Home » [NEW] สอนหลักการใช้ คำคุณศัพท์ (Adjectives) ภาษาอังกฤษ | adjective ขั้น กว่า ขั้น สูงสุด – NATAVIGUIDES

[NEW] สอนหลักการใช้ คำคุณศัพท์ (Adjectives) ภาษาอังกฤษ | adjective ขั้น กว่า ขั้น สูงสุด – NATAVIGUIDES

adjective ขั้น กว่า ขั้น สูงสุด: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

นี้คือส่วนคำพูด (Parts of speech) อีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคำนาม โดยเฉพาะ เพราะเป็นคำที่ให้รายละเอียดกับคำนาม ทำให้คำนามนั้นมีความหมายชัดเจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอให้สังเกตว่า คำคุณศัพท์ยังให้รายละเอียดแก่คำนามมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งไปกำหนดคำนามนั้นให้เฉพาะยิ่งขึ้น เช่น
“The big house” (=บ้านหลังเล็กจะถูกตัดออกไป)
“The big new house” (= บ้านหลังเล็กและเก่าจะถูกตัดออกไป)
“The big, new, white house” (= บ้านหลังเล็กและเก่าและทาสีอื่นๆ จะถูกตัดออกไป)

การใช้คุณศัพท์อาจวางคำได้ใน 2 ลักษณะ ดังนี้
1. วางไว้หน้าคำนาม (Attributive Use)
2. วางไว้หลัง Verb to BE หรือกิริยาเทียบเท่า Verb to BE (Predicative Use) เช่น
Henry is an honest, hardworking boy.
Mr.Brown has just bought a new, powerful and very expensive car.

หมายเหตุ 2 ตัวอย่างข้างต้นเป็นการใช้แบบ Attributive เพราะวางไว้หน้าคำนามที่มันขยาย
จงสังเกตประโยคต่อไปนี้
That is a new house.
ซึ่งเขียนด้วยวิธีการแบบ Attributive แต่เขียนได้อีกอย่างหนึ่ง คือ
That house is new.

จะเห็นว่าประโยคทั้ง 2 มีความหมายเหมือนกัน แต่ประโยคหลังนำเอาคุณศัพท์ “new” มาวางไว้หลัง Verb to BE โดยไม่ต้องมีคำนามมาให้ขยายด้านหลัง จึงเป็นการใช้แบบ Predicative และทางไวยากรณ์ถือว่า คำคุณศัพท์ที่ใช้ในกรณีเช่นนี้ทำหน้าที่เป็น “ส่วนสมบูรณ์”(Complement) ของกิริยาด้วย

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ใช้คำคุณศัพท์ลักษณะ Predicative กับคำกิริยาเทียบเท่า Verb to BE

ขอให้สังเกตว่า เมื่อใช้ในประโยคคำถาม ซึ่งต้องย้ายเอา Verb to BE ไปไว้หน้าประธาน คำคุณศัพท์จะวางไว้หลังคำนาม เช่น
Is the house new?    Isn’t Miss Jackson pretty?
Was the car expensive?    Aren’t these peaches delicious?

คำคุณศัพท์ส่วนใหญ่ใช้ได้ทั้งลักษณะ Attributive และ Predicative แต่มีคำคุณศัพท์บางคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สะกดขึ้นต้น ด้วย “a-” ใช้ในลักษณะ Predicative เท่านั้น เช่น asleep, afraid, awake, alone, aware, alive, afloat, ashamed, content, exempt, unable และมีอยู่น้อยคำที่ใช้ในลักษณะ Attributive เท่านั้น เช่น former, latter, inner, outer

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะใช้คำคุณศัพท์ในลักษณะใดจะไม่ถูกกระทบด้วย พจน์, เพศ, บุรุษ และการกของคำนามเลย (ซึ่งผิดกับภาษาอื่น เช่น ภาษาฝรั่งเศส)

คำคุณศัพท์ที่ถูกใช้เหมือนคำนาม
(Adjectives Functioning as Nouns)
ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า คำต่างๆ ที่ใช้ในภาษาอังกฤษนั้นถูกจำแนกตามหน้าที่ (Function) ของมันซึ่งคำรูปเดียวกัน อาจทำหน้าที่ได้หลายอย่างในประโยค ฉะนั้น คำคุณศัพท์ต่อไปนี้สามารถทำหน้าที่เหมือนคำนามได้ แต่จะต้องใช้ Definite Article “The” นำหน้าเสมอ และมีความหมายเป็นบุคคล (People) จะถูกใช้ในลักษณะคำนามพหูพจน์ (Plural Nouns) ซึ่งจะกระทบกิริยาพหูพจน์ตลอด เช่นกัน เช่น
The blind are taught trades at St. Dunstan’s to fit them for work in the world.

Nurses are required to look after the sick and wounded, the old and infirm.

Fortune favours ‘the’ brave.

ในทำนองเดียวกัน เราอาจพูดว่า “The English, the Irish, The French, The Dutch etc. แต่คำนามลักษณะนี้บางคำต้องเขียนเป็นรูปพหูพจน์ เช่น The Germans, The Italians, The Americans, The Indians etc.

บางครั้งคำนามประเภทนี้อาจใช้กับกิริยาเอกพจน์ เมื่อไม่มีความหมายเป็นบุคคล (People) แต่มีความหมายเป็นนามธรรม (Abstract Noun) เช่น

The good in him outweighs the bad.
He thought that the aim of philosoply was to discover the good, the beautiful and the true.

คำนามถูกใช้ทำหน้าที่เหมือนคุณศัพท์
(Nouns Functioning as Adjectives)
ได้ศึกษาเรื่องนามผสม (Compound Nouns) และได้ให้ข้อสังเกตไว้แล้วว่า นามผสม (Compound Nouns) นั้นแตกต่างจากเรื่อง “กลุ่มคำ” (Word groups) คือ Compound Nouns นั้นจะมีเสียงเน้นหนัก (stress) ที่คำแรกเท่านั้น ส่วน Word Groups นั้นจะมีเสียงเน้นหนักทั้ง 2 คำ

อย่างไรก็ดี คำนามที่อยู่ข้างหน้าของคำทั้ง 2 ลักษณะต่างก็ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ทั้งสิ้น โดยมีนามคำหลังเป็นคำหลัก (headword) เช่น a stone wall, a leather belt, a gold watch, a silver wedding, a turkey carpet, the University, football match, a corner seat, a garden table, rubber gloves a cotton frock, lawn tennis, a London policeman, a Shakespeare play, rice pudding, The Loch Ness monster.

Material Nouns บางคำมีรูปคุณศัพท์อีกรูปหนึ่ง เช่น
wood – wooden, silver – silvery, gold – golden flax – flaxen,
brass – brazen, wool – woollen silk – silken

จงสังเกตว่า เราจะใช้คุณศัพท์ของมันเมื่อเราใช้ในความหมายบอกรูปร่างลักษณะ เช่น golden corn/hair/sunset

silvery hair, a silken voice, flaxen curls, brazen impudence

บางครั้งคำที่ลงท้ายด้วย “-en” มีความหมาย “ทำด้วยสิ่งนั้น” (=made of) ลองเปรียบเทียบคำ 2 คู่นี้
“a wool merchant” = ผู้ค้าค้าขนสัตว์
“woollen socks” = ถุงเท้าทำด้วยขนสัตว์
“wood fire”    = ไฟป่า
“wooden box” = กล่องทำด้วยไม้

การสร้างรูปคุณศัพท์จากคำนาม
(The Formation of Adjectives from Nouns)
นอกจากมีคำคุณศัพท์รูปเฉพาะคำแล้ว ยังมีการสร้างคำคุณศัพท์จากคำนามได้อีก โดยการเติม “ปัจจัย” (Suffix) ต่อไปนี้ลงที่ท้ายคำนาม
-y, -ly, -ful, -less, -en, -ous, -able, -some, -ic, -ed, -like, -al, -an, -ian, -ical,    -ish

