Home » [NEW] คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน คำแปล มากกว่า 1000 คำ โดย อาจารย์ต้นอมร | คํา ใน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

[NEW] คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน คำแปล มากกว่า 1000 คำ โดย อาจารย์ต้นอมร | คํา ใน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

คํา ใน ภาษา อังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

EnglishVocabulary1000LearningAjarnTonAmorn
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษฟรี tonamorn.com สอนภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ต้องการพูดภาษาอังกฤษ เรียนรู้ฝึกฝนภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเพื่อการเรียน การสอบ หรือการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่จำเป็นมากคือการรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ (Vocabulary) และคำต่างๆ (Words) ที่จะใช้ในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด อ่าน หรือเขียนภาษาอังกฤษ บทเรียนนี้นำเสนอคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษมากกว่า 1000 คำ ที่เป็นศัพท์ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน พร้อมคำอ่าน คำแปล ซึ่งผู้เรียนภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องรู้ ถ้าหากดูไปแล้วยังไม่รู้ความหมายของศัพท์คำไหน ให้เข้ามาอ่านจนกว่าจะจำศัพท์ได้ทั้งหมดนี้นะครับ เพราะจะช่วยให้เข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว ช่วยกันแชร์ และบอกต่อเพื่อนๆ ด้วยนะครับ

เข้ามาอ่านต่อ ง่ายๆ โดยแชร์ไว้บนเฟซบุ๊ก หรือ คลิก >> Google แล้วพิมพ์ “คำศัพท์ อ.ต้นอมร”

แนะนำ คำศัพท์ภาษาอังกฤษหมวดต่างๆ สามารถกดฟังการออกเสียงโดยเจ้าของภาษา:
 คำศัพท์ อาชีพ ภาษาอังกฤษ มากกว่า 100 อาชีพ
ตัวเลข 1-100 ภาษาอังกฤษ
เดือน ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ ผลไม้ ภาษาอังกฤษ
ครอบครัว ภาษาอังกฤษ

Table of Contents

คำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

คำศัพท์ ผัก ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ อาหาร เมนูอาหาร ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ เครื่องดื่ม ภาษาอังกฤษ
อร่อย ภาษาอังกฤษ พูดว่าอะไรได้บ้าง
คำศัพท์ เนื้อสัตว์ ต่างๆ ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ ดอกไม้ ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ หน่วยในการชั่ง ตวง วัด ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนและในห้องเรียน
คำศัพท์ สัตว์ ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ งานอดิเรก ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ที่ต้องรู้
คำศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ ป้ายจราจร ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ TOEIC (โทอิค)

 มีคำศัพท์ภาษาอังกฤษอีกมากมาย แยกตามหมวดหมู่ คลิกอ่าน >> คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย ครอบคลุมคำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พร้อมคำอ่าน คำแปล

เรียนรู้ภาษาอังกฤษ จากหัวข้อที่น่าสนใจ
 คำคมภาษาอังกฤษ หมวดหมู่ต่างๆ พร้อมคำแปล
คำคมความรักภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล
 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน เริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง ต้องอ่าน
ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ฉบับสมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง เข้าใจง่าย

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 1000 คำ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 1 – 20

1. able (เอ’ เบิล) /ˈeɪ.bəl/ = สามารถ
2. about (อะเบาทฺ’) /əˈbaʊt/ = เกี่ยวกับ, ประมาณ
3. above (อะบัฟว’) /əˈbʌv/ = เหนือ, นอกไปกว่า
4. across (อะครอส’) /əˈkrɑːs/ = ข้าม, พาด
5. act (แอคทฺ) /ækt/ = การกระทำ
6. add (แอด) /æd/ = เพิ่ม, เสริม
7. afraid (อะเฟรด’) /əˈfreɪd/ = กลัว, เกรงกลัว, หวาดกลัว
8. after (แอฟ’ เทอะ) /ˈæf.tɚ/ = ภายหลัง, หลังจาก
9. again (อะเกน’) /əˈɡen/ = อีก,ใหม่, อีกที
10. against (อะเกนสฺทฺ’) /əˈɡenst/ = ต้าน, ฝืน, ตรงกันข้าม
11. age (เอจฺ) /eɪdʒ/ = อายุ, ยุค, สมัย
12. ago (อะโก’) /əˈɡoʊ/ = แต่ก่อน, มาแล้ว
13. agree (อะกรี’) /əˈɡriː/ = เห็นด้วย, ตกลง
14. air (แอร์) /er/ = อากาศ
15. all (ออล) /ɑːl/ = ทั้งหมด, ทั่วทุก
16. allow (อะเลา’) /əˈlaʊ/ = อนุญาต
17. also (ออล’ โซ) /ˈɑːl.soʊ/ = ด้วย, เช่นเดียวกัน
18. always (ออล’ เวซ) /ˈɑːl.weɪz/ = เสมอ, ตลอดเวลา
19. a.m. (เอ เอ็ม) /ˌeɪˈem/ = เวลาหลังเที่ยงคืนถึงเที่ยงวัน
20. among (อะมัง’) /əˈmʌŋ/ = ท่ามกลาง, ระหว่าง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 21 – 40

21. amount (อะเมานทฺ’) /əˈmaʊnt/ = จำนวน, ปริมาณ, รวมทั้งหมด
22. ancient (เอน’ เชินทฺ) /ˈeɪn.ʃənt/ = โบราณ, เก่าแก่
23. angle (แอง’ เกิล) /ˈæŋ.ɡəl/ = มุม
24. angry (แอง’ กรี) /ˈæŋ.ɡri/ = โกรธ, ฉุนเฉียว
25. animal (แอน’ นิเมิล) /ˈæn.ə.məl/ = สัตว์
26. answer (อาน’ เซอะ) /ˈɑːn.sər/ = ตอบ, คำตอบ
27. appear (อะเพียร์’) /əˈpɪr/ = ปรากฏ
28. apply (อะไพล’) /əˈplaɪ/ = สมัคร, ใช้
29. approve (อะพรูฟว’) /əˈpruːv/ = เห็นด้วย, ยินยอม, อนุมัติ
30. area (แอ’เรีย) /ˈer.i.ə/ = พื้นที่, อาณาบริเวณ
31. argue (อาร์’กิว) /ˈɑːrɡ.juː/ = ถกเถียง, โต้เถียง
32. arm (อาร์ม) /ɑːrm/ = แขน, สิ่งที่คล้ายแขน
33. arrange (อะเรนจฺ’) /əˈreɪndʒ/ = จัด, จัดการ, เตรียมการ
34. arrive (อะไรว’) /əˈraɪv/ = มาถึง, ไปถึง
35. art (อาร์ทฺ) /ɑːrt/ = ศิลปะ
36. as (แอซ) /æz/ = ตามที่, ดังที่, เช่นเดียวกับ
37. ask (อาสคฺ) /ɑːsk/ = ถาม, ขอ, ขอร้อง
38. at (แอท) /ət/ = ที่
39. aunt (อานทฺ) /ɑːnt/ = ป้า, อาผู้หญิง, น้าผู้หญิง
40. baby (เบ’บี่) /ˈbeɪ.bi/ = ทารก, เด็กอ่อน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 41 – 60

41. back (แบค) /bæk/ = หลัง, ด้านหลัง
42. bad (แบด) /bæd/ = เลว, ร้าย
43. ball (บอลล์) /bɑːl/ = ลูกบอล
44. banana (บะแนน’นะ) /bəˈnæn.ə/ = กล้วย
45. band (แบนดฺ) /bænd/ = วงดนตรี, กลุ่มคน
46. bank (แบงคฺ) /bæŋk/ = ธนาคาร
47. bar (บาร์) /bɑːr/ = ท่อน, แท่ง, ไม้ราว
48. barber (บาร์’เบอร์) /ˈbɑːr.bɚ/ = ช่างตัดผม [ชาย]
49. base (เบส) /beɪs/ = ฐาน
50. basic (เบ’ซิค) /ˈbeɪ.sɪk/ = พื้นฐาน
51. basket (บาส’คิท) /ˈbɑː.skɪt/ = ตะกร้า, กระจาด, กระเช้า
52. bat (แบท) /bæt/ = ค้างคาว, กระบอง
53. beach (บีชฺ) /biːtʃ/ = ชายหาด
54. bear (แบร์) /beər/ = หมี
55. beat (บีท) /biːt/ = ตี, จังหวะ
56. beautiful (บิว’ทิฟูล) /ˈbjuː.tɪ.fəl/ = สวยงาม, เลิศ
57. beauty (บิว’ที่) /ˈbjuː.t̬i/ = ความสวยงาม, สิ่งที่สวยงาม, สิ่งที่ดีงาม
58. because (บิคอซ’) /bɪˈkɑːz/ = เพราะ, เพราะว่า
59. become (บิคัม’) /bɪˈkʌm/ = กลายเป็น
60. bed (เบด) /bed/ = เตียง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 61 – 80

61. beer (เบียร์) /bɪr/ = เบียร์
62. before (บิฟอร์’) /bɪˈfɔːr/ = ก่อน
63. begin (บิกิน’) /bɪˈɡɪn/ = เริ่ม
64. behind (บิไฮดฺ’) /bɪˈhaɪnd/ = ข้างหลัง
65. believe (บิลิฟว’) /bɪˈliːv/ = เชื่อ
66. bell (เบล) /bel/ = ระฆัง, กริ่ง
67. below (บิโล’) /bɪˈloʊ/ = ข้างล่าง, ใต้
68. beside (บิไซดฺ’) /bɪˈsaɪd/ = นอกจาก, อยู่ข้าง
69. best (เบสทฺ) /best/ = ดีที่สุด
70. better (เบท’เทอะ) /ˈbet̬.ɚ/ = ดีกว่า, ดีขึ้น
71. between (บิทวีน’) /bɪˈtwiːn/ = ระหว่าง
72. big (บิก) /bɪɡ/ = ใหญ่
73. bike (ไบคฺ) /baɪk/ = จักรยาน
74. bird (เบิร์ด) /bɝːd/ = นก
75. bite (ไบทฺ) /baɪt/ = กัด
76. bitter (บิท’เทอะ) /ˈbɪt̬.ɚ/ = ขม
77. black (แบลค) /blæk/ = ดำ
78. block (บลอค) /blɑːk/ = เครื่องกีดขวาง, ช่วงตึก, แม่พิมพ์
79. blood (บลัด) /blʌd/ = เลือด
80. blow (โบล) /bloʊ/ = เป่า

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 81 – 100

81. blue (บลู) /bluː/ = สีน้ำเงิน, สีท้องฟ้า
82. board (บอร์ดฺ) /bɔːrd/ = กระดาน, คณะกรรมการ
83. boat (โบท) /boʊt/ = เรือลำเล็ก
84. body (บอด’ดี) /ˈbɒd.i/ = ร่างกาย, ร่าง, ตัว, ลำต้น
85. bone (โบน) /boʊn/ = กระดูก
86. book (บุค) /bʊk/ = หนังสือ, จอง
87. boring (บอ’ริง) /ˈbɔː.rɪŋ/ = น่าเบื่อ
88. both (โบธ) /boʊθ/ = ทั้งคู่, ทั้งสอง
89. bottom (บอท’เทิม) /ˈbɑː.t̬əm/ = ก้น, ท้าย, ฐาน
90. box (บอคซฺ) /bɑːks/ = กล่อง
91. boy (บอย) /bɔɪ/ = เด็กผู้ชาย
92. branch (บรานชฺ) /brɑːntʃ/ = กิ่งก้าน, สาขา, แขนง
93. bread (เบรด) /bred/ = ขนมปัง
94. break (เบรค) /breɪk/ = ทำให้แตก, ตีแตก, ทำลาย
95. bright (ไบรทฺ) /braɪt/ = สว่าง, ฉลาด
96. bring (บริง) /brɪŋ/ = นำมา, พามา
97. broad (บรอด) /brɑːd/ = กว้าง
98. brother (บรา’เธอะ) /ˈbrʌð.ɚ/ = พี่ชาย, น้องชาย
99. brown (เบราน์) /braʊn/ = สีน้ำตาล
100. build (บิลดฺ) /bɪld/ = สร้าง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 101 – 120

101. burn (เบิร์น) /bɝːn/ = เผา
102. bury (เบ’ รี) /ˈber.i/ = ฝัง
103. bus (บัส) /bʌs/ = รถเมล์, รถบัส
104. but (บัท) /bʌt/ = แต่
105. butter (บัท’เทอะ) /ˈbʌt̬.ɚ/ = เนยเหลว
106. buy (บาย) /baɪ/ = ซื้อ
107. by (บาย) /baɪ/ = โดย, ข้าง, ใกล้
108. cake (เคด) /keɪk/ = ขนมเค้ก
109. call (คอล) /kɑːl/ = เรียก, โทร
110. camp (แคมพฺ) /kæmp/ = ค่ายที่พั
111. can (แคน) /kæn/ = สามารถ, กระป๋อง
112. canal (คะแนล’) /kəˈnæl/ = คลอง
113. capital (แคพ’พิเทิล) /ˈkæp.ə.t̬əl/ = เมืองหลวง, ตัวเขียนใหญ่
114. captain (แคพ’เทน) /ˈkæp.tən/ = กัปตัน, หัวหน้า, ผู้นำ
115. car (คาร์) /kɑːr/ = รถยนต์
116. card (คาร์ด) /kɑːrd/ = บัตร
117. care (แคร์) /ker/ = เอาใจใส่, ดูแล, เป็นห่วง
118. carry (แค’รี) /ˈkær.i/ = ถือ
119. case (เคส) /keɪs/ = กล่องเล็กๆ, กรณี
120. cat (แคท) /kæt/ = แมว

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 121 – 140

121. catch (แคทชฺ) /kætʃ/ = จับ
122. cause (คอซ) /kɑːz/ = สาเหตุ
123. center (เซน’เทอะ) /ˈsen.tər/ = ศูนย์กลาง
124. century (เซน’ชิวรี) /ˈsen.tʃər.i/ = ศตวรรษ, หนึ่งร้อยปี
125. certain (เซอ’เทิน) /ˈsɝː.tən/ = แน่นอน
126. chair (แชร์) /tʃer/ = เก้าอี้
127. chance (ชานซฺ) /tʃɑːns/ = โอกาส
128. change (เชนจฺ) /tʃeɪndʒ/ = เปลี่ยน
129. character (แค’ริคเทอะ) /ˈkær.ək.tər/ = ลักษณะ
130. charge (ชาร์ดจฺ) /tʃɑːrdʒ/ = บรรจุ, คิดราคา
131. chart (ชาร์ท) tʃɑːrt/ = ผัง, ตาราง
132. cheap (ชีพ) /tʃiːp/ = ราคาถูก
133. check (เชค) /tʃek/ = ตรวจสอบ
134. chick (ชิค) /tʃɪk/ = ลูกไก่
135. chief (ชีฟ) /tʃiːf/ = หัวหน้า, สำคัญ
136. child (ไชดฺ) /tʃaɪld/ = เด็ก
137. children (ชิล’เดรน) /ˈtʃɪl.drən/ = เด็กๆ (หลายคน)
138. choose (ชูส) /tʃuːz/ = เลือก
139. circle (เซอ’เคิล) /ˈsɝː.kəl/ = วงกลม
140. city (ซิท’ที) /ˈsɪt̬.i/ = เมือง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 141 – 160

141. claim (เคลม) /kleɪm/ = เรียกร้อง, อ้าง, อ้างสิทธิ
142. class (คลาส) /klæs/ = ชนชั้น, ชั้นเรียน, ประเภท, จำพวก
143. clean (คลีน) /kliːn/ = สะอาด
144. clear (เคลียร์) /klɪər/ = ใส, กระจ่าง, กวาดล้าง
145. clever (เคลฟ’ เวอะ) /ˈklev.ɚ/ = ฉลาด
146. climb (ไคลมฺ) /klaɪm/ = ปีน
147. clock (คลอค) /klɑːk/ = นาฬิกา
148. close (โคลส) /kloʊz/ = ปิด
149. clothes (โคลธซ) /kloʊðz/ = เสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม
150. cloud (เคลาดฺ) /klaʊd/ = เมฆ
151. coast (โคสทฺ) /koʊst/ = ชายฝั่ง
152. coat (โคท) /koʊt/ = เสื้อคลุม, เสื้อนอก
153. coffee (คอฟ’ฟี่) /ˈkɒf.i/ = กาแฟ
154. cold (โคลดฺ) /koʊld/ = หนาว
155. collect (คะเลคทฺ’) /kəˈlekt/ = สะสม
156. color (คัล’เลอะ) /ˈkʌl.ɚ/ = สี [สะกดแบบ UK = colour]
157. column (คอล’ลัมน์) /ˈkɒl.əm/ = คอลัมน์ในหนังสือ, ช่อง, แถวในแนวตั้ง
158. come (คัม) /kʌm/ = มา
159. common (คอม’เมิน) /ˈkɒm.ən/ = ธรรมดา, สามัญ
160. compare (คัมแพร์ ‘) /kəmˈper/ = เปรียบเทียบ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 161 – 180

161. complete (คัมพลีท’) /kəmˈpliːt/ = สมบูรณ์
162. condition (คันดิช’เชิน) /kənˈdɪʃ.ən/ = เงื่อนไข, สภาวะ
163. connect (คะเนคทฺ’) /kəˈnekt/ = เชื่อมต่อ
164. consider (คันซิด’เดอะ) /kənˈsɪd.ɚ/ = พิจารณา
165. contain (คันเทน’) /kənˈteɪn/ = บรรจุ
166. continent (คอน’ทิเนินทฺ) /ˈkɒn.tɪ.nənt/  = ทวีป
167. continue (คันทิน’นิว) /kənˈtɪn.juː/ = ดำเนินต่อไป, ต่อเนื่อง
168. control (คันโทรล’) /kənˈtrəʊl/ = กำกับดูแล, ควบคุม
169. cook (คุค) /kʊk/ = คนครัว, ทำอาหาร
170. cool (คูล) /kuːl/ = เย็นสบาย
171. copy (คอพ’พี) /ˈkɒp.i/ = คัดลอก, สำเนา
172. corn (คอร์น) /kɔːrn/ = ข้าวโพด
173. corner (คอร์’เนอะ) /ˈkɔːr.nɚ/ = มุม
174. correct (คะเรคทฺ’) /kəˈrekt/ = ถูกต้อง, แก้ไขให้ถูกต้อง
175. cost (คอสทฺ) /kɑːst/ = ต้นทุน, ค่าใช้จ่าย
176. cotton (คอท’เทิน) /ˈkɒt.ən/ = ฝ้าย
177. cough (คอฟ) /kɑːf/ = ไอ
178. count (เคาทฺ) /kaʊnt/ = นับ
179. country (คัน’ทรี) /ˈkʌn.tri/ = ประเทศ
180. course (คอร์ส) /kɔːrs/ = หลักสูตร

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 181 – 200

181. cover (คัฟ’เวอะ) /ˈkʌv.ɚ/ = คลุม, ปก
182. cow (คาว) /kaʊ/ = วัวตัวเมีย
183. create (ครีเอท’) /kriˈeɪt/ = สร้างสรรค์
184. crop (ครอพ) /krɑːp/ = พืชผล
185. cross (ครอส) /krɑːs/ = ข้าม, กากบาท
186. crowd (เคราดฺ) /kraʊd/ = กลุ่มคน, ฝูงชน
187. cry (คราย) /kraɪ/ = ร้องไห้
188. current (เคอ’เรินทฺ) /ˈkɝː.ənt/ = ปัจจุบัน, แพร่หลาย
189. cut (คัท) /kʌt/ = ตัด
190. dad (แดด) /dæd/ = พ่อ [ภาษาพูด]
191. dance (ดานซฺ) /dɑːns/ = เต้น
192. danger (เดน’เจอะ) /ˈdeɪn.dʒɚ/ = อันตราย
193. dark (ดาร์ค) /dɑːrk/ = มืด
194. daughter (ดอ’เทอะ) /ˈdɑː.t̬ɚ/ = ลูกสาว
195. dead (เดด) /ded/ = ตาย [มักใช้แบบ adjective]
196. deal (ดีล) /diːl/ = จัดการ, ตกลง
197. dear (เดียร์) /dɪr/ = ที่รัก, มีค่า
198. death (เดธ) /deθ/ = ความตาย, มรณกรรม
199. decide (ดิไซดฺ’) /dɪˈsaɪd/ = ตัดสินใจ, ตัดสิน
200. deep (ดีพ) /diːp/ = ลึก

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 201 – 220

201. degree (ดีกรี’) /dɪˈɡriː/ = ระดับ, ขั้น, ปริญญา
202. dentist (เดน’ทิสทฺ) /ˈden.tɪst/ = ทันตแพทย์, หมอฟัน
203. depend (ดีเพนดฺ’) /dɪˈpend/ = ขึ้นอยู่กับ
204. describe (ดิสไครบ์’) /dɪˈskraɪb/ = บรรยาย, พรรณนา
205. desert (เดส’เซิร์ท) /ˈdez.ɚt/ = ทะเลทราย, ละทิ้ง
206. design (ดิไซนฺ’) /dɪˈzaɪn/ = ออกแบบ
207. desk (เดสคฺ) /desk/ = โต๊ะ ประเภทที่มักจะมีลิ้นชัก
208. determine (ดิเทอร์’มิน) /dɪˈtɜː.mɪn/ = ตัดสิน, ตกลงใจ, กำหนด, ยุติ
209. develop (ดีเวล’เลิพ) /dɪˈvel.əp/ = พัฒนา
210. dictionary (ดิค’เชินนะรี) /ˈdɪk.ʃən.er.i/ = พจนานุกรม
211. die (ได) /daɪ/ = ตาย [มักใช้แบบ verb]
212. differ (ดิฟ’เฟอะ) /ˈdɪf.ər/ = แตกต่าง, ไม่เห็นด้วย [เป็น verb]
213. difference (ดิฟ’เฟอเรินซฺ) = /ˈdɪf.ər.əns/ ความแตกต่าง [เป็น noun]
214. different (ดิฟ’เฟอเรินทฺ) /ˈdɪf.ər.ənt/ = แตกต่างกัน, ไม่เหมือนกัน [เป็น adjective]
215. difficult (ดิฟ’ฟะคัลทฺ) /ˈdɪf.ɪ.kəlt/ = ยาก, ลำบาก
216. diligent (ดิล’ลิเจินทฺ) /ˈdɪl.ɪ.dʒənt/ = ขยัน
217. direct (ไดเรคทฺ’) /daɪˈrekt/ = มุ่งไป, ตรงไป
218. dirty (เดอร์’ที) /ˈdɜː.ti/ = สกปรก
219. discuss (ดิสคัส’) /dɪˈskʌs/ = อภิปราย
220. distance (ดิส’เทินซฺ) /ˈdɪs.təns/ = ระยะทาง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 221 – 240

221. divide (ดิไวดฺ’) /dɪˈvaɪd/ = แบ่ง
222. division (ดิวิส’เชิน) /dɪˈvɪʒ.ən/ = แผนก, ฝ่าย
223. do (ดู) /duː/ = ทำ
224. doctor (ดอค’เทอะ) /ˈdɒk.tər/ = หมอ
225. dog (ดอก) /dɑːɡ/ = สุนัข
226. door (ดอร์) /dɔːr/ = ประตู
227. double (ดับ’เบิล) /ˈdʌb.əl/ = สองเท่า
228. down (ดาวนฺ) /daʊn/ = ลง, ข้างล่าง
229. draw (ดรอ) /drɔː/ = วาด, จับฉลาก
230. dream (ดรีม) /driːm/ = ฝัน
231. dress (เดรส) /dres/ = ชุด, กระโปรงชุด
232. drink (ดริ้งคฺ) /drɪŋk/ = ดื่ม
233. drive (ไดรฟว) /draɪv/ = ขับ, บังคับ
234. drop (ดรอพ) /drɑːp/ = หยด, ถอน, ยุติ
235. dry (ไดร) /draɪ/ = แห้ง
236. duck (ดัค) /dʌk/ = เป็ด
237. during (เดียว’ริง) /ˈdʒʊə.rɪŋ/ = ระหว่าง
238. each (อีช) /iːtʃ/ = แต่ละ
239. ear (เอียร์) /ɪr/ = หู
240. early (เออร์’ลี) /ˈɝː.li/ = แต่เช้าตรู่, แต่หัวค่ำ, แต่หัววัน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 241 – 260

241. earth (เอิร์ธ) /ɝːθ/ = โลก
242. ease (อีซ) /iːz/ = ความสะดวก, ทำให้สบาย, บรรเทา
243. east (อีสทฺ) /iːst/ = ทิศตะวันออก
244. easy (อี’ซี) /ˈiː.zi/ = ง่าย
245. eat (อีท) /iːt/ = กิน
246. edge (เอดจฺ) /edʒ/ = ขอบ
247. education (เอดจุเค,’เชิน) /ˌedʒ.əˈkeɪ.ʃən/ = การศึกษา
248. effect (อิเฟคทฺ’) /ɪˈfekt/ = ผลกระทบ
249. elbow (เอล’โบ) /ˈel.boʊ/ = ข้อศอก
250. electric (อีเลค’ทริค) /iˈlek.trɪk/ = เกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า
251. electricity (อีเลคทริส’ซิที) /ˌel.ɪkˈtrɪs.ə.ti/ = ไฟฟ้า
252. elegant (เอล’ละเกินทฺ) /ˈel.ə.ɡənt/ = งดงาม, เก๋, ดีเลิศ
253. emergency (อิเมอ’เจินซี) /ɪˈmɝː.dʒən.si/ = ฉุกเฉิน
254. empty (เอมพฺ’ที) /ˈemp.ti/ = ว่างเปล่า
255. enemy (เอน’นะมี) /ˈen.ə.mi/ = ศัตรู
256. energy (เอน’เนอจี) /ˈen.ɚ.dʒi/ = พลังงาน
257. engine (เอน’จิน) /ˈen.dʒɪn/ = เครื่องยนต์
258. enough (อีนัฟ’) /ɪˈnʌf/ = พอ, พอเพียง
259. enter (เอน’เทอะ) /ˈen.tər/ = เข้า
260. equal (อี’ควอล) /ˈiː.kwəl/ = เท่ากัน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 261 – 280

261. especially (อีสเพส’เชิลลี) /ɪˈspeʃ.əl.i/ = โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
262. essay (เอส’เส) /ˈes.eɪ/ = เรียงความ
263. evening (อีฟว’นิง) /ˈiːv.nɪŋ/ = ตอนเย็น
264. event (อีเวนทฺ’) /ɪˈvent/ = เหตุการณ์
265. ever (เอฟ’เวอะ) /ˈev.ɚ/ = เสมอ, เคย
266. every (เอฟว’รี) /ˈev.ri/ = ทุกๆ
267. exact (อิกแซคทฺ’) /ɪɡˈzækt/ = แน่นอน, ถูกต้อง
268. example (อิกแซม’เพิล) /ɪɡˈzæm.pəl/ = ตัวอย่าง
269. except (อิคเซพทฺ’) /ɪkˈsept/ = ยกเว้น
270. exercise (เอค’เซอไซซ) /ˈek.sɚ.saɪz/ = แบบฝึกหัด, การออกกำลังกาย
271. expect (อิคซฺเพคทฺ’) /ɪkˈspekt/ = คาดหมาย, คาดว่า
272. expensive (อิคซฺเพน’ซิฟว) = /ɪkˈspen.sɪv/ แพง
273. experience (อิคซฺเพีย’เรียนซฺ) = /ɪkˈspɪr.i.əns/ ประสบการณ์
274. eye (อาย) /aɪ/ = ดวงตา
275. face (เฟส) /feɪs/ = หน้า
276. fact (แฟคทฺ) /fækt/ = ข้อเท็จจริง, ความจริง
277. fair (แฟรฺ) /fer/ = ยุติธรรม, ปานกลาง, งานแสดงสินค้า
278. fall (ฟอล) /fɑːl/ = ตก, ร่วง, หล่น, ล้ม
279. family (แฟม’มิลี) /ˈfæm.əl.i/ = ครอบครัว
280. famous (เฟม’มัส) /ˈfeɪ.məs/ = มีชื่อเสียง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 281 – 300

281. far (ฟาร์) /fɑːr/ = ไกล
282. farm (ฟาร์ม) /fɑːrm/ = ไร่, ฟาร์ม
283. farmer (ฟาร์ม’เมอะ) /ˈfɑːr.mɚ/ = ชาวนา, ชาวไร่
284. fast (ฟาสทฺ) /fɑːst/ = เร็ว, อดอาหาร
285. fat (แฟท) /fæt/ = อ้วน, ไขมัน
286. father (ฟา’เธอะ) /ˈfɑː.ðɚ/ = บิดา
287. favorite (เฟ’เวอริท) /ˈfeɪ.vər.ət/ = คนโปรด, ของโปรด [UK = favourite]
288. fear (เฟียร์) /fɪr/ = หวาดกลัว, ความกลัว
289. feather (เฟธ’เธอะ) /ˈfeð.ɚ/ = ขนนก
290. feed (ฟีด) /fiːd/ = ป้อน, ให้อาหาร
291. feel (ฟีล) /fiːl/ = รู้สึก
292. fever (ฟี’เวอะ) /ˈfiː.vɚ/ = ไข้
293. few (ฟยู) /fjuː/ = จำนวนไม่มาก
294. field (ฟีลดฺ) /fiːld/ = ทุ่ง, สนาม, ขอบเขต
295. fight (ไฟทฺ) /faɪt/ = ต่อสู้
296. figure (ฟิก’เกอะ) /ˈfɪɡ.ər/ = รูปร่าง
297. fill (ฟิล) /fɪl/ = เติม
298. final (ไฟ’เนิล) /ˈfaɪ.nəl/ = สุดท้าย
299. find (ไฟดฺ) /faɪnd/ = หา
300. fine (ไฟนฺ) /faɪn/ = ดี, ค่าปรับ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 301 – 320

301. finger (ฟิง’เกอะ) /ˈfɪŋ.ɡər = นิ้วมือ
302. finish (ฟิน’นิช) /ˈfɪn.ɪʃ/ = เสร็จ, จบ, สิ้นสุด
303. fire (ไฟ’เออะ) /faɪr/ = ไฟ
304. first (เฟิร์สทฺ) /ˈfɝːst/ = ที่หนึ่ง, แรก
305. fish (ฟิช) /fɪʃ/ = ปลา
306. fit (ฟิท) /fɪt/ = พอดี, เหมาะ
307. five (ไฟฟฺ) /faɪv/ = ห้า
308. flag (แฟลก) /flæɡ/ = ธง
309. flat (แฟลทฺ) /flæt/ = แบน, ราบ
310. floor (ฟลอร์) /flɔːr/ = พื้น
311. flow (โฟล) /floʊ/ = ไหล
312. flower (เฟลา’เออะ) /ˈflaʊ.ɚ/ = ดอกไม้
313. fly (ไฟล) /flaɪ/ = บิน
314. follow (ฟอล’โล) /ˈfɑː.loʊ/ = ตาม, ติดตาม
315. food (ฟูด) /fuːd/ = อาหาร
316. foot (ฟุท) /fʊt/ = เท้า
317. for (ฟอร์) /fɔːr/ = สำหรับ, เพื่อ
318. force (ฟอร์ส) /fɔːrs/ = บังคับ, กำลังแรง, บังคับ
319. forest (ฟอ’ริสทฺ) /ˈfɔːr.ɪst/ = ป่า
320. form (ฟอร์ม) /fɔːrm/ = รูปแบบ, รูปร่าง, แบบฟอร์ม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 321 – 340

321. four (โฟร์) /fɔːr/ = สี่
322. forward (ฟอร์’เวิร์ด) /ˈfɔːr.wɚd/ = ไปข้างหน้า, คำนำ
323. free (ฟรี) /friː/ = อิสระ, เสรี, อย่างให้เปล่า
324. fresh (เฟรช) /freʃ/ = สด, สดๆ ร้อนๆ
325. fridge (ฟริดจ) /frɪdʒ/ = ตู้เย็น
326. friend (เฟรนดฺ) /frend/ = เพื่อน
327. from (ฟรอม) /frɑːm/ = จาก
328. front (ฟรันทฺ) /frʌnt/ = ข้างหน้า, ด้านหน้า
329. fruit (ฟรูท) /fruːt/ = ผลไม้
330. full (ฟูล) /fʊl/ = เต็ม
331. fun (ฟัน) /fʌn/ = สนุกสนาน
332. funny (ฟัน’นี) /ˈfʌn.i/ = น่าขบขัน
333. garbage (การ์’บิจฺ) /ˈɡɑːr.bɪdʒ/ = ขยะ, มูลฝอย
334. garden (การ์’เดิน) /ˈɡɑːr.dən/ = สวน
335. gate (เกท) /ɡeɪt/ = ประตูรั้ว, ประตูใหญ่
336. gather (แกธ’เธอะ) /ˈɡæð.ɚ/ = รวบรวม, จัดรวม
337. general (เจน’นะเริล) /ˈdʒen.ər.əl/ = ทั่วไป, โดยทั่วไป
338. germ (เจิร์ม) /dʒɝːm/ = เชื้อโรค, เชื้อจุลินทรีย์
339. get (เกท) /ɡet/ = ได้รับ, เข้าใจ
340. girl (เกิล) /ɡɜːl/ = เด็กผู้หญิง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 341 – 360

341. give (กิฟว) /ɡɪv/ = ให้
342. glad (แกลด) /ɡlæd/ = ดีใจ, ยินดี
343. glass (กลาส) /ɡlɑːs/ = แก้ว
344. glove (กลัฟว) /ɡlʌv/ = ถุงมือ
345. go (โก) /ɡoʊ/ = ไป
346. goal (โกล) /ɡoʊl/ = เป้าหมาย, ประตูฟุตบอล
347. good (กูด) /ɡʊd/ = ดี
348. goose (กูส) /ɡuːs/ = ห่าน
349. government (กัฟ’เวิร์เมินทฺ) /ˈɡʌv.ɚn.mənt/ = รัฐบาล, คณะปกครอง
350. grand (แกรนดฺ) /ɡrænd/ = ใหญ่โต
351. grass (กราส) /ɡrɑːs/ = หญ้า
352. grave (เกรฟว) /ɡreɪv/ = สุสาน
353. great (เกรท) /ɡreɪt/ = ยิ่งใหญ่, สำคัญ
354. greedy (กรีด’ดี) /ˈɡriː.di/ = ตะกละ
355. green (กรีน) /ɡriːn/ = สีเขียว, เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ
356. greet (กรีท) /ɡriːt/ = ทักทาย
357. grill (กรีล) /ɡrɪl/ = ย่าง, ตะแกรง
358. group (กรูพ) /ɡruːp/ = กลุ่ม
359. grow (โกร) /ɡroʊ/ = เติบโต, ปลูก
360. guess (เกส) /ɡes/ = เดา, คาดการณ์

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 361 – 380

361. guide (ไกดฺ) /ɡaɪd/ = แนะแนว, มัคคุเทศก์
362. gun (กัน) /ɡʌn/ = ปืน
363. hair (แฮร์) /heər/ = ผม, ขน
364. half (ฮาล์ฟ) /hɑːf/ = ครึ่ง
365. hand (แฮนดฺ) /hænd/ = มือ
366. handsome (แฮน’ซัม) /ˈhæn.səm/ = หล่อ
367. happen (แฮพ’เพิน) /ˈhæp.ən/ = เกิดขึ้น
368. happy (แฮพ’พี) /ˈhæp.i/ = มีความสุข
369. hard /hɑːrd/ (ฮาร์ด) = แข็ง, ยาก, เอาจริงเอาจัง
370. harm (ฮาร์ม) /hɑːrm/ = อันตราย, ภัย, ความเสียหาย
371. hat (แฮท) /hæt/ = หมวก
372. have (แฮฟว) /hæv/ = มี, รับประทาน, ดื่ม
373. he (ฮี) /hiː/ = เขาผู้ชาย
374. head (เฮด) /hed/ = หัว, ตำแหน่งสูงสุด
375. healthy (เฮล’ธี) /ˈhel.θi/ = มีสุขภาพดี
376. hear (เฮียร์) /hɪr/ = ได้ยิน
377. heart (ฮาร์ท) /hɑːrt/ = หัวใจ
378. heat (ฮีท) /hiːt/ = ความร้อน
379. heavy (เฮฟ’วี) /ˈhev.i/ = หนัก
380. help (เฮลพฺ) /help/ = ช่วยเหลือ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 381 – 400

381. hen (เฮน) /hen/ = ไก่ตัวเมีย, แม่ไก่
382. herb (เฮิร์บ) /hɜːb/ = สมุนไพร
383. here (เฮียร์) /hɪr/ = ที่นี่, ตรงนี้
384. high (ไฮ) /haɪ/ = สูง, รุนแรง
385. hill (ฮิล) /hɪl/ = เนินเขา
386. hint (ฮินทฺ) /hɪnt/ = บอกใบ้, พูดเปรย
387. hip (ฮิพ) /hɪp/ = สะโพก
388. history (ฮิล’ทรี) /ˈhɪs.t̬ɚ.i/ = ประวัติศาสตร์
389. hit (ฮิท) /hɪt/ = ตี
390. hold (โฮลดฺ) /hoʊld/ = ถือ
391. hole (โฮล) /hoʊl/ = รู
392. home (โฮม) /hoʊm/ = บ้าน
393. hope (โฮพ) /hoʊp/ = ความหวัง
394. horse (ฮอร์ส) /hɔːrs/ = ม้า
395. hospital (ฮอส’พิเทิล) /ˈhɑː.spɪ.t̬əl/ = พยาบาล
396. hot (ฮอท) /hɒt/ = ร้อน, เร่าร้อน
397. hotel (โฮเทล’) /hoʊˈtel/ = โรงแรม
398. hour (เอา’เออะ) /aʊər/ = ชั่วโมง
399. house (เฮาซฺ) /haʊs/ = บ้าน
400. hug (ฮัก) /hʌɡ/ = กอด

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 401 – 420

401. huge (ฮยูจฺ) /hjuːdʒ/ = ใหญ่โต, มหาศาล
402. human (ฮยู’เมิน) /ˈhjuː.mən/ = มนุษย์
403. hundred (ฮัน’เดริด) /ˈhʌn.drəd/ = เลขร้อย
404. hungry (ฮัง’กรี) /ˈhʌŋ.ɡri/ = หิว
405. hunt (ฮันทฺ) /hʌnt/ = ล่า
406. hurry (เฮอ’รี) /ˈhɝː.i/ = รีบ
407. husband (ฮัช’เบินดฺ) /ˈhʌz.bənd/ = สามี
408. hut (ฮัท) /hʌt/ = กระท่อม
409. ice (ไอซฺ) /aɪs/ = น้ำแข็ง
410. idea (ไอเดีย’) /aɪˈdɪə/ = ความคิด
411. ill (อิล) /ɪl/ = ป่วย
412. imagine (อิแมจ’จิน) /ɪˈmædʒ.ɪn/ = วาดมโนภาพ, จินตนาการ
413. improve (อิมพรูฟว’) /ɪmˈpruːv/ = ปรับปรุง, ทำให้ดีขึ้น
414. incentive (อินเซน’ทิฟว) /ɪnˈsen.tɪv/ = สิ่งกระตุ้น, สิ่งจูงใจ
415. inch (อินชฺ) /ɪntʃ/ = นิ้ว (หน่วยวัด)
416. include (อินคลูด’) /ɪnˈkluːd/ = รวม, ประกอบด้วย
417. income (อิน’ คัม) /ˈɪn.kʌm/ = รายได้
418. industry (อิน’ดัสทรี) /ˈɪn.də.stri/ = อุตสาหกรรม
419. insect (อิน’เซคทฺ) /ˈɪn.sekt/ = แมลง
420. instant (อิน’สเทินทฺ) /ˈɪn.stənt/ = ทันที, ฉับพลัน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 421 – 440

421. instrument (อิน’สทรูเมินทฺ) = /ˈɪn.strə.mənt/ เครื่องมือ
422. interest (อิน’เทรซ) /ˈɪn.trəst/ = ความสนใจ, ดอกเบี้ย
423. interview (อิน’เทอะวยู) /ˈɪn.tə.vjuː/ = สัมภาษณ์
424. invent (อินเวนทฺ’) /ɪnˈvent/ = ประดิษฐ์
425. invoice (อิน’วอยซฺ) /ˈɪn.vɔɪs/ = ใบแจ้งรายการสินค้าและราคา
426. iron (ไอ’เอิร์น) /aɪrn/ = เตารีด, ธาตุเหล็ก
427. island (ไอ’เลินดฺ) /ˈaɪ.lənd/ = เกาะ
428. itch (อิทชฺ) /ɪtʃ/ = รู้สึกคัน, ทำให้คัน
429. jam (แจม) /dʒæm/ = ติด, ผลไม้กวน
430. job (จอบ) /dʒɑːb/ = งาน
431. join (จอยนฺ) /dʒɔɪn/ = เข้าร่วม
432. joy (จอย) /dʒɔɪ/ = เบิกบานใจ
433. judge (จัดจฺ) /dʒʌdʒ/ = ตัดสิน
434. jump (จัมพฺ) /dʒʌmp/ = กระโดด
435. just (จัสทฺ) /dʒʌst/ = เพิ่งจะ, เพียงแค่
436. keep (คีพ) /kiːp/ = เก็บ, รักษาไว้
437. key (คี) /kiː/ = กุญแจ, สำคัญ, ระดับเสียง
438. kill (คิล) /kɪl/ = ฆ่า
439. kind (ไคดฺ) /kaɪnd/ = ใจดี, ชนิด, จำพวก
440. king (คิง) /kɪŋ/ = กษัตริย์, ราชา

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 441 – 460

441. know (โน) /noʊ/ = รู้, รู้จัก
442. lady (เล’ดี) /ˈleɪ.di/ = สุภาพสตรี
443. lake (เล็ค) /leɪk/ = ทะเลสาบ
444. land (แลนดฺ) /lænd/ = แผ่นดิน, ประเทศ, เขต
445. language (แลง’กวิจ) /ˈlæŋ.ɡwɪdʒ/ = ภาษา
446. large (ลาร์จฺ) /lɑːrdʒ/ = ใหญ่
447. last (ลาสทฺ) /lɑːst/ = สุดท้าย
448. late (เลท) /leɪt/ = สาย
449. laugh (ลาฟ) /lɑːf/ = หัวเราะ
450. law (ลอ) /lɑː/ = กฎหมาย
451. lawyer (ลอ’เยอะ) /ˈlɑː.jɚ/ = ทนายความ, นักกฎหมาย
452. lay (เล) /leɪ/ = วาง
453. lazy (เล’ซิ) /ˈleɪ.zi/ = ขี้เกียจ
454. lead (ลีด) /liːd/ = นำ
455. learn (เลิร์น) /lɝːn/ = เรียนรู้
456. lease (ลีส) /liːs/ = สัญญาเช่า
457. leave (ลีฟว) /liːv/ = ออกเดินทาง, ลาหยุด, ทอดทิ้ง
458. left (เลฟทฺ) /left/ = ซ้าย
459. leg (เลก) /leɡ/ = ขา
460. lend (เลนดฺ) /lend/ = ให้ยืม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 461 – 480

461. length (เลงธฺ) /leŋθ/ = ความยาว
462. less (เลส) /les/ = น้อยกว่า
463. let (เลท) /let/ = อนุญาต, ปล่อยให้
464. letter (เลท’เทอะ) /ˈlet̬.ɚ/ = จดหมาย, อักษร
465. level (เลฟ’เวิล) /ˈlev.əl/ = ระดับ
466. lie (ไล) /laɪ/ = โกหก
467. life (ไลฟฺ) /laɪf/ = ชีวิต
468. lift (ลิฟทฺ) /lɪft/ = ยก, ลิฟต์
469. light (ไลทฺ) /laɪt/ = แสงสว่าง, จาง, เบา
470. like (ไลคฺ) /laɪk/ = ชอบ, เช่น, เหมือน
471. line (ไลนฺ) /laɪn/ = เส้น, สาย
472. liquid (ลิค’ควิด) /ˈlɪk.wɪd/ = ของเหลว
473. list (ลิสทฺ) /lɪst/ = รายการ
474. listen (ลิส’เซิน) /ˈlɪs.ən/ = ฟัง
475. live (ลิฟว) /lɪv/ = อยู่, อาศัย
476. live (ไลฟว) /laɪv/ = รายการสด
477. location (โลเค’เชิน) /loʊˈkeɪ.ʃən/ = ที่ตั้ง, ตำแหน่ง
478. log (ลอก) /lɑːɡ/ = บันทึกเหตุการณ์, ท่อนไม้
479. long (ลอง) /lɑːŋ/ = ยาว
480. look (ลุค) /lʊk/ = มอง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 481 – 500

481. loose (ลูสฺ) /luːs/ = หลวม
482. lost (ลอสทฺ) /lɑːst/ = สูญหาย, พ่ายแพ้
483. lotus (โล’ทัส) /ˈloʊ.t̬əs/ = ดอกบัว
484. loud (เลาดฺ) /laʊd/ = ดัง
485. love (ลัฟว) /lʌv/ = ชอบมาก
486. low (โล) /loʊ/ = ต่ำ
487. lucky (ลัค’คี) /ˈlʌk.i/ = มีโชค, โชคดี
488. machine (มะชีน’) /məˈʃiːn/ = เครื่องจักร
489. magnet (แมก’เนท) /ˈmæɡ.nət/ = แม่เหล็ก
490. main (เมน) /meɪn/ = สำคัญ, หลัก
491. major (เม’เจอะ) /ˈmeɪ.dʒər/ = ส่วนใหญ่, สำคัญ, วิชาเอก
492. make (เมคฺ) /meɪk/ = ทำ
493. man (แมน) /mæn/ = ผู้ชาย, มนุษย์
494. many (เม’นี) /ˈmen.i/ = มาก
495. map (แมพ) /mæp/ = แผนที่
496. mark (มาร์ค) /mɑːrk/ = คะแนน, สัญลักษณ์
497. market (มาร์ค’คิท) /ˈmɑːr.kɪt/ = ตลาด
498. mass (แมส) /mæs/ = มวล, จำนวนมาก
499. match (แมชฺ) /mætʃ/ = เข้าคู่, ไม้ขีดไฟ, การแข่งขัน
500. material (มะเทีย’เรียล) /məˈtɪr·i·əl/ = วัตถุ, วัสดุ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 501 – 520

501. math (แมธ) /mæθ/ คณิตศาสตร์ [ย่อมาจาก mathematics]
502. maze (เมซ) /meɪz/ เขาวงกต, ความยุ่งเหยิง
503. meal (มีล) /mɪəl/ มื้ออาหาร
504. mean (มีน) /miːn/ หมายถึง, วิธีการ, ตั้งใจ, ค่าเฉลี่ย
505. meat (มีท) /miːt/ เนื้อสัตว์
506. meet (มีท) /miːt/ พบ, บรรจบกับ
507. melt (เมลทฺ) /melt/ ละลาย
508. metal (เมท’เทิล) /ˈmet̬.əl/ โลหะ
509. method (เมธ’เธิด) /ˈmeθ.əd/ วิธีการ
510. middle (มิด’เดิล) /ˈmɪd.əl/ กลาง,ปานกลาง
511. mild (ไมล์ดฺ) /maɪld/ อ่อน, อ่อนโยน, เบา
512. military (มิล’ลิเทอรี) /ˈmɪl.ə.ter.i/ เกี่ยวกับทหาร, ทางทหาร
513. milk (มิลคฺ) /mɪlk/ น้ำนม, ของเหลวคล้ายน้ำนม
514. million (มิล’เยิน) /ˈmɪl.jən/ จำนวนหนึ่งล้าน
515. mind (ไมน์ดฺ) /maɪnd/ จิตใจ, ปัญญา
516. minus (ไม’นัส) /ˈmaɪ.nəs/ ลบ, ลบออก
517. minute (มิน’นิท) /ˈmɪn.ɪt/ นาที
518. miss (มิส) /mɪs/ พลาด, คิดถึง, นางสาว Miss
519. mix (มิคซฺ) /mɪks/ ผสม
520. modern (มอด’เดิร์น) /ˈmɒd.ən/ สมัยใหม่, ทันสมัย

See also  [Update] สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย | ตัวอย่าง เรียงความ ภาษา อังกฤษ เรื่อง การ ท่องเที่ยว - NATAVIGUIDES

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 521 – 540

521. moment (โม’เมินทฺ) /ˈmoʊ.mənt/ ขณะนั้น, ชั่วครู่
522. money (มัน’นี) /ˈmʌn.i/ เงิน
523. monkey (มัง’คี) /ˈmʌŋ.ki/ ลิง
524. month (มันธฺ) /mʌnθ/ เดือน
525. moon (มูน) /muːn/ ดวงจันทร์
526. more (มอรฺ) /mɔːr/ มากกว่า
527. morning (มอร์’นิง) /ˈmɔːr.nɪŋ/ ตอนเช้า
528. most (โมสทฺ) /moʊst/ มากที่สุด, ส่วนใหญ่
529. mother (มา’เธอะ) /ˈmʌð.ɚ/ มารดา
530. motion (โม’เชิน) /ˈmoʊ.ʃən/ การเคลื่อนไหว
531. mountain (เมา’เทิน) /ˈmaʊn.tən/ ภูเขา
532. mouse (เมาซฺ) /maʊs/ หนู
533. mouth (เมาธฺ) /maʊθ/ ปาก
534. move (มูฟว) /muːv/ เคลื่อนที่, ย้าย
535. much (มัชฺ) /mʌtʃ/ จำนวนมาก
536. music (มิว’ซิค) /ˈmjuː.zɪk/ ดนตรี
537. must (มัสทฺ) /mʌst/ ต้อง
538. my (มาย) /maɪ/ ของฉัน
539. name (เนม) /neɪm/ ชื่อ, นาม
540. narrow (แน’โร) /ˈner.oʊ/ แคบ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 541 – 560

541. nation (เน’เชิน) /ˈneɪ.ʃən/ ชาติ
542. natural (แนช’เชอเริล) /ˈnætʃ.ɚ.əl/ โดยธรรมชาติ
543. nature (เน’เชอะ) /ˈneɪ.tʃɚ/ ธรรมชาติ
544. near (เนียร์) /nɪr/ ใกล้
545. necessary (เนส’ซิเซอรี) /ˈnes.ə.ser.i/ จำเป็น
546. neck (เนค) /nek/ คอ
547. need (นีด) /niːd/ ความจำเป็น, ต้องการมาก
548. neighbor (เน’เบอร์) /ˈneɪ·bər/ เพื่อนบ้าน
549. never (เนฟ’เวอะ) /ˈnev.ɚ/ ไม่เคย
550. new (นิว) /njuː/ ใหม่
551. next (เนคซฺทฺ) /nekst/ ถัดไป
552. night (ไนทฺ) /naɪt/ กลางคืน
553. nine (ไนนฺ) /naɪn/ เก้า
554. no (โน) /noʊ/ ไม่
555. noise (นอยซ) /nɔɪz/ เสียง, สัญญาณรบกวน
556. noisy (นอย’ซี) /ˈnɔɪ.zi/ อึกทึก
557. noon (นูน) /nuːn/ เที่ยงวัน
558. north (นอธ) /nɔːθ/ ทิศเหนือ
559. nose (โนซ) /noʊz/ จมูก
560. note (โนท) /noʊt/ บันทึก, สังเกต, ธนบัตร

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 561 – 580

561. notebook (โนทฺ’บุค) /ˈnoʊt.bʊk/ สมุดบันทึก
562. notice (โน’ทิส) /ˈnoʊ.t̬ɪs/ ข้อสังเกต, ประกาศ
563. nothing (นัธ’ธิง) /ˈnʌθ.ɪŋ/ ไม่มีอะไร
564. now (เนา) /naʊ/ ขณะนี้, เดี๋ยวนี้
565. number (นัม’เบอะ) /ˈnʌm.bɚ/ ตัวเลข, จำนวน
566. nurse (เนิร์ซฺ) /nɝːs/ พยาบาล
567. object (ออบ’เจคทฺ) /ˈɑːb.dʒɪkt/ วัตถุ, วัตถุประสงค์, คัดค้าน, กรรม
568. observe (อับเซอฟว’) /əbˈzɝːv/ สังเกตการณ์
569. ocean (โอ’เชิน) /ˈoʊ.ʃən/ มหาสมุทร
570. of (ออฟ) /ɑːv/ ของ
571. off (ออฟฺ) /ɑːf/ ออก, แยก, พ้นไป, ไกลออกไป
572. offer (ออฟ’เฟอะ) /ˈɑː.fɚ/ เสนอ
573. office (ออฟ’ฟิซฺ) /ˈɑː.fɪs/ สำนักงาน
574. often (ออฟ’เฟิน) /ˈɑːf.ən/ บ่อยๆ
575. oil (ออยลฺ) /ɔɪl/ น้ำมัน
576. old (โอลดฺ) /oʊld/ แก่
577. on (ออน) /ɑːn/ บน
578. once (วันซฺ) /wʌns/ ครั้งหนึ่ง
579. one (วัน) /wʌn/ หนึ่ง
580. only (โอน’ลี) /ˈəʊn.li/ เท่านั้น, เพียงแต่

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 581 – 600

581. open (โอ’เพิน) /ˈoʊ.pən/ เปิด
582. opposite (ออพ’พะซิท) /ˈɑː.pə.zɪt/ ตรงกันข้าม
583. or (ออร์) /ɔːr/ หรือ
584. orange (ออ’รินจฺ) /ˈɔːr.ɪndʒ/ ส้ม
585. order (ออร์’เดอะ) /ˈɔːr.dɚ/ คำสั่ง, ลำดับ
586. organ (ออร์’เกิน) /ˈɔːr.ɡən/ อวัยวะ, หีบเพลงเป่า
587. original (อะริจ’จิเนิล) /əˈrɪdʒ.ən.əl/ ต้นฉบับ, แรกเริ่ม, ต้นตอ
588. other (อัธ’เธอะ) /ˈʌð.ɚ/ อื่น
589. our (เอา’เออะ) /ˈaʊ.ɚ/ ของพวกเรา
590. out (เอาทฺ) /aʊt/ ออก, นอก
591. outdoor (เอาทฺ’ดอร์) /ˈaʊtˌdɔːr/ กลางแจ้ง, นอกบ้าน
592. over (โอ’เวอะ) /ˈoʊ.vɚ/ เหนือ, เกินกว่า
593. own (โอน) /oʊn/ เป็นเจ้าของ
594. ox (ออคซฺ) /ɑːks/ วัวตัวผู้
595. page (เพจ) /peɪdʒ/ หน้าหนังสือ
596. paint (เพนท) /peɪnt/ สี, ทาสี, วาดรูป
597. pair (แพร์) /per/ คู่
598. pants (แพนทฺซฺ) /pænts/ กางเกง
599. paper (เพ’เพอะ) /ˈpeɪ.pɚ/ กระดาษ
600. paragraph (แพ’ระกราฟ) /ˈper.ə.ɡræf/ ย่อหน้า, วรรค

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 601 – 620

601. park (พาร์ค) /pɑːrk/ สวนสาธารณะ
602. part (พาร์ท) /pɑːrt/ ส่วน
603. particular (พาร์ทิค’คิวละ) /pɚˈtɪk.jə.lɚ/ โดยเฉพาะ, จำเพาะ
604. party (พาร์ท’ที) /ˈpɑːr.t̬i/ งานเลี้ยง, พรรค
605. pass (พาส) /pɑːs/ ผ่าน
606. past (พาสท) /pɑːst/ อดีต
607. path (พาธ) /pɑːθ/ เส้นทาง, วิถี
608. patient (เพ’เชินทฺ) /ˈpeɪ.ʃənt/ อดทน, คนไข้
609. pay (เพ) /peɪ/ จ่าย, ชำระ
610. pen (เพน) /pen/ ปากกา
611. pencil (เพน’เซิล) /ˈpen.səl/ ดินสอ
612. people (พี’เพิล) /ˈpiː.pəl/ คน, ประชาชน
613. perhaps (เพอแฮพซฺ’) /pɚˈhæps/ บางที
614. period (เพีย’เรียด) /ˈpɪr.i.əd/ ระยะเวลา, สมัย, ประจำเดือน
615. person (เพอ’เซิน) /ˈpɝː.sən/ บุคคล
616. phrase (เฟรส) /freɪz/ วลี, กลุ่มคำ
617. pick (พิค) /pɪk/ เลือก, เด็ด, เก็บ, หยิบ
618. picture (พิค’เชอะ) /ˈpɪk.tʃɚ/ รูปภาพ
619. piece (พีส) /piːs/ ชิ้น, อัน, แผ่น
620. pig (พิก) /pɪɡ/ หมู, สุกร

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 621 – 640

621. pin (พิน) /pɪn/ เข็ม, เข็มหมุด
622. place (เพลส) /pleɪs/ สถานที่
623. plain (เพลน) /pleɪn/ เรียบ, ธรรมดา
624. plan (แพลน) /plæn/ แผนการ
625. plane (เพลน) /pleɪn/ เครื่องบิน
626. planet (แพลน’นิท) /ˈplæn.ɪt/ ดาวเคราะห์
627. plant (พลานทฺ) /plɑːnt/ พืช, ต้นไม้, โรงงาน
628. play (เพล) /pleɪ/ เล่น, การละเล่น, บทละคร
629. p.m. (พี เอ็ม) /ˌpiːˈem/ เวลาหลังเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
630. poem (โพ’เอิม) /ˈpoʊ.əm/ บทกวี
631. point (พอยทฺ) /pɔɪnt/ ประเด็น, จุด, คะแนน
632. policeman (พะลีส’เมิน) /pəˈliːs.mən/ ตำรวจ
633. poor (พัวร์) /pʊr/ ยากจน, น่าสงสาร, ไม่ดีพอ
634. popular (พอพ’พิวละ) /ˈpɑː.pjə.lɚ/ เป็นที่นิยม, ได้รับความสนใจ
635. port (พอร์ท) /pɔːrt/ ท่าเรือ, ท่าอากาศยาน, ท่าด่าน
636. position (พะซิช’เชิน) /pəˈzɪʃ.ən/ ตำแหน่ง, การจัดวาง
637. possible (พอส’ซะเบิล) /ˈpɑː.sə.bəl/ เป็นไปได้
638. post (โพสทฺ) poʊst/ ประกาศ, แจ้ง, ไปรษณีย์,
639. postman (โพสทฺ’เมิน) /ˈpoʊst.mən/ บุรุษไปรษณีย์
640. pound (เพาดฺ) /paʊnd/ ปอนด์, ตีกระหน่ำ, ตำ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 641 – 660

641. power (เพา’เออะ) /paʊər/ พลัง, อำนาจ
642. practice (แพรค’ทิส) /ˈpræk.tɪs/ ฝึกซ้อม
643. prepare (พรีแพร์’) /prɪˈper/ เตรียม
644. present (เพรซ’เซินทฺ) /ˈprez.ənt/ ปัจจุบัน, ของขวัญ
645. present (พริเซนทฺ’) /prɪˈzent/ เสนอ, แสดงให้เห็น
646. pretty (พริท’ที) /ˈprɪt̬.i/ สวยงาม, น่าเอ็นดู, น่ารัก
647. print (พรินทฺ) /prɪnt/ พิมพ์
648. problem (พรอบ’เลิม) /ˈprɒb.ləm/ ปัญหา
649. process (พรอส’เซส) /ˈprɑː.ses/ กระบวนการ
650. produce (พระดิวซฺ’) /prəˈduːs/ ผลิต
651. product (พรอด’ดัคทฺ) /ˈprɒd.ʌkt/ ผลิตภัณฑ์
652. proper (พรอพ’เพอะ) /ˈprɒp.ər/ เหมาะสม
653. property (พรอพ’เพอที) /ˈprɒp.ə.ti/ ทรัพย์สิน, สมบัติ, ที่ดิน
654. protect (โพรเทคทฺ’) /prəˈtekt/ ป้องกัน, ปกป้อง
655. prove (พรูฟว) /pruːv/ พิสูจน์
656. provide (พระไวดฺ’) /prəˈvaɪd/ จัดหาให้, เตรียมการ
657. pull (พูล) /pʊl/ ดึง, ลาก
658. push (พุช) /pʊʃ/ ผลัก, ดัน
659. put (พูท) /pʊt/ วาง, ใส่
660. pyjamas (พะจา’มัซ) /pɪˈdʒɑː.məz/ เสื้อกางเกงชุดนอน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 661 – 680

661. quick (ควิค) /kwɪk/ วดเร็ว, ฉับไว
662. quiet (ไคว’เอิท) /ˈkwaɪ.ət/ เงียบ, สงบ
663. quite (ไควทฺ) kwaɪt/ โดยแท้จริง, ค่อนข้างจะ
664. race (เรซ) /reɪs/ การแข่งขัน, เชื้อชาติ
665. radio (เร’ดิโอ) /ˈreɪ.di.oʊ/ วิทยุ
666. rail (เรล) /reɪl/ ราง, รางรถไฟ, ราว
667. rain (เรน) /reɪn/ ฝน, ฝนตก
668. raise (เรซ) /reɪz/ ยกขึ้น, ทำให้เพิ่มขึ้น
669. range (เรนจฺ) /reɪndʒ/ แนว, ขอบเขต, เทือกเขา
670. rather (รา’เธอะ) /ˈrɑː.ðər/ ค่อนข้าง
671. reach (รีชฺ) /riːtʃ/ เอื้อม, ถึง
672. read (รีด) /riːd/ อ่าน
673. ready (เรด’ดี) /ˈred.i/ พร้อม
674. real (เรียล) /ˈriː.əl/ จริง, แท้จริง
675. reason (รี’เซิน) /ˈriː.zən/ เหตุผล
676. receive (รีซีฟว’) /rɪˈsiːv/ ได้รับ
677. record (เรค’เคิร์ด) /ˈrek.ɚd/ บันทึก
678. red (เรด) /red/ สีแดง
679. region (รี’เจิน) /ˈriː.dʒən/ ภูมิภาค
680. remember (รีเมม’เบอะ) /rɪˈmem.bɚ/ จดจำ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 681 – 700

681. repeat (รีพีท’) /rɪˈpiːt/ พูดซ้ำ, เกิดซ้ำ
682. reply (รีไพล’) /rɪˈplaɪ/ ตอบ
683. represent (เรพริเซนทฺ’) /ˌrep.rɪˈzent/ แทน, แสดงให้เห็น
684. require (รีไคว’เออะ) /rɪˈkwaɪr/ ต้องการ
685. rest (เรสทฺ) /rest/ พัก, ส่วนที่เหลือ
686. result (รีซัลทฺ’) /rɪˈzʌlt/ ผลลัพธ์
687. rice (ไรซฺ) /raɪs/ ข้าว
688. rich (ริชฺ) /rɪtʃ/ รวย
689. ride (ไรดฺ) /raɪd/ ขี่
690. right (ไรทฺ) /raɪt/ ถูกต้อง, ทางขวา, สิทธิ
691. ring (ริง) /rɪŋ/ แหวน, วงแหวน
692. river (ริฟ’เวอะ) /ˈrɪv.ɚ/ แม่น้ำ
693. road (โรด) /roʊd/ ถนน, ทาง, วิถี
694. rock (รอค) /rɑːk/ หิน
695. roll (โรล) /roʊl/ ม้วน
696. room (รูม) /ruːm/ ห้อง, ที่ว่าง
697. root (รูท) /ruːt/ ราก
698. rope (โรพ) /roʊp/ เชือก
699. rose (โรซ) /roʊz/ กุหลาบ
700. round (เราดฺ) /raʊnd/ กลม, รอบ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 701 – 720

701. row (โร) /roʊ/ แถว
702. rub (รับ) /rʌb/ ถู, นวด
703. rule (รูล) /ruːl/ กฎ, ระเบียบ, กติกา
704. run (รัน) /rʌn/ วิ่ง
705. sad (แซด) /sæd/ เศร้า
706. safe (เซฟ) /seɪf/ ปลอดภัย
707. sail (เซล) /seɪl/ ล่องเรือ, ใบเรือ
708. salt (ซอลทฺ) /sɑːlt/ เกลือ
709. same (เซม) /seɪm/ เหมือนกัน
710. save (เซฟว) /seɪv/ เก็บรักษา, ช่วยชีวิต, ประหยัด
711. say (เซ) /seɪ/ พูด
712. scale (สเคล) /skeɪl/ ตาชั่ง, อัตรา
713. school (สคูล) /skuːl/ โรงเรียน
714. science (ไซ’เอินซฺ) /ˈsaɪ.əns/ วิทยาศาสตร์
715. score (สคอร์) /skɔːr/ คะแนน, ทำแต้ม, รอยบาก
716. sea (ซี) /siː/ ทะเล
717. search (เซิร์ชฺ) /sɝːtʃ/ ค้นหา
718. season (ซี’เซิน) /ˈsiː.zən/ ฤดู, ปรุงรส
719. seat (ซีท) /siːt/ ที่นั่ง
720. second (เซค’เคินดฺ) /ˈsek.ənd/ ที่สอง, วินาที

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 721 – 740

721. section (เซค’เชิน) /ˈsek.ʃən/ กลุ่ม, หมวด, ส่วน, ตอน
722. see (ซี) /siː/ เห็น
723. seed (ซีด) /siːd/ เมล็ด
724. seem (ซีม) /siːm/ ดูเหมือนว่า, ดูราวกับ
725. select (ซีเลคทฺ’) /sɪˈlekt/ เลือก
726. selfie (เซลฟฺ-ฟี) /ˈsel.fi/ การถ่ายภาพตนเอง (มักถ่ายด้วยมือถือ)
727. sell (เซล) /sel/ ขาย
728. send (เซนดฺ) /send/ ส่ง
729. sense (เซนซฺ) /sens/ ประสาทสัมผัส, การรับรู้
730. sentence (เซน’เทินซฺ) /ˈsen.təns/ ประโยค
731. separate (เซพ’พะเรท) /ˈsep.ər.ət/ แยก
732. serve (เซิร์ฟว) /sɝːv/ บริการ
733. set (เซท) /set/ ชุด, จัดเตรียม
734. settle (เซท’เทิล) /ˈset̬.əl/ ตั้งรกราก, จ่ายหนี้
735. seven (เซฟ’เวิน) /ˈsev.ən/ เจ็ด
736. several (เซฟ’เวอเริล) /ˈsev.ɚ.əl/ หลาย
737. sew (โซ) /soʊ/ เย็บ
738. shallow (แชล’โล) /ˈʃæl.oʊ/ ตื้น
739. shape (เชพ) /ʃeɪp/ รูปร่าง
740. share (แชร์) /ʃer/ แบ่งปัน, หุ้น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 741 – 760

741. sharp (ชาร์พ) /ʃɑːrp/ คม, เฉียบขาด, เข้มงวด
742. shave (เชฟว) /ʃeɪv/ โกน
743. sheep (ชีพ) /ʃiːp/ แกะ
744. sheet (ชีท) /ʃiːt/ แผ่น, ผ้าปูที่นอน, สิ่งตีพิมพ์
745. shift (ชิฟทฺ) /ʃɪft/ หมุนเวียน, เปลี่ยนเวร, เวรยาม
746. shine (ไชนฺ) /ʃaɪn/ ส่องแสง
747. ship (ชิพ) /ʃɪp/ เรือใหญ่
748. shirt (เชิร์ท) /ʃɝːt/ เสื้อเชิ้ต
749. shoe (ชู) /ʃuː/ รองเท้า [shoes]
750. shop (ชอพ) /ʃɑːp/ ร้าน, ร้านค้า
751. shore (ชอร์) /ʃɔːr/ ชายฝั่ง
752. short (ชอร์ท) /ʃɔːrt/ สั้น, เตี้ย, ขาด, ไม่พอ
753. should (ชูด) /ʃʊd/ ควรจะ
754. shoulder (โชล’เดอะ) /ˈʃoʊl.dɚ/ ไหล่, บ่า
755. shout (เชาทฺ) /ʃaʊt/ ตะโกน
756. show (โช) /ʃoʊ/ แสดง
757. side (ไซดฺ) /saɪd/ ข้าง, ด้าน
758. sight (ไซทฺ) /saɪt/ การเห็น, กำลังสายตา
759. sign (ไซน์) /saɪn/ เครื่องหมาย, สัญลักษณ์, ลาง
760. single (ซิง’เกิล) /ˈsɪŋ.ɡəl/ โสด, เดี่ยว

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 761 – 780

761. sister (ซิส’เทอะ) /ˈsɪs.tɚ/ พี่สาว, น้องสาว
762. sit (ซิท) /sɪt/ นั่ง
763. six (ซิคซฺ) /sɪks/ หก
764. size (ไซซ) /saɪz/ ขนาด
765. skill (สกิล) /skɪl/ ทักษะ
766. skin (สกิน) /skɪn/ หนัง
767. skirt (สเกิร์ท) /skɝːt/ กระโปรง
768. sky (สกาย) /skaɪ/ ท้องฟ้า
769. sleep (สลีพ) /sliːp/ นอนหลับ
770. slip (สลิพ) /slɪp/ ลื่น, กระดาษแผ่นเล็กๆ
771. slow (สโล) /sloʊ/ ช้า
772. small (สมอล) /smɑːl/ เล็ก
773. smell (สเมล) /smel/ ดม, กลิ่น
774. smile (สไมล์) /smaɪl/ ยิ้ม
775. snow (สโน) /snoʊ/ หิมะ, หิมะตก
776. so (โซ) /soʊ/ ดังนั้น
777. sock (ซอค) /sɒk/ ถุงเท้า [a pair of socks]
778. soft (ซอฟทฺ) /sɒft/ นุ่ม
779. soil (ซอลย์) /sɔɪl/ ดิน
780. soldier (โซล’เจอะ) /ˈsoʊl.dʒɚ/ ทหาร

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 781 – 800

781. solution (ซะลู’ชัน) /səˈluː.ʃən/ วิธีแก้, การแก้ปัญหา
782. solve (ซอลฟฺว) /sɑːlv/ แก้ปัญหา
783. some (ซัม) /sʌm/ บางส่วน, บ้าง
784. son (ซัน) /sʌn/ ลูกชาย
785. song (ซอง) /sɑːŋ/ เพลง
786. soon (ซูน) /suːn/ ในไม่ช้า
787. sorry (ซอ’รี) /ˈsɔːr.i/ เสียใจ
788. sound (เซาน์ดฺ) /saʊnd/ เสียง
789. south (เซาธฺ) /saʊθ/ ทิศใต้
790. space (สเปซ) /speɪs/ อวกาศ, ช่องว่าง, ที่ว่างเปล่า
791. speak (สปีค) /spiːk/ พูด
792. special (สเปช’เชิล) /ˈspeʃ.əl/ พิเศษ
793. speech (สปีชฺ) /spiːtʃ/ คำพูด
794. speed (สปีด) /spiːd/ ความเร็ว
795. spell (สเปล) /spel/ สะกด
796. spend (สเปนดฺ) /spend/ ใช้เงิน, ใช้เวลา
797. sport (สปอร์ท) /spɔːrt/ กีฬา
798. spot (สปอท) /spɑːt/ จุด
799. spread (สเปรด) /spred/ กระจาย, แพร่
800. spring (สปริง) /sprɪŋ/ น้ำพุธรรมชาติ, ดีดตัว, ฤดูใบไม้ผลิ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 801 – 820

801. square (สแกวร์) /skwer/ จัตุรัส
802. stand (สแตนดฺ) /stænd/ ยืน, ตั้ง
803. star (สตาร์) /stɑːr/ ดาว
804. start (สตาร์ท) /stɑːrt/ เริ่ม
805. state (สเตท) /steɪt/ รัฐ, สภาพ
806. station (สเต’เชิน) /ˈsteɪ.ʃən/ สถานี
807. stay (สเต) /steɪ/ อยู่
808. steam (สตีม) /stiːm/ ไอน้ำ
809. step (สเตพ) /step/ ก้าว, ขั้น
810. stick (สทิค) /stɪk/ กิ่งไม้, ไม้เท้า, ติด
811. still (สติล) /stɪl/ ยังคง
812. stone (สโตน) /stoʊn/ หิน
813. stop (สตอพ) /stɑːp/ หยุด
814. store (สตอร์) /stɔːr/ ร้านค้า, กักตุน
815. story (สตอ’รี) /ˈstɔːr.i/ เรื่องราว
816. straight (สเตรท) /streɪt/ ตรง, ไม่เจือปน
817. strange (สเตรนจฺ) /streɪndʒ/ แปลก
818. stream (สตรีม) /striːm/ ลำธาร, สายน้ำ
819. street (สตรีท) /striːt/ ถนน
820. stretch (สเตรทชฺ) /stretʃ/ ยืด, ขยายออก

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 821 – 840

821. strike (สไตรคฺ) /straɪk/ ปะทะ, หยุดงานประท้วง
822. string (สตริง) /strɪŋ/ เชือก, สาย
823. strong (สตรอง) /strɑːŋ/ แข็งแรง
824. student (สตยู’เดินทฺ) /ˈstjuː.dənt/ นักเรียน
825. stupid (สตยู’พิด) /ˈstjuː.pɪd/ โง่
826. subject (ซับ’เจคทฺ) /ˈsʌb.dʒekt/ วิชา, หัวข้อ
827. substance (ซับ’สเทินซฺ) /ˈsʌb.stəns/ สาร, สสาร
828. succeed (ซัคซีด’) /səkˈsiːd/ สำเร็จ
829. success (ซัคเซส’) /səkˈses/ ความสำเร็จ
830. such (ซัชฺ) /sʌtʃ/ เช่นนั้น, เช่นนี้
831. sudden (ซัด’เดิน) /ˈsʌd.ən/ ทันที, ทันใด
832. sugar (ชู’กะ) /ˈʃʊɡ.ɚ/ น้ำตาล
833. suggest (ซักเจสทฺ’) /səˈdʒest/ แนะนำ
834. suit (ซูท) /suːt/ ชุดเสื้อผ้า, เหมาะสม
835. summer (ซัม’เมอะ) /ˈsʌm.ɚ/ ฤดูร้อน
836. sun (ซัน) /sʌn/ ดวงอาทิตย์
837. supply (ซะไพล’) /səˈplaɪ/ จัดหาให้
838. support (ซะพอร์ท’) /səˈpɔːrt/ สนับสนุน
839. sure (ชัวร์) /ʃʊr/ แน่นอน, มั่นใจ
840. surface (เซอ’ฟิส) /ˈsɜː.fɪs/ พื้นผิว

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 841 – 860

841. surprise (เซอไพรซ’) /sɚˈpraɪz/ ประหลาดใจ
842. sweet (สวีท) /swiːt/ หวาน
843. swim (สวิม) /swɪm/ ว่ายน้ำ
844. symbol (ซิม’เบิล) /ˈsɪm.bəl/ สัญลักษณ์
845. system (ซิส’เทิม) /ˈsɪs.təm/ ระบบ
846. table (เท’เบิล) /ˈteɪ.bəl/ โต๊ะ, ตาราง
847. tail (เทล) /teɪl/ หาง, ปลาย
848. take (เทค) /teɪk/ ได้รับ, เอา, นำมา, พาไป
849. talk (ทอล์ค) /tɑːk/ พูดคุย
850. tall (ทอล) /tɑːl/ สูง
851. tea (ที) /tiː/ ใบชา
852. teach (ทีช) /tiːtʃ/ สอน
853. teacher (ที’เชอะ) /ˈtiː.tʃɚ/ ผู้สอน, ครู
854. team (ทีม) /tiːm/ คณะ, กลุ่มคน
855. tell (เทล) /tel/ บอก, แจ้ง
856. temperature (เทม’เพอระเชอะ) /ˈtem.pɚ.ə.tʃɚ/ อุณหภูมิ
857. ten (เทน) /ten/ สิบ
858. term (เทอม) /tɝːm/ ระยะเวลา, ภาคเรียน
859. test (เทสทฺ) /test/ ทดสอบ
860. than (แธน) /ðæn/ กว่า

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 861 – 880

861. thank (แธงคฺ) /θæŋk/ แสดงการขอบคุณ
862. that (แธท) /ðæt/ นั้น, โน่น
863. theater (เธีย’เทอะ) /ˈθiː.ə.t̬ɚ/ โรงละคร [UK สะกด theatre]
864. theft (เธฟทฺ) /θeft/ การขโมย
865. theme (ธีม) /θiːm/ แก่น, แนว, สาระสำคัญ
866. then (เธน) /ðen/ หลังจากนั้น, ดังนั้น
867. therapy (เธอ’ระพี) /ˈθer.ə.pi/ การบำบัด
868. there (แธร์) /ðer/ ที่นั่น
869. these (ธีซ) /ðiːz/ เหล่านี้
870. they (เธ) /ðeɪ/ พวกเขา
871. thick (ธิค) /θɪk/ หนา
872. thin (ธิน) /θɪn/ บาง, ผอม
873. thing (ธิง) /θɪŋ/ สิ่งของ
874. think (ธิงคฺ) /θɪŋk/ คิด
875. third (เธิร์ด) /θɝːd/ ที่สาม
876. this (ธิส) /ðɪs/ นี่
877. those (โธซ) /ðoʊz/ เหล่านั้น
878. though (โธ) /ðoʊ/ แม้ว่า
879. thought (ธอท) /θɑːt/ ความคิด
880. threaten (เธรท’เทิน) /ˈθret.ən/ ขู่, คุกคาม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 861 – 900

881. thousand (เธา’เซินดฺ) /ˈθaʊ.zənd/ หลักพัน
882. three (ธรี) /θriː/ สาม
883. through (ธรู) /θruː/ ผ่าน, ทะลุ, ผ่านตลอด
884. throw (โธร) /θroʊ/ ขว้าง, ปา
885. tie (ไท) /taɪ/ ผูก, มัด, เนคไท
886. tight (ไททฺ) /taɪt/ แน่น, คับแน่น
887. time (ไทมฺ) /taɪm/ เวลา
888. tiny (ไท’นี) /ˈtaɪ.ni/ จิ๋ว, เล็กมาก
889. tire (ไท’เออะ) /taɪr/ เหนื่อย
890. to (ทู) /tuː/ ไปถึง, ไปสู่
891. today (ทะเด’) /təˈdeɪ/ วันนี้
892. together (ทูเกธ’เธอะ) /təˈɡeð.ɚ/ ด้วยกัน
893. tomato (ทะเม’โท) /təˈmeɪ.t̬oʊ/ มะเขือเทศ
894. tomorrow (ทะมอ’โร) /təˈmɔːr.oʊ/ พรุ่งนี้
895. tonight (ทะไนทฺ’) /təˈnaɪt/ คืนนี้
896. too (ทู) /tuː/ เกินไป, ด้วย
897. tool (ทูล) /tuːl/ เครื่องมือ
898. tooth (ทูธ) /tuːθ/ ฟัน
899. top (ทอพ) /tɑːp/ ส่วนบน, จุดสูงสุด, ยอด
900. total (โท’เทิล) /ˈtoʊ.t̬əl/ ทั้งหมด

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 901 – 920

901. touch (ทัชฺ) /tʌtʃ/ สัมผัส
902. toward (ทะวอด’) twɔrd ไปยัง
903. town (ทาวน์) /taʊn/ เมือง
904. track (แทรคฺ) /træk/ ติดตาม, หนทาง, รางรถ
905. trade (เทรด) /treɪd/ การค้า
906. train (เทรน) /treɪn/ รถไฟ, อบรม
907. travel (แทรฟ’เวิล) /ˈtræv.əl/ เดินทาง, ท่องเที่ยว
908. tree (ทรี) /triː/ ต้นไม้
909. trip (ทริพ) /trɪp/ เดินทาง
910. trouble (ทรัพ’เบิล) /ˈtrʌb.əl/ อุปสรรค
911. truck (ทรัค) /trʌk/ รถบรรทุก
912. true (ทรู) /truː/ จริง, แท้จริง
913. try (ไทร) /traɪ/ พยายาม, ลอง
914. twenty (ทเวน’ที) /ˈtwen.t̬i/ ยี่สิบ
915. twin (ทวิน) /twɪn/ ฝาแฝด
916. two (ทู) /tuː/ สอง
917. type (ไทพฺ) /taɪp/ รูปแบบ, ชนิด, ประเภท
918. umbrella (อัมเบรล’ละ) /ʌmˈbrel.ə/ ร่ม
919. uncle (อัง’เคิล) /ˈʌŋ.kəl/ ลุง, น้าชาย, อาผู้ชาย
920. unclear (อันเคลียร์’) /ʌnˈklɪr/ ไม่ชัดเจน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 921 – 940

921. uncover (อันคัฟ’เวอะ) /ʌnˈkʌv.ɚ/ เปิดออก, เปิดเผย
922. under (อันเดอะ) /ˈʌn.dɚ/ ใต้, ภายใต้
923. underestimate (อัน’เดอเอส’ทะเมส) /ˌʌn.dɚˈes.tə.meɪt/ ประเมินค่าต่ำไป
924. underline /ˌʌn.dɚˈlaɪn/ ขีดเส้นใต้, เน้นความสำคัญ
925. understand (อันเดอะสแทนดฺ’) /ˌʌn.dɚˈstænd/ เข้าใจ
926. unfaithful (อันเฟธ’ฟูล) /ʌnˈfeɪθ.fəl/ มีชู้, ไม่ซื่อสัตย์
927. unit (ยู’นิท) /ˈjuː.nɪt/ หน่วย
928. united (ยูไน’ทิด) /juːˈnaɪ.t̬ɪd/ สามัคคี, รวมกัน
929. universe (ยู’นิเวอส) /ˈjuː.nə.vɝːs/ จักรวาล
930. unlucky (อันลัค’คี) /ʌnˈlʌk.i/ โชคร้าย
931. unplug (อันพลัก’) /ʌnˈplʌɡ/ ถอดปลั๊ก, เอาจุกออก
932. untie (อันไท’) /ʌnˈtaɪ/ แก้มัด, คลาย
933. until (อันทิล’) /ʌnˈtɪl/ จนกระทั่ง, จนกว่า
934. unusual (อันยู’ฌูเอิล) /ʌnˈjuː.ʒu.əl/ ผิดปกติ
935. unwrap (อันแรพ’) /ʌnˈræp/ คลี่ออก, แก้ห่อ
936. unzip (อันซิพ’) /ʌnˈzɪp/ รูดซิปออก
937. up (อัพ) /ʌp/ ขึ้น, ขึ้นไป, ลุกขึ้น
938. upset (อัพเซท’) /ʌpˈset/ ทำให้กลุ้ม, สับสน, คว่ำ
939. urge (เออจฺ) /ɝːdʒ/ กระตุ้น, ผลักดัน, เร้า
940. urgent (เออ’เจินทฺ) /ˈɝː.dʒənt/ รีบด่วน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 941 – 960

941. use (ยูซ) /juːz/ ใช้
942. useful (ยูซ’เฟิล) /ˈjuːs.fəl/ มีประโยชน์
943. useless (ยูซ’เลิส) /ˈjuːs.ləs/ ไม่มีประโยชน์
944. usual (ยู’ชวล) /ˈjuː.ʒu.əl/ ปกติ
945. utensil (ยูเทน’เซิล) /juːˈten.sɪl/ เครื่องใช้ในครัว
946. vacuum (แวค’คยูเอิม) /ˈvæk.juːm/ เครื่องดูดฝุ่น, สุญญากาศ
947. valley (แวล’ลี) /ˈvæl.i/ หุบเขา
948. van (แวน) /væn/ รถตู้
949. vanish (แวน’นิช) /ˈvæn.ɪʃ/ หายไป, อันตรธาน
950. various (แว’เรียซ) /ˈver.i.əs/ หลากหลาย
951. vary (แว’รี) /ˈveə.ri/ แตกต่าง, ผันผวน
952. veer (เวียร์) /vɪr/ เปลี่ยนทิศทาง, หันเห
953. vein (เวน) /veɪn/ เส้นเลือดดำ
954. vertical (เวอ’ทิเคิล) /ˈvɝː.t̬ə.kəl/ แนวตรง
955. vibrate (ไว’เบรท) /ˈvaɪ.breɪt/ สั่น
956. victory (วิค’ทะรี) /ˈvɪk.tɚ.i/ ชัยชนะ
957. view (วิว) /vjuː/ มุมมอง, ภาพทิวทัศน์
958. village (วิล’ลิจฺ) /ˈvɪl.ɪdʒ/ หมู่บ้าน
959. violent (ไว’อะเลินทฺ) /ˈvaɪə.lənt/ รุนแรง, ใช้กำลัง
960. violet (ไว’อะเลิท) /ˈvaɪə.lət/ สีม่วง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 961 – 980

961. visit (วิส’ซิท) /ˈvɪz.ɪt/ เยี่ยมเยียน
962. voice (วอยซฺ) /vɔɪs/ เสียง
963. void (วอยดฺ) /vɔɪd/ โมฆะ
964. volcano (วอลเค’โน) /vɑːlˈkeɪ.noʊ/ ภูเขาไฟ
965. volunteer (วอล’เลินเทียร์) /ˌvɑː.lənˈtɪr/ อาสาสมัคร
966. wage (เวจฺ) /weɪdʒ/ ค่าจ้าง, ค่าแรง, ค่าตอบแทน
967. wake (เวค) /weɪk/ ปลุกให้ตื่น, ตื่นนอน
968. walk (วอล์ค) /wɑːk/ เดิน
969. wall (วอล) /wɑːl/ กำแพง
970. want (วอนทฺ) /wɑːnt/ ต้องการ
971. war (วอร์) /wɔːr/ สงคราม
972. warm (วอร์ม) /wɔːrm/ อุ่น, อบอุ่น, มีมิตรไมตรี
973. warn (วอร์น) /wɔːrn/ เตือน
974. wash (วอช) /wɑːʃ/ ล้าง, ซักล้าง
975. waste (เวสทฺ) /weɪst/ สิ้นเปลือง, เปล่าประโยชน์
976. watch (วอทชฺ) /wɑːtʃ/ นาฬิกาข้อมือ, ดู, ชม
977. water (วอ’เทอะ) /ˈwɑː.t̬ɚ/ น้ำ
978. waterfall (วอ’เทอะฟอล) /ˈwɑː.t̬ɚ.fɑːl/ น้ำตก
979. watermark (วอ’เทอะมาร์ค) /ˈwɑː.t̬ɚ.mɑːrk/ ลายน้ำ [บนแผ่นกระดาษ]
980. wave (เวฟว) /weɪv/ คลื่น, ลอน, โบกมือ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำที่ 981 – 1000

981. way (เว) /weɪ/ ทาง
982. weak (วีค) /wiːk/ อ่อนแอ
983. week (วีค) /wiːk/ สัปดาห์
984. wrinkle (ริง’เคิล) /ˈrɪŋ.kəl/ ริ้วรอย, ตีนกา, ทำให้ย่น
985. yank (แยงคฺ) /jæŋk/ กระชาก, ดึงอย่างแรง
986. yard (ยาร์ด) /jɑːrd/ สนาม, หลา
987. yawn (ยอน) /jɑːn/ หาว
988. year (เยียร์) /jɪr/ ปี
989. yell (เยล) /jel/ โห่ร้อง, แผดเสียง
990. yellow (เยล’โล) /ˈjel.oʊ/ สีเหลือง
991. yesterday (เยส’เทอะเด) /ˈjes.tɚ.deɪ/ เมื่อวานนี้
992. yolk (โยล์คฺ) /joʊk/ ไข่แดง
993. young (ยัง) /jʌŋ/ หนุ่ม, สาว, อ่อนวัย
994. youth (ยูธ) /juːθ/ วัยหนุ่มสาว, ยุวชน
995. yummy (ยัม’มี) /ˈjʌm.i/ อร่อย, มีรสชาติดี
996. zebra (ซี’บระ) /ˈziː.brə/ ม้าลาย
997. zero (ซิ’โร) /ˈzɪə.rəʊ/ ศูนย์
998. zip (ซิพ) /zɪp/ ซิป, บีบ, อัด
999. zone (โซน) /zoʊn/ เขต, บริเวณ
1,000. zoo (ซู) /zuː/ สวนสัตว์

มีศัพท์อีกมากมาย อ่านต่อ >> คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แบ่งตามหมวดหมู่ ครอบคลุมคำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ และศึกษาให้เข้าใจ เรามาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน คำแปล ตัวอย่างประโยค และการออกเสียงโดยเจ้าของภาษากันครับ โดยคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้านล่างต่อไปนี้  จะมีทั้งคำศัพท์ คำอ่าน และคำแปลภาษาไทย รวมทั้งยังมีการออกเสียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษาด้วย ซึ่งสามารถกดฟังแต่ละคำได้ครับ โดยคำศัพท์จะแยกเป็นหมวดหมู่ หาง่ายตามความสะดวก ช่วยให้จำศัพท์ง่าย เวลาต้องการดูคำศัพท์ ก็เข้ามาที่หน้านี้บ่อยๆ ครับ โดย แชร์ไว้ที่หน้าเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ หรือบุคมาร์คหน้านี้ไว้ หรือจะเข้า google แล้วพิมพ์ค้นหา tonamorn.com vocabulary หรือ คำศัพท์ อ.ต้นอมร ก็ได้ครับ โดยเราจะเพิ่มคำศัพท์ไปอีกเรื่อยๆ อัพเดทไปทีละหมวดหมู่ ให้ครอบคลุมการใช้ในชีวิตประจำวันที่จำเป็นต้องรู้ครับ อย่าลืมเข้ามาดูทุกวันนะครับ

Vocabulary : คำศัพท์  เกี่ยวกับ ที่บ้าน At home (แอทโฮม)

คำศัพท์
คำอ่าน

ฟังเสียงเจ้าของภาษา

คำแปล

bed
(เบด)

เตียงนอน

chair
(แช)

เก้าอี้

duvet
(ดูเว่)

ผ้านวม

comb
 (โคม)

หวี

sheet
 (ชีท)

ผ้าปูเตียง

rug
 (รัก)

พรมเช็ดเท้า

wardrobe
 (วอดโรบ)

ตู้เสื้อผ้า

pillow
 (พิลโล)

หมอน

chest of drawers
 (เชสท์ ออฟ ดรอเออะส)

ตู้ลิ้นชัก

mirror
(มีเรอะ)

กระจก

brush
 (บรัช)

แปรงผม

lamp
 (แลมพ์)

ตะเกียง

picture
 (พิกเชอะ)

รูปภาพ

peg
 (เพก)

ที่แขวนของเบ็ดเตล็ด

telephone
 (เทเลโฟน)

โทรศัพท์

stairs
 (สแตร์ส)

บันได

letter
 (เล็ทเทอะ)

จดหมาย

table
 (เทเบิล)

โต๊ะ

newspaper
 (นิวสเพเพอะ)

 หนังสือพิมพ์

video
 (วิดดิโอ)

 เทปวิดิโอ

radiator
 (เรดิเอเทอะ)

แผงกระจายความร้อน

sofa
 (โซฟา)

 เก้าอี้นวม

carpet
 (คาพิท)

 พรม

CD
 (ซีดี)

 แผ่นซีดี

cushion
 (คูชั่น)

 หมอนอิง

radio
 (เรดิโอ)

 วิทยุ

toothpaste
 (ทูธเพสท)

 ยาสีฟัน

towel
 (เทาอัล)

 ผ้าเช็ดตัว

shower
 (เชาเออะ)

ฝักบัวอาบน้ำ

washbasin
 (วอชเบซิน)

อ่างล้างหน้า

sponge
 (สพันจ์)

 ฟองน้ำ

toilet
 (ทอยเลิท)

 ส้วม

water
 (วอเทอะ)

 น้ำ

toothbrush
 (ทูธบรัช)

 แปรงสีฟัน

toilet paper
 (ทอยเลิทเพเพอะ)

กระดาษชำระ

tap
 (แท็พ)

 ก๊อกน้ำ

soap
 (โซพ)

 สบู่

bath
 (บาธ)

 อ่างอาบน้ำ

Vocabulary : คำศัพท์  เกี่ยวกับ Kitchen (คิทเชน) ห้องครัว

39. sink (ซิงค) คำแปล = อ่างล่างจาน
40. kettle (เคททัล) คำแปล = กาน้ำ
41. knife (ไนฟ) คำแปล = มีด
42. mop (มอพ) คำแปล = ไม้ถูพื้น
43. duster (ดัสเทอะ) คำแปล = ผ้าปัดฝุ่น
44. tiles (ไทลส) คำแปล = กระเบื้อง
45. broom (บรูม) คำแปล = ไม้กวาด
46. washing machine (วอชชิง แมชีน) คำแปล = เครื่องซักผ้า
47. dustpan (ดัสทแพน) คำแปล = ที่โกยผง
48. drawer (ดรอเออะ) คำแปล = ลิ้นชัก
49. saucers (ซอเซอะส) คำแปล = จานรองถ้วย
50. frying pan (ไฟรอิง-แพน) คำแปล = กระทะก้นแบน
51. cooker (คุคเออะ) คำแปล = เตา
52. spoon (สพูน) คำแปล = ช้อน
53. plate (เพลท) คำแปล = จาน
54. iron (ไอเอิน) คำแปล = เตารีด
55. cupboard (คัพเบิด) คำแปล = ตู้เสื้อผ้า
56. bowl (โบล) คำแปล = ชาม
57. brush (บรัช) คำแปล = แปรง
58. match (แมทช) คำแปล = ไม้ขีดไฟ
59. cup (คัพ) คำแปล = ถ้วย
60. tea towel (ที เทาอัล) คำแปล = ผ้าเช็ดชาม
61. rubbish (รับบิช) คำแปล = ขยะ
62. ironing board (ไอเอินนิง บอด) คำแปล = โต๊ะรีดผ้า
63. apron (เอพรอน) คำแปล = ผ้ากันเปื้อน
64. forks (ฟอรก) คำแปล = ส้อม
65. saucepan (ซอสแพน) คำแปล = หม้อ
66. vacuum cleaner (แวคคิวอัม คลีนเนอะ) คำแปล = เครื่องดูดฝุ่น
67. door (ดอ) คำแปล = ประตู
68. key (คี) คำแปล = กุญแจ
69. washing powder (วอชชิง เพาเดอะ) คำแปล = ผงซักฟอก
70. switch (สวิทช) คำแปล = สวิทช์ไฟ
71. teaspoon (ทีสพูน) คำแปล = ช้อนชา
72. stool (สทูล) คำแปล = ม้านั่งเดี่ยว ไม่มีพนัก
73. clock (คล็อค) คำแปล = นาฬิกา
74. glass (กลาส) คำแปล = แก้ว
75. fridge (ฟริดจ) คำแปล = ตู้เย็น

Vocabulary : คำศัพท์  เกี่ยวกับ The garden (เดอะ การ์เดน) สวน

76. watering can (วอเทอะริง แคน) = กระป๋องฝักบัว
77. bee (บี) = ผึ้ง
78. trowel (เทรา’เอิล) = พลั่วมือ
79. bone (โบน) = กระดูก
80. hedge (เฮดจฺ) = แนวพุ่มไม้
81. fork (ฟอร์ค) = ง่าม, เหล็กง่าม, คราด
82. lawn mower (ลอน โมเวอะ) = เครื่องตัดหญ้า
83. path (พาธ) = ทางเดิน
84. leaf (ลีฟ) = ใบไม้
85. tree (ทรี) = ต้นไม้ยืนต้น
86. smoke (ซโมค) = ควัน
87. caterpillar (แคท-เออะพิเลอะ) = หนอนผีเสื้อ
88. rake (เรค) = คราด ใช้ทำสวน
89. bird’s nest (เบิรดส เนสท) = รังนก
90. stick (ซทิค) = กิ่งไม้
91. greenhouse (กรีนเฮาซ) = เรือนกระจกสำหรับปลูกต้นไม้
92. hose (โฮส) = สายยาง
93. bonfire (บอน-ไฟร) = กองไฟที่สุมกลางแจ้ง
94. ladder (แลด-เดอะ) = บันได
95. pram (พแร็ม) = รถเข็นเด็ก
96. grass (กราซ) = หญ้า
97. wasp (วอซพ) = ตัวต่อ
98. hoe (โฮ) = จอบ
99. sprinkler (สพริงเคลอะ) = เครื่องฉีดน้ำ
100. flower (ฟเลา-เออะ) = ดอกไม้
101. worm (เวิม) = ไส้เดือน
102. shed (เฌ็ด) = เพิงเก็บของ, กระท่อม
103. seed (ซีด) = เมล็ด
104. dustbin (ดัสบิน) = ถังทิ้งขยะ
105. ladybird (เลดี่เบิรด) = เต่าทอง
106. spade (ซเพด) = เสียม
107. pigeon (พีจ-อัน) = นกพิราบ
108. brick (บริค) = อิฐ
109. snail (ซเนล) = หอยทาก
110. beehive (บีไฮฟ) = รวงผึ้ง
111. wheelbarrow (วีลแบโร) = รถล้อเดียวสำหรับขนดินและทราย

เข้ามาอ่านต่อ ง่ายๆ โดยแชร์ไว้บนเฟซบุ๊ก หรือ คลิก >> Google
แล้วพิมพ์ “คำศัพท์ อ.ต้นอมร”

ที่อยู่เว็บ: tonamorn.com/vocabulary

[NEW] คำสรรพนาม (Pronouns) ภาษาอังกฤษ | คํา ใน ภาษา อังกฤษ – NATAVIGUIDES

คำสรรพนาม คือ คำที่ใช้แทนคำนาม ซึ่งไม่ว่าในภาษาเขียนหรือภาษาพูดก็ตามจำเป็นต้องใช้มันอยู่เสมอ มิฉะนั้นเราจะต้องกล่าวหรือเขียนสคำนามนั้นๆ ซ้ำๆ ซากๆ หลายครั้งกว่าจะจบเรื่องที่เราจะเขียนหรือพูด เช่น
The man เราใช้ “he” แทน
The girl เราใช้ “she” แทน
The boys เราใช้ “they” แทน
หรือคำนามที่ขยายด้วยคำคุณศัพท์หลายคำ เราก็ใช้คำสรรพนามเพียงคำเดียวแทน เช่น
My first two good little new round grey French picture frames = they เป็นต้น

คำสรรพนาม แยกออกเป็นชนิดต่างๆ ได้ดังนี้

1. บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun)
2. สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Pronoun)
3. สรรพนามชี้เฉพาะ (Demonstrative Pronoun)
4. สรรพนามสะท้อนกลับ (Reflexive Pronoun)
5. สรรพนามสร้างคำถาม (Interrogative Pronoun)
6. สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ (Indefinite Pronoun)
7. สรรพนามเชื่อมความ (Relative Pronoun)
8. สรรพนามแจกแจง (Distributive Pronoun)
สรรพนามอาจแสดงถึง พจน์, บุรุษ, เพศ และการก ตารางบุรุษสรรพนามต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นสิ่งดังกล่าว

1. บุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun)

บุรุษในเรื่องสรรพนาม
ในการพูดจากัน มักจะประกอบด้วย 2 บุรุษ คือ บุรุษที่ 1 หมายถึง ตัวผู้พูด (a Speaker) และบุรุษที่ 2 หมายถึง ผู้ที่เราพูดด้วยหรือผูฟัง (a person spoken to) และบางครั้งการพูดจากันอาจพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 หมายถึง ผู้ที่เรากล่าวถึง (a person spoken about) จึงเป็นบุรุษที่ 3

รูปแสดงหน้าที่ต่างๆ ในเรื่องสรรพนาม
นอกจากรูปแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive) ตามที่ได้ศึกษามาบ้างแล้วยังมีรูปประธาน (Nominative) และรูปกรรม (Ob¬jective) อีก ซึ่งคำนามนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำเลยไม่ว่าจะทำหน้าที่เป็นประธาน หรือกรรมของประโยค แต่สรรพนามจะต้องเปลี่ยนรูปเพื่อแสดงหน้าที่ของมัน เช่น
The boy hit the dog = He hit it.
The dog bit the boy = It bit him.
The girl read the books = She read them.
The books pleased the girl = They pleased her.

นอกจากนี้ ยังใช้รูปกรรมของบุรุษสรรพนามในกรณีที่เป็นกรรมของบุพบท (preposition Object) ด้วย เช่น
I spoke to him,
I had a letter from her.

คำสรรพนามเท่านั้นหรืออาจพูดได้ว่า เป็นคำกลุ่มเดียวในภาษาอังกฤษที่มีรูปต่างๆ ในการแสดงหน้าที่ประธาน และกรรม ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 6 คำ คือ

รูปประธาน

รูปกรรม

รูปประธาน

we

they

who

รูปกรรม

I

he

she

me

him

her

us

them

whom

ในภาษาเขียนหรือภาษาทางการ เมื่อบุรุษสรรพนามตามหลัง Verb to BE ต้องใช้รูปประธานเสมอ (Subjective Complement) เช่น
It was I (he, she, we, etc.) who did this.
ในภาษาพูดหรือภาษาไม่เป็นทางการ มักจะใช้รูปกรรมต่อท้าย Verb to BE เช่น That’s her (him, us, etc.)

แต่ในประโยคซึ่งรู้สึกว่าคำสรรพนามจะเป็นประธานของกิริยาให้ใช้รูปประธาน เช่น
It was he who told me about it, It was I who did it.

See also  [NEW] คัดตัวเลข 1-30 เขียนตามรอยเส้นประ : | ตัวเลขไทย1-30 - NATAVIGUIDES

ข้อสังเกตเกี่ยวกับบุรษสรรพนาม
บุรุษที่ 1 “I” เขียนด้วยตัวอักษรตัวใหญ่เสมอ แต่คำอื่นๆ เช่น “me, we, us” ไม่เขียนด้วยอักษรตัวใหญ่ นอกจากขึ้นต้นประโยคเท่านั้น
“we (us) ไม่ใช่รูปพหูพจน์ของ “I” เหมือนกับที่คำ “boys” เป็นรูปพหูพจน์ของ “boy” เพราะ “me” ไม่ได้หมายความว่า มี “I” 2 “I” หรือมากกว่า 2 “I” แต่หมายความว่า “ฉันและคุณ” หรือ “ฉันและเขา” หรือ “ฉันและคนเหล่านั้น”

จึงเป็นธรรมเนียมในบทบรรณาธิการมักจะใช้คำ “we” เสมอ เพราะผู้เขียนมีเจตนาที่จะรู้สึกว่าไม่เป็นการเห็นแก่ตัวที่จะพูดสิ่งต่างๆ เพื่อตัวเอง แต่พูดเพื่อเพื่อนร่วมงานทั้งหมด เช่น
We believe that the government had made a profound mistake in imposing this tax.

ในภาษาพูด บางครั้ง “us” ใช้แทน “me” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประโยคคำสั่ง เช่น
Let’s have a look หมายความว่า “let me have a look.”
Tell us what he said = Tell me what he said.

บุรุษที่ 2 “Thou, thee, ye” เป็นภาษาโบราณและไม่ค่อยได้ใช้แล้วนอกจากในภาษากวี

บุรุษที่ 3 “he, him” ใช้แทนนามเพศชายเอกพจน์ “she, her” ใช้แทนนามเพศหญิงเอกพจน์ “it” ใช้แทนนามไม่มีเพศเอกพจน์ “they, them” ใช้แทนนามเพศชาย นามเพศหญิง และนามไม่มีเพศรูปพหูพจน์

“she (her)” บางครั้งใช้กับสิ่งไม่มีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรือรบ, รถยนต์ ยวดยาน เครื่องบิน ฯลฯ เพื่อแสดงความรัก ประทับใจหรือความคุ้นเคยกับสิ่งนั้น ชื่อประเทศและชื่อเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาษาพูดทางการ ก็ใช้สรรพนามเพศหญิงแทนเช่นกัน เช่น เจ้าของรถพูดที่ปั้มนํ้ามัน “Fill her up, George.”

That’s the Queen’s yatch, Britannia; she’s a beautiful ship.    .
England has done what she promised to do.

“เด็กทารก” (a baby) ใช้ “it” แทนได้ แต่พ่อแม่ที่รักลูกจะไม่ค่อยพูดเช่นนั้น

“It”
1. คำสรรพนาม “it” มักจะใช้กับสิ่งของ แต่ไม่ใช้กับบุคคล แต่ “it” มักจะนำไปใช้กับคนที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ถ้าเมื่อรู้จักกันครั้งหนึ่งแล้ว จะใช้ “he หรือ she” แทน เช่น
Someone was moving stealthily about the room; it was a burglar. As we watched, he went to the safe and tried to open it.

2. “it” ใช้เป็นประธานตลอด เมื่อใช้กับกิริยาที่แสดงสภาพดินฟ้าอากาศ เช่น
It is raining/snowing/freezing.
It was a bitterly cold night and at ten o’clock.
It is very warm/cold/wet.
It began to blow a gale.

และใช้สำนวนเกี่ยวกับ “เวลา” และ “หน่วยวัด” เช่น
It is half past two.
It is fifteen miles to London.

และ “it” ยังใช้ในฐานะมิได้แทนบุคคลหรือสิ่งของหรือสัตว์ใดๆ ที่เรียกว่า “Impersonal Pronoun” แต่ใช้เป็นคำนำคำกล่าว เช่น
It says that Shakespeare’s plays were written by Bacon.

3. “it” ใช้เป็นประธานหรือกรรมเสนอในโครงสร้างที่ประธานหรือกรรมตัวจริงตามหลังมาในรูป Infinitive หรือ Subordinate Clause เช่น
It is easy enough to talk.
It was quite plain that he didn’t want to come.
I took it for granted that you would stay with us.
I find it difficult to believe that.

บางครั้งโครงสร้างเช่นนี้ ยังแสดงความหมายเน้นให้กับประธานตัวจริงที่ตามหลังมาด้วย เช่น
It was his mother, not his father, who said that.

4. “it” ยังใช้แบบสำนวนในประโยคหรือกลุ่มวลี (มักจะเป็นภาษาพูดหรือแสลง) ซึ่งแสดงความหมายไม่สำคัญอะไรนัก เช่น
Hang it all, we can’t wait all day for him, I’ll let him have it, hot and strong.

5. “it” อาจจะใช้แทนความทั้งประโยค เช่น
You have saved my life; I shall never forget it.
He is trying to win a scholarship to Oxford; he won’t find it easy.

แต่โครงสร้างเช่นนี้ ห้ามใช้ “it” หลังกิริยา know, remember, try, tell, forget เช่น “We are having a holiday tomorrow” “yes, I know.” (ไม่ใช่ “I know it.”)

“So”
1.. “so” ใช้เหมือนกับว่าแทนประโยคบอกเล่าทั้งประโยค โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้หลังกิริยาต่อไปนี้: say, think, hope, believe, suppose, expect, hear, tell, imagine, fear, be afraid ซึ่งเหมือนกับ “it” ใช้แทนประโยคข้างต้น เช่น
Will George pass his examination? I think so.
You thought Henry stole the money; well, so he did.
We have information that the enemy will attack tonight.
And if so what are we going to do?

โครงสร้างรูปปฏิเสธข้างต้นอาจแสดงได้ 2 วิธี คือ
1.1 I think/believe/suppose/expect/hope/hear/am afraid/not หรือ if not
1.2 I don’t think/believe/suppose/expect/so.
จงสังเกตว่าในการสร้างโครงสร้างปฏิเสธแบบที่ 2 นั้นจะไม่ใช้กับกิริยา hepe และ be afraid

2. “so” ใช้กับ “Do” เพื่ออ้างถึงกิริยาที่อยู่ข้างหน้า
I told him to come and see me the next day, and he did so.
If you want me to help them I will do so.

3. “so” ใช้กับ “verb to BE” หรือ กิริยา “remain, seem แระ make” เพื่อแทนค่าคุณค่าศัพท์ หรือคำนามที่อยู่ข้างหน้า
He has been very helpful to me in the past and I hope he will be so in the future.

The country round my house has been unchanged for twenty years; may it long remain so.

He has been a teacher here for five years and I hope he will be so for many more years.

4. “so” ยังใช้ในความหมาย “ด้วยเหมือนกัน” (= also) เช่น
My husband likes French cooking and so do I.
Peter is working hard for his examination, and so is James.

“One”
“one” เคยทราบแล้วว่าเป็น “numeral Adjective” เช่น There was only one boy there, not two. แต่ในที่นี้ยังใช้เป็นคำสรรพนาม (Pronoun) ได้อีกด้วย เช่น
One cannot do the work of twenty. One of your brothers came to see me today.
ในกรณีเช่นนี้ รูปพหูพจน์ของ “one” คือ “some” เช่น
เอกพจน์: Take one of these chocolates.
พหูพจน์: Take some of these chocolates.

การใช้ “one” ในฐานะคำสรรพนามยังมีในกรณีต่อไปนี้:-
1. ใช้แทน “บุคคลต่างๆ” หรือ “ผู้พูด” หรือ “ใครก็ตาม” ซึ่งอาจใช้เป็นประธานหรือกรรม และมีรูปแสดงความเป็นเจ้าของคือ “one’s” และรูปสรรพนามสะท้อนกลับ (Reflexive Pronoun) คือ “oneself” แต่ใช้กับกิริยาเอกพจน์ เช่น
One can only do one’s best.
One can’t be too careful in matters like this.
I don’t think one should over work oneself.
ในประโยคต่อไปนี้เป็นการใช้ “one” ที่ค่อนข้างจะรุ่มร่าม
When one is given one’s choice of courses of action, any of which would be to one’s disadvantage, one often has a difficulty in deciding what one ought to do.
บางคนพยายามแก้ไขความรุ่มร่ามอันนี้ แต่มิได้ใช้ความรอบคอบพอสมควร จึงอาจเขียนเป็นดังนี้
When one is given his choice of courses of action, any of which would be to his disadvantage, they often have difficulty in deciding what they ought to do.

รูปการเขียนที่ดีควรเป็นดังนี้
1. When someone is given his choice of courses of action, any of which would be to his disadvantage, he often has difficulty in deciding what he ought to do.
หรือ
2. When you are given your choice of courses of action, any of which would be to your disadvantage, you often have difficulty in deciding what you ought to do.

2. “one” ปกติใช้แทน “บุคคลคนเดียว” ที่ไม่ชี้เฉพาะ เช่น
You are the first one who has ever explained this clearly.
He is not one to be easily frightened.

ใช้ “one” ในฐานะคำสรรพนามหรือคุณศัพท์
3. “one” ใช้กับคำบางคำเพื่อบอกจำนวนให้แตกต่างจากคำ “other หรือ another” เช่น
There are two choices open to you. You must take either the one or the other. (สรรพนาม)

The two twins are so much alike that I can’t tell the one from the other. (สรรพ,นาม)

One evening we went to the theatre, another evening we went dancing. (คุณศัพท์)

4. ในตัวอย่างต่อไปนี้ “one” มิได้มีความหมายบอกจำนวน แต่ใช้บอกเวลาที่ไม่แน่นอน เช่น
He always hopes that one day he will win the prize. (คุณศัพท์)
One of these days I’ll go and see him. (สรรพนาม)
I must have met him at one time or another. (คุณศัพท์)

5. บางครั้ง “one” มีความหมาย “แต่เพียงเท่านั้น’’ (= only, single) ซึ่งใช้เป็นคำคุณศัพท์ตลอด เช่น
The one man who could have saved the situation was dead.
No one woman could run a big house like that.

“one” ใช้แทนทำนามข้างหน้า
6. การเขียนหนังสือส่วนใหญ่มักจะใช้โครงสร้างเช่นนี้มาก มีโครงสร้างบางอันที่ “the + Adj.” ไม่สามารถอยู่ตามลำพังได้ ซึ่งจะต้องใส่ “one” แทนคำนามที่ต่อท้าย Adjective นั้น มิฉะนั้นจะต้องใส่คำนามลงไปอีกครั้ง เป็นการใช้คำซ้ำซาก ซึ่งงานเขียนที่ดีจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการกระทำเช่นนี้ และคำนามที่ “one” จะแทนได้ต้องเป็นนามเอกพจน์นับได้เท่านั้น เช่น
Brown’s old car is a good one; it’s much better than our new one.
There was an old man and a young one there.
I like a strong cup of tea better than a weak one.

และรูปพหูพจน์ของ “one” ในที่นี้คือ “ones” เช่น
I prefer red roses to white ones.
There was a mother bird in the nest and there were four young ones.

“one” สามารถใช้กับ “the” แทนนามชี้เฉพาะได้
A : “Which girl is Joan Robinson?”
B : “The one in the green dress.”
A : “Which biscuits do you like best?”
B : “The ones with chocolate on them.”

“one” จะไม่ใช้กับคำ “own” เลย เช่น
I can’t write properly with your pen; I’d rather use my own. (ไม่ใช้my own one.)

“ones” จะไม่ใช้กับ Cardinal Number เลย
You have three books; I have only two. (ไม่ใช้ two ones.)

การใช้ “one” ใน ลักษณะสำนวนต่างๆ
He can go or he can stay; it’s all one to me. (= ไม่มีผลอะไรสำหรับผม)
He was a man that was liked by one and all. (= ทุกคน)

2. สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Pronouns)
ได้อธิบาย ‘‘คุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ’’ (Possessive Adjective) ไว้แล้วในเรื่อง “คุณศัพท์ซึ่งจะต้องใช้ประกอบกับคำนามเสมอ แต่ ‘‘สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ” สามารถใช้อยู่โดดเดี่ยวตามลำพังได้เลย ซึ่งมีรูปแตกต่างจาก “คุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ” ดังนี้

Poss. Adj.

Poss. Pron.

Poss. Adj.

Poss. Pron.

my

mine

his

his

our

ours

her

hers

your

yours

its

its

thy

thine

their

theirs

เช่น
That is my book. = That book is mine.
That is your book. = That book is yours.
That is his book. = That book is his.
That is her book. = That book is hers.
That is our book. = That book is ours.
That is their book. = That book is theirs.
History has its lessons and fiction has its.

ตัวอย่างอื่นๆ เช่น
Ours is the only garden in the lane that has oak tree in it.
Their house is older than yours.
He took the bone from his dog and gave it to hers.
I lend my books gladly to my friends and to yours.
Today we went in our car; tomorrow we are going in theirs.

รูป Possessive Pronoun “its” ไม่ค่อยได้ใช้ แต่สามารถใช้ได้ในประโยคเช่นนี้:-
The cherry tree gives its share of colour to the garden, and the lilac tree gives its.

รูป Possessive Pronoun อาจนำไปใช้ในกลุ่มวลีเช่นนี้
My best wishes to you and yours. (= your family) from me and mine. (= my family)
และใช้ในคำลงท้ายจดหมายแบบเป็นทางการ (Complimentary Close)
Yours sincerely/truly/faithfully หรือ Sincerely/truly/faithfully yours.

รูป Possessive ซ้ำซ้อน
มีรูปแบบการใช้ Possessive Pronoun อีกรูปหนึ่ง คือ of + Possessive Pronoun เช่น
He is a friend of mine. (ไม่ใช้ a friend of me.)
It was no fault of yours that we mistook the way.
I gave him some plants of mine in exchange for some of his.

หมายเหตุ ขอให้นำไปศึกษากับรูป Possessive ซ้ำซ้อนของคำนามด้วย

3. สรรพนามชี้เฉพาะ (Demonstrative Pronoun)
ได้กล่าวถึง Demonstrative Adj. มาครั้งหนึ่งแล้วในเรื่อง “Determinatives” (คำกำหนดนาม) คือ คำ “this, that” และรูปพหูพจน์ของมัน คือ “these และ those” ซึ่งจะต้องใช้ประกอบนามเสมอ เช่น
I want this car, not that car.
แต่ค่าเหล่านี้อาจใช้อยู่ตามลำพังโดยไม่ต้องมีคำนามต่อท้ายก็ได้ จะทำหน้าที่เป็น Demonstrative Pronoun เช่น

That’s an excellent idea.
This is my brother, and these are my two sisters.
My seat was next to that of the Major.
Compare Chopin’s waltzes with those of today.

คำสรรพนามเหล่านี้นอกจากจะอยู่ในตำแหน่งคำนามแล้วยังแสดงความหมายบอก ‘‘ตำแหน่งสถานที่ (position)” หรือ ‘‘กาลเวลา” (space or time)” โดยวัดจากตัวผู้พูด (Speaker) เป็นหลัก โดย “this, these” แสดงความหมายใกล้ตัวผู้พูด แต่ “That, Those” แสดงความหมายไกลออกไป เช่น
There is this seat here, near me, or there is that one in the fourth row.
Which will you have, this or that?
That is what I thought last year, this is what I think now.    /

คำ “the former และ the latter” อาจถูกใช้เป็น Demonstrative Pronouns ด้วย เช่น
The orchestra played two Beethoven Symphonies, The Third and the Fifth; The former was played magnificently; the latter was not so well done.

“Such”
“such” เป็นทั้ง Demonstrative Pronoun และ Demonstrative Adjective เช่น
I have had such a busy morning. (Adjective)
I never saw such wonderful stained glass as that of Chartres. (Adjective)
You shouldn’t say such things. (,Adjective)
It’s difficult to work indoors on such a lovely day. (Adjective)

ขอให้สังเกตว่า “a หรือ an” เมื่อใช้กับ “such” “a หรือ an” จะต้องอยู่หลัง “such” เสมอ และ “such” ใช้ประกอบทั้งนามเอกพจน์นับได้ นามพหูพจน์และนามนับไม่ได้

ตัวอย่าง “such” ใช้เป็น Demonstrative Pronoun เช่น
John is the captain of the team, and, as such, must decide who is the bad first.
His carelessness is such as to make it unlikely that he will pass the examination.
Such is life!

“such as” มีความหมาย “เช่น” (= for example)
They export a lot of fruit, such as oranges, lemons, etc.

“such as” ใช้กับ Verb to BE บางครั้งแสดงความหมาย “ดูถูก” หรือ “ออกตัวในเชิงขออภัย” เช่น
He gave me his help, such as it was. (= แต่ก็ไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก)
I expect his friends, such as they are, will be at the party.
My services, such as they are, are entirely at your disposal.

4. สรรพนานสะท้อนกลับหรือเน้น (Reflexive Pronoun)
รูป Reflexive Pronoun สร้างโดยการเติม “-self” และรูปพหูพจน์ของมัน คือ “-selves” ที่ท้ายรูป Possessive Adjective สำหรับบุรุษที่ 1 และที่ 2 และที่ท้าย Objective Pronoun สำหรับบุรุษที่ 3 ดังนี้

Singular

Plural

1st person

2nd person

3rd person

myself

yourself

himself

herself

itself

oneself

ourselves

yourselves

themselves

สรรพนามชนิดนี้มี 2 หน้าที่ คือ
1. ในหน้าที่สะท้อนกลับ (Reflexive)
2. ในหน้าที่เน้น (Emphasizing)

สรรพนามสะท้อนกลับ (Reflexive Pronoun) หมายถึง การกระทำที่ผ่านไปจากประธานสะท้อนกลับมาประธานอีกครั้ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ “ผู้กระทำ” (Subject) กับ “ผู้ถูกกระทำ” (Object) คือ คนๆ เดียวกันนั่นเอง เช่น
I am teaching myself Latin.
He shaves himself every morning.
The visitors help themselves to the cakes.
She saw herself in the looking-glass.
One should try to see oneself as others see one.
It’s a pity we can’t see ourselves as others see us.

Reflexive Pronoun อาจมีเสียงเน้นหนัก (Strong stress) หรืออาจไม่ถูกเน้นหรือมีเสียงแผ่วเบา (Weak Stress) ขึ้นอยู่กับความหมายของประโยค ถ้าประโยคนั้นมีข้อความขัดแย้งกัน Reflexive Pronoun จะได้รับเสียงเน้นหนัก (Strong Stress) เช่น
She thinks only about herself, never of other people
Little Albert said, “I don’t need nurse to wash me; I can wash myself now.”

ประโยคต่อไปนี้ Reflexive Pronoun จะมีเสียงแผ่วเบา (Weak Stress)
Little Albert is only four, but he can feed himself, wash himself and dress himself.

Reflexive Pronoun อาจใช้ในกรณีต่อไปนี้
1. ใช้เป็นกรรมตรง (Direct Object) ดังเช่นในตัวอย่างที่แล้วๆ มา
2. ใช้เป็นกรรมรอง (Indirect Object) เช่น
You have given yourselves a great deal of work.
I told myself there was nothing to be afraid of.
He cooked himself a good meal.
She bought herself a new hat.

ข้อสังเกต ใช้ในโครงสร้าง S +V + Ind. O + D.O. นั่นเอง จงแปลว่า “กระทำอะไรให้ตนเอง”

3. ใช้ตามหลัง Verb to BE และในกรณีนี้จะมีเสียงเน้นหนัก (Strong Stress) เช่น
If he has a holiday at the seaside he will soon be himself.
Ah, that’s better. You are yourself again.

4. ใช้ตามหลัง Preposition (บุพบท) หรือในหน้าที่ Prepositional Object นั่นเอง เช่น
She looked at herself in the looking-glass.
What have you to say for yourself?
I want a little time to myself.
She loves me for myself, not for my money.
He ought to be ashamed of himself.
Speak for yourself.
George is very pleased with himself.

ถ้าประโยคไม่มีความหมายแสดงการกระทำสะท้อนกลับ Preposition Phrase เป็นเพียงทำหน้าที่ Adverb, เท่านั้น ให้ใช้รูป Objective Pronoun แทน เช่น
He took food for the day with him.
She shut the door behind her.
We have the whole day before us.
He put the thought from him.

บางครั้งรูป Reflexive Pronoun ใช้แทนรูป Objective Pronoun เพื่อเพิ่มความชัดเจนทางความหมาย เช่น
She suspected that they recognized her sister but not herself. (ตามความเป็นจริงใช้”her” เพราะเป็น Object ของกิริยา “recognized”)

บางครั้งการใช้รูป Reflexive Pronoun เพียงเพื่อแสดงความสุภาพ หรือผู้พูดไม่แน่ใจว่าควรจะใช้คำ “I” หรือ “me” เช่น
My wife and myself were invited to the party.
There was an invitation to my wife and myself.

บางครั้ง Reflexive Pronoun โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “myself’ ถูกใช้แทนบุรุษสรรพนามธรรมดา เช่น
My brother is as old as myself. (ควรใช้ “I”)
No one realizes that more than myself. (ควรใช้”I”)

คำกิริยาที่ใช้กับ Reflexive Pronouns
มีกิริยาอยู่ 2-3 คำที่ใช้กับรูป Reflexive Pronoun เสมอ เช่น
I pride myself on always having a tidy garden.
He availed himself of the opportunity to speak to her.
All the students absented themselves from the class.

กิริยาบางคำใช้กับรูป Reflexive Pronoun ในความหมายบางอย่าง
I hope the children will behave themselves.
They acquitted themselves well.
I hope you will enjoy yourself at the party.
He applied himself to the task of organizing.
The finances of the Company.

กิริยา “behave, acquit, enjoy, apply”
ใช้ไม่กระทบ Reflexive Pronoun ก็ได้ เช่น
The judge acquitted the prisoner.
I enjoyed the concert very much.
He applied a hot poultice to the sore foot.
The children behaved very well.

บางครั้ง Reflexive Pronoun ใช้ในความหมาย “ซึ่งกันและกัน”
They were busy arguing among themselves. (= with each other)

ต่อไปนี้เป็นการใช้ Reflexive Pronoun ในลักษณะเน้น (Emphasizing) ซึ่งจะมีเสียงเน้นหนัก (Strong Stress) อย่างยิ่งที่คำ Reflexive Pronoun เพื่อแสดงความหมายขัดแย้ง เช่น
You yourself (=ไม่ใช้ใครอื่น) told me the story.

ข้อสังเกต การใช้ Reflexive Pronoun ในลักษณะเน้น มักจะวางคำ Reflexive Pronoun หลังคำที่มันเน้นเสมอ แต่อาจวางไว้ท้ายประโยคก็ได้ เช่น
I myself saw him do it. = I saw him do it myself.
The Duke himself piloted the plane. = The Duke piloted the plane himself.

บางครั้ง Reflexive Pronoun ความหมายเน้น อาจนำมาใช้ในสำนวน “by oneself” = alone (ตามลำพัง, ไม่มีใครช่วยเหลือ) เช่น
This is a machine that works by itself.
The little girl travelled from London to New York by herself.

“all” อาจนำมาใช้กับโครงสร้างเช่นนี้เพื่อเน้นความหมายยิ่งขึ้น เช่น Don’t you feel lonely living here all by yourself?

เมื่อใช้ในความหมาย “ไม่มีใครช่วยเหลือ” อาจละ “by” ก็ได้ เช่น
He tried to move the piano into the other room (by) himself, but couldn’t manage it.

5. สรรพนามสร้างคำถาม (Interrogative Pronoun)
สรรพนามสร้างคำถาม (Interrogative Pronoun) มีดังนี้ who, (whom, whose) which, what เป็นคำที่ใช้สร้างประโยคคำถาม และจะอยู่หน้ากิริยาเสมอ เช่น

ข้อสังเกต ถ้าใช้เป็นประธานของประโยค อาจใช้กิริยาเพียงคำเดียวได้เลย แต่ถ้าใช้เป็นกรรม จะต้องมีกิริยาช่วย (Helping Verbs) 1 ตัวต่อท้ายเสมอ

Interrogative Pronoun จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปตามเพศหรือพจน์ ฉะนั้นคำตอบของคำถามที่สร้างด้วยคำเหล่านี้ จึงเป็นเพศใดหรือพจน์ใดก็ได้ เช่น
คำถาม : Who broke the window?
คำตอบ : อาจเป็น “Henry” หรือ “Mary” หรือ “Henry and Mary”
คำถาม : Here are some apples; which would you like?
เราอาจยื่น แอปเปิ้ลให้ลูกหนึ่งหรือมากกว่า 1 ลูก ถ้าเราต้องการให้จำนวนของ “which” ชัดเจนยิ่งขึ้นควรใช้ “which” ประกอบกับคำ “one” หรือ “ones”
เช่น
“Here are some apples; which one would you like?” (Singular) หรือ
“Here are some apples; which ones would you like? (plural)

นอกจากนี้ Interrogative Pronoun ยังถูกนำไปใช้สร้างคำถามอ้อม (Indirect Questions) ด้วย (คำถามจากตัวอย่างทั้งหลายเรียกว่า “คำถามตรง”) (Direct Questions) เช่น
“What happened after that?” (Direct)
“He asked me what had happened after that.” (Indirect)
“Who is going to the party?” (Direct)
He asked me who was going to the party. (Indirect)

ข้อสังเกต  เมื่อสร้างเป็น Indirect Questions “Interrogative Pronoun” จะย้ายมาอยู่กลางประโยค ซึ่งเปลี่ยนหน้าที่ทางไวยากรณ์มาเป็นตัวเชื่อม (Relative) ของ Clause ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในเรื่อง Relative Pronoun

“Who”
“Who” ใช้กับบุคคลเท่านั้น อาจเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ และอาจใช้แทนนามเพศชายและนามเพศหญิง เช่น
“Who spilt the ink?” “Henry did.”
“Who can answer that question?” “Mary can.”

“Who” คือ รูปประธาน ส่วน “Whom” คือรูปกรรม เช่น
“Who(m) did you see?”  “I saw George”
O       H.V.    S              V
“To whom did you give the letter?”
prep O                S     V        D.O.
Who (m) did you give the letter to?

(“whom” เป็นภาษาเขียนทางการแต่ในภาษาพูดมักจะใช้ “who” ถ้าไม่อยู่หลังบุพบท)

ข้อสังเกต จงสังเกตความแตกต่างทางโครงสร้างข้างต้นตามความจริงแล้ว “whom” มีหน้าที่เป็น Indirect Object นั้นคือ ใช้โครงสร้างพื้นฐาน S+V+lnd.O.+D.O. สร้างประโยค แต่คำ “whom” จะต้องมี Preposition ควบด้วยเสมอ ไม่อยู่หน้าก็อยู่ท้ายประโยค แต่กับบุรุษสรรพนามนั้นไม่ต้องมีบุพบทเลย เช่น
They gave him the prize.
รูป Possessive ของ “who” คือ “whose” เช่น
Whose are those gloves and whose is this umbrella?

“What”
“What” มักใช้กับสิ่งของ เป็นได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ เป็นทั้งประธานและกรรมของประโยค และไม่มีรูป Possessive เช่น What is this? What are those strange objects? ความแตกต่างระหว่าง “who” (สำหรับบุคคล) และ “what” (สำหรับสิ่งของ) จะสังเกตได้ชัดจากประโยคต่อไปนี้
Who broke the window? และ What broke the window?
Whom did you see? และ What did you see?

“What” อาจใช้แทนพฤติกรรม (Activity) หรือการกระทำ (Action) ในกรณีเช่นนี้คำตอบของคำถาม จะเป็นคำกิริยาในรูปต่างๆ
“What are you doing?” “I’m cleaning the car?”
“What’s that thing for?” “It’s for punching holes in paper.”
“What have you done?” “I’ve knocked the vase off the table.”

“What” ยังถูกนำไปใช้ถามเกี่ยวกับอาชีพ (Profession) ด้วย เช่น
คำถาม : “What is that man talking to your father?”
คำตอบ : “He is a lawyer/a gardener/a Member of Parliament.

ข้อสังเกต ถ้าถามด้วย “who” จะตอบด้วยชื่อ เช่น
A : Who is that man talking to your father?
B : He is Mr. Brown.

การแสตงเจตนาของการถาม “who และ what” จะเห็นได้ในประโยคนี้
I don’t know who or what he is; and I don’t care.

ขอให้สังเกตด้วยว่าโครงสร้างคำถาม “What……like? นั้น ต้องการคำตอบอีกลักษณะหนึ่ง เช่น

A : What is he like?
B : He’s tall, dark and handsome. หรือ
A : What’s he like as a pianist?
B : Oh, he’s not very good. หรือ
A : What’s his work like?
B : It’s quite good.

A : What is he like?B : He’s tall, dark and handsome. หรือA : What’s he like as a pianist?B : Oh, he’s not very good. หรือA : What’s his work like?B : It’s quite good.

“Which”
“Which” ใช้กับบุคคลและสิ่งของ เป็นเอกพจน์และพหูพจน์เป็นทั้งประธานและกรรมของประโยค และไม่มีรูป Possessive  เช่น
Which is your book? (Singular)
S            V                C
Which are your books? (Plural)
Which do you like best?
O           H.V.       S        V E

ข้อแตกต่างระหว่าง “what” และ “which”
“what” ใช้ในความหมายที่เราจะเลือกของต่างๆ จากจำนวนที่ไม่กำหนด แต่ “which” จะมีความหมายให้เลือกจากจำนวนที่กำหนด และการเลือกที่ใช้ “which” จะแสดงให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยโครงสร้าง “Which of” เช่น
Which of your boys can’t do this exercise?
Which will you have, tea or coffee?
A : What are you taking in your examination?
B :    I’m taking English, French, and German.
A : Which of them is your best subject?
B :    English.
A : What would you like to study in next year’s literature course?
B :    A Shakespear’s play
A : Very good; which would you like?
B :    Macbeth.

ข้อแตกต่างระหว่าง “who” และ “which”
จงสังเกตความแตกต่างทางความหมายของคำทั้งสองจากประโยคต่อไปนี้
Who would like to come for a game of football?
Which of you would like to come for a game of football?

สำหรับคำถาม “who” ผู้พูดพร้อมที่จะพาทุกคนที่ต้องการจะมาดูฟุตบอล แต่คำถาม “which” ผู้พูดจะพาไปเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น

Interrogative Adjectives
จากเรื่อง “Determinatives” ว่า Interrogative Adj. มี 3 คำ คือ whose, what และ which ซึ่งก็เหมือนคำคุณศัพท์โดยทั่วไปที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูป พวกมันสามารถถูกนำไปใช้กับบุคคล (ทั้งเพศชายและเพศหญิง) และสิ่งของ พวกมันอาจเป็นส่วนหนึ่งของประธานหรือส่วนของกรรม (เพราะต้องมีคำนามตามหลัง) และสามารถตามด้วยกิริยาเอกพจน์หรือพหูพจน์ เช่น

สำหรับคำถามที่ถามเกี่ยวกับธรรมชาติของบุคคลหรือสิ่งของเรามักใช้โครงสร้าง  “What kind of?” หรือ “What sort of?” เช่น

What kind of chocolates do you like best?
What sort of a girl is she?

“Which”
Which boy (girl) has (which boys/girls/have) answered correctly all the questions?
Which eye was injured, his right or his left?

ข้อแตกต่างระหว่าง “what” และ “which” ในฐานะ Interrogative Pronoun ซึ่งได้ยกตัวอย่างให้เห็นแล้ว จะมีความหมายแตกต่างลักษณะเดียวกันเมื่อใช้ในฐานะ Interrogative Adjective เช่น
A : What subjects are you taking in your examination?
B : English, French and German.
A : What play would you like to study next term?
B : One of Shakspeare’s
A : Very good; which play would you like?
B : Macbeth.

รูปเน้นของ Interrogative Pronoun
จะเติม “-ever” ที่ท้ายคำ Interrogative Pronoun “what, who, which” เพื่อแสดงความหมายเน้นเกี่ยวกับความรู้สึกประหลาดใจ, โกรธ และไม่พอใจ เช่น
Who ever can be calling at this time of night?
Who ever heard of such a silly idea?
What ever were you thinking of to suggest such a plan?

การใช้ในลักษณะสำนวน
มีสำนวนบางอันที่ประกอบด้วย “who, which, what” (ไม่จำเป็นต้องเป็นประโยคคำถาม) เช่น
What about a cigarette/something to eat? (= would you like; shall we have……?)
Oh! there’s Mr. What’s-his-name ใช้พูดเมื่อจำชื่อไม่ได้
It’s a what-do-you-call-it.
It was so dark that I couldn’t tell who was who.
The two twins are so alike that I can’t tell which is which (หรือ who is who)
I don’t know anyone at this party; you must tell me who’s who.
You’ll find his name in Who’s Who. (= หนังสือรวมชีวประวัติบุคคล)
He’s a clever fellow; he knows what’s what.

6. สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ (Indefinite Pronouns)
กลุ่มของ-Indefinitive Pronouns มีดังนี้
some (thing; -body: -one), any (thing, -body, -one) all, one, none, no (-thing, -body, -one), every (thing, -body, -one) other, another, much, less, (a) few, (a) little, enough, each, either, neither.

หลายคำในกลุ่มนี้ใช้เป็นคำคุณศัพท์ได้ ซึ่งได้ผ่านมาแล้วในเรื่อง “Determinatives” (คำกำหนดนาม) เช่น
Have you any matches? (Adj.)
Ask John if he has any. (Pron.)
I wish I had some red roses. (Adj.)
I must try, to grow some next year. (Pron.)
The notice said. “All boys must be in school by 9 o’clock.” (Adj.)
But all were not there at 9 o’clock. (Pron.)
We all life Mr.Thompson very much. (Pron)
He told me a lot of other things that I can’t remember now. (Adj.)
Which one are you going to choose, that one or the other? (Pron.)
At the party each child was given an orange and a bag of sweets. (Adj.)
Each of them was also given a present from the Christmas tree. (Pron.)

See also  【HD】Palmy - จากกันตรงนี้ [Beautiful Ride] 06 | จบ กัน ตรง นี้ ดี กว่า

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ Indefinite Pronouns และ Indefinite Adjective บางคำ
“either และ neither”
“either” หมายความถึง “สิ่งหนึ่งหรืออีกสิ่งหนึ่งในระหว่าง 2 สิ่ง” “neither” หมายถึง “ไม่ใช่สิ่งนี้และไม่ใช่สิ่งนั้น นั่นคือ เป็นการปฏิเสธของทั้ง 2 สิ่ง ทั้ง 2 คำนี้ใช้เป็นทั้ง Distributive Pronoun และ Distributive Adjective และทั้ง 2 คำใช้เป็นเอกพจน์ (Singular) เช่น
Either of these machines is suitable for the work you want done. (Pron.)

Neither of my friends has come yet. (Pron.)

There is a train at 11:30 and one at 12:05. either train will get you to Oxford in time for the meeting. (Adj.)

If you don’t want either of those, there is another one at 10:30. (Pron.)

I have travelled by the 11:30 train and the 12:05 and neither train had a restaurant car. (Adj.)

I am very surprised that neither of them had a restaurant car. (Pron.)

“either” บางครั้งหมายถึง “สิ่งหนึ่งและอีกสิ่งหนึ่งใน 2 สิ่ง,’
He came down the road with a girl on either arm.
“On either side of the river, lie.
Long fields of barley and of rye.” (Tennyson)

“all”
“all” ใช้เป็นทั้ง Pronoun และ Adjective และในความหมายเอกพจน์หรือพหูพจน์ เช่น ใช้ในความหมายเอกพจน์
1. เป็น Pronoun หมายถึง “ทุกสิ่งทุกอย่าง’’ (= everything)
When he saw his troops retreat, the General cried,
“All is lost.”
“All’s well that ends well.”
“All is not gold that glitters.

2. เป็น Adjective หมายถึง “จำนวนทั้งหมด เช่น
All the money is spent.
All the world has heard of his name.
He worked hard all the time he was here.
He spent all last week in London.

ใช้ในความหมายพหูพจน์ เป็นทั้ง Pronoun และ Adjective
All the pupils were present. (Adj.)
All are welcome. (Pron.)
I don’t like to speak before all these people. (Adj.)
He has written six novels and all of them are good. (Pron.)

เมื่อประธานของประโยคเป็นคำนาม “all” จะวางไว้ข้างหน้าหรือตามหลังคำนามก็ได้ เช่น
All the students agreed that the concert was good.
The students all agreed that the concert was good.

แต่ถ้าประธานของประโยคเป็นคำสรรพนาม “all” จะต้องวางไว้ข้างหลังคำสรรพนามเสมอ
They all agreed that the concert was good.

“all และ every”
“all” มักจะมีความหมายเหมือนกับ “every” (= ทุกสิ่งทุกอย่าง) แต่โครงสร้างจะต่างกัน
all = Plural Verb นั่นคือ all + Plural Noun

แต่ every + Singular Verb นั่นคือ every + Singular Noun
That’s the sort of job that all boys like doing.
That’s the sort of job that every boy likes doing,
The explosion broke all the windows in the street.
The explosion broke every window
All the people were cheering loudly.
Everybody was cheering loudly.

นอกจากนี้ ความหมายของคำทั้ง 2 ยังแตกต่างกันด้วย เช่น
All the boys were present.

เราพิจารณาเด็กๆ ในลักษณะเป็นกลุ่ม (mass) แต่
Every boy was present.
เรากำลังคิดถึงเด็กแต่ละคนในจำนวนหลายๆ คน ที่มาประกอบกันเป็นกลุ่ม

นอกจาก “all” จะใช้เป็น Pronoun และ Adjective แล้วยังใช้ “all” ในลักษณะ Adverb ได้อีกด้วย เช่น
“each, every (-one, -body)”
“each” และ “every” ยังใช้ในความหมายบอกจำนวนรวม (Totality) ด้วย และมักจะเรียกว่า “Distributives” (ความหมายแจกแจง) “each” ใช้เป็น Pronoun และ Determinative Adjective แต่ “every” ใช้เป็น Adjective เท่านั้น จึงต้องสร้างรูป Pronoun ของมันขึ้น คือ “everyone, everybody, everything” “each” ใช้เมื่อจำนวนเต็มนั้นคือ “2 หรือมากกว่า 2 ขึ้นไป” ส่วน “every” ใช้เมื่อจำนวนเต็ม “มากกว่า 2 ขึ้นไป”ใช้ “each” เป็น Pronoun
Each must do his best.
They each signed the papers.
Mr. Brown came to the school with a bag of apples, and gave the boys two each.
Each of the boys has done his work.

ใช้’ “each” เป็น Adjective
Each man must do his best.
Each person signed the paper.
He gave each boy two apples.
Before choosing a pen, she looked at each one in turn.

ใช้ “every” เป็น Adjective
Every man must do his best.
Every person signed the paper.
He gave every boy two apples.
Every one of the boys has done his work.
“Every cloud has a silver lining” (สุภาษิต)

รูปสรรพนามของ “every”
Everyone knows that Rome is the capital of Italy.
He told everyone that he was a lord.
Everybody was disappointed that you could not come.
Everything he says is true.
Everything in the house was destroyed by fire.

จงสังเกตว่า “each, every, everyone, everybody, everything” จะใช้กับ Singular Verb เสมอ

และจงสังเกตรูป “everyone” กับ “every one” ว่าใช้แตกต่างกัน คือ “everyone” ใช้กับบุคคลเท่านั้น แต่ “every one” ยังสามารถนำไปใช้กับสิ่งของ (นอกจากบุคคล) ได้ด้วย เช่น
She has kept every one of.my letters.

“each และ every”
ยังมีความแตกต่างทางด้านความหมายและวิธีในระหว่างคำ “each” และ “every” ในฐานะ Adjective อยู่บ้าง คือ คำ “each” จะมี ความหมายหนักไปในทาง “กระจายออก” (Distribution) มากกว่าคำ “every”

ส่วนคำ “every” นั้นมีความหมายหนักไปในทางรวบรวมส่วนกระกระจายต่างๆ ให้เข้าเป็นกลุ่มก้อน แต่ “each” มีความหมายเฉพาะเจาะไปที่รายชิ้นส่วนและพยายามแยกมันออกจากกลุ่มก้อน ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้จากตัวอย่างต่อไปนี้
I visited him every day while he was in hospital. และ
I visited him each day while he was in hospital.
(จะเห็นว่าประโยคใช้ “each” มีความหมายเน้นมากกว่า “every”)

“every” ยังใช้ในลักษณะสำนวนได้ด้วย เช่น
The cheaper paper is every bit as good as the dealer one.
He is every inch a man.
You have every right to be angry.
There is every reason to think he is speaking the truth.

ในกรณีข้างต้นนี้ จะใช้ “each” แทน “every” ไม่ได้เลย และรวมทั้งกลุ่มวลีต่อไปนี้ด้วย
“every other day” “every two days” “every now and then” สำหรับ “every other day” ใช้ได้ 2 ความหมาย ซึ่งในภาษาพูดจะใช้เสียงเน้นหนัก (Stress) ที่คำดังนี้
1. ถ้าเน้นหนักตรง “day” คือ “every other day” หมายความว่า “วันเว้นวัน” เช่น
“I go there every other day.” = I go there on Monday, Wednesday, Friday and Sunday.

2. ถ้าเน้นหนักตรง “other” คือ “every other day” หมายความว่า “ทุกวันอื่น” เช่น
“We have a lesson on Monday, but on every other day there are no lessons.” = There are no lessons on all the other days.

“both”
“both” เหมือนคำ “all” ใช้เป็นทั้ง Pronoun และ Adjective มีความหมายบอก “จำนวนเต็ม” (Totality) แต่ “both” ใช้ในความหมาย “จำนวน 2 คน หรือ 2 สิ่ง” เท่านั้น และใช้กับคำนามพหูพจน์เท่านั้น จึงต้องตามด้วยกิริยารูปพหูพจน์เช่นกัน
“both” ใช้เป็นคำสรรพนาม
I have two brothers; they are both engineers.
I don’t know which book is the better; I shall read both.
“Which of the two girls is he in love with?”

“Both!”
“both” ใช้เป็นคำคุณศัพท์
Both his legs were broken in the accident.
There are houses on both sides of the street.
Both (the) men were found guilty.

“both” ยังใช้เป็น Adverb ในประโยคต่อไปนี้
The book is both useful and amusing.

some (-thing, -body, -one)
“some” ใช้ในกรณีต่อไปนี้
1. ใช้เป็น Adjective หรือ Pronoun และเมื่อเป็น Adjective จะใช้ประกอบนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) และนามพหูพจน์ (Plural Nouns) และถ้าใช้เป็น Pronoun จะอ้างถึงนามทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว และมีความหมาย “จำนวนที่ไม่กำหนดแน่นอน” เช่น

หมายเหตุ “some” ในตัวอย่างข้างต้นนั้นมีเสียงไม่เน้นหนัก (Weak Stress)

2. แต่ถ้าใช้ “some” ในลักษณะแสดงความหมายขัดแย้ง (Contrast) “some” จะมีเสียงเน้นหนัก (Strong Stress) ด้วย เช่น
Some people hate cats; others dislike dogs.
I enjoy some music, but much of it bores me.
Some of us agree with that statement; some disagree.
Not all your answers were correct; some were, some were not.

3. ถ้าใช้เป็น Adjective สามารถนำไปประกอบนามเอกพจน์นับได้ (Singular Countable Noun) ก็ได้ แต่จะมีความหมาย “หมายเฉพาะแต่สิ่งนั้นซึ่งไม่ปรากฎชัด” (มักจะเป็นความหมายในทางไม่ดี) ซึ่งงในกรณีนี้เวลาพูด “some” จะมีเสียงเน้นหนัก (Strong Stress) เช่น
Some fool had left the lawn-mower on the garden path, and in the dark I fell over it.
He arrived with some old book that he had picked up at a second hand book shop.

“something” และ “some” (เสียงเน้นหนัก) ซึ่ง “some” จะประกอบใช้กับจำนวนเลขด้วย จะมีความหมาย “โดยประมาณ” เช่น
I’ll whistle the tune for you; it goes something like this.
It happened some twenty years ago.
It will take some three or four thousand pounds to rebuild the house.

“any (-thing, -body, -one)
1. “any” ใช้ในความหมายเน้น จะมีความหมายกว้างๆ “ไม่ชี้เฉพาะเจาะจง” หรือ “อะไรก็ได้” เช่น
Come any day you like.
Get me some cigarettes, please; any kind will do.
Any student can answer the question.
He is a man who will do anything for money.
You must give an excuse for not going; any excuse will do.
I have any number of (= a great many) small plants in my garden; I will give you as many as you want.

2. “any” ใช้ในความหมายไม่เน้น จะมีความหมายเหมือน “some” ที่ใช้ในลักษณะ 1 (ดูการใช้ “some”)

3. “any” ใช้กับนามเอกพจน์นับได้ นามนับไม่ได้ และนามพหูพจน์ เช่น Any sane person would have acted as you did.
Haven’t you any work to do?
Are there any cows in the field?

4.  “any” ใช้เป็น Adverb ในประโยคต่อไปนี้:-
I am sorry to say he isn’t any better.
I couldn’t come any sooner.
In spite of your careful explanation, I don’t think he is any the wiser.

“some และ any”
จงสังเกตความแตกต่างทางความหมายระหว่างคำ 2 คำ ในประโยคต่อไป
Richard is older than some of the other boys in his class.(= เขาไม่ใช่คนอายุน้อยที่สุดและก็ไม่ใช่คนอายุมากที่สุด)
Richard is older than any of the other boys in his class. (= เขาเป็นคนที่มีอายุมากที่สุด)
That firm does more business than some of its competitors. (= มากกว่าจำนวนหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด)
That firm does more business than any of its competitors. (= มากกว่าทั้งหมด)

ความแตกต่างระหว่าง “some” และ “any” แบบง่ายๆ โดยทั่วไปก็คือ “some” ใช้ในประโยคบอกเล่า (Affirmative Sentence) และ “any” ใช้ในประโยคคำถาม (Interrogative Sentence) และประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence) เช่น
I am looking for some matches.
Have you any matches?
I haven’t any matches.
There is someone in the room.
Is there anyone in the room?
There isn’t anyone in the room?
There’s something I want to ask you.
Is there anything you want to ask me?
There isn’t anything I want to ask you.

ความหมายปฏิเสธอาจจะแสดงด้วยคำ “never, without, seldom etc.” ฉะนั้น “any” จะต้องใช้กับประโยคเช่นนี้ด้วย เช่น
He never had any luck.
He worked hard but without any success.

บางครั้งความหมายคำถามจะแสดงด้วยประโยคเงื่อนไข จึงใช้ “any” ในกรณีนี้เช่นกัน เช่น
If there are any good apples in the shop, bring me two pounds.
ยิ่งกว่านั้น “some” ยังถูกนำไปใช้กับประโยคคำถาม ในกรณีที่ผู้ถามหวังคำตอบ “yes” เช่น
Didn’t you put some matches in your pocket? หมายความว่า “ฉันเกือบแน่ใจว่าฉันเห็นเธอเอาไม้ขีดใส่กระเป๋า” ซึ่งมีความหมายเหมือนกับ Question-tag
You put some matches in your pocket, didn’t you?
(จงทำความเข้าใจประกอบกับในเรื่อง Question-tag)

คำถาม “Are you expecting someone this afternoon?
เป็นการถามต้องการคำตอบ “yes” ถ้าต้องการคำตอบ “No” คำถามจะเป็นดังนี้
Are you expecting anyone this afternoon ?
เช่นเดียวกัน
Is someone coming this afternoon? (= ผมแน่ใจเพราะผมเห็นคุณกำลังเตรียมอะไรอยู่)
Have you lost something? (= ผมแน่ใจเพราะผมเห็นคุณกำลังค้นหาอยู่)
ลักษณะเช่นนี้อาจนำไปประยุกต์ใช้กับ Adverb “somewhere, anywhere” เช่น
Have you seen him before somewhere? (= ดูคุณเหมือนจะรู้จักเขา)

นอกจากนี้ ถ้าประโยคคำถาม มีความหมายทำนองขอร้อง เชื้อเชิญ หรือ คำสั่ง ให้ใช้ “some” เช่น
Will you ask someone to carry this bag for me, please?
May I give you some more tea?
Won’t you try some of this cake?
Could you let me have some money, father?

“no, nothing, nobody, no one, none”
คำกำหนดนาม “no” ใช้ในลักษณะ Attributive เท่านั้น และมีความหมาย “ไม่มีเลย” (= not any) เช่น
There is no (there isn’t any) salt on the table, and no (there aren’t any) glasses.
“No smoking allowed.”
“no” มีความหมายเท่ากับ “not a” ในประโยค เช่น He is no hero.
“nothing” สามารถแทนด้วยคำ “not anything ส่วน nobody (หรือ no one) สามารถแทนด้วยคำ “not anybody (-one) ยกเว้นเมื่อ “nothing หรือ nobody หรือ no one เป็นประธานของประโยค
There was nothing (= wasn’t anything) in the shop that I wanted to buy.
Can no one (= Can’t anyone) answer the question?
There’s nobody (=There isn’t anybody) in the room.

“nobody และ no one” ใช้สำหรับบุคคล แต่ “none” ใช้สำหรับทั้งบุคคลและสิ่งของ เช่น
No one came to the class. There was nobody in the room.
I wanted some more coffee but there was none left.

“none” เป็น Pronoun และมีความหมายเท่ากับ “not one” หรือ “not any” (= ไม่มีเลย) เช่น
None of his pupils failed their examination.
“How many fish did you catch?” “None.”
“None so blind as those who will not see” (สุภาษิต)

“nobody, nothing และ no one” เป็นเอกพจน์จึงใช้กับกิริยาเอกพจน์ ส่วน “none” ใช้กับกิริยาเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้ เช่น
None of us is perfect; we all make mistakes.
“There are none so deaf as those who will not hear.” (สุภาษิต)

“none” ใช้กับกิริยาเอกพจน์นั้น นักไวยากรณ์ส่วนใหญ่เห็นว่าถูกต้องมากกว่าที่จะใช้กับกิริยาพหูพจน์
“none, nothing, nobody, no one” มักจะใช้เพื่อเป็นคำตอบย่อ (Short answers) เช่น
“How-many of the exercises did you get right?” “None.”

กล่าวโดยทั่วไปแล้ว ความแตกต่างระหว่าง “nothing” และ “none” ก็คือ ในการตอบย่อนั้น “nothing” เป็นคำตอบของคำถาม ที่ขึ้นต้นด้วย “What” ส่วน “none” เป็นคำตอบของคำถามที่ขึ้นต้นด้วย “How many” หรือ “How much”
และ “nobody หรือ no one” เป็นคำตอบของคำถามที่ขึ้นต้นด้วย “Who” เช่น
“What is on the table?” “Nothing.”
“How many books are on the table?” “None”
“Who is in the dining-room?” “Nobody” (no one)
“How much petrol is there in the car?” “None”

“no, something, nothing” สามารถใช้ในลักษณะ Adverb ด้วย เช่น He is no better and is still very ill.
It is no faster to go there by train than by car.
No sooner had I let the cat out of the room than she wanted to come in again.
He is something like what his father was at that age.
Your work is nothing like so good as Henry’s.

หมายเหตุ น่าประหลาดที่ “no” เมื่อใช้เป็น Adverb มักจะประกอบกับคุณศัพท์รูปขั้นกว่า (ดังตัวอย่าง 3 ประโยคแรก) จะไม่ใช้กับคุณศัพท์รูปขั้นธรรมดา (ยกเว้น 2 คำคือ “no different และ no good”) และคุณศัพท์ขั้นสูงสุดเลย

“other, another”
“other” ใช้เป็นทั้ง Adjective และ Pronoun เมื่อเป็น Adj. จะไม่มีการเปลี่ยนรูป เมื่อเป็น Pronoun จะมีฐานะเป็นนามนับได้ จึงมีรูปพหูพจน์ “others” และเมื่อใช้กับ Indefinite Article (an) จะเขียนติดเป็นคำเดียวกันคือ “another”
“The other” (เอกพจน์) หมายถึง “สิ่งที่สองในสองสิ่ง” เช่น
He held a sword in one hand and a pistol in the other.
One of my brothers is named Richard, the other is named Frederick.
When we got to that round about we ought to have taken the other road.

“The other (s)” หมายถึง “remaining” (= สิ่งที่ค้าง) เช่น
We got home by 6 o’clock, but the others didn’t get back until about 8 o’clock.
The other guests that we had expected didn’t come.
“other (s)” อาจหมายความว่า “different” (= ต่างๆ) หรือ “additional” (= อีก) หรือ “remaining” (=สิ่งที่ค้าง) เช่น
There are other ways of doing this exercise.
I have no other friend but you.
Some like milk chocolate, others prefer plain chocolate.

“another” มีความหมาย ดังนี้
1. “เพิ่มทีละหนึ่ง” (an additional one) เช่น
Joe is terribly greedy; his hostess offered him another cake but he took one cake, then another and another.
Mr. Brown already has two cars, and now he has bought another.

2. “อีกสิ่งหนึ่ง” (a different one) เช่น
The point of this pencil is broken; can you lend me another, please?
On one day he will say one thing and on another day something quite different.

“each other, one another”
“each other” และ “one another” จะใช้ตามหลังสกรรมกิริยา (Transitive Verbs) เพื่อแสดงความหมาย “ร่วมกัน” นั่นคือ มีความรู้สึกและการกระทำร่วมกัน

นักไวยากรณ์ให้ข้อสังเกตว่า “each other” นั้นมีความเกี่ยวข้องกันเพียง 2 คน เช่น The two sisters love each other.
และ “one another” จะมีคนมากกว่า 2 คนขึ้นไปเกี่ยวข้องกัน เช่น Little children love one another.

นอกจากนี้ “each other” และ “one another” ยังใช้ตามหลังบุพบทได้ด้วย (Preposition Object) เช่น
They gave presents to each other.
They are very fond of one another.

7. Relative Pronoun (สรรพนามทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อม)
Relative Pronoun คือ “who” (รูปประธาน) “whom” (รูปกรรม) “whose” (รูปแสดงความเป็นเจ้าของ), “which”, “that”, “as” และ “but” ทุกคำเป็นทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์ทั้งเพศชายและเพศหญิง

“Relative Pronoun” “who” และ “which” จะไม่มีเสียงเน้นหนักเหมือนกับที่มันถูกใช้ในลักษณะ “Interrogative Pronoun”

หลักการใหญ่ๆ ที่จะใช้ Relative Pronoun เหล่านี้ก็คือนำไปสร้าง Adjective Clause (ขอให้ศึกษาประกอบกับเรื่อง Adjective Clauses)

“who”, “whom” และ “whose”
“who”, “whom” แระ “whose” จะใช้กับบุคคล (persons) เช่น
The man who spoke was my brother.
He is one of the men whom I feel I can trust.
He is a man whose word is as good as his bond.

“which” ใช้สำหรับสิ่งของ (Things) และสัตว์ (animals) เท่านั้น
The current, which is very rapid, makes the river dangerous.
The dog which was lost has been found.
แต่ถ้าสัตว์ถูกตั้งชื่อจะถือเหมือนว่าเป็นบุคคล “who” จะถูกนำมาใช้ในกรณีเช่นนี้
Our dog, Jock, who had been lost for two days, was found and brought home by a policeman.

ถ้าใช้กับ Collective Nouns ซึ่งเป็นบุคคลและมีความหมายเป็นเอกพจน์ จะใช้ “which” แต่ถ้ามีความหมายเป็นพหูพจน์จะใช้ “who (m)” เช่น
The London team, which played so well last season, has done badly this season.
The team, who are just getting their tickets, will meet on the platform at 2:30.

แต่จะใช้ “which” เมื่อ Antecedent เป็นประโยคทั้งประโยค
He invited us to dinner, which was very kind of him.

“That”
“that” ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไป (เป็นทั้งประธานและกรรม เอกพจน์และพหูพจน์) และใช้กับ Antecedent ที่เป็นบุคคลหรือสิ่งของ และเมื่อใช้ในกรณีเป็น Relative Pronoun เช่นนี้ จะไม่มีเสียงเน้นหนัก Shakespeare is the greatest poet that England has ever had.
The plays that he wrote have been performed in almost every country in the world.
They live in a house that was built in 1600.
Have you everything that you need?

“that” (ไม่ใช่ “who” หรือ which”) จะใช้ในกรณีต่อไปนี้
1. ใช้หลังคำ Adjective ขั้นสูงสุด (รามทั้งคำ “first” และ “last”) และหลัง Indefinite Pronoun ส่วนใหญ่
Yesterday was one of the coldest days that I have ever known.

His book is the best that has ever been written on that subject, and yet you say this is the first time that you have heard of it.

He never says anything that is worth listening to.

There’s not much that can be done.

2. ใช้ในประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “It is….” “It was    ……” และในประโยคคำถามที่เกี่ยวข้องกันลักษณะเช่นนี้
“It’s an ill wind that blows nobody good.” (สุภาษิต)
It is the teacher that is important, not the kind of school he teaches in.
What was it that he wanted?
In which play of Shakespeare’s is it that Viola appears?
Was it you that broke the window?

3. เมื่อ Antecedent มีทั้งบุคคลและสิ่งของ เช่น
He talked brilliantly of the men and the books that interested him.

“that” จะไม่ใช้ใน Non-defining clause เลย และจะมี Preposition วางไว้ข้างหน้าไม่ได้เด็ดขาด (แต่ “which” และ “whom” มี Prep อยู่ข้างหน้าได้)

Preposition จะต้องวางไว้ท้าย Clause เสมอ
Here is the car about which I told you.
Here is the car that I told you about.

“that” ใช้ตามหลัง “same” ได้ เช่น
She wore the same dress that she wore at Mary’s wedding.

แต่ Relative Pronoun ที่ใช้ตามหลัง “same” และ “such” คือ “as” เช่น
I shall be surprised if he does this in the same way as I do.
She wears the same kind of clothes as her sister usually does.
I never heard such stories as he tells.

“What”
“what” จะใช้เมื่อคำ Antecedent ไม่ปรากฏหรือพูดได้ว่า “what” เป็นทั้ง Relative Pronoun และ Antecedent ในคำเดียวกัน (ดูเรื่อง Noun Clause ประกอบ) เช่น
Tell me what you want to know.

ประโยคข้างต้นนี้อาจเขียนได้ดังนี้อีกแบบหนึ่ง
Tell me the things which you want to know.

“what” จะถูกนำไปใช้ในกรณีที่ Antecedent คือ ประโยคทั้งประโยค เช่น
He is an interesting speaker, and, what is more important, he knows his subject thoroughly.

“Whichever, whatever, whoever” คือ Relative Pronoun รูปผสมใช้ในความหมายเน้นขึ้น เช่น
You can have whatever you want.
Take whichever you like.
She can marry whoever she chooses.

ความสัมพันธ์ภายใน Relative Pronouns
Relative Pronouns จะสัมพันธ์กับตัว Antecedent ในเรื่องของพจน์ และบุรุษ จงสังเกตประโยคต่อไปนี้
1. He waved his hand to Brown, whom he saw buying cigarettes in the shop.
2. He waved his hand to Brown, who, he saw, was buying cigarettes in the shop.

ทั้งสองประโยคเขียนถูกไวยากรณ์ทั้งคู่ ในประโยคที่ 1 “whom” เป็นกรรมของ “saw” และในประโยคที่ 2 “who” เป็นประธานของ “was buying”

ข้อสังเกตอีกอันที่ต้องระวังก็คือ เกี่ยวกับพจน์ของกิริยาของ Subordinate Clause ที่มี “one” ใช้อยู่ใน Main Clause เช่น
This is one of the most difficult questions that have been asked.
That is one of the books that were given to us for study.
Richard is one of the boys who always do good work for me.

ข้อสังเกต กิริยาใน Subordinate Clause จะต้องสัมพันธ์กับ Antecedent ที่ติดกับมันมากที่สุด ฉะนั้น “one” แม้ว่าจะเป็นประธานที่ แท้จริง จึงไม่ถูกกระทบด้วย

เมื่อลักษณะของ Adjective Clause เป็นไปในลักษณะเช่นนี้ จึงต้องระมัดระวังให้มาก เมื่อจะใช้ Adjective Clause ในประโยคจะต้องวาง Adjective Clause ให้ใกล้ตัว Antecedent มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
จงสังเกตประโยคที่ใช้ Adjective Clause ที่ชวนขันประโยคนี้
After the wedding the bride and the bridegroom left in a car for London which had been given as a present by the bride’s father.

ที่มา:อาจารย์ชำนาญ  ศุภนิตย์, ดร.สัญญา  จัตตานนท์,  อาจารย์สุทิน  พูลสวัสดิ์


50+ ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ (อัพเดท บทเรียนใหม่ เพิ่มรายละเอียด)


ภาษาอังกฤษกับเคลี่ คอร์สภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
FACEBOOK: ภาษาอังกฤษกับเคลี่ @englishwithkaylee นักเรียนติดตามเพจ 1.2 ล้านคน
INSTAGRAM: KAYLEE WONDER DMD @drkayleewonder

บริจาคที่ www.paypal.me/kayleewonder ขอบคุณมากๆ จากใจค่ะ

ครูชื่อเคลี่ค่ะ เกิดที่เมืองไทย เป็นคนอุดรค่ะ ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่ปี 2001เรียนจบมัธยมปลายที่รัฐฮาวาย ต่อตรีที่รัฐคอนเนคติคัท และจบเอกทันตแพทย์ที่ลาสเวกัสค่ะ ตอนนี้ทำงานเป็นหมอฟันที่รัฐวอชิงตัน เริ่มสอนภาษาอังกฤษในเฟสบุ๊คปี 2016 ตอนที่เรียนทันต ปี 3 ค่ะ ตอนนี้ก็มีคนติดตามในเพจมากกว่า 1.2 ล้านคน ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีนักเรียนมาเรียนด้วยเยอะแบบนี้ อยากให้คนไทยได้พูดภาษาอังกฤษเป็น จะได้เจริญก้าวหน้า และตัวเองก็อยากฝึกภาษาไทยด้วย จะสังเกตุได้ว่าบางทีอาจจะพูดแข็งกระด้างเกินไป หรือว่าสะกดคำไทยผิด เพราะไม่ได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันเลยค่ะ พูดแต่อังกฤษ และคนที่บ้านก็พูดอิสานด้วย อันนั้นก็เริ่มไม่ถนัดแล้วเหมือนกันค่ะ ก็อย่าถือสากันเลยนะคะ แต่ภาษาอังกฤษเนี่ยครูสำเนียงเป๊ะค่ะ ตอนนี้ก็สอนเป็นงานอดิเรกค่ะ เท่าที่มีเวลาว่าง สอนฟรี และไม่มีคอร์สสอนนะคะ แค่ทำงานเป็นหมอฟันครูก็เหนื่อยมากแล้วค่ะ เรียนฟรีๆก็ดีแล้ว ไม่ต้องเสียเงิน ความรู้หาฟรีได้เยอะแยะไป ถ้ามีโอกาสก็อาจจะเปิดคอร์ส แต่ก็คงอีกนานค่ะ ครูจะพยายามมาลงคลิปบ่อยๆนะคะ ขอบคุณที่มาดูคลิปและติดตามกันนะคะ

เรียนภาษาอังกฤษ, เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง, เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษ, สำนวนภาษาอังกฤษ, ประโยคภาษาอังกฤษ, บทสนทนาภาษาอังกฤษ, เก่งภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน, ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว, วลีภาษาอังกฤษ, เรียนต่อที่เมืองนอก, American English, English lesson for thai people, Learn English, English lesson, ภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ, การออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง, สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน, คำศัพท์อังกฤษ, ศัพท์อังกฤษ, บทเรียนภาษาอังกฤษ, เรียนต่อที่อเมริกา, การฟังภาษาอังกฤษ, ฝึกการฟังภาษาอังกฤษ, เรื่องราวสั้นๆภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษพื้นฐาน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

50+ ประโยคคำถามภาษาอังกฤษ (อัพเดท บทเรียนใหม่ เพิ่มรายละเอียด)

สรุป Parts Of Speech แบบเข้าใจง่าย – [ By : English – Kru Per ]


PartsOfSpeech เรียนภาษาอังกฤษ

สรุป Parts Of Speech แบบเข้าใจง่าย - [ By : English - Kru Per ]

100+ คำถาม-คำตอบที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ #KNDSpeakingClass #KNDTopList | คำนี้ดี EP.399


อยากถามตอบให้คล่องๆ ก็ต้องซ้อม! เพราะที่จริงศัพท์สำนวนไม่ได้ยากเลย เคยผ่านตากันมาแล้วทั้งนั้น แต่มันแค่นึกไม่ออกเฉยๆ เอง ถ้าอย่างนั้นมาดูกันว่า คำถามคำตอบอะไรบ้างที่เราได้ใช้แน่ๆ แล้วมาพูดตามกันได้เลย
———————————————
THE STANDARD PODCAST : EYEOPENING FOR YOUR EARS
พอดแคสต์จากสำนักข่าว THE STANDARD
Website : https://www.thestandard.co/podcast
SoundCloud: https://soundcloud.com/thestandardpodcast
Spotify : https://open.spotify.com/show/7o7TF3zfPyoydhWxtGSzLC?si=Nb_LuV8NS3C9mJ6ePdXLA
Twitter : https://twitter.com/TheStandardPod
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth/
KNDSpeakingClass KNDTopList คำนี้ดี TheStandardPodcast TheStandardco TheStandardth

100+ คำถาม-คำตอบที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ #KNDSpeakingClass #KNDTopList | คำนี้ดี EP.399

100 คำกริยาภาษาอังกฤษverb ที่ใช้บ่อย


100 คำกริยาภาษาอังกฤษverb ที่ใช้บ่อย
กริยาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ verb
ภาษาอังกฤษใช้บ่อย,
กริยาอังกฤษ,
คำกริยาภาษาอังกฤษใช้บ่อย,
คำกริยาอังกฤษ,
คำกริยาภาษาอังกฤษ,
กริยาอังกฤษใช้บ่อย,

100 คำกริยาภาษาอังกฤษverb ที่ใช้บ่อย

รวม 500 ประโยคภาษาอังกฤษ ฝึกพูด พร้อมคำอ่าน พื้นฐาน ง่ายๆ เริ่มจากศูนย์ ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนได้ ฟรี


💖 ถ้าอยากให้กำลังใจ มาสมัครสมาชิกกันนะครับ 💖
กดตรงนี้ 👉 https://www.youtube.com/channel/UCaiwEWHCdfCi23EYN1bWXBQ/join
เรียนภาษาอังกฤษ ฝึกพูด 500 ประโยคภาษาอังกฤษ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ถามตอบ พร้อมคำอ่าน คนไม่มีพื้นฐานกสามารถเรียนได้ ฝึกฟังภาษาอังกฤษ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ด้วยตัวเอง เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรี กับ อ.ต้นอมร
Basic Daily English Conversation : 500 English Phrases and Sentences
รวมวิดีโอฝึกฟัง ฝึกพูดภาษาอังกฤษ สำหรับเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
https://www.youtube.com/playlist?list=PLrstMNlAK0Iu3XViE08wFLjyxyRFFhKYl
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี! คลิก: https://www.tonamorn.com/
แจกศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1,000 คลิก: https://www.tonamorn.com/vocabulary
สอน การแต่งประโยคภาษาอังกฤษ
https://www.tonamorn.com/learnenglish/writesentences/
เรียนภาษาอังกฤษ จากภาพสวยๆ บนอินสตาแกรม
https://instagram.com/ajtonamorn
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ บทสนทนาภาษาอังกฤษ ไวยากรณ์ แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย และบทเรียนภาษาอังกฤษอีกมากมาย เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงระดับสูง ฟรี 100% โดย อาจารย์ต้นอมร

รวม 500 ประโยคภาษาอังกฤษ ฝึกพูด พร้อมคำอ่าน พื้นฐาน ง่ายๆ เริ่มจากศูนย์ ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนได้ ฟรี

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่LEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ คํา ใน ภาษา อังกฤษ

Leave a Reply

Your email address will not be published.