Home » [NEW] ทั้งหมดเกี่ยวกับ Passive Voice ฉบับจัดเต็ม พร้อมอธิบายละเอียดสุดๆ! | passive form คือ – NATAVIGUIDES

[NEW] ทั้งหมดเกี่ยวกับ Passive Voice ฉบับจัดเต็ม พร้อมอธิบายละเอียดสุดๆ! | passive form คือ – NATAVIGUIDES

passive form คือ: คุณกำลังดูกระทู้

Passive Voice คืออะไร แล้วมีหลักการใช้ยังไงบ้าง บทความเดียวนี้จะช่วยคุณหาทุกคำตอบเกี่ยวกับ Passive Voice ตั้งแต่หลักการใช้  Passive Voice ครบทั้ง 12 Tenses มาฝากกัน รับรองว่าเรียนได้อย่งกล้วยๆ จดจำได้ง่าย ใช้งานได้ดีแน่นอน

Table of Contents

Passive Voice คืออะไร??

สำหรับ Passive Voice จะมีหลายๆ การอธิบาย แต่วันนี้ Eng Breaking จะสรุปให้คุณเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องของ Passive-Voice พร้อมตัวอย่างประโยคให้เห็นภาพได้ชัดดังนี้

เมื่อคุณเจอประโยคหนึ่งที่มีโครงสร้างของประโยคที่ประธาน “เป็นผู้ถูกกระทำ” นั้นจะเป็นประโยค Passive-Voice  เช่น

You should do your homework. แปลว่า  คุณควรทำการบ้าน

แต่ถ้าเปลี่ยนประโยคนั้นเป็นประโยค passive voice เราสามารถเขียนเป็นแบบนี้เลย Your homework should be done. แปลว่า การบ้านของคุณควรทำ เห็นไหมคะ ในประโยคนนี้ “homework” จะเป็นสี่งที่ถูกระทำ คือจพได้ทำให้เสร็จเรียบร้อยโดย “Your” หมายถึง คุณนะคะ แต่ในบ้างกรณีอย่างที่บอกแล้วว่า passive-voice นั้นจะเน้น ผู้ถูกกระทำ ดังนั้นใครเป็นคนทำไม่ต้องพูดถึงก็ได้ เพราะรู้ๆกันโดยนัยนะคะ

ถ้าพูดถึง passive voice ในภาษาอังกฏษเราก็ต้องพูดถึง Active Voice คือประธานเป็น “ผู้กระทำ” เอง หรือพูดง่ายๆ ก็คือประโยคโครงสร้างแบบปกติที่เราใช้กัน เช่น

– Mary walks to school every Monday. (แมรี่ “เดิน” เอง)
– The teacher asked students to discuss the topic. (คุณครู “สั่ง” เอง)

รายละเอียดเกี่ยวกับความแตกต่างระกว่าง passive-voice และ Active Voice เดี๋ยวจะได้เขียนรายละเอียดในส่วนต่อไปนะคะ เพื่อช่วยให้คุณแยกให้ออกประโยคไหนคือ passive-voice และ ประโยคไหนเป็น Active Voice.

ตัวอย่างเกี่ยวกับ passive voice

  • My son was bitten by a dog จะเห็นเลยว่าในประโยคนี้ประธานเป็นผู้ที่ถูกกระทำคือ My son แต่ถ้าเราใช้เป็นประโยคแบบว่า A dog bit my son ประธานจะเปลี่ยนเป็น A dog เป็ยสีงที่กระทำ ดังนั้น My son was bitten by a dog เป็นประโยค passive voice ส่วน A dog bit my son เป็นปรพะโยค Active Voice.

ยกตัวอย่างเพิ่มเพื่อให้เห็นภาพรวมได้ง่ายเกี่ยวกับเรื่องของ passive voice ดังนี้

  • The cheese cake was eaten เป็น ประโยค passive-voice  (Tom ate the

    cheesecake

    เป็น ประโยค Active Voice.)

  • His letter hasn’t been read yet  เป็น ประโยค passive voice   (Mina hasn’t read his letter yet เป็น ประโยค Active Voice.)
  • The report will be finished soon เป็น ประโยค passive-voice   (He will finish the report soon เป็น ประโยค Active Voice.)