Noun
Adjective   
Noun
Adjective   

storm
stormy
good nature
good natured

friend
friendly
child
childlike

harm
harmful
god
godlike

care
careful
brute
brutal

wood
wooden
education
educational

danger
dangerous
America
American

fame
famous
republic
republican

honour
honourable
Shakspeare
Shakepearian

trouble
Trouble some
Edward
Edwardia

quarrel
quarrelsome
history
historic (all)

Iceland
Icelandic
economy
economic (all)

atom
atomic
Turk
Turkish

talent
talented
girl
girlish

การใช้ Participle เป็นคุณศัพท์
คงจำได้ว่า Participle นั้น คือ Non-finite Verbs ชนิดหนึ่งมี 2 รูป คือ 1. Present Participle (Ving) 2. Past Participle (V3) ใช้ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ได้ทั้งในลักษณะ Attributive และ Predicative และใ”ร’ Adverb ขยายได้ตามปกติเหมือนกับ คุณศัพท์ทั่วๆ ไป ทั้งยังมีรูปการเปรียบเทียบโดยการใช้ “more” วางไว้หน้าแสดงความหมาย “ขั้นกว่า” และ “most” แสดง “ขั้นสูงสุด” เช่น

He told a very amusing story.

Henry is a more promising pupil than Richard, but John is the most promising of them all.

This book is very interesting.

There were a lot of broken bottles on the road.

A confused mob stormed the Government buildings.

She was very tired.

การสร้างรูปปฏิเสธของคุณศัพท์และกิริยาวิเศษณ์
รูปปฏิเสธของคำคุณศัพท์และกิริยาวิเศษณ์มักจะสร้างโดยการเติมอุปสรรคและปัจจัย (Prefix and Suffix) เข้าที่ข้างหน้าหรือข้างท้ายของคำคุณศัพท์ หรือกิริยาวิเศษณ์เชิงบอกเล่า
un – เช่น unhappy, unfortunate (ly), unpleasant (ly)
in – เช่น inaccurate, inartistic, inattentive
im – เช่น impossible, imperfect, immodest
ir – เช่น irresponsible, irregular, irresolute
il – เช่น illegal, illiterate, illegitimate
dis – เช่น disagreeable, disrespectful, dishonest
-less (เติมที่คำนาม) เช่น helpless, hopeless, useless, valueless, parentless

คุณศัพท์บอกลักษณะ
(Descriptive Adjective)
จะสังเกตเห็นจากตัวอย่างต่างๆ ว่า คุณศัพท์ที่ทำหน้าที่อย่างคุณศัพท์ที่สุด ก็คือ “คุณศัพท์บอกลักษณะ” (Descriptive Adjective) เป็นคำที่ให้รายละเอียดแก่คำนามมากที่สุด ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ลักษณะ ดังนี้
1. บอกคุณภาพหรือลักษณะ (quality or character) : good, pretty, careful etc.
2. บอกขนาด (Size): little, long, big, tall etc.
3. บอกอายุ หรืออุณหภูมิ (Age or temperature) new, young, hot, warm etc.
4. บอกรูปร่าง (shape) : round, narrow, square etc.
5. บอกสี (Colour) red, pink, green etc.
6. บอกเชื้อชาติ (nationality): English, French, Turkish etc.

ฉะนั้น จะต้องทำความเข้าใจกับคำคุณศัพท์ชนิดนี้ให้ดี เพราะจะถูกนำมาใช้มากที่สุดในการให้รายละเอียดเกี่ยวกับคำนาม ซึ่งจะสรุปการใช้ให้ดูอีกครั้งในท้ายเรื่อง “ตำแหน่งการวางคำคุณศัพท์”

คุณศัพท์เกี่ยวกับตัวเลข    
(Numeral Adjective)
คุณศัพท์ชนิดนี้มีประโยชน์มากอีกชนิดหนึ่ง เพราะใช้กันมากเช่นกัน จะพบว่าในชีวิตประจำวันเรามักจะต้องยุ่งเกี่ยวกับตัวเลข (number) เสมอ คุณศัพท์ชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 รูป ดังนี้

1. Cardinal Number (จำนานเลขนับตามปกติ) เช่น one, two, three, four, five etc.
2. Ordinal Number (จำนานเลขบอกลำดับที่) เช่น first, second, third, fourth fifth etc.

Cardinal Number นั้น มักจะใช้ประกอบคำนามกันมาก เพราะคนเราจะต้องนับสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา แต่การนับเลขของภาษาอังกฤษแตกต่างจากการนับเลขแบบของไทยเรา เช่น
745,643.-
ภาษาไทยของเรา มีหลักทางคณิตศาสตร์ครบทุกหลัก คือ ล้าน แสน หมื่น พัน ร้อย สิบ หน่วย
ภาษาไทยจึงอ่านเลขข้างต้นได้ง่ายกว่าภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษนั้น ขาดหลักทางคณิตศาสตร์ไป 2 หลัก คือ หลักแสน และหลักหมื่น จึงต้องนำหลักที่พอมีอยู่มาช่วยเขียนจำนวนเลขต่างๆ ซึ่งมีวิธีเขียนดังต่อไปนี้

1. จำนวนเลขหลักที่จะต้องจำ คือ one two three four five six seven eight nine ten eleven twelve thirteen fourteen fifteen sixteen seventeen eighteen nineteen twenty; thirty, forty, fifty, sixty, seventy, eighty, ninety; hundred, thousand, million billion

2. ตั้งแต่ 21 (twenty-one) จะใช้การเขียนรูปผสม twenty-one, twenty-two, twenty-nine, thirty etc. และจะใช้ Hyphen (-) คั่นจำนวนทั้ง 2 เสมอ
หมายเหตุ ในภาษาอเมริกัน อาจไม่ต้องใช้ Hyphen คั่น

3. จำนวนเลขหลักร้อย (hundred) จะใช้ “and” เชื่อมจำนวนหลักสิบ หรือหลักหน่วยด้วย เช่น
101 = one hundred and one
121 = one hundred and twenty-one
1,256 = one thousand two hundred and fifty-six

หมายเหตุ ในภาษาอเมริกัน ไม่ต้องมี “and” ก็ได้

4. จำนวนเลขหลักหมื่น และหลักแสน ไม่มีในภาษาอังกฤษ จึงต้องนำหลักสูงสุดขณะนี้ คือ หลักพัน (thousand) มาช่วย ดังนี้
10,000 = ten thousand
100,000 = one hundred thousand
ฉะนั้น 745,643 = seven hundred and forty-five
thousand six hundred and forty-three

หมายเหตุ จำนวนแสน จะมีเลขครบหลักร้อยอีกชุดหนึ่ง จึงใช้ “and” เชื่อมอีก แต่ในภาษาอเมริกันละไปเช่นกัน

5. จำนวนล้าน มีหลักอยู่จึงใช้ได้เลย
8,465,234 = eight million four hundred and sixty-five thousand two hundred and thirty-four

6. “billion” ในภาษาอังกฤษ = จำนวนล้านล้าน
แต่ในภาษาอเมริกัน = จำนวนพันล้าน

ข้อสังเกต จำนวนหลักต่างๆ (hundred, thousand, million) จะไม่มีรูปพหูพจน์เลย

ส่วนตัวเลข Ordinal Number นั้น มีวิธีสร้างดังนี้ :-
(1) ต้องจำตัวเลขหลัก เช่น first, second, third, fourth, fifth, sixth, seventh, eighth, nineth, tenth, eleventh, twelfth, thirteenth, fourteenth, fifteenth, sixteenth, eighteenth, nineteenth, twentieth, thirtieth, fortieth, fiftieth, etc; hundredth, thousandth

หมายเหตุ จะสังเกตว่าเขียนมาจากรูป Cardinal Number นั้นเอง โดยเติม -th เข้าไปข้างหลัง ยกเว้นรูปเฉพาะ คือ first second third และ fifth, twelfth จะต้องเปลี่ยน -ve เป็น -f เสียก่อน และจำนวนที่ลงท้ายด้วย “-y” จะต้องเปลี่ยน “-y” เป็น “-ie” เสียก่อน

(2) รูปเลขจำนวนผสม ก็วนกลับมาใช้เลขเดิมเหมือนกับวิธีสร้าง Cardinal Number เช่น 21 = twenty-first twenty-second
etc.

