Home » [NEW] | ระหว่าง วัน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

[NEW] | ระหว่าง วัน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

ระหว่าง วัน ภาษา อังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Table of Contents

Terms of Delivery

A :   What quantities would you order ?

(ว้อท ควอนทิที้ส วู้ด ยู ออร์เดอร์)

คุณสั่งจำนวนเท่าไรครับ

B :   Can you make around 80,000 pieces in this mold ?

(แคน ยู เมค อะราว เอ้กตี้ตร้าวซึ่น พีสเส้ส อิน ธีส โมลด์)

ไม่ทราบว่าคุณสามารถทำแม่พิมพ์ให้ผลิตได้ 80,000 ชิ้น ได้ไหมครับ

A :   We’ve got only 50,000 pieces at the present time.

When do you need them ?

(วี’ฟ ก้อท โอนลี่ ฟิฟตี้ตร้าวซึ่น พี้สเส้ส แอ้ท เธอะ พรีเซ้น ไทม์ เว็น ดูยูนี้ด เธ็ม)

เราผลิตได้แค่ 50,000 ชิ้นในเวลานี้ คุณต้องการเมื่อไหร่ครับ

B :   Please rush this order.

(พลีส รัช ธีส ออร์เดอร์)

กรุณาเร่งสินค้าตัวนี้หน่อยครับ

A :   I’ll arrange to have them reach you in five days. Would that be satisfactory?

(ไอ‘ล อะเร้นจ์ ทู แฮฟว เธ็ม รีช ยู อิน ไฟ้ว เดย์ส วู้ด แธท บี แซททิสแฟคทอรี่)

ผมจะจัดเตรียมให้เร็วที่สุดประมาณ 5 วัน ไม่ทราบว่าคุณพอใจไหมครับ

B :   Good. You must deliver the goods in that time.

(กู้ด ยู มัส ดิลิเว่อร์ เธอะ กู้ดส อิน แธท ไทม์)

ดีครับ คุณต้องส่งสินค้าให้ได้ตามเวลานั้นนะครับ

A :   Don’t worry about it. We can come up with your order.

(โด้น วอรี่ อะเบ้าท์ อิท วี แคน คัม อัพ วิธ ยัวร์ ออร์เดอร์)

อย่างห่วงเลยครับ เราจะส่งสินค้าตามจำนวนที่คุณสั่งไว้อย่างเรียบร้อย

คำศัพท์

Come up with          ก่อให้เกิด

A :   What quantity do you have in mind ?

(ว้อท ควอนทิที้ ดู ยู แฮฟว อิน มายด์)

คุณคิดว่าคุณจะสั่งจำนวนเท่าไรครับ

B :   Thirty thousand dozen in five shipments.

(เทรอร์ตี้ ทร้าวซึ่น ดอร์เซ่น อิน ไฟว์ ชิ้ปเม้นท์)

สามหมื่นโหลในการส่ง 5 ครั้ง

A :   When do you want to start and how do you want it shipped ?

(เว็น ดู ยู ว้อนท์ ทู สตาร์ท แอนด์ ฮาว คู ยู ว้อน อิท ชิป)

คุณจะเริ่มสั่งเมื่อไหร่ และคุณต้องการให้ส่งแบบไหนไม่ทราบครับ

B :   Six thousand dozen each month for five months starting in July will be fine.

(ซิ้กส์ ทร้าวซึ่น ดอร์เซ่น อีช มั้นท์ ฟอร์ ไฟว์ มั้นท์ สตาร์ททิ้ง อิน จูไล วิล บี ไฟน์)

หกหมื่นโหลในแต่ละเดือนเป็นเวลา 5 เดือน และเริ่มในเดือนกรกฎาคมครับ

A :   In October, the production line is very busy. So, if we could ship 3,000 dozen in October, then we’ll make it up by sending 9,000 dozens in November.

(อิน อ๊อกโทเบอร์ เธอะ โปรดักชั่น ไลน์ อีส เวรี่ บี้ซี่ โซ อีฟ วี คู้ด ชิ้พ ทรีต้าวซึ่น โดเซ่น อิน อ๊อกโทเบอร์ เธน วี’ล เมค อิท อัพ บาย เซนดิ้ง ไนนทร้าวซึ่น โดเซ่นส อิน โนเว็มเบอร์)

ในเดือนตุลาคม สายการผลิตในจะยุ่งมากครับ จริงๆ แล้ว เราจัดส่งได้ ประมาณ 3,000 โหลในเดือนตุลาคม จากนั้นเราจะส่งที่เหลืออีก 9,000 โหลในเดือนพฤศจิกายนครับ

B :   Okay, but you’ve gotta be sure to meet it.

(โอเค บัท ยู’ฟ ก้อททา บี ชัวร์ ทู มีท อิท)

ตกลง แต่คุณต้องทำตามที่ตกลงกันไว้

คำศัพท์

Make up                   ทดแทน

round the clock       หามรุ่งหามค่ำ

supplier (n)              ตัวแทนผู้จัดส่ง

A :   (on the phone) Could we get them delivered by the end of this month ?

(ออน เธอะ โฟน) คู้ด วี เก็ท เธ็ม ดีลิเวอร์ด บาย เธอะ เอน ออฟ ธีส มั้นท์)

(ขณะกำลังสนทนาทางโทรศัพท์) ไม่ทราบว่าคุณจะจัดส่งสินค้าได้ภายในสิ้นเดือนนี้ได้ไหมครับ

B :   It’s rather difficult… we have now a rush of orders and we are working round the clock.

(อิท’ส ราเทอร์ ดิฟฟิค้อล…วีแฮฟว นาว อะ รัช ออฟ ออร์เดอร์สแอนด์ วี อาร์ เวอร์กิ้ง เรานด์ เธอะ คล้อก)

มันคงจะยากหน่อยนะครับ เรามีใบสั่งเข้ามามากและเราก็ทำงานกันอย่างหามรุ่งหามคํ่าแล้วครับ

A :   What is the present lead time, then ?

(ว้อท อีส เธอะ พรีเซ้น ลี้ด ไทม์ เธ็น)

งั้นคุณคิดว่าจะส่งได้เมื่อไหร่ครับ

B :   I’m afraid it’ll be about four to six months. If you need immediate shipment, you’ll have to check stocks of other manufacturers.

See also  [Update] Past Tense vs. Present Perfect Tense | perfect tense คือ - NATAVIGUIDES

(ไอ’ม อะเฟรด อิท’ล บี อะเบ้าท์ โฟร์ ทู ซิ้กส์ มั้นท์ส อีฟ ยู นี้ด อิมมิเดียด ชิพเม้นท์ ยู’ล แฮฟว ทู เช็ค สต็อคส ออฟ อาร์เทอร์ แมนูแฟคเจอร์ส์)

ผมเกรงว่ามันจะต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ถ้าคุณต้องการสินค้าด่วนคุณลองตรวจสอบดูจากโรงงานอื่นครับ

A :   I see. We’ll find another supplier.

(ไอ ซี วี’ล ไฟนด์ อะน้าเทอร์ ชัพพลายเออร์)

เข้าใจครับ เราจะลองหาตัวแทนเจ้าอื่นครับ

B :   Please understand that immediate shipment after an order is not possible.

(พลีส อันเดอร์สแตน แธท อิมมิเดียด ชิพเม้นท์ อ้าพเตอร์ แอน ออร์เดอร์ อีส น้อท พ้อสสิเบิ้ล)

โปรดเข้าใจด้วยว่านั้นเป็นการขนส่งสินค้าที่เร่งด่วนมาก เราจัดส่งให้ไม่ได้จริงๆ

A :    (on the phone) How long will it take to get the sample?

(ออน เธอะ โฟน) ฮาว ลอง วิล อิท เทค ทู เก็ท เธอะ แซมเพิ้ล (ขณะที่กำลังสนทนาทางโทรศัพท์) จะใช้เวลานานแค่ไหนครับถึงจะได้ของตัวอย่าง

B :   It’ll take about 30 days to send it by ship.

(อิท’ล เทค อะเบ้าท์ เทรอตี้ เดย์ส ทู เซนด์ อิท บาย ชิ้พ)

ประมาณ 30 วันในการนำส่งทางเรือครับ

A :   It’s too late.

(อิท’ส ทู เลท)

ช้าเกินไปครับ

B :   Then I’ll have it rushed off to you by air.

