Home » [NEW] สำนวนภาษาอังกฤษควรรู้ Idioms ใช้ในชีวิตประจำวัน เรียน สอบ ตัวอย่างพร้อมแปล | แปล idiom – NATAVIGUIDES

[NEW] สำนวนภาษาอังกฤษควรรู้ Idioms ใช้ในชีวิตประจำวัน เรียน สอบ ตัวอย่างพร้อมแปล | แปล idiom – NATAVIGUIDES

แปล idiom: คุณกำลังดูกระทู้

สำนวนภาษาอังกฤษควรรู้ Idioms ใช้ในชีวิตประจำวัน เรียน สอบ ตัวอย่างพร้อมแปล

สำนวนภาษาอังกฤษน่ารู้ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันและสอบทุกสนาม ค่อยๆ อ่านไปครับ ใจเย็นๆ อย่าเครียดนะครับ เข้ามาอ่านบ่อยๆ อ่านไปเรื่อยๆ ความรู้จะเพิ่มพูนเองครับ และขอแนะนำว่าอย่าปริ้นท์ไว้อ่านนะครับ ให้เข้ามาอ่านที่หน้าเว็บครับ เพราะจะมีสำนวนเพิ่มใหม่เรื่อยๆ และจะมีการอธิบายคำศัพท์ และการใช้เพิ่มให้ตลอดครับ อ่านแล้วก็บอกต่อคนรู้จัก ให้เข้ามาอ่านด้วยนะครับ ขอบคุณครับ … เรามาเริ่มกันเลย !!

สำนวน – A

Above all : mainly, especially สำคัญที่สุด เป็นพิเศษ เหนืออื่นใด

ตัวอย่างประโยคที่ 1
Above all, don’t mention this to Sorayuth.
สำคัญที่สุด อย่าเอ่ยเรื่องนี้กับสรยุทธ

ตัวอย่างประโยคที่ 2
He does well in all his subject but, above all, in English.

all at once : suddenly
ทันทีทันใด, ฉับพลัน

All at once the sky became dark, it started to rain .
ทันทีที่ท้องฟ้ามืดลงฝนเริ่มตก

We were walking along Petchburi Road when all at once we heard a shot.
เรากำลังเดินไปตามถนนเพชรบุรี ทันทีทันใดเราได้ยินเสียงปืน

all day long : the entire day, continuously through the day
ตลอดวัน

She shopped all day long looking for a new dress.
หล่อนเดินทางตลอดทั้งวันเพื่อหาซื้อชุดใหม่ 1 ชุด

all of a sudden : suddenly
ทันทีทันใด

All of sudden Weera appeared at the door.
ทันทีทันใดนั้นวีระปรากฏตัวที่ประตู

all right : satisfactory , correct
เป็นที่พึงพอใจ, เหมาะสมถูกต้อง,ควร

He said that it would be all right for us to call again.
เขากล่าวว่าเราคงจะพึงพอใจแน่ถ้าแวะมาอีก

all the same : regardless of what has been said ,also, to be equal, the same, to make no difference
ถึงกระนั้น,เหมือนกัน

It’s all the same to me whether you go or stay.
ไม่ว่าคุณจะอยู่หรือไปมันก็เหมือนกัน

as a matter of fact : in fact, really
อันที่จริง แท้ที่จริง

Wilai thinks she know English well but, as a matter of fact, she speaks very poorly.
วิไลคิดว่าหล่อนรู้ภาษาอังกฤษดีแต่แท้ที่จริงแล้วหล่อนพูดไม่คล่องนัก

as to : concerning , with reference to
เกี่ยวกับ,ตามที่

As to money , we will simply have to borrow some from the bank.
เกี่ยวกับเงิน เราคงจะต้องยืมจากธนาคารบ้าง

as usual : as always customarily
ตามเคย, เหมือนเคย

Nadech is late for class again as usual.
ณเดชน์มาเรียนสายอีกตามเคย

as yet : up to the present time, as of now
จนกระทั่งบัดนี้ จนบัดนี้

As yet we have not had an answer from him.
จนบัดนี้เรายังไม่ได้รับคำตอบจากเขา

at all : to any degree , in the last
แม้แต่น้อย,เลย

She said that that she did not have any money at all.
หล่อนกล่าวว่าหล่อนไม่มีเงินเลย

at first : originally , in the first instance
แต่แรก ครั้งแรก

At first I thought it was Khun Tan who was telephoning to me.
ครั้งแรกผมคิดว่าเป็นคุณตันที่กำลังโทรศัพท์ถึงผม

at last : Finally
ในที่สุด

We waited and waited and at last Jim arrived.
เราคอยแล้วคอยเล่าและในที่สุดจิมก็มาถึง

at least : a minimum of , no less than
อย่างน้อยที่สุด

Every student should spend at least two hours on his homework every night.
นักเรียนทุกคนควรใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 2 ชั่วโมง ทำการบ้านทุกคืน

at once : immediately , very soon , right away
โดยทันที ฉับพลัน

I want you to send this telegram at once.
ผมต้องการให้คุณส่งโทรเลขนี้ทันที

at time : sometimes , occasionally
บางครั้ง บางโอกาส

At times she feels a little better but then she becomes very weak again.
บางครั้งหล่อนรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่แเล้วก็อ่อนแอลงอีก

สำนวน – B

back out : to withdraw, fail to fulfill a promise or obligation ปฏิเสธ,ไม่ตรงตามสัญญา ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน

At the last minute John backed out and refused to go with us. ในนาทีสุดท้ายจอร์นไม่ทำตามที่ตกลงกัน และปฏิเสธที่จะไปกับเรา

back up :

a) to put a car in reverse,drive or go back wards
ถอยรถไปข้างหลัง กลับรถ

Main Street was blocked with traffic , so I backed up and drove down one of the side streets.
การจราจรบนถนนติดขัด ดังนั้นผมจึงถอยหลัง และขับไปทางถนนข้างๆ

If you want to get your car in that tight space , you’ll have to back it up some more.
ถ้าคุณต้องการนำรถของคุณเข้าไปในที่แคบนั้น คุณจะต้องถอยหลังอีก

b) to support or to help
สนับสนุนให้ความช่วยเหลือ

The headmaster never backed up his staff.
อาจารย์ใหญ่ไม่เคยสนับสนุนเพื่อนร่วมงานเลย

be about to : to be on the point of, ready
เกือบจะ, พร้อม

I was just about to leave when you telephoned.
ผมเกือบจะออกไปตอนที่คุณโทรศัพท์มา

Bear in mind (keep in mind) : not to forget, remember
จำไว้ว่า จำใส่ใจ

A : You should bear in mind that he is not as strong as he used to be.
คุณควรที่จะจำไว้ว่าเขาไม่แข็งแรงเหมือนเคย

B : O.K., I’ll keep it in mind.
ครับผมจะจำใสใจเอาไว้

Be as steal : some thing for sale very cheaply
ของราคาถูกมาก

On Washing’s birthday we bought a $420 color television set for $90.That’s a steal!
ในวันเกิดของวอชิงตัน เราซื้อทีวีสีเครื่องละ 420 เหรียญได้ในราคา 90 เหรียญ ของถูกจริงๆ!

Beat about the bush : to be indirect in approaching something
พูดอ้อมค้อม

Instead of beat about the bush, John came straight to point.
แทนที่จะอ้อมค้อม จอห์นพูดให้ตรงจุด

Be becoming : to suit, favor in appearance
เหมาะสม

That pearl necklace is very becoming to you.
สร้อยคอไข่มุกนั้นเหมาะสมกับคุณมาก

Be better off : to be in a better condition or situation
อยู่ในสภาพดีขึ้น, ฐานะดีขึ้น

If he is so sick, he would be better off in a hospital.
ถ้าเขาป่วยมาก เขาควรอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นในโรงพยาบาล

(be) bound for somewhere : to be going in a certain direction
มุ่งหน้าไป

The ship is bound for Buenos Aires.
เรือมุงหน้าไปบัวโนสไอเรส

be bound to : to be certain to, sure to
แน่นอน, หนีไม่พ้น

We are bound to be late if you don’t hurry.
เราคงสายแน่ถ้าคุณไม่รีบ

Become of : to happen to
บังเกิดขึ้น, มีเรื่องเกิดขึ้น

I wonder what has become of John. I haven’t seen him in weeks.
ผมสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับจอห์น ผมไม่เห็นเขาหลายสัปดาห์แล้ว

be in charge of : to manage, be responsible for
รับผิดชอบ, จัดการ, ควบคุมดูแล

Henry is in charge of the office while Mr.Smith is away
เฮนรี่รับผิดชอบสำนักงานขณะที่นายสมิธไม่อยู่

believe in : to accept as true : have faith in the existence of
เชื่อมั่น, ศรัทธา, นับถือ

I really think that she believes in ghosts.
ผมคิดว่าหล่อนนับถือผีสาง

be looking up : to be improving
แก้ไข บำรุง

Prospects for building that new library are looking up.
ภูมิประเทศสำหรับสร้างห้องสมุดใหม่กำลังถูกแก้ไข

be mixed up : to be confused
ทำให้งง, ทำให้ยุ่งเหยิง

Instead of helping me , his explanation only mixed me up.
แทนที่จะช่วยผม คำอธิบายของเขาทำให้ผมงง

be named after : to be given at birth the same name as another
มีชื่อตาม, ชื่อเหมือนกัน

Preeya is named after her aunt.
ปรียาชื่อเหมือนกันกับป้าของหล่อน

My grandson was named Calvin, after a former President of the United States.
หลานชายของฉันมีชื่อเคลวินตามประธานาธิบดีคนก่อนของอเมริกา

be out of the question : to be impossible
ไม่มีทาง, เป็นไปไม่ได้

Germany’s demands were out of the question, and England answered by declaring war.
ความต้องการของเยอรมันนีเป็นไปไม่ได้ อังกฤษตอบโดยการประกาศสงคราม

be over : to be finished, an ending.
ยุติ,จบ,เลิก

after the dance was over, we all went to a restaurant.
หลังจากเลิกเต้นรำเราทั้งหมดก็ไปที่ภัตตาคาร

be rained out : said of a football game all any other outdoor activity that has to be postponed all called of on account of rain
เลื่อนด้วยเหตุจากฝนตก