ประโยชน์ที่ได้รับจากจำนวนเลขทั้ง 2 นี้ อาจนำไปใช้เขียนเลขเศษส่วน หรือเลขทศนิยมทางคณิตศาสตร์ เช่น
½ , 5/7, 9/11, 48.5006, 1.0024

เลขเศษส่วนใช้วิธีดังนี้
1. อ่านเลขเศษ ด้วยจำนวน Cardinal Number
2. อ่านเลข ส่วน ด้วยจำนวน Ordinal Number
3. ถ้าเลขเศษเกิน 1 ให้เติม “s” ที่เลขส่วน
4. ให้ใช้ Hyphen คั่นระหว่างเลขทั้ง 2 จำนวน
เช่น    ½ = one-second = a half
5/7 = five-sevenths
9/11 = nine-elevenths

ส่วนเลขเศษส่วนจำนวนคละ ให้อ่านเลขจำนวนเดิมตามปกติของ Cardinal Number และเชื่อมด้วย “and” เช่น
8 5/7  = eight and five-sevenths
58 9/11 =  fifty-eight and nine-elevenths

ส่วนรูปทศนิยมนั้น อ่านเหมือนภาษาไทย เพียงแต่อ่าน “จุด” (.) = point

คุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ
(Possessive Adjective)    
รูปคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของพร้อมด้วยรูปบุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun) ที่เกี่ยวข้อง

Personal
Possessive

I
my

thou
thy

he
his

she
her

it
its

we
our

you
your

they
their

one
one’s

รูปคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนรูปเพื่อให้สัมพันธ์กับเพศและพจน์ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ (possessor) แต่ไม่ต้องสัมพันธ์กับคนหรือสิ่งของที่ถูกถือกรรมสิทธิ์ (possessed)

The boy has lost his dog.        The boys have lost their dog.
The girl has lost her dog.        We have lost our dog.

รูปคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของถูกใช้กันในภาษาอังกฤษในขณะที่ภาษาอื่นนิยมใช้ “the” แทน เช่น

I have had my hair cut.        She has changed her mind.
He hurt his foot.

แต่อย่างไรก็ดีมีสำนวนวลีบางอันใช้ “the” แทนคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น
I have a cold in the head.        She took me by the hand.
She was shot in the leg.        The ball struck him in the back.
He got red in the face.

บางครั้งจะใช้ “own” กับคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของด้วย เพื่อแสดงความหมายขัดแย้ง
I have bought my own book, I don’t need yours.
Do your own dirty work; don’t ask me to do it for you.

คำกำหนดนาม
(Determinatives)
เรื่องนี้เกี่ยวกับคำนามโดยตรงเช่นกัน และนับว่ามีประโยชน์มากในการทำข้อสอบ ถ้าพบคำเหล่านี้ ส่วนที่จะต่อหลังคำเหล่านี้ได้จะเป็นคำนามกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นคำที่ต้องการคำนามต่อท้าย จึงเรียกว่า “คำกำหนดนาม” (Determinatives) และจัดเป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) เช่นกัน ซึ่งรวบรวมไว้ทั้งหมด 7 กลุ่มดังนี้:-
1. Article (คำหน้านาม) : a, an, the
2. Adjectives of Quantity (คุณศัพท์บอกจำนวน) : one, two, three etc; all, some, several, any, much many, (a) few, (a) little, no, enough etc.
3. Distributive Adjectives (คุณศัพท์แจกแจง) : each, every, both, neither, either
4. Interrogative Adjective (คุณศัพท์สร้างคำถาม) : which, what whose
5. Demonstrative Adjective (คุณศัพท์ชี้เฉพาะ) : this, that, these, those
6. Possessive Adjective (คุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ) : my, your, his, her, its, their, our
7. Noun-Phrases in the Possessive case (วลีนามที่แสดงความเป็นเจ้าของ) : John’s, the man’s, an old lady’s

See also  [NEW] 20 คำสแลงภาษาอังกฤษ “ยอดฮิต” ในเพลงสากล | คําสแลง หมายถึง - NATAVIGUIDES

คำหลายๆ คำในกลุ่มข้างต้น อาจใช้เป็นคำสรรพนาม (Pronoun) ก็ได้ หรือใช้เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) ก็ได้ แต่เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่ของมันจะแตกต่างไปจากคุณศัพท์บอกลักษณะ (Descriptive Adjectives) ใน 2 ลักษณะ ดังนี้

1. ตำแหน่งของคำ (Word Order) “คำกำหนดนาม” นั้นจะอยู่หน้าคำคุณศัพท์บอกลักษณะ เช่น The red book, this old chair, my new brown hair.
2. การใช้ประกอบคำนาม (Determination) “คำกำหนดนาม” บางตัวใช้ประกอบนามเอกพจน์นับได้ (Singular Countable Nouns) เท่านั้น บางตัวใช้ประกอบนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) และนามพหูพจน์ (Plural Nouns) เท่านั้น บางคำใช้ประกอบคำนามได้ทุกประเภท ขอให้สังเกตการใช้คำเหล่านี้อย่างละเอียดในเรื่อง “คำสรรพนาม”

ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำกำหนดนามบางคำ
“much, many”

“much” ใช้สำหรับนามนับไม่ได้เท่านั้น เช่น
You haven’t much time if you want to catch that train.
He hasn’t very much money.

“many” ใช้สำหรับนามนับได้พหูพจน์เท่านั้น เช่น
You haven’t many minutes to spare if you want to catch that train.
How many cigarettes a day do you smoke?
มีอยู่โอกาสเดียวที่จะใช้”many” กับนามเอกพจน์นับได้คือใช้ในวลี “many a” เช่น
Many a ship has (= many ships have) been wrecked on those rocks.
Many a man would be glad of your job.
I’ve been there many a time.

“much และ many” ส่วนใหญ่จะใช้ในประโยคปฏิเสธและประโยคคำถาม เช่น
I haven’t much time.
Did you have much rain on your holidays?
Do you know many people in London?
There are not many mistakes in your exercise.

ในประโยคบอกเล่ามักจะใช้คำต่อไปนี้แทนเสมอ คือ a lot of, lots of, a large quantity of, plenty of, a great deal of, a great amount of, a great number of เช่น
He will have a lot of time to spare when he has finished the book he is working on.
She knows lots of people in London.
He has done a great deal of research on that subject.

หมายเหตุ  “a lot of, lots of, plenty of” ใช้กับนามนับได้รูปพหูพจน์  และใช้กับนามนับไม่ได้อีกด้วย ส่วน “a large quantity of, a good (great) deal of, a great amount of” ใช้กับนามนับไม่ได้เท่านั้น และ “a great (large) number of” ใช้กับนามนับได้พหูพจน์เท่านั้น

ขอให้สังเกตว่า “a lot of และ plenty of” ถ้าใช้กับนามนับไม่ได้จะใช้กิริยาเอกพจน์ แต่ถ้าใช้กับนามพหูพจน์ต้องใช้กิริยาพหูพจน์ด้วย เช่น
There is plenty of sugar in the sugar bowl.
There are plenty of chairs for everyone.