โครงสร้าง Passive Voice

เคยสงสัยกันไหมว่าประโยค Passive-Voice มีรูปร่าง หน้าตาเป็นอย่างไร ทำอย่างไรเพื่อสังเกตประโยคนั้นๆ เป็นประโยค Passive Voice ? คำตอบจะมีดังต่อไปนี้

โครงสร้าง passive-voice หลักๆเลย  จะต้องมี Verb to be กำกับด้วยเสมอ (is, am, are, was, were, been) เขียนเป็นแบบนี้นะคะ V. to be + V.3  เห็นไหมคะในโครงสร้างประโยคนี้ส่วนคำนามที่อยู่ข้างหน้านั้น “โดนกระทำ” เช่น

– Eric read the novel in one day. แปลว่า Eric อ่านนิยายจบในวันเดียว นี่เป็นประโยคActive เพราะในประโยคนี้เน้นคำนามที่เป็นคนทำ คือ Eric เป็นผู้กระทำ
– แต่ถ้าเขียนตามโครงสร้างของ Passive เราจะมีประโยคอื่น คือ  The novel was read in one day. แปลว่า นิยายอ่านจบภายในวันเดียว ในประโยคนี้เน้นที่คำนามที่ถูกกระทำ คือหนังสือ และเข้าใช่กันเองว่าผู้กระทำคือ คนๆ หนึ่ง ไม่ใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เหมือนที่พูดด้านบนนะคะ

โครงสร้าง Passive Voice ใน tense ต่างๆ

ถ้าโครงสร้าง Passive-Voice จะเป็นแค่ V. to be + V.3  มันคงง่ายแล้วใช้ไหมคะ แต่ในไวยากรณ์ภาษาอังกฏษมีทั้งหทด 12 tense เลยนะคะ ถ้าเรียนไม่หมด แต่ก็ต้องเลือก tense ที่สำคัญๆ มา 5-7  tense  มักจะใช้บ่อยมาเรียนรู้กันเลยนะคะ เพื่อแก้ปัญหาคือเจอความสับสน ซับซ้อนของ Passive-Voice จะยังเกิดขึ้นเมื่อมันไปอยู่ใน tense ต่างๆ ทำให้หลายคนเริ่มมองไม่ออกว่าสรุปนี่คือ “โครงสร้าง Passive” รึเปล่านะ?

ไปดูโครงสร้าง Passive-Voice ในแต่ละ tense พร้อมกับ Eng Breaking กันดังต่อไปนี้ มีทั้งประโยคสรุปสั้นๆ และตารางให้เห็นชัดเลยนะคะ รับรองเข้าใจทั้งง่าย เข้าใจทั้งเร็ว ทั้ง Happy กับการเรียนภาษาอังกฏษด้วยตัวเองนะคะ

1. Present Simple (Passive): is/am/are + V.3
ในนั้นส่วน is/am/are คือหน้าตาของ V. to be ใน Present Simple

2. Present Con. (Passive): is/am/are + being +V.3
ในนั้นส่วน Con. ต้องมี V.ing เพราะฉะนั้นเลยต้องเติม being ลงไปด้วย เพื่อให้โครงสร้าง Present Con. ยังเหมือนเดิมคือ V. to be + V.ing

3. Present Perfect (Passive): has/have been + V.3
ในนั้นส่วน ของเดิม has/have + V.3 เลย เพราะงั้นต้องผัน V. to be ให้เป็น V.3 แทนก็คือ been เพื่อให้โครงสร้างหลักยังเป็น has/have + V.3 เหมือนเดิม แล้วค่อยตามด้วย V.3 ของ Passive

4. Past Simple (Passive): was/were + V.3
ในนั้นส่วน was/were คือหน้าตาของ V. to be ใน Past Simple (คือผัน V. to be ให้เป็นช่อง 2 ตามโครงสร้าง Past Simple ที่เป็น V.2)

5. Past Con. (Passive): was/were + being + V.3
ในนั้นส่วน Con. ต้องมี V.ing เพราะฉะนั้นเลยต้องเติม being ลงไปด้วย และไม่ต้องผันเป็นอดีต เพราะข้างหน้า (was/were) ผันไปแล้ว

6. Past Perfect (Passive): had been + V.3
ในนั้นส่วน ผัน V. to be ให้เป็น V.3 คือ been แล้วค่อยตามด้วย V.3 ของ Passive

7. Future Simple (Passive): will be + V.3
ในนั้นส่วน แค่เพิ่ม be + V.3 ไปตามหลัง will ที่ใช้ be เพราะตามหลัง will ต้องใช้ V.ไม่ผัน (ของ V. to be ก็คือ be)

8. Future Con. (Passive): will be + being + V.3
ในนั้นส่วน Con. ต้องมี V.ing เพราะฉะนั้นเลยต้องเติม being ลงไปด้วย

9. Future Perfect (Passive): will have been + V.3
ในนั้นส่วน ผัน V. to be ให้เป็น V.3 คือ been แล้วค่อยตามด้วย V.3 ของ Passive

