Home » [NEW] หลักการใช้ Direct & Indirect Speechในภาษาอังกฤษ | direct speech คือ – NATAVIGUIDES

[NEW] หลักการใช้ Direct & Indirect Speechในภาษาอังกฤษ | direct speech คือ – NATAVIGUIDES

direct speech คือ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ในบางครั้ง เรามีความจำเป็นต้องยกคำพูดของบางคนขึ้นมา หากเป็นการยกมาตรงๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้างใดๆ เราเรียกว่า Direct Speech (ไดเร็กทฺ สปีช) หรือบางคนเรียกว่า Quoted Speech (โควทิด สปีช) แต่หากเป็นการยกโดยมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้าง หรือโดยอ้อม เราเรียกว่า Indirect Speech (อินไดเร็กทฺ สปีช) หรือบางคนเรียกว่า Reported Speech (ริพอทิด สปีช)
ข้อสังเกตของ Direct Speech คือ คำพูดดังกล่าวของบุคคลนั้น จะอยู่ภายในเครื่องหมายคำพูดที่เรียกว่า Quotation marks (โควเทเชิ่น มาคสฺ)
ตัวอย่าง คำพูดของบุคคลต่อไปนี้
Jane.       My brother is a student.
Mary.       So is mine. He’s studying at Trium Udom School.
Where’s your brother studying?
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็น ดังนี้ก็ได้ คือ
(1)     Jane said, “My brother is a student.”
Mary said, “So is mine. He’s studying at Trium Udom School.”
หรืออาจจะยกคำพูดของบุคคลนั้นขึ้นมาก่อน แล้วจึงบอกว่าใคร เป็นผู้พูดเช่นนั้น ดังนี้
(2)     “My brother is a student,” Jane said.
“So is mine. He’s studying at Trium Udom School,”
Mary said.
ข้อสังเกต ใน (1) ลักษณะโครงสร้างของ Direct/Quoted Speech เป็นดังนี้
1.1 ใส่ comma หลัง said เช่น Jane said,
1.2 ใส่ quotation marks หลัง comma เช่น Jane said,”
1.3 หลัง quotation marks เริ่มด้วยอักษรใหญ่ เช่น Jane said, “M…
1.4 คำพูดของผู้พูดถูกยกมาทั้งหมด มิได้เปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น แล้วใส่เครื่องหมาย full stop หรือ period เช่น Jane said, “My brother is a student.”
1.5 ใส่ quotation marks ปิดท้าย เช่น Jane said, “My brother is a student.”
ใน (2) ลักษณะโครงสร้างของ Direct/Quoted Speech เป็นดังนี้
2.1 ใส่ quotation marks เช่น “
2.2 เริ่มด้วยอักษรใหญ่หลัง Quotation marks rfu “M
2.3 คำพูดของผู้พูดถูกยกมาทั้งหมด มิได้เปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น แล้ว ใส่เครื่องหมาย comma เช่น “My brother is a student,
2.4 ใส่ Quotation marks ท้ายคำพูด เช่น “My brother is a student,”
2.5 ยกชื่อผู้พูด ก่อนจะปิดท้ายด้วยคำว่า said และเครื่องหมาย period เช่น “My brother is a student,” Jane said.
ส่วน Indirect/Reported Speecli ซึ่งเป็นการยกคำพูดมาโดยอ้อม จึงมีการเปลี่ยนด้านรูปของคำกริยา (verb forms) สรรพนาม (pronouns) รวมทั้งไม่มี quotation marks
ตัวอย่าง
Jane said (that) her brother was a student.
Mary said (that) her brother was a student.
He’s studying at Trium Udom School.
Where’s your brother studying?
หาก ใช้คำว่า tell/told แทน say/said จะต้องใช้โครงสร้างต่างกันไปดังนี้
Say + something                    tell + someone + something
แสดงว่า เมื่อใดก็ตามที่ใช้คำว่า say/said จะไม่มีกรรม (object) รองรับ แต่ถ้าใช้ tell/told จะต้องมีกรรมรองรับ แต่ถ้าใช้ say/said ตามด้วยบุพบท to ต้องมีกรรมรองรับ เช่น said to me
ตัวอย่าง
Direct Speech
Jane said, “My brother is a student.”
Jane said to me, “My brother is a student.”
Jane told me, “My brother is a student.”
Indirect Speech
Jane said (that) her brother was a student.
Jane told me (that) her brother was a student.
หมายเหตุ จะใส่หรือไม่ใส่คำว่า that หลัง say/said ma tell/told เมื่อเป็น Indirect Speech ก็ได้
ต่อไปนี้ จะขอกล่าวถึงเรื่อง indirect/Reported Speech ไปตามลำดับทีละเรื่องดังนี้
1. Reported Speech (statements)
2. Reported Speech (questions)
3. Reported Speech (imperatives)
4. Reported Speech (exclamations)
1. Reported Speech (statements)