“much และ many” จะใช้ในโครงสร้างประโยคบอกเล่าในกรณีต่อไปนี้
1. ในโครงสร้างคำถามอ้อม (Indirect Questions) ที่นำด้วย “whether หรือ if” เช่น
I doubt whether there’ll be much time for seeing the sights of London; your train leaves at six o’clock.
I wonder if many people will be at the party.

2. เมื่อถูกนำหน้าด้วยคำ “so, too, as, how” เช่น
He has so much money and I have so little.
There are too many mistakes in your exercise.
He has drunk too much wine and ought not to drive his car home.
You can have as much wine (as many bottle of wine) as you want.
I know how much money (how many pounds) that ring cost.

3. เมื่อทำหน้าที่ขยายประธานของประโยค เช่น
Many Englishmen like to spend their spare time working in their gardens.
Much time would be saved if you planned your work properly.

4. เมื่อ “much” อยู่ตามลำพังโดยไม่มีคำนาม เช่น
Much depends on what answer the Prime Minister gives to that question.
I would give much to know what he is thinking now.
Much of what he says is true.

5. เมื่อ “much” ขยาย Abstract Noun ที่ประกอบด้วย Adjective เช่น
The book is the fruit of much patient research.

“few, little”
“few” (มีความหมายตรงข้ามกับ “many”) ใช้กับคำนามพหูพจน์ “little” (มีความหมายตรงข้ามกับ “much”) ใช้กับคำนามนับไม่ได้ และ “few และ little” มีความหมายในทางลบ (= ทางไม่ดี)
“few” มีความหมาย “ไม่มาก’’ (not many) เช่น
The few friends that he had are all dead.
Few people would agree with you.

“little” มีความหมาย “ไม่มาก” (not much) และเน้นความหมายในเรื่อง “ความขาดแคลน” เช่น
The little money that he was will hardly keep him in food.
The shipwrecked sailors had no food and little water.

“a few และ a little” มีความหมายในทางบวก (= ทางที่ดี) มีความหมาย “อย่างน้อยยังพอมีบ้างแม้ว่าจะไม่มากก็ตาม” (at last some, though not many (much)) เช่น
He has a few friends who call to see him quite frequently.
A few people would agree with you.
He has a little money and can live quite comfortably on it.
The ship wrecked sailors had a little water.

ตำแหน่งการวางคำคุณศัพท์
(The Position of Adjectives)
1. ในการที่ใช้คำคุณศัพท์ลักษณะ Attributive คือ วางไว้หน้าคำนามที่ขยาย ถ้ามีคุณศัพท์เพียงคำเดียว หรือ 2 คำก็ไม่มีปัญหาเท่าใด เช่น

a brown horse ; a hot day ; a tall young man
แต่ถ้าต้องการวางคุณศัพท์หลายๆ คำ และต่างชนิดกันขยายนามในลักษณะ Attributive จะต้องวางตามระเบียบในตารางดังนี้

determinatives
Num Adj.
Descriptive Adjectives
Noun used as Adj.
N

Ord.N.
Card N.
Quality or character
size
Age temperative
shape
colour
Nationality

My
first
two
good
little
new
round
grey
French
picture
frames

These
second
three
comfortable
big
modern
square
red
Persain
travelling
rugs

แต่มีอยู่หลายกรณีที่คำคุณศัพท์ถูกวางไว้ข้างหลังคำนามที่ถูกขยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาษาเขียน ซึ่งมีกรณีดังต่อไปนี้
1.1 เมื่อประกอบด้วยวลีแสดงหน่วยวัด (Measurement) เช่น
a river two hundred miles long.    a man eighty-five years old;
a road fifty feet wide.            a building ten-storeys high;

1.2 เมื่อคำคุณศัพท์มากกว่า 1 คำ ขยายคำนาม เช่น
He is a writer both witty and wise.
He climbed the mountain by a route uncharted, steep and dangerous.
He had a face thin and worn, but eager and resolute.

1.3 เมื่อคำคุณศัพท์ที่ใช้ขยายคำนามถูกตามด้วย Preposition Phrase เช่น
He is a man greedy for money.
Alfred was a King anxious for his people’s welfare.
All these are matters worthy of attention.

1.4 ในข้อความบางอัน (ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาษาฝรั่งเศส) เช่น
The Theatre Royal, the Poet Laureate, The heir apparent, from time immemorial, Court martial, all the people present, j. by all means possible, letters patent, proof positive, The Postmaster general, Knight errant

คำ “next และ last” อาจใช้ตามหลังคำนามได้ แม้ว่าตามปกติจะใช้วางไว้ข้างหน้าคำนามก็ตาม เช่น
last Friday หรือ Friday last next Monday หรือ Monday next

1.5 เมื่อใช้ขยาย Indefinite Pronoun (สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ) เช่น
I’ll tell you something very important.
That’s nothing new.

He’ll provide everything necessary.
There is someone hurt, I think.

He’ll provide everything necessary.There is someone hurt, I think.

1.6 คุณศัพท์ที่น้าด้วย “the” อาจใช้ตามหลัง Proper Noun เช่น
Alfred The Great, William The Silent, Ivan The Terrible.

1.7 คุณศัพท์รูป Participle ที่มีความหมายหนักไปในทางกิริยา (Verb) ให้วางไว้หลังนาม เช่น
I have answered all the letter received.
The words mentioned below are .the answers.

ส่วนคุณศัพท์รูป Participle ที่มีความหมายหนักไปในทางคุณศัพท์ (Adjective) ให้วางไว้หน้าคำนาม เช่น
a broken bottle ; a painted table ; a crying child

2. “all และ both” สามารถใช้นำหน้าคำนาม คำคุณศัพท์ แสดงความเป็นเจ้าของ คำคุณศัพท์หรือคำสรรพนามชี้เฉพาะ และคำนำหน้านามชี้เฉพาะได้ เช่น
All (both) his friends are gone.
All (both! these statements should be quite clear.
All (both) the boys have gone home.

แต่มันถูกใช้ตามหลังบุรุษสรรพนาม เช่น
When they saw the policeman they all (both) ran away.
We all (both) hope you will be successful.

3. “half และ double” วางไว้หน้าคำนามเมื่อมันถูกใช้ในความหมายบอกลักษณะ เช่น
He drank a half bottle of wine.
He drank half a bottle of wine.
He is my half-brother.
He gave half -a- crown for a half – crown book.
The stockings were sold at half price. (= ครึ่งหนึ่งของราคาเดิม)
He drank a double whisky.
I want a double room.

แต่ “half, double (และ twice)” ฝักจะตามด้วย “the” หรือคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Adj.)
I bought the stockings at half the (that) price. (= ครึ่งหนึ่งของราคาที่คุณบอก)
That will cost half (double, twice) the money.
Half his time he does no work.
That would cost double (twice) his capital.

4. คุณศัพท์ที่ถูกขยายด้วย “rather หรือ quite” คำทั้งสองนี้สามารถวางไว้ข้างหน้าหรือข้างหลัง “a หรือ an” ได้โดยไม่ทำให้ความหมายเปลี่ยนแปลง
He played quite a good game.
That is rather a valuable picture.
He played a quite good game.
This is a rather valuable picture.
5. “enough” ปกติต้องวางไว้หน้าคำนามที่มันขยาย แต่อาจวางไว้ข้างหลังก็ได้ โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง เช่น
We haven’t enough time.
We haven’t time enough.
และมันสามารถใช้กับทั้งนามเอกพจน์ และนามพหูพจน์
We have done enough work for today.
There are enough chairs to seat everybody.

