-” ทำไมบางทีเห็นแต่ละที่ใช้ไม่เหมือนกัน

คำตอบก็คือถ้าเป็น American English จะนิยมเอาไว้ข้างใน เช่น “It is raining,” Tim said. แต่ถ้าเป็น British English จะนิยมเอาไว้ข้างนอก เช่น “It is raining”, Tim said.

7. ใช้คอมม่าในการแยกวันที่และสถานที่

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างวันและปีเมื่อเราเขียนวันที่ในรูปแบบ เดือน-วันที่-ปี แต่ถ้าเราเขียนในรูปแบบ วันที่-เดือน-ปี เราจะไม่ต้องใช้คอมม่า

โครงสร้างการใช้

เดือน วันที่, ปี

ตัวอย่างประโยค

She was born on December 10, 1995.
เธอเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 1995

She was born on 10 December 1995.
เธอเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 1995

และใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำบอกสถานที่ที่ต่างกัน เช่น เมือง จังหวัด รัฐ ประเทศ

โครงสร้างการใช้

  • ชื่อตำบล, ชื่อเขต, ชื่อจังหวัด, ชื่อประเทศ
  • ชื่อเมือง, ชื่อรัฐ, ชื่อประเทศ

ตัวอย่างประโยค

I live in Bangkok, Thailand.
ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย

He came from Chicago, Illinois.
เขามาจากเมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์

8. ใช้คอมม่าหน้า question tag

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างประโยคหลักกับ question tag

โครงสร้างการใช้

ประโยคหลัก + , + question tag

ตัวอย่างประโยค

These flowers are beautiful, aren’t they?
ดอกไม้เหล่านี้สวยมาก ว่ามั้ย

You didn’t forget the key, did you?
คุณไม่ได้ลืมกุญแจใช่มั้ย

9. ใช้คอมม่าเมื่อเรียกบุคคลโดยตรง

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำเรียกบุคคลอื่นกับส่วนอื่นของประโยค เมื่อเราเรียกบุคคลนั้นโดยตรง

โครงสร้างการใช้

  • ประโยคหลัก + , + คำเรียกบุคคล
  • คำเรียกบุคคล + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Dad, where are you?
พ่ออยู่ไหน

See you later, John.
ไว้เจอกันใหม่นะจอห์น

10. ใช้คอมม่าหลังคำขึ้นต้นประโยค

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำขึ้นต้นประโยคกับประโยคหลัก อย่างเช่น คำทักทาย yes/no

โครงสร้างการใช้

  • คำทักทาย + , + ประโยคหลัก
  • yes/no + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Hello, how is it going?
สวัสดี เป็นยังไงบ้าง

Yes, I live by myself.
ใช่ ฉันอยู่คนเดียว

11. ใช้คอมม่าเพื่อป้องกันการสับสน

เราจะใช้คอมม่าในประโยคที่อาจก่อให้เกิดความสับสนหรือความเข้าใจผิดแก่ผู้อ่าน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายได้ถูกต้องมากขึ้น

ตัวอย่างประโยค

I waved at my friend who entered the canteen, and smiled.
ฉันโบกมือให้เพื่อนที่เข้ามาในโรงอาหาร และยิ้มให้เค้า
(คอมม่าทำให้เรารู้ว่าฉันเป็นคนยิ้ม ไม่ใช่เพื่อนยิ้ม)

เป็นยังไงบ้างครับกับหลักการใช้เครื่องหมายคอมม่า (comma) ในภาษาอังกฤษ ทีนี้เพื่อนๆก็คงจะเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้ถูกต้องมากขึ้นแล้วนะครับ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time


Cash Cash – Hero (Lyrics) feat. Christina Perri


Cash Cash Hero (Lyrics) feat. Christina Perri
🎵 Follow Cakes \u0026 Eclairs on Spotify: http://bit.ly/CakesEclairs
Stream Hero Cash Cash : http://smarturl.it/StreamCashCash
🔔 Don’t forget to subscribe and turn on notifications!
Follow Cash Cash
https://www.instagram.com/cashcash/
http://twitter.com/cashcash
http://facebook.com/cashcash

