Skip to content
Home » [NEW] รู้หรือไม่! ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ หากอยากสื่อสารได้เก่งก่อนใคร | 100 ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[NEW] รู้หรือไม่! ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ หากอยากสื่อสารได้เก่งก่อนใคร | 100 ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

100 ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ: คุณกำลังดูกระทู้

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ – การสื่อสารเปรียบเสมือนการสนทนามีคำถาม-คำตอบ โต้ตอบกันอย่างต่อเนื่อง แต่เวลาที่เราสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เราอาจจะตกอยู่ในสถาการณ์ที่ไม่สามารถต่อบทการสนทนาได้ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าจะตั้งคำถามได้อย่างไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วประโยคคำถามเป็นเพียงประโยคง่าย ๆ แต่บางครั้งเราก็เผลอหลงลืมมัมไป หรือส่วนมากเรามักจะได้เจออยู่แค่ไม่กี่ประโยค พอเจอประโยคใหม่ ๆ ก็เกิดอาการตกใจจนไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรก็มี วันนี้เราได้รวบรวมประโยคคำถามในภาษาอังกฤษว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้เข้าใจและตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง

รูปแบบของประโยคคำถามนั้น มีได้หลายรูปแบบ ซึ่งประโยคคำถาม เป็นประโยคที่เราใช้ถามในสิ่งที่เราอยากรู้ โดยในภาษาอังกฤษประโยคคำถามจะถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

1. Yes-No question
2. Wh-question
3. Question tag

ประโยคคำถามในภาษาอังกฤษ

เป็นส่วนไวยากรณ์ที่สำคัญมาก

Table of Contents

1. ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ _ Yes/No question

Yes/No Question เป็นประโยคคำถามที่ใช้ในการถามคำถาม ที่ต้องการคำตอบ Yes หรือ No (ใช่หรือไม่ใช่) ซึ่งเรามักพบได้บ่อยและมีประโยชน์มากในการสนทนาในชีวิตประจำวัน ประโยคคำถามรูปแบบนี้ ถ้าเปรียบเทียบกับภาษาไทย ก็คือคำถามที่ถามว่า ใช่หรือไม่ ใช่ไหม เป็นต้น  โดยทั่วไปแยกย่อยออกเป็น 3 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

1.1. ประโยคขึ้นต้นคำถามด้วย Verb to be

เราจะมีโครงสร้างประโยค:
ประโยคบอกเล่า: S (Subject) + to be ( am/is/are/was/were) + N (Noun)/ ADJ (Adjective)/ Prep (Preposition) …

=> ประโยคคำถาม: To be + S + N/ADJ/Prep…?

ตัวอย่างคำถาม

  • ประโยคบอกเล่า :  This man is handsome.
    => ประโยคคำถาม :  Is this man handsome ? (แปลว่า: ผู้ชายคนนี้หล่อไหม?)
  • ประโยคบอกเล่า :  They are your friends.
    => ประโยคคำถาม :  Are they your friends? ( แปลว่า : พวกเขาเป็นเพื่อนของคุณหรือเปล่า)
  • ประโยคบอกเล่า :  Your house is far from here.
    => ประโยคคำถาม :  Is your house far from here? (แปลว่า : บ้านของคุณอยู่ไกลหรือเปล่า)

ข้อสังเกต

– การขึ้นต้นคำถามด้วย Verb to be จะเปลี่ยนจากประโยคบอกเล่าทั่วไปที่มี Verb to be อยู่ในประโยคนั้น ๆ
– ประโยคภาษาอังกฤษเหล่านี้ถ้าพูดเป็นประโยคบอกเล่า Verb to be จะอยู่หลังประธาน
– การออกเสียงมักจะลงท้ายประโยคด้วยเสียงสูง

1.2. ประโยคขึ้นต้นคำถามด้วย Verb to do

เราจะมีโครงสร้างประโยค:
ประโยคบอกเล่า: S (Subject) + V (Verb) + O (Objective)

=> ประโยคคำถาม: Verb to do (Do/Does/Did/Have…) + S (Subject) + V (Verb) + O (Objective)?

ตัวอย่างคำถาม

  • ประโยคบอกเล่า :  You need my help.
    => ประโยคคำถาม :  Do you need my help ? (แปลว่า คุณต้องการให้ผมช่วยเหลือไหม ?)
  • ประโยคบอกเล่า :  She gets up early.
    => ประโยคคำถาม :  Does she get up early ? (แปลว่า เธอเป็นคนตื่นเช้าไหม ?
  • ประโยคบอกเล่า :  He comes late.
    => ประโยคคำถาม :  Does he come late ? (ตัด S ที่กริยาแท้ออกด้วย) (แปลว่า เขามาสายไหม?)

ข้อสังเกต

– การขึ้นต้นคำถามด้วย Do หรือ Does คือการตั้งประโยคคำถามโดยการเปลี่ยนมาจากประโยคบอกเล่าที่ไม่มีตัวช่วยอื่น ๆ อยู่ในประโยคนั้น ๆ
– Do เป็น Verb ช่วย ที่จะใช้กับประธานที่เป็นพหูพจน์เช่น I, You, We, They
– Does เป็น Verb ช่วยที่จะใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์ เช่น He, She, It, และเมื่อ Does มานำหน้าประโยคคำถามกริยาแท้จะต้องตัด S ออกด้วย
– การออกเสียงมักจะลงท้ายประโยคด้วยเสียงสูง

1.3. ประโยคขึ้นต้นคำถามด้วยกริยาช่วยตัวอื่น ๆ (Can, May, Will, Could)

เราจะมีโครงสร้างประโยค:
ประโยคบอกเล่า: S (Subject) + กริยาช่วย + V (Verb) + O (Objective)

=> ประโยคคำถาม: กริยาช่วย + S (Subject) + V (Verb) + O (Objective)?

ตัวอย่างคำถาม

  • ประโยคคำถาม :  Can you help me, please ? (แปลว่า คุณช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ ?)
  • ประโยคคำถาม :  May I talk with Ploy, please ? (แปลว่า ขอพูดกับคุณพลอยหน่อยนะครับ ?)
  • ประโยคคำถาม :  Will you come back ? (แปลว่า คุณจะกลับมาไหมครับ ?)
  • ประโยคคำถาม :  Could you please tell me your name ? (แปลว่า คุณช่วยกรุณาบอกชื่อของคุณหน่อยได้ไหมครับ ?)

