Home » [NEW] ประโยคสำหรับขอร้อง (Request) คำพูดสำคัญในภาษาอังกฤษ | suggestion แปลว่า – NATAVIGUIDES

[NEW] ประโยคสำหรับขอร้อง (Request) คำพูดสำคัญในภาษาอังกฤษ | suggestion แปลว่า – NATAVIGUIDES

suggestion แปลว่า: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

การขอร้องให้คนอื่นทำอะไรหรือช่วยอะไรนั้น ควรพูดให้สุภาพเข้าไว้ มิฉะนั้นแล้วอาจจะได้รับการปฏิเสธได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามการขอร้องมีหลายระดับ คือ ระดับธรรมดา สุภาพและสุภาพที่สุด หรือในเรื่องที่ยากง่ายต่างกัน ฉะนั้น จะขอร้องให้ทำหรือช่วยอะไรนั้น ควรใช้คำให้เหมาะสมกับระดับเหตุการณ์นั้นๆ ในการขอร้องใช้คำได้หลายวิธี หลายประโยค ในที่นี่อาจจำแนกประโยคต่างๆ ที่ใช้ในการขอร้องได้ดังต่อไปนี้
1. ประโยคคำสั่ง (Command) ประโยคคำสั่งเป็นประโยคที่ขึ้นต้น ด้วยคำกริยาไม่มีประธาน เช่น Sit down. นั่งลง Open the window. เปิดหน้าต่างด้วย Don’t disturb her. อย่ารบกวนเธอ ประโยคชนิดนี้สร้างเป็นการขอร้องโดยการเติม Please (โปรด กรุณา) เข้าไป อาจจะวางต้นประโยค หรือท้ายประโยคก็ได้ การขอร้องด้วยประโยคชนิดนี้ ถือเป็นการขอร้องโดยตรง นิยมใช้โดยทั่วไป โดยมีรูปประโยคดังนี้
Please…………..         กรุณา / โปรด……………..
…………………….please.
ตัวอย่าง
Please sit down.
กรุณานั่งลง
Open the window, please.
กรุณาเปิดหน้าต่างด้วย
Please don’t disturb her.
กรุณาอย่ารบกวนเธอ
Please give me your name.
กรุณาบอกชื่อคุณด้วย
Don’t park in front of the office, please.
กรุณาอย่าจอดรถหน้าสำนักงาน
Please get me a chair.
กรุณาหาเก้าอี้ให้ฉันสักตัวด้วย
2. ประโยคบอกเล่า (Statement) การขอร้องอาจจะใช้เป็นรูปประโยคบอกเล่าธรรมดาก็ได้ แม้จะถือว่าเป็นการแสดงความต้องการของผู้พูดเองขึ้นมาลอยๆ โดยใช้กริยาที่แสดงออกถึงความต้องการ คือ want หรือ would like โดยการเติม Please เข้าท้ายประโยค ใช้ would like เป็นการสุภาพกว่า มีรูปประโยคดังนี้
I want …………, please.
ฉันต้องการ………………..
I would like …………….., please.
ฉันต้องการ……………………………
ตัวอย่าง
I want some water, please.
ฉันต้องการนํ้าบ้าง
I want a pen, please.
ฉันต้องการปากกาด้ามหนึ่ง
I want some drinks, please.
ฉันต้องการเครื่องดื่มสักอย่าง
I would like a cup of coffee, please.
ฉันต้องการกาแฟสักถ้วย
I would like the red one, please.
ฉันต้องการอันสีแดง
เพื่อให้มีความหมายเป็นการขอร้องโดยตรง ในรูปประโยคบอกเล่า ใช้กริยา ask หรือ request (ขอร้อง) ได้เลย หรือแสดงความต้องการจะขอร้อง โดยนำด้วย want หรือ would like และตามด้วย infinitive ดังโครงสร้างต่อไปนี้
I ask you to
ฉันขอร้องคุณให้ช่วย
I request you to
ฉันขอร้องคุณให้ช่วย
I want to ask you to
ฉันต้องการขอร้องคุณช่วย
I want to request you to
ฉันต้องการที่จะขอร้องคุณให้ช่วย
ตัวอย่าง
I ask you to open the window.
ฉันขอร้องให้คุณช่วยเปิดหน้าต่าง