การแสดงการเปรียบเทียบของคุณศัพท์
(Comparison of Adjectives)
เมื่อของอย่างหนึ่งถูกนำไปเปรียบหรือเทียบวัดความแตกต่างกับอีกสิ่งหนึ่ง (หรือกับอีกหลายๆ สิ่ง) เราจะใช้รูปคุณศัพท์แสดงการเปรียบเทียบนั้น การเปรียบเทียบจะแสดงออกในลักษณะ “ความเท่ากัน (equality) ความเหนือกว่า (superiority) ความด้อยกว่า (inferiority) และยังแสดงในลักษณะ ความเหนือที่สุด (supremacy)

การเปรียบเทียบแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
1. การเปรียบเทียบขั้นธรรมดา (Positive Degree)
2. การเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree)
3. การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree)
เช่น

ขั้นธรรมดา
ขั้นกว่า
ขั้นสูงสุด

old
older
oldest

hot
hotter
hottest

careful
More careful
Most careful

“ความเท่ากัน” จะแสดงโดยรูปขั้นธรรมดา เช่น
Henry is as old as William.
It is just as hot today as it was yesterday.
Mary is as careful as Margaret.

“ความเหนือกว่า” จะแสดงโดยรูปขั้นกว่า เช่น
George is older than William.
It is hotter today than it was yesterday.
Elizabeth is more careful than Margaret.

“ความด้อยกว่า” จะแสดงโดยโครงสร้างง “less…..than”
Margaret is less careful than Elizabeth.
It is less hot today than it was yesterday.

See also  [Update] คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน คำแปล มากกว่า 1000 คำ โดย อาจารย์ต้นอมร | 48 ภาษา อังกฤษ - NATAVIGUIDES

แต่โครงสร้างเช่นนี้ไม่ค่อยมีใครนิยมใช้ มักจะนิยมใช้โครงสร้างเช่นนี้แทน
Margaret is not so (as) careful as Elizabeth.
It is not so (as) hot today as it was yesterday.
มักจะใช้โครงสร้าง as…..as ในประโยคบอกเล่าและใช้ so…….as ในประโยคปฏิเสธ แต่อย่างไรก็ดีบางท่านใช้ as….as ในทั้งประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ “ความเหนือที่สุด” จะแสดงโดยรูป “ขั้นสูงสุด”
That was the happiest day of his life.
He is the oldest man in the village.

“ขั้นสูงสุด” จะแสดงความหมายในลักษณะเดียวกันกับ “ขั้นกว่า” แต่มองจากคนละแง่ เช่น
“Richard is the tallest of the three brothers and is the oldest boy in the school.”
มีความหมายเหมือนกับ
“Richard is taller than his two brothers and is older than any other boy in the school.”

“ขั้นธรรมดา” ก็คือ รูปปกติของคุณศัพท์เช่น clear, happy, good

การสร้างรูปการเปรียบเทียบคุณศัพท์
รูปขั้นกว่าสร้างด้วยวิธีต่อไปนี้
1.โดยการเติม-er ที่รูปขั้นธรรมดา เช่น
ขั้นธรรมดา     ขั้นกว่า
Clear        clearer
Sweet        sweeter
soft             softer

2. โดยการเติม “more” ไว้หน้ารูปขั้นธรรมดา เช่น
ขั้นธรรมดา        ขั้นกว่า
beautiful        more beautiful
interesting    more interesting
splendid        more splendid

รูปขั้นสูงสุดสร้างด้วยวิธีต่อไปนี้
1. โดยการเติม-est ที่รูปขั้นธรรมดา เช่น
ขั้นธรรมดา        ขั้นสูงสุด
Clear        clearest
Sweet        sweetest
Soft            softest

2. โดยการเติม “most”    ไว้หน้ารูปขั้นธรรมดา เช่น
ขั้นธรรมดา        ขั้นสูงสุด
beautiful        most beautiful
interesting    most interesting
splendid        most splendid

การสร้างรูปขั้นกว่า และขั้นสูงสุดด้วยวิธีการที่ 1 นั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อ
1. เป็นคำคุณศัพท์พยางค์เดียว (ยกเว้น right, wrong, real)
2. เป็นคำคุณศัพท์ 2 พยางค์ ซึ่งลงท้ายด้วยเสียงสระ หรือพยางค์เสียง –le  เช่น
pretty – prettier – prettiest    narrow – narrower – narrowest simple – simpler – simplest

หรือคำคุณศัพท์ 2 พยางค์ ที่มีเสียงเน้นหนักที่พยางค์หลัง เช่น polite – politer – politest

3. เป็นคำคุณศัพท์ 2 พยางค์ ที่มีเสียงเน้นหนักที่พยางค์หน้าบางคำ เช่น
quiet – quieter – quietest
handsome – handsomer – handsomest
pleasant – pleasanter – pleasantest
common – commoner – commonest

การสร้างรูปขั้นกว่าและขั้นสูงสุดด้วยวิธีการที่ 2 จะทำได้ก็ต่อเมื่อ
1. เป็นคำคุณศัพท์ 2 พยางค์บางคำที่มีเสียงเน้นหนักที่พยางค์หน้า เช่น
hopeful – more hopeful – most hopeful
fertile – more fertile – most fertile
pourous – more pourous – most pourous

2. เป็นคำคุณศัพท์ที่มากกว่า 2 พยางค์ขึ้นไป เช่น
beautiful – more beautiful – most beautiful
extravagant – more extravagant – most extravagant

วิธีการสร้างคำคุณศัพท์เปรียบเทียบแบบนี้ยังนำไปใช้กับคำคุณศัพท์ “afraid, alive asleep, awake, alone, afloat, ashamed, content, exempt, unable” ด้วย

คำคุณศัพท์ที่มีรูปเปรียบเทียบพิเศษ
Positive        Comparative        Superlative
good (well)        better                                     best
bad (ill)               worse                                      worst
little                     less (lesser)                          least
near                     nearer                                     nearest (next)
much (many)   more                                       most
far                        farther (further)                 farthest (furthest)
late                       later Hatter)                         latest (last)
old                       older (elder)                          oldest (eldest)
(out)                   outer (utter)                          outmost (utmost)
outermost (Uttermost)
(up)                     upper                                       uppermost
(in)                      inner                                         inmost   innermost
(fore)                 former                                     foremost, first

ควรสังเกตเกี่ยวกับเรื่องการสะกดคำคุณศัพท์รูปเปรียบเทียบด้วย ดังนี้
1. คำที่ลงท้ายด้วย -y และ -y ตามหลังพยัญชนะ ให้เปลี่ยน-y เป็น -i ก่อนแล้วจึงทำรูปขั้นกว่า หรือขั้นสูงสุด เช่น
happy – happier – happiest

แต่ถ้า -y ตามหลัง สระ ให้ทำรูปขั้นกว่าและขั้นสูงสุดได้เลย เช่น
grey – greyer – greyest

2. ถ้าคำคุณศัพท์นั้นเป็นคำพยางค์เดียว ใช้สระเสียงสั้นมีตัวสะกดตัวเดียว ให้เขียนตัวสะกดซ้ำอีก 1 ตัว ก่อนจะทำรูปขั้นกว่าหรือขั้นสูงสุด เช่น
big – bigger – biggest
thin    thinner – thinnest

แต่จงสังเกตเปรียบเทียบ
thick – thicker – thickest ไม่ต้องเขียน “k” ซ้ำ เพราคำนี้สะกดด้วย -ck เป็นตัวสะกดคู่

3. คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -e ให้ทำขั้นกว่าหรือขั้นสูงสุด โดยใช้ -e ตัวนั้นกระทบร่วมได้เลย เช่น
ripe – riper – ripest
able – abler – ablest
simple -simpler – simplest
fine – finer – finest

Than
เพื่อแสดง “ความเหนือกว่า” หรือ “ความด้อยกว่า” “than” จะถูกนำมาใช้กับคุณศัพท์รูปขั้นกว่า เช่น
George is taller than Henry., This car is less expensive than that one.

