Skip to content
Home » [NEW] วิธีการพูดนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ (Presentation) | เป็นเวลา ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[NEW] วิธีการพูดนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ (Presentation) | เป็นเวลา ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

เป็นเวลา ภาษาอังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Table of Contents

วิธีการพูดนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ (Presentation)

การกล่าวทักทาย (Introduction)

Good morning/afternoon/evening, ladies and gentlemen, I’m…..ชื่อ…..

เรื่อง/วัตถุประสงค์ของการนำเสนอ

Today, I’d like to explain / talk about ….เรื่องที่จะพูด….

(วันนี้ผมอยากจะอธิบาย / พูดคุยเกี่ยวกับ)

Today, I’m going to talk about….เรื่องที่จะพูด….

(วันนี้ผมจะพูดถึง)

In my presentation I’ll be proposing / talking about….เรื่องที่จะพูด….

(ในการนำเสนอของฉันฉันจะได้รับการเสนอ / พูดคุยเกี่ยวกับ)

In my presentation today I’m going to explain ….เรื่องที่จะพูด….

(ในการนำเสนอของฉันวันนี้ฉันจะอธิบาย)

This morning/afternoon I’d like to review ….เรื่องที่จะพูด….

(เช้านี้ / ช่วงบ่ายฉันต้องการที่จะทบทวน)

The subject / topic of my / this / today’s presentation is ….เรื่องที่จะพูด….

(เรื่อง / หัวข้อของฉัน / นี้  นำเสนอวันนี้คือ)

What I’d like to do this morning / afternoon is to present /review / etc. ….เรื่องที่จะพูด….

(สิ่งที่ผมอยากจะทำตอนเช้านี้ / ช่วงบ่ายเพื่อเสนอ / ทบทวน / etc)

The aim of this presentation is to ….เรื่องที่จะพูด….

(จุดมุ่งหมายของงานนำเสนอนี้คือการ)

What I’m going to explain this afternoon / morning are ….เรื่องที่จะพูด….

(สิ่งที่ผมจะอธิบายช่วงบ่ายวันนี้ / ตอนเช้าเป็นเรื่อง)

What I’ll be proposing in my presentation are ….เรื่องที่จะพูด….

(สิ่งที่ผมจะนำเสนอในงานของฉัน)

My presentation this morning / afternoon deals with ….เรื่องที่จะพูด….

(การนำเสนอของฉันเช้านี้ / ช่วงบ่าย เกี่ยวกับ)

Today’s presentation will be / focus on….เรื่องที่จะพูด….

(การนำเสนอในวันนี้จะเป็นเรื่อง / มุ่งเน้นไปที่เรื่อง)

Good morning/afternoon/evening, ladies and gentlemen, I’m…..ชื่อ…..

เช่น

This morning I’m going to .. (talk about ..) / Today I’d like to .. (describe ..)

= บอกหัวข้อเรื่องที่จะพูด

The aim of my presentation is to .. (explain ..)

= บอกวัตถุประสงค์ของการนำเสมอครั้งนี้ 

** สิ่งคัญที่ควรระลึกตลอด คือ การเลือกใช่ประโยคที่เข้ากับสถานการณ์และเรื่องที่จะพูด **

การบอกผู้ฟังคร่าวๆ ว่าประเด็นที่เราจะพูดมีอะไรบ้าง

– I’ve divided my presentation into .. / My talk will be in .. (3 parts).

ฉันได้แบ่งออกเป็นการนำเสนอของฉัน .. / พูดคุยของฉันจะอยู่ใน .. (3 พาส)

– First, I’d like to .. (give you an overview of .. )

ครั้งแรกที่ผมอยากจะ .. (ให้ภาพรวมของ .. )

– Second, I’ll move on to .. / Then I’ll focus on ..

ประการที่สองผมจะย้ายไป .. / แล้วฉันจะมุ่งเน้นไปที่ ..