I ask you to help me with this.
ฉันขอร้องคุณช่วยทำสิ่งนี้ด้วย
I request you to post these letters for me.
ฉันขอร้องคุณช่วยส่ง จ.ม.เหล่านี้ให้ด้วย
I would like to ask you to call him for me.
ฉันอยากขอร้องคุณช่วยโทรศัพท์ไปหาเขาให้ด้วย
I want to ask you to find his address.
ฉันต้องการให้คุณหาที่อยู่ของเขาให้ด้วย
I want you to sit down.
ฉันอยากจะให้คุณนั่งลง
I would like you to get me a pen.
ฉันอยากขอร้องให้คุณหาปากกาให้สักด้ามด้วย
3. ประโยคคำถาม (Question) การใช้รูปประโยคคำถามในการ ขอร้องนั้น ถือเป็นการขอร้องโดยอ้อมเป็นการถามกลายๆ ว่า จะทำอย่างนั้น ได้ไหม เป็นการแสดงความเกรงใจในการขอร้องนั้นๆ ซึ่งนิยมใช้กันมาก รูปคำถามที่ใช้มากคือ Yes/No Question แต่อย่างไรก็ตาม คำถามประเภทอื่นก็ใช้ในการขอร้องได้เช่นกัน ประโยคคำถามต่างๆ ที่ใช้ในการขอร้องมีโครงสร้างดังนี้
Yes/No Question :     Can / Will you…….., please?
Could / Would you please……., (please)?
Could / Would you kindly………..?
Would you be so kind as to……..?
Do / Would you mind………?
Tag Question :         ………,will you?
………,won’t you?
Wh- Question :         What……., please?
Who………, please?
(ect.)
Indirect Question :     I wonder if you……
I wonder if you’d mind…….
การใช้ประโยคคำถามชนิดต่างๆ ในการขอร้องนั้น มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
-ประโยค Yes/No Question ใช้มากที่สุด เป็นทั้งการถามและ ขอร้องในตัวเสร็จว่าจะทำได้หรือไม่ จากโครงสร้างข้างบนนั้น มีตัวอย่าง ดังต่อไปนี้
Can you sit down, please?
กรุณานั่งลงได้ไหม
Will you make me a cup of coffee, please?
ชงกาแฟให้ฉันสักถ้วยได้ไหม
Could you please tell me the way to the airport?
คุณจะกรุณาบอกหนทางไปสนามบินให้ฉันหน่อยได้ไหม
Would you kindly lend me the book for two days?
คุณจะกรุณาให้ฉันยืมหนังสือเล่มนี้สักสองวันจะได้ไหม
Would you be so kind as to post these letters for me?
คุณจะกรุณาส่งจดหมายเหล่านี้ให้ฉันด้วยได้ไหม
Do you mind washing this glass?
คุณล้างแก้วนี้ด้วยได้ไหม
Would you mind closing the door?
คุณจะกรุณาปิดประตูหน่อยได้ไหม
Would you please translate this sentence for them?
คุณจะกรุณาแปลประโยคนี้ให้พวกเขาหน่อยได้ไหม
Can you help me with this exercise?
คุณช่วยฉันทำแบบฝึกหัดนี้ได้ไหม
Will you find the meaning of the word for me?
คุณจะหาความหมายคำนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม
Would you mind giving me her name?
คุณจะบอกชื่อเธอให้ฉันหน่อยได้ไหม
-ประโยค Tag Question ตามปกติใช้เฉพาะชนิดที่ท่อนแรกเป็นรูปคำสั่งเท่านั้น บางครั้งอาจจะถือว่ายังเป็นคำสั่งอยู่นั้นเอง แต่ในที่นี่จัดเป็นการขอร้องอีกระดับหนึ่งไม่ค่อยนิยมใช้กันมากนัก จากโครงสร้างข้างบนนั้น มีตัวอย่างดังต่อไปนี้
Come in, will you?