(เซน ไอ’ล แฮฟว อิท รัชด ออฟ ทู ยู บาย แอร์)

งั้นผมจะส่งให้คุณทางอากาศนะครับ

A :    That would be better.

(แธท วู้ด บี เบ็ทเทอร์)

นั้นคงจะดีกว่าครับ

B :   How soon can you give me the order details ?

(ฮาว ซูน แคน ยู กีฟ มี เธอะ ออร์เดอร์ ดีเทลส)

เร็วแค่ไหนที่คุณจะส่งใบสั่งสินค้า

A :   When I receive the sample, I’ll send you the purchase order.

(เว็น ไอ รีซีพ เธอะ แซมเพิ้ล ไอ’ล เซน ยู เธอะ เพอร์เชส ออร์เดอร์) เมื่อผมได้รับสินค้าตัวอย่าง ผมจะส่งใบสั่งซื้อครับ

บทสนทนาเพิ่มเติม

A :   When can you deliver the goods ?

(เวน แคน ยู ดิลิเวอร์ เธอะ กู้ดส)

คุณจะส่งสินค้าได้เมื่อไหร่ครับ

B :   Within 3 months upon arrival of your L/C.

(วิทธิน ทรี มั้นท์ส อัพพอน อะไรฟวัล ออฟ ยัวร์ แอล ซี)

ภายในสามเดือนขึ้นอยู่กับแอล ซีครับ

A :   Do you have SM-3s in stock ?

(ดู ยู แฮฟว เอส เอ็ม ทรี เอส อิน สต็อค)

คุณมี SM-3s ในสต็อคไหมครับ

B :   Yes. We always try to keep an adequate stock.

(เยส วี ออลเวย์ส ทราย ทู คีพ แอน แอ้ดดิเควท สต็อค)

มีครับ เราพยายามที่จะเก็บสินค้าในสต็อคให้เพียงพอครับ

A :    Can you fill this order ?

(แคน ยู ฟิล ธีส ออร์เดอร์)

คุณช่วยจดรายการสินค้าเพิ่มหน่อยครับ

B :   Yes, we have enough stocks to supply you.

(เยส วี แฮฟว อีน้าฟ สตีอคส ทู ซัพพลาย ยู)

ครับ เรามีสินค้าพอเพียงในคลังไว้สำหรับถูกค้าครับ

A :   I’m afraid I’ll have to reconsider the order.

(ไอ’ม อะเฟรด ไอ’ล แฮฟว ทู รีคอนซิเดอร์ เธอะ ออร์เดอร์)

ผมเกรงว่าผมต้องพิจารณาในการสั่งสินค้าอีกทีครับ

B :   Why do you say so ?

(วาย ดู ยู เซย โซ)

ทำไมคุณถึงกล่าวเช่นนั้นครับ

rush off                    รีบเร่ง

purchase order        ใบสั่งสินค้า

keep on                   ดำเนินต่อไป

stock (n)                  คลังสินค้า

fill the order             เพิ่มเติมสินค้า

(Visited 135,785 times, 5 visits today)

[NEW] หลักการใช้คอมม่า (Comma) ในภาษาอังกฤษ | ระหว่าง วัน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

คอมม่า (,) เป็นเครื่องหมายวรรคตอนที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษ แต่ถึงแม้จะถูกใช้บ่อย หลายๆคนก็ยังคงสับสนอยู่ดี ว่าเราควรใช้คอมม่าตอนไหนและต้องใช้อย่างไรบ้าง

สำหรับคนที่สงสัย ในบทความนี้ ชิววี่ก็ได้เรียบเรียงเนื้อหาการใช้คอมม่าในภาษาอังกฤษ มาให้เพื่อนๆได้เรียนรู้กันได้อย่างง่ายๆแล้ว ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

คอมม่าคืออะไร

คอมม่า (comma) เป็นเครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ ทำหน้าที่แยกคำ วลี หรือประโยค เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านจับใจความได้ง่ายและถูกต้องมากขึ้น

ถ้าเปรียบเทียบคอมม่ากับเครื่องหมายจุด (.) ที่ใช้ปิดท้ายประโยค หรือที่เรียกว่า period เครื่องหมายทั้ง 2 ตัวนี้จะเป็นตัวบอกการเว้นจังหวะในการอ่านและพูดเหมือนกัน แต่เครื่องหมายคอมม่าจะเป็นตัวบอกจังหวะการเว้นที่สั้นกว่า

หลักการใช้คอมม่า

ใครที่มีข้อสงสัยว่าเราต้องใช้คอมม่าในกรณีไหนและต้องใช้ยังไงบ้าง ก็ไปดูหลักการใช้คอมม่าทั้ง 11 ข้อกันเลย

1. ใช้คอมม่าหน้าคำเชื่อมที่เชื่อม independent clause

Independent clause (ประโยคใจความสมบูรณ์) คือประโยคที่มีทั้งประธานและคำกริยา ตัวประโยคจะมีใจความสมบูรณ์ในตัวมันเอง เช่น

I am a student. (ฉันเป็นนักเรียน) – ถือเป็น independent clause เพราะมีทั้งประธานและคำกริยา
Feel good (รู้สึกดี) – ไม่ใช่ independent clause เพราะไม่มีประธาน
Big black cat (แมวสีดำตัวใหญ่) – ไม่ใช่ independent clause เพราะไม่มีคำกริยา

ส่วนคำเชื่อมในที่นี้จะต้องเป็น coordinating conjunction ซึ่งก็คือคำเชื่อมที่ให้น้ำหนักกับ 2 สิ่งที่ถูกเชื่อมเท่าๆกัน โดยอาจใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคก็ได้ coordinating conjunction มีทั้งหมด 7 ตัวคือ for, and, nor, but, or, yet, so (เมื่อนำอักษรแรกมาต่อกันจะได้เป็น FANBOYS ใช้ช่วยให้ท่องจำได้ง่ายขึ้น)

หากเราเชื่อม independent clause 2 ประโยคด้วย coordinating conjunction เราจะต้องใช้คอมม่าหน้า coordinating conjunction

โครงสร้างการใช้

independent clause + , + coordinating conjunction + independent clause

ตัวอย่างประโยค

He didn’t speak to anyone, and nobody spoke to him.
เขาไม่ได้พูดกับใคร และก็ไม่มีใครพูดกับเขา

I wanted to stay home, but my wife wanted to go shopping.
ฉันอยากอยู่บ้าน แต่ภรรยาของฉันอยากไปช้อปปิ้ง

เราจะไม่ใช้คอมม่า ถ้าข้างหน้าหรือข้างหลัง coordinating conjunction ไม่ใช่ independent clause

She brushed her teeth and washed her face.
เธอแปรงฟันและล้างหน้า
(washed her face ไม่ใช่ independent clause)

I am not a writer but an editor.
ฉันไม่ใช่นักเขียน แต่เป็นบรรณาธิการ
(an editor ไม่ใช่ independent clause)

2. ใช้คอมม่าเมื่อขึ้นต้นประโยคด้วย dependent clause

Dependent clause คือประโยคที่มีใจความไม่สมบูรณ์ เวลาใช้จะต้องใช้ร่วมกับประโยคอื่น ในที่นี้เราจะแบ่งออกเป็น 3 กรณี

See also  [Update] Infinitives in English: 3 functions of infinitives | infinitive with to - NATAVIGUIDES

1. Participial phrase

เมื่อประโยคขึ้นต้นด้วยวลีจำพวก participial phrase ซึ่งก็คือวลีที่ขึ้นต้นด้วย v. + ing หรือ v. ช่อง 3 เราจะต้องใช้คอมม่าคั่นหลังวลีนั้น

โครงสร้างการใช้

participial phrase + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Being the only son in the family, his family have high hopes for him.
ด้วยการที่เขาเป็นลูกชายคนเดียวในครอบครัว ครอบครัวของเขาจึงตั้งความหวังกับเขาไว้สูง

Bitten by my own dog, I was very disappointed.
การโดนกัดโดยหมาของตัวเองทำให้ฉันรู้สึกผิดหวังมาก

2. Adverbial phrase

แต่ถ้าประโยคขึ้นต้นด้วย adverbial phrase ซึ่งก็คือวลีที่ทำหน้าที่เป็น adverb เราอาจใช้คอมม่าหรือไม่ใช้ก็ได้ (ถ้า adverbial phrase ยาว หรือเราต้องการเน้น adverbial phrase นั้น เราจะนิยมใช้คอมม่า)

ตัวอย่าง adverbial phrase เช่น
At 6 o’clock
After the show
In the middle of Bangkok

โครงสร้างการใช้

adverbial phrase + (,) + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

In 2020 there is a pandemic affecting the world.
ในปี 2020 มีโรคระบาดที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก

When I was six, I lived in Chiang Mai with my mom.
ตอนฉันอายุหกขวบ ฉันอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่กับแม่ของฉัน

3. Sentence adverb

ถ้าประโยคขึ้นต้นด้วย sentence adverb ซึ่งก็คือคำจำพวก adverb ที่ทำหน้าที่ขยายทั้งประโยค เราจะใช้คอมม่าคั่นหลัง sentence adverb นั้น

โครงสร้างการใช้

sentence adverb + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Honestly, I am not angry.
ตรงๆเลยนะ ฉันไม่ได้โกรธ

Clearly, this plan isn’t working.
เห็นได้ชัดว่าแผนนี้ใช้ไม่ได้ผล

3. ใช้คอมม่าคั่นวลีหรือคำกลางประโยคที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

เราจะใช้คอมม่าคั่นวลีหรือคำที่อยู่กลางประโยค ถ้าวลีหรือคำนั้นทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับประโยค (แม้ตัดออกไป ใจความหลักของประโยคก็ยังเหมือนเดิม)

โครงสร้างการใช้

ประโยคส่วนที่ 1 + , + วลี/คำที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม + , + ประโยคส่วนที่ 2

ตัวอย่างประโยค

Tim, unlike Joe, is very polite.
ทิมเป็นคนสุภาพมาก ไม่เหมือนกับโจ

King Crab restaurant, which Anne recommended, is fantastic.
ร้านอาหารคิงแครบที่แอนแนะนำนั้นดีมาก

แต่ถ้าวลีหรือคำนั้นจำเป็นสำหรับประโยค ถ้าตัดออกแล้วใจความเปลี่ยน เราก็จะไม่ใช้คอมม่า

People who exercise regularly tend to be more happy.
คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมักจะมีความสุขมากกว่า
(ถ้าตัด who exercise regularly ทิ้ง ความหมายจะเปลี่ยนเป็น “คนจะมีความสุขมากกว่า” ซึ่งมีใจความผิดไปจากเดิม)

The restaurant that Anne recommended is fantastic.
ร้านอาหารที่แอนแนะนำนั้นดีมาก
(ถ้าตัด that Anne recommended ทิ้ง ความหมายจะเปลี่ยนเป็น “ร้านอาหารดีมาก” ซึ่งมีใจความผิดไปจากเดิม คือเราจะไม่รู้ว่าหมายถึงร้านไหน)

วลีที่ขึ้นต้นด้วย that มักจะจำเป็นสำหรับประโยค เรามักจะไม่ใช้คอมม่าครอบส่วนนั้น

4. ใช้คอมม่าแยกรายการคำตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป

ถ้าเรามีรายการคำตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป เราจะต้องคั่นแต่ละรายการด้วยคอมม่า ยกเว้นรายการสุดท้าย เราจะคั่นด้วยคอมม่าหรือไม่ก็ได้

โครงสร้างการใช้

รายการหนึ่ง, รายการสอง(,) and รายการสุดท้าย

ตัวอย่างประโยค

He is tall, dark, and handsome.
หรือ He is tall, dark and handsome.
เขาทั้งสูง เข้ม และหล่อ

She needs salt, pepper, and other seasonings at the grocery store.
หรือ She needs salt, pepper and other seasonings at the grocery store.
เธอต้องการเกลือ พริกไทย และเครื่องปรุงอย่างอื่นที่ร้านขายของ

5. ใช้คอมม่าคั่นระหว่าง coordinate adjectives

Coordinate adjectives คือคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนามคำเดียวกันและมีความสำคัญเท่าๆกัน สามารถสลับที่กันได้ ตัวอย่างเช่น

เราสามารถใช้ได้ทั้ง long, narrow path
และ narrow, long path
คำว่า long และ narrow ในที่นี้จะถือเป็น coordinate adjectives

เราสามารถใช้ big black bear
แต่ไม่สามารถใช้ black big bear
คำว่า big และ black ไม่ถือเป็น coordinate adjectives (การใช้ adjective ขนาดจะต้องมาก่อนสี)

โครงสร้างการใช้

coordinate adjective 1 + , + coordinate adjective 2 + คำนาม

ตัวอย่างประโยค

The happy, lively cat is playing with the ball.
แมวที่มีความสุขสดใสกำลังเล่นกับลูกบอล

My roommate is a cheerful, kind girl.
รูมเมทของฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ร่าเริงและใจดี

ทั้งนี้ เราสามารถใช้ and เชื่อมระหว่าง coordinate adjectives แทนคอมม่าก็ได้เช่นกัน อย่างเช่น My roommate is a cheerful and kind girl.

6. ใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำพูดกับวลีที่กำกับ

ในภาษาอังกฤษ เวลาเราเขียนประโยคที่เป็นคำพูด เราจะใช้เครื่องหมาย “-” ครอบประโยคคำพูดนั้น อย่างเช่น Anne said, “I feel sick.” ซึ่งแปลว่า แอนพูดว่า “ฉันรู้สึกป่วย”

สังเกตว่า เราจะใช้คอมม่าคั่นระหว่างวลีที่เข้ามากำกับ ซึ่งก็คือ Anne said และประโยคที่เป็นคำพูด ซึ่งก็คือ “I feel sick.”

ทั้งนี้ วลีที่กำกับนั้นอาจจะอยู่หน้า อยู่กึ่งกลาง หรืออยู่หลังประโยคที่เป็นคำพูดก็ได้

โครงสร้างการใช้

  • วลีกำกับ, “ประโยคคำพูด”
  • “ประโยคคำพูด,” วลีกำกับ, “ประโยคคำพูด”
  • “ประโยคคำพูด,” วลีกำกับ

ตัวอย่างประโยค

He answered, “She is not here.”
เขาตอบ “เธอไม่ได้อยู่ที่นี่”

“I think,” she said, “Joe can help.”
“ฉันคิดว่า” เธอพูด “โจสามารถช่วยได้”

“It is raining,” Tim said.
“ฝนกำลังตก” ทิมพูด

ในกรณีที่วลีกำกับอยู่ข้างหลังประโยคคำพูด ถ้าประโยคคำพูดลงท้ายด้วยเครื่องหมายตกใจ (!) หรือเครื่องหมายคำถาม (?) เราจะไม่ต้องใช้คอมม่า

“Stop playing video game!” mom yelled.
“หยุดเล่นเกมได้แล้ว” แม่ตวาด

“Are you alright?” Ben asked.
“คุณโอเคมั้ย” เบ็นถาม

บางคนอาจสงสัยว่า เราต้องใส่คอมม่าไว้ในหรือนอกเครื่องหมาย “-” ทำไมบางทีเห็นแต่ละที่ใช้ไม่เหมือนกัน

คำตอบก็คือถ้าเป็น American English จะนิยมเอาไว้ข้างใน เช่น “It is raining,” Tim said. แต่ถ้าเป็น British English จะนิยมเอาไว้ข้างนอก เช่น “It is raining”, Tim said.

7. ใช้คอมม่าในการแยกวันที่และสถานที่

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างวันและปีเมื่อเราเขียนวันที่ในรูปแบบ เดือน-วันที่-ปี แต่ถ้าเราเขียนในรูปแบบ วันที่-เดือน-ปี เราจะไม่ต้องใช้คอมม่า

โครงสร้างการใช้

เดือน วันที่, ปี

ตัวอย่างประโยค

She was born on December 10, 1995.
เธอเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 1995

She was born on 10 December 1995.
เธอเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 1995

และใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำบอกสถานที่ที่ต่างกัน เช่น เมือง จังหวัด รัฐ ประเทศ

โครงสร้างการใช้

  • ชื่อตำบล, ชื่อเขต, ชื่อจังหวัด, ชื่อประเทศ
  • ชื่อเมือง, ชื่อรัฐ, ชื่อประเทศ

ตัวอย่างประโยค

I live in Bangkok, Thailand.
ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย

He came from Chicago, Illinois.
เขามาจากเมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์