– After that we’ll deal with .. / Finally, we’ll consider ..

หลังจากนั้นเราจะจัดการกับ .. / สุดท้ายเราจะพิจารณา ..

การกล่าวถึงการถามคำถาม

Feel free to / Do interrupt me if there’s anything you don’t understand.

= ในกรณีที่อนุญาตให้ผู้ฟังถามได้ทันทีในขณะที่เราพูดอยู่

If you don’t mind, we’ll leave questions till the end.

See also  เลิกรักไปแล้ว...จะกลับมารักได้ไหม? | ต่าง คน ต่าง ไป หา คน ใหม่

= ในกรณีที่ต้องการให้ผู้ฟังถามตอนสุดท้าย ไม่ขัดจังหวะขณะที่เราพูด

การเชื่อโยงเข้าสู่ประเด็นต่างๆ ตามลำดับ

So, let’s start with .. (the objectives ..)

ดังนั้นขอเริ่มต้นด้วย .. (วัตถุประสงค์ .. )

Now let’s move on to .. ( the next part ..)

ตอนนี้ขอย้ายไป .. (ส่วนต่อไป .. )

Let’s turn our attention to .. (the question of ..)

ลองหันความสนใจของเรา .. (คำถามที่ .. )

This leads me to .. (my third point ..)

นี้ทำให้ผม .. (จุดที่สามของฉัน .. )

Finally .. (let’s consider ..)

การสรุปสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว

That completes my .. (description of ..) / So, to summerize .. (there are five key points ..)

ที่เสร็จสมบูรณ์ .. ฉัน (รายละเอียดของ .. ) / ดังนั้นเพื่อ summerize .. (มีห้าจุดสำคัญ .. )

การอ้างถึงสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว และการขอพูดถึงประเด็นใดประเด็นหนึ่งอีกครั้ง

I mentioned ealier .. ( the importance of ..)

I’ll say more about this later. / We’ll come back to this point later. (ฉันจะบอกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในภายหลัง / เราจะกลับมาที่จุดนี้ในภายหลัง)

การถามเพื่อดูว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่

Is that clear? / Are there any questions?

การพูดถึงข้อมูลที่ใช้โสตทัศนูปกรณ์ช่วยนำเสนอ


This transparency/diagram shows ..

If you look at this graph you can see ..(ถ้าคุณดูที่กราฟนี้คุณสามารถเห็น..)

What is interesting in this slide is ..(สิ่งที่น่าสนใจในสไลด์นี้คือ..)

I’d like to draw your attention to .. ( this chart ..)  [ฉันต้องการที่จะดึงความสนใจของคุณ .. (แผนภูมินี้ .. )]

การกล่าวถึงสิ่งที่รู้กันอยู่โดยทั่วไป


As you know .. / As I’m sure you are aware ..

[ในขณะที่คุณรู้ว่า .. / เป็นฉันแน่ใจว่าคุณมีความตระหนัก ..]

การกล่าวเพื่อจบการนำเสนอ


That concludes my talk. / That brings me to the end of my presentation.

[สรุปว่าการพูดคุยของฉัน. / ที่นำฉันไปที่จุดสิ้นสุดของงานนำเสนอของฉัน]

If you have a my questions, i’d be pleased/I’ll do my best to answer them.

Thank you for your attention.

หากคุณมีคำถามที่จะถาม ฉันจะยินดีที่จะตอบ / ฉันจะตอบคำถามเหล่านี้

ขอขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณ

การจัดการกับคำถาม


That’s a good point./I’m glad you asked that question.

= ใช้ชมผู้ถามอย่างจริงใจ เมื่อคำถามนั้นๆ เป็นคำถามที่ดี ไม่ควรใช้ 2 ประโยคนี้กับทุกๆ คำถาม เพราะจะฟังดูเสแสร้ง ไม่จริงใจ

Can I get back to you on that later? I’m afraid I don’t have .. (the information at present)./I’m afraid I’m not the right person to answer that.