That baseball game that we had planned to watch on TV was rained out.
การแข่งขันเบสบอลที่เรากะว่าจะได้ดูทางทีวีถูกเลื่อนออกไปด้วยจากเหตุฝนตก

be stuck : to be cheated , to become cheated
ถูกโกง

If you paid more than seventy thousand baht for that old car, you got stuck.
ถ้าคุณจ่ายเกินกว่า 7 หมื่นบาทเพื่อซื้อรถยนต์เก่าคันนั้นคุณถูกโกงแน่

be up : to be ended (said only of time)
หมดเวลา

We will have to stop practicing the piano. The time is up
เราจะต้องหยุดฝึกเปียโนหมดเวลาแล้ว

(be) used to : to be accustomed to เคยชิน

He is used to this climate and the changes in temperature do not affect him.
เขาเคยชินกับอากาศอย่างนี้ และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิไม่กระเทือนต่อเขา

be well-off : to be rich, well-to-do
ร่ำรวย,มั่งมี

They own their own home, have two automobiles, and see to be very well-off.
พวกเขาเป็นเจ้าของบ้าน มีรถ 2 คัน และดูเหมือนว่าร่ำรวยมาก

be with someone : to understand or follow another person’s conversation or ideas
เข้าใจหรือตามคำสนทนาหรือความคิดของบุคคลอื่น

Will you please repeat that last statement ? I’m not with you.
กรุณาพูดข้อความสุดท้ายซ้ำอิกได้ไหม ? ผมฟังไม่ทัน

blow one’ stop : to become enraged and swear or curse
โกรธจนสุดขีด

Don’t blow your top , boss until after I have explained why I missed that important conference.
อย่าโกรธจนสุดขีดเจ้านาย, จนกว่าผมได้อธิบายว่าทำไมผมจึงพลาดการประชุมสำคัญนั้น

Blow out : to explode , go flat (said generally of tires)
ระเบิด, แตกกระจาย , แบน (ยางรถ)

On our trip to Chonburi, run of our tires blew out.
ระหว่างการเดินทางไปเที่ยวชลบุรี ยางรถเส้นหนึ่งแตก

Blow up : to destroy by explosion , to explode
ระเบิด

When the torpedo struck it , the ship immediately blew up .
เมื่อตอร์ปิโดชนเรือ เรือก็ระเบิดทันที

Brake down : to stop functioning-said generally of motors and similar mechanical objects.
เสีย, ชำรุด, ขัดข้อง

Over car broke down , and be had to tow it to a garage.
รถยนต์ของเราเสียพวกเราต้องเข็นไปที่อู่รถยนต์

Break in : to adjust through usage something which is new and stiff, also to train a new employee.
เดิน (เครื่องยนต์ให้เข้าที, หัด)

It is better to break in a new car slowly by drive moderate speeds for the first 500 miles
เป็นการดีที่เดินเครื่องใหม่(ให้เข้าที่อย่างช้าๆโดยการขับด้วยความเร็วปานกลางในระยะทาง 500 ไมล์แรก)

break in to : to enter by force.
บุกรุก งัดแงะเข้าไป

Thieves broke in to our apartment last night.
ขโมยงัดแงะเข้าไปในอพาร์ทเม้นของเราเมื่อคืน

Break loose : to become free or loose , escape
เป็นอิสระ ปล่อย หลุดหนี

During the storm , the boat broke loose grom the landing.
ระหว่างที่เกิดพายุเรือหลุดจากที่จอด

Brake off : to terminate , put and end.
สิ้นสุด,เลิก

We may relations that country.
เราสิ้นสุดความสัมพันธ์กับประเทศนั้น

Elsa and Bob were engaged but they have broken it off.
เอลซ่าและบ็อบหมั้นกันแล้ว แต่พวกเขาก็เลิกกัน

Break out : occur suddenly.
เกิดขึ้นในทันที

She was living in France when the war broke out .
หล่อนกำลังอยู่ในฝรั่งเศสเมื่อสงครามเกิดขึ้น(ในทันที)

Bring about : to cause , to happen
เป็นเหตุให้, เกิดขึ้น

The accident was brought about by John’s carelessness.
อุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยความประมาทของจอห์น

Jill and Harry have separated. What brought it about ?
จิลและแฮรี่แยกกันแล้วอะไรเป็นสาเหตุ ?

bring back : to return
ส่งคืน

When are you going to bring back my book?
เมื่อไหร่คุณจะคืนหนังสือของฉัน?

You can borrow my car if you promise to bring it back tomorrow.
คุณยืมรถของฉันได้ถ้าคุณสัญญาว่าจะส่งคืนพรุ่งนี้

Bring out : to produce, to present
ผลิต, เสนอ

Most of the automobile companies bring out new models their car each year.
บริษัทรถยนต์ส่วนมากผลิตรถรุ่นใหม่ในแต่ละปี

We wanted to see some old family pictures so Jennie brought them out and showed them to us.
พวกเราต้องการเห็นรูปครอบครัวที่เก่าๆ เจนนี่จึงนำมาให้เราดู

bring someone to : to revive
ทำให้ฟื้นขึ้น

This medicine will surely bring him to.
ยานี้จะทำให้เขาฟื้นขึ้นอย่างแน่นอน

bring up : to rear, raise from childhood ; also , to present for attention or consideration
อบรมเลี้ยงดู, เสนอเรื่องขึ้นมา

His mother died when he was young, and his grandmother brought him up.
แม่ของเขาตายเมื่อเขายังเด็ก ย่าเป็นผู้อบรมเลี้ยงดูเขามา

She decided against bringing the matter up at the club meeting.
หล่อนตัดสินใจไม่เห็นด้วยกับการเสนอเรื่องขึ้นมาในการประชุมของสโมสร

bug someone : to annoy or disturb a person continually
รำคาญ, รบกวนบุคคลอื่น

Our neighbors complained that our late parties were bugging them.
เพื่อนบ้านของเราบ่นว่าปาร์ตี้ในตอนดึกของเรารบกวนพวกเขา

build up : to increase, make stronger
เพิ่มขึ้น, ทำให้แข็งแรงขึ้น

He need a good tonic to build up his strength.
เขาต้องการยาบำรุงที่ดีเพื่อความแข็งแรง

Attendance at that new play is so minimal that the producers are trying to build it up.
ความสนใจต่อการแสดงชุดใหม่มีน้อยเสียจนผู้กำกับพยายามที่จะทำให้น่าสนใจมากขึ้น

Burn down : to burn to the ground
ไหม้เป็นจุรณ, ไหม้เหลือแต่ซาก

The fire spread quickly and, before the fireman arrived, the whole block of old builds had burned down.
ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและก่อนที่พนักงานดับเพลิงมาถึงอาคารเก่าทั้งแถบ ก็ไหม้เหลือแต่ซาก

After that sagging barn collapsed, the farmer burned it down .
หลังจากโรงนาที่ทรุดพังทลายลงมาชาวนาก็เผามันให้ไหม้เป็นจุรณ

Burn out : to stop functioning, become useless (said of electrical equipment)
เสียหรือใช้การไม่ได้ (อุปกรณ์ไฟฟ้า)

There are no lights anywhere in the house. Perhaps a fuse has burned out.
ไม่มีแสงสว่างทุกแห่งในบ้าน บางทีฟิวส์คงเสีย

If you overload that fuse, you will burn it out.
ถ้าคุใช้ไฟฟ้ามากเกินไป จะทำให้ฟิวส์ขาดได้

Burn up : to burn completely
เผาเสียเรียบ

He burned up the letter and threw the ashes into the fireplace.
เขาเผาจดหมายเสียเรียบและเทขี้เถ้าลงในเตาผิง

Every time that she thought about him, she burst out crying.
ทุกๆครั้งที่หล่อนคิดถึงเขา หล่อนร้องไห้ออกมาทันที

buy out : to buy a business from another person
ซื้อกิจการ

He has been trying for some time to buy out he’s partner
เขาพยามซื้อกิจการของผู้มีหุ้นส่วนมานานแล้ว

He can sell his business any time because Mr.Smith will gladly by him out
เขาสามารถขายธุรกิจของเขาได้ทุกเวลาเพราะนายสมิธจะซื้อกิจการด้วยความยินดี

buy up : to buy the complete stock of.
ซื้อทั้งหมด

The government plans to buy up all surplus grain in order to stabilize the price.
รัฐบาลวางแผนซื้อข้าวจำนวนที่เกินทั้งหมดเพื่อทำให้ราคามั่นคง

by heart : by memory
ท่องจำ จำขึ้นใจ

He knows many passages from Shakespeare by heart.
เขารู้เรื่องราวหลายตอนในหนังสือของเชคสเปียร์โดยการท่องจำ

by oneself : alone
ตามลำพัง

Wichai translated that French novel by himself. No one helped him.
วิชัยแปลนวนิยายฝรั่งเศสตามลำพัง ไม่มีใครช่วย

by the way : incidentally
อนึ่ง ในโอกาสนี้ อย่างไรก็ตาม

That widower told me, by the way, that he never expected to remarry.
พ่อหม้ายคนนั้นบอกฉันว่า อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยหวังว่าจะแต่งงานใหม่

สำนวน – C

call down : to reprimand scold ตำหนิ

John was called down by his boss for coming late to work.
จอห์นถูกนายจ้างดุจากการมาทำงานสาย

Don’t call Mary down for that mistake. I’m sure that mistake. I’m sure that she didn’t make it on purpose.
อย่าตำหนิแม่รี่สำหรับความผิดนั้น ผมแน่ใจว่าหล่อนทำโดยไม่เจตนา

Call for : to come to an office , home, store, etc., in order to get someone or something เรียกหา,ไปรับ,ต้องการ

He promised to call for me at home at seven O’ clock.