ในประโยคปกติทั่วไป (statements สเตทเม้นสฺ) จะประกอบด้วย ภาคประธาน + กริยา + กรรม หรือส่วนขยาย เมื่อแปรเปลี่ยนจาก Direct/quoted Speech ไปเป็น Indirect/Reported Speech จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบางอย่าง ส่วนใหญ่มักเป็นการเปลี่ยนแปลงสรรพนาม และรูปคำกริยา แต่มีบางครั้งที่เปลี่ยนแปลงรูป adverbs of time & place ด้วย
ตัวอย่าง
(1) Present Simple→ Past Simple
D:“I can’t stand him”  Sue said.
R : Sue said (that) she couldn’t stand him.
(2) Present Continuous →Past Continuous
D : Sue said, “I am having an ice-cream.”
R : Sue said (that) she was having an ice-cream.
(3) Present Perfect → Past Perfect
D : “I have cooked a delicious meal,” Sue said.
R : Sue said (that) she had cooked a delicious meal.
(4) Present Perfect Continuous → Past Perfect Continuous
D : Sue said, “I have been watching TV all day.”
R : Sue said (that) she had been watching TV all day.
(5) Past Simple → Past Perfect
D : Sue said to her mother, “I passed the entrance exam.”
R : Sue told her mother (that) she had passed the entrance exam.
(6) Future Simple → Conditional
D : They said, “We will do it tomorrow.”
R : They said (that) they would do it the next day.
(7) Future Continuous →Conditional Continuous
D : They said, “We will be studying here next year.”
R : They said they would be studying there the following year.
จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการเปลี่ยนจาก Direct/Quoted Speech เป็น Reported/Indirect Speech จะมีการเปลี่ยนแปลงสรรพนาม (pronouns) และคำกริยา (verbs) ดังตัวอย่างที่ 1-5 และนอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว ยังมีการเปลี่ยน adverbs of time ดังตัวอย่างที่ 6-7 และ adverbs of place ดังตัวอย่างที่ 7
การเปลี่ยนแปลงของ adverbs of time & adverbs of place จาก Direct Speech เป็น Reported Speech มีตังนี้
Direct Speech        →        Reported Speech
here                                                   there
now                                                    then
yesterday                       →            the day before
this                                                     that
next week                                        the following week
ago                                                      before
today                                                 that day
tonight                                              that night
tomorrow                                        the next day / the following day
next Monday                                 the following Monday
last Monday                                   the previous Monday
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : “I’m here on holiday,” Patricia said.
R : Patricia said (that) she was there on holiday.
D : “I’ll see you next Tuesday,” Patricia said to me.
R : Patricia told me (that) she would see me the following Tuesday.
อย่างไรก็ตาม บางทีนักเรียนอาจจะเคยได้ยินเจ้าของภาษาอังกฤษพูดคุยกัน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับ adverbs of time & place เหล่านี้ ก็ถือว่าไม่ผิดอะไร เพราะนั่นเป็นภาษาพูด (spoken language) สำหรับภาษาเขียน ที่เป็นมาตรฐาน (standard written language) แล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามหลักการที่กล่าวมาข้างต้น
2. Reported Speech (questions)
ประโยคคำถาม (questions เควสเชิ่นสฺ) อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Yes-No Questions หรือ คำถามที่ผู้ตอบจะตอบรับว่า Yes/No และ Wh-word Questions หรือคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Wh-words ดังนั้นการจะเปลี่ยนรูปแบบของประโยคลักษณะดังกล่าวนี้เป็น Reported Speech จึงจำเป็นต้องกล่าวถึงทีละประเภทคือ
2.1 Yes-No Questions
ประโยคคำถามประเภทนี้ จะขึ้นต้นด้วยคำกริยาช่วย (helping verbs) อาทิ Do, Does, Did, Will, Would, Shall, Should, May, Might, Must, Have, Has, Is, Am, Are เป็นต้น