ข้อสังเกต

– ในกรณีที่ประโยคมีกริยาช่วย เช่น Can, May, Will, Could เป็นต้น เราจะเอากริยาช่วยเหล่านี้ มาวางไว้หน้าประโยค เราจะนำกริยาช่วย มาวางไว้หน้าประธาน จากนั้นจึงเรียงประโยคไปตามปกติ
– การออกเสียงมักจะลงท้ายประโยคด้วยเสียงสูง

2. ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ _ Wh – question

Wh – question คือ ประโยคคำถาม ที่ไม่ต้องการคำตอบว่า Yes หรือ No แต่ต้องการเป็นรายละเอียด เวลาออกเสียง ท้ายประโยคไม่ต้องออกเสียงที่สูงขึ้น

See also  Present Perfect Simple vs Continuous - The Difference between these Two Tenses (+ FREE PDF) | present perfect continuous กับ present perfect

Wh-Question จะประกอบด้วย Question Words หมายถึง คำที่ใช้ขึ้นต้นประโยค เพื่อทำให้ประโยคนั้นเป็นคำถาม ซึ่งต้องการให้ผู้ตอบได้ตอบโดยใช้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริง ประโยคคำถามส่วนใหญ่จะขึ้นต้นด้วย ” W ” และ ” H ” คำที่ใช้ในการตั้งคำถามมีอยู่หลายคำ เช่น who, whom, whose, which, what, when, where, why, how long, how often, how many, how much, how far, ให้จำไว้ว่า Question Word เหล่านี้ ไม่ได้ ตอบว่า yes หรือ no

วิธีใช้

ประโยคคำถาม

Wh Question แบบง่ายๆ

คําถามชนิดนี้ขึ้นต้นประโยคด้วยคำที่เป็นคําถาม (question words) แล้วตามด้วยกริยา ซึ่งมีหลักการใช้เช่นเดียวกับคําถาม yes/no ที่ได้กล่าวมาแล้ว ยกเว้นคําถามที่ใช้เป็นประธาน (subject) และส่วนสมบูรณ์ (complement) คําถามต่าง ๆ มีดังนี้

Wh- QuestionsความหมายWhoใครWhomใครWhoseของใครWhatอะไร Which อันไหน คนไหนWhy ทําไมWhereที่ไหน When เมื่อไรHow อย่างไร

คําเหลานี้ใช้ถามโดยที่ผู้ถามไม่มีข้อมูลอะไรเลย แต่อยากจะได้คําตอบมาแทนคํานั้น ๆ ที่ใช้ถาม
ลักษณะโครงสร้างสําคัญของคําถามชนิดนี้ก็คือ การวางคําเหล่านี้ไว้ต้นประโยค
ซึ่งจะได้กล่าวถึงในรายละเอียดเป็นลําดับไป

*** ประโยคคําถามภาษาอังกฤษWho: ใคร

โครงสร้างของประโยค Who + verb + object ?ตัวอย่างคำถามโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : Who is your teacher ?B : Mrs. Wanpen is my teacher.A : Who is doing the cooking ?B : My mother is doing the cooking.A : Who are these boys ?B : Boonchu and Kasem.A : Who sings this song ?B : Nara sings this song.

*** ประโยคคําถามภาษาอังกฤษWhat: อะไร

โครงสร้างประโยคคำถาม ที่ 1 ใช้ What ถามถึงอาชีพต่าง ๆ 

โครงสร้างประโยคคำถาม1. What + (is/are) + subject ?
2. What + (do/does) + subject+ do ?
ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What is your father ?B : He is a farmer.A : What are you ?B : I am a student.A : What is Ms.Paweena ?B : She is a English teacher.A : What does Manop do ?B : He is a policeman.

ใช้ What ถามชื่อบุคคล

โครงสร้างประโยคคำถามWhat + (is/are) + (your/his/her) + name ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What is your name ?B : My name is Paweena.A : What is his name ?B : His name is Manop.A : What are their names ?B : Their names are Pee and Dee.

ใช้ What ในการถามถึงสัญชาติ

โครงสร้างประโยคคำถามWhat + (is/are) + (your/his/her/their) + nationality ?ตัวอย่างA : What is your

nationality

?B : I am Thai.A : What is his nationality ?B : He is Thai.A : What is her nationality ?B : She is Thai.A : What is their nationality ?B : They are Japanese.

ใช้ What ถามเกี่ยวกับสิ่งของ

โครงสร้างประโยคคำถามWhat + (is/are) + (this/that/those/these) ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What is this ?B : It is my pen.A : What is that ?B : It is a book.A : What are these ?B : They are new computers.

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ: ใช้ What ถามเกี่ยวกับเวลา

โครงสร้างประโยคคำถาม1. What + time + is + it ?
2. What + is + the time ?
ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What time is it ?B : It is seven o’clock.A : What is the time ?B : It is ten – five.

ใช้ What ถามเกี่ยวกับสิ่งของที่ชอบ

โครงสร้างประโยคคำถามWhat + noun(s) + (do/does) + subject + verb ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What colour do you like ?B : I like red.A : What Thai food does Jim like ?B : He likes Tom Yum Koong.A : What is your favourite fruit ?B : I like bananas.

ใช้ What ถามที่อยู่ ถาม email

โครงสร้างประโยคคำถามWhat + is + (your/his/her) + (address/ e-mail address ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What is your address ?B : It is 10 Sukhumvit Road, Bangkok.A : What is Malee’s address?B : It is 10 Moo 4, Tambol Naimuang, Amphoe Muang, Surin (32000).A : What is your email address ?B : It is [email protected]

ใช้ What ถามหมายเลขโทรศัพท์

โครงสร้างประโยคคำถามWhat + is + (your/his/her) + telephone number ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What is your telephone number ?B : It is 044-512282.A : What is his telephone number ?B : It is 088-0981256.

ใช้ What ถามวัน วันที่ เดือน  

โครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : What day is today ?B : It is Sunday.A : What day is it ?B : It is Wednesday.A : What is the date ?B : It is 18th July.A : What is the date today ?B : It is 18th July.

*** ประโยคคําถามภาษาอังกฤษWhere ที่ไหน

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ – โครงสร้างที่ 1

โครงสร้างประโยคคำถาม1. Where + (is/are/am) + subject ?
2. Where + do/does + subject + verb ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : Where is Muang Surin School ?B : It is in Surin.A : Where are the students ?B : They are in the classroom.A : Where are you going ?B : I’m going to school.A : Where do you live ?B : I live in Thailand.

*** When เมื่อไร

โครงสร้างประโยคคำถามWhen + (กริยาช่วย) + subject + กริยาอื่น.?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : When is your birthday ?B : It is in July.
B : It is in Summer.
B : It is on 21st July.A : When is the meeting ?B : It is on Monday morning.A : When are you coming here ?B : I am coming here next month.A : When do they go to school ?B : They go to school at 6.30.

*** ประโยคคําถามภาษาอังกฤษWhy ทำไม

โครงสร้างประโยคคำถาม1. Why + (is/are) + noun/pronoun + adjective ?
2. Why + do/does + subject + verb + object ?
ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : Why are you late ?B : I am late because the traffic is very heavy.A : Why is he sad ?B : He is sad because his mother is sick.A : Why do you like Lisa ?B : I like her because she is beautiful.A : Why did you go to the bookshop ?B : I went there to buy a book.

*** ประโยคคําถามภาษาอังกฤษHow อย่างไร

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ – ใช้ How ถามเกี่ยวกับวิธีการ

โครงสร้างประโยคคำถามHow + do/does + subject + verb ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : How do you go to school ?B : I go to school by bus/on foot.A : How does Tata Young sing ?B : She sings beautifully.A : How do Jim and Jane run ?B : They run slowly.

ใช้ How ตามด้วยคำ adjective ใช้ถามอายุ ความสูง น้ำหนัก ความยาว ระยะทาง

โครงสร้างประโยคคำถามHow + adjective + verb to be + subject ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบถามอายุ
A : How old are you?
A : How old is Jim?
A : How old are those babies?
B : I am 18 years old.
B : He is 18 years old.
B : They are 7 months old.ความสูง
A : How tall are you?
A : How tall is your mother?
B : I am 1 m and 60 cm. tall.
B : She is 156 cm.น้ำหนัก
A : How heavy is Suchada ?A : How heavy are you ?
B : She is 70 kilos.
B : I am 45 kilos.ความยาว A : How long is a ruler ?B : It is 12 inches long.ระยะทาง A : How far is it from here to Suchai ?B : It is about 24 km.