“than” ยังถูกนำไปใช้หลังคำ “rather และ sooner” ด้วย เช่น
He would rather (sooner) play than work.

“than” ยังถูกนำไปใช้หลังคำ “other” และ another” แต่ไม่ค่อยบ่อยนัก เช่น
The result was quite other than we had expected., This was quite another result than we expected.

โครงสร้างที่ใช้เป็นปกติ คือ The result was quite different from what we expected.
(“Different than” บางครั้งถูกใช้เหมือนกัน แต่ควรหลีกเลี่ยงเสีย)

รูปการเปรียบเทียบขั้นกว่าโดยไม่ใช้ “than” อาจทำได้ในกรณีดังนี้
1. ใช้กับคำนาม หรือคำ “one” เช่น
I want a better job, Give me a larger piece of paper, Bring me a smaller one.

2. ในหน้าที่ Complement หรือขยาย Complement. เช่น
He is better now, It is warmer this morning.
The apples will get redder in the autumn, They have made the house bigger.
You must keep your house cleaner, He wants the work done better.

3. บางครั้งวางในตำแหน่ง Attributive (หน้านาม) แต่มิได้มีความหมายเปรียบเทียบโดยตรง เช่น
Look at the outer side, The former is good but the latter is bad.

4. หลังคำ senior, junior, superior, inferior, anterior, posterior แต่จะใช้ “to” แทน เช่น
This is sugerior to that, I am junior to him.

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้รูปเปรียบเทียบคำคุณศัพท์
1. คำ “major และ minor” ใช้ในลักษณะ Attributive จะไม่ใช้ในลักษณะ Predicative เลย เช่น
The major part of his work, This is a minor point.

2. รูป “good (well) bad (ill), little, much, far” ไม่ใช่คำที่มีความสัมพันธ์ในด้านการเปรียบเทียบขั้นกว่า และขั้นสูงสุดจริงๆ นัก เป็นแต่กระทบทางด้านความหมาย แต่มาจากรากของคำที่ต่างกัน

“well” ปกติเป็น Adverb และใช้ในลักษณะเป็น Complement เสมอ แสดงเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ (health) เช่น
I am very well. He looks/feels/well.

“ill” เป็นคำ Adjective ในความหมาย to be/feel/look/fall ill; in ill health/news/luck (แต่คำ “bad” ดูจะใช้กันมากกว่า)

3. รูปเปรียบเทียบ “outer, upper, inner” และรูปขั้นสูงสุดของมันมาจาก Adverb หมายความว่ารูปขั้นธรรมดาเป็น Adverb แต่รูปขั้นกว่าและขั้นสูงสุดเป็นคำ Adjective

คำ “utter, utmost, uttermost” ตามประวัติแล้วเป็นรูปขั้นกว่าและขั้นสูงสุดของ “out” แต่ความหมายที่ใช้กันในปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับคำ “out” เพียงเล็กน้อย

4. คำ “lesser” เป็นคำที่ใช้ในภาษากวี และใช้ในกลุ่มวลีบางอันเท่านั้น เช่น
“to choose the lesser of two evils”
Cibber is one of the lesser poets of the eighteenth century.

5. “nearest” ใช้เกี่ยวกับ “ระยะทาง” “next” ใช้เกี่ยวกับ “อันดับที่” เช่น Where is the nearest Post-Office? The next station is Oxford Circus.

6. “farther” โดยทั่วไปใช้เกี่ยวกับ “ระยะทาง” เช่น
I cannot walk any farther, Manchester is farther from London than Oxford is.

“further” แม้ว่าจะใช้แทนคำ “farther” ได้ก็ตาม แต่มีความหมายพิเศษอีกความหมายหนึ่งคือ “เพิ่มเติม” (=additional) เช่น
I will give you further details later, I shall need further help with this.

“farthest และ furthest” สามารกใช้แทนกันได้

“older แระ oldest” สามารถนำไปใช้กับทั้งบุคคลหรือสิ่งของ เช่น  Henry is older than David, That is the oldest house in the city.

“elder และ eldest” ใช้กับบุคคลเท่านั้น และใช้กับสมาชิกในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น และยิ่งกว่านั้นยังใช้ในลักษณะ Attri¬butive เท่านั้นด้วย เช่น
My elder brother is three years older than I, Henry is David’s elder brother, Mary is my eldest sister.

อย่างไรก็ดี “elders” ยังถูกใช้เป็นคำนามซึ่งมีความหมายว่า “บรรพบุรุษสมัยก่อน (ซึ่งชาญฉลาดกว่าพวกเรา) เช่น
You should respect your elders and betters.

มีวลีอยู่อันหนึ่ง คือ “an elder stateman ซึ่งหมายถึง “รัฐบุรุษซึ่งควรแก่การเคารพเนื่องด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิของเขา”

8. “less” ใช้กับคำนามนับไม่ได้ แต่ “fewer” ใช้กับคำนามที่นับได้ เช่น
He has spent less time on his work than he ought to have done, There are fewer boys than girls in my class.

9. “latter” หมายถึง “สิ่งที่สองในระหว่างสองสิ่ง” ซึ่งมีความหมายตรงกันข้ามกับคำ “former” เช่น
He studied French and German; The former language he speaks very well, but the latter one only imperfectly.

“latest” หมายความว่า “สิ่งล่าสุด” เช่น
Have you read John Scribber’s latest book?

“last” หมายความว่า “สิ่งสุดท้าย” เช่น
The Tempest was probably the last play that Shakespear  wrote.

“last” ยังหมายถึง “สิ่งที่แล้วมา” ด้วย เช่น
I think this recent book is better than his last one.
ซึ่งรวมทั้งคำเหล่านี้ last week/year/month/night

10. จงสังเกตว่า หน้ารูปคุณศัพท์ขั้นสูงสุด จะต้องใช้ “the” เสมอ เช่น This is the best advice I can give you.

11. “most + Adjective” อาจใช้ในความหมาย “มีคุณภาพที่ดีเยี่ยม” แต่มิได้มีความหมายแสดงการเปรียบเทียบโดยตรงเลย เช่น
What you have said is most interesting.

เมื่อโครงสร้างดังกล่าวถูกนำมาใช้ในลักษณะ Attributive จะใช้ Indefinite Article หรือไม่ก็ไม่ต้องใช้  Article เลย เช่น
She is a most beautiful girl., That was a most extraordinary thing to say.
He wrote me a most interesting letter., These are most delicious cakes.

แต่ถ้าใช้รูปคุณศัพท์ขั้นสูงสุดที่ไม่มี “most” ต้องใช้ “the” นำทันที เช่น He showed the greatest (the utmost) patience.

12. เมื่อคน 2 คน หรือของ 2 สิ่งถูกนำมาเปรียบเทียบกัน จะใช้รูปคุณศัพท์ขั้นกว่ากับคำ “the” เช่น
To choose the lesser of two evils, The greater part of the work,
The latter half of the twentieth century, She is the older and the more beautiful of the two sisters.
แต่
She is the oldest and the most beautiful of the three sisters.

See also  โกหกเป็นเหตุ...ให้ขาดทุน | Highlight สุภาพบุรุษสุดซอย 2020 EP.20 | 4 ก.ค. 63 | one31 | ตกงาน ขายอะไรดี | Nataviguides

อย่างไรก็ดี ในภาษาพูด มักจะใช้รูปขั้นสูงสุดกับการเปรียบเทียบในระหว่างของ 2 สิ่งหรือคน 2 คน และแม้แต่ในการเขียน ยังมีนักเขียนหลายคนที่ละเลยกฎเกณฑ์ดังกล่าว

การใช้รูปคุณศัพท์เปรียบเทียบในลักษณะสำนวน
มีโครงสร้างในรูปแบบสำนวนของรูปคุณศัพท์ขั้นกว่าและขั้นสูงสุดมากมาย เช่น
The sooner this is done, the better.
The more the merrier.
The harder he tried, the less progress he seemed to make.
If you take a holiday now you will be all the better for it.
He told a lie about it, and that makes his fault all the worse.
Every day you are getting better and better.
The storm became more and more violent.
If he will help, us, so much the better.
If he doesn’t work, so much the worse for him.
He is rather the worse for drink.
You will be no worse for having had the experience.
You are none the worse for the experience; in fact, you are all the better.
I had better go now before it is too late.
He would rather play than work.
If the worst comes to the worst we can always walk home.
He made a living as best he could.

คำคุณศัพท์ที่ไม่มีรูปเปรียบเทียบ
มีคุณศัพท์บางคำไม่สามารถนำมาสร้างรูปเปรียบเทียบได้เนื่องจากความหมายในตัวของมันเอง คือ perfect, unique, matchless, full, empty, square, round, circular, triangular, wooden, monthly, daily, yearly, etc.

แต่มีคุณศัพท์บางคำในกลุ่มข้างต้นนี้ อาจนำมาสร้างรูปเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสูงสุดได้ เมื่อเรามิได้พิจารณามันตามตัวอักษรนัก เช่น คำ “perfect และ full” เช่น
This is a more perfect specimen than that one. (เราหมายความว่าสิ่งนี้มีความใกล้ที่จะสมบูรณ์มากกว่าสิ่งนั้น)
My glass is fuller than yours, He says he has given me full details, but I want him to give me fuller particulars.

ที่มา:อาจารย์ชำนาญ  ศุภนิตย์, ดร.สัญญา  จัตตานนท์,  อาจารย์สุทิน  พูลสวัสดิ์

[NEW] การใช้ประโยค Comparative Adjectives | adjective ขั้น กว่า ขั้น สูงสุด – NATAVIGUIDES

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.3 ที่น่ารักทุกคน ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่บทเรียนเรื่องคำคุณศัพท์กันนะคะ
วันนี้ครูได้ สรุปเรื่อง การใช้ ประโยค ประโยค Comparative Adjectives
หรือ อีกชื่อหนึ่งคือ
Comparison of Adjectives: การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ มาฝาก ไปลุยกันเลยจร้า

 

คำศัพท์สำคัญ: Comparative VS Comparison

comparative (Adj.)
เกี่ยวกับการเปรียบเทียบ
comparison (N.)
การเปรียบเทียบ

ความหมาย

Comparison of Adjectives คือ การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ที่ใช้ในการเปรียบเทียบคน สัตว์ สิ่งของ หรือ อื่นๆ ในภาษาอังกฤษได้มีการเปรียบเทียบอยู่ 3 ขึ้น คือ

การเปรียบเทียบขั้นคำคุณศัพท์เปรียบเทียบ

1)   ขั้นธรรมดา (Positive Degree)

2)    ขั้นกว่า (Comparative Degree)

3)    ขั้นสูงสุด (Superlative Degree)

 

ขั้นธรรมดา (Positive Degree)

 

ขั้นธรรมดา


เป็นการเปรียบเทียบความเท่าเทียมกัน ของสองสิ่ง โครงสร้างประโยคดังนี้

As + adjectives + as
แปลว่า …เท่าที่

เช่น
As long as you love me, I won’t go anywhere.

= ตราบเท่าที่เธอรักฉัน ฉันจะไม่ไปไหน

 

As soon as possible หรือ ASAP คำย่อในภาษาอังกฤษแปลว่า เร็วเท่าที่…

Ex. Please call me back ASAP you reach home.
= กรุณาติดต่อกลับเร็วที่สุดทันทีที่ถึงบ้าน

 

ตัวอย่างอื่นๆ เช่น

Marry is as tall as Jenny.
= แมร์รี่สูงเท่ากันกับเจนนี่

Tina is as diligent as Lukas.
= ติน่าขยันเท่ากันกับลูคัส

 

แบบฝึกหัด: Rearrange the words in correct order. (จงเรียงคำให้ถูกต้อง)

 

แบบฝึกหัดขั้นธรรมดา

 

1. As/he/for/waits/her/long
2.They/will/there/as/possible/soon/as
3. long/As/as/love/him/you

 

 

ขั้นกว่า (Comparative Degree)

 


การใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบมีอยู่ 3 ขั้น แต่ในบทเรียนนี้เราจะเจาะจงไปที่การเปรียบเทียบขั้นกว่า หรือ
Comparative Adjectives กันนะคะ 

  • โครงสร้างประโยคแบบที่ 1 : S + V. to be + adj. +er + than
     รูปแบบแรกจะมีการเติม -er ท้ายคำคุณศัพท์ (adjective)  และตามด้วย than ประโยคนั้นจะมีความหมายว่า สิ่งหนึ่ง … กว่าอีกสิ่งหนึ่ง  เช่น ตัวอย่างด้านล่าง

    Nanny is younger than Lisa.
    = นีน่าอายุน้อยกว่าลิซ่า

  • โครงสร้างประโยคแบบที่ 2 : S + V. to be + more + adj. + than
    รูปแบบนี้เราจะเติมคำว่า  more ไว้ด้านหน้า แล้วตามด้วยคำคุณศัพท์ (adjective) และวาง than ในลำดับต่อมา เพื่อที่จะเปรียบเทียบว่า

    สิ่งหนึ่ง … กว่าอีกสิ่งหนึ่ง

    เช่น
    English is more fun than Math.
    = ภาษาอังกฤษสนุกกว่าคณิตศาสตร์

    A dog is more playful than a cat.
    = สุนัขขี้เล่นกว่าแมว

หากเป็นความคิดเห็นมักจะเจอคำที่แสดงความคิดเห็นด้านหน้าประโยคเช่น

In my opinion,…..
= ในความคิดเห็นของฉันนั้น…..

Personally, I think that…..
= โดยส่วนตัวแล้ว ฉันคิดว่า…….

If you ask me, I think that…..
= ถ้าถามฉัน ฉันคิดว่า…….

ตัวอย่างประโยคที่แสดงความคิดเห็น

In my opinion, a cat is more cute than a dog.

= ฉันคิดว่าสุนัขน่ารักกว่าแมวเยอะเลย

Comparative aDJ Example

 

มาลองอ่านบทสนทนาระหว่างนักเรียนจากประเทศไทยและนักเรียนจากประเทศอังกฤษ

 

Situation: There is a conversation between Nan and David below.

Nan: Hi David, what’s the weather like in England?
แนน: สวัสดีเดวิด อากาศวันนี้เป็นไงบ้าง

David: Hi Nan, it’s colder than Thailand I think.
เดวิด: สวัสดีแนน มันหนาวกว่าที่ไทยนะผมว่า

Nan: I couldn’t agree more. Thailand is hotter than England during summer.

แนน: เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ประเทศไทยร้อนกว่าประเทศอังกฤษเยอะเลยโดยเฉพาะหน้าร้อน
David: I see. I still prefer Thailand to England because I love the beaches.