ตัวอย่าง
Jane:     Are you cold?
Do you want some hot drink?
May I bring you a blanket?
ลักษณะโครงสร้าง Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้คือJane asked, “Are you cold?”
Jane asked, “Do you want some hot drink?”
Jane asked, “May I bring you a blanket?”
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ของประโยคแบบ Yes-No Questions ดังกล่าว เป็น Reported Speech จำเป็นจะต้องทดแทนการถามว่า “ใช่ไหม” ด้วยคำว่า if/whether ฉะนั้นจากตัวอย่างของ Direct Speech ที่เห็นข้างบน เมื่อสักครู่ จึงเขียนแบบ Reported Speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane asked Tom if (OR whether) he was cold.
เจนถามทอมว่าเขาหนาวไหม
Jane asked Tom if (OR whether) he wanted some hot drink.
เจนถามทอมว่าเขาต้องการเครื่องดื่มร้อนๆ บ้างไหม
Jane asked Tom if (OR whether) she might bring him a blanket.
เจนถามทอมว่าเธอจะนำเอาผ้าห่มมาให้เอาไหม
นอกจากจะสามารถใช้คำว่า ask/asked ใน Reported Speech แล้วยังมีคำและวลีอื่นที่ใช้ได้ด้วยเช่นกัน ที่พบบ่อยคือ wonder/wondered และ want/ wanted to know เป็นต้น
ในด้านของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อาทิ สรรพนาม กริยา ฯลฯ จาก Direct Speech เป็น Reported Speech ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับที่ได้กล่าวมาแล้วใน Reported Statements ข้อ 1 ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : Jane asked, “Have you seen my dog?”
R : Jane wondered if he had seen her dog.
D : He asked, “Did she do it by herself?”
R : He wanted to know whether she had done it by herself.
D : Mary asked, “Will you arrive here on time?”
R : Mary asked Peter if he would arrive there on time.
2.2  Wh-word Questions
ประโยคคำถามแบบนี้ขึ้นต้นด้วย Wh-words อาทิ What, When, Where, Why, How, Who, Whom, How long. … เป็นต้น
ตัวอย่าง
Jane :     What do you want to buy?
Which book have you seen?
How much does it cost?
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้ คือ
Jane asked, “What do you want to buy?”
Jane asked, “Which book have you seen?”
Jane asked, “How much does it cost?”
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ของประโยคแบบ Wh-word Questions ดังกล่าวเป็น Reported Speech จะต้องคง Wh-words ไว้ แล้วจึงตามด้วยภาคประธานของประโยคดังกล่าว จากนั้นจึงตามด้วย กริยาช่วย (ถ้ามี) และกริยาแท้ ส่วนขยายหรือกรรมที่เหลือก็ลอกไปเหมือนเดิม ฉะนั้นจากตัวอย่างของ Direct Speech ที่เห็นข้างบน จึงเขียนแบบ Reported speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane asked Tom what he wanted to buy.
เจนถามทอมว่าเขาต้องการซื้ออะไร
Jane asked Tom which book he had seen.
เจนถามทอมว่าเขาเห็นหนังสือเล่มไหน
Jane asked how much it cost.
เจนถามว่าราคาเท่าไร
นอกจากจะสามารถใช้คำว่า ask/asked ใน Reported Speech แล้วยัง สามารถใช้คำหรือวลีต่อไปนี้ได้ด้วยคือ wonder/wondered และ want/wanted to know เป็นต้น
ในด้านของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อาทิ สรรพนาม กริยา ฯลฯ จาก Direct Speech เป็น Reported Speech ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกับที่ได้กล่าวมาแล้วใน Reported statements ข้อ 1
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : Jane asked, “How long have you been in San Francisco?”
R : Jane asked him how long he had been in San Francisco.
D : He asked, “What part did you play in the robbery?”
R : He wanted to know what part she had played in the robbery, D : Jane asked, “Where were you last weekend?”
R : Jane wondered where he had been the previous weekend.
3. Reported Speech (imperatives)
imperatives (อิมเพอระทิฟสฺ) หมายถึง ประโยคคำสั่ง ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายคือ ประโยคลักษณะนี้จะขึ้นต้นประโยคด้วยคำกริยา (verbs) ทันที
ตัวอย่าง
Jane :     Go away!
Come here!
Don’t wrap it up in a piece of paper!