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ – ใช้ How ถามเกี่ยวกับสุขภาพ

โครงสร้างประโยคคำถามHow + is/are + subject ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : How are you ?B : I am very well.A : How is your wife ?B : She is fine.A: How have you been?B : I’m so so

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ – How ใช้กับ many เพื่อถามว่าบุคคลนั้นมีสมาชิก มีสัตว์เลี้ยงหรือสิ่งของต่าง ๆ มีจำนวนเท่าใด

โครงสร้างประโยคคำถามHow many + nouns + do/does + subject + verb ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : How many sisters do you have ?B : I have one sister.A : How many apples does your mom buy?B : She buys four apples.

How ใช้กับ many เพื่อถามจำนวนคน สิ่งของ หรือสัตว์ว่ามีจำนวนเท่าใด

โครงสร้างประโยคคำถามHow many nouns + are there + complement ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : How many students are there in this class ?B : There are 34 students.A : How many people are there in your family ?B : There are 9 in my family.

How ใช้กับ much เพื่อถามจำนวนสิ่งของที่นับไม่ได้

โครงสร้างประโยคคำถามHow much + uncountable noun + do/does + subject + verb ?ตัวอย่างโครงสร้างประโยคคำถามโครงสร้างประโยคคำตอบA : How much coffee do you drink a day ?B : I drink only one cup a day.A : How much money does she have ?B : She has a lot of money.

3. ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ _ Tag Question

ประโยคคำถาม Question tags ใช้ยังไง?

มีประโยคชนิดหนึ่งที่มีส่วนท้ายหรือส่วนหางเป็นรูปคำถาม เรียกว่า Tag question หรือ Question tag คำถามประเภทนี้จึงประกอบด้วยประโยคสองส่วน คือส่วนต้นเป็นประโยคธรรมดา ส่วนท้ายเป็นประโยคคำถาม ซึ่งเป็นรูปคำถามแบบ Yes/No Question คำถามชนิดนี้นิยมใช้ในการพูดคุยสนทนา โดยเฉพาะในการใช้ประโยคยาวๆ จะทำให้ไม่สับสน อาจกล่าวได้ว่า คำถามชนิดนี้เป็นการแสดงความรู้สึกหรือความเข้าใจของตนเองก่อนแล้วจึงขมวดเป็นการถามทีหลัง ว่าเป็นอย่างที่พูดมาข้างต้นหรือเปล่า ลักษณะสำคัญของ โครงสร้างคำถามชนิดนี้ก็คือ ท่อนต้นเป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ ท่อนหลังเป็นคำถามแบบ Yes/No Question แต่ใช้สรรพนาม (pronoun) ของประธานในท่อนต้นมาเป็นประธานในท่อนคำถาม หลักการสร้างประโยค Question tag จะมีดังต่อไปนี้

  • ถ้าประโยคที่มาข้างหน้าเป็นประโยคบอกเล่า ต้องใช้ question tag เป็นรูปปฏิเสธ
             – You eat a lot of oranges, don’t you?
             – You will have the exam next month, won’t you?
             – She came here yesterday , didn’t she?
  • ถ้าประโยคที่มาข้างหน้าเป็นประโยคปฏิเสธ ต้องใช้ question tag เป็นรูปบอกเล่า
             – She doesn’t want to

    disturb

    you, does she?
             – They haven’t turned it off, have they?

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ

  • ถ้าประโยคข้างหน้ามี verb to have
      (a) เมื่อ have แปลว่า “มี” จะใช้ tag ว่า haven’t หรือ don’t ก็ได้
              – She has a lot of teddy bears, hasn’t she?
              – Sam and Smith have only one child, don’t they? (แบบ American)
      (b) เมื่อ have แปลอย่างอื่น ที่ไม่ได้แปลว่า “มี” ให้ใช้ verb to do มาช่วย
              – We have breakfast at six o’clock, don’t we?
              – I had his letter last week, didn’t I?
              _ John had his hair cut by the best hairstylist in town, didn’t he?
     (c) question tag ของ “have to” (=จำเป็นต้อง) ใช้ verb to do มาช่วย
             – You often have to go to the dentist’s, don’t you?
  • ในประโยค tag ที่เป็นรูปปฏิเสธ ต้องใช้ รูปย่อเสมอ
              – We shall go skiing, shan’t we?
             – He will come to my birthday party, won’t he?
  • Question tag ของ I am คือ aren’t I (เนื่องจาก am not ไม่มีรูปย่อ)
             – I am late for school for 30 minutes, aren’t I ?
  •  Question tag ของกริยาช่วย can, could, may, might, will, shall,

    ought to

    , should, V. be, etc. จะใช้กริยาช่วยเหล่านี้เป็น question tag ได้
              – She can speak English it well, can’t she?
             – You ought to study hard, oughtn’t you?

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษ

  •  คำว่า “need” (ต้องการ) และ “dare” (กล้า) มีวิธีใช้ 2 แบบ คือ
      (a)   ใช้เป็นกริยาแท้ tag ก็จะใช้ verb to do มาช่วย
              – He needs to go there alone, doesn’t he?
              – She does not need any help, does she?
              – We don’t dare to tell a lie, do we?
          (ข้อสังเกต ถ้า “need” “dare” ใช้เป็นกริยาแท้ จะตามหลังด้วย to +V1 โดยที่กริยา  need / dare สามารถผันตามประธานได้ หรืออาจตามด้วย noun ก็ได้ )
      (b)   ใช้เป็นกริยาช่วย tag จะใช้ need / dare เป็นกริยาช่วยใน tag
              – She needn’t come on Sunday, need she?
              – You dare not go out alone at night, dare you?
          ( ข้อสังเกต ถ้า need / dare เป็นกริยาช่วย จะตามหลังด้วย V1 )
  • question tag ของ used to (เคย) คือ didn’t หรือ usedn’t ( เก่ามากหรือล้าสมัย )
              – She used to be his secretary, didn’t she (usedn’t she)?
  • ประธานที่ใช้ใน tag ต้องเป็น pronoun เสมอ
              – Vinai went to Chiang Mai yesterday, didn’t he?
              – The children are playing in the garden, aren’t they?
  • tag ของ would like (=ต้องการ) ใช้ wouldn’t
              – We’d like to go now, wouldn’t we?
  •  tag ของ would rather (= อยากจะ) ใช้ wouldn’t
              – You’d rather stay at home, wouldn’t you?
              – We would rather not go there, would we?
  •  tag ของ had better ใช้ hadn’t
              – You’d better finish your homework , hadn’t you?
              – She had better not go out alone, had she?

ยังมีต่อ…

  • ประโยคคำสั่ง หรือ ขอร้อง (

    Imperative

    , order, request) จะกลายเป็นประโยคสุภาพ ด้วยการเติม question tag ว่า will you หรือ won’t you?
              – Open your book, will you?
              – Stop talking, will you?
    – Go out, will you?
    หากต้องการแสดงคำขอให้ใช้ “will“:
              – Take these things away, will you?
              – Let us go to the movies, will you?
    หากต้องการแสดงคำเชิญให้ใช้ “won’t“:
    – Drink some juice, won’t you?
    – Take a seat, won’t you?