____________
Hero Lyrics
[Verse 1]
I let my soul fall into you
I never thought I’d fall right through
I fell for every word you said
You made me feel I needed you
And forced my heart to think it’s true
But I found I’m powerless with you
[Chorus]
Now I don’t need your wings to fly
No, I don’t need a hand to hold in mine this time
You held me down, but I broke free
I found the love inside of me
Now I don’t need a hero to survive
Cause I already saved my life
Cause I already saved my life
[Verse 2]
I fell into your fantasy
But that’s all our love will ever be
I lost hope in saving you and me
You think I’m lost, falling apart
But your lies just made a stronger heart
My life is just about to start
[Chorus]
Now I don’t need your wings to fly
No, I don’t need a hand to hold in mine this time
You held me down, but I broke free
I found the love inside of me
Now I don’t need a hero to survive
Cause I already saved my life
Already saved my life
I already saved my life
Already saved my life
I already saved my life
[Chorus]
Now I don’t need your wings to fly
No, I don’t need a hand to hold in mine this time
You held me down, but I broke free
I found the love inside of me
Now I don’t need a hero to survive
Cause I already saved my life
Already saved my life
I already saved my life
Already saved my life
I already saved my life
[Outro]
Now I don’t need your wings to fly
hero

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

Cash Cash - Hero (Lyrics) feat. Christina Perri

ภรรยาของฉัน-Skykick「Official MV」


ศิลปิน Skykick
คำร้อง/ทำนอง Am seatwo (แอมป์ ซีทู)
เรียบเรียง โซน ซีทู
MixMastering My Home Studio By sanya Ittisan

ติดต่องาน 095 9254628 (คุณฝ้าย)

Facebook Amseatwo : https://bit.ly/2SXnL0a​
เพจ Amseatwo : https://bit.ly/2EkzOKT​

ถ่ายทำและตัดต่อ : Seatwo Production

ภรรยาของฉัน-Skykick「Official MV」

Ava Max – So Am I [Official Music Video]


So Am I Available Now
Download/Stream: https://AvaMax.lnk.to/SoAmIID
Listen to my debut album \”Heaven \u0026 Hell\” now: https://AvaMax.lnk.to/HeavenandHellID
Subscribe for more official content from Ava Max: https://Atlantic.lnk.to/AvaMaxSubscribe
Join Ava’s mailing list to be the first to know about tour dates, video premieres, special announcements \u0026 more: https://AvaMax.lnk.to/JoinAY
Follow Ava Max
Facebook https://www.facebook.com/avamaxofficial
Instagram https://www.instagram.com/avamax
Twitter https://twitter.com/avamax
http://avamax.com
AvaMax SoAmI OfficialMusicVideo

Ava Max - So Am I [Official Music Video]

F.HERO x MILLI Ft. Changbin of Stray Kids – Mirror Mirror (Prod. by NINO) [Official MV]