Call off : to cancel งด,เลิก

The game was called off on account of darkness.
กีฬาถูกงดด้วยเหตุว่ามืด

At first the workers planned to strike, but later they called it off.
ตอนแรกคนงานวางแผนพร้อมกันหยุดงาน แต่ต่อมาพวกเขาก็เลิก

Call on : to visit เยี่ยม, แวะเยี่ยม

Last night several friends called on us.
เมื่อคืนนี้เพื่อนหลายคนแวะเยี่ยมเรา

Call up : to telephone โทรศัพท์ถึง

I forgot to call up Dang yesterday, although I promised to call him up exactly at three O’clock.
ผมลืมโทรศัพท์ถึงแดงเมื่อวานนี้แม้ว่าผมสัญญาว่าจะโทรศัพท์ถึงเขาตอน 3 โมงตรง

Carry out : to accomplish, execute, bring to a successful end สำเร็จ, ดำเนินการ,ปฏิบัติจนสำเร็จ

They carried out their plan without difficulty.
พวกเขาปฏิบัติตามแผนจนสำเร็จได้ไม่ยาก

It’s easier to make plans than to carry them out.
วางแผนง่ายกว่าการดำเนินการ

Catch a cold : to become sick with a cold เป็นไข้หวัด

If you go out in this rain , you will surely catch a cold.
ถ้าคุณออกไปในขณะฝนตกอย่างนี้ คุณจะเป็นหวัดอย่างแน่นอน

Catch fire : to begin to burn ลุกไหม้ เริ่มต้นเผา

Do not stand too close to that stove. Your clothes may catch fire.
อย่ายืนใกล้เตาไฟเกินไป เสื้อผ้าของคุณอาจลุกไหม้ได้

Catch on : to understand, particularly to grasp the meaning of a humorous story เข้าใจ

Since she doesn’t understand English well, she did not catch on to any of the joke we told.
หล่อนไม่เข้าใจภาษาอังกฤษดี หล่อนจึงไม่เข้าใจเรื่องที่เราเล่า

Change one’s mind : to alter one’s decision or opinion เปลี่ยนใจ

We have changed our minds and are going to Chiangmai instead of to Bangsaen on our vacation.
เราเปลี่ยนใจแล้วและจะไปเชียงใหม่แทนที่จะไปบางแสนในวันหยุด

Check on (check up , check up on) : to examine, check, inspect ตรวจสอบ

That employer has hired a detective to check up (check on, check up on) all of the employee’s past activities.
นายจ้างคนนั้นจ้างนักสืบคนหนึ่งให้ตรวจสอบกิจกรรมในอดีตทั้งหมดของลูกจ้าง

Cheer up : to make happier, inspire ปลอบใจ, สบายใจขึ้น

The nurse tried to cheer up her despondent patient.

We all tried to cheer her up, but she continued to feel very despondent.
เราทั้งหมดพยามทำให้หล่อนสบายใจขึ้น แต่หล่อนยังคงรู้สึกทุกข์โศก

Clear up : to become clear, clarify สะสาง, แก้ปัญหาได้,อากาศดีขึ้น

The newspaper says that the weather is going to clear up tomorrow.
หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าอากาศจะดีขึ้นในวันพรุ่งนี้

That murder was a mystery for a long time, but a clever detective cleared it up.
ฆาตกรรมรายนั้นลึกลับมาเป็นเวลานาน แต่นักสืบที่ฉลาดสะสางมันได้แล้ว

Come about : to happen บังเกิดขึ้น

How did the accident come about?
อุบัติเหตุบังเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

Come across : to meet or find unexpectedly พบโดยบังเอิญ

While cleaning the attic yesterday, I came across an old photograph of my mother.
ขณะที่กำลังทำความสะอาดห้องเพดานเมื่อวานนี้ ผมพบภาพถ่ายเก่าๆ ของแม่ภาพหนึ่งโดยบังเอิญ

Come from : to originate in (often used to refer to one’s home district) มาจาก(บ้านเกิด)

What part of South America does she come from?
หล่อนมาจากส่วนใดของอเมริกาใต้ ?

Come to : to revive , regain consciousness ฟื้นคืนสติ,รู้สึกตัว

At first they thought the man was dead but soon he came to.
ตอนแรกพวกเขาคิกว่าผู้ชายคนนั้นตายแล้ว แต่ในไม่ช้าเขาก็ฟื้นคืนสติ

Come to an end : to terminate case ยุติ,จบ

The meeting finally came to an end at eleven o’clock
ในที่สุดการประชุมยุติเมื่อเวลา 11 นาฬิกา

Come true : to prove to be true all correct
พิสูจน์ว่ากลายเป็นจริง

Everything the economists predicted about the cost of living has come true.
ทุกๆอย่างที่นักเศรษฐศาสตร์ทำนายไว้เกี่ยวกับค่าครองชีพกลายเป็นจริง

Count on (upon) : to depend on.พึ่งพาอาศัย,ฝากความหวังไว้กลับ

We are counting on you to help us with the assignment
เราหวังพึ่งคุณให้ช่วยทำงาน

Cover a lot of ground : to be extensive, to reach many decisions to discuss several matters etc. กว้างขวาง, ถกกันหลายเรื่อง

In his first lecture on Plato our philosophy teacher covered a lot of ground.
ในการบรรยายครั้งแรกเกี่ยวกับพาโต ครูปรัชญาของเราถกกันหลายเรื่อง

Cover for : to take charge of or assume responsibility for another person’s duties or work.
รับผิดชอบแทน

Thanee has to go to launch early to day. Can you cover for him from twelve to one-thirty?
วันนี้ธานีต้องออกไปกินอาหารก่อนเที่ยง ผมรับผิดชอบแทนเขาตั้งแต่ 12-13.30 นาฬิกาได้ไหม ?

Crack a book : to read

Although they said that George had never cracked a book, he did manage to graduate from college.
แม้ว่าพวกเขาพูดกันว่ายอร์จไม่เคยอ่านหนังสือ เขาก็อุตส่าห์จบการศึกษาจากวิทยาลัยได้

Cross out : to cancel (often by marking with crosses)
ตัด, ขีดฆ่าทิ้ง (โดยทำเครื่องหมายกากบาท)

The teacher crossed out several words in my composition.
ครูขีดฆ่าคำหลายคำในเรียงความของผม

I crossed it out because it was repetitious.
ผมตัดมันเพราะมันซ้ำซ้อน

Cut in : to interrupt , enter sharply into the path of another
ขัดจังหวะ, ตัดหน้า, พูดสอด

We were talking quietly when she cut in.
เรากำลังคุยกันอย่างเงียบๆ เมื่อหล่อนมาขัดจังหวะ

Cut off : to remove by cutting the ends –also to terminate abruptly ตัดออก, ตัดขาด

The rope was two feet longer than we needed , so we cut off the extra length.
เชือก 2 ฟุต ยาวเกินกว่าต้องการเราจึงตัดส่วนที่เกินออก

Cut out : to remove by cutting, to stop doing something กำจัด,ตัดออก, เลิก

The child likes to cut out pictures from the newspaper.
เด็กชอบตัดรูปออกจากหนังสือพิมพ์

He kept bothering her and finally she told him to cut it out.
เขาทะเลาะกับหล่อนและในที่สุดหล่อนบอกเขาให้เลิก

Cut short : to make shorter, end prematurely , interrupt
ทำให้สั้นเข้า, หยุดชะงัก

The meeting was cut short when the speaker became ill.
การประชุมต้องหยุดชะงักเมื่อผู้บรรยายไม่สบาย

If you have anything more to say, please cut is short as your time is nearly up.
ถ้าคุณมีสิ่งที่จะพูดอีกมาก กรุณาทำให้สั้นเข้า เพราะเวลาของคุณเกือบหมดแล้ว

สำนวน – D

Day after day (day in, day out) : daily continuously วันแล้ววันเล่า
Day after day he gave the same excuse for his laziness.
วันแล้ววันเล่าที่เขายังแก้ตัวเหมือนเดิมเพราะความเกียจคร้านของเขา

Die away : diminish gradually in the distance, referring to sound ค่อยๆ จางหายไป , แผ่วเบา
The parade passed and the music of the band gradually died away.
เมื่อขบวนพาเหรดผ่านไปแล้วเสียงดนตรีค่อยๆ จางหายไป

Die down : to decrease, lessen in intensity ลดน้อยลง บรรเทาลง,(ไฟ) มอด
The room seemed warm enough so we let the fire die down.
ห้องดูเหมือนว่าอุ่นพอ ดังนั้นเราจึงปล่อยให้ไฟมอดไป

Die out : to disappear gradually but completely ค่อยๆสูญพันธุ์ , ค่อยๆสาบสูญไป
That style of dancing died out years ago.
ลักษณะการเต้นรำแบบนั้นค่อยๆ หายสาบสูญไปหลายปีแล้ว
Dish something out : to give or hand out a fluent amount of abuse , repartee , flattery , etc.
ให้ร้าย , โต้ตอบ ,ยกยอ
That employee can certainly take criticism and can dish it out too.
ลูกจ้างคนนั้นสามารถให้คำติชม และสามารถให้รายได้ด้วย
I don’t care for the sort of gossip dished out by your girlfriend.
ผมไม่สนใจเรื่องซุบซิบให้ร้ายโดยแฟนของคุณ

Do a snow job : to cajole or deceive another person
คะยั้นคะยอหรือหลอกลวงบุคคลอื่น
That salesman who sold me a supposedly reconditioned car did a snow job on me. The car has been in the repair shop ever since I bought it.
เซลแมนคนนั้นได้หลอกขายรถเก่าซึ่งคงจะนำไปแปลงสภาพเป็นรถใหม่ให้ผม(เพราะ)รถต้องเข้าอู่ตั้งแต่ซื้อมา

Do over : to repeat ทำอีก,ทำใหม่,ซ้ำๆซากๆ
The teacher made all of us do our exercise over because there were so many mistakes in them.
ครูให้พวกเราทั้งหมดทำแบบฝึกหัดใหม่เพราะมีข้อผิดพลาดมาก

Do without : to get along without , forego ดำเนินต่อไปโดยปราศจาก, เลิกหรือต้องเลิกของที่ต้องการใช้
With prices so high , I will have to do without a new suit this year.
จากราคาที่สูงมากผมจะต้องเลิกใช้ชุดใหม่ปีนี้

Draw up : to prepare(said of legal papers, contracts, agreement, etc.) เตรียม,ทำ
Our lawyer will draw up the contract today.
ทนายความของเราจะเตรียมสัญญาในวันนี้
If you want to make a will , you will have to have a lawyer draw one up for you.
ถ้าคุณต้องการทำพินัยกรรม คุณต้องมีทนายความทำให้