เพิ่มเติม:

ถ้าหากว่าเราไม่ต้องการใช้โครงสร้าง more…than…เราก็สามารถใช้โครงสร้าง prefer something/someone to something/someone
ซึ่งแปลว่า ชอบ…มากกว่า …นั่นเองค่า


เช่น I prefer swimming to running.
= ฉันชอบว่ายน้ำมากกว่าวิ่งซะอีก

 

แบบฝึกหัดการใช้ Comparative Adjectives

**อย่าพึ่งเปิดดูเฉลยด้านล่างนะคะทุกคน ลองทำแบบฝึกหัดด้วยตัวเองดูก่อนนะคะเพื่อความปังปุริเย่

 

Comparative ADJ Practice

 

1.I am ________ my sister.

a) taller than

b) the tallest

C) taler then

 

2.Tina is ________other students in the class.

a) younger than

b) the younger

c) the youngest

 

3. Lisa is______________than ____________other firends.

a) the smarter than

b) smarter than

c) the smartest

 

4.David is ________ sincere than Tina.

a) more

b) most

c) the most

 

5.My mother is ________ caring than my father.

a) more caring

b) most caring

c) the most caring

 

ขั้นสูงสุด (Superlative Degree)

 

Superlative ADJ

 

เป็นการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด ใช้ในการเปรียบเทียบที่มากกว่า 2 สิ่งขึ้นไป นิยมใช้ the นำหน้า ADJ. ซึ่งมีรูปประโยคดังนี้

The + คำคุณศัพท์ (Adjectives) เติม –est

Ex. The richest man in the world is in the USA.
แปล ผู้ชายที่รวยที่สุดในโลกอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

 The + most + คำคุณศัพท์ (Adjectives)
Ex. The most handsome man in the world is Robert Pattinson right now.
แปล: โรเบิร์ต แพททินสันคือผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก ณ ตอนนี้

แบบฝึกหัด Superlative adjectives

Superlative adjectives Practice

  1. What’s the ______important thing to do when you were young?
    a) more
    b) most
    c) the most
  2.  Tony is ______in his class.
    a) as crazy as
    b) crazier
    c) the craziest
  3.  Jemmy  runs___________in the class.
    a) the fastest
    b) faster
    c) the most fast
  4. Kraig is____________in the school.
    a) the tallest
    b) tallest
    c) the most tall
  5. Crony and Lucy are_________________in the room.
    a) the cutest
    b) cuter
    c) very cute

 

 

เทคนิค การเติม Suffix “-er” ในขั้นกว่า และ Suffix “-est” ในขั้นสุด

 

  1. คำคุณศัพท์พยางค์เดียว ให้เติม –er ในขั้นกว่า และเติม –est ในขั้นสูงสุด
  2. คำคุณศัพท์พยางค์เดียว และมีเพียงสระตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะท้ายอีกหนึ่งตัว จากนั้นต้องเติม –er ในขั้นกว่า และเติม –est ในขั้นสูงสุด
  3. คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย e อยู่แล้วให้เติมเฉพาะ –r และ –st
    หรือตัด -e เดิมออกแล้วเติม-er ในขั้นกว่า และ –est ในขั้นสุด
  4.   คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยนเป็น

    i แล้วเติม –er และเติม –est ในขั้นสุด

คำคุณศัพท์ที่มีหลายพยางค์ให้เติม more ในขั้นกว่าและเติม most ในขั้นสุด

08Comparative ADJ

 

 

เฉลยแบบฝึกหัดขั้นธรรมดา

 

as___as

1. As long as he waits for her
2. They will be there as long as possible.
3. As long as you love him

 

 

เฉลยแบบฝึกหัดขั้นกว่า

เฉลยComparison of Adjectives


1. a) taller than
2. a) younger than
3. b) smarter than
4. a) more
5. a) more caring

 

superlative adj

 

เฉลยแบบฝึกหัดขั้นสุด

1. b
2. c
3. a
4. a
5. a

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียนทุกคน ทำแบบฝึกหัดกันได้ไหมเอ่ย ถ้าเกิดว่าเรายังไม่ค่อยเข้าใจ หรือ ต้องการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับคำคุณศัพท์เพิ่มเติมแบบปังๆ ***ทุกคนสามารถคลิกปุ่ม Play ที่วีดีโอด้านล่างเพื่อไปเรียนภาษาอังกฤษแบบสนุกๆกับทีชเชอร์กรีซ กันจร้า อย่าลืมทบทวนบทเรียนกันด้วยนะคะ แล้วเจอกันใหม่ ดูแลตัวเองด้วยน๊า See you again next time! Take care!

 

+1


[DAY 6] | ฝึก Comparisions การเปรียบเทียบขั้นกว่า – สูงสุด 💯 | ติวฟรี Lockdown TOEIC 14 วันกับครูดิว


[DAY 6] 🛡 ติว TOEIC ฟรี ตลอด 14 วันกับครูดิว วันนี้ฝึก Comparisions การเปรียบเทียบขั้นกว่า สูงสุด! แม่นแน่นอน!! 💯
‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍
ครูดิวขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ให้มีแรงกาย แรงใจสู้ต่อไป ✌️
เนื้อหาเป็นส่วนหนึ่งใน แพลนติว TOEIC 14 วัน ใครอยากได้แพลนติว คอมเมนท์รหัส PLAN14DAYS ได้เลยนะคะ
‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍
ติดตาม DAY อื่นๆ อัพเดตเนื้อหาให้ครบได้ที่
DAY 1 : https://youtu.be/f0QsQeR2EGI
DAY 2 : https://youtu.be/ghHMVXamr6M
DAY 3 : https://youtu.be/ZnZoQTzBEQY
DAY 4 : https://youtu.be/12UJ65EcVf8
DAY 5 : https://youtu.be/n1IeSSg85is
DAY 7 : https://youtu.be/Fo5NhJZqyAM
DAY 8 : https://youtu.be/Dum9_cM64Hg
____________________
ดูคลิปติวฟรี แล้วอยากติวแบบเต็มๆ ทักแชทได้เลยค่ะ ครูการันตี 750 คะแนนให้เลยค่ะ ยืนยันด้วยลูกศิษย์กว่า 80,000 คนทั่วประเทศ!! ✅✅
‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍
💌 สนใจสมัครคอร์สทักแชทเลย! 💬
🌟 สอบถามรายละเอียดได้ทาง m.me/krudewenglishofficial
🌟 Add Line : @krudewtoeic (มี @ด้านหน้าด้วยน้า) หรือคลิกทักเลย https://lin.ee/nrn6h06
‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍
LOCKDOWNติวTOEICกับครูดิว krudew toeic krudewtoeic ครูดิว โทอิค krudewenglish

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

[DAY 6] | ฝึก Comparisions การเปรียบเทียบขั้นกว่า - สูงสุด 💯 | ติวฟรี Lockdown TOEIC 14 วันกับครูดิว

สรุปการเปรียบเทียบขั้นเท่า ขั้นกว่า ขั้นสูงสุด


แกรมมาร์เรื่อง Comparison การเปรียบเทียบ adjective กับ adverb แบบ comparative superlative
จะใช้ as..as หรือ er / est หรือ more /most
ลองทำแบบฝึกหัดสั้นๆ ในคลิป
[ฝาก Like + Subscribe 🤍]
👇
IG : bewbamtv
FB : bewbamtv
www.bewbamtv.com
bewbamtv
บิวแบมทีวี
แจกฟรี! คู่มือเอาตัวรอดในวิชาภาษาอังกฤษ📍📍📍 FREE English Grammar Notes by BewBamTV🔖https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1458861710939595\u0026id=100004473400806🔖

สรุปการเปรียบเทียบขั้นเท่า ขั้นกว่า ขั้นสูงสุด

Comparative Degree


สื่อการสอนวิชาภาษาอังกฤษเรื่องการใช้คำำคุณศัพท์ขั้นกว่า comparative adjective ในการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 สิ่ง

Comparative Degree

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.3 เรื่อง การใช้ Comparison of adjectives


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.3 เรื่อง การใช้ Comparison of adjectives

การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ขั้นกว่า ขั้นสูงสุด หลักการเติม -er, -est, more than, the most


ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก
https://xn12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com/comparativeandsuperlative/
ติดตามเพจ ห้องKruEngปันสื่อ
https://www.facebook.com/ppp63955

การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ขั้นกว่า ขั้นสูงสุด หลักการเติม -er, -est, more than, the most

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ adjective ขั้น กว่า ขั้น สูงสุด

Leave a Reply

Your email address will not be published.