F.HERO x MILLI Ft. Changbin of Stray Kids Mirror Mirror (Prod. by NINO) [Official MV]
.
Digital Streaming: https://bfan.link/mirrormirror
.
Executive Producer: F.HERO
Producer: NINO
Co Producer: AUTTA
Lyrics : F.HERO, MILLI, Changbin (3RACHA), AUTTA, OG BOBBY
Arranged : NINO, AUTTA
Vocal : F.HERO, MILLI, Changbin (3RACHA)
Recording Engineer: NINO, mosshu, AUTTA, Arjampol Chandravuth, Goo Hyejin
Recording at Studio 28 Recording Studio, BKK
Recording at NINO TRAP HOUSE STUDIO
Recording at 8LACK MUSIC STUDIO
Recording at JYPE Studios
Mixed and Mastered by: NINO
Record Label: High Cloud Entertainment
Special Thank : JYPE, YUPP
.
Director: Jirat SOMPAKDEE
Director of Photography: Kritsadapol Samanukul
Assistant Director: Ruj Rujipas
Producer: Pattaraporn Limsuriyaporn
Art Director : Maytee Srisawat
Art Crew: Tosaapol Rahula
Art Crew: Narongsak Pawaputanon
Art Crew: Artt Punosoth
Assistant Camera: Nattanee Rattakun
Focus Puller: Somchat Namtong
DIT. : Chettha Changyim
VDO Man: Worawit Khunhadee
Production Manager : Somchok Ekkarat
Camera: Camera Corner
Lighting : Siamlite Film Service
Stylist: Naporn Kongsuan
Asst.Stylist: Sunit jonjerdsin
Asst.Stylist: Nattaporn jedeeya
Make Up \u0026 Hair: Chatchanok Natengampak
Make Up \u0026 Hair: Masarina Dansakun
Dance \u0026 Movement Choreographer: Lordfai Navinda Pachimsawat
Colorist: Tuchtram Thientawach
Editor: Krint
CG: Nutthawut Ngamsuay
Behind The Scene: Jettana
Behind The Scene: Pasut Sompakdee
.
A FILM BY MEMUDWORKS
DIRECTOR : YANG SIWOOK
ASSISTANT DIRECTOR : PARK HYEONSU
AD TEAM: HYUN KEVIN
PD : KWON GEUNIK, KWON KIPYO
CINEMATOGRAPHER : KANG MINSEOK
1ST(FOCUS PULLER) : PARK SUBIN
2ND : KANG SINHYUN
3RD : HWANG MIREUK
MOVI : KANG MINSEOK \u0026 PARK SUBIN
GAFFER : KIM HYUNGSEOK
1ST : JEONG HYUNWOO
2ND : KYUNG CHANGYOON
3RD : JEON TAEYOON
3RD : YOON WANHEE
KEYGRIP : KIP DONGHWAN
1ST : YANG HOEKYEONG
.
Lyrics:
OK โพสท์ไป สับแตกแตกไป
28 หมุน เออสวย โอ้ยเสว อื้ม เริ่ดสาว
สวยแบบสั่นสะท้าน สวยแบบโลกหลอมเหลวเป็นน้ำ
เจ้ากระจกบอกข้อยแน ไผงามที่สุดในแดนนี้นะ
OK Lips Hips Neck Fingers
Lemme Check On the Mirror
Minnie, What’s on your Face?
Ummm Maybe Beauty
Mirror Mirror Mirror Mirror Mirror On the Wall
Who the Freakin Savage Listen Baby
YES WE ARE
Mirror Mirror Mirror Mirror Mirror On the Wall
Who the Freakin Savage Listen Baby
YES WE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE YEAH
YEAH YES WE ARE
In the Mirror กูใส่ Multibrand and Multilayer
ข้างหลังกูยังมีพวกพ้องที่รอเล่น Multiplayer
เห็นกายเนื้อกูใส่แต่ Versace หนัง Alligator
แต่กระดูกข้างในกูมันแข็งเป็นเหล็กแบบหนัง The Terminator
เคยเห็นตัวเอง Broke เครียดจนคิ้วขมวด
แต่ตอนนี้พุ่งอย่างกับ Nasa ตอนที่ปล่อยจรวด
สั่งมาอีกขวด ตะโกน Cheer!
Started from the Bottom Now My Whole Team Here
เห็นทั้งความสุขความสลด
กูเห็นความสะอาดและเห็นความสกปรก
สัตย์จริงและสบถ
เห็นความกล้าหาญและเห็นความตื่นตระหนก
เห็นนรกอยู่ในใจและสวรรค์อยู่ในอก
มองเห็นทุกอย่างยกเว้นศัตรูช่างน่าตลก
เพราะเพียงผู้เดียวที่ต้องเอาชนะมีแค่ตัวเองข้างในกระจก
Mirror Mirror Mirror Mirror Mirror On the Wall
Who the Freakin Savage Listen Baby
YES WE ARE
Mirror Mirror Mirror Mirror Mirror On the Wall
Who the Freakin Savage Listen Baby
YES WE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE YEAH
YEAH YES WE ARE
돈 자랑
몸 자랑
인맥 자랑
니 자랑
잠이나 처자라
남 따라 바뀌는 줏대는
내가 아까 쓰다 버린
일회용 나무젓가락
잘난 척 자랑질할 시간에
잘난 걸 만드는 잘난 내 혓바닥
아주 늦바람 들어가지고
그건 내 학창 시절에 불었던 깜찍 발랄한 휘파람
파란 하늘 바라보며 위로 날아오를 준비 휘
비행 청소년 위를 비행하며 아드레날린 분비 휘
시행착오는 나를 파고드는 가시 아닌 줄기
그거 타고 내려가
맨땅에 헤딩하며
하나만 파고 들어갔더니 나도 모르게 뿌리 깊은 나무가 되었다
흔들어도 끄떡없는 낙엽들은 내 가치처럼 절대 안 떨어져
왜 또 벌레들이 꼬여 저기 떨어져 땅이나 기어라
꺼져
존재 자체가 부전승 완승으로 마무리하는 별거 아닌 토너먼트
나한테 서바이벌 살아남기?
뭐래 전부 살려 보내지 않기
เงาเห็นเป็น Symbolic
Logic ทำให้มอง See It More than Profit
You got it? Like เจ้าอาวาสสอน Novice
เด็ก มานี่จะตีด้วย อื้มมมม ตาลปัตร
อื้มมม ธนบัตร หนัก
อื้มมม เฮ้ย นวยเอาหน่อยดิ๊
안녕하세요. 저는 밀리입니다
창빈 F.HERO 오빠 어떡해 어떡해 So What?
저는 한국말 잘 못해서 but English and Thai I did it great bro
I knew I’m the best I knew you gonna hate but the T R U T H
Oh! Yeah Yeah Yeah
Rap แบบ Sixteen บ้าง
Rap เล่นๆในบ้าน
1 2 3 4 5
Look at my teeth
Say what I need
กระจก tell
Me นี่ มิลลิ Richy with this music coz she kill this beat ดิ ฮิฮิฮิฮิฮิฮิ ok bye
Mirror Mirror Mirror Mirror Mirror On the Wall
Who the Freakin Savage Listen Baby
YES WE ARE
Mirror Mirror Mirror Mirror Mirror On the Wall
Who the Freakin Savage Listen Baby
YES WE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE ARE ARE ARE
YES WE ARE YEAH
YEAH YES WE ARE