สรุปเป็นตารางให้จดจำได้ง่ายๆ ตามนี้

โครงสร้าง passive voice ของ Present TenseSimS + is am are + V3ConS + is am are + being + V3PerS + have has + been + v3Per ConS + have has + been + being + V3

โครงสร้าง passive voice ของ Past TenseSimS + was were + v3ConS + was were + being + V3PerS + had + been + v3Per ConS + had + been + being + V3

โครงสร้าง passive voice ของ Future TenseSimS + will + be + V3ConS + will + be + being + V3PerS + will + have + been + v3Per ConS + will + have + been + being + V3

สรุปหลักการผันโครงสร้าง Passive

– ต้อง keep โครงสร้างเดิมไว้ด้วย
– ต่อท้ายเพิ่มโครงสร้าง Passive โดยถ้าต้องผัน จะผันที่ V. to be แทน (V.3 ข้างหลังไม่ต้องแตะค่ะ)

เชื่อว่าหลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจแน่ๆ ถ้าอย่างนั้นเราไปดูตัวอย่างประโยคทั้ง Active และ Passive Voice กันค่ะ

Passive Voice ต่างจาก Active Voice ยังไง?

ความแตกต่างของ Active กับ Passive Voice ขอแยกเป็นหัวข้อย่อยตามตาราง แยกออกระหว่าง โครงสร้างประโยค, จุดเด่นของ V. และ ความหมาย ดังต่อไปนี้

โครงสร้างประโยคPassive VoiceActive Voice S + V. to be + V.3 (สำคัญคือต้องมี V. to be + V.3 ที่แสดงความเป็น Passive)S + V (ประธาน + กริยา)

จุดเด่นของ V.Passive VoiceActive VoiceV ผันได้ แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง V. to be + V.3 เสมอ (เพื่อคงความเป็น Passive ไว้)V ผันตาม tense ได้ปกติ

ความหมายPassive VoiceActive VoiceS + V. to be + V.3 = ประธาน “โดนกระทำ” S + V = ประธาน “ทำกริยา”

สรุปง่ายๆ เพื่อจดจำได้นาน เกี่ยวกับเรื่อง Passive Voice ต่างจาก Active Voice ยังไง ตามนี้นะคะ

  • PASSIVE VOICE หมายถึง ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ 
  • ACTIVE VOICE หมายถึง ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำหรือแสดงกริยาโดยตรง
  • วิธีจำง่าย Active ทำเอง Passive ถูกท นะคะ จำได้แล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ

วิธีการเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice

เราสามารถเปลี่ยนประโยคหนึ่งจาก Active Voice เป็น Passive Voice ได้ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้นะคะ

  • นำกรรมในประโยค Active เปลี่ยนไปเป็นประธานของประโยค Passive
  • ใช้ Verb to be ให้ถูกต้อง คล้อยตามประธาน
  • เปลี่ยนคำกริยาแท้ให้เป็น กริยาช่อง 3 (Verb3)
  • นำประธานของประโยค Active ไปเป็นกรรมของประโยค Passive โดยวางไว้หลัง by

ตัวอย่าง Active Voice เป็น Passive Voice ที่ใช้ใน Tense ต่างๆ

Present Simple Tense

  • Active: John writes a book. แปลว่า John เขียนหนังสือ จากนั้นรู้เลยว่า ประธานคือ John เป็นผู้กระทำ
  • Passive: That book is written by John. แต่สำหรับประโยคนี้จะเห็นเลยว่าประธานคือ หนังสือที่ได้เขียนมาโดย John. ดังนั้น หนังสือเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ

Past Simple Tense

  • Active: John wrote that book last year. แปลว่า John เขียนหนังสือเล่มนั้นเมื่อปีที่แล้ว
  • Passive: That book was written by John last year. แปลว่า หนังสือเล่มนั้นเขียนโดยจอห์นเมื่อปีที่แล้ว

Future Simple Tense

  • Active: John will write a book next year. แปลว่า จอห์นจะเขียนหนังสือในปีหน้า
  • Passive: That book will be written by John next year. แปลว่า หนังสือเล่มนั้นจะเขียนโดยยอห์นในปีหน้า

Present Continuous Tense

  • Active: John is writing a book. แปลว่า John กำลังเขียนหนังสือ
  • Passive: A book was being written by John. แปลว่า หนังสือเล่มหนึ่งกำลังเขียนโดย John

ตัวอย่างของ Passive Voice ในข้อสอบ Toeic

ตัวอย่างข้อสอบที่มักจะเจอบ่อยๆ ในข้อสอบ Toeic เรื่องของ passive voice พร้อมเฉลย

That novel __________ (write) by a famous artist.

สำหรับข้อที่ 1 นี้เราควรจะใช้คำว่า “was written” ประโยคสมบูรณ์คือ 

That novel was written by a famous artist. แปลว่านิยายเรื่องนั้นเขียนโดยศิลปินชื่อดัง

The milk ____________ (deliver) every day.

สำหรับข้อที่ 2 นี้เราควรจะใช้คำว่า “is delivered” ประโยคสมบูรณ์คือ

The milk is delivered every day. แปลว่า น้ำนมได้ส่งมาทุกวัน

 His car needs __________ (repair).

สำหรับข้อที่ 3 นี้เราควรจะใช้คำว่า “reparing/to be repaired” ประโยคสมบูรณ์คือ

 His car needs reparing/to be repaired. แปลว่า รถของเขาต้องการการซ่อมแซม

ตัวอย่างข้อสอบที่มักจะเจอบ่อยๆ ในข้อสอบ Toeic เรื่องของ passive voice

เปลี่ยนประโยคต่อไปนี้เป็น passive voice แต่ความหมายไม่เปลี่ยน

1. Mr. James teaches them vocabularies. แปลว่า Mr. James สอนคำศัพท์ให้พวกเขา

passive voice: They are taught vocabularies by Mr. James แปลว่า พวกเขาได้รับการสอนคำศัพท์โดย Mr. James

2. You should do your homework. แปลว่า  คุณควรทำการบ้าน

passive voice: Your homework should be done. แปลว่า การบ้านของคุณควรทำ

3. This bill includes service. แปลว่า บิลนี้รวมค่าบริการ

passive voice: Service is included by this bill. แปลว่า ค่าบริการรวมอยู่ในใบเรียกเก็บเงินนี้

4. Nobody told him that his parents came back. แปลว่า  ไม่มีใครบอกเขาว่าพ่อแม่กลับมา

passive voice: He wasn’t told that his parents came back. แปลว่า เขาไม่ได้บอกให้รู้ว่าพ่อแม่กลับมา

5. They used this fans all day. แปลว่า  พวกเขาใช้พัดลมนี้ทั้งวัน

passive voice: This fans were used all day. แปลว่า พัดลมนี้ได้เอามาใช้ไปทั้งวัน

หลักการใช้ passive voice

  • passive voice ก็คือ การนำกรรมของประโยค active voice มาเป็นประธานของประโยคนั่นเอง หรือเข้าใจได้ง่ายๆ คือ หลักการใช้ Passive Voice คือ ใช้เน้นผู้ถูกกระทำ ไม่เน้นผู้กระทำนั่นเอง  
  • บางที่ Passive voice อาจอยู่ในรูปประโยคปฏิเสธ  เช่น This coffee isn’t made by Bob. แปลว่า กาแฟแก้วนี้ไม่ได้ถูกชงโดยบ๊อบ หรือคำถามก็ได้ เช่น  Is this coffee made by Tom? แปลว่า กาแฟแก้วนี้ถูกชงโดยทอมรึเปล่า?
  • นอกจากนั้นแล้ว เราก็สามารถใช้ passive voice ในรูปของ tense อะไรก็ได้ ตามสถานการณ์การใช้ของเรา

ว่าอย่างไรบ้างคะเพื่อนๆ สำหรับเรื่องไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ Passive Voice รู้แล้วใช่ไหมคะว่า Passive Voice คืออะไร หลักการใช้งานเป็นอย่างไรโดยตารางที่ช่วยให้จดจำได้ง่ายขึ้น  โครงสร้าง ประโยค อธิบายละเอียดสุดๆ จาก Eng Breaking ของเรา Passive voice นิยมใช้ทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน โดยเฉพาะในภาษาหนังสือพิมพ์จะใช้บ่อยมากเลยอย่าพลาดกับส่วนไวยากรณ์ภาษาอังกฏษที่สำคัญนี้ และอย่าลืมติดตามเพื่อแชร์ประสบหการณ์ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษกันนะคะ ไว้เจอกันในบทความต่อไป อย่าพลาดนะคะ

ความคิดเห็น 635 รายการ

 

[Update] ประโยค Passive Voice | passive form คือ – NATAVIGUIDES

 

หลักการใช้

ประโยค (Sentence) คือข้อความที่เอ่ยมาแล้วเข้าใจได้กระจ่างชัดว่า ประธาน แสดง กริยา อะไร เมื่อใด ถ้ากริยานั้นต้องมีกรรม (Transitive Verb) ก็ต้องมีกรรมระบุในประโยคด้วย เช่น