เข้ามาข้างใน ได้ไหม
Close the window, won’t you?
ปิดหน้าต่างด้วย ได้ไหม
Sit down, won’t you?
นั่งลงได้ไหม
Speak slowly, will you?
พูดช้าๆ ได้ไหม
ประโยคเช่นนี้ถือว่าเป็นคำสั่งโดยอ้อม ซึ่งมีความหมายสุภาพกว่า คำสั่งโดยตรง
-ประโยค Wh-Question เป็นรูปคำถามธรรมดา แล้วเติม please เข้าท้ายประโยค ถือว่าเป็นการขอร้องโดยอ้อมอีกแบบหนึ่ง เป็นการขอร้องระดับธรรมดา ดังตัวอย่างต่อไปนี้
What’s your name, please?
คุณชื่ออะไรครับ
Where are you from, please?
คุณมาจากไหนครับ
When were you born, please?
คุณเกิดเมื่อไรครับ
How old are you, please?
คุณอายุเท่าไรครับ
การขอร้องวิธีนี นิยมใช้กับเหตุการณ์หรือสถานการณไม่มากนัก
-ประโยค Indirect Question นิยมใช้ในการขอร้องเช่นกัน เป็น การขอร้องโดยอ้อมเช่นเดียวกับ Yes/No Question ที่จริงแล้วประโยคชนิดนี้ก็คือประโยคบอกเล่านั้นเอง กริยาที่นิยมใช้สำหรับประโยคชนิดนี้ ก็คือกริยาที่แสดงถึงความสงสัย ไม่แน่ใจ ได้แก่ wonder (สงสัย) ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้
I wonder if you’d lend me the typewriter.
ไม่ทราบว่า คุณจะให้ฉันยืมเครื่องพิมพ์ดีดได้ไหม
I wonder if you could help me with this?
ไม่ทราบว่า คุณจะช่วยฉันทำสิ่งนี้ได้ไหม
I wonder if you would mind checking this work.
ไม่ทราบว่า คุณจะกรุณาตรวจงานนี้หน่อยได้ไหม
I wonder if you would mind explaining this sentence.
ไม่ทราบว่า คุณจะกรุณาอธิบายประโยคนี้หน่อยได้ไหม
ตอบรับ (Accepting) การตอบรับการขอร้อง คือสามารถกระทำได้ตามที่ขอร้องนั้น ใช้คำพูดได้หลายอย่างหลายระดับเช่นเดียวกับการขอร้องดังนี้
Yes, of course
ตกลง, ได้เลย, แน่นอน
Certainly
ตกลง, ได้เลย, แน่นอน
All right ตกลง
Not at all
ได้เลย, ไม่เป็นไร
O.K.
ตกลง, ได้เลย
Sure ได้เลย
With pleasure
ยินดี, ด้วยความยินดี
I’d be glad to
ด้วยความยินดี
No, of course not
ไม่เป็นไร, ไม่รังเกียจ
Certainly not
ไม่เป็นไร ไม่รังเกียจ
ตอบปฏิเสธ (Refusing) อาจใช้ได้หลายคำเช่นกัน ควรปฏิเสธอย่างสุภาพ และให้เหตุผลที่ไม่อาจสนองความต้องการตามที่ขอร้องได้ ดังนี้
I’m sorry…..
ขอโทษ……..
I’m afraid….
ฉันเกรงว่า……
I wish I could but……
ฉันอยากจะทำให้ แต่ว่า….
ตัวอย่าง
I’m sorry I don’t know.
ขอโทษด้วย, ฉันไม่ทราบ
I’m afraid I am not free at that time.
ฉันเข้าใจว่า ฉันคงไม่ว่างในเวลานั้น
I wish I could but I have to hurry back home.
อยากจะทำให้เหมือนกัน แต่ว่าฉันต้องรีบกลับบ้าน
ข้อสังเกต
-การใช้กริยารูปอดีต (past) คือ could, would ไม่มีความหมาย เป็นอดีต แต่แสดงถึงความสุภาพหรือเกรงใจว่า can และ will และใช้ would like สุภาพกว่า want
-การขอร้องรูปคำถาม Yes/No นั้นแตกต่างจากคำถามธรรมดา โดยเติม Please เข้าไปเพื่อแสดงการขอร้อง และตอบแตกต่างกัน โดยคำถามธรรมดาตอบ Yes/No แต่การขอร้องตอบ Yes, of course หรือ I’m sorry … ดังตัวอย่างต่อไปนี้