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้ คือ
Jane ordered the children, “Go away.”
Jane said to me, “Come on Monday.”
“Don’t wrap it up in a piece of paper,” Jane asked him.
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ของประโยคลักษณะดังกล่าวเป็น Reported speech จะต้องใช้ to-infinitive นั่นคือ วางบุพบท to ไว้หน้าคำกริยาของประโยคคำสั่ง หากเป็นคำสั่งห้ามที่ขึ้นต้นด้วย Don’t หรือ Never ให้เพิ่มคำว่า not หน้าบุพบท to แล้วจึงลอกส่วนที่เหลือ หากมี adverbs of time & place ตามที่ระบุไว้ใน Direct Speech ก็ต้องเปลี่ยนเมื่อเป็น Reported Speech ฉะนั้น จากตัวอย่าง Direct Speech ที่เห็นข้างบนเมื่อสักครู่ จึงเขียนแบน Reported Speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane ordered the children to go away.
เจนสั่งให้เด็กๆ ไปให้พ้น
Jane told me to come on Monday.
เจนบอกให้ผมมาวันจันทร์
Jane asked him not to wrap it up in a piece of paper.
เจนขอร้องเขาไม่ให้พับมันในกระดาษ
คำกริยาที่สามารถใช้ใน Direct Speech และ Reported Speech ของประโยคคำสั่ง สามารถใช้ได้หลายคำ แล้วแต่ลักษณะความรุนแรงของการสั่งการ อาทิ ask (ขอร้อง) request (ขอร้อง) invite (เชื้อเชิญ) tell (บอก) remind (เตือน) demand (เรียกร้อง) order (สั่ง) และ command (สั่งการ) เป็นต้น ส่วนโครงสร้างของคำสรรพนาม รวมทั้ง adverbs of time & place ก็เปลี่ยนแปลงไปตามกฎเกณฑ์ที่ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ต้นใน Reported statements ข้อ 1 สำหรับ กรรมที่จะรองรับท้ายคำกริยาที่ระบุมา หากข้อความใน Direct Speech ไม่ได้ให้ไว้ ก็กำหนดเอาเองตามสะดวก
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : “Don’t interrupt me,” she said to them.
R : She told them not to interrupt her.
D : The manager requested, “Sit down, please.”
R : The manager requested me to sit down.
D : “Don’t go out without your keys,” she reminded me.
R : She reminded me not to go out without my keys.
4. Reported Speech (exclamations)
exclamations (เอ็กซฺคลาเมเชิ่นสฺ) คือ ประโยคหรือข้อความอุทาน ซึ่งอาจจะมีรูปลักษณะคล้ายๆ กับคำถาม แต่ลงท้ายด้วยเครื่องหมาย! (ไม่ใช้เครื่องหมาย ?) หรืออาจจะคล้ายกับคำสั่ง คำกริยาที่ใช้ในรูปแบบประโยคดังกล่าวนี้มักจะได้แก่ remark (กล่าว/บอก) greet (ทักทาย) exclaim (อุทาน) ask (ถาม) say (พูด) เป็นต้น
ตัวอย่าง
Jane :     What a lovely garden!
Hello! Where are you going?
Oh dear! I’ve tom my clothes.
ลักษณะโครงสร้างแบบ Direct/Quoted Speech อาจจะเป็นดังนี้ก็ได้ คือ
“What a lovely garden!,” Jane remarked.
He said, “Hello!” and asked, “Where are you going?”
“Oh dear! I’ve tom my clothes,” she said.
เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Direct Speech ดังกล่าวเป็น Reported Speech ก็จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมว่าจะใช้คำกริยาใด และต้องคำนึงถึงลักษณะคำถาม (หากมี) รวมทั้งบางทีอาจจะจำเป็นต้องเพิ่มคำบางคำเข้าไปด้วย ฉะนั้นจากตัวอย่างของ Direct Speech ที่เห็นข้างบนนี้ จึงเขียนแบบ Reported speech ได้ดังนี้
ตัวอย่าง
Jane remarked what a lovely garden it was.
เจนพูดว่าสวนดังกล่าวช่างสวยงามจริงๆ
He greeted me and asked where I was going.
เขาทักทายผมและถามว่าผมจะไปไหน
She exclaimed and said (that) she had torn her clothes.
เธออุทานและพูดว่าเธอทำเสื้อผ้าของเธอขาด
ในด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อาทิ สรรพนาม กริยา ฯลฯ จาก Direct Speech เป็น Reported Speech ก็เป็นไปตามที่ได้กล่าวมาแล้วใน Reported statements ข้อ 1
ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม
D : Mary remarked, “What a terrible noise!”
R : Mary remarked what a terrible noise it was.
D : “Oh dear! I’ve spilt my coffee,” Jane said.
R : Jane exclaimed and said she had spilt her coffee
D : “Look out! There’s a car coming.” he warned me.
R : He warned me to look out and said there was a car coming.
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