  •  ถ้าประโยคข้างหน้ามีประธานเป็น There is , There are , There was, There were (=มี) question tag ใช้ verb to be นั้น ๆ + there
              – There is a purse in my bag, isn’t there?
              – ตัวอย่าง: There are many flowers in the garden, aren’t there?
              – There was an accident last night, wasn’t there?
  • Question Tag ของ That is.., This is คือ isn’t it ? หรือ is it?
              – This is my book, isn’t it?
              – That is not your bag, is it?
  •  Question Tag ของ These are, Those are ใช้ aren’t they? หรือ are they?
              – These are your exercise books, aren’t they?
              – Those are not our balls, are they?

และ…

  • คำต่อไปนี้คือ few, little, never, rarely, scarcely, hardly, seldom, neither, none, no one, nobody, nothing มีความหมายกึ่งปฏิเสธและปฏิเสธ เพราะฉะนั้น tag จะเป็นการบอกเล่า
              – Few students knew the answers to this question, did they?
              – Little progress has gradually been made, has it?
              – He never comes to the office early, does he?
              – That vacancy is hardly suitable for Chatichai, is it?
              – We have seldom seen such large

    watermelons

    , have we?
              – I scarcely know who he is, do I?
              – Nothing was done on time, was it?
              – We saw no one we knew in that ceremony, did we?
              – None of the boys liked that song, did they?
              – You rarely go to the cinema to enjoy a film alone, do you?

  • ประโยคที่ใช้ประธาน one ใน tag จะใช้ one เช่น
              – One wants to be rich, doesn’t one?
  • ถ้าประธานเป็น everyone, everybody, everything, no one, nobody, anybody, neither ในส่วน tag ให้ใช้ they เช่น
              – Everyone likes eating ice cream, don’t they?
              – Nobody knows the answer to this exercise, do they?
              – Neither of the boys complained about that noise, did they?
              – None of the workmen arrived at the work site on time, did they?
  •  ถ้าเป็นประโยคซับซ้อน ให้ใช้กริยาใน main clause เป็นหลัก ยกเว้น ถ้าใน main clause  หมายถึง ตัวเองหรือบุรุษที่ 1 เช่น
              – He said he would come to my graduation day, did he?
              – If he said it under oath , it must be true, mustn’t it?

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับบทความที่ผมได้รวบรวมประโยคคำถามและหลักการจำง่าย ๆ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เห็นไหมครับว่าภาษาอังกฤษนั้นไม่ยากอย่างที่คิด และอย่าลืมติดตาม Eng Breaking เพื่อติดตามข่าวสาร สาระความรู้และเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยในการฝึกฝนและเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันด้วยนะครับ ผมเชื่อเลยนะครับว่าคนที่จะสำเร็จคนต่อไปต้องเป็นคุณแน่นอน

ความคิดเห็น 635 รายการ

 

[NEW] รวม Wh- ประโยคคำถามภาษาอังกฤษใช้บ่อย มีคำแปล และวิธีใช้ | 100 ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ ที่ขึ้นต้นด้วย What, Where, Why, Why, Who และ How เป็นประโยคที่เราจะได้เจอบ่อยมาก ๆ ในชีวิตประจำวัน

รวมถึงถ้าคุณอยากฝึกพูดสนทนาภาษาอังกฤษเก่ง ๆ เหมือนกับเจ้าของภาษา ก็ต้องรู้จักกับประโยคคำถามภาษาอังกฤษพวกนี้ไว้เลยค่ะ

เบญขอบอกไว้เลยว่า ประโยคคำถามภาษาอังกฤษมีเยอะมาก ๆ และที่เบญเอามาให้เรียนกับวันนี้อาจจะเป็นแค่เสี้ยวดีของประโยคที่เราควรรู้เท่านั้นค่ะ

แต่ถ้าคุณไม่อยากนั่งจำประโยคคำถามภาษาอังกฤษข้างล่างนี้ด้วยตัวเอง ก็สามารถเข้าไปโหลดตัวช่วยที่เบญเองก็ใช้สำหรับฝึกประโยคภาษาอังกฤษของตัวเองที่บ้านเหมือนกัน

เป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเน้นประโยคภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า Glossika.com ค่ะ

จะเป็นผู้ช่วยให้คุณได้ฝึกฟัง-พูดตาม ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมกับคำแปลภาษาไทย ไม่ว่าคุณจะทำอะไร แค่มีหูฟัง ก็ฝึกฟังภาษาอังกฤษง่าย ๆ แค่วันละไม่กี่นาทีได้เลยค่ะ

ถ้าสนใจคอร์สนี้ก็เข้าไปลงทะเบียนทดลองเรียนฟรีกับ Glossika ง่าย ๆ แค่คลิกเดียว >

หรือว่าเข้าไปอ่านรีวิวเรียนภาษาอังกฤษกับ Glossika เต็ม ๆ ที่เบญได้รวบรวมไว้ให้ได้เลยค่ะ

วันนี้เบญได้รวบรวมมามากกว่า 100 ประโยคเลยนะคะ และเป็นประโยคที่เชื่อว่าคุณเคยได้ยิน ได้ฟังมาก่อนแน่นอนค่ะ พร้อมคำอธิบายและคำแปลไทยด้วย

ถ้าพร้อมแล้วไปดูด้วยกันเลยค่ะ

ประโยคคำถาม What

1. What is your name?

คุณชื่ออะไรหรอ

2. What is his name?

เค้าชื่ออะไรหรอ (ผู้ชาย)

ในข้อ 1 และ 2 คุณสามารถเปลี่ยนคำว่า your และ his เป็นอย่างอื่นได้เลยค่ะ แต่ต้องใช้ในรูปแบบของเจ้าของนะคะ เช่น

What is her name? เค้าชื่ออะไรหรอ (ผู้หญิง) หรือ What are their names? พวกเค้าชื่ออะไหรอ

3. What are you doing?

คุณทำอะไรอยู่หรอ

เช่นเดียวกันค่ะ คุณสามารถเปลี่ยน you เป็นอย่างอื่นได้ เช่น he, she, ชื่อคน เช่น What is James doing? เจมส์ทำอะไรอยู่หรอ

4. What is he doing here?

เค้ามาทำอะไรที่นี่หรอ

5. What time is it?

ตอนนี้กี่โมงแล้ว

6. What time is it there?

ตอนนี้ที่นั่นกี่โมงแล้ว

เป็นคำถามไว้ถามคนที่เราคุยด้วยแต่เค้าอาจจะอยู่คนละช่วงเวลากับเราค่ะ เช่นอยู่ต่างประเทศ

7. What time are we going to school?

พวกเราไปโรงเรียนกันตอนกี่โมงหรอ

8. What time are you coming back?

คุณกลับมากี่โมงหรอ

เราสามารถใส่คำเพิ่มด้วยได้ว่า กลับมาจากที่ไหน โดยใส่คำว่า from และใส่ชื่อสถานที่ภาษาอังกฤษเข้าไปค่ะ

เช่น What time are you coming back from work? คุณกลับมาจากที่ทำงานกี่โมงหรอ

9. What is her favourite colour?

สีโปรดของคุณคืออะไรหรอ

10. What is your favourite food?

าหารจานของคุณคืออะไรหรอ

11. What is his favourite drink?

เครื่องดื่มแก้วโปรดของคุณคืออะไรหรอ

12. What are their favourite movies?

หนังเรื่องโปรดของคุณคืออะไรหรอ

จากข้อ 9-12 นั้น คุณสามารถเปลี่ยนคำสุดท้าย เป็นหมวดหมู่อย่างอื่นได้เลยค่ะ เช่น ผลไม้ ผัก สิ่งที่ชอบทำ และอื่น ๆ

13. What do you think about the movie?

คุณคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง

14. What is she going to do about this?

เค้าจะทำยังไงกับเรื่องนี้

อาจจะใช้ในสถานการณ์ที่มีปัญหา และเราอยากรู้ว่าคนนั้นจะรับผิดชอบ หรือตอบสนองกับเรื่องนี้ยังไงค่ะ เปลี่ยน this เป็น that ได้ด้วยจ้า

15. What is your problem?

คุณมีปัญหาอะไร

16. What’s wrong?

มีอะไรหรอ

17. What’s happening?

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

18. What’s your suggestion?

คุณมีคำแนะนำอะไรบ้างหรอ

เป็นการถามหาความคิดเห็น หรืออีกหนึ่งความหมายก็คือ คุณคิดว่ายังไง

19. What do you want for lunch?

มื้อกลางวันนี้คุณอยากกินอะไรหรอ

20. What is that?

นั่นคืออะไรหรอ

ประโยคคำถาม Where

21. Where is he going?

เค้ากำลังไปไหนหรอ

22. Where is my daughter?

ลูกสาวของฉันอยู่ไหน

23. Where do you want to go this weekend?

คุณอยากไปไหนหรอสุดสัปดาห์นี้

เปลี่ยนจากสุดสัปดาห์เป็นอย่างอื่นได้ค่ะ เช่น this Friday, on your birthday

24. Where did they go?

พวกเค้าไปไหนหรอ

ประโยคนี้จะเป็นอดีตนะคะ ใช้เวลาที่ไปแล้ว

25. Where should I put your bag?

ฉันควรวางกระเป๋าไว้ตรงไหนดี

26. Where is the best place to go shopping?

ที่ไหนคือที่ที่ดีที่สุดสำหรับการช็อปปิ้ง

27. Where would you be next year?

ปีหน้าคุณจะอยู่ที่ไหนหรอ

ใช้ในสถานการณ์ที่อาจจะได้ยินมาว่าคนนี้ชอบเปลี่ยนที่อยู่บ่อย ๆ หรือว่าเค้าวางแผนว่าจะไปอยู่ที่อื่น เราเลยถามเค้าค่ะ

28. Where did I put my phone?

ฉันวางกระเป๋าไว้ที่ไหนนะ

29. Where are you?

คุณอยู่ไหน

30. Where does she live?

เค้าอยู่ที่ไหนหรอ

พูดถึงที่อยู่นะคะ เช่นบ้านอยู่ที่ไหน หรือพักอยู่ที่ไหน เป็นต้น

31. Where are my shoes?

รองเท้าของฉันอยู่ไหนหรอ

32. Where is the bank?

ธนาคารอยู่ที่ไหน

33. Where should we stop for dinner?

เราจะจอดกินข้าวเย็นที่ไหนกันดี

ใช้ได้ในตอนที่เราอาจจะกำลังอยู่บนรถ และถึงช่วงกินข้าวตอนเย็นเลยถามว่าเราจะไปร้านไหนเพื่อกินอาหารเย็นค่ะ

34. Where can I find almond milk, please?

ฉันจะไปหานมอัลมอนด์ได้จากที่ไหน

อาจจะเอาไปใช้เวลาที่เราไปซื้อของที่ร้าน และหาของไม่เจอเลยถามพนักงงานที่นั่นค่ะ และที่ให้ใช้ please เพราะว่าทำให้สุภาพ และคนน่าจะอยากช่วยเรามากขึ้นจ้า

35. Where can I get the best meal in England?

ฉันจะซื้ออาหารที่ดีที่สุดในอังกฤษได้ที่ไหน

เป็นเหมือนการถามว่าร้านอาหารที่ไหนอร่อยที่สุดในอังกฤษเลยค่ะ เอาไว้ขอความคิดเห็นหรือคำแนะนำจากคนที่อยู่แถวนั้น ไว้ใช้ตอนเราไปเที่ยวต่างประเทศนะคะ

36. Where do you study?

คุณเรียนที่ไหนหรอ

37. Where do you work?

คุณทำงานที่ไหนหรอ

38. Where do people normally go for a run?

ปกติแล้วคนเค้าไปวิ่งที่ไหนกันหรอ

39. Where should we travel to?

เราไปเที่ยวที่ไหนกันดี

40. Whereabouts are you from?

คุณมาจากแถวไหนหรอ

ประโยคคำถาม When

แม้ว่าเราจะรู้ว่า when เมื่อไหร่ก็จริง แต่บางประโยคใช้ when ก็พูดถึงกี่โมงได้เหมือนกันนะคะ โดยที่ไม่ต้องใช้คำว่า what time เลย

41. When is your birthday?

คุณเกิดเมื่อไหร่หรอ / วันเกิดของคุณคือวันไหน

42. When is he coming back?

เค้าจะกลับมาเมื่อไหร่หรอ

43. When should we get going?

เราจะไปเมื่อไหร่กันดี

ใช้ในสถานการณ์ที่เราอาจจะกำลังต้องไปบางที่ หรือต้องออกจากบ้านค่ะ

44. When are you going to work?

เมื่อไหร่คุณจะไปทำงาน / เมื่อไหร่คุณจะทำงาน

45. When will the meeting start?

การประชุมจะเริ่มเมื่อไหร่หรอ

46. When are you going to eat?

คุณจะกินเมื่อไหร่หรอ

47. When did he leave?

เค้าออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่

48. When will he pick up the phone?

เค้าจะรับสายเมื่อไหร่

49. When will you arrive?

คุณจะมาถึงเมื่อไหร่หรอ

50. When do you normally eat breakfast?

ปกติแล้ว คุณกินอาหารเช้าเมื่อไหร่ / กี่โมง

51. When are you going to stop teasing me?

เมื่อไหร่คุณจะหยุดแกล้งฉันสักที

52. When are they gonna stop gossiping?

เมื่อไหร่พวกเค้าจะหยุดนินทาสักที

อย่างที่เห็นนะคะ gonna เป็นคำย่อจากคำว่า going to และหลังจาก stop กริยาต้องเติม ing ด้วยค่ะ และเปลี่ยนเป็น start ได้ด้วยนะคะ เช่น When are you gonna start eating? เมื่อไหร่เราจะเริ่มกินสักที

53. When does the resturant open?

ร้านอาหารนี้เปิดเมื่อไหร่หรอ

54. When can I go?

ฉันไปได้ตอนไหนหรอ

55. When will you finish cooking?

คุณจะทำอาหารเสร็จตอนไหนหรอ

หลังจากคำว่า finish คำกริยาอย่าลืมเติม ing ด้วยนะคะ

56. When does the next bus arrive?

รถทัวร์คันต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่หรอ

57. When did you by that bike?

คุณซื้อจักรยานคันนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

58. When do you go to bed?

คุณเข้านอนกี่โมง

ใช้พูดถึงแบบโดยทั่วไป เป็นปกติ หรือสิ่งที่ทำประจำค่ะ

59. When can I call you back?

ฉันจะโทรกลับหาคุณได้ตอนไหนหรอ

ประโยคคำถาม Why

60. Why are you here?

ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่

62. Why don’t you do something?

ทำไมคุณไม่ทำอะไรหน่อยล่ะ

ใช้ในสถานการณ์ที่อาจจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่เราเห็นว่าคนนั้นอยู่นิ่งไม่ช่วยอะไร หรือไม่ทำอะไรเลยค่ะ