See also  Vương Quốc Anh Và Nước Anh Có Phải Là Một? | เมือง ดับลิน ประเทศ ไอร์แลนด์

ติดตามความเคลื่อนไหวของ High Cloud Entertainment ได้ที่
Facebook : http://bit.ly/FBHighCloud Instagram : http://bit.ly/IGHighCloud
YouTube : http://bit.ly/YTHighCloud
Twitter : http://bit.ly/TWHighCloud
TikTok : http://bit.ly/TTHighCloud

Contact Us
Show Booking : คุณขวัญ 0982633160
Public Relations : คุณมาย 0881666621
MirrorMirror_MV
FHEROxMILLIxChangbin
HighCloudEntertainment

F.HERO x MILLI Ft. Changbin of Stray Kids - Mirror Mirror (Prod. by NINO) [Official MV]

Raiden X CHANYEOL ‘Yours (Feat. LeeHi, CHANGMO)’ Live @2020 CASS Blue Playground


Listen and download on your favorite platform: http://smarturl.it/RDCY_Yours
🌊 Raiden X CHANYEOL ‘Yours (Feat. LeeHi, CHANGMO)’ MV https://youtu.be/N2dsnGc7TFk
Raiden Official
http://raiden.smtown.com
https://www.instagram.com/dj_raiden_
https://www.facebook.com/djraidenofficial
https://twitter.com/raidenmusic
EXO Official
http://exo.smtown.com
http://www.youtube.com/weareoneEXO
http://www.facebook.com/weareoneEXO
http://www.instagram.com/weareone.exo
http://twitter.com/weareoneEXO
ScreaM Records Official
https://www.youtube.com/SMScreaMRecords
https://www.facebook.com/ScreaMRecordsSM
https://www.instagram.com/screamrecords
Raiden CHANYEOL Yours 찬열 이하이 창모 LeeHi CHANGMO CASS 카스 CBP2020

Raiden X CHANYEOL ‘Yours (Feat. LeeHi, CHANGMO)’ Live @2020 CASS Blue Playground

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่LEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ yes i am แปลว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *