Home » [NEW] การใช้คำเชื่อมในภาษาอังกฤษ « Pitukpong’s Blog | unless คือ – NATAVIGUIDES

[NEW] การใช้คำเชื่อมในภาษาอังกฤษ « Pitukpong’s Blog | unless คือ – NATAVIGUIDES

unless คือ: คุณกำลังดูกระทู้

And (และ)ใช้เชื่อมข้อความคล้อยตาม กันสอดคล้องกันหรือเป็นไปทำนองเดียวกัน เช่น
We eat with fork and a spoon.
Tina and Tom are playing football.

Or (หรือ)
ใช้เชื่อมข้อความเพื่อเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
Is your house big or small
Would you like tea or coffee

But (แต่)
ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน เช่น
That house is beautiful but very expensive.
I can ride a bicycle but I can’t ride a horse.

Because (เพราะว่า) ใช้เชื่อมข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลกันโดย becauseจะนำหน้าประโยคที่เป็น สาเหตุ
เช่น
I like my sister because she is pretty.
She can pass the exam because she studies hard.

So (ดังนั้น)
ใช้เชื่อมข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลกันโดย so จำนำหน้าประโยคที่เป็นผล
เช่น
Cathy eats a lot so she is fat.
My sister is pretty so I like her.

Though/although (แม้ว่า) ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน เช่น
Although he ran very fast, he didn’t win the first prize.

Either….or (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2อย่าง) ถ้านำมาเชื่อมประโยคในส่วนที่เป็นประธานจะ ใช้คำกริยาตามประธานตัวหลัง เช่น
Either you or he is wrong.
You can get either this pen or that pencil.

Neither …….nor (ไม่ทั้ง 2อย่าง)
ถ้านำมาเชื่อมประโยคในส่วนที่เป็นประธานจะ ใช้คำกริยาตามประธานตัวหลัง
เช่น
Neither I nor she speaks English.

o that: (เพื่อว่า, เผื่อว่า)
ตามด้วยประโยค (Clause) เสมอ
กริยาของประโยคที่ตามหลัง so that จะต้องอยู่ในรูป may หรือ might หรือ should + Verb ช่องที่ 1 เช่น
I stepped a side “so that” she “might” go in. (ผมก้าวไปข้าง ๆ เพื่อว่าหล่อนจะได้เข้าไปข้างในได้)
ถ้าต้องการเปลี่ยนประโยค Complex Sentence ที่มี so that มาเชื่อม ไปเป็น Simple Sentence
ก็สามารถทำได้โดยใช้ in order to หรือ so as to + Verb ช่องที่ 1 ได้ เช่น
He gave up smoking “in order to (หรือ so as to)” get better. (เขาเลิกบุหรี่ก็เพื่อให้อาการ (ของเขา) ดีขึ้น)

so……that: (เสีย…จนกระทั่ง)
คำที่อยู่ระหว่าง so…that ได้แก่ Adjective (คุณศัพท์) หรือ Adverb (กริยาวิเศษณ์) เท่านั้น
แต่บางครั้งหลัง Adjective จะมีนามมาร่วมด้วยก็ได้ มีโครงสร้างดังนี้ so + [Adverb/Adjective/Adj+Noun] + that เช่น
Wichai runs “so” fast “that” I cannot overtake him.

such…..that: (เสีย…จน)
คำที่อยู่ระหว่าง such…that ได้แก่ นาม โดยมี Adjective มาขยายอยู่ข้างหน้า มีโครงสร้างดังนี้
แบบ A: such a + Adjective + นามเอกพจน์นับได้ + that เช่น
He is “such” a good boy “that” everyone likes him. (เขาเป็นเด็กดีเสียจนทุก ๆ คนชอบเขา)
such a + Adjective + นามเอกพจน์นับได้ ในแบบ A นั้นจะใช้ so…that มาแทนก็ได้ แต่ต้องเขียนโครงสร้างใหม่ คือ ให้ a มาอยู่ชิดกับนามเอกพจน์ที่นับได้ เป็นดังนี้ so + Adjective + a + นามเอกพจน์นับได้ + that เช่น
He is “so” good “a” boy “that” I like him.
(= He is “such a” good boy “that” I like him.)
แบบ B: such + [Adjective+นามพหูพจน์ / Adjective+นามนับไม่ได้] + that เช่น
They are  “such” heavy boxes “that” I can hardly lift them up.

in order to, so as to: (เพื่อที่จะ)
ตามด้วย Infinitive (กริยาช่องที่ 1) ทั้งนี้เพื่อเชื่อมเนื้อความ 2 ประโยคให้เป็นหนึ่งประโยค เช่น
I shall go on working late tonight “so as to” be free tomorrow.
(= I shall go on working late tonight. I shall be free tomorrow.)
(ผมจะทำงานต่อไปจนดึกเพื่อที่จะว่าง (ไม่ต้องทำงาน) ในวันพรุ่งนี้)

in order that: (เพื่อว่า)
in order that ต่างจาก in order to ตรงที่ว่า in order to ตามด้วย infinitive ส่วน in order that ตามด้วยประโยค (Clause) ตลอดไป
Children go to school “in order that” they may learn things.
(= Children go to school “in order to” learn things.)

lest: (มีความหมายเท่ากับ so that…not แปลว่า “เพื่อจะได้ไม่”)
ประโยคที่ตามหลัง lest ต้องใช้ should (แทน may, might) ตลอดไป และใช้ได้กับทุกบุรุษอีกด้วย เช่น
He works harder “lest” he should (may) fail. (เขาทำงานหนักขึ้น เพื่อจะได้ไม่ประสบความล้มเหลว)

as long as, so long as: (เมื่อ, ถ้า)
สันธานคู่ (Correlative Conjunction) ตัวนี้ นิยมวางไว้ต้นประโยคมากกว่ากลางประโยค และเมื่อจบประโยคข้างหน้าต้องใส่เครื่องหมาย Comma (,) ทันที เช่น
“As (so) long as” you come here in time, you will see her. (ถ้าคุณมาที่นี่ทันเวลา คุณจะพบเธอแน่)

if: (ถ้า, หาก)
คำนี้เมื่อเชื่อมประโยคจะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคทั้งสองก็ได้
ถ้าวางไว้ต้นประโยค เมื่อจบประโยคท่อนแรกให้ใส่ Comma (,) เช่น
“If” the weather holds good, we shall stay another week.
แต่ถ้าวาง if ไว้กลางประโยคทั้งสอง ไม่ต้อง Comma เช่น
We shall stay here another week “if” the weather holds good.

unless: (ถ้า…ไม่, เว้นเสียแต่ว่า…ไม่) มีความหมายเท่ากับ if…not
เมื่อนำมาเชื่อมจะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคก็ได้ เช่น
We shall go “unless” it rains.
หรือ “Unless” it rains, we shall go.
(= We shall go “if” it “does not” rain.)
ระวัง! อย่าใช้ not ในประโยคที่ตามหลัง unless เพราะ unless มีความหมายเป็นปฏิเสธ (negative) อยู่ในตัวแล้ว เช่น
ผิด: “Unless” he “does not study” harder, he will fail in the exam.
ถูก: “Unless” he “studies” harder, he will fail in the exam.

but that: (ถ้า…ไม่) มีความหมายเหมือนกับ if…not
เมื่อนำมาเชื่อมความ จะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคก็ได้ แต่ต้องตามหลังด้วยประโยค
และอย่าใช้ not ในประโยคที่ตามหลัง but that เพราะ but that มีความหมายเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว เช่น
She would have fallen “but that” I caught her. (เธอคงจะตกลงไปแล้ว ถ้าผมไม่ได้จับเธอไว้)
“But that” he is in debt, he would enter priesthood. (ถ้าเขาไม่เป็นหนี้ เขาก็คงบวช)
จำอีก: “but for + Noun” แปลว่า “ถ้า…ไม่” เหมือนกับ but that
ต่างกันแต่ว่า หลัง but that เป็นประโยค ส่วนหลัง but for เป็นนาม
“But for” my help, he should have failed last year. (ถ้าผมไม่ช่วย เขาก็คงสอบตกไปแล้วปีกลายนี้)
(= “But that” I helped him, he should have failed last year.)

inasmuch as: (เพราะ, ด้วยเหตุที่) มีความหมายเท่ากับ because
จะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคทั้งสองที่ไปเชื่อมก็ได้ เช่น
He yielded to the invader, “inasmuch as” his army was thoroughly defeated.
(เขายอมแพ้ต่อผู้มารุกราน (ข้าศึก) เพราะกองทัพของเขาถูกตีอย่างพ่ายแพ้ไป)
“Inasmuch as” he is sick, he had better go to hospital. (เพราะเขาไม่สบาย เขาก็ควรจะไปโรงพยาบาลดีกว่า)

or และ or else
or: (หรือ) ใช้เชื่อมคำ (words), วลี (phrases), ประโยค (clauses) ที่แสดงการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
เชื่อมคำ: Is it sweet “or” sour? (เปรี้ยวหรือหวาน?)
เชื่อมวลี: Is he at home “or” in the office? (เขาอยู่บ้านหรือว่าไปทำงาน?)
เชื่อมประโยค: You look after the house “or” go to work. (คุณเฝ้าบ้านหรือมิฉะนั้นก็ไปทำงาน (เลือกเอา))
ส่วน or else: (หรือมิฉะนั้น) มีความหมายเท่ากับ otherwise นิยมใช้เชื่อมประโยค (Clause) มากกว่าคำหรือวลี เช่น
I must clean it, “or else” it will be rusty. (ผมจะต้องทำความสะอาด มิฉะนั้นมันจะขึ้นสนิม)

till และ until: (จนกระทั่ง, จนกว่า)
until มักใช้กับประโยค (Clause) ที่ไปนำหน้าอีกประโยคหนึ่ง
พูดให้ง่ายเข้าก็คือ วางไว้ต้นประโยค ใช้ until (มากกว่า till ว่าอย่างงั้นเถอะ) เช่น
“Until” you told me, I had known nothing about him. (ผมไม่เคยได้รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย จนกระทั่งคุณบอกผม)
till นิยมวางไว้กลางประโยคเสียมากกว่า (แต่จะใช้ until ก็ได้) เช่น
He had never written to me “till (until)” he returned.

provided และ providing: (ถ้าหากว่า) คำทั้งสองก็เป็นสันธานอันหนึ่ง มีหน้าที่เชื่อมประโยคดุจดั่งสันธานทั่ว ๆ ไป
แต่เวลานำมาใช้ provided จะตามด้วย that เสมอ
ส่วน providing ไม่ต้องมี that เช่น
We shall go “provided that” it does not rain. (พวกเราจะไปถ้าหากว่าฝนไม่ตก)
Amy will go “providing” her friend can go together. (เอมี่จะไปถ้าหากว่าเพื่อนของเธอก็ไปด้วยกันได้)

supposing: (ถ้า, สมมติว่า)
คำนี้นิยมไว้ต้นของประโยคหน้า หรือใช้กับ Clause หน้า เช่น
“Supposing” you win the government lottery, what do you buy? (สมมติว่าคุณถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล คุณจะซื้ออะไรบ้าง?)

since: (ตั้งแต่, เพราะว่า, เนื่องจากว่า)
ถ้าแปลว่า “ตั้งแต่” ใช้เชื่อมระหว่างประโยค Present Perfect (Subject + have/has + V3) หรือ Present Simple (Subject + V1(ประฐานเอกพจน์เติมs)) กับ Past Simple (Subject + V2(เติมedบ้าง,ผันบ้าง)) เช่น
He has worked hard “since” his father died. (Present Perfect, Past Simple)
ถ้าแปลว่า “เพราะว่า, เนื่องจากว่า” ให้วางไว้หน้า Clause ของประโยคแรก เช่น
“Since” he doesn’t learn English, he can’t speak it. (เนื่องจาก (เพราะ) เขาไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษ เขาจึงพูดไม่ได้)

as soon as: (เมื่อ = when)
แต่ใช้ความหมายฉับพลันกว่า when เช่น
I shall go back “as soon as” he arrives.
อนึ่ง จะวาง as soon as ไว้หน้า Clause แรกก็ได้ แต่ต้องใส่ Comma เมื่อจบความของประโยคแรก เช่น
“As soon as” he arrives, I will tell him.

in case: (ในกรณีที่, เพราะ)
ตามด้วยประโยค (Clause)
วิธีใช้ก็เช่นเดียวกับ so that, for fear that คือ จะต้องตามด้วย may, might, should, can, could ตัวใดตัวหนึ่ง เช่น
Don’t go too near the river “in case” you “should” fall in it. (อย่าเข้าไปใกล้แม่น้ำนัก เพราะคุณอาจจะตกไปก็ได้)
ตามด้วยประโยค (Clause)
ถ้า In case วางไว้หน้า Clause แรก ไม่ต้องตามด้วย can, could, should, may, might เช่น
“In case” I “forget”, please remind me about that.
ระวัง! in case of + นาม (ไม่ใช่ประโยค) เช่น
“In case of” fire, please inform the fire-brigade. (ถ้าเกิดเพลิงไหม้ โปรดแจ้งกองดับเพลิงทราบ)

because และ because of: ทั้งสองคำแปลเหมือนกันคือ “เพราะ, เพราะว่า” แต่วิธีใช้ต่างกันคือ
because: เป็น Conjunction เชื่อมประโยคแสดงเหตุผล
หลัง because ต้องเป็นอนุประโยค (Clause) เสมอ เช่น
Jack did not come to school “because” he was ill.
because of: เป็น Preposition (คำที่ใช้เชื่อม Noun และ Pronoun เข้ากับคำอื่น ๆ ที่อยู่ในประโยค ทั้งนี้เพื่อให้ใจความของประโยคกลมกลืนสละสลวยขึ้น” ได้แก่ in, on, at, by, from, toward, into, etc.) วลี
หลัง because of ต้องมีกรรมมารับ จะเป็นสรรพนามหรือคำเสมอนามก็ได้ แต่จะเป็นประโยคไม่ได้ เช่น
She failed “because of” him.

See also  [NEW] มาดู 10 คำด่าภาษาอังกฤษ ถึงไม่ได้ใช้ก็ควรรู้เอาไว้ | หา คํา อ่าน ภาษา อังกฤษ - NATAVIGUIDES

the same…+Noun+…as: (เหมือนกับ, เช่นเดียวกันกับ)
ระหว่าง the same กับ as ให้ใส่คำนามเข้ามา เช่น
I have “the same” trouble “as” you (have). (ผมมีข้อยุ่งยากเช่นเดียวกับคุณ (มี))
ถ้านามนั้นกล่าวถึงมาแล้ว หรือผู้พูดและผู้ฟังรู้กันดีอยู่แล้วว่า หมายถึงอะไรในสิ่งที่เหมือนกัน หลัง the same ก็ไม่ใส่นามเข้ามา
This “book” is “the same as” that one. (หนังสือเล่มนี้เหมือนกับเล่มนั้น)

either of และ neither of
either of + นามพหูพจน์ = (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
ถ้าไปเป็นประธานในประโยค กริยาต้องใช้เอกพจน์ตลอดไป เช่น
“Either of you” is wrong. (เธอคนใดคนหนึ่งจะต้องผิด)
I don’t (กริยาพหูพจน์) want “either of the apples”. (ผมไม่ต้องการแอปเปิ้ลผลใดผลหนึ่ง)

neither of + นามพหูพจน์ = (ไม่ทั้งสองอย่าง)
ถ้าเป็นประธาน กริยาใช้เอกพจน์ เช่น
“Neither of the books” is of any use to me. (หนังสือทั้งสองเล่มไม่มีประโยชน์ใด ๆ แก่ผมเลย)
I want “neither of them”. (ผมไม่ต้องการทั้งสองอย่าง)

no sooner……than: (พอ…ก็)
คำนี้เป็น Conjunctive ใช้เชื่อมประโยคทั้งสองเข้าด้วยกัน
ประโยคที่ no sooner…than ไปเชื่อมมักเป็นประโยค Past Perfect (Subject + had +V3) กับ Past Simple (Subject + V2)
He had “no sooner” seen it “than” he started to run. (Past Perfect, Past Simple)
(พอเห็นเขาเริ่มออกวิ่ง)
หรือจะวาง No sooner ไว้ต้นประโยคก็ได้ เช่น
“No sooner” had he arrived “than” he was told to start back again. (Past Perfect, Past Simple)
(พอมาถึงเขาก็ได้รับคำสั่งให้ออกเดินทางกลับไปอีก)

not so…….as: (ไม่เท่ากับ)
คำนี้ความจริงก็คือ as…as นั่นเอง แต่ใช้ในประโยคปฏิเสธเท่านั้น (ส่วน as…as ใช้ในประโยคบอกเล่า) เช่น
บอกเล่า: He is “as clever as” you are. (เขาฉลาดเท่ากับคุณ(ฉลาด))
ปฏิเสธ: He is “not so clever as” you are. (เขาไม่ฉลาดเท่าคุณ

ขอขอบคุณ*—->>http://englishlearningthailand.com/error-in-conjunction-คำเชื่อมที่มักจะใช้ผิดเสมอ.htmlขอขอคุณ**—->>>

Share this:

Like this:

ถูกใจ

กำลังโหลด…

[NEW] ประโยคเงื่อนไข (Conditional Sentences) | unless คือ – NATAVIGUIDES

ประโยคเงื่อนไข (Conditional Sentences) เป็นลักษณะประโยคที่บอกการกระทำของกิริยาอีกลักษณะหนึ่งที่มีความสำคัญพอๆ กับเรื่อง “mood” เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ข้อความของประโยคในรูปแบบต่างๆ จะแสดงความหมายไม่เหมือนกัน ข้อความบางอันเป็นจริง แต่ข้อความบางอันไม่เป็นจริง เป็นแต่การสมมุติเท่านั้น

ฉะนั้น จำเป็นที่จะต้องศึกษารูปแบบของประโยคเงื่อนไขต่างๆ ให้ดี จึงจะเข้าใจข้อความได้ถูกต้องขึ้น ประโยคเงื่อนไขนั้น ความจริงก็คือ Adverb clause ชนิดหนึ่งที่แสดงเงื่อนไข (Condition) ซึ่งมีตัว Relative เช่น “if, unless, provided (that), suppose (that), on condition that” แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ “if’ บางตำรา จึงเรียกประโยคเงื่อนไขว่า “IF-Clause” ก็มี

ชนิดของประโยคเงื่อนไข
ประโยคเงื่อนไข (Conditional Sentences) แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. เงื่อนไขที่เป็นจริง หรือเงื่อนไขที่เป็นไปได้ในอนาคต (Real Conditions or Open Conditions) มีรูปแบบโครงสร้างดังนี้

Subordinate Clause            Main Clause
IF + Present Simple            Future Simple

ตัวอย่าง
If John works hard, he will pass his examination.
If the rain stops I shall go for a walk.
Unless the rain stops I shall not go for a walk.

ตำแหน่งการวาง Clause ทั้ง 2 อาจสลับกันได้ คือ เอา Main Clause ขึ้น แล้วตามด้วย Subordinate Clause (แต่อย่างไรก็ดี ถ้าขึ้นต้น ประโยคด้วย Subordinate Clause หรือ if Clause ก่อนจะเป็นการเน้นยิ่งขึ้น) เช่น
I will help him if he asks me.
I won’t help him unless he asks me.
He will do the work if (provided that/on condition that) he has the time.

ประโยคเงื่อนไขแท้จริง (Real Conditions) นอกจากจะใช้โครงสร้างประโยคดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้มากที่สุดแล้ว ยังมีโครงสร้างอีกแบบหนึ่งซึ่งใช้มากเช่นกัน และค่อนข้างจะมีความหมายเน้น (Emphasis) กว่าโครงสร้างข้างบน คือ

Subordinate Clause                Main Clause
If + Present Simple                 Present Simple

ตัวอย่าง
If you are right, I am wrong.
If he comes, I tell you.
If you boil water, it changes into steam.

นอกจากโครงสร้างหลัก 2 แบบ ดังกล่าวแล้ว ประโยคเงื่อนไขแท้จริง อาจใช้ในแบบอื่นๆ อีก เช่น ตัวอย่าง
1. If + Present Simple\Future Perfect Tense เช่น If I get this right, I shall have answered every question correctly.
2. IF + Present Simple, Past Simple Tense เช่น If what you say is right, then what I said was wrong.
3. If + Present Simple, Imperative Mood. เช่น If you meet Henry, tell him I want to see him. It the ground is very dry, don’t forget to water those plants.
4. If + should + Bare Infinitive, Imperative or Future in Question Forms เช่น
If you should meet Henry, tell him I want to see him.
If he should come, please give him this book.
If you should be passing, do come and see us.
If the train should be late, what will you do?

หมายเหตุ โครงสร้างตามรูปแบบที่ 4 นี้ จะมีความหมายความเป็นไปได้ที่น้อยลงกว่าโครงสร้างปกติ (Remote Possibility)
5. If + Past Simple, Present Simple Tense เช่น If I said that, I apologise.
6. If + Past Simple, Past Simple Tense เช่น If I said that, I was mistaken.
7. If + Past Simple, Future Simple Tense เช่น If I made a mistake, I will try to remedy it.
8. If + Present Perfect, Future Simple Tense เช่น If I have made a mistake, I will try to remedy it.
9. IF + Present Perfect, Present Simple Tense เช่น If you have done your work, you may go to the cinema.

ข้อสังเกต
1. ใน IF-Clause จะไม่ตามด้วย Future Tense เลย แม้ว่าความหมายจะเป็นอนาคตก็ตาม เช่น
I shall go for a walk if the rain will stop. (ผิด)
I shall go for a walk if the rain stops. (ถูก)

2. “will” จะใช้ใน IF-Clause แต่มิได้แสคงความหมาย “อนาคตกาล” แต่แสดงถึง “ความเต็มใจหรือตั้งใจทำ (Willingness) เช่น
If you will sign this agreement, I will let you have the money at once.

แต่ข้อความข้างบนจะสุภาพยิ่งขึ้นถ้าใช้ “would” เช่น If you would (=would be so kind as to/would be kind enough to) sign this agreement, I will let you have the money at once.

2. เงื่อนไขที่ไม่จริงหรือเงื่อนไขสมมุติ (Unreal Conditions or Hypothetical Conditions, Suppositions) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
2.1 เงื่อนไขที่ไม่จริง หรือเป็นไปไม่ได้ในอนาคต (Unreal Conditions in Future) มีรูปแบบดังนี้

Subordinate Clause            Main Clause
IF+Past Simple Tense        Future Simple in the Past

เช่น
If Henry were here, he would know the answer.
If I had the money, I would buy a new car.
If I were King, you should be Queen.

ข้อสังเกต
1. ใน IF-Clause ที่แสดงเงื่อนไขไม่จริงในอนาคตนี้ จะใช้ “were” กับทุกๆ ประธาน
2. รูป Future Simple in the Past นั้น ก็คือ รูปที่มาจาก Future Simple นั่นเอง แต่เปลี่ยน “will” เป็น “would” หรือเปลี่ยน “shall” เป็น “should”
3. ความหมายของทุกตัวอย่างข้างต้น จะแสดงการสมมุติทั้งสิ้น เช่น
“If Henry were here……” แสดงว่า “ผมรู้ว่าเฮนรีไม่มีโอกาสจะอยู่ที่นี่ได้เลย” หรือ “If I had the money………” หมายความว่า “ผมรู้ว่าผมไม่มีทางจะมีเงินจำนวนนั้นได้เลย’’ ตัวอย่างประโยคสุดท้ายยิ่งเน้นชัดว่า ข้อความนั้นไม่มีทางเป็นไปได้อย่างยิ่ง คือ “If I were King…………”

อนึ่ง รูปแบบเงื่อนไขไม่แท้จริง หรือเงื่อนไขเป็นไปไม่ได้ในอนาคตนี้ อาจแสดงได้อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะมีความหมายเน้นขึ้น

IF+Past Simple Tense        Future Perfect in the Past
เช่น
If he were really interested in buying the property, he would have made an offer before now.

หมายเหตุ รูป Future Perfect in the Past นั้นคือรูป Future Perfect Tense นั่นเอง แต่เปลี่ยน “will” เป็น “would” “shall” เป็น “should” เช่นกัน

2.2 เงื่อนไขไม่จริงหรือเงื่อนไขสมมุติย้อนอดีต (Unreal Conditions in Past) มีรูปแบบดังนี้

Subordinate Clause                  Main Clause
IF + Past Perfect Tense            Future Perfect in the Past
เช่น
If John had worked hard, he would have passed the examination.
If you had asked me, I would have helped you.
If I had had the money, I would have bought a bigger house.
If the hat had suited me, I would have bought it.
I should never have done that work if you had not helped me.
If you hadn’t told me about it, I might never have gone to see it.

ข้อสังเกต
1. รูป Future Perfect in the Past ก็คือ รูปที่มาจาก Future Perfect Tense นั่นเอง แต่เปลี่ยน “will” เป็น “would” หรือ “shall” เป็น “should”

2. ความหมายของรูปเงื่อนไขไม่จริงย้อนอดีตนี้จะมีความหมายเหมือนกับโครงสร้าง “wish + Past Perfect” (ดูเรื่อง “Mood” ที่เกี่ยวกับโครงสร้าง “wish” ประกอบ) กล่าวคือ เป็นเงื่อนไขที่กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและได้กระทำลงไปตรงกันข้ามกับรูปประโยคเสมอ หรือเป็นเงื่อนไขที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงนั่นเอง (Contrary to the Facts) เช่น
“If John had worked hard……..” (= ผู้พูดกล่าวพาดพิงถึงการเรียนที่แล้วมา และความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้ว จอห์นไม่ได้ศึกษาอย่างขยันเลย เขาจึงสอบตก)
หรือ
“If you had asked me,………………”
(= ผู้พูดกล่าวพาดพิงถึงการเรียนที่แล้วมา และความจริงที่เกิดขึ้นคือคุณไม่ได้ขอร้องผม ผมก็เลยไม่ได้ช่วยคุณ)
หรือ
“If the hat had suited me, I would have bought it.”
(= ผู้พูดกล่าวพาดพิงเรื่องที่แล้วมาเช่นกัน ซึ่งมีความหมายว่า “(เมื่อวานนี้ตอนที่ผมไปดูหมวกใบหนึ่งในร้าน) ถ้ามันเหมาะกับผม ผมก็คงซื้อมันไปแล้ว” ซึ่งความเป็นจริงก็คือ ผมไม่ได้ซื้อหมวกใบนั้น  เพราะมันไม่เหมาะกับผม)

ลองทำความเข้าใจกับตัวอย่างอื่นๆ ต่อไป

อนึ่ง ยังมีรูปแบบเงื่อนไขไม่จริง หรือเงื่อนไขสมมุติย้อนอดีตอีกรูปหนึ่งที่ใช้กันในภาษาอังกฤษ คือ

IF + Past Perfect Tense        Future Perfect Tense

ซึ่งมีความหมายแตกต่างจากรูปแบบหลักที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ เช่น
If you had been there last night, you will have helped me.
จะมีความหมายว่า “ผู้พูดไม่ทราบว่าเมื่อคืนคุณอยู่ที่นั่นหรือเปล่า แต่แน่ใจว่าถ้าคุณอยู่คุณคงช่วยผมไปแล้ว” ซึ่งมีความหมายต่างจาก
“If you had been there last night, you would have helped me. หมายความว่า “ผู้พูดแน่ใจว่า คุณไม่ได้อยู่ที่นั่น คุณจึงไม่ได้ช่วยผม” สามารถกล่าวได้ว่า เงื่อนไขไม่จริงหรือเงื่อนไขสมมุติแบบ 2 นี้ ใช้แสดงความหมายได้ทั้ง 3 กาลเวลาด้วยกัน คือ
1. Present time (ปัจจุบันกาล)
If Henry were here, he would know the answer.
If I had the money, I should buy a new car.
If the grass needed cutting, I would cut it.
If the hat suited me, I would buy it.

แม้ว่ากิริยาในประโยคจะเป็นรูปอดีต แต่ความหมายเป็นเงื่อนไขปัจจุบัน คือ จะมีความหมายเท่ากับ
“If Henry were here Now………..” หรือ “If I had the money Now……….” หรือ “If the grass needed cutting Now…………….”
แต่ทุกอย่างที่กล่าวนั้นมีเหตุข้ดข้องที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ (Impossible) ตามรูปแบบโครงสร้าง 2.1

2. Past time (อดีตกาล) เช่น
If John had worked hard last term, he would have passed the examination.
If you had asked me that time, I would have helped you.

ความหมายประโยคต่างๆ จะเป็นไปตามลักษณะโครงสร้าง 2.2 ตามที่กล่าวมาแล้ว

3. Future Time (อนาคตกาล) เช่น
รูปแบบของมันส่วนหนึ่งจะเป็นไปตามลักษณะโครงสร้าง 2.1 แต่บางครั้งอาจใช้ Adverb of Time ขยาย แสดงความเป็น
อนาคตอย่างชัดเจน หรือบางทีใช้โครงสร้าง “were + To-lnfinitive” เช่น
If Richard worked hard next term, he would pass the examination.
What would you say if I were to tell you that Mary is going to be married?
If our train were to arrive punctually, we should have time to visit your sister.

ความหมายของประโยคต่างๆ ก็เป็นไปตามลักษณะโครงสร้าง 2.1 เช่นกัน

ลักษณะการวาง IF-Clause
ได้กล่าวมาข้างต้นบ้างแล้วว่า การวาง If-Clause อาจจะวางสลับกันก็ได้ คือ
1. วาง IF Clause ก่อน และตามด้วย Main Clause ซึ่งจะมีความหมายที่เน้นมาก เช่น
If he should come here, please tell me.
If our train were to arrive punctually, we should have time to visit your sister.
If John had worked hard last term, he would have passed the examination.

ซึ่งส่วนมากมักจะวาง IF-Clause ในลักษณะเช่นนี้

2. วาง Main Clause แล้วตามด้วย IF-Clause ความหมายของรูป IF-Clause เช่นนี้จะไม่เน้น แต่เป็นการบอกกล่าวธรรมดา เช่น
Please tell me if he should come here.
We should have time to visit your sister if our train were to arrive punctually.
John would have passed the examination if he had worked hard.
I will go if it should be necessary.

3. วางในระบบ Inversion Form รูปแบบนี้ใช้ในภาษาเขียนเท่านั้น ซึ่งจะเขียนรูปแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีกิริยาช่วย (Helping Verbs) อยู่ในส่วน IF-Clause แล้วย้ายกิริยาช่วย (Helping Verbs) ตัวนั้นไว้หน้าประธาน ตัด “if” ทิ้ง เช่น
1. Should he come here, please tell me. (มาจาก If he should come here, please tell me.)
2. Were our train to arrive punctually, we should have time to visit your sister.
3. I will go, should it be necessary.
4. Had John worked hard last term, he would have passed the examination.

ที่มา:อาจารย์ชำนาญ  ศุภนิตย์, ดร.สัญญา  จัตตานนท์, อาจารย์สุทิน  พูลสวัสดิ์


จะยอมให้เธอคนเดียว Ost.รักหมดใจ Endless Love – นนท์ ธนนท์


เพลง จะยอมให้เธอคนเดียว (เพลงประกอบซีรีส์ รักหมดใจ Endless Love)
นักร้อง นนท์ ธนนท์
เนื้อร้อง/ทำนอง เหมือนเพชร อำมะระ
เรียบเรียง bellsnowbear
Digital Download 1232323
Spotify I iTunes I JOOX Music
อยากพูดให้เธอได้รู้ ว่าเธอมีค่าแค่ไหน
แม้เส้นทางของเราต้องเจอขวามหนามมากมายเท่าไร
จะทำเพื่อคำว่ารัก ต่อให้แลกกับลมหายใจ
ไม่มีใครคนไหนมาทำให้เลิกรักเธอ
หมื่นเส้นทางกีดขวาง ก็จะทำทุกวิธี
ให้ฉันนี้ได้รักกับเธอ ไม่ว่ายากเย็นแค่ไหน
ไม่ว่านานเท่าไหร่
ไม่เคยทำให้คำว่ารักของฉัน
นั้นมันจืดจางจากเธอ
ใจดวงเดียวของฉันจะมีให้เธอคนนี้
ต่อให้ไม่มีวันที่ฟ้าเป็นใจ
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ใจของฉันคนนี้ยืนยันแค่เธอเท่านั้น
ต่อให้แลกชีวิตถ้าฟ้าต้องการพิสูจน์
ก็จะยอมแค่เธอคนเดียว
ถ้าหากวันพรุ่งนี้ ยังมีเธอเคียงข้างกาย
ไม่มีใครคนไหนแทนเธอได้เลยจริงๆ
หมื่นเส้นทางกีดขวาง ก็จะทำทุกวิธี
ให้ฉันนี้ได้รักกับเธอ ไม่ว่ายากเย็นแค่ไหน
ไม่ว่านานเท่าไหร่
ไม่เคยทำให้คำว่ารักของฉัน
นั้นมันจืดจางจากเธอ
ใจดวงเดียวของฉันจะมีให้เธอคนนี้
ต่อให้ไม่มีวันที่ฟ้าเป็นใจ
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ใจของฉันคนนี้ยืนยันแค่เธอเท่านั้น
ต่อให้แลกชีวิตถ้าฟ้าต้องการพิสูจน์
ก็จะยอมแค่เธอคนเดียว
ใจดวงเดียวของฉันจะมีให้เธอคนนี้
ต่อให้ไม่มีวันที่ฟ้าเป็นใจ
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ใจของฉันคนนี้ยืนยันแค่เธอเท่านั้น
ต่อให้แลกชีวิตถ้าฟ้าต้องการพิสูจน์
ก็จะยอมแค่เธอคนเดียว
รักหมดใจ Endless Love [Official Trailer]
https://www.youtube.com/watch?v=6WxwINb0idw
ติดตามซีรีส์รักหมดใจ Endless Love
ได้ทุกวันอาทิตย์ 20:10 น. ทางช่อง GMM25 | 22:00 น. ทาง LINE TV
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
FB | https://www.facebook.com/GMMTVOFFICIAL
Twitter | https://www.twitter.com/GMMTV
IG | https://www.instagram.com/GMMTV
Weibo | http://www.weibo.com/u/6146914790
YouTube | https://www.youtube.com/GMMTV
YouTube | https://www.youtube.com/GMMTVRECORDS
Website | http://www.gmmtv.com
จะยอมให้เธอคนเดียว รักหมดใจ นนท์ธนนท์ GMMTV GMMTVRECORDS GMMGRAMMY

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

จะยอมให้เธอคนเดียว Ost.รักหมดใจ Endless Love - นนท์ ธนนท์

Lao Tzu – \”Do Nothing\”, Achieve Everything


Sign up to Morning Brew for free today: https://bit.ly/mbfreedominthought
ABOUT
_
In this video, I talk about Lao Tzu, Tao Te Ching, Taoism, and Wu Wei.
Wu Wei is literally translated as “notdoing”, “nonaction”, or “inaction”. So when taken at face value, this seems to suggest that you can accomplish everything by doing nothing. That doesn’t make much sense obviously. So Wu Wei is often translated more loosely as “effortless action” or “unforced action”, but I prefer the term “sincere action”. Everything, in my opinion, is achieved through sincere action.
Right action comes from right understanding. Right understanding comes from learning. Learning comes from involvement in the world. Involvement comes from sincere action and feedback. And to act sincerely is to live without wei or, in other words, to live Wu Wei. And to live Wu Wei, is to allow the winds and currents to take you, and so by “doing nothing”, you accomplish everything.
RELATED VIDEOS
_
Practical Philosophy Playlist: https://www.youtube.com/playlist?list=PL5faAYlGYYoF7rgKH4oo_B81n4wE1n2xP
GET MORE FREE CONTENT

Get Daily Thoughts on Twitter: http://twitter.com/freedomintht
Get Daily Insights on Instagram: http://instagram.com/freedomintht
Get Exclusive Essays in my Newsletter: http://freedominthought.com/exclusives
FURTHER READING

Tao Te Ching by Lao Tzu: https://geni.us/8Aupz
NOTES

(1) Videos are just my opinion, for entertainment and informational purposes. Just some things to think about—not advice.
(2) Some of the links in the description are affiliate links which I get a kickback from—at no extra cost to you. Eg any Amazon links.

Lao Tzu - \

Do this 21 Times EVERY MORNING and Let me See!! | ‘Use it or Lose it’ – SADHGURU


One of the simplest things about health is just to use the body. If you use the body sufficiently, it has everything to create health for itself.
Sadhuguru: The human muscular system is a phenomenal thing. What our muscles can do is fantastic. And this can be enhanced by strengthening them, but at the same time making them very flexible. If you do a lot of weights, your muscles will look big but without flexibility. If you see people who have grown big muscles, they cannot do a namaskar properly. They cannot even bend.
Yoga is not an exercise form. It has other dimensions to it. To reduce Yoga to a gymnastic process would be a severe crime. But there is something called Upayoga, which means subyoga or useful processes of doing things, where there is no spiritual dimension attached to it. If you do Upayoga or Angamardana systems of Yoga, fitness is assured. Plus, you will not need any equipment. All you need is a sixbysix space on the floor. You will be superfit and can build your muscle and everything. Angamardana and Upayoga involve the use of your own body weight to do all the exercises. Then, you will have no excuse that there is no gym around. You can exercise wherever you are because you still have your body.
Sadhguru Excercise
If You think Our Work Deserves a Contribution, Feel Free to Contribute on Patreon!
Patreon:https://www.patreon.com/BEwithSADHGURU
Join Our WhatsApp Community:
https://chat.whatsapp.com/Gtnb1tVSPqM1uno19oXDGx
♥MORE RECOMMENDED VIDEOS FOR YOU♥
• SADHGURU Brilliant Hacks to Organize Your HOME to Remove NEGATIVE ENERGY! | Sadhguru|Linga Bhairavi https://youtu.be/VK6Ml_kpt24
• Sadhguru Reveals Where You will Be AFTER DEATH!! | What Dies When We Die? | BEwithSADHGURU https://youtu.be/JWv8CxXbP30
• SADHGURU Explains How Eating NONVEGETARIAN Food Harms Your Body! | 3 Reasons Not to Eat Meat| https://youtu.be/OKd08IVC6nY
• You don’t need an ALARM BELL!⏰ | Simple Tip From SADHGURU to Wake Up EARLY MORNING! https://youtu.be/f_ynP_Ej2mc
• Why TAJ MAHAL Removed From WORLD WONDERS??
https://youtu.be/v0BuQnLr4
• SLEEP Only 3hrs a DAY!! SADHGURU’S TWO Powerful Meditation Explained | Inner Engineering | Shoonya https://youtu.be/e_kSfS1ZkXU
• SADHGURU Meets an Enlightened SOUL!! || Enlightened Man In a Vegetable Market! https://youtu.be/HSax33R67dA
• \”I Assure You, It will Make You RICH\” Sadhguru | START DOING THIS TODAY! https://youtu.be/7uTyh7afWfc
• You can Do 10 Years of Work in 1 Year! | Master This Energy!! | Time Management Hack by Sadhguru https://youtu.be/y9UoO83acxU
• Sadhguru Crazy Frisbee Skills https://youtu.be/m2McRA5qUMc
♥SUBSCRIBE TO OUR BEwithSADHGURU Family♥
♥Attribution♥
Footage Licensed through: Storyblocks
Music: StoryBlocks
Speaker: Sadhguru
Speech: Creative Commons Attribution License
Music: StoryBlocks
Please Checkout the Licence:
https://www.storyblocks.com/businesssolution/licensecomparison
https://isha.sadhguru.org/freesadhgurudownloads/
♥Follow BEwithSADHGURU:
Facebook: https://www.facebook.com/withsadhgurualways
Group: https://www.facebook.com/groups/1406734399669919
Instagram: https://www.instagram.com/bewithsadhguru_/
Twitter: https://twitter.com/SadhguruB
©FAIRUSE COPYRIGHT DISCLAIMER©
Copyright Disclaimer Under Section 107 of the Copyright Act 1976, allowance is made for \”fair use\” for purposes such as criticism, Commenting, News reporting, Teaching, Scholarship, and Research. Fair use is a use permitted by copyright statute that might otherwise be infringing. Nonprofit, educational, or personal use tips the balance in favor of fair use.
• This video has no negative impact (It would be actually positive for them).
• As a Part of the Isha Digital Veera team, we have Permissions and Guidance from the ashram team to use Sadhguru Videos.
• This video is also for teaching purposes. Our team will edit the Video in such a Way it is Understandable for any common audience who is Hearing sadhguru for the first time.

♥ Sadhguru’s Videos and podcasts on Isha.Sadhguru.org are now freely downloadable. It is on this note I use Sadhguru’s Videos on my Channel to Enhance people’s lives by adding an educational value through a yogic Perspective.
For Reference: https://isha.sadhguru.org/freesadhgurudownloads/
Thank You So Much for Watching!
If you would like to write your ideas to me you can mail me at [email protected]
Pranam!

Do this 21 Times EVERY MORNING and Let me See!! | 'Use it or Lose it' - SADHGURU

THE CONDITIONALS – 0,1,2 \u0026 3 Conditionals\u0026 QUIZ – English Grammar Lesson


Today we look at the 4 main English conditional sentences (0, 1st, 2nd \u0026 3rd), with lots of examples and a quiz! Download the free PDF and quiz here: http://bit.ly/ConditionalsPDF Don’t forget to complete the homework for this English grammar lesson!
Thank you to Seonaid and her wonderful website https://www.perfectenglishgrammar.com/ I’ve used her website to plan my lessons for years! It’s the best of the best when it comes to grammar explanations and exercises.
DO YOU WANT TO RECEIVE EMAILS FROM LUCY? Sign up here: https://bit.ly/EmailsFromLucy
Don’t forget to turn on subtitles if you need them! This is how I generate my subtitles (you can get a $10 subtitle coupon too): https://www.rev.com/blog/coupon/?ref=lucy (affiliate)
Visit my website for free PDFs and an interactive pronunciation tool! https://englishwithlucy.co.uk​
MY SOCIAL MEDIA:
Personal Channel: http://bit.ly/LucyBella​​​ (I post subtitled vlogs of my life in the English countryside! Perfect for listening practice!)
Instagram: @Lucy http://bit.ly/lucyinsta​​​​​​​​​​
My British English Pronunciation Course is now LIVE: https://englishwithlucy.co.uk/pronunciationcourse (use code YOUTUBE10 for a 10% discount!)
Do you want to improve your pronunciation? I have launched my British English (Modern RP) pronunciation course! I’ll train you to read phonetic transcriptions, and produce each sound that comprises modern received pronunciation. I’ll also teach you how to implement the correct use of intonation, stress, rhythm, connected speech, and much more. We’ll compare similar sounds, and look at tricky topics like the glottal stop and the dark L.
Technically, I need to mark this as an AD even though it is my own company so AD 🙂
Want to get a copy of my English Vocabulary Planners? Click here: https://shop.englishwithlucy.co.uk The best offer is the 4book bundle where you get 4 planners for the price of 3. This product is very limited don’t miss out. The English Plan will be shipped from early August, from me here in England to you across the world! We ship internationally!
Watch my explainer video here: https://bit.ly/TheEnglishPlanVideo
Practice speaking: Earn $10 free italki credit: https://go.italki.com/englishwithlucy… (ad affiliate)
Improve listening! Free Audible audiobook: https://goo.gl/LshaPp
If you like my lessons, and would like to support me, you can buy me a coffee here: https://kofi.com/englishwithlucy
FREE £26 Airbnb credit: https://www.airbnb.co.uk/c/lcondesa (ad affiliate)
Email for business enquiries ONLY: [email protected]
Edited by La Ferpection: https://www.laferpection.com/

THE CONDITIONALS - 0,1,2 \u0026 3 Conditionals\u0026 QUIZ - English Grammar Lesson

หลักการใช้งาน unless l unless กับ if not ต่างกันอย่างไร l ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน


แนะนำหลักการใช้งาน unless ในประโยคภาษาอังกฤษ
unless จะมีความหมายเหมือนกับ if not สามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณีในประโยคเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ
สนใจเรียนไวยากรณ์และแกรมม่าภาษาอังกฤษพื้นฐานแบบฟรีๆ สามารถกดติดตามเราได้ที่:
Youtube:https://goo.gl/Svd65u
Twitter:http://bit.ly/2Yt2lqH
Blog:https://goo.gl/JthDFX
Facebook:http://bit.ly/2CIaLBa
ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ unless

หลักการใช้งาน unless l unless กับ if not ต่างกันอย่างไร l ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEARN FOREIGN LANGUAGE

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ unless คือ

See also  Locked Away - R.City ft. Adam Levine (Acoustic Cover) by Tiffany Alvord | locked away แปลว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published.