Dream up : to invent, think of and/ or put into effect ช่างคิด,แต่ง,กุ
Who dreamed up the idea of painting living room walls a bright red ?
ใครช่างออกความคิดในการทาสีผนังห้องรับแขกของเราเป็นสีแดงสด ?
If that student didn’t have a good excuse for being absent, he would dream one up.
ถ้านักเรียนคนนั้นไม่มีข้อแก้ตัวที่ดีสำหรับการมาสาย เขาก็จะแต่งขึ้นสักอย่างหนึ่ง

Drive up to (go up to , walk up to ,run up to) : to approach เข้าไปใกล้
We finally drove up to a gas station and inquired about the correct route.
ในที่สุดเราก็ขับไปใกล้ปั๊มน้ำมันและสอบถามเกี่ยวกับเส้นทางที่ถูกต้อง

Drop in (drop in on) : to call on or visit unexpectedly แวะเยี่ยม,แวะหา
Some old friends dropped in on us last night.
เพื่อนเก่าบางคนแวะเยี่ยมเราเมื่อคืนนี้

Drop in tonight after work if you can.
หลังเลิกงานคืนนี้แวะมาหาหน่อยถ้าม้าได้

Drop out : to leave , withdraw, cease attending ออก ,ลาออก ,หยุด
Many students have dropped out of our school on account of the economic depression.
นักเรียนจำนวนมากลาออกจากโรงเรียนของเราด้วยเหตุจากความตกต่ำทางเศรษฐกิจ

Drop someone a line : to write briefly to someone เขียนโน้ตสั้นๆ ,เขียนข้อความสั้นๆ
If you have time, drop me a line now and then while you are abroad.
ถ้าคุณมีเวลาเขียนข้อความสั้นๆ ถึงฉันบางครั้งบางคราวขณะที่คุณอยู่ในต่างประเทศ
I must drop a line to my mother.
ผมต้องเขียนข้อความสั้นๆถึงคุณแม่

Dry out : to become dry through a gradual loss of moisture แห้งมาก,แห้งสนิท,แห้งจนกรอบ
If you don’t cover the bread, it will soon dry out.
ถ้าคุณไม่ปิดขนมปังไว้ มันจะแห้งจนกรอบในไม่ช้า

Dry run : rehearsal ซ้อม
Before we submit our plan for sale reorganization to our board of directors, let’s have a dry run of the presentation first.
ก่อนที่เราเสนอแผนปรับองค์กรการขายใหม่ของเราต่อคณะกรรมการบริหาร มาซ้อมการเสนอกันก่อน

Dry up : to dry completely แห้งผาก,แห้งสนิท
Every summer this stream dries up.
ทุกฤดูร้อนลำธารนี้แห้งผาก
It rained very little and the streets soon dried up.
ฝนตกน้อยมากและถนนแห้งสนิทในไม่ช้า

สำนวน – E 

ease someone out :
to discharge an employee gently, often with reasonable notice and good severance pay
ปลดลูกจ้างอย่างนุ่มนวลโดยการประกาศและให้เงินค่าทำขวัญ

When the new American President took office, some members of the White House staff were eased out.
เมื่อประธานาธิบดีคนใหม่ของอเมริกาเข้ารับงาน สมาชิกบางคนของทำเนียบขาวถูกปลด

eat in :
to eat at home
รับประทานอาหารที่บ้าน

We ate in last night but tonight we are going to eat out.
เรารับประทานอาหารที่บ้านเมื่อคืนก่อน แต่คืนนี้เราจะออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน

eat out :
to eat in a restaurant
รับประทานอาหารนอกบ้าน

When you eat out, what restaurant do you generally go to?
เมื่อคุณรับประทานอาหารนอกบ้านโดยปกติคุณไปภัตตาคารใด?

every so often (every now and then) :
occasionally
บางครั้งบางคราว

Every so often he and I go to a foot –ball game together.
บางครั้งบางคราวเขาและฉันไปดูการแข่งขันฟุตบอลด้วยกัน

สำนวน – F 

fall behind :
to lag , fail to keep up
ล้าหลัง,ไม่ทันเพื่อน

John fell behind in his studies and finally had to leave school.
จอห์นเรียนไม่ทันเพื่อนและในที่สุดต้องออกจากโรงเรียน

fall in love with :
to begin to love
ตกหลุมรัก

John falls in love with every new girl he meets.
จอห์นตกหลุมรักเด็กผู้หญิงใหม่ทุกคนที่พบ

fall off :
to fall from something ; also, to decrease in volume
หล่น, ลดลง

The picture fell off the wall and broke.
ภาพหล่นจากผนังและแตก

Business conditions are bad at present and his commissions have fallen off.
สภาพธุรกิจในปัจจุบันแย่ลงและค่านายหน้าของเขาก็ลดลงด้วย

fall through :
to fail to materialize, collapse
ไม่สำเร็จ,ล้มเลิก

Our plans for a big picnic fell through.
แผนไปปิกนิกที่ใหญ่โตของเราเป็นอันล้มเลิก

feel like :
to be inclined, have the desire to
สมัครใจ,ต้องการจะรู้สึกอยาก

I feel like taking a long walk. Would you like to go with me ?
ผมต้องการจะเดินเล่นคุณจะไปกับผมไหม?

feel sorry for :
to pity , feel compassion for
สงสาร

I feel sorry for anyone who has to do that kind of work.
ผมสงสารบางคนที่ทำงานชนิดนั้น

figure out :
to calculate , to study carefully in order to understand
คำนวณตู้ , เข้าใจ

This letter is so badly written that I can’t figure out what the writer is trying to say.
จดหมายนี้ถูกเขียนอย่างเลวมากจนผมไม่เข้าใจว่าผู้เขียนกำลังพยายามพูดถึงอะไร

fill one in :
to inform, give background information
แจ้งให้ทราบ, ให้ความรู้พื้นๆ

I’m supposed to meet the president of your company tomorrow. What kind of chap is he ? Please fill me in.
ผมว่าจะไปพบผู้อำนวยการบริษัทคุณพรุ่งนี้ เขาเป็นคนแบบไหน? กรุณาให้ข้อมูลคร่าวๆ แก่ผมบ้าง

fill out : to complete – said of blanks, forms, etc.
เติมให้ครบ เติมให้สมบูรณ์, กรอก

When I applied for my passport, I had to fill out a half dozen different forms.
เมื่อผมกรอกหนังสือเดินทางผมต้องกรอกแบบฟอร์มต่างๆ ถึง6แผ่น

find fault with :
to criticize
ติเตียน , วิจารณ์

It is very easy to find fault with the work of others.
มันง่ายมากที่ติเตียนงานของคนอื่น

find out :
to get information, discover, learn
รู้เรื่อง, พบ, สำรวจ

I was unable to find out the name of the man who called.
ผมไม่สามารถรู้ชื่อผู้ชายที่โทรมา

fix someone or something up :
a. to arrange a date or an engagement for another person
จัดการนัดหมายให้บุคคลอื่น
b. to repair or put something in order
ซ่อม

Since the out-of-town salesman didn’t have a partner for the company dance, his associate fixed him up with a nice young lady.
เพราะว่าคนขายของจากนอกเมืองไม่มีคู่สำหรับเต้นรำ พรรคพวกของเขาจึงจัดการนัดสาวงามให้เขาคนหนึ่ง

We decided to fix up the old house ourselves.
เราตัดสินใจซ่อมบ้านเก่าเอง

fool around :
to play and joke, spend time foolishly with little result
โต๋เต๋, เที่ยวไปเที่ยวมา

He is capable, but he fools around too much ; he jokes with the girls, calls his friends on.
เขามีความสามารถแต่เที่ยวไปเที่ยวมามากเกินไป เขาพูดล้อเลียนพวกเด็กผู้หญิง แวะเยี่ยมเพื่อนๆของเขา

for good :
permanently, forever
ตลอดไป, ไม่กลับมาอีก

Ruth has gone back to California for good. She will not return to the East.
รูธกลับไปแคลิฟอร์เนียตลอดไป หล่อนจะไม่กลับมาตะวันออกอีก

for the time being:
for the present, temporarily
เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้

For the time being Helen is working in the export department.
ในขณะนี้เฮเลนกำลังทำงานในแผนกสินค้าออก

fringe benefit :
something valuable that an employee gets besides wages or salary
บางสิ่งที่ลูกจ้างได้นอกเหนือจากค่าจ้าง

It’s hard to attract employees nowadays without offering them fringe benefits.
เป็นการยากที่จะดึงดูดลูกจ้างในปัจจุบันโดยไม่เสนอผลประโยชน์ที่นอกเหนือจากค่าจ้าง

front for :
to act as one’s agent or spokesman but often giving the impression that one is the real leader
กระทำเป็นตัวแทน

Since the president of that power company didn’t like to meet the public, he arranged for the vice-president to front for him.
เนื่องจากประธานบริษัทไม่ชอบพบกับสาธารณะชน เขาจึงมอบให้รองประธานทำการแทน

[NEW] หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่20) | แปล idiom – NATAVIGUIDES

· make someone’s blood boil(ทำให้เลือดเดือด) = ทำให้โกรธอย่างมาก

          –    Whenever she thinks of her dishonest boyfriend, it makes her blood boil.(เมื่อใดก็ตามที่เธอนึกถึงเพื่อนชายที่ไม่ซื่อของเธอ มันทำให้เธอโกรธจัด)

          –    It just makes his blood boil to think of the amount of food that gets wasted around here.(มันทำให้เขาโมโหจัดเมื่อนึกถึงปริมาณอาหารที่กินทิ้งกินขว้างแถวๆนี้ – สถานที่นิ้ –  บริเวณนี้)

· make someone’s blood run cold (ทำให้เลือดเย็น) = ทำให้ตกใจหรือกลัว

          –    The terrible story in the newspaper makes my blood run cold.(เรื่องสยองขวัญ –  น่ากลัว–ในหนังสือพิมพ์ทำให้ผมกลัว)

          –    I could tell you things about prisons that would make your blood runcold.(ผมสามารถเล่าให้คุณฟังถึงสิ่งต่างๆเกี่ยวกับคุก ซึ่งจะทำให้คุณผวาเลยทีเดียว)

· make someone’s hair stand on end (ทำให้ขนหัวลุก) = เป็นเหตุให้ตกใจกลัวอย่างมาก

          –    The ghost story made our hair stand on end.(เรื่องผีๆทำให้พวกเราขนหัวลุก)

          –  The horrible scream made her hair stand on end.(เสียงกรีดร้องโหยหวนทำให้เธอตกใจซะจนตัวสั่น)

· make someone’s mouth water (ทำให้น้ำลายไหล – ในที่นี้ water เป็นคำกริยา แปลว่า มีน้ำไหลออกมา) = ทำให้หิวหรืออยากกิน

          –   That beautiful salad makes my mouth water.(สลัดที่สวยงามจานนั้นทำให้ผมอยากกิน)

          –   Talking about food makes her mouth water.(การพูดคุยเกี่ยวกับอาหารทำให้เธอหิว)

· make someone the scapegoat(แพะรับบาป) for something (ทำให้เป็นแพะรับบาปในเรื่อง………) = ทำให้ถูกตำหนิในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

          –    Don’t try to make me the scapegoat.  I’ll tell who really did it.(อย่าพยายามทำให้ผมถูกตำหนิเลย ผมจะบอกให้ก็ได้ว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนทำ)

          –    They made Jim the scapegoat for the whole affair.  It was not all his fault.(พวกเขาทำให้จิมถูกตำหนิสำหรับเรื่องทั้งหมด แต่มันไม่ใช่ความผิดของเขาเลยจริงๆ)

· make something from scratch = ทำบางสิ่งบางอย่างโดยเริ่มต้นจากองค์ประกอบหรืออุปกรณ์พื้นฐาน

          –   We made the cake from scratch, using no prepared ingredients.(เราทำขนมเค้กจากส่วนประกอบง่ายๆ ไม่ได้ใช้ส่วนผสมที่ต้องตระเตรียมอะไรเลย)

          –   I didn’t have a ladder, so I made one (ladder) from scratch.(ผมไม่มีบันได –สำหรับใช้ปีนป่าย –ผมเลยสร้างมันซะหนึ่งอันจากเศษไม้ที่มีอยู่)

· go down in history = ได้รับการจดจำว่ามีความสำคัญในประวัติศาสตร์

          –   This is the greatest part of the century.  I bet it’ll go down in history.(นี่เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษ ผมพนันได้เลยว่ามันจะต้องได้รับการจดจำว่ามีความสำคัญในประวัติศาสตร์)

          –   President Obama is so great.  I’m sure that he’ll go down in history.(ท่านประธานาธิบดีโอบามานี่วิเศษมากเลย ผมมั่นใจว่าท่านจะต้องได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์)

· go Dutch = ช่วยออกหรือแชร์ค่าอาหารหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ

          –   Jane : Let’s go out and eat.(เจน : เราออกไปข้างนอก หาอะไรกินกันเถอะ)

              Mary : Okay, but let’s go Dutch.(แมรี่ : ตกลง แต่ว่าต้องแชร์ค่าอาหารกันนะ)

          –   It’s getting expensive to have Sally for a friend.  She never wants to go Dutch.(มีค่าใช้จ่ายแพงมากที่จะมีแซลลี่เป็นเพื่อนเรา เธอไม่ต้องการจะแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆกับเราเลย)

· go back on one’s word = ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้

          –   Going back on your word makes you a liar.(การผิดสัญญาที่ให้ไว้ทำให้คุณเป็นคนโกหก)

          –   I hate to go back on my word, but I won’t pay you $ 100 after all.(ผมเกลียดที่จะผิดคำมั่นสัญญา แต่ผมจะไม่จ่ายเงินหนึ่งร้อยเหรียญให้คุณแน่)

· go away empty-handed (จากไปมือเปล่า) = จากไปโดยไม่มีหรือได้อะไรเลย

          –   They came hoping for some food, but they had to go away empty-handed.(พวกเขามาด้วยความหวังที่จะได้อาหารไปบ้าง แต่ก็จำต้องกลับไปมือเปล่า)

          –   I hate for you to go away empty-handed, but I cannot afford to contribute any money.(ผมไม่อยากให้คุณต้องกลับไปมือเปล่าหรอก แต่ผมไม่มีเงินพอที่จะช่วยเหลืออะไรคุณได้เลย)

· go like clockwork (ดำเนินไปเหมือนเครื่องกลไกของนาฬิกา) = ดำเนินไปด้วยความเที่ยงตรงสม่ำเสมอและเชื่อถือได้

          –      The building project is progressing nicely.  Everything is going like clockwork.(โครงการก่อสร้างกำลังเดินหน้าไปอย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือ)

          –      The elaborate pageant(แพจ-เจิ้นท์) was a great success.  It went like clockwork from start to finish.(การแห่แหน – หรือการแสดงกลางแจ้ง – ที่ทำอย่างประณีตประสบความสำเร็จอย่างมาก มันดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอและยอดมากตั้งแต่ต้นจนจบ)

· come to an end = จบสิ้น, ยุติ

          –      The party came to an end at midnight.(งานเลี้ยงยุติเวลาเที่ยงคืน)

          –      Her life came to an end late yesterday.(ชีวิตของเธอสิ้นสุดลง – เธอตาย – ตอนสายเมื่อวานนี้)

· come to an untimely end (= come to an early death) = ตายก่อนเวลาอันควร (แปลตรงๆคือ มาถึงจุดจบในเวลาที่ไม่สมควร)

          –      Cancer caused Mrs. Smith to come to an untimely end.(มะเร็งทำให้นางสมิธตายก่อนเวลาอันควร)

          –      Poor Mr. Jones came to an untimely end in a car accident.(มิสเตอร์โจนส์ผู้น่าสงสารตายก่อนเวลาอันควรจากอุบัติเหตุทางรถยนต์)

· come to a standstill = หยุด, หยุดนิ่ง (ชั่วคราวหรือถาวร)

          –      The party came to a standstill until the lights were turned on again.(งานเลี้ยงหยุดไปพักหนึ่งจนกระทั่งมีคนเปิดไฟขึ้นอีกครั้ง)

          –      The building project came to a standstill because the workers went on strike. (โครงการก่อสร้างหยุดนิ่งไปเนื่องจากคนงานนัดหยุดงาน)

· come to grief = ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงหรือผิดหวัง, พบปัญหาหรือความหายนะ, ทำลาย, อับปาง (เรือ), ล้มเหลว, จบอย่างไม่สวย

          –       The wedding party came to grief when the bride passed out.(งานเลี้ยงงานแต่งงานมีปัญหาเมื่อเจ้าสาวเป็นลมกลางงาน)

          –   Bill came to grief while learning to drive a car. (บิลประสบอุบัติเหตุร้ายแรงขณะเขาพยายามเรียนขับรถยนต์)

          –   Nick’s hopes for a new house came to grief when the house he was building burned down. (ความหวังของนิคที่จะมีบ้านหลังใหม่ต้องพังทลายไปสิ้น เมื่อบ้านที่เขาสร้างไฟไหม้หมด)

          –   The whaling ship came to grief off Cape Good Hope. (เรือล่าปลาวาฬอับปางที่แหลมกู๊ดโฮ้ป)

          หมายเหตุ : grief = ความเศร้าโศก, ความระทมทุกข์, ความคับข้องใจ, สิ่งที่ทำให้เสียใจมาก, ปัญหา, ความยุ่งยาก

· come to light = ปรากฏขึ้น, ถูกค้นพบหรือเปิดเผย, เป็นที่รู้กัน

          –      Some interesting facts about his past have just come to light.(ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับอดีตของเขาเพิ่งจะโผล่ขึ้นมา)

          –      If too many bad things come to light, you may lose your job.(ถ้าสิ่งเลวร้ายต่างๆมากมาย –เกี่ยวกับตัวคุณ – โผล่ขึ้นมา คุณอาจจะตกงาน)

          –      John’s thefts from the bank where he worked came to light when the bank examiners made an inspection. (การลักทรัพย์ – ขโมยของ – ของจอห์นจากธนาคารที่เขาทำงานอยู่ถูกค้นพบเมื่อผู้ตรวจของธนาคารทำการตรวจสอบ)

          –      When the old woman died, it came to light that she was actually rich. (เมื่อหญิงชราตาย มันถูกค้นพบว่าเธอร่ำรวยจริงๆ)

          –      New facts about ancient Egypt have recently come to light. (ข้อเท็จจริงใหม่ๆเกี่ยวกับอียิปต์โบราณถูกค้นพบเมื่อเร็วๆมานี้)

· come (or get) to the point = พูดเข้าประเด็นหรือเรื่องสำคัญ, มาถึงข้อเท็จจริงสำคัญของเรื่อง, มาถึงคำถามหรือข้อเท็จจริงสำคัญ

          –      He has been talking a long time.  I wish he would come to the point.(เขาคุยจ้ออยู่นานแล้ว ผมหวังว่าเขาจะเข้าประเด็นเสียที)

          –      We are talking about money, Bob!  Come on, get to the point.(เรากำลังพูดเรื่องเงินกันอยู่นะบ๊อบเอาน่ะ (คุณควร) พูดเข้าประเด็นเสียที– คือพูดเกี่ยวกับเรื่องเงิน)

          –      Henry was giving a lot of history and explanation, but his father asked him to come (get) to the point. (เฮนรี่กำลังให้ – เล่า – เรื่องในอดีตและคำอธิบายมากมาย – ที่นำไปสู่ปัญหาของตัวเขา – แต่พ่อของเขาขอให้เขาพูดแต่ประเด็นสำคัญ– คือไม่ต้องสาธยายมาก)

          –      A good newspaper story must come right to the pointand save the details for later. (เรื่องในหนังสือพิมพ์ที่ดีจะต้องเริ่มต้นด้วยเรื่องที่สำคัญที่สุดก่อน และเล่ารายละเอียดที่เหลือทีหลัง)

· come to think of it = ผมเพิ่งจำได้ว่า………….., ตอนนี้ผมนึกออกแล้ว, จริงๆนะ……., เมื่อผมคิดอีกทีนะ………

          –   Come to think of it, I know someone who can help. (จริงๆนะ ผมรู้จักคนที่จะช่วยพวกเราได้)

          –   I have a screwdriver in the trunk of my car, come to think of it.(ผมมีไขควงอยู่ในกระโปรงท้ายรถ ผมเพิ่งนึกออก)

          – Come to think of it, I should write my daughter today. (ผมเพิ่งจำได้ว่า ผมควรเขียนจดหมายถึงลูกสาววันนี้)

          – Come to think of it, he has already been given what he needs. (จริงๆนะ เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว)