See also  [Update] Way to say: ลดราคาลงอีกได้ไหม ภาษาอังกฤษพูดอย่างไรได้บ้าง | เรียนภาษาอังกฤษ ราคาถูก - NATAVIGUIDES
See also  วิธีเก็บเงิน 70,000 บาท แบบง่ายที่สุด ใครๆ ก็ทำได้ | หาเงิน 70000 | Nataviguides

(Visited 37,789 times, 1 visits today)

[NEW] DIRECT AND INDIRECT SPEECH | direct speech คือ – NATAVIGUIDES

เทคนิคการใช้ Direct Speech and Indirect Speech

Reported Speech คืออะไร?

Reported Speech คือ วิธีการที่เราจะนำเอาคำพูดของใครคนหนึ่งไปเล่าต่อให้คนอื่นฟัง ซึ่งมีด้วยกันจริงๆ 2 รูปแบบ นั่นก็คือ Direct Speech และ Indirect Speech ค่ะ

นอกจากนี้ ในตัวของ Reported Speech เอง จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ The Reporting Clause และ The Reported Clause. The Reporting Clause จะประกอบด้วยกริยานำ(reporting verbs) ยกตัวอย่างเช่น say, tell, ask, reply, shout ซึ่งมักอยู่ในรูปของ Past Simple และในส่วนของ The Reported Clause จะเป็นสิ่งที่ผู้พูดได้เริ่มกล่าวไว้ ลองดูตัวอย่างตามตารางด้านล่างนี้นะคะ

reporting clause
reported clause

William said,
“I need your help.”

Then a man shouted,
“Get out of there, fast!”

The postman said
he had a package for us.

Steve told me
He’s thinking of moving to Morocco.

ทีนี้เราลองมาดูว่ารูปแบบทั้ง 2 รูปแบบของ reported speech มีอะไรกันบ้างค่ะ

  1. Direct speech

     คือ การเอาคำพูดคนอื่นมาพูดแบบตรงๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประโยคประโยคลักษณะนี้จะสังเกตุได้ง่ายเพราะมีตัวช่วย คือ เครื่องหมาย Quotation mark “……” ตัวอย่างเช่น

  • Jamie said, “I will wash all the dishes.”
  • Kim said, “I like Mathematics.”

หรือสลับตำแหน่งกันก็ได้ “ I will wash all the dishes,” Jamie said.

** ข้อควรจำ** หลังประโยคหลักจะถูกคั่นด้วย comma เสมอ และประโยคในเครื่องหมาย quotation mark จะขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ แต่ในประโยคตัวอย่างที่สองถ้าเอาประโยคที่เป็นคำพูดไว้ด้านหน้าและใส่ชื่อคน พูดไว้ด้านหลัง เวลาที่จบประโยคในเครื่องหมายคำพูดให้ใส่ comma แล้วค่อยปิดท้ายด้วย quotation mark แล้วจึงใส่ชื่อคนพูดต่อท้ายค่ะ

  1. Indirect speech

     คือ การนำคำพูดไปเล่าต่อโดยอีกบุคคลหนึ่ง หรืออาจเรียกว่า “คำพูดที่ถูกนำไปรายงาน” เครื่องหมายคำพูด (Quotation Mark) จึงไม่ต้องใส่อีกต่อไป ซึ่งการพูดแบบนี้โครงสร้างประโยคเดิมจะถูกเปลี่ยนแปลงนะคะ

ทั้งนี้การเปลี่ยนประโยคคำพูดเป็น Indirect Speech จะมีหลักด้วยกัน 4 ประการ ดังนี้
1. เปลี่ยนแปลง Tense
2. เปลี่ยนแปลง Personal Pronoun
3. เปลี่ยนแปลง Nearness เป็น Remoteness
4. เปลี่ยนแปลง Reporting Verb (กริยาในประโยคนำ)

Indirect speech สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามนี้เลยค่ะ

2.1 Indirect speech – statements คือการรายงานในรูปแบบประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ
2.2 Indirect speech – commands, requests and suggestions คือ การรายงานประโยคที่เป็นประโยคขอร้อง ประโยคคำสั่ง หรือ ขออนุญาต
2.3 Indirect speech – questions คือการรายงานในลักษณะที่เป็นประโยคคำถาม

ลองมาดูวิธีการเปลี่ยนรูปแบบในแต่ละประเภทกันนะคะ

หลักการเปลี่ยนประโยคบอกเล่าหรือปฎิเสธ – Statement

กฏการเปลี่ยน Direct Statement เป็น Indirect Statement
1. ตัดเครื่องหมาย comma (,) ออก                                                                                                      2.เอาเครื่องหมายคำพูด(Question mark) ออก
3. จะเติม that หลัง Reporting Verbs หรือไม่ก็ได้
4. เปลี่ยนสรรพนามให้เหมาะสม
5.เปลี่ยนคำระบุเวลาต่อไปนี้ จาก ใกล้ –>ไกล

