Home » [NEW] พจน์ของคำนาม (The Number of Nouns) ภาษาอังกฤษ | เอกพจน์ ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

[NEW] พจน์ของคำนาม (The Number of Nouns) ภาษาอังกฤษ | เอกพจน์ ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

เอกพจน์ ภาษาอังกฤษ: คุณกำลังดูกระทู้

ได้ชี้แจงให้ทราบแล้วว่าคำนามที่ใช้ในทางไวยากรณ์นั้น เราดูแต่เพียงว่านามใดเป็นนามนับได้ (Countable Noun) นามใดเป็นนามนับไม่ได้ (Uncountable Noun) เนื่องจากกระทบกับกิริยา (Verb) ในเรื่องของ “พจน์” (Number) ส่งแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ

1. เอกพจน์ (Singular Number) หมายถึง “หนึ่ง” 2. พหูพจน์ (Plural Number) หมายถึง “มากกว่าหนึ่ง” และนามนับได้ (Countable Noun) เท่านั้นที่มีรูปเป็นพหูพจน์ (Rural Number) ได้

การสร้างรูปนามพหูพจน์ (Formation of the Plural Nouns)
การสร้างรูปนามพหูพจน์โดยทั่วไป ใช้ -S เติมท้ายที่นามเอกพจน์ (Singular Number) เช่น
book – books
day    – days
cat – cats
horse – horses
dog – dogs
judge – judges
bird – birds
mouth – mouths

แต่คำนามต่อไปนี้มีการสร้างรูปพหูพจน์ที่แปลกออกไป แต่ยังสรุปเป็นกฎได้ดังนี้
1) คำที่ลงท้ายด้วย -s, -sh, -ch, -x และ -z ให้เติม -es เช่น
glass – glasses
church – churches
brush – brushes
box    – boxes

2) คำที่ลงท้ายด้วย -o และ -o อยู่หลังพยัญชนะ ให้เติม -es เช่น
negro – negroes
hero – heroes
potato – potatoes
volcano – volcanoes

หมายเหตุ กลุ่มนี้มีคำยกเว้นอยู่หลายคำซึ่งแยกเป็น 2 กรณีดังนี้
1. คำที่ลงท้าย -o แต่ -o อยู่หลังสระ ให้เติม -s เช่น
cuckoo – cuckoos
curio – curios
cameo – cameos
studio – studios
bamboo – bamboos
radio – radios
portfolio – portfolios

2. คำที่รับมาจากภาษาอื่นๆ    เช่น
paino – painos
kilo – kilos
photo – photos
memento – mementos
dynamo –    dynamos
solo    – solos
magneto –    magnetos

3. คำที่ลงท้าย -y และ -y อยู่หลังพยัญชนะให้เปลี่ยน “v” เป็น แล้วเติม -es เช่น
laiy – ladies
army – armies
story – stories
fly    – flies

หมายเหตุ คำที่ลงท้าย – y แต่ – y อยู่หลังสระ (VowelI ให้เติม -s เช่น
valley – valleys
boy    – boys
donkey – donkeys
key    – keys

4) คำที่ลงท้ายด้วย -f หรือ -fe ให้เปลี่ยน -f หรือ -fe เป็น -V แล้วเติม -es เช่น
leaf – leaves
loaf    – loaves
wife – wives
half    – halves
thief – thieves

หมายเหตุ คำต่อไปนี้เป็นคำยกเว้น (Exception) ซึ่งให้เติม -s เท่านั้น คือ
roof     gulf     cliff     reef     proof   chief   hoof   turf   safe   dwarf   grief belief

แต่มีบางคำใช้ได้ 2 รูป คือ
scarfs หรือ scarves
staffs หรือ staves
wharfs หรือ wharves
hoofs หรือ hooves

รูปพหูพจน์นอกเหนือกฎ (Irregular Nouns)
1. มีคำนามอยู่ 8 สำ ใช้วิธีการเปลี่ยนรูปพหูพจน์โดยการเปลี่ยนเสียงสระ (Vowel) ภายในคำ เช่น
man    – men (และรูปผสมของ man คือ gentleman – gentlemen)
woman – women
louse – lice
tooth    – teehth
dormouse – dormice
foot    – feet
goose – geese
mouse  – mice

2. นามบางคำมีรูปเอกพจน์ และพหูพจน์ เป็นรูปเดียวกัน เช่น sheep swine deer fish (และรูป fishes ด้วย) นอกจากนี้ รวมทั้งชื่อของสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใช้ในความหมายแสดงการล่า (hunting) หรือเป็นความหมายของเกมส์กีฬาต่างๆ เช่น
To hunt elephant, antelope etc.
To shoot wild duck, grouse etc.
To catch salmon, trout etc.