· common touch = ความสามารถที่จะเป็นมิตร (เข้ากันได้) กับชาวบ้านหรือคนทั่วไป, กิริยาท่าทางเป็นมิตรกับทุกคน

          – Voters like a candidate who has the common touch. (ผู้ลงคะแนนชอบผู้สมัครที่เป็นมิตรกับประชาชนทั่วไป)

· come true = เกิดขึ้นจริง, เปลี่ยนจากความฝันหรือแผนเป็นความจริง

          – When I got married, all my dreams came true.(เมื่อผมได้แต่งงาน ความฝันทั้งหมดของผมก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา)

          – Coming to the big city was like having my wish come true.(การได้มา – เที่ยวหรืออาศัย – ในเมืองใหญ่เหมือนกับความปรารถนาของผมกลายเป็นความจริง)

          – It was a dream come true when he met the President.(ความฝันของเขากลายเป็นจริงเมื่อเขาได้พบท่านประธานาธิบดี)

          – His hope of living to 100 did not come true.(ความหวังของเขาที่จะมีอายุถึงร้อยปีไม่กลายเป็นจริง –คือเขาตายก่อนอายุครบร้อยปี)

          – It took years of planning and saving, but their seagoing vacation came true at last.(พวกเขาวางแผนและเก็บหอมรอมริบกันหลายปี ในที่สุดความฝันที่จะได้ไปเที่ยวทะเลก็กลายเป็นจริงขึ้นมา – คือได้ไปเที่ยวทะเลจริงๆ)

· can’t (or cannot) see beyond the end of one’s nose (แปลตรงๆคือ ไม่สามารถมองเห็นไกลเกินไปกว่าปลายจมูกของตนเอง) = ไม่ตระหนักหรือรู้ถึงสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต, ไม่มีสายตายาวไกล, คิดแต่เรื่องของตนเอง

          –   John is a very poor planner.  He can’t see beyond the end of his nose.(จอห์นเป็นนักวางแผนที่ห่วยแตก เขาไม่มีสายตายาวไกลหรือมองไม่ทะลุอนาคต)

          –      Ann can’t see beyond the end of her nose.  She is very self-centered.(แอนไม่สามารถมองเห็นไกลถึงอนาคต เธอคิดเป็นหรือห่วงแต่เรื่องของตัวเอง)

· can’t (or cannot) see one’s hand in front of one’s face (แปลตรงๆคือ ไม่สามารถมองเห็นมือตนเองที่อยู่ต่อหน้าต่อตาของตน) = ไม่สามารถมองไปได้ไกล มักจะเป็นเพราะว่าความมืดหรือมีหมอกลง

          –      It was so dark that I couldn’t see my hand in front of my face.(มันมืดมากจนกระทั่งผมมองไม่เห็นมือที่อยู่ข้างหน้าตัวเอง)

          –      Bob said that the fog was so thick that he couldn’t see his hand in front of his face.(บ๊อบกล่าวว่าหมอกลงหนามากจนกระทั่งเขามองไม่เห็นมือตนเอง)

· in brief = โดยสรุป, โดยย่อ (ใช้พูดเพื่อไม่ต้องอธิบายในรายละเอียด)

          –      There are strikes in the factories, outbreaks of violence in the streets……In brief, the country is in a serious situation.(มีการนัดหยุดงานในโรงงาน มีการเกิดขึ้นของความรุนแรงตามท้องถนน โดยสรุปก็คือ ประเทศอยู่ในสถานการวิกฤตร้ายแรง)

· bring about = เป็นเหตุให้เกิด (ทีละน้อย), สร้าง, นำไปสู่

          –      His kindness brought about a change in her attitude towards him. (ความกรุณาของเขาทำให้ทัศนคติของเธอที่มีต่อเขาเปลี่ยนไป)

          –      The war had brought about great changes in living.(สงครามก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในวิถีชีวิตของผู้คน – คือรูปแบบที่ผู้คนปฏิบัติต่อกัน)

          –      Drink brought about his downfall.(การดื่มนำไปสู่ความหายนะของเขา – ทำให้เขาล้มเหลวในชีวิต)

· take one’s breath (เบรธ) away (เอาลมหายใจของผู้ใดผู้หนึ่งไป) = ทำให้ประหลาดใจมากจนพูดไม่ออก

          –      When his girlfriend suddenly told him that she was going away for a year, it took his breath away.(เมื่อแฟนของเขาบอกว่าเธอจะไป – อยู่ที่อื่น – เป็นเวลาหนึ่งปี มันทำให้เขางงเต้กจนพูดไม่ออก)

· bring in = 1. สร้าง, ให้ผล (ตอบแทน)

          –      His shares bring (him) an income of $ 10,000 a year.(หุ้นของเขาให้ผลกำไรปีละหมื่นเหรียญ)

                  2. นำเข้ามาใช้ (แฟชั่นใหม่ๆ)

          –  This is the biggest change in women’s clothes since they brought in the mini-skirt.(นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่โตที่สุดในเรื่องเสื้อผ้าสตรี ตั้งแต่ที่พวกเขานำ (แฟชั่น) กระโปรงสั้นเข้ามา)

· broke = ถังแตก, ไม่มีเงิน

          –         I can’t lend you anything.  I’m broke myself.(ผมไม่มีตังค์ให้คุณยืมหรอก ตัวผมเองก็ถังแตก)

·  to the best of = ดีเท่าที่จะสามารถทำได้, เท่าที่ทราบ

          –    I shall serve you to the best of my ability.(ผมจะขอรับใช้คุณให้สุดความสามารถเลยครับ)

          –    To the best of my knowledge, he has not worked here for over 10 years.(เท่าที่ผมรู้นะ เขาไม่ได้ทำงานที่นี่มากว่าสิบปีแล้ว)

· few and far between = มีไม่มาก, หายาก, มีน้อยและอยู่กระจัดกระจาย, มิได้พบหรือเจอบ่อย

          –         Petrol stations are few and far between on these country roads.(ปั๊มน้ำมันหายากตามถนนในชนบท)

          –         Good people like Jim are few and far between.(คนดีดีอย่างจิมหาได้ยาก)

          –         Places where you can get water are few and far between in the desert.(ที่ๆคุณจะหาน้ำได้มีอยู่น้อยและกระจัดกระจายในทะเลทราย)

          –         Really exciting games are few and far between.(เกมส์ที่น่าตื่นเต้นจริงๆหาไม่ค่อยเจอหรอก)

· let things slide (ปล่อยให้สิ่งต่างๆลื่นไถล) =ไม่เอาใจใส่, ปล่อยให้เสื่อม, ไม่ทำอะไรกับสิ่งเหล่านั้น

          –      The farm is not what it was in old Jack’s time.  His sons have let thingsslide.(ฟาร์มไม่เป็นเหมือนในสมัยแจ๊คผู้ชรา ลูกๆของเขาไม่เอาใจใส่มันเลย)

· not in my line = ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองคุ้นเคย

          –   Stamp collecting is not in my line.  I prefer outdoor amusements.(การสะสมแสตมป็มิใช่สิ่งที่ผมคุ้นเคยหรอก ผมชอบความสนุกสนานกลางแจ้งมากกว่า)

· last but not least (ท้ายสุดแต่ไม่น้อยที่สุด) = มาถึงหรือถูกกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย แต่ไม่ใช่สำคัญน้อยที่สุด

          –  Last but not least I must thank my parents, who have helped us so much.(ขอกล่าวถึง – พ่อแม่ – เป็นคนสุดท้าย แต่มิใช่ว่าจะสำคัญน้อยที่สุด ผมต้องขอบคุณพ่อแม่ของผม ผู้ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือผมมากมายเหลือเกิน)

          –      Billy will bring sandwiches, Alice will bring cake, Susan will bring cookies, John will bring potato chips, and last but not least, Sally will bring the lemonade. (บิลลี่จะเอาแซนวิชมา อลิซจะเอาเค็กมา ซูซานจะเอาขนมคุกกี้มา จอห์นจะเอามันฝรั่งทอดมา และท้ายสุดแต่มิใช่ว่าสำคัญน้อยสุด แซลลี่จะเอาน้ำมะนาวมา – แซลลี่ถูกกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย แต่น้ำมะนาวของเธอก็มีความสำคัญต่อการปิคนิคเท่ากับสิ่งของอื่นๆ)

· from hand to mouth (จากมือถึงปาก) = ชักหน้าไม่ถึงหลัง, หาเช้ากินค่ำ, หามาได้เท่าไรก็ใช้ไปจนหมด ทำให้ไม่อาจเก็บออมไว้ได้ (หมายถึงหามาได้เท่าไรก็เอาเข้าปากกินทันที ไม่มีพอที่จะเก็บออมไว้)

          – I’m tired of living from hand to mouth.  I want a job where I can save  money.(ผมเบื่อที่จะมีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ ผมอยากได้งานที่สามารถเก็บหอมรอมริบได้)

· out of hand = บานปลาย, ควบคุมไม่อยู่

          –  You must be firm with the boys or they will get out of hand(คุณต้องเด็ดขาดกับเด็กพวกนั้นนะ มิฉะนั้นพวกเขาจะคุมไม่อยู่)

          –   Peter’s birthday party got out of hand and the children were naughty.(งานเลี้ยงวันเกิดปีเตอร์คุมไม่อยู่ – เละตุ้มเป๊ะ – เพราะเด็กๆซุกซนกันมากแบบจับปูใส่กระด้ง)

          –  Small puppies often get out of hand.(ลูกหมาเล็กๆมักจะคุมไม่ค่อยอยู่ – เพราะซนมาก)

· lose one’s shirt (เสียเสื้อไป, ทำเสื้อหาย) = เสียเงินไปทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด

          – Uncle Joe spent his life savings (เงินออม) to buy a store, but it failed, and he lost his shirt.(ลุงโจใช้จ่ายเงินที่ออมมาทั้งชีวิตซื้อร้าน (ขายของ) แต่ทว่า (ร้าน) ล้มเหลว และเขาต้องสูญเสียเงินไปทั้งหมด)

          – Tom lost his shirt betting on the horses. (ทอมพนันเงินก้อนโตที่สนามแข่งม้า และเสียพนันไปทั้งหมด)

· chalk and cheese (ชอล์กและเนยเหลว) = แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