8. ใช้คอมม่าหน้า question tag

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างประโยคหลักกับ question tag

โครงสร้างการใช้

ประโยคหลัก + , + question tag

ตัวอย่างประโยค

These flowers are beautiful, aren’t they?
ดอกไม้เหล่านี้สวยมาก ว่ามั้ย

You didn’t forget the key, did you?
คุณไม่ได้ลืมกุญแจใช่มั้ย

See also  [NEW] คาสิโนออนไลน์ แทงบอลออนไลน์ ป๊อกเด้งออนไลน์ ปั่นแปะออนไลน์ | มีอะไรกับผู้หญิงด้วยกัน pantip - NATAVIGUIDES

9. ใช้คอมม่าเมื่อเรียกบุคคลโดยตรง

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำเรียกบุคคลอื่นกับส่วนอื่นของประโยค เมื่อเราเรียกบุคคลนั้นโดยตรง

โครงสร้างการใช้

  • ประโยคหลัก + , + คำเรียกบุคคล
  • คำเรียกบุคคล + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Dad, where are you?
พ่ออยู่ไหน

See you later, John.
ไว้เจอกันใหม่นะจอห์น

10. ใช้คอมม่าหลังคำขึ้นต้นประโยค

ใช้คอมม่าคั่นระหว่างคำขึ้นต้นประโยคกับประโยคหลัก อย่างเช่น คำทักทาย yes/no

โครงสร้างการใช้

  • คำทักทาย + , + ประโยคหลัก
  • yes/no + , + ประโยคหลัก

ตัวอย่างประโยค

Hello, how is it going?
สวัสดี เป็นยังไงบ้าง

Yes, I live by myself.
ใช่ ฉันอยู่คนเดียว

11. ใช้คอมม่าเพื่อป้องกันการสับสน

เราจะใช้คอมม่าในประโยคที่อาจก่อให้เกิดความสับสนหรือความเข้าใจผิดแก่ผู้อ่าน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายได้ถูกต้องมากขึ้น

ตัวอย่างประโยค

I waved at my friend who entered the canteen, and smiled.
ฉันโบกมือให้เพื่อนที่เข้ามาในโรงอาหาร และยิ้มให้เค้า
(คอมม่าทำให้เรารู้ว่าฉันเป็นคนยิ้ม ไม่ใช่เพื่อนยิ้ม)

เป็นยังไงบ้างครับกับหลักการใช้เครื่องหมายคอมม่า (comma) ในภาษาอังกฤษ ทีนี้เพื่อนๆก็คงจะเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้ถูกต้องมากขึ้นแล้วนะครับ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time


บทเรียนการฟังภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน – ปรับปรุงทักษะการฟังภาษาอังกฤษของคุณ


ลองฝึกฟังภาษาอังกฤษที่พูดตามธรรมชาติกัน!
🎧 วิธีเรียนรู้
1. คุณจะได้ยินเสียงสองครั้งที่ความเร็วมาตรฐาน
2. มีคำบรรยายบนหน้าจอพร้อมเสียงช้าๆ
—————————————
วลีภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน การฝึกพูดช้า ๆ และง่าย ๆ
https://youtu.be/Z2IRvKH4tY
600 วลีสำคัญในภาษาอังกฤษ
https://youtu.be/TfXHrAfVEQo
บ่งบอกตัวตนของคุณเป็นภาษาอังกฤษ
https://youtu.be/nAVk_KU_1Mw แบบฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบช้าและง่าย

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

บทเรียนการฟังภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน - ปรับปรุงทักษะการฟังภาษาอังกฤษของคุณ

น่าอาย คนสวนพูดภาษาอังกฤษได้ l Lw Film


หนังสั้น เรื่องราวสะท้อนสังคม เตือนภัยต่างๆ
หนังสั้น ละครสั้น

น่าอาย คนสวนพูดภาษาอังกฤษได้ l Lw Film

วัน และสีประจำวัน ภาษาอังกฤษ | Learn and song


เรียนรู้ ภาษาอังกฤษ คำศัพท์อังกฤษ กันค่ะ
คำศัพท์สัตว์ 50 คำ https://youtu.be/dYTWMKDa_LI
คำศัพท์ผลไม้ 50 คำ https://youtu.be/T_Oj8SHdks
คำศัพท์ 12 สี รถแม็คโคร https://youtu.be/QfJJRO8lhQE
คำศัพท์ 12 สี ลูกโป่ง https://youtu.be/XOYOiGWXNao
คำศัพท์ 7 วันและสีประจำวัน https://youtu.be/w2kzW6Y2fKY
คำศัพท์ 12 เดือน https://youtu.be/1AvyftmaU0g
คำศัพท์ รูปร่าง รูปทรง https://youtu.be/Too6SN3uSFg
คำศัพท์สิ่งของ ของใช้ 50 คำ https://youtu.be/cnc9gO8zAc
คำศัพท์ส่วนประกอบร่างกาย https://youtu.be/tPdqKL_OSs

วัน และสีประจำวัน ภาษาอังกฤษ | Learn and song

สื่อการสอนภาษาอังกฤษ วันอาทิตย์ถึงจันทร์ วันในหนึ่งสัปดาห์ | by KidsOnCloud


สื่อการสอน มาจดจำคำศัพท์วันทั้งเจ็ดกับนางฟ้าน้อยน่ารักกันนะคะ ตั้งแต่ Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday ถึง Saturday เลยค่ะ

สื่อการสอนภาษาอังกฤษ วันอาทิตย์ถึงจันทร์ วันในหนึ่งสัปดาห์ |  by KidsOnCloud

Days Of The Week Song | Kids Songs | Super Simple Songs


Watch this video and MUCH more in the Super Simple App for iOS! ► http://apple.co/2nW5hPd
🎤😮 Learn the days of the week!
🎬 Watch 60 minutes of our best kids songs here→ https://youtu.be/wk4KHNJjpjQ?
❤️ Subscribe for more fun kids songs→ https://www.youtube.com/c/supersimple…
Listen to Super Simple Songs on Spotify: https://spoti.fi/2ofnaZg
Listen to Super Simple Songs on Apple Music: https://apple.co/2pBcg0j
Or, just ask your smart speaker to play Super Simple Songs!
PARENTS AND TEACHERS: Thank you so much for watching Super Simple Songs with your families and/or students. If your young ones are watching without supervision, we recommend some of the following viewing options:
► SUPER SIMPLE APP http://bit.ly/SuperSimpleApp
Be the first to watch new Super Simple videos in the Super Simple App! Adfree and designed for young learners.
► DOWNLOAD http://bit.ly/SuperSimpleShop
Videos from all Super Simple channels are available for purchase at the Super Simple online shop. You can also find some DVDs there.
► YOUTUBE KIDS http://bit.ly/YouTubeKids
Designed to make it safer and simpler for young ones to watch online video, YouTube Kids includes a suite of parental controls so you can tailor the experience to suit your family’s needs.
► AMAZON VIDEO
Are you an Amazon Prime member? Watch Super Simple videos adfree on Amazon Prime Video. Just search for “Super Simple.”
► KHAN ACADEMY KIDS http://bit.ly/KhanKidsApp
Super Simple has partnered with Khan Academy on their latest app designed for preschoolers. You’ll find Super Simple Songs worked into the curriculum throughout the app.
► PLAYKIDS http://bit.ly/PlayKids
Do you have the PlayKids app? You can find many of our Super Simple Songs and programs in the app!
FREE SUPER SIMPLE TEACHING RESOURCES: http://bit.ly/SSFreeResources
SOCIAL MEDIA:
Super Simple Newsletter Sign Up: http://bit.ly/SuperSimpleSignUp
Facebook: http://bit.ly/SuperSimpleFacebook
Instagram: http://bit.ly/SuperSimpleInsta
Twitter: http://bit.ly/SuperSimpleTwitter
Pinterest: http://bit.ly/SuperSimplePinterest

Lyrics:
♫ Sunday
Monday
Tuesday
Wednesday
Thursday
Friday
Saturday
(Repeat) ♫

Song: Days Of The Week
CD: Super Simple Songs 1
Music: Super Simple Learning
Vocals: Matt Stamm and Leah Hays

Super Simple Songs® and Super Simple Learning® are registered trademarks of Skyship Entertainment Company.

Days Of The Week Song | Kids Songs | Super Simple Songs

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ระหว่าง วัน ภาษา อังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.