= ไม่แน่ใจว่าเราจะตอบคำถามนั้นๆ ได้กระจ่างและถูกต้อง ถือเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามแบบสุภาพ

= คงฟังดูสุภาพกว่า Do you understand? มากเลยใช่ไหมคะ

ในที่สุด .. (ขอพิจารณา .. )

สถานการณ์ตัวอย่าง

Good morning, ladies and gentlemen, I’m Chris Makepeace from Sale Division. In my presentation I’ll be talking about our summer sale promotion. My presentation will be in two main parts. Firstly, I’d like to give you an overview of our promotion projects. And then I’ll talk about advantages and disadvantages of each project.

อรุณสวัสดิ์ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีฉันคริสเมคพีซจากกองขาย ในการนำเสนอของฉันฉันจะพูดคุยเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายในช่วงฤดูร้อนของเรา นำเสนอของฉันจะอยู่ในสองส่วนหลัก ประการแรกผมอยากจะให้ภาพรวมของโครงการส่งเสริมการขายของเรา แล้วฉันจะพูดคุยเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของแต่ละโครงการ

See also  ออกจาก\"ความคิด\"..สู่การ\"ตื่นรู้\" โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ | การเปลี่ยนเอกพจน์เป็นพหูพจน์

Is there anything wrong apologize at here.(ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

ขอขอบคุณขอมูลจาก 

Mr. BuBuH  และ  [email protected]

 

 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยคแก่ทุกคน

[Update] รวมศัพท์วัน เดือน ปี ภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีใช้ | เป็นเวลา ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

เวลาเราเรียนภาษาใหม่ สิ่งพื้นฐานอย่างหนึ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ก็คือ การเขียนและการอ่านวันเดือนปีของภาษานั้น

ในบทความนี้ ชิววี่ได้รวบรวมคำศัพท์วัน เดือน ปี พร้อมทั้งวิธีการใช้ ให้เพื่อนๆได้เรียนรู้และเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

คำศัพท์วัน 7 วัน

วันภาษาอังกฤษตัวย่อวันอาทิตย์SundaySunวันจันทร์MondayMonวันอังคารTuesdayTueวันพุธWednesdayWedวันพฤหัสบดีThursdayThuวันศุกร์FridayFriวันเสาร์SaturdaySat

คำศัพท์เดือน 12 เดือน

เดือนที่เดือนภาษาอังกฤษตัวย่อ1มกราคมJanuaryJan2กุมภาพันธ์FebruaryFeb3มีนาคมMarchMar4เมษายนAprilApr5พฤษภาคมMayMay6มิถุนายนJuneJun7กรกฎาคมJulyJul8สิงหาคมAugustAug9กันยายนSeptemberSept10ตุลาคมOctoberOct11พฤศจิกายนNovemberNov12ธันวาคมDecemberDec

การใช้ปีในภาษาอังกฤษ

เราจะใช้ปี ค.ศ. (คริสต์ศักราช) เป็นมาตรฐานสากล
ส่วนปี พ.ศ. (พุทธศักราช) จะใช้แค่ในบางประเทศ เช่น ไทย พม่า ศรีลังกา

ด้วยเหตุนี้ เวลาเราติดต่อกับชาวต่างชาติ หรือกรอกข้อมูลลงเอกสารที่เป็นสากล เราควรจะใช้ปี ค.ศ. (วิธีแปลงปี พ.ศ. ให้เป็น ค.ศ. ทำได้ด้วยการนำปี พ.ศ. มาลบ 543 เช่น ปี พ.ศ. 2563 = 2563 – 543 = ปี ค.ศ. 2020)

สำหรับวิธีอ่านปีในภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่เราจะอ่านทีละสองหลัก
1961 อ่านว่า nineteen sixty-one
2019 อ่านว่า twenty nineteen