          –  Mary and Tom are not compatible, they are like chalk and cheese.  She is a serious, conscientious type while he is erratic and care-free.(แมรี่และทอมไปด้วยกันไม่ได้เลย เขาทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แมรี่เป็นคนประเภทเอาจริงเอาจัง(serious) และมีสติรอบคอบ(conscientious) ในขณะที่ทอมเป็นคนเอาแน่ไม่ได้ (ไม่มีหลักมีเกณฑ์)(erratic) และไม่กังวลห่วงใยอะไร care-free)

          –   Our relationship works because we are aware of our differences, we accept that we are chalk and cheese.(ความสัมพันธ์ของเราไปได้ดีเพราะว่าเราตระหนักถึงความแตกต่างของกันและกัน เรายอมรับว่าเราแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง)

· get through = ผ่านพ้นไปได้ (ปัญหา, ความยุ่งยาก, ความเจ็บไข้), ทำสำเร็จ (งาน, หน้าที่), ผ่าน (การสอบ)

          – Does the doctor think that the man will get through?(คุณหมอคิดว่านายคนนั้นจะหายป่วยหรือเปล่าครับ)

          –  These laborers are getting through their work slowly.(กรรมกรเหล่านี้กำลังทำงานผ่านไปได้ – สำเร็จ – อย่างช้าๆ)

          –  John has got through the examination.  He has passed it.(จอห์นสอบเสร็จไปแล้ว และเขาสอบผ่านด้วย)

· make peace = ปรองดอง, นำมาซึ่งสันติภาพ

          –  There had been feuds for ages between the two countries; they finally decided to make peace.(มีเรื่องพิพาทบาดหมางกันมานมนานแล้วระหว่างสองประเทศนี้ แต่ในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจปรองดองกัน)

          –  The United States tried to make peace between itself and Cuba.(สหรัฐฯพยายามนำมาซึ่งความปรองดองระหว่างตนเองและคิวบา)

· give the show away = ปล่อยให้ความลับถูกเปิดเผย

          –  A : Is that what you’ve bought Mother for her birthday?

                 (นั่นคือสิ่งที่คุณซื้อให้แม่สำหรับวันเกิดใช่ไหม)

          –   B : Yes, but don’t give the show away.

                  (ใช่แล้วแต่อย่าบอกความลับนี้ให้ใครรู้นะ – ว่าผมซื้อของสิ่งนี้มาให้แม่)

· on the right side of = (อายุ, ตัวเลข) ต่ำกว่านิดหน่อย

         –       He is on the right side of 50. (เขาอายุต่ำกว่าห้าสิบเล็กน้อย)

· on the wrong side of = (อายุ, ตัวเลข) เกินกว่าเล็กน้อย

         –       She is on the wrong side of 30. (เธออายุเกินกว่าสามสิบนิดหน่อย)

· come to terms = บรรลุข้อตกลง

         –      Management and the labor union came to termsabout a new wage agreement and a strike was avoided.(ฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสัญญา (ข้อตกลง) ค่าจ้างฉบับใหม่ และการนัดหยุดงานก็เลยถูกเลี่ยง (ระงับ) ไป)

· come to one’s senses = ตั้งสติ, ประพฤติตนอย่างมีเหตุผล–ฉลาด, ทำตัวตามปกติหรืออย่างที่ควรทำ, คิดอย่างกระจ่าง

          –      Don’t act so foolishly.  Come to your senses.(อย่าทำอะไรโง่ๆน่ะ ทำตัวแบบมีเหตุผลหน่อย)

          –      A boy threw a snowball at me and before I could come to mysenses he ran away.(เจ้าเด็กนั่นขว้างก้อนหิมะใส่ผม และก่อนที่ผมจะตั้งสติได้ มันก็เผ่นแน่บไปแล้ว)

· a heavy heart = ความรู้สึกเศร้าโศก ไม่มีความสุข

          –      They had very heavy hearts as they went to the funeral. (พวกเขาเศร้าโศก ไม่มีความสุขขณะที่ไปงานศพ)

· come hell or high water = ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

          –       Grandfather said he would go to the fair, come hell or high water. (คุณปู่บอกว่าแกจะไปตลาดนัด – ตลาดแสดงและขายสินค้า – ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม – คืออยากไปมากๆ ต้องไปให้ได้) (แปลตรงๆคือ ไม่ว่านรกหรือน้ำขึ้นสูงจะโผล่มา)

· a labor of love = สิ่งที่ทำไปเพื่อความสำราญ – เพลิดเพลิน – มิใช่เพื่อเงินหรือกำไร (แปลตรงๆคือ แรงงานแห่งความรัก)

         –   Building the model railroad was a labor of love for that retired engineer. (การสร้างรางรถไฟจำลองเป็นความเพลิดเพลินของวิศกรเกษียณอายุแล้วคนนั้น – เขาสนุกกับการทำมัน มิใช่เพื่อเงิน)

· laugh off = ทำให้เป็นเรื่องไม่สำคัญหรือจริงจังโดยการหัวเราะออกมา (อาจเป็นการแกล้งหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายหรือทำให้เรื่องร้ายแรงดูเป็นเรื่องไม่สำคัญ)

          –   You should not laugh off a ticket for speeding.  (คุณไม่ควรหัวเราะใส่ใบสั่งข้อหาขับรถเร็วนะ –  คือควรคิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ)

          –   He had a bad fall while ice skating but he laughed it off. (เขาล้มกลิ้งไม่เป็นท่าระหว่างเล่นสเก๊ตน้ำแข็ง แต่ก็หัวเราะออกมาเพื่อให้ (คนอื่น) เห็นว่ามิใช่เรื่องร้ายแรงอะไร – คือไม่ยอมให้การหกล้มมารบกวนใจ)

· lead someone by the nose = จูงจมูก, ควบคุมเต็มที่, ทำให้หรือชวนให้ผู้อื่นทำอะไรตามที่ตนต้องการ

          –      Don’t let anyone lead you by the nose; use your own judg(e)mentand do the right thing.(อย่าให้ใครก็ตามมาจูงจมูกคุณ จงใช้วิจารณญานของคุณเองและทำในสิ่งที่ถูกต้อง)

· leave hanging (or leave hanging in the air) = ปล่อยทิ้งไว้โดยยังไม่ตัดสินใจหรือแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้น (แปลตรงๆคือ ปล่อยให้แขวนหรือห้อยไว้ – ในอากาศ)

           –  Because the committee could not decide on a time and place, the matter of the spring dance was left hanging.(เนื่องจากว่าคณะกรรมการไม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเวลาและสถานที่ เรื่องของงานเต้นรำในฤดูใบไม้ผลิจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ก่อน)

           –   Ted’s mother did not know what to do about the broken window, so punishment was left hanging in the air until his father came home. (แม่ของเท็ดทำอะไรไม่ถูกเกี่ยวกับหน้าต่างกระจกที่แตก – จากฝีมือของเท็ด – ดังนั้นการลงโทษเท็ดจึงถูกพักเอาไว้ก่อนจนกว่าพ่อจะกลับมา) (แม่จะปรึกษาพ่อว่าควรลงโทษเท็ดอย่างไรดี)

· leave holding the bag (หรือ sack) = ปล่อยให้รับผิดชอบหรือรับคำตำหนิแต่ผู้เดียว ทั้งๆที่คนอื่นควรมีส่วนด้วย (แปลตรงๆคือ ปล่อยให้ถือถุงหรือกระสอบ)

           –       When the ball hit the glass, the team scattered and left Tom holding the bag.(เมื่อลูกบอลไปโดนกระจกแตก สมาชิกของทีมก็กระจายแยกย้ายกันไป ปล่อยให้ทอมโดนด่าอยู่คนเดียว)

· leave (หรือ abandon ) someone in the lurch = ทอดทิ้งในยามยาก, ปฏิเสธที่จะช่วยหรือสนับสนุน, ปล่อยทิ้งให้อยู่ในสภาพที่ลำบากใจ (แปลตรงๆคือ ทอดทิ้งใครสักคนในขณะที่กำลังเซถลา) (lurch – เลิร์ช – = การเซถลา, การซวนเซ, การเอียงวูบ)

          –       The big bully caught Eddie, andJim left him in the lurch.(เจ้าขี้รังแกตัวใหญ่จับตัวเอ๊ดดี้ไว้ และจิมก็ทิ้งเอ๊ดดี้ไปในยามยาก) (จิมและเอ๊ดดี้ไปด้วยกัน เมื่อเอ๊ดดี้ถูกจับตัวไป จิมหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว)

· not have a leg to stand on = ไม่มีข้อโต้เถียงที่มีเหตุผล, เหตุผลหรือพยานหลักฐานอ่อน (แปลตรงๆคือ ไม่มีขาจะยืน)

           –       He sued for damage, but did not have a leg to stand on. (เขาฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหาย แต่พยานหลักฐานอ่อน เลยแพ้คดีในศาล ไม่ได้ค่าเสียหาย)

· let bygones be bygones = ปล่อยให้เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป คือลืมเรื่องในอดีต

           –  After a long, angry quarrel the two boys agree to let bygones be bygones and made friends again. (หลังจากการทะเลาะเบาะแว้งอย่างโกรธเคืองและยาวนาน เด็กสองคนก็ตกลงกันที่จะลืมเรื่องในอดีต และกลับมาเป็นเพื่อนกันอีก)

· let grass grow under one’s feet (ปล่อยให้หญ้างอกใต้ฝ่าเท้า) = เกียจคร้าน, ใช้เวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ (มักใช้ในประโยคปฏิเสธ เงื่อนไข หรือคำถาม)

          –       The new boy joined the football team, worked part-time in the school cafeteriaand found a girlfriend during the first month of school.  He certainlydid not let grass grow under his feet.