  • เขา เดิน
    He walked

เขา เป็นประธาน (Subject)

เดิน เป็นกริยาไม่ต้องการกรรม (Intransitive Verb) เป็นอดีตกาล (Past tense)

  • เรา กิน มันฝรั่ง
    We eat potatoes

เรา เป็นประธาน (Subject)

กิน เป็นกริยาต้องมีกรรม (Transitive Verb) เป็นปัจจุบันกาล (Present Tense)

ทั้ง 2 ประโยคข้างต้นนี้ มีประธานเป็นผู้กระทำทั้งสิ้น (แต่จะอยู่ในรูป tense อย่างใด ก็สุดแท้แต่เวลาที่ต้องการบ่งชี้) เราเรียกโครงสร้างของประโยคชนิดนี้ว่า กรรตุวาจก (Active Voice) ลองสังเกตประโยคต่อไปนี้ดูบ้าง

  • Mangoes are eaten
    มะม่วง ถูกกิน

มะม่วง เป็นประธาน (Subject)

ถูกกิน เป็นกริยา (Present Tense)
ประธานของประโยคคือ Apples ไม่ได้ทำกริยา กิน แต่ในทางตรงกันข้าม ประธานกลับเป็นฝ่ายถูกกระทำ

  • The letter was read yesterday
    จดหมาย ถูกอ่าน เมื่อวานนี้

จดหมาย เป็นประธาน (Subject)

ถูกอ่าน เป็นกริยา (Past Tense)

ในทำนองเดียวกันกับประโยคแรก จดหมายซึ่งเป็นประธานของประโยคไม่ได้ เป็นผู้อ่าน แต่กลับเป็นสิ่งที่ถูกอ่านโดยประธาน ทั้ง 2 ประโยคหลังนี้ มีประธานเป็นผู้ถูกกระทำ โครงสร้างเช่นนี้เรียกว่า กรรมวาจก (Passive Voice)

วิธีการแปลประโยค passive ให้เป็นภาษาไทย

สำหรับโครงสร้างแบบ Passive Voice จะแปลว่า ถูกกระทำ เป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งแปลว่า ได้รับการกระทำนั้น ดูจะเหมาะกว่า เช่น

  • He was punished by his teacher a few days ago.
    เขาถูกลงโทษ โดยครูของเขาเมื่อ 2 – 3 วันก่อน
  • The articles were read by most students.
    บทความถูกอ่าน โดยนักเรียนส่วนใหญ่
  • The most valuable ring was stolen . (by someone)
    แหวนวงที่มีราคามากที่สุดถูกขโมย ไป (ไม่ต้องระบุผู้กระทำเพราะไม่รู้แน่ชัด)

แต่

  • He was loved by his friends.
    เขาได้รับความรักจากเพื่อน ๆ ของเขา (เราไม่พูดว่า เขาถูกรัก)
  • Mrs. Brown was promoted . (by someone)
    นางบราวน์ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง (ไม่ได้ระบุว่าโดยใคร แต่น่าจะสันนิษฐานได้เองว่าจากผู้มีตำแหน่งสูงกว่าตัวบางบราวน์เอง)
  • The man was named . The Greatest Inventor (by someone)
    ผู้ชายคนนั้นได้รับกาขนานนามว่าเป็น นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ (น่าจะเป็นจากคนที่พิจารณาเรื่องนี้ หรืออาจจากคนทั่ว ๆ ไปก็ได้)

วิธีเปลี่ยนประโยค active ให้เป็นประโยค passive ใน tense และ กริยาช่วย Modalต่างๆ

ในลำดับต่อไปนี้ก็มาถึงจุดสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไม่ว่าในประโยคหนึ่ง ๆ นั้น

  1. ประธานจะเป็นผู้กระทำ หรือถูกกระทำ
    2. จะระบุผู้กระทำ (by someone) หรือไม่ก็ตาม

โครงสร้างแบบ Passive Voice ก็ต้องระบุกาลเวลาของกริยา (tense) ด้วยเหมือนกับในประโยคภาษาอังกฤษทั่ว ๆ ไป

  • รูปของ Active Voice คือ S + V
  • รูปของ Passive Voice คือ S + V to be + V.3

โครงสร้าง Verb to be + V.3 (Past Participle) จะไม่เป็นปัญหาเลยถ้า

  1. นักเรียนสามารถท่องจำกริยาช่องที่ 3 ได้
    2. นักเรียนรู้หลักการกระจาย Verb to be ไปตาม Tense ต่างๆ

แต่ เหนืออื่นใด เวลาจะใช้ประโยคภาษาอังกฤษ ขอให้นักเรียนถามตนเองซ้ำหลายๆ ครั้งก่อนว่า ประธานในประโยคเป็นผู้กระทำ หรือเป็นผู้ถูกกระทำกันแน่ เมื่อยืนยันกับตนเองได้ว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำอย่างแน่นอน จึงค่อยผูกประโยคตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1 วางประธานไว้หน้าประโยค เช่น
A boy
The desk

2 ปรับคำกริยาให้เป็น V.3 เช่น laughed , written , eaten , punished , done , caughtโดยใช้คำเหล่านี้อยู่หลัง V. to be

กระจายรูป Verb to be ไปตาม Tense ที่ควรจะเป็นและวางหน้ากริยา Past participle

ถ้ากริยาในประโยคเป็นกริยาช่วย (Auxliary Verbs) ต่าง ๆ ก็เพียงแต่นำ be และ Past participle มาวางต่อข้างท้าย ดังนี้คือ

เช่น

The office ought to be opened .
English can be spoken by any Singaporean.
The rules have to be observed .

ตารางการกระจายกริยาแบบ Passive Voice (กรรมวาจก)ใน Tense (กาล) ต่างๆ

 

Tenses
V. to be
Past Participles

Present Simple
is, am, are
Thai is spoken in Thailand.
spoken

Present Continuous
is, am, are + being
He is being punished now.
punished

Present Perfect
has, have + been
The new building has been planned.
planned

Present Perfect Continuous
had, have + been + V.ing
The game has been being played for 2 hours.
played

Past Simple
was, were
Our house was painted last year.
painted

Past Continuous
was, were + being
When I arrived, the last guest speaker was being introduced.
introduced

Past Perfect had been
The work had been done before we got up.
done

*Past Perfect Continuous had been + being
When I knew him, he had been being trained for 2 years.
trained

Future Simple
will + be
He will be caught be the police some day.
caught

Future Simple
is, am, are + going to + be
The news is going to be published soon.
published

*Future Continuous
will be + being
At 10 o’clock tomorrow, he will be being questioned.
questioned

Future Perfect
will have + been
By next June, the tests will have been completed.
completed

*Future Perfect Continuous
will have + been + being
By tomorrow, the experiment will have been being conducted for 5 hours.
conducted

ข้อสังเกต Tense ที่มีเครื่องหมาย * ทั้ง 4 tense ไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะยาวและเยิ่นเย้อมากเกินไป

ตารางการกระจายกริยาแบบ Passive Voice (กรรมวาจก) กับกริยาช่วย Modal ต่างๆ

 

Modal Verbs
V. to be
Past Participles

may,might
can, could
must, haveto
ought to
used to
etc.
+ be +
Past Participle
V3

ข้อควรระวังในการใช้รูปประโยคแบบ passive

  1. ถ้าต้องการใช้ Passive Voice ในรูปประโยคคำถามที่มี Question Words ก็วาง Question Words ไว้หน้าประโยคเหมือนในรูป Active Voice ยกเว้นคำว่า Who ให้เปลี่ยนเป็น By Whom เช่น

What will I be taught by you?
-> What will you teach me?

Where was the kitten seen ?
->Were did (someone) see the kitten?

By whom can it be done ?
-> Who can do it?

  1. ถ้าเป็นประโยคคำสั่งหรือประโยคคำถาม จะมีรูปเช่น

Let the bell be rung
มาจาก Ring the bell.

Let the boy not be blamed
มาจาก Don’t blame the boy.

 

ข้อควรระวังในการใช้รูปประโยคแบบ passive

  1. ถ้ารูปเดิมใน Active Voice มีกรรม 2 ตัว (double objects) ก็สามารถใช้เป็นรูป Passive Voiceได้ 2 แบบ เช่น

ตัวอย่างประโยคที่ 1
แบบที่ 1 
He was given some salt by the cook. (ใช้กรรมรองเป็นประธาน)
แบบที่ 2 
Some salt was given to him by the cook. (ใช้กรรมตรงเป็นประธาน)
Active Voice (ของ 2 ประโยคข้างต้น) คือ The cook gave

ตัวอย่างประโยคที่ 2
แบบที่ 1 

We were shown the museum . (by someone)
แบบที่ 2 
The museum was shown to us . (by someone)
Active Voice (ของ 2 ประโยคข้างต้น) คือ Someone showed

ข้อสังเกต ตามความนิยม จะใช้กรรมรอง (หมายถึงบุคคล) มาเป็นประธาน

  1. ถ้าในActive Voice มีรูปกริยาดังต่อไปนี้ think , consider , acknowledge , know , say , report , understand , claim , believe , fear , hope , feel , find เช่น

People think that we are flexible.
People know he is impulsive

ประโยคเช่นนี้สามารถใช้โครงสร้าง Passive ได้ 2 แบบ คือ

แบบที่ 1 ใช้ it เป็นประธาน เช่น

It is thought that we are flexible.
It i s known he is impulsive

แบบที่ 2 เอาข้อความข้างหลังย้ายมาข้างหน้า และตามด้วย to be + adjective เช่น

We are thought to be flexible .
He is known to be impulsive

หมายเหตุ ถ้าใน Active Voice มี Infinitive without to ต้องเปลี่ยนเป็น Infinitive (ที่มี to) ในPassive Voice เว้นคำว่า let เช่น

 

Active Voice
Passive Voice

I watched him leave.
He was watched to leave.

They made us work hard
We were made to work hard

แต่

He let me go
I was let go

การเติม by

เราจะเติม by เพื่อแสดงว่าใครเป็นผู้ทำกริยานั้น เช่น

  • I was bitten by his dog .
    (ถ้าไม่ใส่ by his dog ก็ไม่รู้ว่าถูกกัดโดยอะไร)
  • The report was written by Tom .
    ถ้าไม่ใส่ by Tom ก็ไม่รู้ว่าใครเขียน รายงาน

แต่บางครั้ง ถ้าไม่ต้องการเน้นผู้กระทำ หรือผู้กระทำไม่สำคัญ ก็ไม่จำเป็นต้องระบุลงไป เช่น

  • English is spoken all over the world.
    (ไม่จำเป็นต้องต่อท้ายประโยคว่า by people )
  • My ring has been stolen .
    (ไม่จำเป็นต้องเติม by someone เข้าข้างท้ายประโยค)
  • The laws must be obeyed .
    (ไม่ต้องเติม by everyone ข้างท้าย)
  • Dinner is cooked .
    (ถ้าผู้กระทำเป็นคำสรรพนาม เช่น by her / him ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เช่นกัน)

นอกจากนั้นไม่ใช่ Passive Voice ทุกประโยคที่ต้องใส่คำว่า by เสมอไป อาจใช้ at, in, of, with ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะพิเศษของกริยานั้น เช่น

    • He was asked of a lot of questions by the police.
    • I am pleased at (with) your progress.
    • The workers were killed in the fire.
    • The hill is covered with snow.
    • การทำกริยาให้อยู่ในรูป Past Tense (กริยาช่อง 2)

ในหน้านี้สอนการทำกริยาให้อยู่ในรูป Past Tense ทั้งกริยาที่เป็นไปตามกฎ และกริยาที่ไม่เป็นไปตามกฎซึ่งกริยาส่วนใหญ่ จะทำเป็นกริยาช่อง 2 ได้ด้วยการเติม -ED ไว้ท้ายคำกริยานั้น แต่อย่างไรก็ตาม คำกริยาบางคำต้องปรับคำกริยานั้นเสียก่อน

นี่คือตารางกฎการเติม -ED

    • กริยาที่ลงท้ายด้วย
      การทำกริยาให้เป็นรูปอดีต
      ตัวอย่าง

      e
      เติม -D
      live – lived
      date – dated

      พยัญชนะ + y
      เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -ED
      try – tried
      cry – cried

      สระหนึ่งตัว + พยัญชนะหนึ่งตัว (แต่ต้องไม่ใช่ w หรือ y)
      เพิ่มพยัญชนะท้ายตัวนั้นเข้าไปอีกหนึ่งตัว แล้วเติม -ED
      tap – tapped
      commit – committed

      [อืนๆ]
      เติม -ED
      boil – boiled
      fill – filled
      hand – handed

แม้ว่ากริยาส่วนใหญ่จะทำเป็นรูปอดีตได้ด้วยการเติม -ED แต่กริยาบางตัวก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น กริยาเหล่านั้นเรียกว่า กริยาที่ไม่เป็นไปตามกฎ (Irregular Verbs) ครู จะอธิบายรูปแบบที่สำคัญในการทำกริยาประเภทนี้ให้เป็นรูปอดีต แต่ต้องจำไว้ว่านี่ไม่ใช่กฎ เป็นเพียงรูปแบบที่พบบ่อยๆเท่านั้น กล่าวคือในที่สุดแล้วการจำ หรือการใช้อยู่เป็นประจำจะช่วยให้ทำกริยาให้เป็นอดีตได้อย่างคล่องแคล่ว