แต่สำหรับก่อนปี 2000 ปีที่เป็นเลขกลมๆ เราจะอ่านสองหลักแรกแล้วต่อด้วย hundred
1400 อ่านว่า fourteen hundred
1900 อ่านว่า nineteen hundred

ปี 2000 เราจะอ่านเหมือนเลขปกติ
2000 อ่านว่า two thousand

ถ้าเป็นปีระหว่าง 2001 – 2010 เราจะอ่านเหมือนเลขปกติเช่นกัน
2001 อ่านว่า two thousand and one
2010 อ่านว่า two thousand and ten

ปีถัดๆมาที่อยู่ใกล้กับปี 2010 เราสามารถอ่านได้ทั้ง 2 แบบ
2012 อ่านว่า two thousand and twelve
2012 อ่านว่า twenty twelve

ปีที่ลงท้ายด้วยเลข 01 – 09 เราจะอ่าน 0 ว่า oh (โอ)
1602 อ่านว่า sixteen oh two
1906 อ่านว่า nineteen oh six

การใช้วันที่ในภาษาอังกฤษ

วันที่ในภาษาอังกฤษไม่ได้อ่านว่า one, two, three, … เหมือนจำนวนเลขทั่วๆไป แต่จะใช้ first, second, third, … เหมือนการระบุลำดับ (ordinal number)

วันที่ภาษาอังกฤษ1First2Second3Third4Fourth5Fifth6Sixth7Seventh8Eighth9Ninth10Tenth11Eleventh12Twelfth13Thirteenth14Fourteenth15Fifteenth16Sixteenth17Seventeenth18Eighteenth19Nineteenth20Twentieth21Twenty-first22Twenty-second23Twenty-third24Twenty-fourth25Twenty-fifth26Twenty-sixth27Twenty-seventh28Twenty-eighth29Twenty-ninth30Thirtieth31Thirty-first

การเขียนวัน เดือน ปี ในภาษาอังกฤษ

ถ้าเป็น American
English
เราจะใช้ month-day-year โดยใช้คอมม่าคั่นระหว่างวันที่และปี เช่น

Ann was born on April 21, 2003.
(อ่านว่า April twenty-first, two thousand and three)

Ann was born on Monday, April 21, 2003.
(อ่านว่า Monday, April twenty-first, two thousand and three)

Ann’s birthday is April 21.
(อ่านว่า April twenty-first)

เวลาเขียนวันที่ใน American English เราจะไม่เขียน st, nd, rd, th ต่อท้ายตัวเลขวันที่ (เช่น 21st, 22nd, 25th) แต่มักจะอ่านเหมือนเขียน

ถ้าเป็น British
English
เรามักจะใช้ day-month-year เช่น

Ann was born on 21 April 2003.
(อ่านว่า the twenty-first of April two-thousand and three)

Ann was born on Monday, 21 April 2003.
(อ่านว่า Monday, the twenty-first of April two-thousand and three)

Ann’s birthday is 21 April.
(อ่านว่า the twenty-first of April)

ใน British English เมื่อก่อนจะนิยมเขียน st, nd, rd, th ต่อท้ายตัวเลขวันที่ (เช่น 21st, 22nd, 25th) แต่ในระยะหลัง ความนิยมในการใช้ได้ลดลง

แม้ว่าชาว British บางคนจะยังเขียน suffix เหล่านี้ต่อท้ายตัวเลขวันที่อยู่ แต่ style guide ส่วนใหญ่ อย่างเช่น University of Oxford Style Guide, BBC News Style Guide และ The Government Digital Service Style Guide ต่างก็ระบุว่าไม่ต้องใช้แล้ว

สำหรับ British English แม้จะเขียนหรือไม่เขียน st, nd, rd, th ต่อท้ายตัวเลขวันที่ แต่เวลาอ่านเรามักจะอ่านเหมือนเขียน และเวลาอ่าน เราต้องใช้ the และ of กำกับด้วย เช่น 21 April 2003 จะอ่านว่า the twenty-first of April two thousand and three