คำระบุเวลาที่ต้องเปลี่ยนรูปใน Indirect Speech

คำที่ต้องเปลี่ยนจาก ใกล้ ให้เป็น ไกล ใน Indirect Speech

6.ถ้า Verb ใน Direct Speech เป็น Present ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง Tense เมื่อทำเป็น Indirect Speech แต่ถ้า Verb ใน Direct Speech เป็น Present ต้องเปลี่ยนแปลง Tense ใน Indirect Speech เป็นรูปอดีต เช่น

Present simple tense —> past simple tense   เช่น

Direct speech : Kim said, “We work for the city council.”
Indirect speech : Kim said (that) they worked for the city council.

Present continuous tense —> past continuous tense   เช่น

Direct speech : Martin said, “I’m doing the washing.”
Indirect speech : Martin said (that) he was doing the washing.

Past simple tense —> past perfect tense   เช่น

Direct speech : She said, “I decided to leave earlier today.”
Indirect speech : She said (that) she had decided to leave earlier that day.

Past continuous tense —> past perfect continuous tense  เช่น
Direct speech : Jenny said, “I am not going to Bangkok.
Indirect speech : Jenny said (that) she was not going to Bangkok.

Present perfect tense —> past perfect tense   เช่น
Direct speech : She said, “My mom haven’t arrived yet.”
Indirect speech : She said (that) her mom hadn’t arrived yet.

Future simple tense (will) —> future (past form) tense (would)  เช่น
Direct speech : She said, “I will submit my homework tomorrow.”
Indirect speech : She said (that) she would submit her homework the following day.

Can —> could

เช่น
Direct speech : Bom said, “I can’t speak Thai.”
Indirect speech : Bom said (that) he couldn’t speak Thai.

May —> might   เช่น
Direct speech : The HR manager said, “The company may cancel the trip.”
Indirect speech : The HR manager said (that) the company might cancel the trip.

** ข้อควรระวัง ** ถ้าข้อความใน Direct Speech เดิมเป็นเรื่องจริง (Facts) โดยทั่วไป ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับเวลาในขณะที่กล่าวข้อความนั้น หรือข้อความใน Direct Speech เป็นเรื่องของความเป็นปกติวิสัย (Habitual Actions) ทั้ง 2 กรณีนี้ ต้องใช้กับ Present Tense เสมอ

ตารางการเปลี่ยน Tense ใน Indirect Speech

หลักในการเปลี่ยนประโยคคำสั่ง อนุญาต เสนอแนะ และขอร้อง – Commands or Requests

หลักในการเปลี่ยนก็จะมีการเปลี่ยน Tense หรือ ข้อความบอกเวลาและข้อความที่บ่งบอกความใกล้-ไกล เหมือนกับ Reported Statement แต่จะมีจุดที่แตกต่างกัน ดังนี้นะคะ

  1. ใช้กริยานำ คือ tell/told (บอก), order/ordered (สั่ง), ask/asked (ขอร้อง), command/commanded (สั่ง)
  2. ถอดเครื่องหมายคำพูดออก
  3. เราจะใช้ to + V1 ในการขอร้อง แนะนำ บอก หรือ สั่งให้ทำ ถ้าเป็นปฏิเสธหรือห้ามทำ ให้ใช้
    not to + V1 อีกประการหนึ่งก็คือถ้าประโยค Direct Speech นั้นไม่มีกรรม ให้เติมกรรมลงไปในประโยค Indirect Speech ด้วย และถ้าหากมีคำว่า “Please” ในประโยค Direct Speech ให้ตัดทิ้งด้วยเช่นกัน เช่น

Direct Speech: He asked, “Please let me go to the party.”
Indirect Speech: He asked me to let her go to the party.

Direct Speech: Doctor advised, “Don’t smoke”
Indirect Speech: Doctor advised me not to smoke.