63. Why do you want to go there?

ทำไมคุณถึงอยากไปที่นั่น / ตรงนั้น

64. Why is he being so crazy today?

ทำไมวันนี้เค้าทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ เป็นพิเศษเลยล่ะ

เปลี่ยนจากคำว่า crazy เป็นคำแสดงอารมณ์ความรู้สึกภาษาอังกฤษอย่างอื่นได้นะคะ เช่น happy, sad, nice

65. Why did they come so late?

ทำไมพวกเค้ามาสายจังเลย

66. Why weren’t you here last night?

ทำไมคุณถึงไม่ได้มาเมื่อคืนนี้

คำว่า weren’t (เวิรฺนทฺ) ย่อมาจาก were not เป็นช่องสองของ are not นะคะ

67. Why not?

ทำไมล่ะ

ใช้เป็นคำถามเวลาที่มีคนปฏิเสธอะไรบางอย่าง และเราอยากรู้ว่าทำไม เช่น I don’t want to go to shcool. ฉันไม่อยากไปโรงเรียนเลย Why not? ทำไมล่ะ

68. Why is it always my fault?

ทำไมมันถึงเป็นความผิดของฉันตลอดเลยล่ะ

69. Why should I talk to him?

ทำไมฉันถึงต้องคุยกับเค้า

70. Why do they say that?

ทำไมพวกเค้าถึงพูดแบบนั้น

71. Why do we need to eat out?

ทำไมพวกเราต้องกินข้าวนอกบ้านด้วยล่ะ

ประโยคคำถาม How

ถึง How จะไม่ได้ขึ้นต้นด้วย Wh- แต่ก็ถือว่าอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน และมีประโยคคำถามภาษาอังกฤษเยอะมากเลยที่ขึ้นต้นด้วยคำนี้

72. How are you?

คุณสบายดีมั้ย

มีอีกหลายคำถามเลยที่ถามว่า คุณสบายดีมั้ยภาษาอังกฤษ เบญได้เขียนไว้ให้อีกโพสต์นึงค่ะ ลองเข้าไปอ่านเพิ่มได้นะคะ

73. How old are you?

คุณอายุเท่าไหร่

74. How much is it?

อันนี้เท่าไหร่หรอ

เราเปลี่ยนคำว่า it เป็นอย่างอื่นได้เลยนะคะ เช่น this, that, หรือใส่ชื่อสิ่งของเข้าไป เช่น how much is the bag? หรือ how much is that car?

75. How much do you weight?

คุณน้ำหนักเท่าไหร่หรอ

เป็นคำถามที่ค่อนข้างหยาบคายนะคะ ยกวเน้แต่ว่าเราคุยกับคนที่สนิทกัน หรือจำเป็นต้องรู้เรื่องนั้นจริง ๆ ก็ถามได้ค่ะ

76. How was the movie?

หนังเป็นยังไงบ้าง

ใช้คำว่า was แทน is พูดถึงสิ่งที่เป็นดีตนะคะ และเราก็เปลี่ยนคำว่า movie เป็นอย่างอื่นได้เลย เช่น How was the weekend? สุดสัปดาห์เป็นไงบ้าง How was the meal? อาหารเป็นยังไงบ้าง

77. How come?

เป็นไปได้ยังไง

ส่วนใหญ่จะใช้ประโยคนี้ก่อนที่จะเติมประโยคข้างหลังว่าเกิดอะไรขึ้นนะคะ เช่น How come, I didnt’ see you at school yesterday? เป็นไปได้ยังไงที่ฉันไม่เห็นคุณที่โรงเรียนเมื่อวาน

และจริง ๆ ก็สามารถเป็นประโยคคำถามประมาณว่า ทำไม ด้วยค่ะ อย่างเช่น เวลาที่เราฟังคนที่เราคุยด้วย พูดถึงสิ่งที่เค้าพลาด หรือไม่ได้ทำ และเราก็ใช้ประโยคนี้ถามค่ะ

Ann: I didn’t go to the party last week. ฉันไม่ได้ไปงานปาร์ตี้อาทิตย์ที่แล้ว
Brighton: How come? ทำไมหรอ เป็นไปได้ยังไง
Ann: I was not feeling well. ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย

78. How will you get there?

คุณจะไปที่นั่นยังไงหรอ

ถามถึงเรื่องรถ หรือการเดินทางค่ะ และเปลี่ยนจาก there เป็นสถานที่ภาษาอังกฤษคำอื่นได้

79. How far is it from your house to the hospital?

จากบ้านของคุณไปถึงโรงพยาบาลไกลกันแค่ไหนหรอ

80. How do you say hello in Thai?

คุณจะพูด hello เป็นภาษาไทยได้ยังไง

อันนี้เป็นอีกหนึ่งประโยคคำถามภาษาอังกฤษ ที่จะช่วยให้คุณเรียนภาษาได้มากขึ้นค่ะ โดยที่คุณอาจจะเปลี่ยนจากคำว่า hello เป็นคำว่า this และชี้ไปที่สิ่งที่คุณอยากรู้ ก็จะได้คำศัพท์เพิ่มแล้วจ้า

81. How long does it take you to clean your house?

คุณใช้เวลาทำความสะอาดบ้านเท่าไหร่

82. How much money do you need?

คุณต้องการเงินเท่าไหร่

83. How many car does he have?

เค้ามีรถกี่คัน

ประโยคคำถาม Who

84. Who is she?

เค้าเป็นใครหรอ

85. Who is coming with you tonight?

ใครจะมากับคุณคืนนี้บ้าง

86. Who do you want to speak to?

คุณอยากคุยกับใครหรอ

ถ้าอยากให้สุภาพกว่านี้ ก็เปลี่ยนจาก do เป็นคำว่า would ก็ได้ค่ะ เอาไว้ไปใช้สำหรับเวลารับโทรศัพท์คุยกับลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษที่ทำงานก็ได้ค่ะ

87. Who are you looking for?

คุณกำลังมองหาใครอยู่หรอ / คุณกำลังตามหาใครอยู่หรอ

88. Who opened the window?

ใครเปิดหน้าต่างนะ

89. Who told you about that?

ใครบอกคุณเรื่องนั้นหรอ

90. Who are you seeing?

คุณกำลังคบกับใครอยู่หรอ

ในที่นี่หมายถึงคนที่คนนั้นกำลังคุยด้วย หรือกำลังคบเป็นแฟนค่ะ เปลี่ยนคำว่า seeing เป็นคำอื่นได้ เช่น dating with หรือ talking to

91. Who is your best friend?

เพื่อนสนิทของคุณคือใครหรอ

92. Who are those people over there?

คนพวกนั้นที่อยู่ตรงไหน คือใครหรอ

93. Who wants some orange juice?

ใครอยากได้น้ำส้มบ้าง

94. Who made this delicious cake?

ใครเป็นคนทำเค้กที่อร่อยมากเลยก้อนนี้นะ

95. Who is richer, James or Biton?

ใครรวยกว่าหรอ เจมส์ หรือว่าไบทัน

ในประโยคนี้คุณสามารถเปลี่ยนคำว่า richer เป็นคำเปรียบเทียบอย่างอื่นได้ค่ะ เช่น more beautiful, older, taller, heavier และแน่นอนค่ะ เปลี่ยนจากชื่อคนเป็นชื่อสิ่งของได้

ประโยคคำถาม Whose

ประโยคคำถามภาษาอังกฤษที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า Whose จะพูดถึงของใครค่ะ ซึ่งการแต่งประโยคนั้นก็ไม่ยากเลย เบญก็เลยไม่ได้เอามาให้ดูหลายประโยคค่ะ แต่อยากให้คุณเข้าใจการใช้คำนี้

95. Whose shoes are these?

รองเท้าพวกนี้เป็นของใครหรอ

96. Whose house is it?

บ้านนี้เป็นบ้านของใครหรอ

97. Whose birthday is it tomorrow?

พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของใครหรอ

ประโยคคำถาม Which

Which เป็นคำขึ้นต้นคำถาม สำหรับการเปรียบเทียบอะไรบางอย่าง หรือถามว่าอันไหนค่ะ เช่น

98. Which ice cream shop did you go to?

ร้านไอศกรีมร้านไหนที่คุณไปมาหรอ

99. Which one do you like better?

คุณชอบอันไหนมากกว่ากัน

เปลี่ยนจากคำว่า one เป็นสิ่งของได้ด้วยค่ะ เช่น Which lipstick do you like better? คุณชอบลิปอันไหนมากกว่ากัน

100. Which pair of trousers should I wear to work?

กางเกงขายาวตัวไหนที่ฉันควรจะใส่ไปทำงานดี

101. Which book are we going to pick?

เราจะเลือกหนังสือเล่มไหนดี

เราเปลี่ยนคำกริยาในประโยคนี้ได้นะคะ จาก pick อาจจะเป็น read หรือ buy ก็ได้ค่ะ

ประโยคคำถามอื่น ๆ

ประโยคำคถามภาษาอังกฤษข้างล่างนี้ อาจจะเป็นประโยคที่ไม่ได้ถูกหลักแกรมม่าขนาดนั้น เแต่เป็นสิ่งที่เราจะได้ยิน หรือจะได้ใช้บ่อย

ในการสนทนาภาษาอังกฤษทั่วไป กับเพื่อน กับคนรู้จัก ไม่ใช่ประโยคแบบเป็นทางการนะคะ

เป็นประโยคที่ตามมาหลังจากที่เราได้ยินบางอย่าง และเราอาจจะไม่แน่ใจ หรืออาจจะอยากย้ำว่าเราพูดถูกมั้ย อย่าลืมขึ้นเสียงสูงคำสุดท้ายด้วยนะคะ

102. Say again?

พูดอีกครั้งสิ

103. Say what?

พูดอะไรนะ

104. Go where?

ไปไหนนะ

เราสามารถเปลี่ยนจากคำว่า go เป็นคำกริยาคำอื่นได้ด้วยค่ะ หรือเปลี่ยนคำว่า what หรือ where เป็น when, how, who ก็ได้เลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าประโยคก่อนหน้านั้นพูดถึงเรื่องอะไร เช่น

Q: Jammy said she wants to come with us. เจมมี่บอกว่าอยากมากับพวกเรา
A: Jammy who? ใครหรอ เจมมี่

105. Pardon?

อะไรนะ

106. Excuse me?

ขอโทษนะ / อะไรนะ

ข้อที่ 105-106 ค่อนข้างสุภาพนะคะ สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่ต้องใช้คำแบบเป็นทางการ หรือกับคนที่เราไม่รู้จักได้ค่ะ

จบไปแล้วนะคะ สำหรับ 100+ ประโยคคำถามภาษาอังกฟษที่เบญเอามาฝากกันวันนี้

หวังว่าจะช่วยให้คุณเข้าใจการแต่งประโยคคำถามภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น และรู้วิธีเอาไปใช้ค่ะ

อย่าลืมโหลดคอร์สเรียน Glossika เอาไว้ช่วยฝึกประโยคภาษาอังกฤษเพิ่มเติมในเวลาว่างนะคะ รับรองได้เลยว่า คุณจะเรียนไเรียนประโยคเพิ่ม และฝึกฟังสำเนียงเจ้าของภาษาไปด้วยอย่างแน่นอนค่ะ

หรือถ้าสนใจคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์คอร์สอื่น ๆ ก็คลิกที่ปุ่มสีฟ้าข้างล่างนี้ เพื่อไปเลือกคอร์สที่เหมาะกับคุณเลยค่ะ


100+ คำถาม-คำตอบที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ #KNDSpeakingClass #KNDTopList | คำนี้ดี EP.399


อยากถามตอบให้คล่องๆ ก็ต้องซ้อม! เพราะที่จริงศัพท์สำนวนไม่ได้ยากเลย เคยผ่านตากันมาแล้วทั้งนั้น แต่มันแค่นึกไม่ออกเฉยๆ เอง ถ้าอย่างนั้นมาดูกันว่า คำถามคำตอบอะไรบ้างที่เราได้ใช้แน่ๆ แล้วมาพูดตามกันได้เลย
———————————————
THE STANDARD PODCAST : EYEOPENING FOR YOUR EARS
พอดแคสต์จากสำนักข่าว THE STANDARD
Website : https://www.thestandard.co/podcast
SoundCloud: https://soundcloud.com/thestandardpodcast
Spotify : https://open.spotify.com/show/7o7TF3zfPyoydhWxtGSzLC?si=Nb_LuV8NS3C9mJ6ePdXLA
Twitter : https://twitter.com/TheStandardPod
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth/
KNDSpeakingClass KNDTopList คำนี้ดี TheStandardPodcast TheStandardco TheStandardth

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

100+ คำถาม-คำตอบที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ #KNDSpeakingClass #KNDTopList | คำนี้ดี EP.399

100 คําถามที่ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น ภาษาอังกฤษ


สมัครเป็นสมาชิกช่องนี้!!
กดปุ่ม \”สมัคร\” ข้างล่างวีดีโอใน Youtube หรือกดลิงค์นี้ได้เลยนะครับ https://www.youtube.com/channel/UC93A91EZTtZW55WEKCz_jYA/join
สั่งซื้อหนังสือได้จากแอดมินไลน์
@LINE ID = @EnglishbyChris
รับสอนตัวต่อตัว ติดต่อผมได้ที่
@LINE ID = @TeacherChris
http://www.englishbychris.com/portfolioitems/100gettoknowbetter/
https://www.facebook.com/englishbychris

100 คําถามที่ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น ภาษาอังกฤษ

รวม 500 ประโยคภาษาอังกฤษ ฝึกพูด พร้อมคำอ่าน พื้นฐาน ง่ายๆ เริ่มจากศูนย์ ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนได้ ฟรี