See also  การบอกขั้นตอน ภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล และการออกเสียง | ลําดับขั้นตอน ภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับวัน เดือน ปี

What day is it today?
วันนี้วันอะไร
(คำตอบที่ได้อาจเป็นวันในสัปดาห์ เช่น วันจันทร์ วันอังคาร หรือวันพิเศษ อย่างวันสงกรานต์ วันคริสต์มาส ฯลฯ)

What is the date today?
วันนี้วันที่เท่าไหร่

When is your birthday?
วันเกิดของคุณคือวันไหน

When is Halloween day?
วันฮาโลวีนคือวันไหน

What month is it now?
เดือนนี้เดือนอะไร

Which month does your school begin?
โรงเรียนเปิดเทอมเดือนไหน

What year were you born?
คุณเกิดปีไหน

What year did you graduate from college?
คุณจบจากมหาวิทยาลัยในปีไหน

What year did you start working here?
คุณเริ่มทำงานที่นี่ในปีไหน

คำถามที่พบบ่อย

1. วันแรกของสัปดาห์คือวันอาทิตย์หรือวันจันทร์

คำตอบของคำถามนี้จะแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ละประเทศ

ถ้ายึดตามหลักมาตรฐานสากล ISO
8601 วันจันทร์จะถือเป็นวันแรกของสัปดาห์
ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปและบางประเทศในเอเชียจะใช้ปฏิทินที่เริ่มด้วยวันจันทร์

แต่หลายๆประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา
ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฯลฯ จะใช้วันอาทิตย์เป็นวันแรกของสัปดาห์

สำหรับไทย ปฏิทินที่เราใช้มักจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ แต่ก็มีบางคนที่ถือวันจันทร์เป็นวันแรก ขึ้นอยู่กับความเห็นและความเคยชินของแต่ละคน

2. ถ้าเราเห็นตัวเลขวันที่ 4/5/2020 เราจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเลขนี้หมายถึง วันที่ 4 เดือน 5 ปี 2020 หรือวันที่ 5 เดือน 4 ปี 2020

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่ควรแสดงข้อมูลวันเดือนปีเป็นตัวเลขล้วน โดยเฉพาะในระดับสากล เพราะอาจก่อให้เกิดความสับสน

ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะแสดงข้อมูลตามลำดับ
เดือน-วัน-ปี แต่ประเทศอังกฤษและประเทศอื่นส่วนใหญ่จะใช้ วัน-เดือน-ปี

วิธีหนึ่งที่อาจจะช่วยให้เราแยกได้ก็คือ ให้เราสังเกตว่าผู้เขียน หรือองค์กรของผู้เขียนมาจากชาติใด

ถ้าตัวเลขนี้มาจากองค์กรในสหรัฐอเมริกา ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นวันที่ 5 เดือน 4 ปี 2020 หรือถ้ามาจากองค์กรในประเทศอังกฤษ ตัวเลขนี้ก็น่าจะหมายถึงวันที่ 4 เดือน 5 ปี 2020

สำหรับประเทศไทย เรามักจะนิยมใช้ลำดับ วัน-เดือน-ปี ในการแสดงข้อมูลวันที่

จบแล้วสำหรับการใช้วันเดือนปีในภาษาอังกฤษ ชิววี่หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆสื่อสารข้อมูลวันเดือนปีด้วยภาษาอังกฤษได้ถูกต้องมากขึ้นนะครับ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time


พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ – ไถ่เธอคืนมา (บันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต รักเดียวเสมอ) [Official Video]