  1. เปลี่ยนสรรพนามตามความเหมาะสม

หลักการเปลี่ยนประโยคคำถาม – Question

ในการเปลี่ยนประโยคคำถามจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ

  1. ประโยคคำถามที่เป็น Yes/No question

ในประโยคคำถามเราจะไม่ใช้กริยาในประโยคหลักเป็น say/said แล้ว แต่จะใช้เป็น ask, inquire, want to know หรือ wonder แทน ส่วน Tense ก็จะมีการเปลี่ยนเช่นเดียวกับประโยคบอกเล่า

ในประโยคคำถามจะใช้ if, whether, whether…or not หรือ whether or not ในการเชื่อมประโยคแทน และจะไม่ใส่เครื่องหมาย ? ท้ายประโยค รูปประโยคจึงมีหน้าตาเหมือนกับประโยคบอกเล่าธรรมดา แต่มีความหมายเป็นคำถาม ตัวอย่างเช่น

  • They asked if they could leave then.
  • Sarah wanted to know that whether the Minister had answered her questions or not.
  • He wondered if that soup tasted good.
  1. ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Wh-question
    คำกริยาหลักในประโยคยังคงเหมือนกับแบบ Yes/No question เพียงแต่ใช้คำแสดงคำถามหรือ Wh-question words เข้ามาเชื่อมประโยคแทน และการเรียงลำดับคำในประโยคจะเรียงเหมือนกับประโยคบอกเล่า (ประธาน + (กริยาช่วย) + กริยา + กรรม) จะไม่เหมือนการเรียงประโยคคำถาม ( Wh-words + กริยาช่วย + ประธาน + กริยา) เช่น

Direct speech : They asked, “Who can speak English?”
Indirect speech : They asked who could speak English.

Direct Speech: He said to her, “How did you make it?”
Indirect Speech: He asked her how she had done it.

กฏของการเปลี่ยน Indirect Question
1. ถอดเครื่องหมายคำพูด (Quotation mark) ออก
2. reporting verb ต้องเป็น ask , asks หรือ asked แล้วตามด้วยคำเชื่อม ถ้าคำถามเดิมขึ้นต้นด้วย Question Word ก็ใช้เชื่อมได้เลย แต่ถ้าคำถามเดิมขึ้นต้นด้วย Helping V. ให้ใช้ if หรือ whether เชื่อม
3. การลำดับคำให้อยู่ในรูปประโยคบอกเล่า ตัดเครื่องหมาย ? ออกใส่ full stop แทน
4. มีการเปลี่ยนแปลงสรรพนามให้เหมาะสม และเปลี่ยนแปลง Tense ถ้ากริยานำเป็น Past

แหล่งอ้างอิง : http://www.oxbridge.in.th/grammar-tips/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-direct-indirect-speech

 

Share this:

Like this:

Like

Loading…


การใช้ Direct speech กับ Indirect speech | Eng ลั่น [by We Mahidol]


เวลาเราอ่านหรือเขียนหนังสือภาษาอังกฤษ เราจะได้พบกับรูปประโยคของ Direct Speech และ Indirect Speech กันบ่อยมาก ๆ แต่เราก็ยังสับสนอยู่ดีว่าการเขียนรูปประโยคที่ถูกต้องของทั้งสองแบบนี้แตกต่างกันยังไง
วันนี้พี่คะน้า รุ่นพี่วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล จะมาอธิบายการเขียนรูปแบบประโยคของ Direct Speech และ Indirect Speech ที่ถูกต้องในแบบฉบับที่สั้นกระชับและเข้าใจง่าย พร้อมแบบทดสอบท้ายคลิป เมื่อดูจบแล้วจะสามารถเขียนรูปประโยคทั้ง Direct Speech และ Indirect Speech ได้อย่างถูกต้องมั่นใจแน่นอน
DirectSpeech IndirectSpeech Engลั่น WeMahidol Mahidol
YouTube : We Mahidol
Facebook : http://www.facebook.com/wemahidol
Instagram : https://www.instagram.com/wemahidol/
Twitter : https://twitter.com/wemahidol
TikTok : https://www.tiktok.com/@wemahidol
มหาวิทยาลัย มหิดล Mahidol University : https://www.mahidol.ac.th/th/
Website : https://channel.mahidol.ac.th/

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

การใช้ Direct speech กับ Indirect speech | Eng ลั่น [by We Mahidol]

Reported Speech | Indirect Speech and Direct Speech | Learn English Grammar


Reported speech and indirect speech mean the same thing. You need to know how to write in reported speech when you write down or \”report\” what someone has said. In this video, learn when to use reported speech, how to transform sentences from direct speech to reported speech and from reported speech to direct speech, learn how to use modals in reported speech, learn the difference between say and tell, look at how questions change in reported speech and learn the references of time and place.
This is a must see tutorial for the Cambridge FCE exam.
What is reported speech 0:56 secs
when to use it 1:31
sentence transformations 1:47
modal verbs 3:39
say and tell 5:12
questions 5:38
references of time and place 6:20
tense change reported speech chart https://bit.ly/3ewuJ2U
https://www.patreon.com/oxfordenglishnow
TWITTER: https://twitter.com/oxford_now
FACEBOOK: https://www.facebook.com/oxfordenglishnow

Reported Speech | Indirect Speech and Direct Speech | Learn English Grammar

[อังกฤษ] Reported Speech ออกสอบ GAT ENG แน่นอน!!