ถ้า ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษอยู่เป็นประจำ ก็ให้ใช้วิธีการท่องจำคำกริยาเหล่านี้นะ ส่วนใครที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษอยู่เป็นประจำ อาจไม่ต้องท่องจำ

คำกริยาที่ไม่เป็นไปตามกฎที่สำคัญ 3 คำ

กริยาที่สำคัญเหล่านั้นได้แก่ กริยา BE, HAVE, DO กริยา BE เป็นกริยาที่ยากที่สุดเพื่อรูปกริยาจะเปลี่ยนไปตามประธาน

    • ประธาน
      คำกริยา

      I
      was

      You
      were

      He / she / it
      was

      We
      were

      They
      were

กริยา HAVE และ DO

    • คำกริยา
      คำกริยาในรูปอดีต

      have
      had

      do
      did

คำกริยาที่ไม่เป็นไปตามกฎคำอื่นๆ

คำกริยาที่ไม่เป็นไปตามกฎอาจจะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม

  • ประเภท
    ตัวอย่าง

    คำกริยาที่ไม่เปลี่ยนรูป
    cut – cut
    hit – hit
    fit – fit

    คำกริยาที่เปลี่ยนรูปสระ
    get – got
    sit – sat
    drink – drank

    คำกริยาที่เปลี่ยนรูปไปเลย
    catch – caught
    bring – brought
    teach – taught


วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Passive Voice เน้นปัจจุบัน


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Passive Voice เน้นปัจจุบัน

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Past passive


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.4 เรื่อง Past passive

IELTS Listening Practice | Listening for English Learners | English Listening 1 ✔


IELTS Listening Practice | Listening for English Learners | English Listening 1 ✔
To buy English TV products, please visit the website here: https://bit.ly/3maAF67
You can share Photos and status updates, GIF images on our channel. Register to become a member on the group.
Registration link: https://bit.ly/34TCiwu
English tivi is a free Channel for English learners.
You will find free learn english through story. Thousands of English Videos are waiting for you. They will help you learn English.
☞ Thanks for watching!
☞ Please subscribe, like and share if you enjoyed the video 🙂 thanks so much ♥
https://goo.gl/b9XRzY
Fanfage: https://www.facebook.com/Englishtivi
Thank you for watching, English tivi wish you finish
Don’t Forget LIKE, Share VIDEO \u0026 Subscribe My Channel

IELTS Listening Practice | Listening for English Learners | English Listening 1 ✔

Luyện nghe tiếng Anh thụ động-IELTS|I’m Mary


luyệnnghe nghetiếnganh ielts nghethụđộng
Luyện nghe tiếng Anh thụ độngIELTS|I’m Mary
Luyện nghe tiếng anh thụ động trong khi làm việc nhà sẽ giúp bạn vừa cải thiện kĩ năng nghe tiếng anh vừa tiết kiệm thời gian.
Learn English with me!!! I’m Mary.
♥♥♥Các bạn nhớ ấn Đăng Ký mình để nhận videos mới mỗi ngày nhé ♥♥♥
Love all.
Cre: Collins Listening for IELTS
Edit: by me
Những Track trong video này:
Track 1 [ 00:00 ]
Track 2 [00:52]
Track 3 [ 2:12 ]
Track 4 [ 3:15 ]
Track 5 [ 4:02 ]
Track 6 [ 5:17 ]
Track 7 [ 7:07 ]
Track 8 [ 9:52 ]
Track 9 [ 11:24 ]
Track 10 [ 13:13 ]
Track 11 [ 14:05 ]
Track 12 [ 15:40 ]
Track 13 [ 17:31 ]
Track 15 [ 19:49 ]
Track 16 [ 20:21 ]
Track 17 [ 22:12 ]
Track 18 [ 24:42 ]
Track 19 [ 27:24 ]
Track 20 [ 29:18 ]
Track 21 [ 30:41 ]
Track 22 [ 31:36 ]
Track 23 [ 33:19 ]
Track 24 [ 35:58 ]
Track 25 [ 37:27 ]

Luyện nghe tiếng Anh thụ động-IELTS|I'm Mary

The Passive Voice


Passive Voice is used when the focus is on the action, and not on the person who does it. Learn how to use it correctly in more tenses in this video. There are many examples that will make it easy for you to understand.

The Passive Voice

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKE MONEY ONLINE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ passive form คือ

See also  [Update] | เลข 4 หมายถึง - NATAVIGUIDES
See also  [Update] อ้างอิง ภาษาอังกฤษ การเขียนเอกสารอ้างอิงภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร มาดูกัน! | ตาม ภาษา อังกฤษ - NATAVIGUIDES

Leave a Reply

Your email address will not be published.