นอกจากนี้ยังมีนามรูปพหูพจน์ (ในรูปเอกพจน์) ซึ่งแสดงจำนวน (number) และแสดงการชั่งนํ้าหนัก (measurement of weight) เช่น
two dozen eggs, three hundred pounds
four thousand people, two gross of pencils
three score years, two stone of polatoes
four hundredweight of coal, 10,000 candle-power
20 horse-power, forty head of cattle
two yoke of oxen, และ
2,300,501 = two million three hundred thousand five hundred and one

หมายเหตุ
1. คำเหล่านี้ (ยกเว้น “gross”) จะต้องเติม -s ข้างท้าย เมื่อไม่มีจำนวนเลขอยู่ข้างหน้า เช่น dozens of eggs, hundreds of pounds, scores of times, hundredweights of coal

2. บางครั้งเมื่อมีจำนวนเลขอยู่ข้างหน้า อาจใช้ได้ทั้ง 2 รูป เช่น
He weighs twelve stones. หรือ He weighs twelve stone.
He is six feet tall. หรือ He is six foot tall.

คำต่อไปมีรูปเป็นพหูพจน์เท่านั้น แต่ใช้เป็นทั้งนามเอกพจน์และพหูพจน์ คือ
barracks, species, series, means, works (และรูปผสมของ “works” เช่น gas-works, iron-works etc. และรวมทั้ง Proper Noun ต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย เสียง “s” เช่น Swiss, Chinese, Japanese, Portuguese และ Viennese

3) มีคำนาม 3 คำที่ทำรูปพหูพจน์โดยการเติม -en คือ
child – children
ox – oxen
brother – brethren

หมายเหตุ ปกติรูปพหูพจน์ของ brother คือ brothers แต่รูป brethren ถูกใช้เป็นรูปพหูพจน์จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 แต่ปัจจุบันนี้รูป brethren ถูกใช้ในความหมาย “สมาชิกต่างๆ ในสมาคมเดียวกันหรืออยู่ในหลักศาสนาเดียวกัน”

รูปนามพหูพจน์ที่เป็นคำต่างประเทศ (Foreign Plurals)
มีคำจากภาษาต่างประเทศหลายคำที่ถูกนำมาใช้ในภาษาอังกฤษจึงมีรูปพหูพจน์ตามรูปเดิมของมัน คำภาษาต่างประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากภาษาลาติน (Latin) และภาษากรีก (Greek) เช่น
จากภาษาลาติน (Latin)
axis    – axes
bacillus – bacilli
medium  –    media
stratum – strata
bacterium     – bateria
locus – loci
radius – radii
corrigendum – corrigenda
addendum  – addenda
erratum – errata
larva     – larvae
nebula – nebulae

จากภาษากรีก (Greek) เช่น
Analysis – analyses
Basis – bases
Crisis – crises
hypothesis – hypotheses
thesis – theses
phenomenon – phenomena
criterion –    oriteria
oasis – oases

คำภาษาต่างประเทศบางคำถูกใช้ในภาษาอังกฤษนานแล้ว จึงมีรูปพหูพจน์ 2 รูป คือ รูปพหูพจน์จากของเดิม และรูปพหูพจน์ตามแบบอังกฤษโดยการเติม -es  เช่น
appendix    –    appendixes, appendices
formula    –    formulae, formulas
terminus    –    termini, terminuses
fungus    –    fungi, funguses
retina    –    retinae, retinas
cactus    –    cacti, cactuses
focus    –    foci, focuses
aquarium    –    aquaria, aquariums
curriculum –    curricula, curriculums
maximum    –    maxima, maximums
memorandum    – memoranda, memorandums
minimum    –    minima, minimums
sanatorium    –    sanatoria, sanatoriums
vortex    –    vortices, vortexes
automaton    –    automate, automatons

คำหลายคำรับมาจากภาฝรั่งเศส (French) และภาษาอิตาเลียน (Italian) จึงมีรูปพหูพจน์จากรูปเดิมและรูปพหูพจน์แบบอังกฤษ โดยการเติม -s เช่น

bureau – bureaux, bureaus
tableau – tableaux, tableaus
portmanteau – portmanteaux, portmanteaus
adieu    – adieux, adieus
trouseau – trouseaux, trouseaus
bandit    – banditti, bandits
libretto – libretti, librettos
soprano – soprani, sopranos
virtuoso – virtuosi, virtuosos

bureau – bureaux, bureaustableau – tableaux, tableausportmanteau – portmanteaux, portmanteausadieu – adieux, adieustrouseau – trouseaux, trouseausbandit – banditti, banditslibretto – libretti, librettossoprano – soprani, sopranosvirtuoso – virtuosi, virtuosos

See also  [NEW] 14212 English Grammar in Use | เอกพจน์ พหูพจน์ คือ - NATAVIGUIDES

นอกจากนี้มีคำจากภาษาต่างประเทศอีกหลายคำมีรูปพหูพจน์ตามแบบอังกฤษแล้ว เช่น
bonuses, choruses, circuses, isthmuses, omnibuses, prospectuses, areas, arenas, encyclopaedias, eras, ideas, panaceas, peninsulas, sonatas, solos, umbrellas, villas, albums, asylums, chrysanthemums, museums, irises, demons

รูปพหูพจน์ของนามผสม (Plurals of Compund Nouns)
นามผสมส่วนใหญ่ จะแสดงรูปพหูพจน์ของมันที่คำหลัก (headword) เช่น
schoolroom    – schoolrooms
housewife    –    housewives
armchair    – armchairs
washerwoman    –    washerwomen
horseman    – horsemen
tooth-brush    –    tooth-brushes

รวมทั้งนามผสมบางตัวซึ่งมิได้มีฐานเดิมจากคำนามก็ตาม เช่น
handful    – handfuls
outbreak    –    outbreaks
breakdown    – breakdowns
forget-me-not    –    forget-me-nots
drawback    – drawbacks

หรือนามผสมที่แยกเขียนเป็น 2 คำก็ตาม เช่น
ticket collector    – ticket collectors
girl guide    –    girl guides
boy friend    – boy friends
boy scout    –    boy scouts
watch repairer    – watch repairers
motor show    –    motor shows

หรือนามผสมที่มีวลี (Phrase) ขยาย เช่น
father-in-law    – fathers-in-law
passer-by    –    passers-by
commander-in-chief    – commanders-in-chief
justice-of-the-peace –    justices-of-the-peace
man-of-war    – men-of-war
governor-general    –    governors-general
looker-on    – lookers-on
court-martiel    –    courts-martial

แต่นามผสมต่อไปนี้แสดงรูปพหูพจน์ทั้ง 2 คำ เช่น
man servant    – men servants
teacher doctor    –    teachers doctors
gentleman farmer    – gentlemen farmers
Lord-justice    –    Lords-justices
woman servant    – women servants
Knight – Templar    –    Knights – Templars
man student    – men students

คำนามที่มีรูปพหูพจน์เสมอ (Nouns with no Singular Forms)
คำนามประเภทนี้ เมื่อแบ่งตามลักษณะการใช้งานในประโยคแล้ว จะแยกออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้
1. นามรูปพหูพจน์ และใช้ในลักษณะพหูพจน์
2. นามรูปพหูพจน์ แต่ใช้ในลักษณะเอกพจน์

นามรูปพหูพจน์และใช้ในลักษณะพหูพจน์ แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
1. เป็นนามเครื่องนุ่งห่ม เช่น
trousers, breeches, knickers, pants, pyjamas, shorts, drawers, clothes

2. เป็นนามเครื่องมือเครื่องใช้ที่ประกอบด้วย 2 ส่วน เช่น
scissors, shears, pliers, pineers, spectacles, glasses, tongs, bellows
คำ “pair” มักจะถูกนำมาใช้กับคำนามประเภทนี้ เช่น
a pair of trousers ฯลฯ

3. ชื่อของเชื้อโรค เช่น mumps, measles

4. ชื่อของเกมส์ต่างๆ เช่น billiards, cards, bowls, dominoes, draughts

5. คำอื่นๆ เช่น alms, riches, eaves, scales

(สำหรับการชั่งน้ำหนัก) contents (เกี่ยวกับหนังสือ ฯลฯ) goings-on, gentry, dregs, oats, credentials, tidings, soap-suds, winnings, sweepings, surroundings, ashes (จากไฟ แต่จากบุหรี่ใช้ ash) และนามต่อไปนี้ซึ่งนิยมใช้ในรูปพหูพจน์มากกว่ารูปเอกพจน์ คือ
whiskers, shavings, savings, filings

อย่างไรก็ดี ถ้าคำรูปพหูพจน์ดังกล่าวข้างต้น ถูกนำใช้ในลักษณะประกอบคำนาม (Noun Modifiers) ในรูปนามผสม จะต้องคืนร่างเป็นรูปเอกพจน์ เช่น
My trouser leg; oat cakes; a card table

นามรูปพหูพจน์แต่ใช้ในลักษณะเอกพจน์ มีดังนี้ :-
news, innings, gallows, works, physics, phonetics และรวมทั้งชื่อวิชาต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย -ics

อย่างไรก็ดี ชื่อวิชาต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย -ics อาจใช้ในลักษณะพหูพจน์ก็ได้ เช่น Politics have (has) always interested me. Mathematics is (are) well taught at that school.

รูปพหูพจน์ของคำใช้นำชื่อคน (Forms of Address)

รูปเอกพจน์
รูปพหูพจน์

สำหรับชายที่แต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงาน
Mr. Brown
Messrs. BrownThe two Mr. BrownsMr. John (Brown) and Mr. Henry Brown.หมายเหตุ  รูป Messrs. เป็นรูปย่อของ “Messieurs” ซึ่งไม่เคยถูกเขียนเต็มในภาษาอังกฤษเลย ใช้ในภาษาธุรกิจเท่านั้น เช่น Messrs. Brown and Smith Ltd.

สำหรับหญิงยังไม่ได้แต่งงาน
Miss Brown
The Misses Brown; the Miss Browns; the two Miss Brown; Miss Margaret (Brown) and Miss Lillian Brown

สำหรับหญิงที่แต่งงานแล้ว
Mrs. Brown
The two Mrs. Brown; The two Mrs. Browns

ความสัมพันธ์ระหว่างประธานกับกริยา (The Agreement between Subject and Verb)
การที่เราเรียนรู้คำนามเอกพจน์ และพหูพจน์นั้นสำคัญในภาษาอังกฤษมาก เพราะจะต้องใช้กระทบกิริยา (Verb) ฉะนั้นเมื่อรู้จักนามพหูพจน์ในรูปต่างๆ ดีแล้ว จะต้องใช้กระทบกิริยาในลักษณะต่างๆ ต่อไปนี้

1. ประธานเอกพจน์ต้องใช้กับกิริยาเอกพจน์ และประธานพหูพจน์ต้องใช้กับกิริยาพหูพจน์ เช่น
The boy is here. The boys are here.

2. ในกรณีที่ Collective Noun เป็นประธานของประโยค อาจใช้ได้ใน 2 ลักษณะดังนี้
2.1 เมื่อ Collective Noun นั้นมีความหมายเป็นรายบุคคล หรือรายตัว (Individual) จะใช้เป็นนามพหูพจน์ เช่น
The football team are having baths and are then coming back here for tea.

The Government have discussed the matter for a long time but they have shown no signs of reaching agreement.

The family are very pleased about the news of William’s success.

2.2 เมื่อ Collective Noun มีความหมายเป็นกลุ่มหรือมีความหมายรวมบุคคลต่างๆ หรือสิ่งต่างๆ เป็นหน่วยเดียว จะใช้เป็นนามเอกพจน์ เช่น
The football team is playing well.
The Government has decided to pass the bill.
That family is a very happy one.

หมายเหตุ นาม “people, police, public, clergy และ cattle” ใช้กับกิริยาพหูพจน์เสมอ เช่น
The people of Norway are called Norwegians.
The police are making enquiries about the murder.
The public are requested not to leave litter in these woods.

3) ประธาน 2 ตัวขึ้นไปที่เชื่อมด้วย “and” ใช้กิริยาพหูพจน์ เช่น
The boy and his dog are here.

หมายเหตุ ถ้าประธาน 2 ตัวที่เชื่อมด้วย “and” แต่มีความหมายเป็นคนเดียวกัน หรือชุดเดียวกัน ใช้กิริยาเอกพจน์ เช่น
Brown bread and butter is usually eaten with smoked salmen.
Whisky and soda is his favourite drink.
The secretary and accountant of the company was present.

4) ประธานบางคำมีรูปเป็นพหูพจน์แต่เป็นหน่วยของเงิน, หน่วยของเวลา หรือหน่วยของระยะทาง ใช้เป็นเอกพจน์ เช่น
Ten years is a long time.
Five thousand pounds is a lot of money.
Ten miles is a long distance.

5) ชื่อเรื่อง (Title) บางเรื่องอาจมีรูปเป็นพหูพจน์ ใช้เป็นเอกพจน์ เป็นต้น เช่น
‘Modern Painters’ is one of Ruskin’s best known books.

6) ถ้าคำนามพหูพจน์คำหลังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวลี (phrase) (= adj. phrase) ให้ถือคำนามตัวแรกเป็นหลัก (นามตัวแรกเป็นประธานที่แท้จริง) เช่น

7) คำ 2 คำ ที่เชื่อมด้วย or หรือ either…or หรือ neither…nor ให้ถือคำตัวหลังเป็นหลัก เช่น
A cigar on a cigarette is very enjoyable.
Either the teacher or the students are to blame for the bad result.
Neither he nor they are wholly right.

8) ถ้าประธานเป็น Distributive Pronoun (สรรพนามเป็นรายตัว) หรือคำนามที่ใช้ Distributive Adject ขยาย ถือว่าเป็นประธานเอกพจน์ และใช้กับ possessive ที่เป็นเอกพจน์ เช่น
Every boy in the class is present.
Each of the boys has gained a prize.
Neither answer is correct.
Everybody is doing his best.

หมายเหตุ
1. ในภาษาพูดอาจใช้ Possessive ที่เป็นพหูพจน์ในกรณีที่ไม่ระบุเพศแน่นอน เช่น
Everyone was talking at the top of their voices.
When each person comes in, they must show their ticket.

2. ส่วนคำ “none” ใช้ได้ทั้งเอกพจน์ และหหูพจน์ เช่น
None of us is perfect.
None of the children in his class are bored with the Lesson.
I have checked your answers and none of them are correct.

See also  [NEW] 7 สิ่งที่ผมจะทำเพื่อพัฒนาตัวเองในปีหน้า (ในเรื่องงาน) | อยากจะทําทุกสิ่ง - NATAVIGUIDES

3. คำ “number” ใช้ได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์โดยสังเกต ดังนี้
3.1 ถ้าใช้ในรูป “The number of + Plural Noun” ใช้เป็นเอกพจน์ (หมายถึงจำนวนหนึ่งของสิ่งต่างๆ) เช่น
The number of students in the class is small.
3.2 ถ้าใช้ในรูป “A number of + Plural Noun” ใช้เป็นพหูพจน์ (a number of = many) เช่น
A number of students were waiting for the lesson to begin.

9) ถ้าใช้ “it” เป็นประธานในลักษณะเน้น (emphatic) กิริยาตามประธาน “it” (it ในที่นี้เป็นประธานมิใช่บุคคล (Impersonal Pronoun)
“Who broke the window?”
“It was Henry and William.”
It is they who are wrong.

10) กิริยาใน Adjective Clause ให้ถือตาม Antecedent เช่น
Ant.
This is one of the best books that have ever been written on the subject.

11) ในประโยคที่ใช้ There + BE = มี ให้ถือประธานที่แท้จริงเป็นหลัก (Adv. + V + S) เช่น
There is a cherry tree in my garden.
There are cherry trees in my garden.

12) คำ Adj. บางคำ เมื่อมี “The” อยู่ข้างหน้า จะใช้เป็นนามพหูพจน์เสมอ เช่น The rich, The poor, The wounded, The dying, The wealthy, The drowning, etc. เช่น
The rich are usually welcome to the society.

ที่มา:อาจารย์ชำนาญ  ศุภนิตย์, ดร.สัญญา  จัตตานนท์,  อาจารย์สุทิน  พูลสวัสดิ์

Table of Contents

[Update] Grammar: Subject – Verb Agreement หลักการใช้คำกริยาให้สอดคล้องกับประธานในภาษาอังกฤษ | เอกพจน์ ภาษาอังกฤษ – NATAVIGUIDES

ประโยคมีองค์ประกอบหลักคือ ประธาน (Subjects) กริยา (Verbs) กรรม (Objects) โดยแต่ละภาษามีกฎไวยากรณ์แตกต่างกันไป ภาษาอังกฤษก็เช่นกัน ที่จะมีกฎในการใช้ประธานและกริยาร่วมกันในประโยค ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องรู้ 

 

กฎการใช้ประธาน (Subjects) และ กริยา (Verbs) ร่วมกันในประโยค
 

กฎข้อที่ 1 : ประธานเอกพจน์ อยู่ใน Present Simple Tense กริยาต้องเป็นเอกพจน์ คือเติม s/es  เช่น

She speaks English very well.
(เธอพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก)
 

The dog barks at the cat.
(สุนัขเห่าแมว)
 

ถ้าประธานพหูพจน์หรือหลายคน หลายสิ่ง กริยาต้องเป็นพหูพจน์ด้วย คือ กริยารูปปกติไม่ต้องเติม s/es เช่น

The dogs bark at the cat.
(พวกสุนัขเห่าแมว)
 

These children live in Tokyo.
(เด็ก ๆ เหล่านี้อาศัยอยู่ในโตเกียว) 

กฎข้อที่ 2 : ประธาน 2 ตัว เชื่อมด้วย and ให้ถือเป็นพหูพจน์ กริยาก็นับเป็นพหูพจน์ด้วย เช่น

Tom and I work until 7:00 p.m. each day.
(ทอมและฉันทำงานจนกระทั่งถึงหนึ่งทุ่มในแต่ละวัน) 
 

Nid and her Japanese husband are moving back to Japan.
(นิดและสามีชาวญี่ปุ่นของเธอกำลังย้ายกลับญี่ปุ่น) 
 

Sugar and Fish sauce are needed for the Thai recipe.
(น้ำตาลและน้ำปลาจำเป็นสำหรับสูตรอาหารไทย) 

กฎข้อที่ 3 : ประธาน 2 ตัวเชื่อมด้วย and แต่คิดเป็นสิ่งเดียวกันหรือเป็นหน่วยเดียวกัน ให้นับเป็นเอกพจน์ กริยาก็เป็นเอกพจน์ เช่น

Rice and omelet is my favorite breakfast.
(ข้าวและไข่เจียวเป็นอาหารเช้าสุดโปรดของฉัน : ในที่นี้หมายถึงข้าวที่มีไข่เจียววางอยู่ในจานเดียวกันคือของชิ้นเดียวกันจึงนับเป็นเอกพจน์) 

กฎข้อที่ 4 : ประธานที่มีคำนามมากกว่า 1 เชื่อมด้วย and ถ้าเป็นคนหรือสิ่งเดียวกัน จะใช้ article ที่ประธานตัวหน้าที่เดียวเท่านั้น เช่น 

The manager and owner of this restaurant is my brother.
(ผู้จัดการและเจ้าของร้านนี้เป็นพี่ชายของฉัน : The manager and owner = ผู้จัดการกับเจ้าของเป็นคนเดียวกัน) 
 

The black and white dog under the table is my girlfriend’s dog.
(สุนัขดำขาวที่อยู่ใต้โต๊ะเป็นสุนัขของแฟนฉันเอง : The black and white dog = สุนัขตัวเดียวมีสองสีคือดำ-ขาว) 
 

ข้อควรระวัง!! ถ้าเป็นคนละคนหรือคนละสิ่งต้องใส่ article ที่หน้าคำนามทั้งสองคำ เช่น

     The manager and the owner of this restaurant are my brothers. (ผู้จัดการและเจ้าของเป็นคนละคนกัน)

     The black and the white dog under the table are my girlfriend’s dogs. (มีหมาสีดำและหมาสีขาว)

กฎข้อที่ 5 : ประธานที่มีคำขยายหรือวลีเหล่านี้ต่อท้าย กริยาจะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ให้ยึดประธานหรือคำนามที่อยู่ข้างหน้าเป็นหลัก เช่น
 

  accompanied by (พร้อมด้วย)        

  along with (พร้อมด้วย)        

  as well as (เช่นเดียวกับ, และ)   

  besides (นอกจาก)            

  but (ยกเว้น)                       

  except (ยกเว้น)       

  excluding (ไม่นับ)                        

  in addition to (นอกจาก)

  in company with (พร้อมด้วย)         

  including (รวมทั้ง)

  together with (พร้อมด้วย)

 

 

Ploy as well as her parents is going to Europe.
(พลอยและพ่อแม่ของเธอกำลังจะไปยุโรป)
 

My brothers, in addition to my sister, are famous basketball players.
(นอกจากน้องสาวของฉันบรรดาพี่ชายของฉันก็เป็นนักบาสเกตบอลชื่อดังเหมือนกัน)

กฎข้อที่ 6 : ประโยคหรือวลีที่ขยายประธาน ไม่มีผลต่อการใช้กริยาของประธาน เช่น

Zico, with all his players, was on the field.
(ซิโก้กับนักเตะของเขาอยู่ในสนาม)
 

Mr. Clark, like our other neighbors, is very helpful.
(มิสเตอร์คาร์กเหมือนเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ของพวกเราคือให้การช่วยเหลือเกื้อกูลมาก ๆ) 

กฎข้อที่ 7 : คำต่อไปนี้เมื่อเป็นประธานให้ถือเป็นเอกพจน์ กริยาก็เป็นเอกพจน์เสมอ เช่น
 

  anybody   

  everybody

  someone

  anyone

  everyone

  somebody

  anything

  everything    

See also  [NEW] 99 แคปชั่นอังกฤษ คำคมภาษาอังกฤษ 2021 สำหรับตั้งสเตตัสเท่ๆ | คําเท่ๆ - NATAVIGUIDES

  something

  anywhere 

  everywhere 

  somewhere

  each + singular N.          

  either + singular N.         

  neither + singular N.

  each of + Plural N.         

  either of + Plural N.        

  neither of + plural N.

 

Everyone is in the room.
(ทุกคนอยู่ในห้อง) 
 

Someone in the office likes you.
(บางคนในที่ทำงานแอบชอบคุณ)

กฎข้อที่ 8 :  ประธานที่เชื่อมด้วย or, either….or, neither… nor, not only……but also กริยาให้ถือตามประธานตัวหลัง เช่น   

Neither Nantanach nor Naphat likes fish.
(ไม่ว่าจะนันทนัชหรือณภัทรก็ไม่ชอบปลา)
 

Neither Pim nor her friends are leaving.
(ไม่ว่าจะพิมหรือเพื่อน ๆ ของเธอไม่ได้กำลังจะออกไป) 
 

Not only Mark but also his friends are coming to the party tonight.
(ไม่ใช่แต่มาร์กเท่านั้น แต่เพื่อน ๆ ของเขากำลังจะมาปาร์ตี้คืนนี้ด้วยเช่นกัน) 
 

** หมายเหตุ ในกรณีประธาน 2 ตัว มักเอาประธานที่เป็นพหูพจน์ไว้ข้างหลังมากกว่า

กฎข้อที่ 9 : คำต่อไปนี้ถ้าใช้แทนคำนามนับได้ ให้ถือเป็นพหูพจน์เสมอ เช่น

  all     

  both                 

  (a) few

  many   

  several              

  some

 

All were ready to leave the party by midnight.
(ทุกคนพร้อมออกจากงานปาร์ตี้ตอนเที่ยงคืน)
 

 

Many were invited to the lunch but only twelve showed up.
(มีหลายคนถูกเชิญมาทานอาหารกลางวันแต่มีมาแค่ 12 คนเท่านั้น) 

กฎข้อที่ 10 :  จำไว้ว่า ‘There’ และ ‘Here’ ที่ขึ้นต้นประโยคไม่ใช่ประธาน แต่เราจะเจอประธานหลังคำเหล่านี้ในประโยคเสมอ เช่น

There are books in my bag.
(มีหนังสืออยู่ในกระเป๋าของฉัน : are สอดคล้องกับ books ซึ่งเป็นประธานของประโยค)
 

Here is the report you wanted.
(นี่คือรายงานที่คุณต้องการ : is สอดคล้องกับ report ซึ่งเป็นประธานของประโยค)     

กฎข้อที่ 11 : คำนามบางคำที่อยู่ในรูปพหูพจน์ให้ถือเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเป็นเอกพจน์ เช่น

mumps, home economics, social studies economics, measles, calisthenics, statistics, civics, physics, gymnastics, phonics, news, acrobatics, aesthetics, thesis, mathematics
 

Mathematics is an easy subject for some people.
(คณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่ายสำหรับบางคน) 
 

Measles is a dangerous disease for pregnant women.
(โรคหัดเป็นโรคอันตรายสำหรับผู้หญิงท้อง) 

กฎข้อที่ 12 :  การใช้วลีบอกปริมาณ มีหลักดังนี้
 

12.1. วลีบอกปริมาณต่อไปนี้ถ้าตามด้วยนามเอกพจน์ กริยาต้องใช้เอกพจน์ ถ้าตามด้วยนามพหูพจน์กริยาต้องใช้พหูพจน์ เช่น
 

  a lot of

  plenty of

  most of

  some of

  lots of

  all of

  none of

  percent of

เช่น

Some of my jewelry is missing.
(เครื่องประดับบางชิ้นของฉันหายไป) 
 

A lot of books were left on the table.
(หนังสือจำนวนมากเหลืออยู่บนโต๊ะ)        
 

Most of my friends live in Milan.
(เพื่อนของฉันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่มิลาน)
 

12.2. วลีบอกปริมาณต่อไปนี้ใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นพหูพจน์ และกริยาก็ต้องเป็นพหูพจน์ เช่น
 

  a number of                               

  many

  a large number of                       

  a good many

  a great number of                       

  a great many

 

A number of students were studying very hard in the classroom even after school.
(นักเรียนจำนวนมากกำลังเรียนอย่างคร่ำเคร่งในห้องเรียนแม้จะเป็นหลังโรงเรียนเลิกแล้วก็ตาม)   
  

There are still a large number of problems to be solved.
(ยังมีปัญหาอีกมากให้แก้ไข) 
 

12.3. วลีบอกปริมาณต่อไปนี้ เมื่อใช้กับนามนับไม่ได้ กริยาต้องใช้รูปเอกพจน์ตลอดไป เช่น
 

  much      

  a large number of

  a great deal of               

  a large amount of

  a good deal of               

  a large quantity of

 

A large amount of money was stolen from the bank.
(เงินจำนวนมากถูกขโมยไปจากธนาคาร) 

กฎข้อที่ 13 :  ประโยคที่มี who, which, that เป็น Relative Pronoun กริยาของ Relative Pronoun จะใช้รูปของเอกพจน์หรือพหูพจน์ให้ถือเอาตามคำที่มันแทนซึ่งอยู่ข้างหน้า who, which, that เช่น 

There is a boy who is running in the park.
(มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งคนที่กำลังวิ่งอยู่ในสวน : who = a boy)
 

No houses that were made of wood survived the fire.
(ไม่มีบ้านสักหลังที่สร้างจากไม้แล้วจะรอดจากไฟไหม้ได้ : that = houses) 

กฎข้อที่ 14 :  ประธานที่ขึ้นต้นด้วยวลีที่นำหน้าด้วย to (Infinitive Phrase) หรือ gerund (V.ing) ถือว่าเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเป็นรูปเอกพจน์ เช่น 

To study English is fun.

Studying English is fun.

กฎข้อที่ 15 : ประธานที่เป็นจำนวนเงิน, มาตราต่าง ๆ และช่วงเวลา ถือเป็นเอกพจน์ กริยาจึงเป็นเอกพจน์ เช่น

Ten million bahts is too high for this car.
(สิบล้านบาทมันแพงเกินไปสำหรับรถคันนี้) 
 

Twenty years is a long time to wait.
(ยี่สิบปีเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับการรอคอย) 
 

Sixty-five miles is all we have left to drive.
(หกสิบห้าไมล์คือระยะทั้งหมดที่พวกเราเหลือในการขับรถ)

กฎข้อที่ 16 : ประธานที่เป็นเศษส่วนของคำนามพหูพจน์ กริยาจะเป็นพหูพจน์ และประธานที่เป็นเศษส่วนของคำนามเอกพจน์ กริยาจะเป็นเอกพจน์ เช่น

Two-thirds of the boys are playing football.
(สองส่วนสามของเหล่าเด็กผู้ชายกำลังเล่นฟุตบอล) 
 

One-third of the cheese is moldy.
(หนึ่งส่วนสามของชี้สขึ้นรา) 

กฎข้อที่ 17 :  ชื่อหนังสือ, บทความ, หนัง และเพลง เป็นเอกพจน์เสมอ เช่น

Harold and the Purple Crayon was my favorite book as a child. (Harold and the Purple Crayon คือหนังสือเล่มโปรดของฉันตอนเด็ก ๆ) 

 

 

 

 

 


การผันคำนามเอกพจน์ พหูพจน์ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับESE


การผันคำนามเอกพจน์ พหูพจน์ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับESE
ในวีดีโอนี้เราจะมาดูการผันคำนามจากรูปเอกพจน์เป็นพหูพจน์กัน ไม่ว่าจะเป็น การ เติม s หรือ es รวมไปถึงคำนามที่คงรูป และ เปลี่ยนรูป แบบในคลิปเดียวรู้ละเอียดเลย
คำนามคืออะไร กดลิงก์นี้ได้เลย
https://www.youtube.com/watch?v=exx4VjSn6W0
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับESE
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ครบทุกหลักการใช้งานในคลิปเดียวแบบเต็มสูบทั้งหมด
หากสนใจมาเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัว กับทางESE สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางช่องทางเหล่านี้นะครับ
อย่าลืมกดติดตามเราทางช่องทางอื่นๆด้วยนะครับ
Follow us on Facebook: https://www.facebook.com/easyandsimpleenglish/
Follow us on Instagram: https://www.instagram.com/ese_stagram_th/
Visit our website: http://easysimpleenglish.com/
Contact: Tel: 0863537300

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

การผันคำนามเอกพจน์ พหูพจน์  เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับESE

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ป.5 เรื่อง การใช้กริยา be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ป.5 เรื่อง การใช้กริยา be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์

Easy English – Lesson 17.1 การทำนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ การเติม s,es,ies ตอน 1


รายการ Easy English เรียนภาษาอังกฤษ สนุก ง่าย กว่าที่คิด
playlist :
https://www.youtube.com/playlist?list…

Easy English - Lesson 17.1  การทำนามเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์  การเติม s,es,ies  ตอน 1

คำนามเอกพจน์และคำนามพหูพจน์ (Singular or Plural Noun) l Kuchita EASY ENG


Noun Singular Plural เอกพจน์ พหูพจน์

คำนามเอกพจน์และคำนามพหูพจน์ (Singular or Plural Noun) l Kuchita EASY ENG

ฝึกพูด 50 ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ในชีวิตประจำวัน


อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษตัวต่อตัว หรือเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์แบบบุฟเฟ่ต์
สมัครได้เลย ​https://www.unfoxenglish.com/
สอบถามแอดไลน์ ​https://lin.ee/5uEdKb7h
กลุ่มเฟสบุค https://www.facebook.com/groups/unfoxenglishcommunity/
ฝึกพูด 50 ประโยคสนทนาในชีวิตประจำวัน EP.2
https://youtu.be/wPZ2j_MFfKA
50 ประโยคภาษาอังกฤษที่ฝรั่งพูดบ่อยมากในการสนทนา
https://youtu.be/tDYt8ZXOsrI
อยากพูดภาษาอังกฤษได้เราก็ต้องเริ่มต้นด้วยการฝึกพูดจากประโยคง่ายๆ และพื้นฐานๆที่ได้ใช้จริงในชีวิตประจำวัน ฝึกการพูดออกเสียงเป็นประโยคและเข้าใจความหมายไปด้วยจะช่วยให้เราสามารถนำประโยคเหล่านั้นไปใช้งานในสถานการณ์จริงและรู้จักปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้ วันนี้ผมรวบรวมเอาประโยคที่พื้นฐานที่สุดมาให้ทุกคนได้ฝึกฝนกัน จริงๆยังมีมากกว่านี้แต่ 50 ประโยคเริ่มต้นนี้ถ้าฝึกพูดจนชินแล้วเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายบริบทเลยทีเดียว
ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ฝึกพูดอังกฤษ
ติดตามช่อง YouTube ส่วนตัว
ช่องยูทูปของแล็คต้า https://www.youtube.com/lactawarakorn
ช่องยูทูปของเบล https://www.youtube.com/bellvittawut
ติดตามช่องทางอื่นๆ และพูดคุยกันได้ที่
ชุมชนคนรักภาษาอังกฤษ https://www.unfoxenglish.com
FB: https://www.facebook.com/unfoxenglish
Twitter: https://www.twitter.com/unfoxenglish
Lacta’s IG: https://www.instagram.com/lactawarakorn
Bell’s IG: https://www.instagram.com/toshiroz
ติดต่องาน
Email: unfoxofficial@gmail.com
Line: http://nav.cx/oOH1Q6T

ฝึกพูด 50 ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ในชีวิตประจำวัน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ เอกพจน์ ภาษาอังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.