ใหม่!! WINNER SHORTNOTE คอร์สเรียนออนไลน์ ติวเข้มหนังสือจากหนังสือ WINNER SHORTNOTE ให้น้องๆเตรียมพร้อมทุกสนามสอบ
⭐เนื้อหา WINNER SHORTNOTE Reported Speech
ขั้นตอนการเปลี่ยนประโยคให้อยู่ในรูป Reported Speech

⭐ดูจบแล้วกดกระดิ่ง เพื่อตั้งเตือน จะได้ไม่พลาด EP ถัดไป รับรองว่าจะจัดให้ทุกวิชาเลย!
TCAS ONET 9วิชาสามัญ Questionword Wh
____________________________________________________________________
ฝากหนังสือจาก WINNER STUDY นะคะ ทุกเล่มตั้งใจเขียนโดยทีม นิสิตจุฬา
เพื่อสำหรับเตรียมสอบเข้าคณะที่ใช่มหาลัย ที่ชอบ
สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.ทาง LINE @winnerstudy
🍒WINNER SHORTNOTE
ครบ8วิชา ม.46(ไทย อังกฤษ สังคม วิทย์ คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ)
ใช้ได้ทุกสนามสอบ ทั้งใน โรงเรียน GAT PAT ONET 9 วิชาสามัญ
🍒WINNER 1000Q พันคิว วิทย์
รวม1000ข้อสอบ วิทย์ 4 วิชาม.46 (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ดาราศาสตร์)
คล้ายข้อสอบจริงสุด โจทย์มี 3 ระดับ (ง่ายกลางยาก) ใช้สอบ ONET, PAT, 9 วิชาสามัญได้
เฉลยเข้าใจสุด และละเอียดมาก เหมือนได้ติวเตอร์ดีกรีจุฬาส่วนตัวตลอด 24 ชม.
🍒WINNER 1000Q พันคิว คณิต
รวม1000ข้อสอบ ตะลุยโจทย์คณิต ม.46​
คล้ายข้อสอบจริงสุด เหมือน PAT1 9วิชาสามัญ ONET
เฉลยละเอียดมาก ไม่ต้องไปติวก็เข้าใจ เหมือนมีติวเตอร์จุฬาอยู่ข้างๆ
ทำครบ ทำจบเล่ม สอบติดแน่!⭐️
ดูเพิ่มเติมได้ที่
YOUTUBE: https://www.youtube.com/channel/UCtSbwlAIU54zTlRco9q3u8A
IG: https://www.instagram.com/winnerstudyth/

[อังกฤษ] Reported Speech ออกสอบ GAT ENG แน่นอน!!

Lesson on DIRECT and INDIRECT SPEECH (He said he had understood my lesson.)


We use the direct speech when are speaking. But if we want to report what someone else said we have to use indirect speech. To do that, we go a tense back to report it. There is an exception to this rule: when we are reporting something that is always true. Check out this video and start learning now! I’ll show you a few examples on how to use it, and two diagrams showing how to change from direct to indirect speech.
Watch, Listen \u0026 Speak English !
Mr. P. is a Canadian English Teacher/Coach from Toronto, in Canada who has been teaching English since 1997. He taught English to adults in Rome for 20 years.
Since 2018, he has been teaching English at an international high school in Canada.
He is an Honorary Fellow in the English Language at UNITELMA La Sapienza University in Rome. In the past, he was also a Language Monitor at the University of Toronto. He has also taught English to many important politicians and celebrities in Italy. He is a certified English Teacher specialized in TEFL, TESL, TESOL (Arizona State University) \u0026 TOEFL.
In his channel, Marc aims to make his lessons concise and effective for everyone. Subscribe for weekly updates and please make comments and requests.

Lesson on DIRECT and INDIRECT SPEECH (He said he had understood my lesson.)

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Reported speech


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Reported speech

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ direct speech คือ

See also  [NEW] Qualifiers and Intensifiers: A Grammar Guide | intensifier คือ - NATAVIGUIDES

Leave a Reply

Your email address will not be published.