อีกหนึ่งการบันทึกบทเพลงจากเวทีคอนเสิร์ต ที่หลายๆ คนประทับใจ กับ คอนเสิร์ต \”รักเดียว … เสมอ\”
เป็นการรวบรวมบทเพลงรักอันไพเราะ จากเจ้าพ่อเพลงรักเพื่อชีวิต “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์”
เมื่อวันที่ 2728 มิถุนายน 2558 ณ โรงละคร เคแบงก์ สยามพิฆเนศ กรุงเทพมหานคร
【 ช่องทางติดตามข่าวสาร ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ 】
Facebook ► http://www.facebook.com/pupongsitofficial
Instagram ► http://instagram.com/pupongsitofficial
LINE ► @PuPongsitOfficial หรือ http://line.me/ti/p/%40pupongsitofficial
TikTok ► https://vt.tiktok.com/ZSJBeAeu5/

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ - ไถ่เธอคืนมา (บันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต รักเดียวเสมอ) [Official   Video]

AM กับ PM ใช้ต่างกันยังไง และใช้ตอนไหน? – English Tips EP.1


หลายคนอาจจะงงว่า AM กับ PM คืออะไร? ใช้ยังไง? และต้องใช้ตอนไหน? หลายคนรู้แล้วแต่ก็ยังสับสนอยู่ว่าตอนไหนใช้ AM ตอนไหนใช้ PM English Tips ตอนแรกวันนี้จะมาไขข้อสงสัย และมีเทคนิคทำความเข้าใจวิธีใช้แบบง่ายๆ มาให้ทุกคนได้ใช้อย่างถูกต้องกัน รับรองว่าจำง่าย ใช้ได้ และไม่ลืมแน่นอน
EnglishTips
อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษตัวต่อตัว หรือเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์แบบบุฟเฟ่ต์
สมัครได้เลย ​https://www.unfoxenglish.com/
สอบถามแอดไลน์ ​https://lin.ee/5uEdKb7h
ติดตามช่อง YouTube ส่วนตัว
ช่องยูทูปของแล็คต้า https://www.youtube.com/lactawarakorn
ช่องยูทูปของเบล https://www.youtube.com/bellvittawut
ติดตามช่องทางอื่นๆ และพูดคุยกันได้ที่
ชุมชนคนรักภาษาอังกฤษ https://www.unfoxenglish.com
FB: https://www.facebook.com/unfoxenglish
Twitter: https://www.twitter.com/unfoxenglish
Lacta’s IG: https://www.instagram.com/lactawarakorn
Bell’s IG: https://www.instagram.com/toshiroz
ติดต่องาน
Email: [email protected]
Line: http://nav.cx/oOH1Q6T

AM กับ PM ใช้ต่างกันยังไง และใช้ตอนไหน? - English Tips EP.1

Day 17 บอกเวลาในภาษาอังกฤษ |เรียนง่ายภาษาอังกฤษ


Day 17 บอกเวลาในภาษาอังกฤษ |เรียนง่ายภาษาอังกฤษ

การบอกเวลาในภาษาอังกฤษแบบใช้ past และ to ในประโยค Telling the time in English


การบอกเวลาในภาษาอังกฤษแบบใช้ past และ to ในประโยค Telling the time in English
tellingthetime อ่านเวลา อ่านนาฬิกา BKindStory

การบอกเวลาในภาษาอังกฤษแบบใช้ past และ to ในประโยค Telling the time in English

วิธีบอกเวลาภาษาอังกฤษ l ฝึกพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง l กัส ดี้ ชาแนล


เรียนภาษาอังกฤษ วิธีการบอกเวลาในภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ถามเกี่ยวกับเวลา
สนใจการฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง สามารถคลิกติดตามเราได้ที่
Youtube:https://goo.gl/Svd65u
Twitter:http://bit.ly/2Yt2lqH
Blog:https://goo.gl/JthDFX
Facebook:http://bit.ly/2CIaLBa

วิธีบอกเวลาภาษาอังกฤษ l ฝึกพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง l กัส ดี้ ชาแนล

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ เป็นเวลา ภาษาอังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *