Home » [NEW] คำที่ตามด้วย gerund infinitive หรือ past participle | infinitive แปล ว่า – NATAVIGUIDES

[NEW] คำที่ตามด้วย gerund infinitive หรือ past participle | infinitive แปล ว่า – NATAVIGUIDES

infinitive แปล ว่า: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

admit
ยอมรับHe admitted stealing the ring.
เขาได้สารภาพว่า ขโมยแหวนวงนั้นไป
advise
แนะนำDoctors generally advised doing exercise.
แพทย์โดยทั่วไปจะแนะนำให้ออกกำลังกาย

The doctor advised him to do more exercise.
นายแพทย์คนนั้น แนะนำให้เขาออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น

มีกรรม (object) มาคั่น ให้ตามด้วย infinitive

allow
อนุญาตThailand doesn’t allow smoking in hospitals.
ประเทศไทยไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ในโรงพยาบาล

Thailand doesn’t allow people to smoke in hospitals.
ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ประชาชน สูบบุหรี่ในโรงพยาบาล

มีกรรมมาคั่น ให้ตามด้วย infinitive
คำอื่น ๆ เช่น advise, recommend, allow, permit, require เป็นต้น

anticipate
คาดการณ์ล่วงหน้าI anticipated getting stuck in traffic.
ฉันคาดว่าจะติดอยู่ในการจราจร (คาดว่ารถจะติด)
appreciate
ชื่นชมI appreciated Danny’s helping me.
ฉันชื่นชมกับความช่วยเหลือของแดนนี่ ที่มีต่อฉัน
avoid
หลีกเลี่ยง He avoided talking to her.
เขาหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้หญิงคนนั้น
can’t help
อดไม่ได้ที่จะI can’t help counting those calories.
ฉันอดใจไม่ได้ที่จะต้องนับจำนวน แคลอรี่ พวกนั้น
can’t stand
ทนไม่ได้
I can’t stand looking at myself in the mirror.
(ทุกครั้งที่มองกระจก ทนไม่ได้ที่เห็นรูปร่างตัวเองในกระจก)

I can’t stand to look at myself in the mirror.
(ไม่กล้าที่จะดูกระจก เพราะกลัวว่าจะเห็นรูปร่างตัวเอง)
complete
เสร็จสิ้นHe completed renovating the house.
เขาตกแต่งบ้านเสร็จแล้ว
consider
คิด,พิจารณา She considered moving to Ratchaburi.
เขาได้คิดที่จะย้ายไปที่จังหวัดราชบุรี

Everybody considers him to be the best person for the job.
ทุกคนพิจารณาเห็นว่า เขาเป็นคนที่เหมาะที่สุดสำหรับงานนั้น

มีกรรมมารับ ต้องใช้รูป infinitive

continue
ทำต่อไป He continued talking.
เขาพูดคุยต่อไป

He continued to talk.

เขาพูดคุยต่อไป

continue + gerund และ continue + infinitive ใช้ได้เหมือนกัน

defend
ป้องกันThe lawyer defended her making such statements.
delay
ช้า/เลื่อนHe delayed replying to the letter.
เขาเลื่อนตอบจดหมาย
demand
เรียกร้อง, ต้องการPeople demand that the troops be withdrawn.
ประชาชนเรียกร้องให้กองทหารต้องถอนออกไป

เป็นประโยค Subjunctive Mood คำกริยาของส่วนหลัง (that clause) จะเป็น infinitive without to
คำกริยาอื่น ๆ เช่น ask, demand, determine, insist, move, order, pray, prefer, recommend, regret, request, require, suggest, และ wish
คำคุณศัพท์อื่น ๆ เช่น essential, important, vital

deny
ปฏิเสธHe denied committing the crime.
เขาปฏิเสธการก่ออาชญากรรมนั้น
depend on
ขึ้นอยู่กับSuccess may depend on becoming more patient.
ความสำเร็จอาจจะขึ้นอยู่กับความอดทน
**คำกริยาที่ตามหลัง preposition จะต้องเติม ing เช่น
give up smoking = เลิกสูบบุหรี่
keep on working = ทำงานต่อไป
despise
ไม่ชอบ/เกลียด
She despises asking for favors.
ผู้หญิงคนนั้น ไม่ชอบการขอสิทธิพิเศษ
discuss
อภิปราย We discussed working at the company.
เราได้อภิปรายกัน เกี่ยวกับการทำงานกับบริษัทแห่งนั้น
dislike
ไม่ชอบShe dislikes cooking.
ผู้หญิงคนนั้น ไม่ชอบทำอาหาร
don’t mind
ไม่รังเกียจI don’t mind waiting.
ฉันไม่รังเกียจที่จะคอย

dread
กลัว She dreads meeting her in-laws.
ผู้หญิงคนนั้นกลัว การพบ ญาติฝ่ายสามี
encourage
กระตุ้น,ให้กำลังใจ
Doctors generally encourage eating healthy foods.
ตามปกติ หมอจะแนะนำให้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

The doctor encouraged him to eat healthy foods.
แพทย์คนนั้น แนะนำให้เขา กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

มีกรรมมารองรับ ต้องตามด้วย infinitive

enjoy
สนุก We enjoy swimming.
เราสนุกกับการว่ายน้ำ
finish
เสร็จ,จบHe finished doing his homework.
เขาทำการบ้านเสร็จแล้ว

forget
ลืมHe’ll never forget spending so much money on his first computer.
เขาจะไม่มีวันลืมว่า ได้จ่ายเงินจำนวนมากไปกับคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของเขา
forget + gerund = ทำแล้วไม่ลืม
(การกระทำเกิดขึ้นแล้ว และจะไม่ลืม)

Don’t forget to buy some eggs.
อย่าลืมซื้อไข่นะ
I forgot to bring my books to school. I didn’t have anything to read.
ฉันลืมเอาหนังสือไปโรงเรียน ฉันไม่มีอะไรอ่าน – ลืมเอาไป – ไม่ได้เอาไป จึงไม่มีหนังสืออ่าน
forget + infinitive = ลืมจึงไม่ได้ทำ
ลืมที่จะทำกริยานั้น ๆ คือ ไม่ได้ทำ นั่นเอง

คำกริยาอื่น ๆ ที่เป็นลักษณะเดียวกันนี้ เช่น forget, regret และ remember
get
ชักชวนให้ทำ
Jack got his father to drive him to the station.
แจ็ค หว่านล้อมให้พ่อของเขา ขับรถพาเขาไปส่งที่สถานี

get + someone + to do something
ใช้ getในความหมายว่า ชักชวนให้ใคร ทำอะไร ต้องใช้กริยาช่อง 1 ที่มี to นำหน้า
ดูการใช้คำว่า have และ make เพิ่มเติม เพราะใช้ทำนองเดียวกัน

hate
เกลียด
Do you hate working on Saturdays?
คุณไม่ชอบทำงานวันเสาร์ใช่ไหม?
hate + gerund = โดยปกติ ไม่ชอบ…

I hate to tell you, but Uncle Jim is coming this weekend.
ฉันไม่อยากจะบอกคุณเลย แต่ลุงฉันจะมาหาวันเสาร์-อาทิตย์นี้
hate + infinitive = ใช้กับเหตุการณ์เฉพาะ เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หรือ ไม่ชอบที่จะทำอะไร (มักจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลัง hate คือ ไม่ชอบ ที่จะบอก การบอกเกิดทีหลัง)

have
จ้างให้ทำ
Jack had the tailor measure him for a suit.
แจ็ค จ้างให้ช่างตัดเสื้อ วัดตัว เพื่อตัดสูท

have + someone + do something
ใช้ have ในความหมายว่า จ้างให้ใคร ทำอะไร ต้องใช้กริยาช่อง 1 ที่มีไม่ to นำหน้า หรือที่เรียกว่าเป็น base form
ดูการใช้คำว่า makeและ get เพิ่มเติม เพราะใช้ทำนองเดียวกัน

hear
ได้ยิน
I heard him sing.
ฉันได้ยินเขาร้องเพลง
hear + object + infinitive without to = ได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบ

I heard him singing when I passed his room.
ฉันได้ยินเขากำลังร้องเพลง เมื่อตอนผ่านห้องของเขา
hear + object + gerund = รับรู้บางส่วนขณะที่ทำกิจกรรมนั้น ๆ

hear เป็นคำกริยาที่เกี่ยวกับสัมผัสความรู้สึก (verb of perception)
ตามด้วย infinitive without to เป็นการรับรู้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ตามด้วย gerund เป็นการรับรู้เพียงบางช่วง ขณะที่ทำกริยานั้น ๆ เน้นที่กริยาที่ทำ

ถ้ามีคำว่า can หรือ could ใช้ร่วมกับคำประเภทนี้ จะตามด้วย gerund

I can hear people talking. They must be in the next room.
ฉันสามารถได้ยินคนคุยกัน เขาน่าจะต้องอยู่ถัดจากห้องนี้

คำกริยา อื่น ๆ ทำนองเดียวกัน เช่น hear, see, smell, watch, notice เป็นต้น

important
สำคัญIt is important that you be on time.
มันเป็นเรื่องสำคัญที่ คุณต้องตรงเวลา

คำว่า importantd เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) เป็นประโยค Subjunctive Mood คำกริยาของส่วนหลัง (that clause) จะเป็น infinitive without to
คำกริยาอื่น ๆ เช่น ask, demand, determine, insist, move, order, pray, prefer, recommend, regret, request, require, suggest, และ wish
คำคุณศัพท์อื่น ๆ เช่น essential, important, vital

insist
ยืนยันShe insisted that he be present.
เธอได้ยืนยันว่า เขาจำเป็นต้องไปปรากฏตัว

ประโยคนี้เป็น Subjunctive Mood คำกริยาของส่วนหลัง (that clause) จะเป็น infinitive without to
คำกริยาอื่น ๆ เช่น ask, demand, determine, insist, move, order, pray, prefer, recommend, regret, request, require, suggest, และ wish

keep
ทำต่อไปShe kept interrupting me.
เธอเอาแต่ขัดคอฉันตลอด

let
อนุญาตShe let me look at the photos.
เธออนุญาตให้ฉันดูรูปถ่าย

Let’s stop now and have some lunch, shall we?
เราหยุดกันก่อนแล้วกินข้าวกลางวัน ดีไหม
Let’s = Let us

Let ตามด้วย infinitive without to

like
ชอบ
ฉันชอบว่ายน้ำ
I like swimming.
ฉันชอบว่ายน้ำ
I like to swim.
ฉันชอบว่ายน้ำ
ใช้ได้ทั้งสองอย่าง คือ ตามด้วย gerund หรือ infinitive ก็ได้ ความหมายเหมือนกัน
บางตำราบอกว่า
like + gerund = เป็นความชอบ ทำแล้วสนุก เน้นที่ตัวกิจกรรมที่ทำแล้วสนุกและชอบ
I like swimming.
เน้นที่การว่ายน้ำ ว่ายน้ำแล้วสนุก

like + infinitive = ใช้กับสิ่งที่ชอบทำเป็นนิสัย ชอบเพราะเป็นเรื่องสำคัญหรือถูกต้อง เช่น
I like to be punctual.
ฉันชอบตรงเวลา
I like to swim when I go to the beach.
ถ้าไปทะเล ฉันชอบว่ายน้ำ

look forward to
รอคอยด้วยความสนใจI’m looking forward to seeing you again.
ฉันรอคอยการพบกับคุณอีก

look forward to + gerund
make
บังคับให้ทำJoe’s mother made him visit his relatives.
แม่ของโจ บังคับให้เขาไปเยี่ยมญาติของเขา

See also  Adverbs To The Rescue | Movie Time with Elvis | Grammar | Roving Genius | adverb ประโยค

make + someone + do something
ใช้ make ในความหมายว่า บังคับให้ใคร ทำอะไร ต้องใช้กริยาช่อง 1 ที่มีไม่ to นำหน้า หรือที่เรียกว่าเป็น base form
ดูการใช้คำว่า haveและ get เพิ่มเติม เพราะใช้ทำนองเดียวกัน

mean
แปลว่า, ตั้งใจYou have forgotten your homework again. That means phoning your mother.
คุณลืมการบ้านอีกแล้ว. นั่นแปลว่า(ต้อง)โทรศัพท์หาแม่ของคุณ (เพื่อให้เอาการบ้านมาให้ หรือ ฟ้อง หรืออะไรก็แล้วแต่…)
mean+ing = แปลว่า, หมายถึง

I meant to phone your mother, but my mobile didn’t work.
ฉันตั้งใจจะโทรศัพท์ไปหาแม่ของคุณ, แต่มือถือของฉันมันใช้งานไม่ได้ (เสีย)
mean + infinitive = ตั้งใจจะทำอะไร

mention
กล่าวถึงI never mentioned meeting him.
ฉันไม่เคยกล่างถึงการพบเขาเลย
mind
รังเกียจDo you mind waiting here for a few minutes.
คุณจะรังเกียจที่จะคอยตรงนี้ สักประเดี๋ยวไหม
miss
คิดถึงShe misses living near the shops.
need
ต้องการThe room needs cleaning.
ห้องนี้ต้องการการทำความสะอาด
need + gerund แสดงว่าเป็น passive หรือ ประธานถูกกระทำ ในที่นี้คือ ห้องต้องการได้รับการทำความสะอาด
The room needs to be cleaned.
ห้องนั้น ต้องการ การทำความสะอาด
need + to be + กริยาช่องที่ 3 ก็ใช้ได้เหมือนกัน เป็น passive – ประธานถูกกระทำ
I need to clean the room.
ฉันจำเป็นต้องทำความสะอาดห้องนั้น
need ข้อนี้ เป็นคำกริยาธรรมดา ที่ตามด้วย to หมายถึง จำเป็นต้อง – ประธานเป็นผู้กระทำกริยานั้น

order
สั่ง
The sergeant ordered the private do push ups.
นายสิบสั่งให้พลทหารวิดพื้น

ประโยคนี้เป็น Subjunctive Mood คำกริยาของส่วนหลัง (that clause) จะเป็น infinitive without to
คำกริยาอื่น ๆ เช่น ask, demand, determine, insist, move, order, pray, prefer, recommend, regret, request, require, suggest, และ wish

permit
อนุญาตMost hotels do not permit smoking in restaurants.
โรงแรมส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องอาหาร

Most hotels do not permit people to smoke in restaurants.
โรงแรมส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้คนสูบบุหรี่ในห้องอาหาร

permit + gerund
โดยปกติ permit จะตามด้วย gerund

permit + object + infinitive
ถ้ามีกรรม (object) ในประโยค จะตามด้วย infinitive

postpone
เลื่อนออกไปHe postponed returning to Paris.
เขาเลื่อนกำหนดการกลับไป กรุงปารีส
practice
ฝึกShe practiced singing the song.
ผู้หญิงคนนั้น ฝึกร้องเพลง เพลงนั้น
quit
เลิกShe quit working here.
ผู้หญิงคนนั้น เลิกทำงานที่นี่แล้ว (เธอไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว)
ตามด้วย gerund คือ เลิกสิ่งที่กำลังทำอยู่

She quit to work here.
เธอเลิก เพื่อมาทำงานที่นี่ (เธอทำงานที่นี่)
ตามด้วย infinitive มีความหมายว่า in order to (เพื่อ)

prevent
ป้องกัน You can’t prevent my leaving.
คุณป้องกันการจากไปของผม ไม่ได้หรอก

You can’t prevent me from leaving.
คุณป้องกันไม่ให้ผมจากไป ไม่ได้หรอก

We are working to prevent forest fires.
เราทำงานเพื่อป้องกันไฟป่า

prevent ตามด้วย possessive adjective + gerund (เช่น my leaving)
หรือ มีกรรม + from + gerund เช่น prevent me from leaving หรือ ต่อด้วยคำนาม ก็ได้

recall
จำได้ Tom recalled using his credit card at the store.
ทอมจำได้ว่า ได้ใช้บัตรเครดิต ที่ร้านแห่งนั้น
recommend
แนะนำ
Tony recommended taking the train.
โทนี่ แนะนำการไปด้วยรถไฟ
Tony recommended Mary to take the train.
โทนี่ แนะนำให้แมรี่ เดินทางโดยรถไฟ
มีกรรมมาคั่น ให้ตามด้วย infinitive
คำอื่น ๆ เช่น advise, recommend, allow, permit, require เป็นต้น

Tony recommended that Mary take the train.
โทนี่ แนะนำว่า แมรี่เดินทางโดยรถไฟ
ประโยคนี้เป็น Subjunctive Mood คำกริยาของส่วนหลัง (that clause) จะเป็น infinitive without to
คำกริยาอื่น ๆ เช่น ask, demand, determine, insist, move, order, pray, prefer, recommend, regret, request, require, suggest, และ wish

regret
เสียใจI regret promising to help you.
ฉันเสียใจที่ได้ให้สัญญาว่าจะช่วยคุณ
regret + gerund = เสียใจกับสิ่งที่ทำไปแล้ว

I regret to tell you that we can’t hire you.
ฉันเสียใจที่จะบอกให้คุณทราบว่า เราไม่สามารถจ้างคุณได้
regret + infinitive = เสียใจกับสิ่งที่กำลังทำ หรือกำลังจะทำ เช่น เสียใจที่จะบอกว่า….

remember
จำได้I remember locking the door when I left
ฉันจำได้ว่า ได้ล็อคประตูตอนออกจากบ้าน – ได้ล็อคประตู และยังคงจำได้ว่าได้ทำแล้ว
remember + gerund = จำได้ในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว

Remember to lock the door before you leave.
จำไว้ว่า ให้ล็อคประตูก่อนออกจากบ้าน – ยังไม่ได้ทำ
remember + infinitive = จำไว้ว่าจะต้องทำ

require
ต้องการ/จำเป็น/บังคับThe certificate requires completing two courses.
(หลักสูตร)ประกาศนียบัตร ระบุว่าต้องเรียนจบ 2 รายวิชา
They require us to complete two courses.
เขาให้เราจำเป็นต้องเรียน 2 รายวิชา

resist
ต่อต้านShe couldn’t resist laughing at him in those clothes.
เธอไม่สามารถต้านการหัวเราะเขาในเครื่องแต่งตัวชุดนั้นได้ (อดหัวเราะไม่ได้นั่นเอง)
risk
เสี่ยงIt’s always a risk starting up a new business.
มันเป็นการเสี่ยงเสมอ ในการจัดตั้งธุรกิจใหม่

see
มองเห็นI saw some men loading and unloading the trucks.
ฉันเห็นผู้ชาย 2-3 คน เอาของขึ้น เอาของลงจากรถบรรทุก

He saw her drive off with a young man in the passenger seat.
เขาเห็นเธอขับรถออกไปพร้อมด้วยชายหนุ่มนั่งในที่นั่งผู้โดยสาร

see + gerund = เห็นขณะที่อะไรกำลังเกิดขึ้น
see + infinitive without to = เห็นตลอดเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ

stop
หยุดShe stopped working at 5 o’clock.
เขาหยุดทำงานตอน 5 โมง
ใช้ gerund เพื่อบอกว่า หยุดทำอะไร ในที่นี้คือ กำลังทำงาน แล้วหยุด ไม่ใช่ หยุดเพื่อทำงาน
stop + gerund = หยุดสิ่งที่กำลังทำ

I was very hungry, so I stop to eat.
ฉันหิวมาก จึงหยุดเพื่อกินอาหาร
ใช้ infinitive ในความหมายว่า in order to หรือ หยุด เพื่อทำอะไร ในที่นี้คือ เพื่อกินอาหาร
stop + infinitive = หยุดบางอย่างเพื่อจะทำบางอย่าง

suggest
แนะนำ They suggested staying at the hotel.
พวกเขาแนะนำให้พักที่โรงแรมนั้น

They suggested that Mrs Giddy be appointed as deputy head.
พวกเขาเสนอว่า นางกิดดี้ ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้า

I suggested that he ask someone else.
ฉันแนะว่า เขาต้องถามคนอื่น

Suggest + that clause (หรือ วลีที่ขึ้นต้นด้วย that) เป็น Subjunctive Mood คำกริยาของส่วนหลัง (that clause) จะเป็น infinitive without to

คำกริยาอื่น ๆ เช่น ask, demand, determine, insist, move, order, pray, prefer, recommend, regret, request, require, suggest, และ wish

try
ลอง, พยายามSam tried opening the lock with a paperclip.
แซมลองใช้ลวดเสียบกระดาษไขกุญแจ (เช่น ลูกกุญแจหาย ลองเอาลูกกุญแจดอกอื่ืน ๆ มาไขแล้วก็ไม่ได้ผล สุดท้ายเลยลองเอาลวดเสียบกระดาษมาลองไข (try) ดูซิว่า จะได้ผลหรือไม่)
try + gerund = ทดลอง ทดสอบดู ลองดูวิธีอื่น ๆ

He tried to study hard to pass the exam.
เขาพยายามดูหนังสืออย่างหนัก เพื่อที่จะให้สอบผ่านให้ได้
try + infinitive = พยายามทำ (ในสิ่งที่ยาก ต้องออกแรง)

understand
เข้าใจI understand his quitting.
ฉันเข้าใจการออกจากงานของเขา

urge
กระตุ้นThey urge recycling bottles and paper.
เขากระตุ้น/ส่งเสริมการรีไซเคิ้ลขวดและกระดาษ

They urge citizens to recycle bottles and paper.
เขากระตุ้น/ส่งเสริมให้ประชาชนทำการรีไซเคิ้ลขวดและกระดาษ

มีกรรมมารองรับ ให้ใช้ infinitive

wish
ปรารถนา

  1. wish ในความหมายว่า ต้องการ จะมีการใช้เหมือนคำว่า want คือต้องตามด้วย infinitive
    I wish to speak to Mr Hennessy, please.
    ฉันต้องการพูดกับคุณ Hennessy
  2. wish ในความหมายว่า ปรารถนา ตามด้วย that clause จะใช้รูปแบบเหมือนกับ if clause
    ปรารถนาในปัจจุบันหรืออนาคต
    wish + past tense
    I wish (that) we had a bigger car.
    ฉันปรารถนารถยนต์ที่ใหญ่กว่านี้
    (กำลังนั่งอัดกันแน่นในรถ ก็เลยพูดว่า แหม ถ้าได้รถที่ใหญ่กว่านี้ก็จะดีไม่น้อย)
    ปรารถนาในเรื่องที่ผ่านมาแล้ว
    wish + past perfect
    I wish (that) I had known Charlie was coming. I would have invited Jane.
    ฉันปรารถนาว่าจะได้รู้ก่อนว่าชาลีจะมา. ฉันจะได้เชิญเจนด้วย
    (แหม ถ้ารู้ว่าชาลีจะมาก่อนก็ดี จะได้บอกเจนให้มาด้วย)
    (จริง ๆ คือ ไม่รู้มาก่อนว่า ชาลีจะมา และก็ไม่ได้เชิญ เจน มาด้วย จึงเสียดายและพูดประโยคนี้ออกมา – เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว)
  3. wish + would + กริยาช่อง 1 เมื่อรำคาญบางอย่าง
    I wish you would stop making so much noise!
    ฉันหวังว่าคุณจะหยุดทำเสียงดังมากนั้นเสีย!
See also  ติว TOEIC 2020 ครูดิว : V. to have + Verb ตัวไหนได้บ้าง⁉️ | have + v3 คือ

Table of Contents

[Update] Modal Verb (กริยาช่วย) ฉบับที่สมบูรณ์แบบครบเครื่องทุกเรื่องที่ต้องรู้ | infinitive แปล ว่า – NATAVIGUIDES

เชื่อว่าเพื่อนๆ ส่วนใหญ่มักจัมองผ่านความสำคัญของ Modal verb หรือกริยาช่วย ดังนั้นวันนี้ Eng Breaking จะแนะนำให้คุณความรู้เรื่องของ Modal verb อย่างรายละเอียดตั้งแต่ A-Z พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

Modal Verb คืออะไร? พร้อมตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเรียน ภาษาอังกฤ คงเคยได้ยินหรือได้ใช้กลุ่มคำกริยาหลักๆ เช่น (Main Verbs) กริยาช่วย (Auxiliary Verbs) ความรู้เกี่ยวกับกริยาคงเยอะไปนิดหน่อยแต่มันเป็นเรื่องกริยาที่ไม่ค่อยซับซ้อน เข้าใจง่ายและได้แบ่งประเภคมาช้ดเจนอยู่แล้ว

วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันเกี่ยวกับกริยาที่แตกกับกริยาหลักทั่วไป นั้นก็คือ Modal Verbs หรือในภาษาไทยเรียกได้ว่า กริยาช่วยนั้นเอง Modal Verbs บทความนี้เป็นฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดเกี่ยวกับเรื่องของ Modal Verbs ที่มีครบเครื่องทุกเรื่องที่ต้องรู้

ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนที่กำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของกริยาช่วยแน่นอนเลยค่ะ 

Modal Verbs คือ กริยาช่วย กลุ่มของ Modal verbs ที่ควรรู้จักคือ shall, should, will, would, can, could, may, might และ must Modal Verbs มีความพิเศษตรงนี้มีความหมายในตัวมันเอง เพราะโดยปกติแล้วกริยาช่วยจะมีหน้าที่แค่ทำให้ประโยคนั้นสมบูรณ์ด้านไวยากรณ์แต่จะไม่มีความหมาย

หลักการใช้ Modal Verb ที่ต้องจดจำไว้

หลักการใช้ Modal Verb หรือกริยาช่วยที่ Eng Breaking สรูปมาให้เข้าใจง่ายๆ มีสามหลักการดังนี้:

1 – หลัง Modal verb ทุกตัวต้องตาม Verb infinitive ซึ่งก็คือ Verb ที่เป็นรูปธรรมดา ไม่ผัน ไม่เติม (ไม่เติม –ing, -ed, ไม่เติม to, หรือ ไม่เติม s/es)

เช่นเมื่ออยากจะบอกว่า เขาสามารถขับรถได้เราจะพูดว่า
– He can drive a car ประโยคนี้ถูกต้องแล้วนะคะ
– แต่ถ้าใครใช้ประโยคว่า He can to drive a car. คือมัน ผิดแน่นอนแล้วค่ะ เพราะในกรณีนี้ไม่จำเป็นที่ต้องใช้คำว่า “to”.

2 – ไม่ว่าจะเป็นประธานตัวไหน เอกพจน์หรือพหูพจน์ คนเดียวหรือสองคน ก็ใช้กับ modal verb ได้เลยโดยไม่ต้องเติม s / es ให้ยุ่งยาก (ง่ายซะยิ่งกว่าง่ายอีกค่ะ)

เช่นเมื่อคุณอยากพูดประโยคหนึ่งที่มีความหมายว่า มีนาควรหยุดสูบบุหรี่
– ประโยคที่ถูกต้องจะเป็น Mina should stop smoking.
– ประโยคที่ใช้ผิดจะเป็น Mina shoulds stop smoking.

ดังนั้นอย่าใช้ผิดนะคะ ถ้าใช้ผิดส่วนนี้คะแนนสอบภาษาอังกฤษของคุณจะไม่ได้สูงแน่นอน และนี่เป็นรูปแบบของข้อสอบที่มักจะเจอบ่อยมากด้วย อย่าพลาดนะคะ

3 – Modal verb ในกลุ่มนี้สามารถทำเป็นประโยคปฏิเสธหรือคำถามได้เลย

โดยไม่ต้องใช้กริยาช่วยตัวอื่น เช่น do หรือ does เข้ามาช่วยอีกแล้ว เช่น
– ถูก She mustn’t enter here.
– ผิด She doesn’t must enter here.

นอกจากนั้นแล้ว คำกริยาช่วยนั้นประกอบไปด้วย Can, Could, May, Might, Must, Mustn’t, Should, Ought to, Shall และ Will คำกริยาช่วยเหล่านี้มีคุณลักษณะอื่นๆ เช่น ไม่มีรูปแบบ past tense และในรูปแบบ negative หรือปฏิเสธนั้นสามารถทำได้ด้วยการใส่ NOT เท่านั้น และในรูปแบบประโยคคำถามสามารถทำได้ด้วยการใช้ขึ้นต้นประโยค

Modal Verb ต่างจาก verb ปกติอย่างไร?

คุณเคยสงสัยไหมคะว่า Modal Verb ต่างจาก verb ปกติอย่างไร? สรูปสั้นๆ ดังต่อไปนี้คงจะช่วยคุณเข้าใจและแยกอกความแตกต่างระหว่าง Modal Verbs กับ verb ปกติอ เพื่อการใช้งานได้ถูกต้องต่อไปนี้

  1. Modal Verb ไม่ต้องเติม s ไม่ว่าประธานจะเป็นตัวไหน
  2. สามารถทำเป็นประโยคปฏิเสธหรือประโยคคำถามได้เลยโดยไม่ต้องใช้กริยาช่วยตัวอื่น เช่น do, does
  3. หลัง Modal Verbs ต้องตามด้วย infinitive verbs (verb รูปธรรมดาที่ไม่เติม -ing, -ed, to, s หรือ es)

Modal Verbs ที่ต้องไม่พลาด 

กริยาช่วยเป็นส่วนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ผู้เรียนทุกคนต้องไม่พลาด เพราะมันใช้บ่อยในทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน เช่น

  • มักจะใช้ Modal Verb ในกรณีอยากบอกความเป็นไปได้ 
  • มักจะใช้ Modal Verb ในกรณีอยากแสดงความสุภาพ 

1 – Can/Could ที่แปลว่า สามารถ

รูปปฏิเสธของ Can คือ Can not (Can’t)
รูปปฏิเสธของ Could คือ Could not (Couldn’t)

โครงสร้างในประโยค: Can/Could + V.infinitive

เงื่อนไข: เราจะใช้ modal verb Can/Could เพื่ออธิบายถึงความสามารถในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ต่างๆ หรือการขอร้อง / ขออนุญาต

2 – Will/Would ที่แปลว่า จะ

รูปปฏิเสธของ Will คือ Will not (Won’t)
รูปปฏิเสธของ Would คือ Would not (Wouldn’t)

ครงสร้างในประโยค: Will / Would + V.infinitive

เงื่อนไข: เราจะใช้  modal verbs Will/Would ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่ตั้งใจไว้ รวมถึงบอกความเป็นไปได้

3 – Shall/Should ที่แปลว่า ควรจะ

รูปปฏิเสธของ Shall คือ Shall not (Shan’t)
รูปปฏิเสธของ Should คือ Should not (Shouldn’t)

โครงสร้างในประโยค: Shall / Should + V.infinitive

เงื่อนไข: ใช้ modal verbs Shall/Should เมื่อต้องการให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ หรือบอกถึงเหตุการณ์ในอนาคตว่าน่าจะเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน

4 – May/Might ที่แปลว่า อาจจะ

รูปปฏิเสธของ May คือ May not
รูปปฏิเสธของ Might คือ Might not (Mightn’t)

โครงสร้างในประโยค: May / Might + V.infinitive

เงื่อนไข: ใช้  modal verbs May/Might บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ (ซึ่ง may จะแสดงความเป็นไปได้ที่มากกว่า might)

5 – Must ที่แปลว่า ต้อง 

โครงสร้างในประโยค: Must + V.infinitive

เงื่อนไข: ใช้มันในประโยคบอกเล่าเพื่ออธิบายถึงข้อบังคับ และในรูปประโยคปฏิเสธเพื่อบอกว่าไม่ควรทำบางสิ่งบางอย่าง 

6 – Ought to ที่แปลว่า ควรจะ

โครงสร้างในประโยค: Ought to + V.infinitive

เงื่อนไข: ใช้กับคำแนะนำ หรือใช้กับสิ่งที่ยังไม่มั่นใจแน่ชัด เป็นคำที่คนสมัยก่อนใช้กัน ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยใช้กันแล้ว จะใช้ Should มากกว่า

การสร้างประโยคโดยการใช้ Modal verb

ข้อดีของ Modal verbs คือ พวกมันมีกฎการใช้ง่ายๆ 3 แบบ

  • ประโยคบอกเล่า (affirmative sentence)  สำหรับประโยคบอกเล่าเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Modal verb หรือก็คือ เราไม่จำเป็นต้องเติม –s แม้ว่าประธานจะเป็นเอกพจน์บุคคลที่สาม (third person singular)

I
You
He/ She/ It
We
TheyWill
Would
Shall
Must
Should
Ought to
Can
Could
May
MightGo
Study
Wait

Leave


Listen
Read

  • ประโยคปฏิเสธ (negative sentence) เวลาทำเป็นประโยคปฏิเสธ เราจะเติม  ‘not’

I
You
He/ She/ It
We
You
TheyWill not/ won’t
Would not/ wouldn’t
Shall not/ shan’t
Must not/ mustn’t
Should not/ shouldn’t
Ought not/ oughtn’t
Cannot/ can’t
May not (Might not)/ mightn’tGo
Study
Wait
Leave
Listen
Read

  • ประโยคคำถาม (interrogative sentence) 

Will
Would
Shall
Must
Should
Ought to
Can
Could
May
MightI
You
He/ She/ It
We
You
TheyGo?
Study?
Wait?
Leave?
Listen?
Read?

โครงสร้างประโยคของ Modal verb (กริยาช่วย)

1 – บอกเล่า ของ Modal verbs (กริยาช่วย) กริยาช่วย + กริยาแท้ 

โครงสร้างในประโยค: S + Modal Verl + V_infinity

ตัวอย่างเช่น

  • I can help you ฉันจะช่วยคุณได้นะ
  • He should go home  เขาควรกลับบ้าน

2 – โครงสร้างประโยคปฏิเสธ ของ Modal verb (กริยาช่วย) กริยาช่วย + not + กริยาแท้

โครงสร้างในประโยค: S + Modal Verl + not + V_infinity

ตัวอย่างเช่น

  • I cannot  help you ฉันช่วยคุณไม่ได้นะ
  • He should not go home  เขาไม่ควรกลับบ้าน
See also  ปชช.ใจหายเตรียมปิดตำนาน105 ปี\"หัวลำโพง\" | กว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ

3 – โครงสร้างประโยคคำถาม ของ Modal verbs (กริยาช่วย) กริยาช่วย + ประธาน + กริยาแท้

โครงสร้างในประโยค: Modal Verl + S + V_infinity

ตัวอย่างเช่น

  • Can you help me ? คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม
  • Should I go home ? ฉันควรกลับบ้านไหม

วิธีใช้กริยาช่วย Modal Verb ที่ต้องรู้

เพื่อเข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายขึ้นเราจะสรูปวิธีใช้กริยาช่วย Modal Verb ที่มักจะเจอบ่อยๆ ในตารางดังต้อไปนี้

Can/Could> Can บอกความสามารถในปัจจุบัน 
> Could บอกความสามารถในอดีต
– ใช้ถามเพื่อขออนุญาต, ให้การอนุญาตหรือไม่อนุญาต, ร้องขอบางสิ่งบางอย่าง, เสนอการช่วยเหลือ โดย Could มีความสุภาพมากกว่า Can
– ช้บอกสิ่งที่เป็นไปได้หรือเกิดขึ้น โดย Could บอกสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต มีโครงสร้าง Could + have + past participle (V.3)Will/Would> Will ใช้บอกสิ่งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต, บอกความตั้งใจ
> Would ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอดีต, ใช้ขอร้องอย่างสุภาพ, บอกความต้องการ และใช้ในประโยคเงื่อนไข Shall/Should> Shall ใช้ในการเสนอแนะ ชี้แนะ เสนอความช่วยเหลือ 
> Should แปลว่า ควรจะ… ใช้ในการแนะนำMay/Might> ใช้บอกความเป็นไปได้ หรือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
> ใช้ในการให้อนุญาต, ขออนุญาตMust> ใช้พูดถึงสิ่งที่ต้องทำ สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

ตัวอย่างเช่น

1 – Can

I can swim. ฉันอ่านหนังสือได้ (บ่งบอกความสามารถ)
He can fix computers. เขาสามารถซ่อมคอมพิวเตอร์ได้
Can I have a cup of coffee please? ขอกาแฟแก้วหนึ่งได้ไหม (ขอร้องแบบทั่วๆ ไป)
Can I use this restroom please? ฉันสามารถใช้ห้องน้ำนี้ได้ไหม?

2 – Could

Could I have a cup of coffee please? ขอกาแฟแก้วหนึ่งได้ไหมคะ/ครับ (ขอร้องแบบสุภาพ)
Could you fill in these blanks please? รบกวนช่วยกรอกข้อมูลตรงช่องว่างนี้ได้ไหมคะ?
I could have done it by myself. ฉันสามารถทำมันได้ด้วยตัวฉันเอง
I could swim when I was young. ตอนสาวๆ ฉันเคยว่ายน้ำได้นะ

3 – Will

I will not go to school tomorrow. ฉันจะไม่ไปโรงเรียนพรุ่งนี้ (บอกเหตุการณ์ในอนาคตที่ตั้งใจไว้)
I will visit Japan next year. ฉันจะไปญี่ปุ่นปีหน้า
We will give you this book. พวกเราจะให้หนังสือเล่มนี้แก่คุณ

4 – Would

If she didn’t do that, she would be happy. ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้นลงไป เธอคงจะมีความสุข (บอกความเป็นไปได้ว่า “คงจะ” มีความสุข)
I knew that Nid would be successful. ฉันรู้ว่านิดจะประสบความสำเร็จ
Would you like some milk? คุณต้องการนมไหม?
Would you like to have some coffee?  ต้องการจะรับกาแฟไหมคะ/ครับ

5 – May

I may join the party tonight ฉันอาจจะไปร่วมปาร์ตี้คืนนี้
May I come in? ฉันขออนุญาตเข้าไปข้างในได้ไหมคะ?
May I borrow your phone? ฉันขอยืมโทรศัพท์คุณได้ไหม?
She may be in danger. เธออาจจะตกอยู่ในอันตราย

6 – Might

He might have finished it. เขาอาจจะทำมันเสร็จ
I might go see a doctor. ฉันอาจไปพบแพทย์
The store might have been closed today. ร้านค้าอาจจะปิดวันนี้ (have been closed เป็น passive หมายถึงถูกปิด)

7 – Shall

Shall we go to the movie tonight? เราไปดูหนังกันคืนนี้ดีไหม? (ข้อเสนอ)
We shall pass the exam. พวกเราจะต้องสอบผ่านแน่ๆ (พูดถึงความน่าจะเป็นในอนาคต ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นแน่ๆ)
Shall I carry your bags for you? ฉันถือกระเป๋าให้คุณไหม?

8 – Should

Should we take a taxi? พวกเราควรจะขึ้นแท็กซี่นะ?
I think you should stop smoking. ฉันคิดว่าคุณควรเลิกสูบบุหรี่นะ
You should try that new restaurant.คุณควรลองร้านอาหารใหม่นั้น

9 – Must

I must finish my work. ฉันต้องทำงานให้เสร็จ
The show must go on. ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
She must be very intelligent. เธอจะต้องฉลาดมากแน่ๆ

10 – Ought to

We ought to help the poor. = We should help the poor. เราควรจะช่วยเหลือคนจน
You ought to try this soup – it’s delicious! คุณควรลองซุปนี้ – อร่อยมาก!
She ought to make a decision about that house before someone else buys it. – เธอควรตัดสินใจเกี่ยวกับบ้านหลังนั้นก่อนที่คนอื่นจะซื้อ
We ought to start the meeting, it’s getting late. เราควรจะเริ่มการประชุมมันช้าไปแล้ว

เพิ่มเติม : นอกจาก modal verb ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมี modal verbs ตัวอื่นที่เราจะเจออีก เช่น

  •         Ought to + have + V3 แสดงสิ่งที่ควรทำในอดีต แต่ไม่ได้ทำ
  •         Would rather + have + V3 อยากทำแต่ความจริงไม่ได้กระทำ (อดีต)
  •         needn’t + have + V3 แสดงสิ่งที่ทำไปแล้วทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำ (อดีต)
  •         didn’t have to = didn’t need to ไม่จำเป็นต้องกระทำ และก็ไม่ได้กระทำ(ในอดีต)
  •         needn’t have done ไม่จำเป็นต้องกระทำ แต่ก็ทำไปแล้ว (ในอดีต)

ฟังก์ชั่นที่พบบ่อยที่สุดของกริยาช่วย

ต่อไปนี้เป็นฟังก์ชั่นที่พบบ่อยที่สุดของกริยาช่วย

1 – กริยาช่วยที่แสดงความหมายว่า เป็นไปได้

เราใช้คำกริยา can, must, may เพื่อทำนายความเป็นไปได้ของสิ่งที่เกิดขึ้น 

ความแน่นอนจากมากไปน้อย: ต้องทำได้อาจอาจ 

ตัวอย่างเช่น

Learning English can be hard to some. การเรียนภาษาอังกฤษอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน

It’s snowing outside. It must be cold. ข้างนอกมีหิมะตก มันต้องหนาวแน่ ๆ

2 – กริยาช่วยที่แสดง ความสามารถความสามารถทักษะ

เราใช้คำกริยา can and could เพื่อพูดถึงความสามารถ

Can ใช้เมื่อพูดถึงความเป็นไปได้ในปัจจุบันและสามารถใช้เมื่อพูดถึงความเป็นไปได้ในอดีต

ตัวอย่างเช่น

He can’t speak Korean. เขาพูดภาษาเกาหลีไม่ได้

My grandfather could swim fast when he was a young boy. ปู่ของฉันสามารถว่ายน้ำได้เร็วเมื่อเขายังเป็นวัยรุ่น

3 – กริยาช่วยที่แสดง ภาระหน้าที่คำแนะนำ

เราใช้คำกริยา must, should to, should เพื่อแสดงความคิดว่าสิ่งที่ควรทำหรือควรทำ

ความจำเป็นจากมากไปน้อย: ต้องควรจะควร

ตัวอย่างเช่น

  • Students must do their homework. นักเรียนต้องทำการบ้าน
  • You should visit your parents often. คุณควรไปเยี่ยมพ่อแม่บ่อยๆ

4 – กริยาช่วยที่แสดงความอนุญาตและขออนุญาต

เราใช้คำกริยาอาจจะสามารถแสดงการอนุญาตให้ทำบางสิ่งได้

ตัวอย่างเช่น

  • You may not eat or drink in the library. ห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มในห้องสมุด
  • Could I go home early today? วันนี้ฉันกลับบ้านเร็วได้ไหม

5 – กริยาช่วยที่แสดงความหมายว่า คำขอคำเชิญที่สุภาพ

เราใช้คำกริยา can, could, would, would ในการร้องขอหรือคำเชิญที่สุภาพ

  • Could you help me with this? คุณช่วยฉันเรื่องนี้ได้ไหม
  • Would you like some coffee? คุณต้องการกาแฟไหม?

6 – กริยาช่วยที่แสดงความหมายว่า สัญญา

เราใช้คำกริยาแสดงความตั้งใจที่จะทำบางสิ่งหรือสัญญาว่าจะทำบางสิ่ง

ตัวอย่างเช่น

  • I will stay here with you. ฉันจะอยู่ที่นี่กับคุณ

7 – กริยาช่วยที่แสดง นิสัย

เราใช้คำกริยา will และจะพูดถึงนิสัยในปัจจุบัน (will) หรืออดีต (would).

ตัวอย่างเช่น

  • When I was little, I would play outside all day. ตอนเด็ก ๆ ฉันจะเล่นข้างนอกทั้งวัน
  • Tim will always be late! ทิมจะมาสายเสมอ!

อย่างที่เห็น Modal verbs เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในภาษาอังกฤษ ตอนนี้คุณคงจะเห็นแล้วว่ามันสามารถใช้ได้อย่างไรบ้าง ลองฝึกเอามาใช้ดูเวลาที่ต้องพูดหรือว่าเขียนการใช้ Modal verbs นั้น อาจจะแบ่งลักษณะการใช้ออกเป็นกลุ่มๆ ได้ดังนี้

สรูปให้เข้าใจง่ายดายคือ Modal verbs ใช้แสดงความเป็นไปได้ และแนวโน้มของความเป็นไปได้ ว่าสิ่งที่กล่าวนั้นเป็นไปได้หรือมีความสามารถแค่ไหน เช่น may, might, can, could

และยังใช้ในการให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ เช่น should และ ใช้แสดงความจำเป็น กฎข้อบังค้บ เช่น must และใช้แสดงความสุภาพ มารยาททางสังคมต่างๆ เช่น การร้องขอ การขออนุญาต เช่น can, could, may, might, shall, will, would นั้นเอง เป็นคำกริยาที่มักจะเจอบ่อยใช่ไหมคะ ดังนั้นเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องและคล่องในทุกกรณีคุณจำควรเห็นความสำคัญของกริยาช่วยนะคะ

ว่ายังไงบ้างคะสำคัญบทความ Modal Verbs (กริยาช่วย) ฉบับที่สมบูรณ์แบบครบเครื่องทุกเรื่องที่ต้องรู้วันนี้ที่ Eng Breaking แนะนำมาให้ค่ะ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต้อคุณ และอย่าลืมเคล็คลับเพื่อช่วยคุณพิชิตเรื่องเรียนภาษาอังกฤษได้คือต้องมีวิธีการเรียนอย่างถูกต้อง เรียบง่าย หาเอกสารเพื่อเรียนเพิ่มเติม แต่ต้องหาที่แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

เราเชื่อว่าคุณจะเป็นผู้เรียนต่อไปที่สำเร็จแน่นอน อย่าลืมติดตามเราเพื่ออัพเดทเนื้อหาใหม่ๆ เกี่ยวกับไวยากณ์ภาษาอังกฤษแชรันความรู้และประสบการณ์ของคุณด้วยนะคะ


[ Roblox ] เลี้ยงเด็ก Twilight Daycare 🍼 [4-IN-A-ROW GAME]


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

[ Roblox ] เลี้ยงเด็ก Twilight Daycare 🍼 [4-IN-A-ROW GAME]

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.6 เรื่อง verbs + infinitives / gerunds


สำหรับนักเรียนชั้น ป.5 ม.6 ทุกคนที่ต้องการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด และทำแบบทดสอบได้จาก เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของเรา
Web: https://nockacademy.com/learn/
iOS: https://apple.co/2SKdksn
Android: http://bit.ly/2REzb7w
●สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจ●
http://nockacademy.com
●สำหรับโรงเรียนใดที่สนใจ●
https://nockacademy.com/forschool/

วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.6 เรื่อง verbs + infinitives / gerunds

infinitive gerund concept อธิบาย หลัก คืออะไร ทำไมต้องใส่ to, ing สั้น ง่าย เรียนอังกฤษ ดร.พี่นุ้ย


โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษนุ้ยอิงลิช
โทร 0898834523, 0841639722
Line ID: nuienglish
ดร.พี่นุ้ย สมิตา หมวดทอง
https://www.nuienglish.com
https://www.facebook.com/nuienglish
อยากเลี้ยงกาแฟพี่นุ้ย https://www.nuienglish.com/coffee
โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ NuiEnglish
อันดับ 2 ของประเทศในการสอบพรี ม.ต้น ขณะเรียนที่สาธิตปทุมวัน
สอบเข้ามหาวิทยาลัย ขณะเรียนเตรียมอุดมแผนวิทย์คอม ม.4 GPA 3.94
อักษร จุฬา เอกอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับ 1 สามปีครึ่ง
ปริญญาโท Speech Communication ทุน ก.พ.
ปริญญาโท International Boundaries ทุนเชลล์ร่วมกับรัฐบาลอังกฤษ
ปริญญาเอก Development Management ทุนงบประมาณแผ่นดิน

เรียนภาษาอังกฤษ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ สอนภาษาอังกฤษ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ นนทบุรี​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ nuienglish​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ นุ้ยอิงลิช​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ เรียนอังกฤษ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ สอนอังกฤษ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ nuienglish​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​.com เรียนอังกฤษนนทบุรี

infinitive gerund concept อธิบาย หลัก คืออะไร ทำไมต้องใส่ to, ing สั้น ง่าย เรียนอังกฤษ ดร.พี่นุ้ย

สรุปคลิปเดียวจบ *V-ing* ใช้ยังไง?


สรุปสั้น การใช้ V ing 4 งานหลักๆ
1) กำลังเกิดขึ้น
2) จวนจะเกิดขึ้น
3) Present Perfect Con.
4) Gerund

สรุปคลิปเดียวจบ  *V-ing*  ใช้ยังไง?

ของเล่นหายหาไม่เจอ | นี่คืออะไร?? | The toy can’t be found.


►แฟนเพจ : https://bit.ly/3iOXae6
► TINTINandtheGANG : https://bit.ly/326ZztP
► TINTINfamilyFILMS : https://bit.ly/3heZSZQ
tintin TINTINandtheGANG หนังสั้น
►มีหนังสั้นดีๆให้รับชมทุกสัปดาห์
►ดูได้ทุกคนในครอบครัว
►ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับชมครับ

ของเล่นหายหาไม่เจอ | นี่คืออะไร?? | The toy can't be found.

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ infinitive แปล ว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published.