(เด็ก – นักเรียน – ใหม่คนนั้นเข้าร่วมทีมฟุตบอล ทำงานพาร์ตไทม์ในห้องอาหารของโรงเรียน และได้แฟนคนหนึ่งในเดือนแรกของการไปโรงเรียน แน่นอนเขาไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์) (เขาขยันและใช้เวลาทุกนาทีให้เป็นประโยชน์)

· carrot and stick (แคร็อตและไม้) = การสัญญาว่าจะให้รางวัลและขู่ว่าจะลงโทษ ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

          –       John’s father used the carrot and stick when he talked about his low grades. (พ่อของจอห์นสัญญาว่าจะให้รางวัลถ้าเขาเรียนได้เกรดเพิ่มขึ้น และจะลงโทษเขาถ้ายังคะแนนต่ำเหมือนเดิม)

· go through changes (ผ่านทะลุความเปลี่ยนแปลง) =  มีปัญหา, พบความยุ่งยาก, ติดบ่วงหรือจมปลักในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

          –       A : What’s the matter with Joe? (โจเป็นอะไรไปหรือ)

                  B : He’s going through changes.(เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้จะดี และมีความยุ่งยากในการจะคลี่คลายปัญหานั้น)(โจกำลังมีปัญหา พบความยุ่งยาก)

· (a) case in point (กรณีในประเด็น) =  ตัวอย่างซึ่งพิสูจน์อะไรบางอย่าง หรือช่วยให้อะไรบางอย่าง (เช่นเรื่องที่กำลังกล่าวถึง) ชัดเจนยิ่งขึ้น

          –       An Americancan rise from the humblest beginnings to become President.  Abraham Lincoln is a case in point. (คนอเมริกันสามารถก้าวขึ้นมาจากการเริ่มต้นที่ต่ำต้อยที่สุด จนเป็นประธานาธิบดีได้ อับราฮัม ลินคอล์น เป็นตัวอย่างของประเด็นที่พูดถึง) (ชีวิตของเขาแสดงให้เห็นว่าคนที่เริ่มต้นจากจุดต่ำสุดสามารถเป็นประธานาธิบดีได้)


Learn English Idiom- Lend me a hand แปลว่าอะไรน่า :O


อิงริชเทอร์มินอล ให้บริการคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่หลากหลาย เหมาะสมกับทุกความต้องการ เริ่มตั้งแต่คอร์สสำหรับ ผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน ไปจนถึงคอร์สสำหรับผู้ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ ได้เป็นอย่างดี

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Learn English Idiom- Lend me a hand แปลว่าอะไรน่า :O

Idioms for Kids


https://www.patreon.com/homeschoolpop Learn all about idioms in this fun learning video for kids! You will not only learn what idioms are but will learn some examples you can use day to day!
00:00 Introduction
1:00 What are idioms?
1:37 An example of an idiom
2:35 A surprising fact about idioms
2:51 More examples of idioms
5:19 Final review

Love Homeschool Pop? Join our team and get tattoos here: http://homeschoolpop.com
Music credits:
Electrodoodle by Kevin MacLeod
Link: https://incompetech.filmmusic.io/song/3707electrodoodle
License: http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
Sock Hop by Kevin MacLeod
Link: https://incompetech.filmmusic.io/song/4387sockhop
License: http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
Bassa Island Game Loop by Kevin MacLeod
Link: https://incompetech.filmmusic.io/song/3424bassaislandgameloop
License: http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
Teddy Bear Waltz by Kevin MacLeod
Link: https://incompetech.filmmusic.io/song/4466teddybearwaltz
License: http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
Electro Cabello by Kevin MacLeod
Link: https://incompetech.filmmusic.io/song/3705electrocabello
License: http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
Thanks for watching this Homeschool Pop language arts learning video on idioms! We hope to see you next video!
Homeschool Pop Team

Idioms for Kids

100 Phrasal Verb Hay Thi Nhất (part 1) |thầy Linh Cani


Đăng kí nhận xem livestream và tài liệu Free của thầy tại đây ( ấn bắt đầu ở cửa sổ Messenger nhé) :
https://bit.ly/2ERuT4P
Xem bài giảng chi tiết của Clip trên website của thầy:
https://linhcani.com/100phrasalverbsthongdungnhatchacchancotrongcacbaithi.htm
Tham khảo các khóa học Online chất lượng cao:
https://linhcani.com/khoahoc.htm
Follow nick facebook cá nhân của thầy:
https://www.facebook.com/linhdocani
Group facebook các bạn học viên cùng cày lên 8910 tiếng Anh:
https://www.facebook.com/groups/tienganhthaylinh/

100 Phrasal Verb Hay Thi Nhất (part 1) |thầy Linh Cani

Do you know these 8 idioms with ‘TAKE’?


Learn the meaning of 8 commonly used idioms with the word \”take\”. Do you know the difference between \”take place\” and \”take sides\”? What about \”take care\” and \”take charge\”? In this lesson, you will learn the meaning of eight commonlyused idioms that use the word \”take\”. Start using idioms like these easily and naturally, just like native speakers do every day. Don’t take forever! Watch this lesson now!
Take the quiz to test your understanding: http://www.engvid.com/8idiomswithtake/
TRANSCRIPT
Hi. I’m Rebecca from engVid. You can never learn enough idioms, it seems, because they are everywhere. So this is a lesson about idioms with the word \”take\”. Let’s go.
Number one: \”When did the accident take place?\” So, what do you think that means?
\”When did the accident take place?\” means: When did the accident happen? Okay? When did it happen? When did it take place? Good.
Number two: \”Please take your time.\” What do you think that means?
\”Take your time\” means don’t rush. Don’t be in a hurry.
Number three: \”It takes forever to load these files.\”,
\”It takes forever to load these files.\” what do you think that means?
It means it takes a very long time, because forever is a really long time. So, this idiom means it takes a very long time.
Next, number four: \”The painkillers should take effect soon. The painkillers should take effect soon.\”
what does that mean?
That the painkillers, the medicine should start working soon. Okay? Should have an influence or an impact soon.
Let’s review. \”When did the accident take place?\” means: When did the accident happen? \”Take your time.\” Don’t rush. \”It takes forever.\” It takes a long time. And: \”The painkillers should take effect\” means that the painkillers should start working soon. Good.
Number five: \”Don’t take sides without understanding the issues.\”,
\”Don’t take sides\”, it means don’t support this party, or this person, or this group, or that group without understanding the issues. Don’t support one side or the other. Okay? That’s what it means to take sides, to prefer and support one side.
Number six: \”See you! Take care!\”
You hear this expression a lot, right? People use it. Native speakers use it all the time. \”Take care\”, they use it in writing, they use it in speaking. So, what does that mean: \”Take care\”?
It just means: \”Hey, look after yourself. Be well. Be…\” You know? That’s it. Nothing very serious, but: \”Take care. Look after yourself.\” Okay?
Number seven: \”Did you take note of how she looked at me? Did you take note of how she looked at me?\”,
\”Take note of\” means: Did you notice? Did you realize? Okay? Did you pay attention to…? Okay? Good.
Number eight: \”You need to take charge of your life.\” Okay?
What does it mean to take charge of something?
To take charge of something means to get in control of something. So, \”take charge\” means to get in control.
Let’s review again. Number five: \”Don’t take sides\” means don’t prefer or support one side or the other. \”Take care\” means look after yourself. \”Take note of something\” means to pay attention to something, or realize, or understand. And \”to take charge of something\” means, what? Do you remember? It means to get in control. Okay?
Let’s go really quickly. \”When did it take place?\” When did it happen?
\”Take your time\”, don’t rush.
\”It takes forever\”, it takes a long time.
\”When will it take effect?\” When will it start to work?
\”Don’t take sides\”, don’t prefer one side or the other.
\”Take care!\” Look after yourself.
\”Take note of something\”, pay attention to this.
And \”take charge of something\”, be in control of it.
All right?
So, you’ve just learned eight idioms. If you want to make sure that you really know them, go to our website at www.engvid.com. There, you can do a quiz on these idioms, as well as watch more than 700 or so videos on all aspects of English. Okay? Good luck with your English. Bye for now.

Do you know these 8 idioms with 'TAKE'?

10 สำนวนภาษาอังกฤษยอดฮิต จำไปใช้ได้เลย | 10 Idioms You Can Use Today


10 Idioms You Can Use Today 10 สำนวนภาษาอังกฤษยอดฮิตที่เพื่อนๆสามารถนำไปใช้ได้เลยในชีวิตประจำวัน
1. Pain in the neck
2. A piece of cake
3. dead tired
4. in charge of
5. name after
6. be my guest
7. Behind someone’s back
8. Easy come, easy go
9. Every now and then
10. to follow someone’s footsteps

Playlist ที่ไม่ควรพลาด
US Citizenship (สัญชาติอเมริกัน) 2020 พร้อมคำแปลไทย: https://www.youtube.com/watch?v=gJmBFduJwTM\u0026list=PLURxNTHCVFSxSx42G9UhPwNsEen1_0347
Basic Grammar (ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเบื้องต้น): https://goo.gl/Yi5c9o
Mispronounced Words (คำที่คนไทยมักออกเสียงผิดบ่อย): https://goo.gl/9zF5Rx
Daily English (ภาษาพูดในชีวิตประจำวัน): https://goo.gl/qiqS3c
Learn English from News (เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว): https://goo.gl/s9xs3b
Learn English from Movies/Series (เรียนภาษาอังกฤษจากหนังละคร): https://goo.gl/67is5S
—————————————
อย่าลืมติดตามคลิปใหม่ ด้วยการกด Subscribe นะคะ หรือแวะพูดคุยกันได้อีกทางที่เฟสบุ๊คตามลิ้งค์ข้างล่างเลยค่ะ
https://www.facebook.com/inspiredbysaeng/
คลิปแนะนำสำหรับคนอยากฝึกพูดฟังภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
พื้นฐานไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเบื้องต้นสำหรับมือใหม่: https://youtu.be/Od9wL1HAMk
3 เคล็ดลับฝึกภาษาอังกฤษให้เร็วได้ด้วยตัวเอง: https://youtu.be/bG2xpFv8csw
5 ประโยคภาษาอังกฤษที่ควรรู้สำหรับคนอยากหัดพูดฟังได้เร็ว: https://youtu.be/4BtaKjBBYXo
———————————
ภาษาอังกฤษ
สำนวนภาษาอังกฤษ
inspiredsunshine

10 สำนวนภาษาอังกฤษยอดฮิต จำไปใช้ได้เลย | 10 Idioms You Can Use Today

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ แปล idiom

See also  [NEW] เที่ยวเคปทาวน์, แอฟริกาใต้: 9 ที่เที่ยวสุดว้าวที่ใครๆ ก็ไม่พลาด | เคปทาวน์ แอฟริกาใต้ - NATAVIGUIDES

Leave a Reply

Your email address will not be published.