See also  [NEW] ประโยคสำหรับขอร้อง (Request) คำพูดสำคัญในภาษาอังกฤษ | คำขอร้อง - NATAVIGUIDES

คำถาม

ขอร้อง

Can you open the window?

Yes, I can. / No, I can’t.

คุณสามารถเปิดหน้าต่างได้ไหม

เปิดได้ / เปิดไม่ได้

Can you open the window, please?

Yes, of course. / I’m sorry …

คุณจะกรุณาเปิดหน้าต่างหน่อยได้ไหม      

ได้เลย / ขอโทษ เพราะว่า …

Can you speak Thai?

Yes, I can. / No, I can’t

คุณพูดภาษาไทยได้ไหม

ได้ พูดได้ / เปล่า พูดไม่ได้

Can you speak Thai, please?

All right. / Sorry, I don’t knowThai.

คุณกรุณาพูดภาษาไทยได้ไหม

ตกลง / ขอโทษ ฉันไม่รู้ภาษาไทย

Will you come tomorrow?

Yes, I will. / No, I won’t.

พรุ่งนี้ คุณจะมาใช่ไหม

ใช่, ฉันจะมา / เปล่า, ฉันจะไม่มา

Will you come tomorrow, please?

Sure. / I’m afraid I can’t.

พรุ่งนี้คุณมาได้ไหม

มาได้ / ฉันเกรงว่า คงมาไม่ได้

-การขอร้องที่ใช้ Do / Would you mind + v-ing เมื่อตอบรับ ใช้รูปเป็นปฏิเสธ คือ Of course not / Certainly not ซึ่งความหมายจริงๆ
ของการขอร้องชนิดนี้ ก็คือ คุณจะรังเกียจไหมที่จะ….คำตอบ ก็คือ เปล่า, ไม่รังเกียจ
ตัวอย่าง
Do you mind opening the window?    No, of courses not.
คุณจะรังเกียจไหมที่จะเปิดหน้าต่าง    ไม่เลย ไม่รังเกียจ
Would you mind helping me with this?    Certainly not.
คุณจะรังเกียจไหมที่จะกรุณาช่วยฉันทำสิ่งนี้   ไม่, ไม่รังเกียจ
แบบฝึกหัด
จงสร้างข้อความต่อไปนี้ให้เป็นประโยคขอร้อง
1. Take a seat
2. Turn off the fan
3. Show how to use it
4. Clean the room
5. Tell the way to somewhere
6. Type the letter
7. Not to be late
8. Pronounce this word
9. Send the letter by post
10. Not smoke in the room
ตัวอย่าง
Take a seat, please.
I want you to take a seat.
I would like you to take a seat.
Can you take a seat, please?
Could you please take a seat?
Do you mind taking a seat?
Take a seat, won’t you?
I wonder if you would take a seat.
โครงสร้างประโยคสำหรับขอร้อง มีดังนี้
Please…………….
………………., please.
I want …………., please.
I would like ……………, please.
Can/Could you ………….., please?
Will/Would
Could/Would you kindly ……………?
Would you be so kind as to …………?
Do/Would you mind ……………?
…………, will you?
…………, won’t you?
What/Who/etc…………, please?
I wonder if you…………….
I wonder if you would mind……………..
ที่มา:ดร.สวาสดิ์  พรรณา    

(Visited 257,794 times, 54 visits today)

Table of Contents

[Update] | suggestion แปลว่า – NATAVIGUIDES

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ที่น่ารักทุกคน วันนี้ครูจะพาไป เรียนรู้สำนวนภาษาอังกฤษสำหรับการให้ความช่วยเหลือและการให้คำแนะนำผู้อื่น
( Idioms for helping and giving advice to others) กันนะคะ ไปลุยกันเลย

 

บทนำ

 

 

สำนวนที่ใช้ในการถามและการให้คำแนะนำ นั้น คำศัพท์ที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีคำว่า “advise” แปลว่า แนะนำ ที่ลงท้ายด้วย suffix “-ise” เป็นคำกริยา ส่วน คำว่า advice ที่ลงท้ายด้วย suffix “-ice” เป็นคำนาม การแนะนำ หรือ คำแนะนำ นอกจากนี้ยังมีการใช้  “ought to” มีความหมายคล้ายๆ กับ  should แต่มีความแตกต่างในการใช้คือ หลัง ought จะตามด้วยคำว่า  to เสมอ เพื่ออ้างถึงสิ่งที่ควรทำเช่น หน้าที่ ประเพณี จารีต ศาสนา เหล่านี้ แต่ตามหลักการใช้แล้ว คำว่า should จะถูกนำมาใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งที่ควรทำ ในความหมายทั่วไป เช่น การแนะนำมากกว่า ought to

 

Asking for some advice: การถามเพื่อขอคำแนะนำ

 

 

โครงสร้าง: I’ve got + โรคภัย หรือ ปัญหา + What will you suggest?

 

I’ve got a headache.  What will you suggest?

=  ฉันปวดหัวมากๆเลย คุณช่วยแนะนำฉันทีว่าฉันควรทำอย่างไร

 

สำนวนและวลีที่มีความหมายว่า “ฉัน หรือ ผมควรทำอย่างไรดี”

What do you advise me to do?

= คุณแนะนำให้ฉันทำอะไร

 

What should I do?

= ฉันควรจะทำอย่างไรดี

 

What should I do?

= ฉันควรจะทำอย่างไรดี

 

If you were me what would you do?

= ถ้าคุณเป็นฉัน คุณจะทำอย่างไร

 

What is your best advice?
= คำแนะนำที่ดีที่สุดของคุณคืออะไร

 

Giving advice: การให้คำแนะนำ

 

Giving some advice_

 

โครงสร้าง: If I were you, I would go to + helper (คนที่ช่วยเราได้) เช่น doctor (หมอ), advisor (ที่ปรึกษา) เป็นต้น นักเรียนสามารถเลือกใช้โครงสร้างประโยคที่คล้ายกันด้านล่างนะคะ

 

เช่น

If I were you, I would go to the doctor.

= ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะไปหา/พบแพทย์

 

หรือ  

What if you go to the pharmacist?
= ทำไมคุณไม่ไปหาเภสัชกรล่ะ

 

 

การพูดแนะนำให้ทำบางอย่างที่ดีกว่า 

 

 

โครงสร้าง : You + should(‘d) better +….แปลว่า คุณควรจะ…ดีกว่า

You’d better go sleep now.
= คุณควรไปนอนตอนนี้ดีกว่านะ

 

 You should avoid having too much snack.

= คุณควรจะหลีกเลี่ยงการทานขนมที่เยอะเกินไปดีกว่านะ

 

 

    I advise you to brush your teeth at least 2 times a day.

= ฉันแนะนำให้คุณแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ดีกว่านะ

 

It might be a good idea to study with friends.
= เธอควรจะเรียนร่วมกันกับเพื่อนๆบ้างก็ดีนะ (เป็นการแนะนำ)

 

 

 

 

Disagreeing to give advice: การปฏิเสธที่จะให้คำแนะนำแบบสุภาพ

 

 

I’m afraid that I cannot help you.
= ฉันเกรงว่าจะช่วยคุณไม่ได้น่ะสิ

I wish I could give you a hand, but I cannot.

= ฉันหวังว่าฉันจะช่วยได้ แต่ช่วยไม่ได้เลย

 

I wish I could suggest something,  but I really don’t know what to do.

= ฉันหวังว่าฉันจะแนะนำได้ แต่ฉันไม่รู้จะต้องทำยังไง

 

      

 Situation: สถานการณ์ตัวอย่าง

 

A student is struggling in his English class at Nok Academy and asking for some advice from a teacher.

นักเรียนกำลังเจอปัญหาในชั้นเรียนภาษาอังกฤษและกำลังหาคำแนะนำจากครูของเขา

 

 

 

David: Teacher, I am trying to look for a way to improve my English.
But I have not much time daily.
แปล: ครูครับ ผมกำลังหาวิธีฝึกฝนภาษาอังกฤษของผมอยู่ครับ แต่ไม่ค่อยมีเวลาในแต่ละวันเลย

 

Teacher: I think you should try this English Application.
It’s easy to download, and it doesn’t take much time.

แปล: ครูแนะนำให้เราลองดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษดูนะ โหลดง่ายและไม่ต้องใช้เวลามากเลย

David:  I’ve seen it on the Facebook advertisement, but what do you think I should start with?
แปล: อ้อ ผมเคยเห็นโฆษณาบนเฟสบุคครับ แล้วควรเริ่มยังไงครับครู

 

Teacher:        I suggest you to try the pre-test first, so you will know your English level.
แปล: ครูแนะนำให้เดวิดลองทำข้อสอบก่อนเรียนในแอพพลิเคชัน เราจะได้รู้ระดับภาษาตัวเองด้วย

 

David: Thank you teacher.
แปล: ขอบคุณครับคุณครู

Teacher: You’re welcome.
แปล: ด้วยความยินดีค่ะ

 

 

 

Most Used Idioms: สำนวนที่เจอบ่อย  

 

 

  1. Don’t bite off more than you can chew.
    แปลว่า อย่าตะบี้ตะบันทำอะไรมากเกินไป ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง
  2. Don’t count your chickens before they hatch.
    แปลว่า อย่าพึ่งไปหวังกับสิ่งที่ยังไม่เกิด หรืออย่าตีตนไปก่อนไข้
  3. A bird in the hand is worth two in the bush.
    แปลว่า ลาภอะไรที่ได้ก่อน ควรเอาไว้ ดีกว่าจะรอลาภที่แม้จะใหญ่กว่า แต่ไม่แน่นอนว่าจะได้อะไรที่อยู่ใกล้ หรือได้แน่นอนให้เอาไว้ก่อน
  4. Rome wasn’t built in a day.
    เป็นสำนวนที่ให้ความหมายว่า ภาระงานหรือบางสิ่งบางอย่างที่ยากๆ นั้นจำเป็นต้องใช้เวลาในการสะสางให้สำเร็จ หรือ ความสำเร็จต้องใช้เวลานั่นเอง
  5. all ears
    สำนวนนี้แปลว่า ตั้งใจ
    Ex. What’s your advice for me, because I’m all ears?
    = คุณมีคำแนะนำให้ฉันมั้ยคะ ฉันตั้งใจฟังอยู่นะ
  6.  be hard on someone
    สำนวนนี้แปลว่า เข้มงวดกับใครบางคน syn. คือคำว่า strict
    Ex. My mom is so hard on me, what should I do?
    = แม่เข้มงวดกับฉันมากเลย ฉันควรทำไงดี
See also  ชวนแก๊งส์ แค่เพื่อนครับเพื่อน ไป Outting | ARM SHARE EP.81 [Eng Sub] | keep look แปลว่า

 

 

การพูดให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำ

 

 

 You should try to study harder.
= เธอควรจะขยันให้มากขึ้นนะ

 

 I think you should not sleep late.
= ฉันคิดว่าเธอไม่ควรจะนอนดึกเลยนะ

 

 Why don’t you hang out with me?
= ออกไปเที่ยวด้วยกันมั้ย

 

 You’d better come to school early, so you won’t be punished.
= เธอควรจะมาโรงเรียนเช้ากว่านี้จะได้ไม่โดนทำโทษ

My dear,  I recommend that you get some rest.
= ที่รัก ฉันแนะนำให้คุณพักสักหน่อยเถอะนะคะ

 

 I suggest that you take a nap.
= ผมว่าคุณงีบหน่อยดีกว่านะครับ

 

I strongly advise you to do more exercise.
= ผมขอเน้นย้ำว่าคุณคุณออกกำลังกายให้มากกว่านี้

 

You may want to try on this skirt.
It looks great just like you.
= เธอน่าจะลองใส่กระโปรงนี้ดูนะ

มันดูดีเหมาะกับเธอมาก

 

 

 

 

Accepting the suggestion: การตอบรับคำแนะนำ

 

 

 That sounds like a good idea.
= ความคิดนี้เข้าท่าแหะ

 

 Thanks. It’s a good suggestion.
= ขอบคุณนะครับ นี่เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลย

 

 I will think about it.
= ฉันจะลองกลับไปคิดดูนะ

 

Rejecting the suggestion: การปฏิเสธคำแนะนำ

 

 

I disagree with that.
= ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

 

I don’t think so.
= ฉันไม่คิดงั้นนะ

 

No, I’d rather not.
= ไม่อะ ผม/ฉันไม่เอาดีกว่า

 

I don’t think that it’s a good idea.
= ไม่เห็นด้วยเลย

 

 I don’t feel like it.
= ฉันไม่ค่อยเห็นด้วย

I’m over it.
= ไม่เอาแล้ว

 

I’m done.
= พอแล้ว

 

 เป็นยังไงกันบ้างคะนักเรียนที่รักทุกคน ครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนจะได้รับประโยชน์จากการบทเรียนนี้นะคะ  อย่าลืมทบทวนบทเรียนกับวีดีโอด้านล่างนี้นะคะ

แล้วเจอกันใหม่ See you again next time. Bye!

+1


📍Suggest 📍Advise 📍Recommend ต่างกันยังไง (แกรมม่าร์ยากนิดนึงค่ะ)


📍Suggest 📍Advise 📍Recommend
3 คำนี้แปลว่า แนะนำเหมือนกันหมด ✨
แต่ใช้ต่างกันยังไงนะ 🧐 ต้องดูคลิปนี้ค่ะ
อย่าลืมทำแบบฝึกหัดท้ายคลิปนะคะ 😊
Facebook Page: https://www.facebook.com/KruFyi.EasyEnglish/
[email protected] : @krufyi.easyenglish

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

📍Suggest 📍Advise 📍Recommend ต่างกันยังไง (แกรมม่าร์ยากนิดนึงค่ะ)

Writing : Concluding Sentence วันที่ 18 ส.ค.63


Writing : Concluding Sentence วันที่ 18 ส.ค.63

The Tutortainment : \”Featuring\”แปลว่าอะไรเหรอครับ


ทุกคำถามมีคำตอบ ทุกสาระมีความสนุก! กับ Oishi Fruito The Tutortainment พบกับ 3 อาจารย์เมพฟรุตฟรุต ที่จะมาติวฮา ตอบโดน แบบรวมความสนุกและสาระไว้ด้วยกัน มึนกับโจทย์ไหน สงสัยอะไร ถามมา แถมได้ลุ้นตั๋วหนังไปดูกันฟรีๆ ทุกวันด้วยนะ :: http://www.tutortainment.com

The Tutortainment : \

Then แปลว่าอะไร ใช้งานอย่างไร


สนใน sponsor คลิปของอาจารย์อดัมติดต่ออีเมล [email protected] หรือโทร 02 612 9300
เรียนกับอดัม: http://www.facebook.com/hollywoodlearning
เรียนออนไลน์กับอดัม: http://www.ajarnadam.tv
FBของอดัม: http://www.facebook.com/AjarnAdamBradshaw
Twitter: http://twitter.com/AjarnAdam
FBของซู่ชิง: http://www.facebook.com/jitsupachin
YouTube ของซู่ชิง: http://www.youtube.com/user/jitsupachin
Twitter ซูชิง: http://twitter.com/Sue_Ching

Then แปลว่าอะไร ใช้งานอย่างไร

Dr. Joe Dispenza – Learn How to Reprogram Your Mind


If you are struggling, consider an online therapy session with our partner BetterHelp: https://tryonlinetherapy.com/fightmediocrity
This video is sponsored by BetterHelp.
Neuroscientist and meditation expert Dr. Joe Dispenza explains how to reprogram your mind. Get his book Breaking the Habit of Being Yourself here: https://amzn.to/2MJgDkm
Get any FREE audiobook of your choice here: http://audibletrial.com/fightmediocrity
If you want a suggestion for the free audiobook or for reading a book, here’s FightMediocrity beginner’s reading list:
1. Rich Dad Poor Dad by Robert Kiyosaki: http://amzn.to/1VLAklY
2. The 4Hour Workweek by Tim Ferriss: http://amzn.to/1Qn5DA5
3. How to Win Friends and Influence People by Dale Carnegie: http://amzn.to/1VLAoCe
4. The 48 Laws of Power by Robert Greene: http://amzn.to/1VLAoSK
5. The Way of the Superior Man by David Deida: http://amzn.to/1Qn5EDZ
6. Man’s Search for Meaning by Viktor Frankl: http://amzn.to/1Qn5GM0
7. Mastery by George Leonard: http://amzn.to/1VLArOu
8. Mindfulness for Beginners by Jon KabatZinn: http://amzn.to/1VLAs4S
9. The Obstacle is the Way by Ryan Holiday: http://amzn.to/1VLAslw
The links above are affiliate links which helps us provide more great content for free.

Dr. Joe Dispenza - Learn How to Reprogram Your Mind

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่LEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ suggestion แปลว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published.