💖 ถ้าอยากให้กำลังใจ มาสมัครสมาชิกกันนะครับ 💖
กดตรงนี้ 👉 https://www.youtube.com/channel/UCaiwEWHCdfCi23EYN1bWXBQ/join
เรียนภาษาอังกฤษ ฝึกพูด 500 ประโยคภาษาอังกฤษ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ถามตอบ พร้อมคำอ่าน คนไม่มีพื้นฐานกสามารถเรียนได้ ฝึกฟังภาษาอังกฤษ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ด้วยตัวเอง เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรี กับ อ.ต้นอมร
Basic Daily English Conversation : 500 English Phrases and Sentences
รวมวิดีโอฝึกฟัง ฝึกพูดภาษาอังกฤษ สำหรับเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
https://www.youtube.com/playlist?list=PLrstMNlAK0Iu3XViE08wFLjyxyRFFhKYl
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี! คลิก: https://www.tonamorn.com/
แจกศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1,000 คลิก: https://www.tonamorn.com/vocabulary
สอน การแต่งประโยคภาษาอังกฤษ
https://www.tonamorn.com/learnenglish/writesentences/
เรียนภาษาอังกฤษ จากภาพสวยๆ บนอินสตาแกรม
https://instagram.com/ajtonamorn
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ บทสนทนาภาษาอังกฤษ ไวยากรณ์ แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย และบทเรียนภาษาอังกฤษอีกมากมาย เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงระดับสูง ฟรี 100% โดย อาจารย์ต้นอมร

รวม 500 ประโยคภาษาอังกฤษ ฝึกพูด พร้อมคำอ่าน พื้นฐาน ง่ายๆ เริ่มจากศูนย์ ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนได้ ฟรี

คำและวลีภาษาอังกฤษ: บทเรียนที่ 3 – ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน!


เรียนรู้คำศัพท์และวลีภาษาอังกฤษ บทที่ 3: ในวิดีโอนี้คุณจะได้เรียนรู้ 100 คำศัพท์และวลีภาษาอังกฤษที่เป็นประโยชน์และพบได้บ่อยที่สุดในการสนทนาภาษาอังกฤษประจำวัน เพียงแค่ฟังและพูดตามให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทักษะการพูดภาษาอังกฤษของคุณจะพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากภายในเวลาอันรวดเร็วค่ะ
ชุดวิดีโอคำศัพท์และวลีภาษาอังกฤษ: https://bit.ly/3dx8ZTI
เมื่อเราเป็นเด็ก เราทุกคนเรียนรู้ที่จะพูดภาษาแม่ของเราโดยการฟังครอบครัวของเราพูดคุยกับเรา ในที่สุดเราก็จะสามารถพูดตามเพื่อสื่อสารกับพวกเขาได้ การเรียนรู้ภาษาใหม่นั้นไม่ได้แตกต่างกัน ยิ่งคุณฝึกฝนภาษาอังกฤษโดยการฟังและพูดตามคำศัพท์ใหม่ๆ มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งสามารถเชื่อมโยงคำศัพท์ใหม่ๆ เหล่านั้นเข้ากับภาษาของคุณได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้นค่ะ
วิดีโอการเรียนรู้ภาษาเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นเครื่องมือที่ง่ายดายและมีประสิทธิภาพสำหรับการสอนให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วที่สุด หากคุณพบว่าวิดีโอนี้มีประโยชน์ โปรดกดสมัครสมาชิก เนื่องจากจะมีการโพสต์วิดีโอใหม่ๆ เป็นประจำค่ะ
ขอบคุณที่รับชมค่ะ!

\”Autumn Day\”
Kevin MacLeod (incompetech.com)
Licensed under Creative Commons: By Attribution 3.0
http://creativecommons.org/licenses/by/3.0/

\”Wallpaper\”
Kevin MacLeod (incompetech.com)
Licensed under Creative Commons: By Attribution 3.0
http://creativecommons.org/licenses/by/3.0/

คำและวลีภาษาอังกฤษ: บทเรียนที่ 3 – ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน!

50+ ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ (อัพเดท บทเรียนใหม่ เพิ่มรายละเอียด)


ภาษาอังกฤษกับเคลี่ คอร์สภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
FACEBOOK: ภาษาอังกฤษกับเคลี่ @englishwithkaylee นักเรียนติดตามเพจ 1.2 ล้านคน
INSTAGRAM: KAYLEE WONDER DMD @drkayleewonder

บริจาคที่ www.paypal.me/kayleewonder ขอบคุณมากๆ จากใจค่ะ

ครูชื่อเคลี่ค่ะ เกิดที่เมืองไทย เป็นคนอุดรค่ะ ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่ปี 2001เรียนจบมัธยมปลายที่รัฐฮาวาย ต่อตรีที่รัฐคอนเนคติคัท และจบเอกทันตแพทย์ที่ลาสเวกัสค่ะ ตอนนี้ทำงานเป็นหมอฟันที่รัฐวอชิงตัน เริ่มสอนภาษาอังกฤษในเฟสบุ๊คปี 2016 ตอนที่เรียนทันต ปี 3 ค่ะ ตอนนี้ก็มีคนติดตามในเพจมากกว่า 1.2 ล้านคน ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีนักเรียนมาเรียนด้วยเยอะแบบนี้ อยากให้คนไทยได้พูดภาษาอังกฤษเป็น จะได้เจริญก้าวหน้า และตัวเองก็อยากฝึกภาษาไทยด้วย จะสังเกตุได้ว่าบางทีอาจจะพูดแข็งกระด้างเกินไป หรือว่าสะกดคำไทยผิด เพราะไม่ได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันเลยค่ะ พูดแต่อังกฤษ และคนที่บ้านก็พูดอิสานด้วย อันนั้นก็เริ่มไม่ถนัดแล้วเหมือนกันค่ะ ก็อย่าถือสากันเลยนะคะ แต่ภาษาอังกฤษเนี่ยครูสำเนียงเป๊ะค่ะ ตอนนี้ก็สอนเป็นงานอดิเรกค่ะ เท่าที่มีเวลาว่าง สอนฟรี และไม่มีคอร์สสอนนะคะ แค่ทำงานเป็นหมอฟันครูก็เหนื่อยมากแล้วค่ะ เรียนฟรีๆก็ดีแล้ว ไม่ต้องเสียเงิน ความรู้หาฟรีได้เยอะแยะไป ถ้ามีโอกาสก็อาจจะเปิดคอร์ส แต่ก็คงอีกนานค่ะ ครูจะพยายามมาลงคลิปบ่อยๆนะคะ ขอบคุณที่มาดูคลิปและติดตามกันนะคะ

เรียนภาษาอังกฤษ, เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง, เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษ, สำนวนภาษาอังกฤษ, ประโยคภาษาอังกฤษ, บทสนทนาภาษาอังกฤษ, เก่งภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน, ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว, วลีภาษาอังกฤษ, เรียนต่อที่เมืองนอก, American English, English lesson for thai people, Learn English, English lesson, ภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ, การออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง, สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน, คำศัพท์อังกฤษ, ศัพท์อังกฤษ, บทเรียนภาษาอังกฤษ, เรียนต่อที่อเมริกา, การฟังภาษาอังกฤษ, ฝึกการฟังภาษาอังกฤษ, เรื่องราวสั้นๆภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษพื้นฐาน

50+ ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ (อัพเดท บทเรียนใหม่ เพิ่มรายละเอียด)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่LEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ 100 ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ

See also  ทีเด็ดบอลวันนี้ บอลเต็ง บอลสเต็ป วิเคราะห์บอล มั่นใจ (85%) , (95%) วันนี้ 21 พ.ย. 64 | เซียนข้างสนาม | บอนมัท
See also  [Update] Direct and Indirect Speech Rules Pdf | direct speech and indirect speech - NATAVIGUIDES

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *